มกราคม 2559

 
 
 
 
 
1
2
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
South Vietnam -โฮจิมินท์ มุยเน่ ดาลัท 4 วัน 3 คืน 1 internal flight (Part 1/4)
South Vietnam l เวียดนามใต้
โฮจิมินท์ มุยเน่ ดาลัท
4 วัน 3 คืน 1 internal flight



สวัสดีค่ะ วันนี้จะมาเล่าประสบการณ์ที่ไปเที่ยวประเทศเวียดนามมาค่ะ นี่เป็นครั้งแรกที่ Jellyjourney ได้ไปเที่ยวประเทศเวียดนามนะคะ เนื่องจากเวียดนามมีหลายเมืองที่น่าไปเที่ยวมากๆเราก็ต้องเลือกก่อนเนอะว่าทริปนี้จะไปเมืองไหน รอบแรกนี้เราไปเที่ยวเวียดนามใต้ค่ะ เราไปทั้งหมด 3 เมืองด้วยกัน ได้แก่ โฮจิมินท์ (เมืองหลวง) มุยเน่ และดาลัท

ทริปนี้ขอเอาง่ายๆจึงใช้บริการของ tour agency ที่เวียดนามค่ะหาข้อมูลจาก PANTIP มาก็เลยใช้บริการกับบริษัท Vietsea ค่ะ เราติดต่อไปผ่านอีเมล์จากที่นี่เลย ทั้งตารางเที่ยว เรื่องการเดินทาง ค่าใช้จ่ายก็ตกลงกันเรียบร้อยตั้งแต่ก่อนไป ที่ให้เค้าจัดการให้ก็มี 1) ทัวร์อุโมงค์กู้จี (Cu Chi) ครึ่งวัน 2) รถจากโฮจิมินท์ไปมุยเน่ 3) private tour มุยเน่ ครึ่งวัน 4) รถจากมุยเน่ไปดาลัท 5) private tour ดาลัทเต็มวัน+ ส่งสนามบินดาลัท ส่วนเรื่องที่พัก เราจองไปเองผ่าน booking.com ค่ะ

ราคาที่ vietsea quote มาให้ตามด้านล่างนี้เลยค่ะ (as of Nov 15)

USD/person

Cu Chi Tunnels

5

Mui Ne Sand Dunes tour (half day: 04.30-09.00)(private)

15

Dalat tour (all day) (private)

24

BUS: Saigon – Mui Ne (Sleeping bus)

8

BUS: Mui Ne – Dalat (local bus)

10

Private car to Dalat airport

10 (per car)

ทริปนี้พักทั้งหมด 3 โรงแรมด้วยกัน คือที่ โฮจิมินท์ มุยเน่ และดาลัทอย่างละคืน จะมารีวิวโรงแรมให้ดูในบลอคท้ายสุดของเวียดนามนะคะ

ตารางการท่องเที่ยว 4 วัน 3 คืน ใน 3 เมืองของเราพร้อมค่าใช้จ่ายเป็นไปตามตารางข้างล่างเลยค่ะค่าใช้จ่ายทั้งหมดยังไม่รวมค่าเครื่องบินระหว่างประเทศ (กรุงเทพ <-> โฮจิมินท์) ตกแล้วคนละประมาณ 1 หมื่นบาท หากใครได้ตั๋วไปกลับ กรุงเทพฯโฮจิมินท์ถูกๆหน่อยก็บวกเพิ่มเข้าไปนิดเดียวจาก 1 หมื่นบาทค่ะ


การเตรียมตัว

สกุลเงินและการจ่ายเงิน : สามารถที่จะแลกเงินไทยเป็นเงินเวียดนามดอง Vietnam Dong (VND) ได้เลย หรือจะแลกเป็น US Dollars ไปก่อนแล้วค่อยไปแลกจาก USD เป็น VND ได้ ต้องบอกว่าแลกเงินดองจากดอลลาร์ได้เรทดีกว่าค่ะ ถ้าแลกธนบัตรใหญ่ แต่ต้องดูดีๆบางทีตอนที่ต้องการจะแลกกลับหาที่แลกไม่ได้ซะงั้นต้องไปแลกตามโรงแรมใหญ่ๆเอา หรือจะแลกตั้งแต่ที่สนามบินก็ได้ค่ะ ร้านค้าสามารถที่จะคิดราคาให้เราเป็นดองหรือดอลลาร์ได้หมดในกรณีฉุกเฉินที่เราไม่มีเงินดอง ส่วนร้านค้าใหญ่ๆก็จะรับบัตรเครดิตด้วยค่ะ

