เมษายน 2558

 
 
 
1
2
3
4
5
7
8
9
10
12
13
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
27
28
29
30
 
 
All Blog
Italy [Review] Part 5: Florence เมืองสวยรวยศิลปะ ปีนบันไดชม Duomo แห่งเมืองฟลอเรนซ์
ฟลอเรนซ์::เมืองสวยรวยศิลปะ
ขึ้นบันได 414 ขั้นไปชมวิวยอดโดมดูโอโมชื่อดัง



ความเดิมตอนที่แล้ว

นั่งรถไฟประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งก็ถึง Florence (หรือ Firenze ในภาษาอิตาเลียน) ค่ะ สถานีรถไฟที่ Florence ชื่อว่า Santa Maria Novella หรือย่อสั้นๆคือ Firenze SMN ..Florence เป็นเมืองหลวงของแคว้นทัสคานี แคว้นทัสคานีมีความสวยงามตามธรรมชาติทั้งวิวภูเขาที่สูงต่ำสลับกัน เวลาเรานั่งรถไฟผ่านก็จะเห็นวิวสวยงามไประหว่างทางด้วยค่ะ Florence เคยเป็นเมืองศูนย์กลางการค้าในสมัยยุคกลางในสมัยก่อน ถือว่าเป็นเมืองที่รวยเลยแหละ นอกจากนั้นยังได้ชื่อว่าเป็นเมืองต้นกำเนิดของยุค Renaissance อีกด้วย

หากพูดถึงขนาดของเมือง, Florence ถือเป็นเมืองเล็กๆค่ะ เล็กมาก เล็กมากขนาดที่ไปไหนมาไหนในเมืองก็เดินถึงกันได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นใช้เวลาซัก 1 วันครึ่งก็เก็บที่ท่องเที่ยวสำคัญๆหมด และด้วยความที่ Florence ตั้งอยู่ใกล้กับเมืองอื่นๆ เช่น Pisa (ปีซ่า) และ Siena (เซียน่า) เราเลยใช้ Florence เป็นฐานทัพ นอนที่นี่ 4 วันรวด โดยเที่ยว Florence 2 วัน และทำ one day trip ไป Pisa 1 วันและ Siena 1 วัน รายละเอียดดังข้างล่างเลย

Day 4 : Florence (Piazza del Duomo, Dante Church และ Pallazo Vecchio)

Day 5 : Florence (Uffizi Gallery, Accademia Gallery, Orsanmichele, และ Ponte Vecchio)

Day 6 : Pisa and “The Mall” Outlet

Day 7 : Siena (Piazza del Duomo และ PalazzoPubblico)

ลงจากรถไฟปุ๊ปเราก็เดินไปโรงแรมค่ะ Hotel Casci อยู่แถว Piazza del Duomo ห่างจากสถานีรถไฟประมาณ 5 นาที ถนนที่ Florence นี่ค่อนข้างเรียบ ลากกระเป๋าสะดวกกว่าที่โรมเยอะเลย (รายละเอียดเกี่ยวกับโรงแรมดู ที่นี่) หลังจากเช็คอินเรียบร้อย เราก็ออกไปหาอะไรทาน เสร็จแล้วก็จะเดินชมเมืองไปดูสถานที่สำคัญค่ะ ตามมาเที่ยวกันเลย!

12.30: Lunch at Canto De Nelli Pizzeria

ร้านนี้เข้ามาโดยบังเอิญค่ะ แต่เข้ามาร้านแล้วก็บรรยากาศดีนะคะ สั่งซุปมา 2 ที่ พิซซ่า 1 ถาด พาสต้า 1 ที่แล้วก็ขนมอีก 1 อย่างค่ะ ราคาทั้งหมด 56.5 ยูโร


14.00: Piazza del Duomo

อาจเรียกได้ว่าสถานที่นี้เป็นแลนด์มาร์คสำคัญมากของเมือง Florence ค่ะ ใครๆมาที่นี่ก็ต้องมาดู Duomo ให้ได้คำว่า Duomo เป็นภาษาอิตาเลียน ใช้เรียก Italian Cathedral ค่ะ ดังนั้น Duomo จึงมีหลายที่ตามเมืองต่างๆ ทริปนี้เราจะได้เห็น Duomo ของทั้ง Florence, Siena, และ Milan รอติดตามกันด้วยนะคะ

Piazza del Duomo ประกอบด้วยสถานที่สำคัญ 3 แห่ง คือ 1. Duomo หรือ Cathedral di Santa Maria del Florence 2. Baptistery และ 3. Giotto’s Bell Tower เราจะพาไปเที่ยวแต่ละส่วนกันค่ะ

