มกราคม 2558

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
26
27
28
29
30
31
 
All Blog
Taiwan [Review] Taipei-Hualien-Taroko National Park 3days2nights
เที่ยวไต้หวันแบบ intensive 3 วัน 2 คืน ในเมืองไทเปและสัมผัสธรรมชาติที่ทาโรโกะ
ไปแล้วจะติดใจ สวยก็สวย อาหารอร่อย เดินทางสะดวก ราคาไม่แพง ห้องน้ำสะอาด ต้องการอะไรอีก!!



“ไต้หวัน” ช่วงนี้ได้ยินว่าเพื่อนๆเริ่มไปเที่ยวกันบ่อยขึ้นทำให้ Jellyjourney ต้องรีบมาเขียนบลอคเพื่อให้เพื่อนๆคนอื่นๆได้ใช้เป็นข้อมูลกันค่ะ ต้องบอกเลยว่าทริปนี้ผ่านมานานมาก เราไปมาตั้งแต่เดือนกันยายนปี 2011 ทริปนี้ไปสั้นๆใช้เวลาเพียง 3 วัน 2 คืน เท่านั้น เป็นคอร์สเรียนรู้ไต้หวันแบบ intensiveค่ะ Smileyทริปนี้ไปด้วยกัน 2 เมือง คือ กรุงไทเป เมืองหลวงของไต้หวันและ ฮัวเหลียน จังหวัดทางภาคตะวันออกเพื่อไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติทาโรโกะ

Itinerary ของทริปนี้ค่า


Visa and Hotel

การเดินทางมาไต้หวันต้องใช้วีซ่าค่ะ ราคา 1,500บาท แต่มีอีกวิธีที่เพื่อนๆสามารถ skip การทำวีซ่าไต้หวันได้ หากเพื่อนๆมีวีซ่าของประเทศใดประเทศหนึ่งได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา ญี่ปุ่น อังกฤษ อียู (Schengen Visa) ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ที่ยังไม่หมดอายุ ยกตัวอย่าง อย่างประเทศอเมริกาเนี่ย ขอวีซ่าทีได้นานหลายปีก็สามารถใช้ไปเที่ยวไต้หวันได้ หรือใครเคยทำ วีซ่า multiple ของประเทศญี่ปุ่นไว้ก็ใช้ได้เช่นกันค่ะ สะดวกสุดๆ..จัดการเรื่องวีซ่าได้แล้วก็จองโรงแรมค่ะ โรงแรมที่เราไปอยู่ตอนนั้น ชื่อ SWIIO เป็น boutique hotel แบบล้ำมากๆค่ะ อยู่ในย่าน Ximending ซึ่งเป็นย่านแสงสีเสียงที่ค่อนข้างดังในไทเปจนได้รับสมยานามว่า Shibuya of Taipei เลยค่ะ ย่านนี้ค่อนข้างพลุกพล่านตอนกลางคืนจึงไม่เปลี่ยวจนน่ากลัวค่ะ

Transportation

ทริปนี้เราเดินทางด้วยสายการบินไทย TG 634 ออกจากกรุงเทพ 07.10 ถึง Taiwan Taoyuan International Airport 11.50 หลังจากนั้นเราก็ต้องเดินทางจากเมือง Taoyuan เข้าเมืองไทเป วิธีการเดินทางมีหลากหลาย จะนั่งรถบัสทีเดียวจาก airport เข้าเมืองก็ได้ ค่าโดยสารประมาณ $NT125 ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง หรือจะนั่งรถบัสไปที่สถานีรถไฟ $NT30 ประมาณ 20 นาที เพื่อต่อรถไฟความเร็วสูง Taiwan High Speed Rail (THSR) อีก $NT160 ประมาณ 20 นาทีค่ะ ทริปนี้เราเลือกวิธีหลังเพราะอยากนั่ง THSR และต้องการความควบคุมเวลานิดนึงค่ะ (ไต้หวันดอลล่าร์ค่าเงินเกือบเท่าเงินบาทเลยค่ะคิดง่ายๆ $NT1 ก็เท่ากับ 1 บาทนั่นแหละ)

