Group Blog
มีนาคม 2554

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
24
26
27
31
 
 
23 มีนาคม 2554
All Blog
กว่าจะปายยยยยย

มีหลังไมค์มาถามว่าจะดองเค็มไปถึงไหน อ้อ จริงๆ ไม่ได้ดองเค็ม แต่มันมะมีเวลาเลย ช่วงนี้พระศุกร์เข้า พระเสาร์แทรก ท้องอืด นอนไม่หลับ แถมหูดับอีกต่างหาก บทไม่ได้เที่ยวก็นั่งน้ำลายยืดอยู่ที่บ้าน บทได้เที่ยวก็ติดๆกัน เช่นเดียวกับปาย และเชียงคาน เที่ยวติดต่อกันเลย ทำให้เห็นวิถีความเปลี่ยนแปลงได้ชัด

อยู่ อยู่ สวรรค์ประทานตั๋วเครื่องบินสายการบินไทยไปเชียงใหม่มาให้ ดีใจมาก พอไปขึ้นตั๋วต้องเสียค่าภาษีน้ำมัน/สนามบินอีก 1,350 บาท ตอนจองตั๋วคนข้างๆซื้อตั๋วซื้อไปเที่ยวเดียว 2,500 บาท เออ ค่อยดูมีราคี เอ้ย ราศีขึ้นหน่อย แต่เราติดปัญญาตรงที่ก่อนมาเราดูที่นั่งมีว่าง แต่ทำไมมาถึงไม่ว่าง ...มาร้อง อ้ออออ ตอนหลังก็รู้ว่าตั๋วเราตั๋วฟรี ต้องรอคิวตั๋วราคาถูก... รอยยิ้มหุบทันที่

ตามจริงตั้งใจจะไปเชียงใหม่ แต่น้องที่เชียงใหม่คิวทองมาก

"อาทิตย์นี้ นู๋ไปสิงคโปร อาทิตย์หน้านู๋ไปประจวบ แล้วอีกอาทิตย์ไป..." พอ พอแล้วแม่คิวทอง หวังพึ่งอะไรไม่ได้เลย ดันไปจองตั๋วก่อน แล้วคราวนี้จะไปเที่ยวไหนหละ หรือว่าเรานั่งเครื่องบินไปกินข้าวเที่ยงที่เชียงใหม่แล้วกลับมาตอนเย็นดีไหม ดูไฮโซดี

มะได้เสียเงินตั้ง 1,350 บาทแล้ว ยังไงต้องไป แต่แล้วก็จำได้ว่ามีน้องที่ปายอยู่คนหนึ่ง (ดู ดู รู้สึกว่าเราญาติเยอะนะ) ว่าแล้วโทรไปเลย

"ว่างมาเลยพี่ ตอนนี้บ้านนู๋ทำเป็นที่พัก พี่มาพักได้เลย" ว่าแล้วก็บินโลด

เที่ยวบินวันศุกร์ตอนหกโมงเย็นกว่าๆ พาเราบินลัดฟ้าไปเชียงใหม่

"สวัสดีเจ้า การบินไท ขอต้อนฮับ......" เสียงพูดตามสายเป็นภาษาเหนือ ฟังดูแล้วรู้สึกดี ไปอิสานไม่เคยเจอแบบนี้เลย นึกถึงซิมระบบเติมเงินของเราเลย ทำไมเสียงเป็นปักษ์ใต้ตลอด เพียงชั่วโมงนิดๆ เราถึงสนามบินเชียงใหม่

แล้วน้องเรามันหน้าตาอย่างไร คุยกันแต่ใน NSM จะโดนมันต้มหรือปล่าวและแล้วมีเสียงทัก

"พี่จั๊กหรือปล่าว" มีเสียงทักข้างหลัง เราหันไปตอบรับ " ช่ายครับ"

"นู๋ไงพี่ จำนู๋ไม่ได้เหรอ" ใครจำได้ แต่ตอนนี้ต้องบอกว่า "จำได้"

"นู๋มารอรรับเพื่อนอีกคนกลับด้วยกัน ตอนนี้มารอที่รถแล้ว" แหมตอนแรกดีใจคิดว่าตั้งใจมารับเรา

