Group Blog
พฤศจิกายน 2553

 
1
2
3
4
5
6
8
9
13
14
19
20
21
27
28
 
 
15 พฤศจิกายน 2553
All Blog
NewZealand วันละเรื่อง Lesson 2

เที่ยวไป บ่นไป New Zealand Charter II: เลาะเลียบ West Coach New Zealand

“กริ๊งงงงงงงงงงงง”

เสียงโทรศัพท์ในห้องดังขึ้น ปลุกผมสะดุ้งตื่น 6 โมงเช้าแล้ว นึกเจ็บใจ โทรศัพท์มือถือที่ไม่ได้เปิดโรมมิ่งแต่หอบหิ้วมาจากเมืองไทยเพื่อใช้เป็นนาฬิกาปลุกกลับไม่ยอมทำงานซะอีก

“ขอเลื่อนเวลาออกเป็น 7 โมงเช้านะค๊ะ” เสียงคุณนู๋ญิง ขอเลื่อนเวลาแสดงว่าต้องตื่นสาย เพราะเวลาที่นิวซีแลนด์เร็วกว่าเมืองไทยประมาณ 5 ชั่วโมง

“ดีเลย จะได้มีเวลาเตรียมตัว” ผมคิด ว่าแล้วรีบจัดการธุระส่วนตัว พร้อมกับอาหารเช้า เปิดโทรทัศน์ฟังรายการข่าว อยากรู้ข่าวเมืองไทยจังเลย มีแต่ข่าวของยุโรป ทั้งภูเขาไฟระเบิด และภาวะหนี้สินเกินตัวของประเทศหนึ่งในกลุ่มยุโรป ไม่มีอะไรน่าสนใจ ไป Check-out ลงเอาของมาเก็บสัมภาระมารอที่รถ ไปดูที่รถโชคดีมาก ไม่มีใบสั่ง รอดตัวไปมื้อหนึ่ง

เมื่อวานเสียดายมาก นึกว่า I-SITE จะปิดดึก ปรากฏว่าปิดไปตั้งแต่ 5 โมงเย็นแล้ว แผนการขอแผนที่ต้องพับไป ใช้วิธี Search หาสถานที่ใน GPS แต่ก็เจอปัญหาไม่มีชื่อโรงแรมในเครื่อง GPS ต้องเปลี่ยนวิธีใหม่หาวิธีออกจากเมือง Christchurch ก่อนแล้วกัน เจอชื่อสถานที่ Arthur’s Pass National Park นั้นคือทางผ่านไป West Coach ไปถึงที่นั้นค่อยว่ากันอีกที่

เที่ยววันแรกเริ่มเสียฟอร์ม

7 โมง 15 และแล้วคุณนู๋ญิงหอบกระเป๋าใบใหญ่ 3 ใบ มันงอกมาจากไหน เมื่อวานมีแค่ 2 ใบ ดีที่รถเราเป็นรถนั่งได้ถึง 6 ที่ แต่พับเบาะตอนหลังทำให้ใส่กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ได้ 70% คือพื้นที่ต้องสูญเสียไปให้กับสัมภาระคุณนู๋ญิง

ชายน้อยดูอยากขับรถเต็มที่ ขอขับรถเป็นมือแรกวันนี้ ยามเช้าวันจันทร์ยังไม่มีรถมากนัก ทำให้การขับรถไม่ค่อยยุ่งยากเหมือนเช่นเมื่อวานที่ผ่านมา รถลัดเลาะไปตามทางที่ GPS บอก ออกนอกเมืองตัดออกถนนหมายเลข 73 เห็นป้ายบอกทางไป Arthur’s Pass โล่งใจว่า GPS เราพาไปถูกทางแล้ว ที่นิวซีแลนด์ ถ้าหลงก็ต้องขับเลยไปหลายกิโลเมตร กว่าจะเจอป้ายบอกทาง ดังนั้นการมี GPS ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการเดินทาง เราเจอสวนหิน Kura Tawhiti หรือ Castle hill เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ชาวเมารี Kura Tawhiti แปลว่าขุมทรัพย์จากแดนไกล เป็นสถานที่เก็บรวบรวมอาหารและเป็นเส้นทางไปยังฝั่งตะวันตกอันเป็นดินแดนแห่งธารน้ำแข็ง สมาชิกหลายคนลงจากรถเพื่อไปถ่ายรูปกัน Castle Hill เป็นภูเขา ที่มีหินขึ้นอยู่บนไหล่ และยอดเขา ถ้าใครนึกภาพไม่ออก นึกภาพคนเป็นหูด นั้นหละ ใกล้เคียงเลย มีป้ายแนะนำเดิน Track หลายคนบอกว่าไม่ไหว เพราะยังต้องมีที่ไปเที่ยวต่ออีกไกล