เราคิดเงินบาทได้ง่ายๆจากเวียดนามดอง คือตัด 0 สามตัวท้ายออกแล้วคูณด้วย 1.6 เช่น 100,000 VND = 160 บาท

การเดินทางในโฮจิมินท์ : ใช้การเดินเอาค่ะ ทุกอย่างอยู่ในระยะที่เดินถึงถนนก็ใหญ่ดี แต่เวลาข้ามถนนก็ต้องดูรถนิดนึงโดยเฉพาะรถมอเตอร์ไซด์ที่มีเยอะมากๆ แต่คนขี่มอเตอร์ไซด์ก็มีความสามารถในการหลบหลีกคนข้ามถนนได้เป็นอย่างดีค่ะ ถ้าเราเดินอย่างมั่นๆแล้วข้ามไปเลย โอกาสจะถูกชนยังน้อยกว่าข้ามแบบยึกยักๆอีก 55

ก่อนไปเวียดนามบอกเลยว่าค่อนข้างกลัวเพราะฟังมาเยอะว่าเพื่อนโดนฉกชิงวิ่งราวของหายกันไปหายคน เราจึงระมัดระวังเป็นพิเศษค่ะ เวลาเดินไปไหนที่เปลี่ยวๆก็ต้องดูให้ดีไม่เอาโทรศัพท์ออกมาเล่น ถ้าจะใช้ดูทางจริงๆก็ต้องหาที่สว่างๆแล้วค่อยดู สุดท้ายก็กลับมาบ้านอย่างปลอดภัย ของยังอยู่ครบ 100% ค่ะ

ตามมาเที่ยวโฮจิมินท์กันเลยดีกว่า Smiley


หลังจากนั่งเครื่องบินของสายการบินไทย TG 550 มาลงที่สนามบินเวลา 09.15 เราก็เดินทางไปฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรมก่อน เดินทางจากสนามบินโดยใช้บริการรถเมล์สาย 152 ค่ะ ตกคนละ 5,000 ดอง และเก็บค่ากระเป๋าใหญ่แยกอีก 5,000 ดอง ต้องดูดีๆว่าเรากระเป๋ากี่ใบ ไม่งั้นพนักงานเก็บเงินจะเหมาเอาว่าเรามีกระเป๋าใหญ่คนละใบไปเลย วิธีการขึ้นรถเมล์ คือพอออกจากประตูแอร์พอร์ตมาแล้วเดินไปทางขวาและข้ามไปเกาะกลางถนน จะเห็นรถเมล์จอดอยู่ก็ขึ้นไปเลยค่ะ

บรรยากาศในรถเมล์ ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีก้ถึงตลาดเบ่นถัน เราก็ลงแล้วเดินต่อไปยังโรงแรมค่ะ


เดินต่ออีกหน่อยเพื่อไปถนน Pham Ngu Lao


12.00: Vietsea Tourist

เข้าโรงแรมไปล้างหน้าล้างตาเสร็จก็เดินออกมายัง vietsea tourist เพื่อมาจ่ายเงินค่าทัวร์ทั้งหมดค่ะ เราจ่ายเป็นเงินสด 196 USD (ถ้าจ่ายบัตรเครดิตจะคิดเพิ่มอีก 3%) เราก็เชครายละเอียดกับพนักงานว่ารายการทัวร์ที่คุยกันมาถูกต้องครบถ้วนรึปล่าว เรียบร้อยแล้วพนักงานก็บอกว่าให้มาหาอีกทีพรุ่งนี้เช้าแล้วเค้าจะให้คูปองทัวร์เอาไว้ยื่นกับพนักงานตามจุดต่างๆค่ะ วันแรกนี่เราไม่ได้ใช้บริการทัวร์ โดยกะจะเดินเล่นในเมืองเอาเอง

12.30: Lunch at Pho 24 and having dessert at i.d. cafe

ก่อนไปเที่ยวแวะมาเติมพลังกันหน่อยด้วยเฝอร้อนๆชามโตๆ ร้านนี้มีหลายสาขามากๆ ขายเฝอไก่และเฝอเนื้อค่ะ (ไม่มีเฝอหมู) ราคาย่อมเยา ชามใหญ่ดีค่ะ