While waiting for the train


โฉมหน้า THSR


ส่วนการเดินทางในตัวเมืองไทเปนั้นสะดวกมากเลยค่ะ ที่ไทเปเดินทางด้วยรถไฟใต้ดิน มีทั้งหมด 5 สายด้วยกันแทบจะเรียกว่าทุกสถานที่ท่องเที่ยวในไทเปสามารถนั่งรถไฟใต้ดินไปได้ค่า โดยสารขึ้นกับระยะทาง ราคาจะอยู่ระหว่าง $NT20-55 เราสามารถซื้อบัตร Easy pass เพื่อลดราคาตั๋วโดยสารได้ 20ในแต่ละเที่ยวการเดินทาง โดย Easy pass มีค่าธรรมเนียมบัตร $NT100 และต้องเติมเงินอย่างต่ำครั้งละ $NT100 บัตรมีอายุ 2 ปีสามารถนำมาใช้ได้อีกรอบหากมาเที่ยว หรือถ้าจะกลับแล้วคืนบัตร จะได้เงินที่เหลือในบัตรคืนทั้งหมดหักกับค่าบัตร $NT 20 จาก $NT100 ที่จ่ายไปตอนแรกเช่น ถ้ามีเงินเหลือ 150 จะได้คืนมา $NT150+80 = 230 ค่ะ นอกจากนั้นก็ยังมีบัตร one day pass ราคา $NT150 ด้วยนะ แต่สรุปแล้วทริปนี้เราเห็นว่าอยู่ไทเปแค่ 2 วันและแต่ละวันก็ขึ้นรถไฟใต้ดินไม่เยอะเท่าไหร่ ทำให้ใช้ตั๋วแบบเที่ยวเดียวตลอดไม่ได้ซื้อ easy pass แต่อย่างใดค่ะ

นี่เลย รถไฟใต้ดินของไทเป สะดวกสบาย สะอาด (โดยเฉพาะห้องน้ำที่สถานีรถไฟจริงๆนะ ประทับใจ) เดินทางง่าย แค่ขึ้นถูกชานชะลา ออกทางออกให้ถูกก็ไม่หลงแล้วค่ะ อีกอย่างที่ไต้หวันจะมีอาสาสมัครคอยช่วยเหลือนักท่องเที่ยว พูดภาษาอังกฤษกันคล่องแคล่วเชียวค่ะ


แผนที่รถไฟไต้ดินค่ะ มีทั้งหมด 5 สายด้วยกัน หาโหลดได้ ที่นี่



DAY 1: Taipei 101 – Long Shan Si Temple – eating at Din Tai Fung Smiley

Taipei 101

ตึกไทเป 101 ครั้งหนึ่งเคยเป็นตึกที่สูงที่สุดในโลกด้วยความสูง 509 เมตร ครองแชมป์ยาวนาน 6 ปี ตั้งแต่ 2004-2010 จนโดนโค่นแชมป์โดย Burj Khalifa แห่งนครดูไบ (จำกันได้มั๊ยเอ่ย ถ้าจำไม่ได้กลับไปดูบลอคดูไบของ Jellyjourney ได้นะจ๊ะ อิอิ) ตึกไทเป 101เปิดให้เช่าพื้นที่แก่บริษัทต่างๆเพื่อใช้เป็นสำนักงาน บริษัทชั้นนำหลายบริษัทก็มีออฟฟิสอยู่ที่ตึกนี้ค่ะ วันนี้เราเข้าไปไทเป 101 เพื่อขึ้นลิฟท์ที่เร็วที่สุดในโลก 88 ชั้นไปยังส่วนชมวิวด้านบน ค่าขึ้นไป indoor observatory $NT500 ขึ้นไปด้านบนวิวสวยดีค่ะ 360 องศาเลย แต่วันนั้นที่เราขึ้นไปฟ้ามันจ้าๆเลยเห็นเมืองไทเปไม่ค่อยชัดเลยแต่ถ้าใครอยากจะมาชมตอนกลางคืนก็ได้นะคะ เค้าเปิดตั้งแต่ 9.00-22.00 ทุกวันแต่ต้องซื้อบัตรและเข้าชมก่อน 21.15 นะจ๊ะ

