กันยายน 2557

 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
15
16
17
18
19
21
22
23
24
25
26
27
28
30
 
 
29 กันยายน 2557
All Blog
Washington, D.C. [Review] (part 3/3)
D.C. by jellyjourney part 3/3
3 วันสุดท้ายที่ดี.ซี. พร้อมข้อมูลการเดินทาง เทคนิคการเลือกที่พัก




Day 5Smiley

เข้าวันที่ 5 ของการเที่ยวดี.ซี.แล้วค่ะ วันนี้ชิลล์ ชิลล์ ไม่มีอะไรมาก เพราะฝนตกหนักมากและตกทั้งวันเลย Smiley เราเลยใช้เวลาทั้งวันอยู่ที่ National Gallery of Arts

National Gallery of Arts

National Gallery of Arts แบ่งออกเป็น 3ส่วนหลักคือ East building, West building, และ Sculpture garden ส่วน West building จะจัดแสดงคอลเลคชั่นของศิลปินชื่อดังมากมาย แบ่งเป็น American painting, French 19th-century paintings, Italian painting, Dutch and Flemish painting, Spanish painting, Decorative arts, European Sculpture, and Painting and Sculpture of the 20th Century คอลเลคชั่นที่เราชอบสุดก็คงเป็น French 19th-century paintings เหมือนเดิม มีภาพดังๆ เช่น Self-Portrait by Vincent Van Gogh, The Japanese Footbridge by Claude Monet, The Emperor Napoleon in His Study at the Tuileries by David, Jacques-Louis, และ Wiven Hoe Part by John Constable เป็นต้น แค่ West building ก็ดูกันได้เป็นวันแล้วค่ะ ภายใน west building มี Garden Café ขายอาหารคาวหวาน บรรยากาศใช้ได้เลยนะคะ เดินไปซักครึ่งก็พักมารับประทานอาหาร สะดวกดีไม่ต้องออกไปข้างนอก บุฟเฟต์ราคาหัวละ 20.75 USD

Rotunda


ใน museum มีสวนด้วยนะ


ส่วน East building จะจัดแสดงงานศิลปะร่วมสมัยค่ะ แต่ตัวตึกเริ่มมีการ renovate ใหม่เมื่อต้นปี 2014 นี่เอง เราเลยไม่ได้เข้าไปชม ส่วน Sculpture Garden จะเป็นสวน outdoor จัดแสดงรูปปั้น

National Gallery of Arts ตั้งอยู่ระหว่าง 3rd-9thstreet ตัดกับ Constitution avenue บน National mall เดินทางด้วยรถใต้ดินสายสีเหลือง/สีเขียว ลงสถานี Archives

เปิดทุกวัน ยกเว้น 25 ธันวาคม และ 1 มกราคม วันจันทร์-เสาร์ 10.00-17.00 วันอาทิตย์ 11.00-18.00

พอตกเย็นก็ไป Georgetown กันอีกรอบ เพื่อร่วมทัวร์ Ghost at Georgetown ของ DC by foot ค่ะ ฟังชื่อแล้วน่ากลัวเนอะ ทัวร์นี้จะเดินไปตามถนนตามซอยใน Georgetown แล้วก็แวะหยุดตามบ้านที่มีประวัติที่น่าสนใจ แต่ไม่ได้สยองขนาดนั้นนะคะ จะเป็นเรื่องราวตามประวัติศาสตร์เสียมากกว่า ย่าน Georgetown เป็นย่านเก่าแก่มากของดี.ซี บ้านหลายๆหลังอายุเป็นร้อยปี แถมที่นี่ยังมีบันไดที่ใช้ถ่ายทำภาพยนต์สยองขวัญเรื่อง The Exorcist ด้วย ทัวร์เริ่มประมาณ 2 ทุ่มครึ่ง จบ 4 ทุ่ม รวมเวลาแล้ว 1.30 ชม ค่ะ..แนะนำนะคะ เราค่อนข้างชอบทัวร์นี้มากเลยแหละ ไม่จำเป็นต้องเฉพาะวันรุ่นเท่านั้นนะ วันนั้นในทัวร์ก็มีผู้ใหญ่มาร่วมด้วย


