Group Blog
ธันวาคม 2554

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
30
31
 
All Blog
Lemond Bay In mY Heart ... เสียวยังไงก็ต้องทน

วันหยุดยาวเริ่มเข้ามา ทริปเดินป่าเข้ามาเป็นระยะ ดอยหลวงเชียงดาว ลังกาหลวง ลังกาน้อย ก้มดูพุงตัวเอง.... สรุป คงไม่ไหมแล้ว...


"ฮัลโล....มีมินิทริป ไปประจวบสนใจไหม? ใกล้ๆ เอง พักคืนเดียว" เสียงโทรศัพทชักชวนในวันศุกร์แหมกำลังเป็นผื่นคันเพราะอยู่บ้านนานเกินไป ผมแสนดีใจที่ไม่ถูกลืม อย่างน้อยก็ยังมีคนเห็นคุณค่าของผม

" ชิว ชิว" ผมคิด น่าไป ประจวบแค่นี้เอง "ไปด้วยคน" ผมตอบด้วยความรวดเร็ว

"ถ้าไปขับรถตามไปนะ รถตู้เต็มแล้ว" อ้าว อย่างนี้เรียกว่าชวนเหรอนี้ ....รู้สึกคุณค่าในตัวหายไปทันที.. ในเมื่อต่อมเที่ยวถูกสะกิดแล้ว ต้องไป



8 โมงกว่าๆ เราไม่ใช่ซิมาคนเดียวต้องผมซิออกเดินทาง มาคนเดียวก็ดีอยากออกตอนไหนก็ได้ อยากแวะไหนก็ได้ ผมตั้งความเร็วไม่เกิน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ผม Set ที่หมายใน GPS

"อ่าวมะนาว เป้าหมาย และวัดเขาช่องกระจก คือจุดแวะ"

บนถนนเส้นเพชรเกษมมีการจับความเร็วถึงสองจุด แต่ขอโทษ มะได้กินเงินผมแน่ ผ่านอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ตั้งใจไว้ว่า ขากลับแล้วกันจะกลับมาแวะ มีสองที่ คือ ถ้ำพระยานคร กับ ทุ่งบัว สองจุดที่ต้องมา Mark ที่ไว้ก่อน จะได้กลับมาถูก...แล้วก็เลยไป




อันที่จริงอ่าวมะนาวผมเคยได้ชื่อมานานแล้ว แต่สมัยก่อนขับรถเลยไปเที่ยวหาดวนกรแทน เคยถามเพื่อนอ่าวมะนาวมีอะไร น่าเที่ยวไหม ได้คำตอบว่า อ่าวมะนาวไม่น่าเที่ยวหรอก มีแต่มะนาวจะมาทำไม....เลยไม่ได้ไปเที่ยวอ่าวมะนาวตั้งแต่บัดนั้นมาจนบัดนี้

เกือบสิบเอ็ดโมงผมเลี้ยวซ้ายเข้าตัวเมืองประจวบ รถขึ้นสะพานเห็นวัดบนยอดเขาเดาได้เลยว่าต้องเป็นวัดเขาช่องกระจก  วัดนี้สร้างใหญ่โต น่าจะมีที่จอดรถด้านบน ทริปนี้ ชิว ชิว เหลือเกิน หลังจากที่ขับรถวนรอบเขาแล้วปรากฏว่าไม่เจอทางขึ้น สุดท้ายต้องจอดรถด้านล่าง

"อย่าขึ้นไปข้างบนเลยคุณ ลิงเยอะ ไม่มีอะไรดูหรอก" คุณป้าขายอาหารลิงบอก

"ซื้ออาหารเลี้ยงลิงแถวนี้ก็ได้ ลิงเยอะนะคุณ" อาจเป็นเพราะคุณป้าเห็นสังขารของผมเลยแนะนำว่า เอ็งไม่ต้องขึ้นข้างบนหรอก เดียวจะสิ้นชีพเป็นอาหารลิงแถวบันไดทางขึ้น

