สิงหาคม 2563

 
 
 
 
 
 
1
3
4
5
6
7
8
10
11
13
14
16
17
18
20
21
22
23
25
26
27
28
31
 
 
All Blog
Goodbye Thailand ไม่ใช่ที่อยู่ตอน "แก่ใกล้ตาย" ของเราแน่นอนค่ะ


ชัดเจนมาก กับ ชื่อเรื่อง... 555

ระยะหลังๆมา...ตอนโทรคุยกับน้า ..ญาติที่ไทย
ดูเหมือนว่า น้าเราจะ พยายามยัดเยียดความคิดใส่หัวเรา
ว่า ถ้าผัวตาย ให้กลับมาอยู่ไทยด้วยกัน (อยู่ด้วยกัน )
เพราะน้าพอรู้ล่ะว่า ถ้าผัวเราตาย
เราจะได้เงินเกษียณจากผัว(และของตัวเราเอง)
ควรจะ ย้ายมาอยู่และใช้ชีวิตที่ไทย 
เพื่อความอบอุ่น และอยู่พร้อมหน้ากัน (ด้วยเงินของเราที่มีอยู่)

ไม่ได้คิดในแง่ร้ายนะ แต่คิดแบบตรงไปตรงมา
ต่อยอดจากความคิดของ น้า อีกล่ะ ..
ว่า ให้เรามองหา ซื้อบ้านเดี่ยว และซื้อรถเล็กๆสักคัน
ที่ไทย... และน้าจะมาเป็นแม่บ้านดูแลให้ 
ซึ่งเราเข้าใจเจตนาดีของเค้า ล้าน% ค่ะ

คราวนี้ เวลาได้คุยกันกับเค้า
ซึ่งจริงๆเราแค่ต้องการจะโทรถามว่าเป็นไงบ้าง...
ไม่ได้ต้องการ คำปรึกษา หรืออะไรเลย

แต่... ไหง...มันถึงโยงมาเรื่องนี้ได้ทุกครั้งที่คุยกัน
จนเรา เริ่มรู้สึก "เบื่อ" ..
ไอ้ รู้สึก "อึดอัด"อ่ะ เป็นอยู่แล้ว
เพราะ คนแก่ 63ปี เวลาที่เค้าพูด
เค้าก็ต้องการให้เราฟัง
ไม่ใช่ให้เราไป ขัด...ในสิ่งที่เค้าอยากพูด

เราค่อนข้างระวัง...ในการใช้คำพูดกับญาติที่ไทยนะ 
เพราะ บอบบาง...มาก ..พูดความจริงเยอะไม่ได้ค่ะ
อาการ รับไม่ได้ .. โกรธโมโหจะปรี๊ดทันควัน
ถ้าถามว่า แล้วต้องแคร์ไหม
เราอยากบอกว่า ไม่ต้อง
แต่ เราก็คิดว่า ไม่จำเป็นต้องไป พูดอะไร
ที่ทำให้เกิดอาการระคายเคืองข้ามทวีป
โดยเฉพาะทางโทรศัพท์ถูกไหมล่ะ
เพราะจะไม่มีใครได้อะไรเลย
จากการสนทนาที่โคตรไร้สาระแบบนี้

สิ่งที่เรา "ทำได้" คือ...
เว้นระยะการโทรคุยกันไปให้ ยาวๆ มากๆ 
และ ไม่มีแพลน "กลับไทย" ... แค่นี้ก็น่าจะพอ
เผื่อเวลา...จะช่วยทำให้ทุกอย่างดีขึ้น(สาธุ)

การที่จะ "ย้ายที่อยู่" ...
โดยเฉพาะ การย้ายไปในช่วงชีวิตที่ ปลดเกษียณแล้ว
และ เงินเกษียณที่ได้ ไม่ได้ 100% เหมือนตอนที่ยังทำงานอยู่
เป็นเรื่องที่ ... บอกตรงๆว่า "ต้องคิดให้หนัก และนาน"

คนแก่วัยเกษียณ หลายคนที่คิด...
จะไปหาที่อยู่ใหม่ ออกนอกประเทศไปซะ
ไปอยู่ไทย หรือ ที่ไหนๆในเอเชีย
ที่ค่าครองชีพต่ำกว่าเยอรมัน