ไทเป 101 มี the biggest wind damper in the world เจ้า wind damper นี้เป็นลูกเหล็กทรงกลมที่ใช้ติดตั้งในอาคารเพื่อลดการสั่นสะเทือนของตึกกรณีมีลมประทะแรงๆ หรือเกิดแผ่นดินไหว wind damper ของไทเป 101 มีน้ำหนักถึง 660 ตันและที่สำคัญเปิดโล่งให้คนสามรถเข้าชมได้ใกล้ๆ ไม่เหมือนกับตึกอื่นๆที่ปิดไว้ทำให้เราไม่สามารถเห็นได้ค่ะ และ damper นี่เองที่ไทเป 101 นำมาทำเป็นมาสคอต ชื่อว่า Damper baby ตุ๊กตากลมๆน่ารักๆที่ประดับอยู่ทั่วตึกเลยค่ะ

วิวจากด้านบนค่ะ


หน้าตาตึกไทเป 101


ก่อนขึ้นต้องซื้อตั๋วกันก่อนนะจ๊ะ ตอนนั้นเราไปค่าเข้า $NT400 ตอนนี้ $NT500 แล้วค่าา


การเดินทางโดยรถไฟฟ้าลงที่สถานี Taipei 101 บนสายสีแดง

แวะทานเสี่ยวหลงเปาอร่อยๆที่ Din Tai Fung แม้ร้านนี้จะมาเปิดแล้วที่เซนทรัลเวิร์ล กรุงเทพ แต่มาไทเปทั้งที่ต้องแวะทานแบบออริจินอลกันหน่อย ร้านนี้มีหลายสาขาเยอะมากที่ไทเป..ที่ไทเป 101 ก็มี


Long Shan Si Temple

วัดหลงซานซื่อ เป็นวัดพุทธที่มีชื่อเสียงและมีผู้เคารพนับถือมากมาย เป็นวัดในไต้หวันที่ห้ามพลาด วัดนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1738 เก่าแก่มากๆ เราไปวัดในตอนกลางคืน สวยไปอีกแบบค่ะ แสงของเทียนจากผู้คนที่มากราบไหว้สว่างไปทั่วเลย มาวัดนี้แล้วก็อย่าลืมไปแวะชิมและแวะชมอาหารแปลกๆที่ Huaxi Night Market นะคะ ขอบอกว่าแปลกจริงต้องไปดูอยู่ติดกับวัดเลย




Huaxi Night Market


การเดินทางโดยรถไฟฟ้าลงที่สถานี Longshan temple บนสายสีฟ้า

นั่งรถไฟใต้ดินเพียงต่อเดียวจากวัดมาลงสถานี Ximen ก็ถึงที่พักแล้วค่ะ ออกจากรถไฟมานี่ตกใจเลยเหมือนโรงแรมอยู่ใจกลางสยาม ผู้คนเดินกันควักไขว่ แสงสีจากตึกก็สว่างดีเชียวค่ะจบวันแรกไปอย่างชิลๆ เตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางอย่างหนักในวันพรุ่งนี้



DAY 2 Hualian (Taroko National Park)Smiley

เช้านี้รีบเด้งออกจากโรงแรมไปขึ้นรถไฟในตอนเช้าเพื่อไปจังหวัด Hualien จังหวัดทางภาคตะวันออกของเกาะค่ะ เป้าหมายของวันนี้เราจะทำ one day trip ที่ Taroko National Park อุทยานแห่งชาติทาโรโกะเป็นอุทยานที่มีชื่อเสียงมากในไต้หวัน ด้วยภูมิประเทศที่สวยงามทั้งภูเขาและแม่น้ำ กำเนิดเป็นช่องเขาที่สวยงามมากๆ จุดที่น่าสนใจในทาโรโกะได้แก่ Tunnel of Nine Turns, Eternal Spring Shrine, Swallow Grotto, Jinheng Park, The Bridge of the Kind Mother, Tiansiang , Jhueilu Precipice,Lioufang Bridge, Hill of Yu the Great และ Buluowan เป็นต้น

การท่องเที่ยวในทาโรโกะ วิธีที่นิยมกันคือการจ้างไกด์ที่เป็นแทกซี่ให้ขับพาเข้าไปชมในจุดต่างๆของอุทยานค่ะ สามารถไปดูข้อมูลใน trip advisor เพื่อหารายชื่อไกด์ที่แนะนำกัน ควรจะติดต่อไปตั้งแต่อยู่เมืองไทย นัดแนะวันเวลาที่จะให้เค้ามารับค่ะ พอเราไปถึงสถานีรถไฟ Hualien จะได้เริ่มท่องเที่ยวกันเลย (ตอนนั้นที่ไปใช้บริการของ Tonny Teng, tonny5710@yahoo.com.tw, 0916-993-938. ลองดูได้ค่ะ)

