Group Blog
พฤศจิกายน 2553

 
1
2
3
4
5
6
8
9
13
14
19
20
21
27
28
 
 
All Blog
NewZealand วันละเรื่อง: Lesson 3 (I)

เที่ยวไป บ่นไป New Zealand Charter III: กว่าจะถึง Wanaka

“ปังงงงงงง”

เสียงปิดประตูรถนอกห้อง ปลุกให้ผมสะดุ้งตื่น หกโมงเช้า ยังเหลือเวลาพอสมควรทำธุระส่วนตัวก่อน ก่อนลากกระเป๋ามาที่รถ….พระเจ้าช่วยกล้วยทอด

ภาพที่เห็น กลุ่มคุณนู๋ญิงลากกระเป๋ามาพร้อมกันที่รถโดยไม่ได้นัดหมาย ....เริ่มเป็นนิมิตรหมายอันดีในการเที่ยวแล้ว ขับรถมาที่Office ที่พัก Glacier Gateway Motel ดูแล้วยังไม่มีคนมาทำงาน หาที่ Drop กุญแจก็ไม่มี ต้องเปลี่ยนแผนไปเ ที่ยวก่อนแล้วกลับมาคืนกุญแจก่อน 10 โมงเช้า มิฉะนั้นต้องเสียค่าปรับทั้งห้องพักและตกทัวร์ Helicopter ที่กลุ่มคุณนู๋ญิงจองไว้ ส่วนผมขออยู่เที่ยวข้างล่างแทนก็แล้วกัน ช่วงเช้าผมวางแผนเที่ยวจากแผนที่ ไป ทะเลสาบ Matheson ซึ่งเป็นทางเดียวกับไป Fox Glacier เลย เพียงแต่ตัดแยกก่อนเข้าตัวเมือง Fox ตัดเข้าถนน Cook Flat ผมลากแผนที่ใน GPS ไปสุดถนน เมื่อเทียบกับแผนแล้วไม่น่าหลงทาง

บรรยากาศยามเช้าดูฟ้าครึมเหมือนมีฝน “คงจะไม่เห็นเงาสะท้อนบนทะเลสาบ ต้องทำใจแล้ว” ผมปลอบใจตัวเอง การเดินทางจาก Franz Josef Glacier ใช้เวลาเดินทางไม่ถึงครึ่งชั่วโมงถึง ทะเลสาบ Matheson ร้านอาหารและร้านขายของที่ระลึกเปิดตั้งแต่เช้า ที่จอดรถมีรถนักท่องเที่ยวมาจอดหลายคัน บางคันน่าจอดนอนตั้งแต่เมื่อคืน เรียกว่าประหยัดอีกทางใครสนใจก็ลองดูนะ 8 โมงเช้าแล้ว เรานัดเวลาเจอกันที่รถ 9 โมง เพื่อที่จะได้ไปถึงพัก Motel ที่พัก 9.30 น.มีเวลา 1 ชั่วโมงในการเที่ยว ว่าแล้วผมก็แบกอุปกรณ์กระเป๋ากล้องออกเดินทันที่ไม่รอใครแล้ว

แม้ฟ้าเน่า คงไม่เห็นเงาตะวัน

ป้ายแผนที่บอกทางเดินรอบทะเลสาบ Matheson มีจุดชมวิวหลัก 2 จุดคือ Jetty Viewpoint Short Walk ใช้เวลาไปกลับ 40 นาที และจุดที่สอง Reflection Island ใช้เวลาเดินทางไปกลับ 1.5 ชั่วโมง โดยเฉพาะ Reflection Island ถือว่า เป็น The Best Of the Views ดูเวลาแล้ว ไม่อยากคิดมาก ตรงไหนก็ได้ขอให้ Reflect เถอะ ว่าแล้วใส่เกียร์ 1 ออกเดิน

ใช้เวลาเดิน 15 นาที เจอที่พักริมทะเลสาบ มีนักท่องเที่ยวตั้งกล้องถ่ายรูปอยู่หลายคน แสดงว่ามารอแต่เช้า แต่ผมดูแล้วคงไม่ใช่ Jetty แน่ๆ เพราะไม่มีป้ายบอกเลย แสดงว่ายังไม่ถึง ว่าแล้วรีบเดินลักษณะกึ่งวิ่ง กึ่งเดิน ทางเดินเป็นลักษณะเหมือนขึ้นลงภูเขา แต่เขาทำดีมาก ปรับพื้นทางเดินให้เสมอกันมีอิฐก้อนเล็กโรยเป็นทางเดินชัดเจน เริ่มท้อใจยังไม่เห็นป้าย Jetty เลย แต่กลับเจอป้าย The Best Of the Views บอกว่าเดินไปอีก 1 กม.ไม่ไกลเท่าไร รีบเลย ใจหนึ่งก็คิดยังไม่ได้ภาพสวยเลย อีกใจหนึ่งก็กลัวไม่ทันกำหนดเวลา “หรือว่า ส่งพวกนี้ขึ้นเครื่องแล้วเรากลับมาอีกที่” ผมเริ่มคิดทางออก

