Group Blog
เมษายน 2557

 
 
1
5
6
7
9
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog
นครศรีธรรมราช ความงดงามที่ไม่มีใครเหมือน



 


“เจอกันหน้าตู้จำหน่ายน้ำ บิ๊กซี” ข้อความเตือนในห้องสนทนา facebook


เหลือเวลาอีก 15 นาที ก่อนเวลานัดหมาย  มองเห็นวัยรุ่นกลุ่มใหญ่ สะพายเป้ นั่งกินข้าว ผมรีบเดินเข้าไปสมทบและทักทาย แต่ต้องหยุด เมื่อนึกถึงข้อความว่า หน้าตู้จำหน่ายน้ำ ของห้างบิ๊กซี...กลุ่มนี้ ไม่ได้นั่งหน้าตู้จำหน่ายน้ำ แล้วตู้จำหน่ายน้ำอยู่ตรงไหน



“ไม่ใช่แล้ว” ผมคิดในใจ มองหาตู้จำหน่ายน้ำ ก็มีแต่ คุณลุง คุณป้า นั่งอยู่สองคน ผมคิดว่า ไม่ใช่แน่ๆ


"ในใจพาลคิดว่า คงมาส่งหลานมาเที่ยวทริปเดียวกับเราแน่ๆ"  


ผมเห็นผู้นำทริป เห็นเดินเข้าไปทักทายสองคน... "สมมติฐานผมถูกวุ้ย" ผมแอบดีใจนิดๆข้างใน....แต่นั้นคือ ผมคิดผิด  


เมื่อทางผู้นำทริปบอกว่า ทั้งคุณลุง คุณป้า นอกจากไม่ได้มาส่งญาติ แต่เป็นสมาชิกที่ไปทริปนี้ด้วยกัน และยังนั่งขนาบสองข้างผมด้วย


"โอ! ไข่แดงแน่ๆ " 



20.30 น. สมาชิกเริ่มมากันครบ แต่ดูๆแล้ว สมาชิกทริปนี้ส่วนใหญ่วัยไล่เลี่ยกัน ไม่ใช่คนสองคนนะ แต่เกือบทั้งคัน คุณป้ามักชวนคุณลุงคุย โดยมีผมเป็นสักขีพยานอยู่ตรงกลาง โชคดีที่ผมเอาหูฟังเพลงไปด้วย เลยรอดตัวไป ตอนแรกผมสงสัยว่าทั้งสองท่านรู้จักกันทำไมไม่นั่งใกล้กัน ซึ่งตอนแรกผมว่าจะขอสลับที่คุณป้ามานั่งข้างประตูแล้ว แต่พอรถออกตัวไปสักพัก ทั้งคุณลุง คุณป้าต่างเหยียดขามีที่เหยียดขาไปด้านหลังเบาะหน้าได้อย่างสบาย ต่างจากผม ที่นั่งตรงกับเครื่องอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย คือ เครื่องต้มน้ำร้อน ใครจะกล้าพาด เกิดน้ำเดือดขึ้นมาลวกขาไม่เท่าไร กลัวลวกเหนือขานะซิ  สรุปคืนนี้ คงต้องนั่งขาถางตลอดเส้นทาง...



6 โมงครึ่ง รถเดินทางถึงอ่าวขนอม แวะล้างหน้าล้างตา แล้วหาอาหารเช้าทาน ก่อนที่เราจะเดินทางไปแหลมประทับ ปากทางเข้าเห็นทางเข้าโรงไฟฟ้าขนอม เริ่มจำได้เลยว่า ที่นี้เคยมีปัญหาเรื่องโรงไฟฟ้า


 


แหลมประทับ ตามประวัติเล่าว่า พระเจ้าตากสินเคยมาประทับแรมก่อนเดินทางไปยังนครศรีธรรมราช ปัจจุบันเรียกเพี้ยนเป็นบ้าน "แหลมทาบ" อยู่ทางตอนปลายด้านเหนือของอ่าวท้องเนียน เป็นชุมชนดั้งเดิมประกอบอาชีพประมงชายฝั่งเป็นส่วนใหญ่ ปัจจุบันอ่าวท้องเนียมมีชื่อเสียงจากการเป็นท่าเรือท่องเที่ยวทางทะเลขนอม ที่มีโปรแกรมท่องเที่ยวยอดนิยมคือ “ชมโลมาสีชมพู”