ถึงแล้วว


ทางเดินจะเป็นแบบนี้ค่ะ แอบน่ากลัว แต่สวยมาก


น้ำสีฟ้าสวยมากก


ลักษณะการท่องเที่ยว คนขับรถจะขับพาเราไปแวะชมตามจุดต่างๆในทาโรโกะ บางสถานที่เป็นทางเดินศึกษาธรรมชาติต้องเดินเข้าไปเอง เค้าก็จะนัดจุดนัดพบกับเราที่ทางออก วันนั้นที่ไปก็มีทัวร์จีนเยอะเหมือนกัน มาเป็นรถบัสเลยค่ะ แต่คนต่างชาติก็ไม่เยอะมาก ทางเดินที่ทาโรโกะจะค่อนข้างอันตรายนิดนึงนะคะเพราะอาจมีหินถล่มลงมาได้ จะมีป้ายเตือนเป็นระยะๆ บางส่วนก็ต้องเดินข้ามสะพานแขวนหรือเดินเข้าไปในอุโมงค์ที่มืด แต่รวมๆแล้วสนุกและสวยงามมากค่ะ




สะพานแขวนน่ากลัวมาก ไม่รู้เคยมีใครกล้าข้ามบ้างรึปล่าว แต่ Jellyjourney ขอบายค่ะ แค่เห็นก็ขาสั่นแล้ว


ทัวร์จีนค่ะ


ถนนและแม่น้ำคู่กัน


แนะนำให้ไปตั้งแต่เช้าเลยนะคะ เพราะใช้เวลาทั้งวัน นั่งรถไฟจาก Taipei main station ไป Hualien ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง รถไฟมีตั้งแต่ 7 โมงเช้าค่ะ ค่าโดยสาร $NT440 แนะนำว่าควรจองล่วงหน้าไปนะคะ เพราะบางช่วงคนเยอะมาก ตั๋วรถไฟอาจจะเต็มได้ดูข้อมูลเพิ่มเติม ที่นี่

Eternal Spring Shrine

จุดนี้ถ้าใครไม่ได้มาเห็นเรียกได้ว่ามาไม่ถึง Taroko เลยนะ ศาลเจ้านี้สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงทหารผ่านศึกกว่า 226 คนที่เสียชีวิตระหว่างการสร้างถนนในปี 1956-1960 เพื่อเชื่อมภาคตะวันออกและตะวันตกของไต้หวันทางถนน โดยตัดผ่านเทือกเขานี้ด้วย อีกชื่อหนึ่งของศาลเจ้านี้คือ Changchun Shrine ตั้งชื่อตามน้ำตก Changchun ศาลเจ้านี้ตั้งอยู่เหนือสายน้ำตกพอดี สวยงามมากจริงๆค่ะ


ซูมเข้าไปอีก


เราออกจากทาโรโกะตอนเย็นๆและแวะทานอาหารเย็นเป็นเกี๊ยวน้ำและเสี่ยวหลงเปาก่อนกลับค่ะ จะบอกว่าเสี่ยวหลงเปาที่ Hualien นี้ไม่เหมือนที่ไทเปนะคะตัวแป้งจะเหมือนซาลาเปา รถชาติดีมากๆ อย่าลืมไปลองให้ได้นะ



DAY 3 (National Palace Museum and Chiang Kai-ShekMemorial Hall)Smiley

วันสุดท้ายที่ไต้หวันแล้วใช้เวลาที่เหลือกับการเก็บอีก 2 landmark สำคัญค่ะ สถานที่แรก พิพิธภัณฑ์กู้กง

Gu Gong National Palace Museum

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติกู้กง อีกหนึ่งมิวเซียมดีๆที่ภายในอัดแน่นด้วยสมบัติเลอค่า เดิมงานศิลปะเหล่านี้อยู่ที่พระราชวังต้องห้ามในกรุงปักกิ่ง แต่เมื่อมีสงครามกับญี่ปุ่น และสงครามกลางเมือง ในช่วงปี 1931 – 1949 จึงมีการย้ายงานศิลปะจากปักกิ่งมาไว้ที่ไต้หวัน แม้จะขนมาไม่หมดแต่ขอบอกว่าเท่าที่ขนมาได้นั้นล้ำค่ามากๆแล้ว 