Day 6Smiley

US Holocaust Memorial Museum

ที่นี่เป็นทั้งพิพิธภัณฑ์และอนุสรณ์สถานรำลึกถึงเหตุการณ์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว มีการจัดนิทรรศการ 3 ชั้นเพื่อแสดงเรื่องราวและประวัติศาสตร์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อย่างละเอียด เราใช้เวลาเดินอยู่ที่นี่ 3 ชั่วโมงเลยค่ะ เค้าทำนิทรรศการได้น่าสนใจมาก มีหลักฐานของจริง มีภาพวิดิโอ มีภาพถ่าย สะเทือนใจสุดๆเลย


นี่เป็นด้านหน้าของ Museum ส่วนด้านในห้ามถ่ายภาพค่ะ เราต้องมารับบัตรเข้าชมฟรีก่อนนะคะ มีแจกทุกวันข้างๆ Museum เนี่ยแหละ เปิดทุกวัน ยกเว้นวันที่ 4 ตุลาคม และ 25 ธันวาคม ตั้งแต่ 10.00-17.30 เดินทางโดยรถใต้ดินสถานี Smithsonian สายสีน้ำเงิน/ส้ม/เงิน

The White House

ทำเนียบขาวบ้านพักและที่ทำงานของประธานาธิบดีสหรัฐค่ะ เวลาเราดูในหนังจะรู้สึกว่าทำเนียบขาวมันน่าจะใหญ่โตและเท่มากๆ แต่พอเห็นของจริง ตึง! นี่มัน บ้าน-สี-ขาว นี่หน่า 55+ บอกตรงๆว่ามันก็เป็นเหมือนบ้านหลังใหญ่มีสนามหญ้าใหญ่มากๆหน้าบ้าน แต่จริงๆแล้วด้านในอลังการมากเลยนะ มีห้องถึง 132 ห้อง และ 1 สระว่ายน้ำ ทำเนียบขาวมีทั้งหมด 6 ชั้น จากด้านนอกเราสามารถมองให้ได้ทั้งด้านหน้าของทำเนียบขาว ทั้งทางทิศเหนือและทิศใต้

วิวตอนกลางวัน


วิวตอนกลางคืน


เราสามารถเข้าไปทัวร์ทำเนียบขาวด้านในได้นะคะ แต่ต้องทำเรื่องผ่านสถานฑูตไปล่วงหน้าหลายเดือนเลย

ทำเนียบขาวตั้งอยู่ตรงข้ามกับ Washington Monument จะเดินไปจาก National mall ก็ได้ หรือรถไฟใต้ดินสถานีใกล้สุดคือ McPherson Square สายสีน้ำเงิน/ส้ม/เงิน

National Museum of Natural History

อีกหนึ่งพิพิธภัณฑ์ที่ถูกใจทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ค่ะ เป็นพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับธรรมชาติ จัดแสดงสัตว์สตาฟนานาชนิด ทั้งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์น้ำ สัตว์เลื้อยคลาน นก โครงกระดูกของสัตว์ต่างๆ นอกจากนั้นยังมีจัดแสดง หิน และอัญมณีด้วย คอลเลคชั่นของที่นี่ใหญ่จริงๆค่ะ ถ้าเค้าบอกว่ามีนกสตาฟ ก็มีเป็นร้อยๆตัว บอกว่ามีโครงกระดูกก็มีตั้งแต่โครงกระดูกของนก งู เต่า จนไปถึง ลิง ปลาวาฬ จระเข้และไดโนเสาร์เลยของเค้าดีจริงๆ




ข้าไปโถงด้านในปุ๊ป ไฮไลท์เด่นสุดคือน้องช้างสตาฟค่ะ ตัวสถาปัตยกรรมด้านในก็สวยงาม ดูคลาสสิกดี แบ่งเป็นห้องย่อยๆสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรพลาดก็ชมคือ Hope Diamond ที่ชื่อว่าเป็น the most famous diamond in the world..Hope diamond เป็นเพชรฟ้าเข้มออกน้ำเงินหนัก 45.52 กะรัต ความดังของเพชรรนี้ไม่ได้อยู่ที่ความสวยเท่านั้น แต่บางคนเชื่อว่าเพชรนี้ต้องคำสาป ใครได้ครอบครองมันต้องมีอันถึงแก่ความตาย Hope Diamond มีประวัติยาวนานมาก มันเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเล จาก อินเดียไปฝรั่งเศส ไปอังกฤษ จนกระทั่งถูกส่งไปรษณีย์มาให้ Smithsonian Institution ที่สหรัฐอเมริกา