 


การเดินทางไปแหลมประทับ


จากทางหลวงหมายเลข 401 (สุราษฎร์ธานี-นครศรีธรรมราช) ถึงแยกคลองเหลงเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข4014 เข้าสู่เมืองขนอม ผ่านหน้าที่ว่าการอำเภอตลาดบางโหนดข้ามสะพานข้ามคลองขนอมไปจนถึงสามแยกบ้านบางแพงเลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 4044 ไปจนสุดถนนที่บ้านแหลมประทับ


 


“สู้เข้าไป อย่าได้ถอย มวลชนคอย เอาใจช่วยอยู่ รวมพลัง ทำลายเหล่าศัตรู พวกเราสู้ เพื่อ ความยุติธรรม์ เราเดินเคียงบ่าเคียงไหล่ ก้าวต่อไป ด้วยใจมุ่งมั่น เขาจะฟาด …”


เสียงเพลงปลุกใจ ดังลั่นขึ้น เมื่อพวกเราก้าวลงจากรถตู้  เพลงช่างปลุกเร้าดูให้เราหึกเหิมเสียจริง สักพักมีเสียงตามสายเชิญชวนนักท่องเที่ยว ลงเรือชมปลาโลมาสีชมพู แล้วอย่าลืมอุดหนุนผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน ทั้งหมวก ตุ๊กตาปลาโลมา เสื้อ และของพื้นบ้านสุดฮิตที่อย่าลืมซื้อคือ กะปิแหลมประทับ


 


ค่าเรือเหมาลำประมาณ 1,000 บาท นั่งได้ไม่เกิน 8 คน ใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง เที่ยวบ่อน้ำจืดกลางทะเลสักการะหลวงปู่ทวด เขาพับผ้า เวทีพุ่มพวง เกาะท่าไร เกาะผี ดำน้ำ ตกปลา


 


ออกเรือไปได้สักพักเจอแล้วปลาโลมาสีชมพูดำผุดดำว่ายอวดโฉม ไม่เห็นตัวเห็นแค่ครีบปลาไกลๆ  ชาวประมงบอกว่าบริเวณนี้เป็นแหล่งที่อยู่และหากินของฝูงโลมา ช่วงที่จะพบฝูงโลมาได้มากคือช่วงเดือนมีนาคม-ตุลาคม ปกติจะมีตัวเชื่องอยู่ตัวหนึ่ง แต่ตอนนี้ไม่อยู่ ไม่อย่างนั้น เจ้าตัวนี้ จะเข้ามาสัมผัสให้เห็นได้อย่างใกล้ๆติดเรือได้เลย



เราแอบนินทาในใจ สงสัยปลาโลมา แอบไปชุมนุมที่กรุงเทพแน่ๆ 555


 


เรือวนหาปลาโลมาสัก 15-20 นาที ดูท่าทางจะมีแค่ตัวเดียวมาๆหายๆ ถ่ายรูปกันลำบากน่าดู เรือนำเที่ยวได้พาไปเที่ยวจุดต่อไป


 


เขาพับผ้า เห็นไหมผ้าเป็นพับๆเลย ดูเรียบร้อยดี นี่หละน่า ถึงเป็นคำเปรียบเทียบไว้ว่า ผู้หญิงที่เป็นกุลสตรี ต้องเรียบร้อยเหมือนผ้าพับไว้


 


เวทีพุ่มพวง  คนขับเรือบอกว่า ตรงนี้พุ่มพวงมาแก้บนตรงนี้ เรายังสงสัยว่า ทำไม ไม่ขึ้นไปแก้บนข้างบนนั้นหละ ทำไม ทำที่ชายหาดนี้


 


เกาะนุ้ยนอก มีทางเดินขึ้นไปก็สะดวก ไม่ชัน ขึ้นไปไม่สูงมากนัก มีจุดชมวิวบนเกาะ สามารถมองเห็นเกาะสลับซับซ้อนบริเวณรอบๆ



ความมหัศจรรย์ของเกาะแห่งนี้คือ มีบ่อน้ำธรรมชาติ เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 30 นิ้ว เป็นบ่อน้ำจืดจากแผ่นดินใหญ่