หลายที่ที่ไปเที่ยวรูปภาพส่วนมากจะสวยกว่าของจริง แต่ที่นิวซีแลนด์นี้ ของจริงจะสวยกว่าภาพถ่ายมาก กล่าวคือ ภาพถ่ายไม่สามารถเก็บความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติได้ครบ คุณต้องมาเที่ยวที่นี้ด้วยตัวเอง ถนนช่วง Castle- Arthur’s Pass ใครอย่าเผลอนอหลับเชียว วิวสวยเยอะมาก ภูเขาบางลูกบนยอดเขามี Glacier อยู่บ้าง เสียดายเราข้ามสะพานหลายแห่ง รู้สึกว่า น้ำไม่ค่อยจะมี พูดถึงสะพานที่นิวซีแลนด์ หลายสะพานเป็นถนนเลนเดียว ไม่ใช่สองเลนเช่นเมืองไทย

“ต้องดูลูกศรให้ดี ถ้าทางเราลูกศรตัวใหญ่สีขาวเราเป็นทางเอก” ชายน้อยสอนกฎจราจรให้ผมในช่วงขับรถ พร้อมกับหยุดรถก่อนข้ามสะพาน รอดูให้แน่ใจก่อนข้ามสะพาน แต่ชายน้อยลืมดูกระจกด้านหลังว่ามีรถติดด้านหลังเราเป็นขบวน สังเกตได้ว่าพอพ้นช่วงสะพานไป มีรถวัยรุ่นขับแซงไป มีสาวฝรั่งยกสัญญาลักษณ์นิ้วกลางให้ชายน้อยที่ตอนแรกยิ้มรับหน้าบานแทบหุบยิ้มไม่ทัน วันนี้เป็นวันขอชายน้อย โชคดีจังมีสาวบอกรักแต่เช้าเลย

ถัดจากหัวโค้งถนนลงมา เจอทะเลสาบ Pearson ผมบอกชายน้อยแวะหาที่จอดรถถ่ายรูปหน่อยซิ สมาชิกหลายคนเริ่มกระดี๋กระด้า อยากถ่ายรูปเล่นเอากว่าผมจะได้ภาพทิวทัศน์ ก็ต้องรอให้เสร็จคิวถ่ายภาพของแต่ละคน ทะเลสาบนี้ใหญ่มากมีภูเขาเป็นฉากหลัง เสียดายไม่มีหิมะปกคลุม กระแสลมพัดทำให้น้ำในทะเลสาบพลิ้วไหวเป็นคลื่น ไม่อย่างนั้นเราคงเห็นมุมสะท้อนของน้ำ เป็ดหลายสิบตัวว่ายกันเป็นฝูง ดูท่าทางจะเชื่องกับคน รอบบริเวณทะเลสาบมีรถบ้านจอดค้างแรมอยู่ 4-5 คัน แน่นอน เราไม่พลาดแอบถ่ายรูปกับรถบ้าน สวมรอยว่า ฉันมารถบ้านนะ ไม่ได้มารถเก๋ง