Hope Diamond


เปิดทุกวัน ยกเว้น 25 ธันวาคม ตั้งแต่ 10.00-17.30 ไม่เสียค่าเข้าชมค่ะ ตั้งอยู่ที่ National mall 9th-12thstreet Constitution Avenue เดินทางโดยรถไฟใต้ดินสถานี Federal Triangle บนสายสีน้ำเงิน/ส้ม/เงิน


Day 7Smiley

National Museum of American History

วันสุดท้ายเรามีเวลาครึ่งวันก่อนที่จะไปสนามบินในตอนบ่าย เลยมาเที่ยวอีกหนึ่งพิพืธภัณฑ์ที่เป็นไฮไลท์ค่ะ พิพิธภัณฑ์นี้บอกเล่าถึงประวัติความเป็นมาของสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ยุคอาณานิคม ยุคปฏิวัติอเมริกา ยุคสงครามกลางเมือง จนมาถึงยุคปัจจุบัน พิพิธภัณฑ์นี้จัดแสดงของหายาก ของเก่าในประวัติศาสตร์ เช่น ดาบของ George Washington ชุดของ Abraham Lincoln, Star-Spangled Banner Flag ธงชาติอเมริกาอายุกว่า 200 ปี ซึ่งสร้างแรงบันดาลใจให้ Francis Scott Key แต่งเพลงประจำชาติของประเทศสหรัฐอเมริกาขึ้น


เปิดทุกวัน ยกเว้น 25 ธันวาคม ตั้งแต่ 10.00-17.30 ไม่เสียค่าเข้าชม ตั้งอยู่ที่ National mall 12th-14th street Constitution Avenue เดินทางโดยรถไฟใต้ดินสถานี Federal Triangle บนสายสีน้ำเงิน/ส้ม/เงิน

เย่ๆ เป็นไงบ้างค่ะ จุใจเลยมั๊ยหละเรียกได้ว่า jellyjourney ไปเที่ยวทุกที่สำคัญ เก็บหมดทุกย่านเลย รวมๆแล้วทริปนี้ไปกัน 1 สุสาน 1 สวนสัตว์ 6 พิพิธภัณฑ์ 1 รัฐสภา1 บ้านสีขาว 4 walking tours เดินจนผอมเลยค่า


อยากไปวอชิงตันดี.ซี.กันมั๊ยคะ? เรามาดูกันนะว่าไปยังไง พักที่ไหนดี

ตั๋วเครื่องบินSmiley

ทริปนี้เนื่องจากฉุกละหุกมาก สุดท้ายจึงต้องนั่งเครื่อง 2 ต่อ คือ BKK-LAX (Los Angeles International Airport) และ LAX-IAD (Washington Dulles International Airport) โดย BKK-LAX เดินทางโดยสายการบิน EVA Airlines พักเครื่องที่ไทเป ส่วน LAX-IAD เดินทางโดย American Airlines ตั๋วเครื่องบินทั้งหมดราคารวมๆกันประมาณ 62,XXX บาทค่ะ แนะนำให้เพื่อนๆเดินทางตรงจาก BKK ไปลงที่ IAD จะประหยัดเวลากว่านะคะ ลองดูสายการบินเช่น Emirates หรือ Qatar Airways เค้ามีโปรโมชั่นอยู่บ่อยๆค่ะ เหลือ 4 หมื่นต้นๆเอง


สถานีรถไฟเชื่อมต่อระหว่างแต่ละ terminal ค่ะ


จริงๆวอชิงตัน ดี.ซี.มีอีกสนามบินที่ใกล้ตัวเมืองกว่า คือ Ronald Reagan National Airport (DCA) แต่ไม่ค่อยมีไฟล์ทจากกรุงเทพไปเท่าไหร่ มาบอกไว้สำหรับเพื่อนๆที่บินมาจากเมืองอื่นในอเมริกาหรือประเทศอื่นนะคะ