มองเห็นต่อเมื่อน้ำทะเลลดลง เผยให้เห็นบ่อน้ำจืด ชาวบ้านแถบนี้เชื่อว่า บ่อน้ำจืด คือบริเวณที่หลวงปู่ทวด ได้เคยมาเหยียบน้ำทะเลให้กลายเป็นน้ำจืดตามตำนานที่กล่าวไว้



 


ดังนั้นบนยอดเขาของเกาะนุ้ย จึงมีหลวงปู่ทวดประดิษฐานอยู่ ช่วงเวลาที่ควรไปเที่ยวช่วงเช้า จะได้ลองชิมน้ำจืดได้ แต่รู้สึกว่า ทริปนี้ ไม่มีใครอาสาสมัครจะลงไปชิม สมาชิกบางรายสมัครใจอยู่บนเรือ ไม่ขอลงมาบนเกาะ



ไม่เป็นไร ไหนๆ เรามาแล้ว ในเมื่อเราหนุ่มที่สุด (และหล่อที่สุด) ขอลงเรือขึ้นไปลุยข้างบน


 


หลังจากนั้นเราออกรถเดินทางเข้าเมืองนครศรีธรรมราช ใกล้เวลาเที่ยงแล้วยังหาร้านขนมจีนไม่เจอเลย โดยเฉพาะ ร้านขนมจีนเมืองคอน ปัญหาคือ อยู่ตรงไหน  โชคดีที่เทคโนโลยีทันสมัย เราใช้ Goggle map หาจนเจอแม้จะเลยซอยไปนิด



 


ขนมจีนเมืองคอน



 


ร้านนี้เปิดนานมากว่า 30 ปี กลิ่นหมูสะเต๊ะ หอมฉุยโชยมาทีเดียว หิวแล้ว โชคดีคนไม่เยอะมากเลยมีที่นั่ง เมนูเด็ดหนีไม่พ้นขนมจีนน้ำยา ที่มีน้ำยาให้เลือกถึง 4 ชนิด คือ น้ำยากะทิ น้ำยาป่า น้ำพริกและแกงไตปลา รสชาติเยี่ยม เส้นขนมจีนที่แสนนุ่ม ทราบว่าทางร้านเขาทำกันสดใหม่วันต่อวันระหว่างที่รอขนมจีน โชคดีมีคนซื้อมังคุดคัด มาให้ลองกินหนึ่งถุง มังคุดลูกเล็กๆ ปอกเปลือกแล้วล้างน้ำเกลือเอายางออกจนเป็นสีขาวสะอาดสะอ้านเสียบไม้ รสชาติหวานเล็กน้อย ฝาดนิดๆ แต่กรอบดี กินแล้วสดชื่น อร่อยแต่ได้กินแค่ไม้เดียวเพราะ ทางร้านยกเข่งขนมจีน น้ำยาทั้ง 4 แบบ ตลอดจนผักเหนาะถาดใหญ่ยกมาวางตรงหน้า ที่มีทั้งใบมันปู ใบมะม่วงหิมพานต์ สมุย กระถิน ผักชีล้อม สะตอ ลูกเนียง ลูกฉิ่ง รวมไปถึงผักบุ้งและถั่วงอกดอง รสเปรี้ยวอมหวานนิดๆ และผักลวกราดกะทิ ซึ่งมีทั้งผักบุ้ง หัวปลี มะเขือ และสะตอให้มาชิมเพิ่มอีกด้วย ใครชอบกินผักงานนี้ละก็นั่งกันเลยนานทีเดียว สดๆ สักพักหมูสะเตะ มาสมทบ มื้อนี้ อร่อยสุดๆ


 


โกปี๊ กาแฟโบราณ (COPEE)  



ร้านโกปี้ อยู่เลย ร้านขนมจีนเมืองคอน มานิดเดียว เจอป้ายขนาดใหญ่ โกปี้ อยู่ทางซ้ายมือ อาคารลักษณะสถาปัตยกรรมแบบชิโนโปรตุกีส คือ การผสมผสานสถาปัตยกรรมยุโรปและจีน  เพียงเราเข้าไปนั่งภายในร้าน พนักงานรับ Order ด้วย Tablet ช่างเป็นการผสมผสานโดยใช้เทคโนโลยีมาช่วยได้อย่างลงตัว นอกจากขาย กาแฟ น้ำชา แล้วยังมีอาหารตามสั่งว่าแล้วต้องลองโกปี้ สักหน่อย