ออกจากทะเลสาบ ผมเตือน ชายน้อย ให้ระวังดูป้ายจุดชมวิวให้ดี อยู่ทางซ้ายมือ The Otira Viaduct แต่ก็พลาดไม่ทันแล้ว รถขึ้นสะพานแล้ว ผมหันกลับไปมองด้านหลังรถด้วยความเสียดาย ผ่านสะพานมาเริ่มสังเกตเห็นรถบัสพ่วงเปิดไฟสูงตามหลังมา จึงสะกิดให้ชายน้อยขับช้าชิดซ้ายให้สัญญาณรถคันดังกล่าวแซงไป แต่แล้วรถคันนั้นก็ไม่ยอมแซงกลับขับตามเราตลอด จนกระทั้งถึง State Highway 73 มีที่จอดรถข้างทาง ชายน้อยเข้าจอดรถข้างทางทันที่ แต่ยังไม่น่าตกใจเท่ารถบรรทุกพ่วงคันดังกล่าวก็จอดรถตามเราเหมือนกัน

“แย่แล้วขับรถเที่ยววันแรกก็เจอเข้าให้แล้ว” ผมคิด

คนขับรถบรรทุกเดินตรงมาที่รถเรา พร้อมเคาะกระจกรถด้านคนขับชี้นิ้วให้ลดกระจกลง กลิ่นผ้าเบรกไหม้ โชยกลิ่นเหม็นเข้ามาในรถจนแสบจมูก

“ผมขับรถตามคุณโดยตลอด คุณขับรถไม่ถูกกฎจราจร กินช่องทางด้านขวามือ อาจจะไม่ปลอดภัยกับคุณ หากรถที่สวนทางมาเป็นรถบรรทุกขนาดใหญ่” ฝรั่งคนนั้นพูด โดยคุณนู๋ญิงแปลให้ชายน้อยฟัง

ตอนแรกเข้าใจว่าเป็นเจ้าหน้าที่จราจร โชคดีที่เป็นเจ้าหน้าที่บริษัทรถเช่า Pacific มาเตือน

“อะไร ผมอยู่อย่างนี้ในเมืองไทย ก็ขับกั๊กอย่างนี้ ไม่เห็นมีปัญหาเลย” ชายน้อยเริ่มพูดแก้ตัวกับทุกคน แต่ไม่ยอมแก้ตัวกับฝรั่ง

ในเมื่อเสียฟอร์มกับฝรั่งไปแล้ว ผมเสนอว่า เราน่าขับรถกลับทางเก่าดีไหม จะได้ไม่ต้องเจอฝรั่งคนเก่าอีก ที่สำคัญจะได้ถ่ายภาพสะพานมุมสูงกัน ทุกคนเห็นด้วยรวมทั้งชายน้อย

ในช่วงขากลับมีป้ายบอกจุดชมวิว ต่างจากด้านขามาซึ่งมีการก่อสร้าง เป็นไปได้ว่า ป้ายบอกจุดชมวิวหายไป เราต้องเลี้ยวรถขึ้นไปจอดบนเนินเขาด้านซ้ายมือ ซึ่งทำเป็นที่จอดรถอย่างดีไว้รับรถนักท่องเที่ยว ภาพสะพานมุมสูงเรียกร้องความสนใจได้พอสมควร รถยนต์เหลือคันนิดเดียว ช่างเป็นสะพานที่ยาวเหลือเกิน ได้เวลาเที่ยวต่อแล้ว แต่แล้วก็เกิดปัญหาจนได้ ช่วงกลับรถเพื่อลงเนิน ซึ่งเป็นทางลงจากเนินเขา ชายน้อยเกิดอาการกลัวความสูง เลยต้องเปลี่ยนคนขับสรุป ผมขับเอง ถือว่าเป็นครั้งแรกที่ขับรถเที่ยวในต่างแดน

หอมกลิ่นไอทะเล

เราถึง Arthur’s Pass มีจุดพักรถ รวมทั้งห้องน้ำสะอาดบริการหลายห้อง ติดกับสถานีรถไฟ ผมเปิดประตูรถลงมา ไอเย็นของอากาศภายนอกเข้าทุกอนูเนื้อผ้า

“ทำไมมันเงียบจังเลย ไม่มีผุ้คนเลย” ผมคิด ระหว่างที่รอคนเข้าห้องน้ำ ผมถือโอกาส Set เป้าหมายที่เที่ยวต่อไป “Punakaiki” ลงในเครื่อง GPS “หาเจอแล้ว” ผมคิดกำลังเปิดประตูขับรถ แต่แล้วชายน้อยดูเหมือนจะอารมณ์ค้างขอเป็นผู้ขับรถต่อ โดยมีเงื่อนไขว่าคุณนู๋ญิงไปนั่งข้างหลัง ให้ผมมานั่งข้างหน้าแทน นัยว่า ย้ายต้นเหตุของปัญหาไปด้านหลัง นับว่าชายน้อยมีเหตุผลมาก