ด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ค่ะ


มูลค่างานศิลปะที่นี่มีค่ามากที่สุดแห่งหนึ่งในโลกเลยนะคะ ด้านในมีงานศิลปะอายุกว่าหมื่นปี จำนวนกว่า 6 แสนชิ้น แต่ชิ้นเด่นๆของที่นี่ก็จะมีหยกผักกาด (The Jadeite Cabbage) เป็นงานแกะสลักหยกเป็นหัวผักกาดขาวค่ะ! ทำไมต้องผักกาด? คนจีนมีความเชื่อว่าผักกาดขาวเป็นผักที่ทรหด ปลูกในสภาพอากาศแบบไหนก็ได้จึงเป็นสัญลักษณ์ของความอยู่ดีกินดี ไม่อดหยากหากมองดีๆจะเห็นตั๊กแตนเกาะอยู่ที่ผักกาดด้วยน้า งานแกะสลักละเอียดมากจริงๆน่าเสียดายที่เค้าไม่ให้เอากล้องเข้าไป แต่รูปข้างล่างนี้เอามาจาก Wikipedia ค่ะ


อีกชิ้นนึงที่โด่งดังคือ หินเนื้อหมู ต้องเรียกว่าหมูสามชั้นสินะถึงจะถูก เป็นการไล่สีของชั้นหินตามธรรมชาติอย่างน่าอัศจรรย์ พอมาแกะสลักเป็นชิ้นเนื้อหมูแบบนี้แล้ว ยิ่งเหมือนเข้าไปใหญ่เลยค่ะ


การเดินทาง นั่งรถไฟใต้ดิน ลงสถานี Shilin แล้วต่อรถบัสสาย R30 ค่ะ ค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์ $NT250 เปิดทุกวันตั้งแต่ 8.30-18.30

Chiang Kai-Shek Memorial Hall

อนุสรณ์สถานเจียงไคเช็ก ประธานาธิบดีผู้เป็นที่รักยิ่งของชาวไต้หวัน อนุสรณ์สถานนี้ใหญ่มาก เห็นแล้วทำให้นึกถึงหอฟ้าเทียนถานที่ปักกิ่งเล็กๆ ตัวอนุสรณ์ทำจากหินอ่อนสีขาว หลังคาแปดเหลี่ยมสีน้ำเงิน ต้องขึ้นบันไดสูง 89 ชั้นขึ้นไปถึงจะเจอรูปปั้นเจียงไคเช็ค เจียงไคเช็กถือเป็นประธานาธิบดีคนแรกของจีน เจียงไคเชคเริ่มเข้าสูการเมืองจากการเข้าร่วมพรรคก๊กมินตั๋งของ ดร. ซุนยัดเซ็น ภายหลังจึงได้สืบทอดอำนาจและเป็นผู้นำพรรคแทน ต่อมาเมื่อเกิดพรรคคอมมิวนิสต์อันมีเหมาเจ๋อตุงเป็นแกนนำคนสำคัญ ทำให้เกิดสงครามกลางเมืองขึ้น สุดท้ายเจียงไคเช็คพ่ายแพ้และต้องอพยพมาตั้งรัฐบาลจีนคณะชาติ (Republic of China) ที่ไต้หวันแทน ในปี 1949 ในขณะที่จีนแผ่นดินใหญ่ถูกครอบครองโดยพรรคคอมมิวนิสต์ และถูกสถาปนาเป็น สาธารณรัฐประชาชนจีน (People's Republic of China (PRC))


บริเวณรอบๆอนุสรณ์จะเป็นลานกว้างชื่อว่า Liberty square มี National theater และ National Concert Hall อยู่ในบริเวณนี้ด้วย


Freedom Square Memorial Arch


การเดินทางโดยรถไฟใต้ดินง่ายสุดๆ ขึ้นมาจากสถานี Chiang Kai-Shek Memorial Hall ก็เจอเลย ไม่เสียค่าเข้าชมนะจ๊ะ