เฝอเสริ์ฟพร้อมกับผักสด


บรรยากาศร้าน


มาต่อด้วยร้าน i.d. café ร้านขนมนี้บรรยากาศดี ผนังเป็นอิฐดูอบอุ่น ขายทั้งกาแฟ ไอศครีม ขนมหวาน โยเกิร์ต มีเมนูให้เลือกเยอะเลยค่ะ เราสั่งไปทั้งหมดสามอย่าง คือ กาแฟร้อน ไอศครีมชอคโกแลตส้ม (อร่อยมากๆ) และ i.d.signature yogurt เป็นโยเกิร์ตรสธรรมชาติใส่ผลไม้และมูสลี่คะ ทานแล้วก็สดชื่นดี



บรรยากาศบ้านเมืองระหว่างทางที่เดิน



14.00: Reunification palace

เดินมาอีกไม่ไกลก็ถึง Reunification palace หรืออีกชื่อคือ Independence palace สถานที่แห่งนี้มีความหลังทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญมากๆ ต่อไปจะขอเล่าประวัติศาสตร์ของเวียดนามซักนิดเพราะ Jellyjourney เชื่อว่าหากเรารู้พื้นฐานของประเทศนี้ซักหน่อยจะทำให้เราเที่ยวอย่างเข้าใจและสนุกมากขึ้นค่ะ

เดิมทีที่แห่งนี้เคยเป็นสถานที่ตั้งของทำเนียบผู้ว่าการฝรั่งเศสในสมัยที่เวียดนามยังตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Norodom Palace ต่อมาเมื่อปี ค.ศ.1954 ฝรั่งเศสแพ้สงครามและยอมถอนกำลังออกจากเวียดนาม โดยได้ลงนามสนธิสัญญาเจนีวา แบ่งประเทศเวียดนามออกเป็นเวียดนามเหนือปกครองในระบอบคอมมิวนิสต์ ในขณะที่เวียดนามใต้อยู่ภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตย ตามที่ควรจะเป็นแล้ว มันควรจะมีการเลือกตั้งขึ้นในปี 1956เพื่อรวมทั้งสองส่วนเข้าด้วยกัน แต่สุดท้ายก็ไม่มีการเลือกตั้งเกิดขึ้นแต่กลับมีสงครามเวียดนามที่สร้างความเสียหายอย่างมหาศาลขึ้นมาแทน

ในส่วนของเวียดนามใต้หลังจากมีการแบ่งประเทศแล้ว ฝรั่งเศสได้ยก Norodom Palace ให้เวียดนามใต้ จนมาในปี 1955 นายกรัฐมนตรี Ngô Đình Diệm ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง เค้าได้สถาปนาตัวเองเป็นประธานาธิบดีของเวียดนามใต้ และเปลี่ยนชื่อสถานที่แห่งนี้เป็น Independence Palace

แค่เพียงไม่กี่เดือนก็เข้าสู่ยุคสงครามเวียดนามสงครามกินเวลาถึงประมาณ 20 ปี ตั้งแต่ พฤศจิกายนปี 1955 ถึงเมษายนปี 1975 เป็นสงครามระหว่างเวียดนามเหนือที่ได้รับการสนับสนุนจากรัสเซียจีนและประเทศคอมมิวนิสต์อื่นๆ และเวียดนามใต้ที่ได้รับการสนับสนุนหลักจากสหรัฐอเมริกา เวียดนามเหนือพยายามที่จะรวมเวียดนามทั้งสองส่วนเข้าด้วยกันภายใต้การปกครองแบบคอมมิวนิสต์ ในขณะที่สหรัฐฯต้องการกำจัดลัทธิคอมมิวนิสต์นี้ในแถบอินโดจีน ทำให้เกิดเป็นสงครามที่มีความสูญเสียอย่างมหาศาล สงครามสิ้นสุดลงในวันที่กองทัพเวียดนามเหนือนำรถถังทลายประตู Independence Palace เข้ามา และหลังจากนั้นเวียดนามเหนือและเวียดนามใต้ก็รวมตัวกันเป็น สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามในปัจจุบันส่วน Independence Palace ก็เปลี่ยนชื่อเป็น Reunification Palace

จากด้านนอกเราจะเห็นว่า Palace นี้มีการออกแบบอย่างเรียบง่าย นอกจากใช้เป็นที่อยู่ของประธานาธิบดีแล้ว ที่สำคัญกว่าคือใช้เป็นห้องประชุม ใช้รับรองแขกบ้านแขกเมือง ใช้ประชุมสภา และใช้เป็น war room บัญชาการการรบด้วย การเที่ยวที่นี่เราสามารถเดินดูห้องต่างๆได้เอง เราเก็บภาพมาให้ชมบางส่วนค่ะ