ที่พักSmiley

ที่พักใน วอชิงตัน ดี.ซี. หลักๆมีอยู่ 2 แบบค่ะ คือโรงแรมและ Bed and Breakfast ถ้าโรงแรมก็จะราคาสูงหน่อย มีตั้งแต่คืนละ 1X,XXX บาท จนถึง 6,XXX บาท ส่วน Bed and Breakfast จะเป็นอารมณ์เราไปอาศัยอยู่ในบ้านของ host ตอนเช้าตื่นมา host ก็เตรียมอาหารเช้าไว้ให้ค่ะ ซึ่งก็แบ่งได้เป็น 2 แบบ คือ 1) Host มีห้องนอน 2 ห้อง Host นอนห้องนึง เราก็นอนอีกห้องนึง 2) Host มีห้องหลายๆห้องคล้ายโรงแรมแต่ไม่มากเท่า ประมาณ 10 ห้อง แต่ Host จะไม่อยู่กับเราที่บ้านนะคะ..อย่างหลังเนี่ย โดยส่วนตัวเราไม่แนะนำเท่าไหร่ เพราะเราไม่รู้ว่า host เป็นใคร แถมก็มีคนแปลกหน้ามาอยู่รวมกันหลายๆคน 55 ไม่รู้สิ แต่แบบแรกดูจะโอเคกว่านะคะ

ที่วอชิงตัน ดี.ซี.เค้ามีเวบไซด์ส่วนกลางรวมเอา B&B แทบทั้งหมดมาไว้ด้วยกันเราสามารถดูห้องว่าง ราคา บรรยากาศห้องและบ้าน และจองห้องพักผ่านเวบไซด์นี้ได้เลย จะมีคนส่วนกลางคอยประสานงานอยู่ค่ะ เข้าไปดูได้ ที่นี่ //www.bedandbreakfastdc.com/

เทคนิคในการเลือก B&B

1. เป็นแบบHostอยู่กับเราหรือไม่?

2. Breakfast เป็นแบบ American breakfast (hot cooked) หรือ continental breakfast ถ้า cook คืออาหารทำร้อนจำพวก เมนูไข่ต่างๆ เบคอน ไส้กรอก แต่ถ้า continental ก็จะเป็นพวก โยเกิร์ต คอนเฟลค ขนมปัง  อะไรที่ไม่ต้องทำใหม่ ถ้า hot cooked breakfast ก็ย่อมราคาสูงกว่า continental เป็นธรรมดาค่ะ

3. ทำเลที่ตั้งควรเลือกที่อยู่ใกล้รถไฟใต้ดินหรืออยู่ในระยะเดินถึงสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ ส่วนมาก B&B ที่นี่ทำเลดีทั้งนั้น แต่ละ B&B เค้าจะบอกไว้เลยว่าเดินกี่นาทีถึงที่นั่นที่นี่

4. ที่เหลือก็ลองเข้าไปดูรีวิวในTrip Advisorหรือเวบอื่นๆดูนะคะ

  • Dupont Circle Hotel

โรงแรมนี้มีดีที่ทำเลค่ะ เพราะสามารถเดินไปสถานีรถไฟใต้ดินภายในเวลาไม่ถึง 5 นาที แถมมี Krispy Kreme และ Starbucks อยู่ใกล้ๆด้วย ห้องพักก็โอเคนะ ไม่ได้เล็กมาก สะอาดสะอ้าน พนักงานบริการดีค่ะ ตอนกลางคืนใครสนใจลงไปนั่งชิลล์ก็คึกคักมากเลย ส่วนตอนเช้าแม้ราคาห้องพักจะไม่รวมอาหารเช้า เราก็สามารถลงมาสั่งอาหารเช้าทานด้านล่างได้ หรือไม่งั้นแถวโรงแรมก็มีร้านอาหารเช้าอื่นๆเปิดบริการเพียบเลยค่ะ ราคาคืนละประมาณ 200 USD



  • Celia’s Place

อีกหนึ่ง B&B ที่ทำเลดี รีวิวเยี่ยมค่ะ สามารถเดินไปรัฐสภาได้เลยหรือจะเดินไปขึ้นใต้ดินก็แค่ 5 นาทีเท่านั้น อาหารเช้าที่นี่เป็นแบบ continental ราคาคืนละประมาณ 150-185 USD แล้วแต่ช่วงเวลาค่ะ

บรรยากาศ Celia’s Place







  • Independence House Bed and Breakfast

B&B ที่นี่ก็ได้ review ดีมากเลยค่ะ มีคุณป้าเป็น host อีกเช่นเคย อาหารเช้าเป็น continental breakfast ทำเลก็ดีเดินเพียง 4 blocks ถึงรถไฟใต้ดินสถานี Eastern Market หรือจะเดินไปรัฐสภาเลยก็ได้