แต่แล้วเราก็เริ่มเจอปัญหาระหว่างไป Punakaiki น้ำมันเหลือเพียงขีดเดียว ที่นิวซีแลนด์ต้องเติมน้ำมันกันเอง เติมน้ำมันกันอย่างไร ถึงปั๊มน้ำมันผมรีบลงจากรถเพื่อดูขั้นตอนการเติมน้ำมันทำอย่างไร ยังเดินมายังไม่ถึงหัวจ่ายน้ำมันเลย รถก็เคลื่อนถึงคิวเราแล้ว ลองของจริงเลย กรรมอยู่ที่ผมหละซิ โชคดีที่ ฝรั่งที่เติมน้ำมันอยู่อีกด้านหนึ่งมาสอนวิธีเติมน้ำมัน จึงได้รู้ว่า วิธีการง่ายนิดเดียว เพียงแค่เรายกหัวจ่ายน้ำมันขึ้น แล้วก็กดตัวเลขยอดเงินเข้าไปแล้วก็กดหัวจ่ายน้ำมัน เสร็จแล้วก็ไปจ่ายเงินด้านใน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นร้าน mini-mart บอกเบอร์หัวจ่าย แล้วก็จ่ายเงินเพียงแค่นี้ก็เรียบร้อยแล้ว

รถวิ่งเลียบชายฝั่ง Punkaiki Coastline ทำให้เรามองเห็นทะเล Tasman Sea ถนนเลียบชายฝั่งทะเลนี้สวยมากๆ ทะเลที่นี้ไม่เหมือนบ้านเรา คลื่นแต่ละลูกโตๆ ทั้งนั้น ทำให้เกิดละอองไอน้ำปลิวฟุ้งขึ้นมาบนถนนจนขาวโพลน ทำให้รถนักท่องเที่ยวหลายคันรวมทั้งผมด้วยต้องจอดรถเพื่อลงไปบันทึกภาพที่สวยงามไว้ของถนนเส้นนี้ จัดว่าเป็นถนนที่มีชื่อเสียงระดับต้นๆ ระดับโลกเลย บ่ายโมงเราถึงอุทยานแห่งชาติ Paparoa ก่อตั้งปี1987 พื้นที่ครอบคลุม 300 ตารางกิโลเมตร เที่ยงแล้วหาร้านอาหารก่อนเริ่มหิวแล้ว อิ่มหนำสำราญแล้วเดินเที่ยวต่อ ทางเข้า Pancake Rocks ต้องเดินผ่าน Pain Forest ทางเดินเขาทำดีมาก เราสังเกตเห็นพืชพวกมอสขึ้นปกคลุมตามแง่หินและต้นไม้ตลอดทาง แสดงว่าอากาศชื้นพอสมควร

เราพบต้นไม้ ชื่อ Cabbage Tree จัดว่าเป็นพืชเศรษฐกิจของชาวเมารี เพราะนอกจากเป็นส่วนสำคัญในการทำอาหารแล้ว ยังสามารถทำเป็นวัสดุหลังคาบ้าน ส่วนของลำต้นทักทอเป็นเสื้อผ้า รองเท้า เชือก แห ตะข่าย หรือตะกล้า ถึงแล้ว Pancake Rocks ใช้เวลาหล่อหลอม 30 ล้านปี เป็นหินรูปร่างคล้ายขนมชั้นเป็นหินปูนสลับซ้อนกับหินโคลน และบางส่วนเป็น Blowholes ซึ่งอยู่ใจกลางของอุทยาน จะมีน้ำพุงขึ้นมา เสียดายวันนี้ น้ำทะเลยังไม่ขึ้น ไม่อย่างนั้นคงเห็นแรงดันของน้ำทะเลพุ่งกระจายขึ้นมา เขาบอกว่าต้องตอนเย็นๆ รับรองได้เห็นแน่

ลุยหาธารน้ำแข็งสุดขอบฟ้า…………..