"รถนู๋จอดอยู่ด้านนอก" เราเข็นรถออกจากสนามบินเชียงใหม่

"นี่แฟนนู๋" อ้าวมีแฟนแล้วเหรอ สีหน้าตกใจ เหมือนรถสามล้อโดนปล่อยลมยาง

ชายหนุ่มร่างบึก แนวขวาตาย ซ้ายสลย สักยันต์สองแถว(รูปรถสองแถว) เรายกมือไหว้ไว้ปลอดภัยไว้ก่อน ก่อนเดินตัวลีบตามไปที่รถ มีน้องผู้หญิงอีกคนยืนรอ รูปร่างหล่อนเปอร์เฟคมาก สูง 152 น้ำหนัก 95 โล สัดส่วน 40-49-49 สงสัยน้องคนนี้ไปทำงานแถวลำปางมาแน่เลย

แต่พอเดินถึงรถแล้ว แม่เจ้า...ทำไม รถมันคันกระติดเดียว ใช่คับเป็นรถ Honda Jazz เฉพาะกระเป๋าก็แน่นเอี๊ยดด้วยกระเป๋าคุณน้องทั้งสอง จึงเป็นสมมติฐานว่าน้องช้างเราเหมาไปแล้ว 70% เหลือ 30% ก็เป็นกระเป๋าเครื่องสำอางคุณน้องเรา จะวางซ้อนก็ไม่ได้

สิ่งศํกดิ์สิทธิ์มีจริงรถ Jazz สามารถบรรทุกช้างได้ เอ้ย น้องช้างได้ นั่งด้านหลังเช่นเดียวกะเรา ส่วนคุณน้องกับคุณแฟนนั่งหน้าพร้อมทำหน้าที่ขับรถ ทางจากเชียงใหม่ไปปาย ใครว่ายากมะจริง มีแค่สองโค้งเองคือ โค้งซ้ายกับโค้งขวา แฟนคุณน้องขับรถดีมาก คือจะขับตามรูปร่างถนนไม่เกินเส้นแบ่งเขต แล้วรถคันเล็กนิดเดียวไม่ต้องบอกก็รู้ว่า ทุกคนต่างเอียงตามความโค้งของถนน แต่สำหรับป๋มมะมีปัญหานั่งกับน้องช้างแล้วไม่ต้องกังวล เพราะล๊อคติดหนึบกับเก้าอี้เลย ไม่ต้องกังวล กังวลอย่างเดียว อย่าให้น้องช้างอ๊วกใส่ก็แล้วกัน กว่าจะถึงปาย น้องช้างผลิตโจ๊กตามข้างทางหลายถุง

สี่ทุ่มถึงที่พักมืดไปหมดมองอะไรไม่เห็น คุณน้องทิ้งเราหน้าบ้านพัก"ฝนภู" อันเป็นชื่อของลูกทั้งสองคน ก่อนที่จะพูดทิ้งท้ายว่า "พรุ่งนี้แปดโมงเช้าเจอกันนะค๊ะ" แล้วคุณเธอก็ขับรถทิ้งเราหน้าบ้านหายวับไป

บ้านฝนภู เป็นที่พักขนาดเล็ก เป็นบ้านทรงไทยขนาดเล็กมีอยู่ด้วยกันสองห้อง คือ ห้องฝน และห้องภู "เวรแล้วตู จะพักห้องไหนดี" เอาห้องนี้แล้วกันห้องฝน ว่าแล้วก็เปิดประตูห้องเข้าไป ในห้องเป็นเรือนไม้ เตียงนอนใหญ่ ผ้าปู ผ้าห่ม สีชมพูหมด กลิ่นใหม่ของห้องยังไม่จางหายไปเลย อากาศเริ่มเย็นแล้ว ว่าแล้วก็นอนหลับบนเตียง มีความรู้สึกสอดคล้องว่าโลกเรากลมจริงๆ

"กุ๊กกิ๊ง ก๊กกิ๊ง" เสียงที่ได้ยินไม่ใช่เสียงกระดิ่ง แต่เป็นเสียงกระบวยห้อยคอควาย เดินผ่านที่พักเราเป็นฝูงใหญ่ ดูนาฬิกาใกล้ 8 โมงเช้าแล้ว ต้องรีบอาบน้ำก่อน ใช้เวลาเพียงเสียวนาทีก็ทำธุระเรียบร้อย เพียงเปิดประตูห้องออกไป ได้ซึมซับกลิ่นไอธรรมชาติ ด้านนอกที่พักเป็นทุ่งนา ถัดไปเป็นลำน้ำปลายไหลเอื้อยแจ้ว