ค่าอาหารSmiley

อาหารที่นี่ราคาค่อนข้างแพงค่ะ แต่ราคาที่แพงก็เหมาะสมกับปริมาณที่เยอะจุใจ ซึ่งบางทีก็เยอะเกินไปสำหรับคนไทยอย่างเราที่จะกินหมด ทริปนี้เรารับประทานอาหาร 2 วันต่อมื้อเอง คือ มื้อเช้า และมื้อบ่าย (ประมาณบ่าย2) แต่ละมื้อก็พยายามจะแชร์กันเพื่อให้ได้รับประทานอาหารที่หลากหลายและปริมาณไม่เยอะมากเกินไป ร้านอาหารในทริปนี้เป็นร้านแนะนำทั้งนั้นเลยนะจ๊ะ รสชาติถือว่าอร่อยของคนที่นี่ แต่อร่อยถูกใจคนไทยรึปล่าวนั้นอีกเรื่องนึง Smileyเฉลี่ยแล้วตกประมาณมื้อละ 30-50 USD แถมต้องทิปขั้นต่ำอีก 15% ของราคาอาหารด้วยนะจ๊ะ..ดูชื่อร้านได้ใน Itinerary และรายละเอียดของร้านได้จาก content ในแต่ละวันค่า


ขอจบ blog ดี.ซี.ไว้เพียงเท่านี้นะคะ หวังว่าคงเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆไม่มากก็น้อย สำหรับใครที่วางแผนจะเดินทางไปอเมริกา ลองพิจารณาแวะไปเที่ยววอชิงตัน ดี.ซี.ดูนะคะ

ใครมีคำถามหรืออยากพูดคุยกัน คอมเมนต์มาได้เช่นเคยค่ะ

Please visit my previous D.C. blogSmiley

D.C. blog part 1 here

D.C. blog part 2 here




Create Date : 29 กันยายน 2557
Last Update : 10 ธันวาคม 2558 20:51:46 น.
Counter : 4840 Pageviews.

8 comments
  
ขอบคุณนะคะ อ่านแล้วอยากไปค่ะได้ความรู้เยอะเลยค่ะ
โดย: Maneerat IP: 171.96.177.102 วันที่: 3 กรกฎาคม 2558 เวลา:17:15:05 น.
  
ขอบคุณมากค่ะที่ติดตาม
โดย: jellyjourney วันที่: 12 กรกฎาคม 2558 เวลา:20:14:13 น.
  
มีประโยชน์มากค่ะ
โดย: Bee IP: 157.7.52.183 วันที่: 5 ตุลาคม 2558 เวลา:16:05:54 น.
  
มีประโยชน์มากค่ะ
โดย: Bee IP: 157.7.52.183 วันที่: 5 ตุลาคม 2558 เวลา:18:17:34 น.
  
กำลังวางแผนจะไปเที่ยวประมาณเดือนหน้า รีวิวได้น่าติดตาม อ่านง่ายแต่ได้รายละเอียดครบดีมากๆค่ะ ขอบคุณนะคะ ^_^
โดย: Ing IP: 1.0.138.9 วันที่: 2 สิงหาคม 2559 เวลา:19:56:19 น.
  
ขอบคุณที่ติดตามค่า จำได้ว่าตอนเขียนกะเอาให้ละเอียดเลย เพราะตอนนั้นจะไปเองก็หาข้อมูลยากพอสมควร :)
โดย: jellyjourney วันที่: 28 สิงหาคม 2559 เวลา:18:44:22 น.
  
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ จะไปช่วงสงกรานต์นี้ พักบ้านอาที่เวอร์จิเนีย แต่ที่เที่ยวหลักๆก็คงเป็นที่ DC นี่แหละครับ
โดย: Captain15 IP: 192.99.15.166 วันที่: 19 มกราคม 2560 เวลา:19:32:02 น.
  
สุดยอดค่ะ ข้อมูลดีมาก กำลังมองหาที่พักอยู่เลยค่ะ
โดย: พี่ติ๋ว IP: 58.10.153.222 วันที่: 13 เมษายน 2560 เวลา:19:55:00 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

BlogGang Popular Award#13



jellyjourney
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 55 คน [?]



สวัสดีค่ะ ชื่อ เยลลี่ นะคะ blog นี้สร้างขึ้นเพื่อเอาไว้แบ่งปันข้อมูลและประสบการณ์ในการไปเที่ยวของเรากับเพื่อนๆทุกคน เข้ามาเยี่ยมชม มาคุยกัน หรือมีอะไรติชมแนะนำกันได้นะคะ

Facebook page: Jellyjourney

follow my Instragram @JELLYJOURNEY for extraordinary pics in my ordinary life
+++ Please stay tuned for "Norway" trip +++