*Duomo* ดู-โอ-โม่ Cathedral of Saint Mary of the Flower

ในช่วงท้ายคริสต์ศตวรรษที่ 13 Florenceได้รับความกดดันจากความยิ่งใหญ่ของ Cathedral แห่งเมือง Siena และ Pisa ทำให้ในปี 1296 Florence มีการบูรณะและออกแบบ Duomo หลังใหม่ Duomo มีจุดเด่นอยู่ที่ยอดโดม หรือภาษาอิตาเลียนคือ Cupola ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองนี้ ยอดโดมนี้ได้รับการออกแบบและควบคุมการสร้างโดย Filippo Brunelleschi ระหว่างปี ค.ศ. 1420 ถึง 1436 ก่อนหน้านี้ยอดโดมได้สร้างมาแล้วแต่มีรูรั่วเบอเริ่ม ซึ่ง Brunelleschi ได้เดินทางไปยังโรมเพื่อศึกษายอดโดมแบบโบราณของ Pantheon และกลับมาซ่อมยอดโดมของ Duomo ค่ะ เค้าใช้เทคนิคสร้างโดม 2 ชั้นเพื่อให้มัน support อยู่ได้ด้วยตัวของมันเอง เทคนิคนี้ถือว่าล้ำยุคมากๆในสมัยนั้น และเป็นต้นแบบในการสร้างโดมของ St’ Peter ที่วาติกัน และ โดมของ US Capitol ที่วอชิงตันดีซี ค่ะ

ด้านนอกของ Duomo ประดับด้วยหินอ่อนสีเขียว ชมพูและขาว


ด้านในของ Duomo



ภาพใต้ยอดโดมฝีมือ Vasari วาดตั้งแต่ปี 1568 เสร็จสิ้นในปี 1579 ลองมองด้านล่างให้ดีเป็นภาพ The last judgement ค่ะ


ด้านในโบสถ์อีกซักรูป


เราสามารถเดินขึ้นไปชมวิวบนยอดโดมได้นะคะ โดยราคาค่าขึ้นยอดโดมจะขายเป็นตั๋วรวม 10 ยูโร ขึ้นได้ทั้ง Duomo และ Bell tower ค่ะ แต่สำหรับคนที่มีแรงขึ้นได้ที่เดียว เราแนะนำให้ไปขึ้น bell tower เพราะรูปที่เราถ่ายได้ ก็จะติดยอดโดมด้วยค่ะ ตั๋วซื้อได้ที่ Bell tower ชั้นล่างค่ะ

*Giotto’s Bell Tower*

Bell Tower ภาษาอิตาเลียนคือ Campanile สร้างขึ้นในปี 1337 รูปทรงเป็นทรงกระบอกสี่เหลี่ยม ขึ้นไปข้างบนเป็นบันได 414 ขั้นค่ะ จะมีให้พักเป็นชั้นๆนะคะ กว่าจะไปถึงข้างบนก็เหนื่อยมากเหมือนกันค่ะ แต่วิวสวยดี ดูรูปกันเลยจ้า


ที่เห็นไกลๆทางซ้ายคือโบสถ์ Santa Croce ค่ะ



อันนี้เป็นชั้นบนสุดแล้วค่ะ จะมีลูกกรงป้องกันไว้


นี่ค่ะ  Bell tower


*Baptistery* 

อีกหนึ่งสถานที่ทางศาสนาคริสต์ที่ด้านในจะมี Baptismal Font ซึ่งคือ อ่างน้ำมนต์ที่ใช้ในพิธีศีลจุ่ม Baptistery ที่นี่มีความสวยงามและมีประวัติศาสตร์อยู่ที่ประตูค่ะ ในปี ค.ศ.1401 มีการแข่งขันหาผู้ที่จะมารับหน้าที่ออกแบบและทำประตูทางทิศเหนือให้เข้ากับประตูทางทิศใต้ที่ได้มีการสร้างมาแล้วเมื่อ 65 ปีก่อนหน้า สุดท้ายผู้ที่ชนะคือ Lorenzo Ghiberti ซึ่งในขณะนั้นอายุเพียง 22 ปีเองค่ะ เค้าใช้เวลาทั้งหมด 21 ปีในการหล่อ panel ทองสำฤทธิ์ 28 แผ่นประดับที่ประตู และเนื่องจากผลงานสวยงามเป็นที่ประทับใจมากทำให้ได้รับมอบหมายให้ทำประตูฝั่งทิศตะวันออกด้วย ซึ่งเป็นด้านที่หันหน้าเข้า Duomo พอดี ประตูด้านนี้ Ghiberti ออกแบบ panelทั้ง 10 เป็นเรื่องราวตาม old testament เช่น stories of Noah, Moses, Solomon, และ the Queen of Sheba