เพราะเงินเกษียณที่ได้ จะไม่มีวันอยู่ได้ในเยอรมันแบบสบายๆ
คือ อยู่ได้ แต่ไม่สบายแบบที่ไทย

สามีเองก็เคยพูดถึงเรื่องนี้ ว่า
จะไปตั้งรกรากที่อยู่ที่อื่นนอกประเทศเยอรมัน
เราบอก เค้าว่า ... 
"หากคิดเรื่องนี้ คิดให้ไกลอีกนิดนะ อย่าคิดแค่ ราคาถูก..."
ให้เค้าคิดถึง สภาพตัวเอง ตอนแก่มากๆที่ เดินเองไม่ได้...
ต้องนั่งรถเข็น ...
และสภาพที่เค้าต้องอยู่คนเดียว
โดยที่เราชิงตายล่วงหน้าไปก่อนแล้ว!

คือ เค้าต้องถามตัวเองล่ะว่า "เค้าจะอยู่ได้ไหม?"

เพราะการทิ้งเยอรมันไปอยู่นอกประเทศ 
ไม่ได้แปลว่า จะจบแบบ แฮปปี้เสมอไป

สภาพฝรั่งเกษียณแก่ๆ... ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้
และอยู่ที่ไทย .... มันคือที่ๆอยู่แล้ว อาการจะดีขึ้น?
คนที่ ทุพลภาพ ทุกคนแฮปปี้? เหรอ? 

ระบบการรักษา และสาธารณสุข
ของเยอรมัน อยู่แนวหน้าระดับต้นๆของโลก 
เราบอกตรงๆค่ะว่า เราทิ้งตรงนี้ไปไม่ได้
ทุกวันนี้ยังคิดเลยว่า โชคดีมากที่ได้มาใช้ชีวิตอยู่ที่เยอรมัน

เพราะ สุขภาพของสามี เป็นทุกสิ่งอย่างของเรา
เค้าเคยไปที่ไทย ในฐานะนักท่องเที่ยว
และเราก็อยากให้เป็นแบบนั้น
เราไม่ต้องการให้เค้าเปลี่ยนสภาพไปเป็นอย่างอื่น
และตัวเค้าเองก็ไม่จำเป็นที่จะต้อง ผันตัวเองไปเป็นฐานะอื่น!

แต่พูดไป! เราคงไม่ได้กลับไทยอีกนาน
ไม่มีแผน เพราะอยากเอาเงิน และเวลา ไปใช้ที่อื่น

ล่าสุด...น้าเรา ขอให้เรา "เลิกดำน้ำ"
ขอให้เรา "เลิกเดินทางท่องเที่ยว"
อยากให้ทำแค่ "ขนเงินกลับไปไทย อย่างเดียว"..
ไม่ใช่เค้าคิดอยากจะได้เงินเราหรอก 
แต่เค้า หวังดี...

และเค้าไม่สนใจที่จะรับรู้ว่า ... นี่มัน "ชีวิตของเรา"
เราไม่ใช่เด็กอายุสิบแปด...ที่จะต้องมาอ้าปากฟังอะไรจากเค้า
แต่เค้าก็พยายามพูดอะไรแบบนี้กับเราจัง
เพราะอะไร เราก็ไม่รู้... 

ตอนนี้เวลาเจอคำถาม ...
เมื่อเกษียณแล้ว ไม่ไปอยู่ไทยเหรอ? เราขนหัวลุกอ่ะคุณ!

เรื่องท้ายสุด...ที่อยากเขียนบันทึกไว้ให้อ่านคือ
เงินเกษียณของสามี และของเราเอง 
เราสองคนสามารถใช้ชีวิตอยู่ที่เยอรมันได้
แบบไม่เดือดร้อนค่ะ
นอกจากจะไม่เดือดร้อนแล้ว 
เราสองคนยังสามารถ
"เดินทางท่องเที่ยวตามที่เราต้องการ" ได้อีกปีละสองครั้งด้วย

เราสองคนไม่มีลูก และไม่มีหนี้ 
ไม่มีภาระอะไร ที่ต้องนอนเอามือก่ายหน้าผากค่ะ
และเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องที่ ไม่ใช่รอใกล้เกษียณแล้วถึงค่อยคิด
เรื่องปลดภาระในชีวิต พยายามไม่ให้มีหนี้ใดๆ
มันเป็นเรื่องที่ต้องคิด ต้องเฝ้าดูแลชีวิตมาตลอด

ดังนั้น.... ผลที่เราได้รับ ในช่วงบั้นปลายนี่
ไม่ใช่เรื่องของความโชคดีเลย
แต่มันเป็นเรื่องที่เราวางแผนกันมา
มองเห็นกันมาก่อนที่จะมาถึงวันนี้ค่ะ

คุณเข้าใจเราไหม?
รักคนอ่านค่ะ 


 



Create Date : 24 สิงหาคม 2563
Last Update : 24 สิงหาคม 2563 2:42:18 น.
Counter : 392 Pageviews.