ปิดท้ายด้วยป้ายน่ารักๆที่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน



จบทริปไต้หวันไปอย่างฟินๆค่ะ แม้มีเวลาไม่มากนักแต่ก็ถือเป็นการเที่ยวที่คุ้มค่ามากเลยค่ะ ใครสนใจไปไต้หวัน ลองเอาบางส่วนของทริปเราไปใส่ในแพลนของเพื่อนๆได้นะคะ ถ้าใครไปมาแล้ว ประทับใจไต้หวันยังไงมาเล่าให้ฟังกันบ้างนะ เจอกันทริปหน้าค่ะ Smiley




Create Date : 25 มกราคม 2558
Last Update : 10 ธันวาคม 2558 21:18:42 น.
Counter : 16125 Pageviews.

5 comments
  
สอบถามหน่อยค่ะ ค่าบริการ taxi ของ tonny เท่าไหร่อ่าคะ
พอดีว่าติดต่อไปค่ะ เค้ามีให้เลือกสองแบบคือ 6hrs ราคา 3000 NT กับ 8hrs ราคา 3500 NT ค่ะ แต่เห็นบางคนบอกว่าถ้าไปซื้อข้างหน้าเหลือ 2000 อะค่ะ
ไม่ทราบว่า จขกท ไปเท่าไหร่อะคะ แล้วมีความแตกต่างกันไหมคะ

gobbycoby@gmail.com
โดย: ก๊อบปี้ IP: 192.99.14.34 วันที่: 13 เมษายน 2558 เวลา:23:04:09 น.
  
ตอนนั้นไป 3000 NT ทั้งวันค่ะ แต่ต้องขอโทษด้วยว่าเคยไปแค่คนนี้คนเดียว เลยไม่ทราบว่าแตกต่างกับคนอื่นมากขนาดไหนค่ะ
โดย: jellyjourney วันที่: 14 เมษายน 2558 เวลา:19:50:42 น.
  
สอบถามค่า

ไป Taroko ขึ้น TRA ที่ไทเปเมนเนี่ย มันมีหลายขบวนป่าวคะที่ไป hualien แบบธรรมดา แบบด่วน ไรงี้ พอดีเข้าไป เชค ตารางเวลาของ TRA แล้ว งงนิดหน่อยค่า


เสี่ยวหลงเปาที่ Hualien นี่ พิกัด อยู่ตรงไหนคะ

ขอบคุงค่า
โดย: si IP: 133.130.49.172 วันที่: 24 มิถุนายน 2558 เวลา:13:57:08 น.
  
จากที่ดูในเวบ //twtraffic.tra.gov.tw/twrail/English/e_index.aspx ก็มีหลายขบวนมากนะคะ ชั่วโมงนึงก้มีอย่างน้อยๆ 2 ขบวน ส่วนมากจะเป็นแบบด่วนอยู่แล้ว เลือกดูจากช่อง estimated time นะคะ เลือกขบวนที่เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงนิดๆอะคะ ราคา $NT 440

ส่วนร้านซาลาเปา ต้องขอโทษด้วยที่จำพิกัดไม่ได้จริงๆค่ะ คนขับรถแทกซี่ที่เช่าพาไป เป็นร้านที่ local มากๆ แต่ซาลาเปานี่เป็นของดังของเมืองนี้อยู่แล้วค่ะ หาทานได้ไม่ยาก
โดย: jellyjourney วันที่: 25 มิถุนายน 2558 เวลา:21:10:58 น.
  
ขอบคุณมากๆนะคะ
โดย: Si IP: 49.228.198.106 วันที่: 28 มิถุนายน 2558 เวลา:12:59:53 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

BlogGang Popular Award#13



jellyjourney
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 55 คน [?]



สวัสดีค่ะ ชื่อ เยลลี่ นะคะ blog นี้สร้างขึ้นเพื่อเอาไว้แบ่งปันข้อมูลและประสบการณ์ในการไปเที่ยวของเรากับเพื่อนๆทุกคน เข้ามาเยี่ยมชม มาคุยกัน หรือมีอะไรติชมแนะนำกันได้นะคะ

Facebook page: Jellyjourney

follow my Instragram @JELLYJOURNEY for extraordinary pics in my ordinary life
+++ Please stay tuned for "Norway" trip +++