มีนาคม 2557

 
 
 
 
 
 
1
5
6
10
11
12
14
15
16
17
18
19
21
22
24
25
26
27
28
30
31
 
 
All Blog
Hokkaido (Sapporo-Otaru) [Review] (part 1/2)
 Blog นี้จะพาไปเที่ยว "Hokkaido" กันค่ะ เกาะ Hokkaido ตั้งอยู่ตอนเหนือสุดของประเทศญี่ปุ่น อากาศในช่วงหน้าหนาว โดยเฉพาะช่วงมกราคม ถึง กุมภาพันธ์ เรียกได้ว่าหนาวสุดๆเลยค่ะ ตอนนั้นที่เราไปอากาศประมาณ -3 องศาเซลเซียส หิมะตกบ้างเป็นบางวัน..Hokkaido ถือว่าเป็น destination ใหม่ของคนไทยที่จะมาเที่ยวญี่ปุ่นช่วงหลังๆนี้นะคะ เมืองสำคัญในเกาะนี้ที่นิยมเที่ยวกันก็คือ Sapporo และ Otaru ค่ะ ทริปนี้เดินทางด้วยสายการบินไทยเช่นเคย เครื่องออกดึกมาก 23.45 น. ถึง Sapporo ก็เช้าพอดีค่ะ เที่ยวต่อกันได้เลย
การแต่งตัว
ต้องยอมรับว่าก่อนที่จะไป Hokkaido กังวลมากเลย เพราะเราก็ไม่ใช่เป็นคนเที่ยวหนาวๆหิมะตกแบบนี้บ่อย ไม่แน่ใจว่าเสื้อผ้าต้องเยอะขนาดไหนถึงจะอยู่ เตรียมตัวมากอยู่เหมือนกันค่ะ แนะนำว่าให้แต่งตัวเป็น Layer นะค่ะ คือใส่หลายๆชั้น ตัวอย่างเช่น

ด้านบน
1.ข้างในสุดใส่ Long john หรือ HEATTECH ของ UNIQLO ก็ได้ค่ะ ถ้าเป็นไปได้เลือกแบบที่บางๆแต่อุ่นนะคะ เพราะถ้าหน้ามากมันจะอึดอัดเคลื่อนไหวไม่สะดวกค่ะ
2. ใส่เสื้อ wool (ขนสัตว์) เลือกแบบที่เป็นขนแกะก็จะดีนะ ถ้าขนกระต่ายจะไม่ค่อยอุ่นเท่าไหร่ แล้วระวังด้วยค่ะ บางยี่ห้อเขียนว่า wool เอาเข้าจริงผสมใยสังเคราะห์เกินครึ่งซะอีก..ชั้นนี้อาจจะราคาแพงนิดนึงนะคะ แต่เอาเนอะ แพงหน่อยแต่อุ่นก็พอแล้ว
3. Coat หรือ เสื้อกันหนาวขนเป็ดค่ะ ถ้าเลือกแบบไม่พองมากจะดีกว่านะคะ เพราะเวลาเข้าห้าง เค้าจะเปิดHeater มันร้อนมาก ต้องถอดออกมาถือ ถ้าเสื้อกันหนาวเราใหญ่ไปก็ไม่สะดวกจริงมะ? (เวลาไปเที่ยวพกถุงผ้าไปด้วยนะคะ พอถอดเสื้อกันหนาวก็จับใส่ถุงผ้าหิ้วได้เลย ไม่ต้องมานั่งถือ เดี๋ยวจะไปวางลืมกันอีกเนอะ)

ด้านล่าง
1. ข้างในสุดก็ Longjohn ค่ะ
2. ชั้นต่อมาเราใส่คล้ายๆ Legging ที่หนาหน่อย แต่เป็นผ้ายืดนะ ลุกนั่งสบาย (ส่วนขาเนี่ย ไม่น่าห่วงเท่าไหร่ เพราะมันจะไม่ค่อยหนาวค่ะ ถ้าด้านบนอุ่น ก็ช่วยได้เกินครึ่งแล้ว)