มือเช้าเราไปกินโจ๊กที่ตลาดก่อนที่จะไปเที่ยวที่แรกวัดพระธาตุแม่เย็นอยู่บนเขาสูง เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและวิวตัวเมืองปายได้ ถ้ามีเครื่องบินลงรับรองมองเห็นแน่ เราไหว้พระธาตุ และถวายสังฆทานพระ แต่บทสวดพระที่นี้ แปลกดีไม่เคยได้ยิน สายสักพักเราไปเที่ยวต่อกองเลน

กองเลน ตอนแรกนึกว่าเป็นกองอะไร ที่แท้เป็นแนวหินที่โดนกัดเซาะคล้ายๆแพะเมืองผี ทำให้เกิดทางเดินเล็กๆ แคบๆ บางส่วนเท่ากับสองฝ่ามือ ช่างวัดใจเหลือเกินสำหรับใครที่ใจกล้า สำหรับป๋มไม่กล้าเพราะสาบานมาเยอะ

เราไปเที่ยววัดน้ำฮู้ เป็นที่ประดิษฐานของเจ้าพ่ออุ่นเมือง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ทำด้วยโลหะทองสัมฤทธิ์ พระพุทธรูปองค์นี้พระเศียรกลวง ส่วนบนเปิดปิดได้และมีน้ำขังอยู่ เป็นพระพุทธรูปสิงห์สาม อายุประมาณ 500 ปี จำได้ว่าเมื่อ 7-8 ปีที่ผ่านมาหลายคนกำลังฮิตเรื่องพระสุพรรณกัลยา ทราบมาว่ามีวัดหนึ่งในจังหวัดแม่ฮองสอน เป็นที่บรรจุพระอัฐิของพระสุพรรณกัลยาไว้ ตอนนั้นขับรถมาที่แม่ฮองสอนก็หาไม่เจอ พึ่งมาเจอแบบไม่ได้ตั้งใจ วัดน้ำฮู้มีตาน้ำ ทำให้มีน้ำซึ่มไหลตลอดปี ก่อให้เกิดบึงขนาดย่อมอันเป็นที่ตั้งศาลาสมเด็จพระนเรศรมหาราช

ใกล้เที่ยงแล้วเราไปกินขาหมูบ้านจีนยูนานหรือบ้านสันติชล โชคดีมากเรามาถึงเร็วไม่อย่างนั้นคงไม่มีโต๊ะนั่ง เนื่องจากมีป้ายจองโต๊ะของทัวร์ที่จองล่วงหน้าไว้แล้ว วันนี้ก็ต้องลองขาหมู หมั่นโถว ซะหน่อย แถมผมว่าที่ดอยแม่สะลองอร่อยกว่า โดยเฉพาะร้านที่อยู่ตรงข้ามบ้านนายพล เสร็จจากมือกลางวันก็ไปลองเล่นชิงชากันสักหน่อย ดูแล้วเสียวจริงๆ ไม่น่าเชื่อ ปายจะมีที่เสียวถึงสองที่

ยามบ่ายอากาศเริ่มร้อนอ้าว ไปเที่ยวต่อโป่งน้ำร้อนท่าปาย ช่วงหลักกิโลเมตร 87-88 เข้าแยกซ้ายมือไปอีก 2 กิโลเมตร เรามาช่วงนี้กำลังเหมาะมีแหม่มสาวๆ มาอาบน้ำแร่แช่น้ำร้อนกัน น้องบอกว่าถ้ามาเช้าๆอาจเจอสาวญี่ปุ่นมาอาบน้ำตอนเช้ากันที่นี้ ..... “อย่างนั้นกลับกันเถอะ พรุ่งนี้เช้ามาที่นี้ใหม่”

“อย่าพึ่งพี่ ไปลวกไข่ก่อน” อ้าว ใจมันร้อน ไม่อยากลวกแล้วไข่ อุ้ย ขนาดไข่ยังสุกได้ เริ่มเป็นห่วงแม่สาวชาวญี่ปุ่นซะแล้วซิ ไปที่พักก่อนดีกว่า เดียวห้าโมงเย็นไปล่องแพกัน