มาถึงแล้วจะถอยเหรอ ผมมันประเภท หุ่นไม่ใจแต่ใจรัก เดินหน้าลูกเดียว




ผมมองบันไดทางขึ้นเป็นบันไดปูนอย่างดี ดูแล้วไม่น่ามีปัญหา บันได 396 ขั้น ภูเขาสูงเพียง 245 เมตร ไม่น่ามีปัญหา สองข้างทางเจอเจ้าลิง นั่งไขว้ห้างกันเรียบร้อย ลิงที่นี้เรียบร้อยดีมาก สุภาพไม่แย่งสิ่งของจากนั่งท่องเที่ยว น่าเป็นแบบอย่างให้ลิงทั้งหลายๆที่ควรทำตาม ผมคิดว่าคนดูแลศาลพระกาฬที่ลพบุรี ควรจัดทริปพาลิงที่นั้นมาดูงานลิงที่วัดเขาช่องกระจกนะ



แดดวันนี้ดีมาก ฟ้าเป็นฟ้าสวย ยิ่งเดินสูงขึ้น ยิ่งเห็นทิวทัศน์ตัวเมืองประจวบชัดเจนเรื่อยๆ จนกระทั้งขึ้นไปถึงยอดเขาประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลองภายในมีพระสถูปบรรจุ พระบรมสารีริกธาตุ บนวัดเขาช่องกระจกสามารถมองเห็นเขาตาม่องล่าย ตัวเมืองประจวบ และเห็นเขาล้อมหมวก ซึ่งเป็นจุดหมายที่ตั้งใกล้อ่าวมะนาว

"ที่เขาล้อมหมวก น่าจะมีทางขึ้นเหมือนเขาช่องกระจกนะ ทริปนี้ชิว ชิว อีกแล้ว 5555" ผมแอบนึกในใจ

"โยมจะขึ้นเขาล้อมหมวกเหรอ" หลวงพ่อที่เฝ้าศาลาด้านบนถามผมแล้วมองด้วยสายตาแปลก!!!!

"แน่ใจเหรอ" หลวงพ่อพูดเสร็จ ก็เดินอมยิ้มผ่านไป

"สงสัยบันไดขึ้นเขาล้อมหมวกน่าจะมีหลายขั้นมากกว่าที่นี้แน่ๆ " ผมนึกในใจ เที่ยงแล้วไปหาอะไรกินดีกว่า




บ่ายโมงนิดๆ ผมขับรถผ่านตัวเมืองประจวบตรงไปกองบิน 53 ซึ่งเป็นที่ตั้งของอ่าวมะนาว ชักเริ่มหิวแล้วผมขับรถเลยที่พักไปชายหาด ซึ่งทางกองบินจัดร้านอาหารไว้เป็นสัดส่วนดีมาก ร้านอาหารตั้งเป็นบล๊อกๆ มีหลายเจ้า ผมเห็นราคาแล้ว กลื่นน้ำลายเลย ส้มตำครกปูทะเล ครกหละ 70 บาท เลยเปลี่ยนใจ กินข้าวผัดปูแทนแล้วกัน หลังจากอิ่มหน่ำสำราญ เรียกเจ้าของร้านมาเก็บเงิน พร้อมกับถามทางไปเขาล้อมหมวก

"คิดให้ดีนะคุณ ขึ้นยากนะ" เจ้าของร้านเตือนผม "ถ้ายังไงเอาเบอร์โทรศัพท์ผมไป มีอะไรโทรมานะ"

"เออ มันดู ดู อย่างไรนะ" ไม่เป็นไร มาแล้วต้องไป




เราขับรถผ่านสนามบินอีกครั้งเช่นเดียวกับตอนขาเข้า เห็นบ้านพักสีฟ้าเข้มติดกับอนุสารีย์วีรชน ว่าจะแวะ แต่ดูไม่มีเวลาเพราะใกล้บ่ายสองโมงแล้ว ชักเริ่มหวั่นใจ กลัวขึ้นจะมืดเสียก่อน ถึงเชิงเขาล้อมหมวก มีศาลเจ้าพ่อเขาล้อมหมวกอยู่ใกล้ๆ กับทางขึ้นเขา




ทางขึ้นทำเป็นบันไดปูนอย่างดี "555 เด็กๆๆ ทำเป็นบันไดอย่างนี้สบายเลย ไม่เห็นมีอะไร" ผมเดินขึ้นบันไดทางขึ้นเห็นค่างแว่น โชคดีผมติดฝักกระถิ่นมา ยืนให้ ค่างแว่น ผมว่าเหมือนชะนี อยากจะบอกว่า ค่างที่นี้เรียบร้อยมากๆ สมควรเป็นแบบอย่างให้ลิงแต่ละที่มาดูงานที่นี้ 