ด้านนอก


Cabinet room


State Banqueting Hall


Ambassador Chamber


War room


อย่าลืมขึ้นไปชั้นบนสุดเพื่อไปเก็บภาพมุมสูงสวยๆด้วยนะคะ จากตรงนี้จะเห็นสนามหญ้าวงกลมที่ได้รับการดูแลอย่างดีและมองเห็นถนน Le Duan ตรงกลางด้วย (ให้ความรู้สึกเหมือนยืนอยู่บนประตูชัยฝรั่งเศสและถ่ายไปยังถนน Champs Elysees เลย)


ค่าเข้าชม คนละ 30,000 ดอง เปิดทุกวันตั้งแต่ 7.30-11.30 และ 13.00-17.00

15.45: War Remnants Museum

พิพิธภัณฑ์สงครามนี้ควรค่าแก่การเข้ามาเยี่ยมชมค่ะ โดยหลักเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เล่าถึงประวัติศาสตร์สงครามเวียดนามผ่านทางรูปถ่าย อาวุธสงคราม ทั้งซากระเบิด ปืน หรือแม้แต่มีลูกระเบิดที่ยังไม่ระเบิดด้วย ด้านหน้าของพิพิธภัณฑ์จะจัดโชว์เครื่องบินรบ รถถังและเฮลิคอปเตอร์ของจริงที่ใช้ตอนสงครามเวียดนาม ส่วนภายในแบ่งเป็น 2 ชั้นและแยกเป็นห้องย่อยต่างๆ ดูแล้วสะเทือนใจมากค่ะ โดยเฉพาะห้องที่แสดงให้เห็นพิษของสารเคมี Dioxin ที่เป็นสารเคมีที่อยู่ในฝนเหลืองซึ่งกองทัพสหรัฐอเมริกาใช้พ่นใส่ป่าไม้ที่เวียดนามเพื่อให้ใบไม้ร่วงและจะทำให้เห็นทหารเวียดกงที่หลบซ่อนในป่าได้ง่ายขึ้น Dioxin ถือเป็นสารเคมีร้ายแรงมากมีพิษทำให้ผู้ได้รับสารทางตรงหรือทางอ้อมจากการทานอาหารที่มีสารปนเปื้อนมีความพิการทางร่างกายและสมอง กระทบระบบประสาท และอาจก่อให้เกิดมะเร็งด้วย แม้สงครามจะจบมาหลายปีแล้วยังมีชาวเวียดนามจำนวนมากที่ยังได้รับผลกระทบจากสารเคมีนี้ที่ตกค้างอยู่



"Napalm girl" photo taken by reporter Nick Ut received a number of international awards, including World Press Award and Pulitzer prize.

This photo ranked number 41 over 100 most influential photos in 20th century voted by Columbia University.



ค่าเข้าชม คนละ 15,000 ดอง เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 7.30-11.30 และ 13.30-17.00

เสร็จแล้วแวะทานกาแฟที่ Highlands coffee เป็นร้านกาแฟที่อยู่ตรงพิพิธภัณฑ์นั่นเลย อร่อยดีค่ะ กินกาแฟร้อนและกาแฟปั่นที่มีเยลลี่ด้วย




17.15 Notre Dame Cathedral & Post Office at night

เราแวะไปถ่ายรูปที่โบสถ์นอตเทอร์ดามตอนเย็นๆก่อนแสงหมดก็สวยดีเหมือนกันนะคะนอกจากนั้นยังแวะไปส่งโปสการ์ดกลับบ้านที่ไปรษณีย์ด้วยจุดเด่นของไปรษณีย์ที่นี่คือตึกสีเหลืองสวยงามมากค่ะ



Post office



หากไม่ได้มีโปสการ์ดมาอยู่แล้ว ต้องมาซื้อโปสการ์ดที่ร้านค้าทางด้านซ้าย เป้นตรอกเข้าไปค่ะ


18.30 Dinner at Ngon 38

ตอนค่ำของวันแรก เราทานอาหารเวียดนามที่ร้าน Ngon 38 ค่ะเป็นร้านอาหารแนะนำในหนังสือท่องเที่ยวหลายตำรา ร้านจะอยู่แถว IndependencePalace เลยความเก๋ของร้านนี้จะอยู่ที่โซนทำอาหารจะแบ่งเป็นซุ้มๆให้เราเดินไปสั่งได้เลยหรือจะสั่งรวมกันที่โต๊ะก็ได้ จะมีซุ้มปอเปี๊ยะทอด-ปอเปี๊ยะสด ซุ้มขนมเบื้องญวนซุ้มข้าวเกรียบปากหม้อ ซุ้มแหนมเนือง ซุ้มเฝอ ซุ้มของย่าง ซุ้มขนมและอีกหลายซุ้มเลยค่ะ เราชอบมากๆ รสชาติถือว่าใช้ได้ บรรยากาศดี ราคาไม่แพงด้วยค่ะ