กลับมาที่พักเป็นกางเกงขาสั้น แล้วไปล่อแพ แพที่ล่องเป็นแพไม้ไผ่ จุดเริ่มต้นอยู่ที่สะพานประวัติศาสตร์ซึ่งอยู่ใกลักับที่พักบ้านฝนภู สายน้ำไหลพัดเอื้อยชิว ทำให้เราปล่อยอารมณ์ล่องลอยไปกับสายน้ำ อยากหยุดเวลาตรงนี้นานๆจังเลย เราใช้เวลาล่องแพประมาณเกือบสองชั่วโมง ไปถึงจุดหมาย มีรถมารับเรากลับมาส่งที่พัก เป็นอีกกิจกรรมที่น่าท่องเที่ยวที่ได้สัมผัสกับธรรมชาติ คืนนี้เราทานข้าวที่ร้านปายลานนา ร้านนี้นอกจากอาหารอร่อยแล้ว ยังอยู่บนภูเขาที่ทำให้สามารถมองเห็นบรรยากาศในเมืองปาย

ยัง ยัง ยัง นอนไม่ได้ ต้องไปเที่ยวถนนคนเดินอันลือชื่อของเมืองปายก่อน สำหรับถนนนี้ผมเฉยๆนะ เพราะไม่มีอะไรเลย ที่จะสื่อถึงเมืองปาย ได้งดงามเท่ากับธรรมชาติ เราใช้เวลาเดินเพียงชั่วโมงเดียวก็พอแล้ว ได้เวลากลับที่พัก

ยามเช้าเราตื่นนอนโดยไม่ต้องมีใครปลุก เพราะมีเสียงกุ๊งกิ๊ง กุ๊งกิ๊ง ที่ห้อยคอควายเดินผ่านห้องพัก ว่าแล้วก็คว้าอุปกรณ์ไปหาถ่ายรูปยามเช้า เราก็วนเวียนหลายๆที่ ผมชอบปายนะ ชอบธรรมชาติ ไม่ชอบสิ่งปรุงแต่งเหมือนในเมืองปาย ถนนคนเดิน ผมดูแล้วไม่ใช่ปาย แต่เป็นที่ไหนไม่รู้ ผมเดินเลาะริมน้ำปาย สายน้ำยามเช้ากระทบกับอากาศที่เย็น ทำให้เกิดไอลอยขึ้นมาจากผิวน้ำ

“พี่ก่อนกลับน้องจะพาพี่ไปเที่ยววัดอีกสองแห่งนะ” คุณน้องพูดเอาใจ หรือว่าหาที่เที่ยวให้สมวัยหรือไงนะ ผมเก็บสัมภาระส่วนตัวก่อนออกเดินทางจากบ้านฝนภู “หากมีโอกาสจะกลับมาอีกครั้ง” ผมแอบคิดในใจ วัดแรกที่พาไปเที่ยวคือวัดตาลเจ็ดต้น ผมก็พยายามเดินนับดู รู้สึกว่าต้นตาลจะออกลูกออกหลานหลายต้น วัดที่ต่างจังหวัดมักไม่มีคนเฝ้าวัด เช่นเดียวกับที่นี้ ศาลาบนโล่งไม่มีพระหรือผู้ดูแลเลย ที่จะถามว่าต้นตาลเจ็ดต้นอยู่ไหน

เรามาหยุดที่วัดที่สองไม่น่าเชื่อ มาปายกลายเป็นทริปไหว้พระเจ็ดวัดไปซะแล้ว วัดศรีดอนชัย ด้านนอกโบสถ์มีปูนปั้นสวยงามมาก แต่ภายในโบสถ์ซึ่งอยู่ในระหว่างปรับปรุงสวยงามมากอีกวัดหนึ่ง ตัวเสามีปิดทองลงรัก ภายในมีพระพุทธรูปเก่าแก่องค์ใหญ่ พระสิงห์ปาย และก็มาถึงวัดสุดท้าย วัดโป่ง เราไปไหว้พระ ที่วัดนี้มีพระเก่าแก่มากมาย แต่ที่แปลกที่สุด มีพระพุทธรูปหน้าตักประมาณ 17 นิ้ว หลวงพ่อบอกว่า ให้อธิฐานแล้วยกพระพุทธรูปองค์นี้ เราดูแล้ว ท่าทางจะหนักมาก