”Franz Josef Glacier สนใจซื้อทัวร์ขึ้น Helicopter ไปชมธารน้ำแข็งไหม” คุณนู๋ญิงถามผมก่อนไปจองทัวร์ผ่าน I-SITE ที่ Punkaiki

คุณนู๋ญิงเสนอชุดใหญ่ คือ ทั้งนั่งเครื่องชม Franz Josef Glacier และ Fox Glacier รวมทั้ง Snow Landing ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ราคา 270 NZD/คน ผมนั่งคำนวณ เป็นเงินไทย หกพันกว่าบาท เอาอย่างนี้แล้วกัน

“ผมฝากกล้องคุณนู๋ญิงขึ้นเครื่องไปตัวหนึ่ง แล้วถ่ายรูปมาเผื่อผมด้วยนะครับ ผมจะอยู่ข้างล่างคอยถ่ายรูปเครื่องบินที่คุณนู๋ญิงบินผ่าน” ผมพูด

และแล้วทั้งกรุ๊ปของน้องหญิง 3 คน ก็จองทัวร์ Helicopter ผ่าน I-SITE ที่ Punkaiki เป็นที่เรียบร้อย

แต่ปัญหายังไม่หมด GPS หาที่พัก Glacier Gateway Motel ไม่เจอนะ เพียงแต่ Mark จุดตามที่อยู่โรงแรมไว้ว่าน่าจะเจอ คาดว่าถึงที่พักเวลา 6 โมงครึ่งช่วงเย็น (ถ้าไม่หลง ไม่พลาดซะก่อน) ผมเก็บปัญหาไว้ยังไม่บอกใครเกรงว่าสมาชิกจะกังวล เราผ่าน Greymounth เลียบชายฝั่งทะเลเข้าเมือง Hokitika เมืองเล็กเงียบๆ แต่มีชื่อเรื่องหินสีเขียว ที่บ้านเราเรียกว่าหยก ในอดีตหินนี้ทำเป็นอาวุธและเครื่องมือต่าง ทั้งยังทำเป็นเครื่องรางที่ให้ความสำคัญต่อจิตวิญญาณชาวเมารี ตามทางหลวงหมายเลข 6 เราขับรถแบบไม่รีบเร่งแวะชมวิวตามข้างทางตลอดไม่ทันไร ฟ้าฝนเริ่มไม่เป็นใจ เริ่มมีฝนตก แต่ปัญหาก็คือ ผมรู้สึกว่า ลมที่พัดเข้ามาปะทะตัวรถแรงเหลือเกิน จนต้องลดความเร็วเหลือ 80 กม/ชั่วโมง

เราถึงเมือง Franz Josef Glacier คุณนู๋ญิงขอ Confirm บริษัท Helicopter ในเมืองก่อน รู้สึกในเมืองจะมีอยู่บริษัท Helicopter อยู่ 2 เจ้า บริษัทของคุณนู๋ญิงอยู่ด้านขวามือ มีอีกเจ้าอยู่ฝั่งตรงข้าม โลโก้สีฟ้า รู้สึกจะมีคนมาติดต่อมากกว่า เพียงอึดใจเดียว คุณนู๋ญิงเดินยิ้มแกล้มบานกลับมาที่รถ

“พรุ่งนี้บริษัท Helicopter มารับที่โรงแรมที่พักเวลา 10 โมง” คุณนู๋ญิงพูดพร้อมกับปิดประตูรถยนต์