รองเท้า ** ส่วนนี้สำคัญมาก สำคัญที่สุดก็ว่าได้นะสำหรับเรา ควรหารองเท้าบู้ทที่ใส่สบาย เป็นหนังสัตว์ ข้างในมีบุด้วยนะ และต้องดูพื้นรองเท้าให้ดีนะคะ ห้ามบางเด็ดขาด ไม่งั้นความเย็นจากพื้นจะเข้าเท้า ก้าวกันไม่ออกเลยหละคราวนี้..ถ้าหากใครกลัวลื่นจะมีแผ้นกันลื่นค่ะ มันเป็นยางรัดหัวกับส้นรองเท้าไว้ แล้วตรงกลางจะเป็นแผ่นหนามๆแนบกับพื้นรองเท้าเรา หาซื้อได้ตามร้าน 100 เยนญี่ปุ่นทั่วไปค่ะ

ผ้าพันคอ-หมวก-ถุงมือ ผ้าพันคอเลือกแบบขนสัตว์จะดีกว่า ช่วยให้คอเราอุ่นสบาย หมวกก็เช่นเดียวกัน ส่วนถุงมือเลือกแบบหนังสัตว์หรือwool ก็ได้ค่ะ..สรุปแล้วนะคะ พยายามเลือกเครื่องแต่งกายที่ทำจากหนังสัตว์ ขนสัตว์ ที่ธรรมชาติอะคะ อย่าเอาแบบใยสังเคราะห์นะ

อันนี้เป็น Itinerary ที่วางเอาไว้นะคะ ทริปนี้ไป 3 วัน (สั้นมากเนอะ) วางแผนว่าจะเก็บให้ได้หลายๆที่ค่ะ ทำเป็น option ไว้ 2 option ว่าจะไปสวนสัตว์ Asahikawa หรือไปเล่นสกีที่ Niseko ดี..แต่สุดท้ายไม่ได้ไปทั้ง 2 ที่เลยค่ะ เดินเล่นในเมืองแทน บางคนอาจจะเคยได้ยินว่า Sapporo เป็นเมืองเล็ก เดินวันเดียวก็ครบหมดแล้ว ซึ่งก็จริงนะคะ แต่ถ้าเป็นคุณผู้หญิงคงจะเข้าใจดีว่า การชอปปิ้งมันก็ใช้เวลาได้ทั้งวันเหมือนกัน 55Smiley



Day 1: ถึง Hokkaido ประมาณ 9 โมง ก่อนไปต่อที่สนามบินจะมีห้องให้แต่งตัวค่ะ สะดวกมาก เพราะฉะนั้นไม่ต้องโปะหนาเตอะตั้งแต่อยู่บนเครื่องนะ ใส่แบบนอนสบายๆมา แล้วมาแต่งตัวที่สนามที่นี่ 


เสร็จแล้วก็นั่ง JR Rapid Express Airport มาลง JR Sapporo (36 นาที)
มาถึงสถานีแล้ว ระวัง!!!! พื้นถนนหน้าสถานีให้ดีนะคะ มันลื่นมากกกก หน้าสถานีจะมีบันไดประมาณ 3 ขั้นค่ะ เดินลงมาพื้นปุ๊ปล้มกันมาหลายรายแล้วSmiley

จากนั้นเราก็เดินไปที่โรงแรมค่ะ Trip นี้พักที่ Best Western Fino Sapporo ห่างจากสถานีนิดเดียวเองค่ะ เดินประมาณ 5 นาที สะดวกมาก..เก็บของเสร็จเรียบร้อยก็ออกมาเดินเล่นกัน โชคดีที่วันนี้หิมะไม่ตก แต่พื้นโดยรอบก็มีหิมะหนาเตอะตลอดทางนะ..ถึงจุดนี้แล้วใครที่แต่งตัวมาถูกต้อง จะรู้สึกสบายมากค่ะ เพราะอากาศดี สูดหายใจได้เต็มปอดเลย

จากที่บอกไปแล้ว Sapporoเป็นเมืองไม่ใหญ่มาก ไม่ต้องนั่งรถไฟใดๆเลย 2 เท้าเรานี่แหละเดินได้ทั่ว จุดที่เค้าแนะนำให้ไปกันก็พวก clock tower, TV tower, Odori park (ถ้ามาช่วงเทศกาลหิมะ ต้นเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี ก็จะเห็นรูปปั้นหิมะเต็มไปหมดเลยค่ะ แต่เราไม่ได้ไปช่วงนั้น เลยไม่มีแล้วSmiley)