ผมถึงจุด The Best of the Views ด้วยอาการหอบกิน ระหว่างหามุมถ่ายรูป แสงไม่มีเลย มืดๆ ภูเขาฉากหลังโดยปกคลุมด้วยเมฆหมอกบางๆ ฟ้าเหมือนเน่าแบบไม่เห็นเงาจันทร์ “บรรลัยแล้วเรา” ผมคิด แสดงว่า Jetty Viewpoint คือจุดที่ผมเดินผ่านเลยมา ไม่มีเวลาคิดแล้ว ผมก็กด Shutter กล้องถ่ายรูปอย่างบ้าคลั่ง ถ้าเป็นปืนกลอัตโนมัติ ก็ต้องเรียกว่ายิงหมดไปหลายแมก......กลุ้มใจโว้ย ถ่ายอย่างไร มันก็เน่า แต่ก็ยังดี เน่าแบบไม่มีกลิ่น เริ่มกลุ้มใจ เราคงไม่ได้ภาพสวยเหมือนใน Postcard ที่เขาทำขายแน่ๆ โอกาสสุดท้ายในการแก้ตัว จุดชมวิว Jetty อาจได้ภาพดีๆ บ้าง ผมเดินย้อนกลับทางเก่า ตอนนี้ที่ Jetty มีนักท่องเที่ยวชาวภารตะกลุ่มใหญ่ ไม่รู้พี่แกดีใจเรื่องอะไร ร้องเพลงแบบแขก “เจิ้น เจิ้น เจิ้น” พร้อมเต้นทำให้พื้นไม้ที่ทำเป็นที่ชมวิวยื่นไปน้ำสั่น ดังนั้นภาพถ่ายที่ได้ของผมถ่าย สั่นแทบทุกภาพ

“โอย กลุ้มใจ” ผมนั่งรอกลุ่มพวกนี้เมื่อไรจะไปสักที่ แต่ยิ่งสาย คนมามากเรื่อยๆ ความตั้งใจที่จะนั่งรอแสงต้องพับไป เอาหละ ถ่ายมันตรงนี้หละ ว่าแล้วก็ยิงชุดเหมือนเดิม

“แป๊ก แป๊ก แป๊ก แป๊ก” เสียงชัตเตอร์ผมมันช่างรันทดหัวใจเหลือเกิน ฟ้ายังเน่า แสงทึม แถมยังรู้สึกฝนเริ่มตกปอยๆ เบื่อจริง ว่าแล้วเก็บอุปกรณ์กลับดีกว่า ผมเดินมาที่จุดนัดพบด้วยสีหน้าหม่นหมองไม่ต่างจากสีท้องฟ้าวันนี้แนวช้ำเลือดช้ำนอง เสียดายมาก ทะเลสาบ Matheson ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีทิวทัศน์ยอดฮิตของนิวซีแลนด์ ผมยืนมองภาพวิวเห็นเทือกเขาเซาท์เทริ้น แอลป์ส แถมด้วยเทือกเขาเมาท์คุกและเมาท์ทาส อยู่เด่นสง่าเป็นฉากหลัง

อ้าวกลุ่มคุณนู๋ญิงมารออยู่ที่รถแล้วทำไมถึงยังไม่เข้ารถอีก ได้ความว่า ชายน้อยหากุญแจรถไม่เจอ ตอนนี้ลงทุนถอดเสื้อกันหนาวตัวใหญ่ออกให้ คุณนู๋ญิงและคุณนู๋เล็กช่วยถอดตรวจที่ละชิ้น เลยเวลานัดมา 10 นาทีแล้วยังหาไม่เจออีกชายน้อยเกิดอาการเครียด ปลดเข็มขัดถอดกางเกงให้ผมช่วยตรวจดูว่าหล่นอยู่ข้างในไหม แต่แล้ว โชคช่วยสำหรับผม เสียงกุญแจหล่นจากเสื้อลงมา เรียกเสียงหัวเราะกับทุกคนได้ยกเว้นชายน้อยที่เกือบจะเป็นชายเปลือยไปแล้ว

“ถ้าหากุญแจไม่เจอ ตกเครื่อง ค่าทัวร์คนละ 270 NZ แถมโดนปรับส่งกุญแจห้องช้าอีก ไม่รู้จะเสียอีกเท่าไร” คุณนู๋เล็กเริ่มบ่น

อีก 10 นาทีจะโดนค่าปรับค่าห้อง เราถึงที่พัก Glacier Gateway Motel รีบลงรถไป Checkout เจ้าของ Motel หน้าตาแกเสมอไม่เปลี่ยนเลย คือ หน้าหงิกบอกบุญไม่รับออกมารับกุญแจคืน

“บ่ายโมง เจอกันที่นี้นะ” คุณนู๋ญิงนัดเวลา ก่อนที่ผมจะแยกตัวเอารถไปเติมน้ำมันแล้วหาของกินในเมือง Franz Josef มีคนบอกว่าเป็นเมืองที่ใหญ่และคึกคักกว่า Fox ก็ตาม ผมลองขับรถเล่นในเมืองมีถนนไม่กี่สายเอง ผมถือโอกาสซื้ออาหารมื้อกลางวันด้วยเลย หลังจากนั้นก็เดิน shopping ในร้านขายของที่ระลึก ผมชอบขนของ Possum นุ่มมือมาก น่าซื้อแต่เห็นราคาแล้ว ถอยยยยดีกว่า