ต้องชมว่าสะพานปูนที่นี้ทำดีมาก มีจุดพักเหนื่อยเป็นระยะ ผมเริ่มมองเห็นภาพสนามบินอยู่ตรงกลางมีอ่าวสองอ่าวเว้ามาหากัน ช่างเป็นภาพที่ตื่นตามาก

ยิ่งขึ้นสูงไปเรื่อยภาพยิ่งเหมือนกับเราไปทะเลภาคใต้ "นี่สวรรค์หรือนี้ ผมคิด ไม่ต้องไปไกลถึงภาคใต้เลย อ่าวมะนาวมีครบหมด" ผมขึ้นไปชักเริ่มนึกถึงคำเตือนทั้งหลวงพ่อและเจ้าของร้านอาหาร

ทางเริ่มชันไม่เท่าไร แต่ทางเดินบันไดปูนเริ่มไม่มี คงเหลือแต่หินเป็นก้อนๆ และเชือกที่โรยลงมาให้ยึด




บรรยกาศชักเหมือนขึ้นหมู่เกาะอ่างทองแล้ว ผมเริ่มหอบเป็นระยะ ทั้งร้อนไอแดด และความสูงชันของภูเขา ผมไต่เดินอ้อมไปมา นึกขอบคุณคนเตือนทำให้ผมใส่รองเท้าผ้าใบมาขึ้นเขา ไม่อย่างนั้นคงใส่ฟองน้ำ รับรองมันส์แน่ๆๆ

เดินอ้อมเขาอยู่นาน ยังไม่ถึงสักที่ จนกระทั้ง เจอทางขึ้นสูงชัน 60 องศา ผมมองไปข้างหน้าแบบแหงนมอง ยังต้องขึ้นอย่างนี้แบบนี้อีกสามครั้ง หันมองข้างหลังแทบถอดใจ เพราะมันคือหน้าผาดีๆ ดีเอง แต่คงไม่เป็นไรมั้ง ถ้าตกก็ให้ตกลงทะเล อย่าโดนก้อนหินนะ

และแล้ว ผมก็พยายามสู้แรงดึงดูดของโลกด้วยการก้มหน้าก้มตาปีน อีกมือจับเชือก อีกมือเกาะหิน โชคดีที่ลักษณะหินไม่เรียบ คล้ายๆกับประการัง ทำให้ผมมีที่ยึดมือ และที่เหยียบของเท้า แม้จะชันก็สามารถยึดผ่านไปได้

แต่แล้ว ผมก็เจอทางขึ้นแบบนี้อีกสองครั้ง แต่เนินที่สุดท้าย ชันเกือบ 80 องศา




"แม่เจ้าผมจะรอดไหม ผมนึกในใจ" ในระหว่างทางผมเจอน้องทหารเกณฑ์มาสองคน ผมเลยฝากน้องๆช่วยเก็บภาพวาระสุดท้ายเอ้ย ภาพพี่ปีนเขาด้วยนะ เป็นไรไป จะได้เป็นที่ระลึก




สุดท้ายผมขึ้นไปถึงยอดบนของเขาล้อมหมวก ด้านบนเขานี้ เหมือนวิมาณบนสวรรค์ มีรอบพระพุทธบาทจำลอง ทราบว่าเป็นรอยที่ค้นพบตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 ผมอยากบอกว่า มองเกาะออกไปในทะเล เหมือนหมู่เกาะอ่างทองอย่างไร อย่างนั้นเลย ผมมองเห็นเกาะที่เป็นที่ตั้งของศาลกรมหลวงชุมพร เห็นเนินทรายระหว่างเกาะโผล่ขึ้นมา คุณพระช่วยถ้าเรามาช่วงที่ดีเราสามารถเห็นทะเลแหวกโดยที่เราไปจำเป็นต้องเดินทางนั่งเรือไกลไปกระบี่เลยเหรอนี้


 