Clock tower



TV tower



เส้นทางเดินใน Sapporo ถนนใหญ่ค่ะ ผังเมืองดี เดินง่าย ไม่หลง แต่ระวังจะลื่นในเส้นทางที่มีหิมะนะ



ช่วงบ่ายไปต่อกันที่โรงงานชอคโกแลตเลื่องชื่อกันเลย "Ishiya Chocolate Factory" ของฝากที่มักจะได้กินกันบ่อยนอกจากโตเกียวบานาน่าแล้ว ก็คือ Chocolate Koibito นี่เลยค่ะ อันที่เป็นกล่องขาวๆยาวๆ ข้างในเป็นคุ้กกี้สีเหลี่ยมจตุรัสสอดไส้ white chocolate นั้นแหละค่ะ.. นี่ๆ เค้ามีเวบเป็นภาษาไทยด้วยนะ คิดดู คนไทยมีกำลังซื้อมากขนาดไหน Ishiya Koibito..เดินทางไปด้วยรถใต้ดิน จากสถานี Subway (สายสีน้ำตาล) Odori--> Miyanosawa ออกมาแล้วเดินไม่ไกลมากก็ถึงโรงงานค่ะ

กระบวนการได้มาซึ่งของหวานแสนอร่อย



ที่เด็ดสุดๆคือ Chocolate cafe ชั้นบน วิวสวยมากค่ะ ตอนไปเริ่มเย็นแล้ว พระอาทิตย์ตก เมนูที่ขายก็มีชอคโกแลต Dark/Milk/White ร้อน เย็น ปั่น ไอศครีม พาร์เฟ่ และขนมหวานอื่นๆ Smiley



Hot Dark chocolate ค่ะ ทานคู่กับ orange syrup อร่อยมากๆ ห้ามพลาดนะ



Parfait





กลับมาจากโรงงานก็มืดแล้วค่ะ แต่เราต้องไปทานราเมนชื่อดังในตรอกราเมน ย่าน Susukino ร้านที่ไปชื่อ "Keyaki" กว่าจะไปได้เหนื่อยเอาการ เพราะหลงทางค่ะหาไม่เจอ โชคดีเจอคุณลุงญี่ปุ่นใจดีพามา แต่เค้าก็ไม่รู้จักร้านนะ โทรไปหาร้านให้เราแล้วเดินมาส่ง น่ารักมากๆSmiley





ฟินละ กลับโรงแรมนอน เตรียมพร้อมเดินทางไป Otaru วันรุ่งขึ้น
ติดตาม ภาคต่อ ได้ ที่นี้ นะคะ Smiley



Create Date : 09 มีนาคม 2557
Last Update : 10 ธันวาคม 2558 12:57:00 น.
Counter : 4319 Pageviews.

2 comments
  
ช่วงนี้เห็นคนไปเที่ยวฮอกไกโดเยอะมาก แต่เราไม่ค่อยสู้อากาศหนาวเลยค่า ถ้าจะไปคงไปหน้าอื่นแทน
โดย: บาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน วันที่: 10 มีนาคม 2557 เวลา:12:52:23 น.
  
ตามมาเที่ยวค่า ^^
โดย: YingYang IP: 119.46.221.47 วันที่: 16 ธันวาคม 2557 เวลา:17:27:04 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

BlogGang Popular Award#13



jellyjourney
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 56 คน [?]



สวัสดีค่ะ ชื่อ เยลลี่ นะคะ blog นี้สร้างขึ้นเพื่อเอาไว้แบ่งปันข้อมูลและประสบการณ์ในการไปเที่ยวของเรากับเพื่อนๆทุกคน เข้ามาเยี่ยมชม มาคุยกัน หรือมีอะไรติชมแนะนำกันได้นะคะ

Facebook page: Jellyjourney

follow my Instragram @JELLYJOURNEY for extraordinary pics in my ordinary life
+++ Please stay tuned for "Norway" trip +++