 


พระมหาธาตุวรมหาวิหาร



ใครไปนครศรีธรรมราช หากไม่ไปสักการะพระมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือที่เรียกว่า วัดพระธาตุ ดูเหมือนว่าจะมาไม่ถึง ลักษณะเจีดย์ทรงลังกา มีความสูง 55.78 เมตร องค์ระฆังสูง 9.80 เมตร มีปล้องไฉน 52 ปล้อง ปลียอดหุ้มด้วยทองคำเหลืองอร่าม



แต่เป็นเรื่องที่แปลกที่ยามแสงแดดตกต้ององค์พระธาตุ เหลื่อมเงากลับทาบทอดไม่ถึงพื้น จนดูเหมือนพระธาตุไม่มีเงา



       


พระวิหารคด




เป็นซุ้มเจดีย์หน้าทางเข้าวิหารคด ศิลปะศรีวิชัยมีหลายเรือนยอด เชื่อว่าอาจจะเป็นแบบดั้งเดิมขององค์พระมหาธาตุเจดีย์ ในพระวิหารคด พระพุทธรูปจำนวนมากที่ประดิษฐานอยู่เรียงราย และมีบาตรพระให้ทำบุญกันตามศรัทธา



 


ท้าวขัตตุคาม-รามเทพ



ในวิหารพระม้าที่เป็นบันไดทางขึ้นสู่องค์พระบรมธาตุ ด้านซ้าย-ขวา มีรูปปั้นของเทพผู้พิทักษ์คือ ท้าวขัตตุคาม-รามเทพ ประดิษฐานอยู่ขนาบข้างประตูทางเข้า-ออก องค์พระธาตุ ท้าวขัตตุคาม-รามเทพ เป็นเทพที่เชื่อว่าคือท้าวจตุคามรามเทพ อันลือลั่นแห่งเมืองนคร นอกจากเทพทั้งสองแล้วที่นี่ยังมีผู้พิทักษ์อื่นๆ อาทิ ท้าวจตุโลกบาล นาค ครุฑ สิงห์ เป็นต้น


เจดีย์ศิลาในดงหว้า-พระปัญญา



เจดีย์ศิลาในดงต้นหว้าทั้ง 6 ตั้งอยู่ที่ข้างพระวิหารธรรมศาลาด้านหน้า สันนิษฐานว่าอาจเกี่ยวเนื่องกับผู้ทรงศักดิ์ระดับสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชที่เชื่อกันว่าอาจจะหนีราชภัยมายัง จ.นครศรีธรรมราช จึงกลายเป็นสถานบูชาถึงพระองค์ท่านมาจนถึงบัดนี้



ส่วนเจดีย์พระปัญญาตั้งอยู่ด้านหลังพิพิธภัณฑ์พระวิหารเขียน มีเรื่องเล่าว่าได้มีการผูกแทงลายห้ามไว้ว่า “ถอยหลังเข้าไปเหล็กในแทงตา หันหน้าออมากาขี้ใส่หัว” แต่มีผู้มีปัญญามาแก้ เพราะเห็นว่าเป็นคำห้ามที่ขาดเหตุผล จึงลองเดินถอยหลังเข้าไปแล้วหันหน้าออกมา จึงได้เห็นกรุสมบัติซ่อนอยู่ในหลืบเฝ้าทางเดิน จึงกลายเป็นหนึ่งในจุดสอยปริศนาธรรมเรื่องกาลามสูตรที่พระพุทธองค์ทรงสอนว่าอย่าเชื่อด้วยเหตุประการต่างๆ นอกจากลงมือทำเองแล้วเท่านั้น


 


นอกจากพระบรมธาตุแล้วยังมีเจดีย์องค์เล็กที่รายล้อมรอบองค์พระธาตุมากมาย เรียกว่า องค์เจดีย์บริวาร นับได้ 149 องค์เจดีย์บริวาร คือ เจดีย์ที่ลูกหลานบรรพบุรุษ ได้สร้างไว้สืบต่อกัน มาเรื่อยๆเพื่อบรรจุอัฐิของญาติผู้ล่วงลับไปแล้วโดยอธิษฐานว่าขอให้ญาติของตนได้มาเกิด ในศาสนา ของพระพุทธองค์อีกครั้งในภพหน้า