แต่วิวที่เหนือกว่าที่อื่นคือ คุณสามารถมองเห็นสามอ่าวเรียงรายตามกัน ช่างเป็นภาพที่งดงามมาก เสียดายวันที่ผมไปทัศนวิสัยไม่ดี เลยเห็นไม่กี่อ่าว ผมเก็บภาพทิวทัศน์บนยอดเขาอย่างเมามันส์ อยากนั่งดูพระอาทิตย์ตกตอนเย็น แต่เกรงว่าถ้าอยู่ถึงคงต้องอยู่ต่ออีกคืนแน่ๆ เพราะขนาดกลางวันยังขึ้นยาก แล้วตอนกลางคืนคงจะง่ายนะ




ขาขึ้นผมใช้เวลา 1.45 ชั่วโมง ลองดูซิ ขาลงจะใช้เวลาเท่าไร น้องทหารเกณฑ์กลัวผมจะใช้ให้ถ่ายรูปให้เลยชิงหนีไปตอนไหนไม่รู้.... แย่แล้วถ้าฉันเป็นไรไป จำทำอย่างไรนี้ ดูสัญญามือถือบนยอดเขาสัญญาณชัดเจนมาก แต่แบตเริ่มแดง...โธ่ไม่น่ามั่ว UP FACEBOOK บนยอดเขาเลย เล่นซะแบตเกือบหมด

ตอนขึ้นผมว่าไม่เสียวเท่าตอนลง เพราะมันลงแบบเกือบ 90 องศา แต่ยังดีที่มีเชือกไว้ สำหรับคนที่ไม่กลัวความสูงสามารถลงแบบเอาด้านหน้าลงได้ แต่สำหรับผมกลัวๆๆกล้า ขอลงแบบเอาหลังลง เคล็ดลับนี้ ช่วยลดความเสียวได้เยอะ




"ท่านผุ้โดยสารโปรดทราบ กิ๊กของท่านโทรมา......" เสียง ring tone ดังขึ้น ใครโทรมาฟว๊ะ คนกำลังปีนเขาอยู่ ป๊าดดดด ผมเคืองที่มีโทรศัพท์เข้ามาตอนกำลังเข้าได้เข้าเข็น เสียงโทรศัพท์ดังเป็นระยะ จนผมคิดว่า ลงไปได้จะเปลี่ยนเสียงโทรศัพท์ใหม่ ผมโรยตัวลงมาจนถึงชะงอนหินพอยืนได้ จึงกดรับโทรศัพท์

"ตอนนี้อยู่ที่ไหน รีบมาที่พักด่วน" อ้าว ทำไมรีบเรียกจัง "ตอนนี้อยู่บนเขานะ อยากจะรีบแต่ทางไม่อำนวยนะ"

"พวกเรากำลังจะไปกินข้าว"

"อยากไปก็ไปก่อนซิ" ผมตอบเพราะไม่อยากรีบลงเขา "บอกชื่อร้านมาเดียวตามไป"

ตอนนี้เวลาเลยห้าโมงเย็นเศษๆ มาแล้ว ต้องรีบลงเพราะหน้าหนาวน่ามืดเร็ว ตอนนี้ไม่สนใจอะไรแล้ว ลงแบบรูดๆๆๆ โรยๆๆ ลงมา จนกระทั้งมาถึงตีนเขาด้านล่าง ใช้เวลาลงดีมาก 40 กว่านาที สุดยอด Fit & Firm จริง ผมรีบตามไปร้านอาหารที่นัดหมายช่วงค่ำ....




คืนนี้เราพักที่พักของอ่าวมะนาว ต้องบอกว่าคืนนี้ผมนอนสบายมากๆ ห้องพักขนาดใหญ่มีเตียงนอนสี่เตียงในห้อง คนนี้ผมนอนหลับเป็นตายด้วยความอ่อนเพลีย แม้ทริปนี้จะไม่ชิวอย่างที่คิด แต่ผมก็นอนอมยิ้มตลอดคืน....  และคิดว่าตอนนี้ผมมีมะนาวอยู่ในหัวใจแล้ว .... มะนาวครั้งเดียวก็เกินพอ

 





Create Date : 28 ธันวาคม 2554
Last Update : 28 ธันวาคม 2554 22:35:34 น.
Counter : 661 Pageviews.

1 comments
  

โดย: Kavanich96 วันที่: 29 ธันวาคม 2554 เวลา:7:09:39 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

จั๊กเด๋
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]