20.00 Tran Nguyen Hai statue

ออกจากร้านอาหารก็เดินย่อยมาถ่ายรูปที่จัตุรัสโฮจิมินท์ลานบริเวณนี้มีรูปปั้นท่านโฮจิมินท์เด่นเป็นสง่าอยู่หน้าศาลาว่าการเมือง(ตึกสวยที่อยู่ข้างหลัง) โฮจิมินท์เป็นนักปฎิวัติชาวเวียดนามที่เป็นผู้ก่อตั้งฝ่ายเวียดมินห์และพรรคคอมมิวนิสต์ในเวียดนามเพื่อต่อสู้กับฝรั่งเศสจนชนะและทำให้เวียดนามไม่ต้องตกเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศสอีกต่อไป ในปี 1954 หลังจากเวียดนามได้รับอิสรภาพโฮจิมินห์ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีคนแรกของสาธารณรัฐประชาธิปไตยเวียดนามโฮจิมินท์เป็นผู้นำฝ่ายคอมมิวนิสต์ที่ได้รับการยกย่องมากถึงขนาดภายหลังสงครามเวียดนาม เมืองไซ่ง่อน ได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็นโฮจิมินท์ซิตี้ เพื่อเชิดชูเกียรติโฮจิมินท์...เมื่อไปดูประวัติของโฮจิมินท์ลึกๆแล้วมันน่าทึ่งมากที่ชีวิตเค้าอยู่ในต่างประเทศซะส่วนใหญ่ ทั้งจีน ฝรั่งเศส อเมริกาอังกฤษ หรือแม้แต่อยู่ที่ประเทศไทย ที่จังหวัดนครพนมกว่า 7 ปี โดยใช้ชื่อไทยว่า “ลุงโฮ”


20.30 Opera House

แวะไปถ่ายรูปต่อใกล้ๆที่โรงละครโอเปร่าตึกนี้สร้างแบบสถาปัตยกรรมยุโรป เป็นทรงครึ่งวงกลมสีเชมพูอ่อนๆ สร้างขึ้นในปี 1897ปัจจุบันเป็นที่ใช้แสดงละคร การแสดงต่างๆ


ตึกบริเวณนั้นในตอนกลางคืนก้สวยดีเหมือนกันนะคะ




21.00 ได้เวลากลับโรงแรมละค่าอากาศไม่ร้อนมากเราก็เดินกลับโรงแรมเลยจ้า ประมาณ 15 นาทีก็ถึงสบายๆเตรียมไปเที่ยวต่อพรุ่งนี้ค่ะ


Part 2/4 here
Part 3/4 here

facebook Page: Jellyjourney
Instagram: Jellyjourney
Bloggang: //jellyjourney.bloggang.com



Create Date : 03 มกราคม 2559
Last Update : 20 มีนาคม 2559 21:22:16 น.
Counter : 7568 Pageviews.

1 comments
  

มาเยี่ยมชม มาทักทาย

มาตามเที่ยวด้วยคนครับ ที่เวียดนามใต้ผมยังไม่เคยไปเลยครับ (เวียดนามไหนก็ยังไม่เคยไปทั้งนั้น) ดูแล้วบรรยากาศเหมือนบ้านเราเลยครับ อาหารก็ดูคุ้นตาด้วย

อิอิ

โดย: อาคุงกล่อง วันที่: 3 มกราคม 2559 เวลา:18:48:54 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

jellyjourney
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 57 คน [?]



สวัสดีค่ะ ชื่อ เยลลี่ นะคะ blog นี้สร้างขึ้นเพื่อเอาไว้แบ่งปันข้อมูลและประสบการณ์ในการไปเที่ยวของเรากับเพื่อนๆทุกคน เข้ามาเยี่ยมชม มาคุยกัน หรือมีอะไรติชมแนะนำกันได้นะคะ

Facebook page: Jellyjourney

follow my Instragram @JELLYJOURNEY for extraordinary pics in my ordinary life
+++ Please stay tuned for "Norway" trip +++