 


มั่วแต่เพลิดเพลินมองดูนาฬิกา ได้เวลานัดหมาย รีบเดินไปที่รถ อ้าว เหลือเราอยู่คนเดียว โชคดีที่ เหล่าท่าน สว.ตอนนี้อยู่ในอาการจำศีล อาจเพราะอากาศร้อน คงเพลียหลับไป รถออกจากนครศรีธรรมราช มุ่งเข้าสู่ทะเลน้อยพัทลุง โชคดีมาที่พวกเราสามารถทันเก็บแสงเย็นทันพระอาทิตย์ตกที่สะพานเฉลิมพระเกียรติ์



 


ทะเลน้อย ให้แสงสีสันสวยงาม ทำให้นักเดินทางอดไม่ได้ที่จะจอดรถข้างทางเพื่อเก็บภาพ



 


ก่อนกลับ เราแวะทานอาหารมื้อค่ำ ที่"ร้านอาหารสามกั๊ก ทะเลน้อย"บอกได้คำเดียวว่า อร่อยกันแบบถึงพริกถึงขิงกันที่ บรรยากาศดี ล้อมรอบไปด้วยป่าชายเลน เมนูเด็ดๆของร้าน อันได้แก่ ลาบปลาช่อน ปลากะพงสามรส ยำเม็ดมะม่วงกับปลากะพง ต้มยำกุ้ง และเมนูอื่นๆอีกจำนวนมาก



 


การเดินทางร้านอาหารสามกั๊ก ทะเลน้อยโดยรถยนต์มุ่งตรงไปสู่ทะเลน้อย ก่อนถึงอุทยานนกน้ำทะเลน้อยประมาณ 1 กิโลเมตร จะเจอสี่แยกให้เลี้ยวขวา ขับตรงไปตามถนนปากประประมาณ 2 กิโลเมตร ให้เลี้ยวซ้ายไประโนด ประมาณ 1.5 กิโลเมตร อโทรสอบถามเส้นทางได้ที่ 089-6535952 ให้บริการ 10.00น.ไปจนถึง22.00


 


เริ่มอิ่มแปร๊ดแล้ว ได้เวลาเข้าที่พัก บ้านพักชมจันทร์ ชอบบรรยากาศมาก ห้องพักเป็นบ้านหลังๆ มีเครื่องอำนวยความสะดวกพอสมควร ที่สำคัญเงียบ สงบ ไม่ดูพลุกพล่าน แม้จะอยู่เลยร้านอาหารสามกั๊ก ทะเลน้อยมานิดเดียว เจ้าของคุณอ้อย  080-8702866 สาวผิวเข้มให้การต้อนรับเป็นอย่างดี พอรู้ว่าพวกเราจะมาถ่ายรูปทะเลน้อย คุณอ้อย เอาภาพถ่ายที่เธอถ่ายให้มาให้ดูด้วยความภูมิใจ และบอกว่า อยากได้ภาพอย่างเธอ ต้องลงไปถ่ายในน้ำ ผมดูนาฬิกา เกือบสี่ทุ่มแล้ว ขอตัวไปห้องพักก่อน


 


“พรุ่งนี้ ตีห้า เจอกันนะค๊ะ อ้อยจะไปที่ถ่ายรูปเช้ากัน”


 


คำนี้ทำให้ผมสบายใจมากกว่า ทริปนี้เราน่าจะได้ภาพดีๆ ติดมือกลับมาฝากทุกท่านแน่ๆ




Create Date : 03 เมษายน 2557
Last Update : 3 เมษายน 2557 21:52:28 น.
Counter : 1452 Pageviews.

3 comments
  
thx u crab
โดย: Kavanich96 วันที่: 4 เมษายน 2557 เวลา:4:37:21 น.
  
แวะมาเที่ยวด้วยคนนะคะ เรื่องราวสนุก ภาพสวยค่ะ รอติดตามตอนต่อไปนะคะ
โดย: kor_pink วันที่: 4 เมษายน 2557 เวลา:8:29:52 น.
  
แวะมาชมภาพอลังการงามตากับอ่านเรื่องราวครับ :)
โดย: น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา วันที่: 4 เมษายน 2557 เวลา:9:40:31 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

จั๊กเด๋
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]