“เลยบอกว่าไม่ต้องก็ได้ครับ” ไม่ทันแล้ว หลวงพ่ออุ้มพระมาที่เรา ให้พวกเราอุ้ม

“เพี้ยงถ้าลูกมีบุญขอให้อุ้มพระขึ้นด้วยเถอะ” ผมอธิฐานพร้อมกับรับพระด้วยสองมือ เพียงรับพระผมขนลุกซู่เลย พระเบามาก เบาเหมือนกล่องกระดาษ หลวงพ่อมาเฉลยตอนหลังมาว่าพระทำจากฝ้ายสาน ซึ่งเป็นศิลปะของไทยใหญ่ แล้วเอามาปั่นเป็นรูปแล้วลงรักปิดทองทับอีกครั้ง หลวงพ่อชี้ให้ดูกุฏิเป็นฝาเรือนไม้ เริ่มโดยปลวกกินแล้ว น่าเสียดายมาก

บ่ายโมงกว่าแล้ว เราไปแว๊ะกินส้มตำร้านหน้าอำเภอ เติมพลังให้เต็มอิ่ม ก่อนที่จะไปท่ารถตู้ที่ปาย จ่ายค่ารถตู้ไป 150 บาท ไปเชียงใหม่ ใช้เวลาเดินทาง 3 ชม หกโมงเย็นเราถึงเชียงใหม่ แต่กว่าจะหารถมาสนามบินได้ก็เล่นเอาซะ งง ไปเหมือนกัน สุดท้ายก็ไปถึงสนามบินเวลาเกือบทุ่มครึ่ง ทำให้เรามีเวลาที่จะขึ้นเครื่องกลับเวลาเที่ยว สามทุ่ม

เที่ยววันหยุดเสาร์อาทิตย์ทำไม มันหมดไปเร็วจริงๆๆ




Create Date : 23 มีนาคม 2554
Last Update : 23 มีนาคม 2554 16:07:52 น.
Counter : 639 Pageviews.

7 comments
  
แวะมาทักทายครับ ตามไปเที่ยวปายด้วยคน ได้เที่ยวหลายที่เลย ^ ^
โดย: กัปตันลูกชุบ วันที่: 23 มีนาคม 2554 เวลา:17:52:06 น.
  
เขียนนำเที่ยวได้เก่งจริง ๆ ชวนติดตาม ผมอ่านทุกตัว
อักษรเลยแหละ

ถ่ายภาพน้ำปาย สวยครับ แล้วผมจะมาติดตามผลงาน
อีก อย่านานนักนะ 555
โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 23 มีนาคม 2554 เวลา:18:06:55 น.
  
เห็นแล้วก็อยากไปอีก
โดย: blog pu วันที่: 23 มีนาคม 2554 เวลา:20:08:45 น.
  
จขบ.ใจร้ายแอบนินทาสาวๆ แต่ก็อดขำตามนึกภาพไปด้วย โอ้ลั๊ลลาฮูลาฮูบมากมายเวลารถแจ๊สไหลไปตาถนนคดเคี้ยว
แต่ความดีของจขบ.ยังมีอีกมากโขถ่ายภาพสวยๆมาให้ได้ชมแสงพระอาทิตย์ตกนี่สวดดดดยอดดดด
อุ๊ย อ่านๆไปตามบรรยายใต้ภาพนี้บล็อกท่องเที่ยวหรือการ์ตูนขายหัวเราะกันค่ะนี่ สนุกดีจัง
โดย: Tick Juntavaro วันที่: 24 มีนาคม 2554 เวลา:2:46:38 น.
  
ตามมาชม เมืองปาย ครับ
โดย: Kavanich96 วันที่: 24 มีนาคม 2554 เวลา:10:28:23 น.
  
555 ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชมครับ

แหม ท่องเที่ยวแนวผมก็ต้องเที่ยวไปนินทาไปครับ อิอิ

จะพยายามสร้างเรื่อง เอ้ย หาเรื่องมาเขียนอีกครับ ขอบคุณอีกครั้งสำหรับคำชมภาพ และตัวอักษร
โดย: จั๊กเด๋ วันที่: 24 มีนาคม 2554 เวลา:12:32:18 น.
  
มันอาจจะเป็นช่วงเวลาแห่งความสูขครั้ง หนึ่งในชีวิตก็ได้ สวยมากคับ
โดย: ต้น IP: 58.9.43.51 วันที่: 7 มกราคม 2555 เวลา:16:50:07 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

จั๊กเด๋
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]