17 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณเริงฤดีนะ, คุณThe Kop Civil, คุณnonnoiGiwGiw, คุณสองแผ่นดิน, คุณtuk-tuk@korat, คุณจันทราน็อคเทิร์น, คุณkatoy, คุณหอมกร, คุณtoor36, คุณตะลีกีปัส, คุณSleepless Sea, คุณnewyorknurse

  
แหม เข้าใจซิครับ แหะ ๆ

เมื่อก่อนผมเตรียมการว่า อายุเยอะหรือเกษียณก็จะกลับไปอยู่
บ้านเกิดที่แสนคุ้นเคย เลยซื้อที่ดินทิ้งไว้

แต่อยู่บ้านในปัจจุบัน สะดวกสะบายในการเดินทาง ไปหาหมอ
ก็สดวก นัดหมอก็ง่าย ไปเที่ยวใต้ เหนือ ตะวันออก หรือภาคกลาง
ก็ไปง่าย

เมื่อวานผมเห็นฝรั่งแก่ ๆ แหะ ๆ เดินในสวนสาธารณะคนเดียว
ดูเหงา ๆ คงอยากกลับบ้านที่ ตปท. หรือเขาอาจจะไม่กลับก็
ได้ ต้องอยู่ในปัจจุบันครับคุณแมกซ์
โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 24 สิงหาคม 2563 เวลา:5:25:00 น.
  
เห็นด้วยค่ะ..
อยู่ที่ไหนสลายใจเราก็ตรงนั้นแหละ
ความคิดคนเราไม่เหมือนกัน
ความสุขในบั้นปลายของคนไม่เหมือนกัน

บางคนอยากท่องเที่ยว
บางคนอย่างอยู่กับลูกหลาน
บางคนบริจาคทุกสิ่ง..ตัดทางโลก
อยากไปอยู่วัดซะเลย

เอวัง..ก็มีด้วยประการละฮะนี้
🙏🙏🙏



โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 24 สิงหาคม 2563 เวลา:7:48:48 น.
  
*ที่ไหนสบายใจ
โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 24 สิงหาคม 2563 เวลา:7:50:00 น.
  
เคยคิดนะคะว่าทำไมคนต่างชาติที่เคยเจอ
เขาเต็มที่กับชีวิตได้ แผนและแนวคิดในการใช้ชีวิต
จะเหมือนกับที่เจ้คิดน่ะค่ะ ส่วนแนวคิดของคนบ้านเรา
จะมีความกังวลไปอีกแบบ

คุณภาพชีวิตของเรา ถึงจะต้องจ่ายราคาสูง มันคุ้มค่ากว่า

โดย: กาบริเอล วันที่: 24 สิงหาคม 2563 เวลา:9:23:26 น.
  
เข้าใจค่ะ
รักคนเขียน
โดย: อุ้มสี วันที่: 24 สิงหาคม 2563 เวลา:10:00:06 น.
  
ตรงประเด็น เป๊ะเลยครับคุณแม็กซ์ ตอนนี้ผมหาเรื่องเที่ยวเหมือนกัน เพราะแก่ตัวไป ไม่รู้จะมีแรงเที่ยวหรือเปล่า 555
โดย: The Kop Civil วันที่: 24 สิงหาคม 2563 เวลา:12:12:36 น.
  
เข้าใจค่ะ
ต่างคนต่างก็มีความคิดและเหตุผลเป็นของตนเอง
อยู่ที่ไหนแล้วสบายใจก็อยู่ตรงนั้นค่ะ
โดย: เนินน้ำ วันที่: 24 สิงหาคม 2563 เวลา:12:16:30 น.
  