Michelangelo เคยเดินมาที่ประตูนี้และบอกว่า “They are so beautiful that they would grace the entrance to Paradise” และตั้งแต่นั้นมาเอง ประตูด้านตะวันออกนี้ก็ได้ชื่อใหม่ว่า “Gates of Paradise” ตอนที่เราไป Baptistery ปิดซ่อมค่ะ เปิดให้ดูแต่ประตูฝั่งตะวันออกเท่านั้น แต่อันนี้เป็นของทำจำลองขึ้นมานะคะของจริงอยู่ที่ Musuem dell’Opera del Duomo



ด้านในมีการประดับด้วยโมเสคซึ่งสวยงามมาก (ดูจากรูปในหนังสือเอา) เสียดายที่เราไม่มีโอกาสเข้าไปดูในครั้งนี้ค่ะ เพื่อนๆอย่าลืมเข้าไปดูนะคะ

16.00: Dante Church

ถ้าใครอ่านหนังสือ Inferno ของ Dan Brown คงพอจะนึกสถานที่นี้ออกนะคะ Santa Margherita de’ Cerchi เป็นโบสถ์โบราณ ซึ่งมีหลุมฝังศพของ Beatrice Portinari, Beatrice เป็นคนรักของกวีเอกแห่งเมืองฟลอเรนซ์ หรือ Dante Alighieri นั่นเองค่ะ Dante รัก Beatrice มากๆ แต่สุดท้ายความรักของเค้าก็ไม่สมหวังต้องไปแต่งงานกับคนอื่นแทน เค้าเลยว่ากันว่าโบสถ์นี้เป็นโบสถ์ของคนผิดหวังในความรักค่ะ ชาวบ้านหรือนักท่องเที่ยวก็จะมาเขียนจดหมายถึง Beatrice และหย่อนใส่ตะกร้าหน้าหลุมศพ เพื่อขอพรให้สมหวังในความรักค่ะ



16.30: Palazzo Vecchio

ออกจาก Piazza del Duomo แล้ว เดินต่ออีกนิ๊ดเดียว ก็ถึงสถานที่ศูนย์กลางอีกแห่งนึงของ Florence ค่ะ ที่เวิ้งกว้างๆนี้เราจะเห็นตึกรูปทรงคล้ายป้อมปราการสีน้ำตาล ซึ่งจริงๆแล้วมันคือที่ทำการทางราชการค่ะ


รูปปั้นเทพเจ้าจูปิเตอร์ค่ะ


หลังจากนั้นเราก็เดินเล่นดูร้านค้ารอบๆค่ะ สนุกดีนะคะ ที่ฟลอเรนซ์นี่ชอปปิ้งสนุกดี มันจะมีร้าน local local ขายเครื่องหนัง เสื้อหนัง ถุงมือหนังเยอะมาก แต่ละร้านก็จะขายของเฉพาะอย่างเลยนะคะ เช่น ร้านถุงมือหนัง ก็ขายแต่ถุงมืออย่างเดียว แต่เค้ามีหนังให้เลือกเยอะมาก จะเอาหนังวัว หนังแกะ หรือด้านในจะบุวูลหรือแคชเมียร์ ที่ขอบจะมีขนฟูฟรุ้งฟริ้งมั๊ย มีให้เลือกเยอะมากๆค่ะ เก๋สุดๆ

บรรยากาศในเมือง


ร้านขายหนังสือใกล้ๆบ้าน


ถนนหน้าบ้านค่ะ มีรถจักรยานจอดเต็มเลย


วันนี้เหนื่อยแล้ว ขอกลับไปพักเหนื่อยก่อน พรุ่งนี้มีคิวไปชม 2 พิพิธภัณฑ์ชื่อดังที่พลาดไม่ได้ในเมืองนี้ คือ Uffizi Gallery และ Accademia Gallery ค่ะ..ฝากติดตามกันด้วยนะคะ

ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะค่าา ตามด้านล่างเลย  Smiley

Day 5 : Florence (Uffizi Gallery, Accadamia Gallery, Ponte Vecchio) here

Day 6 : Pisa and “The Mall” Outlet here

Day 7 : Siena (Duomo and Piazza del Campo) here

Day 8: Venice (Saint Mark Basilica, Doge’s palace, Bride of sighs) here

Day 9 : Murano and Burano island here

Day 10 : Milan (Duomo and Santa Maria Church for “The Last Supper”) here




Create Date : 26 เมษายน 2558
Last Update : 25 มิถุนายน 2558 21:46:17 น.
Counter : 15635 Pageviews.

11 comments
  
สวยมากค่ะ น่าไปที่สุด
โดย: mariabamboo วันที่: 26 เมษายน 2558 เวลา:19:34:21 น.
  
น้องใหม่จากงาน Bloggang Sky Rally แวะมาติดตามค่ะ
โดย: pavielin วันที่: 27 เมษายน 2558 เวลา:1:05:31 น.
  