ผมก็ออกรถไปเลย แล้วถามคุณนู๋ญิงว่า “ได้ถามทางไปโรงแรมไหม” ได้คำตอบว่า คุณนู๋ญิงลืมถาม คำตอบที่สั้นได้ความหมาย ผมจำได้ว่าคนที่เคยไปมาว่า บริษัท Helicopter ที่คุณนู๋ญิงจองเสียแพงกว่าเจ้าโลโก้สีฟ้า ถึง 5-10 NZD แต่ไม่ยังไม่ทันบอกเพราะเรามีปัญหาคือเราหาที่พักไม่เจอครับ เรียกว่าเริ่มหลงแล้วครับ ตรงพิกัด GPS เป็นพื้นที่โล่งไม่มีโรงแรม ตอนนี้เลยเวลา 18.30. ความมืดเริ่มมาเยือนอย่างรวดเร็ว สองข้างทางเริ่มมองไม่เห็นเขตชุมชน น่าลองย้อนกลับไปทางเดิมเพื่อหาที่พัก และแล้วเราก็เจอแล้ว Glacier Gateway Motel โดยบังเอิญ อยู่ติดสะพานข้ามแม่น้ำออกมาจากตัวเมืองเพียงนิดเดียว แต่ปัญหาก็ยังไม่จบ

Office Hour 8.00-18.00 น. ไม่มีเจ้าหน้าที่อยู่เลยสักคน เรามาช้าไปครึ่งชั่วโมงกว่า ยังโชคดีที่ไฟที่ทำการเปิดอยู่ เรากดกริ่งอยู่ตั้งนาน กว่าจะมีเจ้าหน้าที่สีหน้างอ บอกบุญไม่รับมารับเรื่อง กำลังคิดว่าถ้ามาดึกกว่านี้สงสัยต้องนอนตากน้ำค้างด้านนอกแทนแล้ว ผมเข้าห้องพัก ผมดูใบโบชัวส์ของที่พักเริ่มหนาว “ธุรกิจนี้เป็นธุรกิจครอบครัว เราต้องการพักผ่อนในเวลาหลัง 18.00 น. เป็นต้นไป หากไม่มีเรื่องเร่งด่วนจริงๆ กรุณาอย่าเรียกเรา หากคุณจะคืนห้อง กรุณาคืนในช่วงเวลาทำงาน และห้ามเกินเวลา 10 โมงเช้า อย่าท้าทายลองของ ขอร้อง ไม่อย่างนั้น คุณจะเจอค่าปรับชั่วโมงละ 10 เหรียญ อ่านแล้วกรุณาจำใส่กะลาหัวคุณด้วย(อันนี้เติมเองครับ)

ก่อนนอนเราตกลงแผนการเที่ยวในวันพรุ่งนี้ เราจะไปเที่ยว Lake Matheson ช่วงเช้ากันก่อน คุณนู๋ญิงบอกว่า ช่วงตอนเช้าจะมีรีเฟรคน้ำสวยงาม แล้วมาส่งกลุ่มคุณนู๋ญิงให้ทันที่โรงแรมก่อน 10 โมงนะ มิฉะนั้นจะได้โดนสองต่อคือ ตกทัวร์ Helicopter และโดนโรงแรมปรับอีก 7 โมงเช้า ล้อหมุนนะครับ เก็บข้าวของมาใส่รถให้หมด ตื่นสาย ตกเครื่องผมไม่รับรองนะ ต้องขู่ไว้ก่อน เดียวจะซ้ำรอยเดิม…..

ผมเริ่มหวั่นใจ ว่าคุณนู๋ญิงจะตื่นทันหรือไม่




Create Date : 15 พฤศจิกายน 2553
Last Update : 15 พฤศจิกายน 2553 10:05:07 น.
Counter : 672 Pageviews.

2 comments
  
เล่าเรื่องได้สนุกดี ได้ไปเที่ยวมาเหมือนกันนิวซีแลนด์ เมือปลายเดือน ตค นี้ แต่ถ่ายรูปมาไม่ค่อยงามเท่าไหร่
โดย: โหระพา IP: 202.28.78.105 วันที่: 15 พฤศจิกายน 2553 เวลา:16:21:44 น.
  
สนุกสุดเหวี่ยงเลยค่ะ เพิ่งรู้ว่าการเที่ยวด้วยตนเอง ดีอย่างนี้ มีอะไรให้ตื่นเต้น ให้แก้ปัญหาตลอด ท้าทายดีค่ะ

วิวสวยมาก ๆ เป็นประเทศที่น่าเที่ยวมากจริง ๆ อยากไปจังเลย

คุณก็เล่าซะเราเคลิ้ม...
โดย: Ably วันที่: 19 พฤศจิกายน 2553 เวลา:12:38:37 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

จั๊กเด๋
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]