ข่าวบ้านเรา ฆาตรกรรมรายวัน อายุ 70กว่า 80กว่า ยังบัลดาลโทสะฆ่าเพื่อนบ้านได้
หลังเกษีญณ สุขภาพดี ญาติมิตรดี เงินมีใช้สมฐานะ ได้เที่ยวไป
เป็นโชคอย่างหนึ่งครับ

โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 24 สิงหาคม 2563 เวลา:13:37:03 น.
  
เข้าใจค่ะ
ชีวิตเรา เราต้องเลือกทางที่จะใช้ชีวิตเองนะคะ
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 24 สิงหาคม 2563 เวลา:14:52:34 น.
  
OMG.
อั๊ยย่ะ
โดย: katoy วันที่: 24 สิงหาคม 2563 เวลา:16:49:28 น.
  
สวัสดีครับ

อยู่ที่ที่เรามีความสุขดีที่สุดนะครับ

โดย: Sleepless Sea วันที่: 24 สิงหาคม 2563 เวลา:17:50:43 น.
  
โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 24 สิงหาคม 2563 เวลา:18:32:22 น.
  
Max Bulliboo Diarist ดู Blog
ถ้าไม่เดือดร้อนเรื่องเงินก็อยู่เยอรมันไปค่ะคุณแม็กซ์
เพราะเขาเป็นรัฐสวัสดิการดีกว่าบ้านเรา
อย่าลืมสั่งสมบุญไว้บ้างด้วยนะคะ

โดย: หอมกร วันที่: 24 สิงหาคม 2563 เวลา:23:04:25 น.
  
พูดยากครับ เขาอาจหวังดีจริงหรือไม่ เราก็ต้องให้เวลาพิสูจน์

ผมก็อยากเกษียณแล้วนะ อยู่บ้านปลูกต้นไม่ เล่นเน็ต ไปวิ่งเล่น ไม่ก็ทำงานการกุศล ถ้าผมเป็น ส.ว. สัก 8 ปี อาจจะพอทำแบบนั้นได้ 555
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 25 สิงหาคม 2563 เวลา:0:03:58 น.
  
สวัสดีมีสุขค่ะ

คุณMax เป็นคนพูดตรง เขียนตรงความรู้สึก
เท่าที่ติดตามอ่านดูนะคะ

ทำในสิ่งที่พอใจและมีความสุขค่ะ
ไม่เดือดร้อนตัวเอง ไม่เดือดร้อนใคร
แม่ตะลียึดคตินี้ค่ะ...ชีวิตเรานี่คะ
โดย: ตะลีกีปัส วันที่: 25 สิงหาคม 2563 เวลา:18:18:37 น.
  
เข้าใจดีค่ะ ต่างคนต่างจิตต่างใจ ต่างสภาวะ ชีวิตเรา เรากำหนดเองได้ จะไปอยู่ที่ไหนคิดว่าไม่ผิดนะคะ เพราะเราตัดสินใจเลือกทางที่ดีที่สุดสำหรับเราเองค่ะ
โดย: กอนโดล่า IP: 188.40.113.83 วันที่: 28 สิงหาคม 2563 เวลา:18:47:15 น.
  

อีกหน่อยจะกลับเมืองไทยดีไหม.....
เป็นความคิดของรุ่นพี่ๆ ที่เมกาเหมือนกัน
ที่กลัวกันก็คือประกันสุขภาพ อยู่ที่เมกาประกันสุขมีจนตาย
แต่... การที่เป็นโรคที่เราไม่ต้องการแต่มันก็เกิด เช่นติดเตียง
รพ.ที่นี่เขารับดูแลจนตาย แต่ไม่ฟรี ฟรีแค่ 90 วัน ต่อจากนั้นต้องจ่าย โดยยกเงินเกษียณ Pension เงิน Social security (ไม่แน่ใจว่าจะเรียกอะไร​) ให้ nursing home แล้วเขาจะดูแลจนตาย แต่ยังไม่หมด เงินเกิบก็ต้องเอามาจ่ายเป็นรายเดือน ค่า Nursing home เดือนละ 2-3 หมื่นเหรียญ ถ้าไม่มีเงินเก็บ ไม่มีรายได้มาก เขาก็ไม่เอาอะไรเช่นกัน จะได้อยู่ Nursing home จนตาย