มาเยี่ยมชม มาทักทาย

มาตามเที่ยวตามชมด้วยคนครับ เห็นบ้านเรือนเค้าแล้วดูเแปลกตาดีจัึงเลย ดูแล้วสวยเหมือนที่เห็นในหนังเลยครับ ส่วนภายในโบส์ถดูแล้วขลังดีจังเลยครับ

ว่าแล้วก็ต้องโหวตให้ครับ แต่ว่าโหวตท่องเที่ยวให้คนอื่นไปแล้ว ผมขอโหวตให้เป็นบล็อกถ่ายภาพยอดเยี่ยมนะครับ ผมชอบมุมกล้องของ จขบ. ครับ

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ




บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต

jellyjourney Photo Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


ปล. ผมอัพบล็อกวันงานมิตติ้งแล้วนะครับ ถ้าว่างก็คลิกตามไปชมได้ครับ

ความทรงจำและความประทับใจจากงาน BlogGang’s Sky Rally in Town !!!

อิอิ

โดย: อาคุงกล่อง วันที่: 28 เมษายน 2558 เวลา:20:18:27 น.
  
ตามมาหาน้องใหม่ค่ะ

ภาพสวยมาก เก่งจุง
รายละเอียดเยอะมากค่ะ
โดย: ซองขาวเบอร์ 9 วันที่: 29 เมษายน 2558 เวลา:22:33:07 น.
  
ภาพสวยมากเลย ชอบโทนสีในโบสถ์ดูมีเรื่องราวให้คิดดีค่ะ
ขอตามไปเที่ยวด้วยคนนะคะ
โดย: Tungmay-Sensitive วันที่: 1 พฤษภาคม 2558 เวลา:22:22:50 น.
  
สวัสดีสาวน้อยนักเดินทาง - อ่านแล้ว.... อยากเที่ยวขึ้นมาทันที
โดย: ดาริกามณี วันที่: 2 พฤษภาคม 2558 เวลา:16:50:25 น.
  
รูปสวยมากครับ ใช้กล้องและเลนส์รุ่นอะไรถ่าย

ฝากเมลล์บอกทีครับกลัวไม่ได้ตามบล็อค
pspnppohx@msn.com

thank you very much kub :)
โดย: เอ IP: 37.59.6.32 วันที่: 25 สิงหาคม 2558 เวลา:7:33:36 น.
  
ขอบคุณค่ะคณเอ..ใช้กล้อง compact ธรรมดาเลยค่ะ Cannon G7X พอดีเป็นคนชอบพกอะไรแบบกระทัดรัด เห็นอะไรปุ๊ปหยิบขึ้นมาถ่ายได้ทันทีเลย
โดย: jellyjourney วันที่: 26 สิงหาคม 2558 เวลา:21:34:02 น.
  
ขอบคุณนะครับสำหรับข้อมูล. ตอนนี้อยู่ในโรม. เส้นทางเหมือนกะเจ้าของบล็อกเลย คือ โรม ฟลอเรนซ์ เวนิส มิลาน. ละเอียดดีมากครับ
โดย: วี IP: 37.59.6.32 วันที่: 29 กันยายน 2558 เวลา:2:31:55 น.
  
ตอนนี้..วันที่ 25/4/60..เวลา 05.47
นอนอยู่ที่..ฟลอเร้นค่ะ..กำลังอ่านข้อมูลของคุณ..พรุ่งนี้ต้องตะลุยต่อในฟลอเร้นส์...ข้อมูลที่ให้ไว้.ช่วยเรา..สองสาว..ได้เยอะมากเลยค่ะ..ขอบคุณมากค่ะ...
โดย: Porngam Bumrungkoh IP: 188.165.201.164 วันที่: 25 เมษายน 2560 เวลา:10:50:59 น.
  
ยินดีนะค้า ที่บลอคมีประโยชน์สำหรับคุณ Porngam :) ขอให้เที่ยวให้สนุกและปลอดภัยนะคะ
โดย: jellyjourney วันที่: 29 เมษายน 2560 เวลา:19:18:49 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

jellyjourney
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 57 คน [?]



สวัสดีค่ะ ชื่อ เยลลี่ นะคะ blog นี้สร้างขึ้นเพื่อเอาไว้แบ่งปันข้อมูลและประสบการณ์ในการไปเที่ยวของเรากับเพื่อนๆทุกคน เข้ามาเยี่ยมชม มาคุยกัน หรือมีอะไรติชมแนะนำกันได้นะคะ

Facebook page: Jellyjourney

follow my Instragram @JELLYJOURNEY for extraordinary pics in my ordinary life
+++ Please stay tuned for "Norway" trip +++