มาคิดถึงเรามีลูกหลาน เกิดติดเตียง ก็ไม่เป็นไรนะ ไม่อยู่เนิสซิ่งโฮม ก็อยู่บ้านได้ พอป่วยก็ไปรักษาฟรี อยู่เป็นระยะๆ ระยะละ 90 วันแล้วออกมา เกิดป่วยก็ไปอยู่อีก 90 (เข้าใจว่าเป็นแบบนี้นะคะ ) ตกลงก็อยู่บ้านกะลูก เขาต้องจ้างคนมาดูแล รัฐส่งมาวันละ 4-8 ชมฟรี ดูแล ทำกายบำบัด แต่ 24 ชม เขาก็แนะนำให้เข้า เนิสซิ่งโฮมแหละ ก็คือเซ็นต์มอบทุกอย่างให้เขาไป เพื่อนรุ่นพี่ตอนนี้อยู่บ้านกับลูก และลูกหลานก็ไปทำงานกัน จ้างคนมาดูแล สามเวร เช้า บ่าย ดีก เวรละ 150 /100/100 ราคาอาจจะเพิ่มแล้ว หมายความว่าจ่ายเดือนละ 350 เหรียญต่อวัน เดือนละ 3500 เหรียญ
หลายๆคนก็คิดว่ามาเมืองไทย ได้รับการดูแลดีกว่า เรื่องการรักษาก็จ่ายไป อายุเกษียณ ก็คงไม่ต้องรักษาอะไรมากมาย นอกจากรักษาตามอาการ

สรุป วางแผนอะไร มันก็ไม่เป็นตามแผนหรอก ตอนนี้มีพี่และเพื่อนสองคน ซื้อบ้าน ทำงาน เขาอยู่ด้วยกันมาตลอด จนอายุจะแปดสิบ เกิดตอนนี้คนหนี่งสุขภาพไม่ค่อยดี ต้องช่วยพยุงสารพัด เข้าห้องน้ำไปไม่ไหว ต้องลุกมาข้างเตียงก็ต้องพยุงปีก มีเงินจ้างคนมาดูแล แต่ก็กลัวโควิดอีก เลยกลายเป็นสองแก่ ดูแลหนี่งคน ในบ้าน เกิดอีกคนล้มจะเป็นยังไง แต่เขาก็ยังไม่คิดกลับเมืองไทยอยู่ดี

สุดท้ายก็คือเวลาทำงาน ออมเงินไว้ เวลาจะใช้จะได้มีและจะไปไหนก็ได้ไป จะจบที่ไหน ก็แล้วแต่ทางชีวิตจะพาไป ถึงเวลาก็คงรู้ว่าจะทำอะไรที่เหมาะกับเรา และทำได้ เพื่อนๆก็เชียร์ให้ซื้อบ้าน จองที่คนสว เช่นรามากำลังสร้าง ก็บอกเพื่อนว่า เอาไว้จะมาค่อยทำ เขาบอกมาแล้วแพง ก็บอกเพื่อนว่าไว้มาจริงๆค่อยจัดการ เพราะไม่อยากมีอะไรที่เป็นภาระ ซื้อแล้วไม่มาอยู่ต้องจ้างคนดูแล ไว้มาค่อยซื้อ ..

เขียนยาวเลย เป็นความคิดส่วนตัว ก็ไม่รู้เหมือนกัน ถึงเวลาจริงๆจะเป็นอย่างไร ก็ภาวนาว่าอย่าเป็นภาระกับลูกหลานเลย
โดย: newyorknurse วันที่: 29 สิงหาคม 2563 เวลา:0:50:15 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#16



Max Bulliboo
Location :
  Germany

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 105 คน [?]



มีความตั้งใจนำทาง มีบทเรียนเป็นภูมิคุ้มกันให้ชีวิต ไม่มีพรสวรรค์แต่สร้างพรแสวงมาตลอด ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ ดีใจที่ได้มีโอกาสได้เรียนรู้อะไรมากมายที่มีประโยชน์จากที่ Bloggang แห่งนี้่ค่ะ มาอยู่เป็นเพื่อนกันนะคะ

อยากเปิดให้ทุกคนได้เข้ามาเขียนความคิดเห็นได้แบบเสรี โดยไม่ต้อง Log in เข้ามาค่ะ ดังนั้น **ขออนุญาต ไม่รับ "ฝากร้าน" โฆษณาอะไรทั้งหลายนะคะ**