ตะกายเดี่ยวลุยขึ้น Glacier

11 โมงแล้ว ผมออกเดินทางไป Franz Josef Glacier ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมือง Franz Josef เพียง 5 กิโลเมตร

“ไหน ไหนมาถึงแล้วก็ต้องไปเหยียบธารน้ำแข็งสักหน่อย” ผมคิดช่วงขับรถ บรรยากาศผมตอนนี้เหมือน ไฮโซมากๆ มาขับรถเที่ยวนิวซีแลนด์คนเดียว ออกจากตัวเมืองผ่านสะพานข้ามแม่น้ำ Waiho ซึ่งน้ำสีน้ำนม พาลนึกถึงเนปาล ที่เอามาอาบและกิน บอกว่าเป็นน้ำนมมาจากสรรค์ ผมผ่านสะพานเลี้ยวขวาก็ถึงทางเข้า 4 กิโลเมตร ผมเห็นวัยรุ่นหลายคนเดินเท้าไปที่ Glacier เสียดายถ้ามีสาวๆโบกรถ จอดรับเลย

เข้ามาสัก 5 ร้อยเมตร เจอป้ายบอกไว้ว่าเมื่อ 30 ปีก่อนธารน้ำแข็ง (Glacier) ยาวถึงตรงนี้ ขับรถเข้าไปเรื่อยๆ มีป้ายบอกเวลาการหดตัวของธารน้ำแข็ง จนทำให้ผมเริ่มรู้สึกถึงความกลัวในเรื่องโลกร้อนเหลือเกิน เขาบอกว่าธารน้ำแข็งหดหายไปปีละ 0.5% ไม่รู้ว่าอีก 100 ปี สงสัยต้องขึ้น Helicopter ไปดูบนยอดเขาแล้วมั้งละ และอีก 200 ปีคงไม่มีธารน้ำแข็งให้ดูแล้ว

ลานจอดรถมีนักท่องเที่ยวจอดรถกันหลายคัน ผมถือโอกาสจัดการอาหารกลางวันบนรถให้เรียบร้อย ก่อนออกเดินทาง เดินมาถึงป้ายบอกเส้นทาง มีให้เลือก 2 ระดับ คือ Sentinel Rock Walk เป็นเส้นทางเดินขึ้นเขาเพื่อชมทิวทัศน์ของธารน้ำแข็ง ใช้เวลาเดินทางไปกลับ 20 นาที ก็คือเดินไปแค่สุดถนนที่เขาทำไว้ และอีกระดับ Franz Josef Glacier Walk ใช้เวลาในการเดินทางไป-กลับ ประมาณ 1 ชั่วโมง โดยเริ่มจากสุดถนนปลายถนน Glacier Express ลัดเลาะไปตามแม่น้ำไวโอเพื่อไปส่วนปลายธารของธารน้ำแข็ง และอีกโปรแกรมหนึ่งต้องมีไกด์ผู้ชำนาญทางนำคือการขึ้นไปเที่ยวบนธารน้ำแข็ง ซึ่งต้องใช้ชุดและรองเท้าที่ทางบริษัททัวร์เตรียมไว้ค่าใช้จ่ายน่าจะ 120 NZ

ผมเดินจนสุดถนน ตรงนี้มีป้ายแสดงถึงการเปลี่ยนแปลงธารน้ำแข็งในช่วงหลายสิบปี ใครเดินไม่ไหวมีเก้าอี้นั่งชมทิวทัศน์ มองเห็นปลาย Glacier เห็นกลุ่มคนเดินตัวเล็กนิดเดียว ดูเหมือนว่าธารน้ำแข็งอยู่ไม่ไกล แต่เดินอย่างไรก็ไม่ถึงสักที่ บริเวณที่เราเดินผ่านมีน้ำตก 3 สาย ในระหว่างที่กำลังบันทึกภาพอยู่นั้น ผมเหมือนได้ยินเสียงเหมือนใครเรียกชื่อ ไม่น่าเชื่อเราดังถึงนิวซีแลนด์เลยเหรอ 555 หันกลับไป

กลุ่มคุณนู๋ญิง โบกไม้โบกมือให้สัญญาณผมถ่ายรูป อ้าวทำไมขึ้นเครื่องบินเสร็จเร็วจัง ได้ความว่า บริษัททัวร์มารับที่ Motel ก็เวลา 10.30 น. อีกทั้ง Helicopter ไม่สามารถบินได้เนื่องจากวันนี้อากาศแปรปรวน จึงเปลี่ยนใจซื้อทัวร์เดิน Track ขึ้น Glacier แทน

อ้าว ทำไม เขาไม่จ้างรถหรือเดินมาผมที่ Glacier หละ เพราะยังไงก็รู้ว่าผมจะมาที่นี้อยู่แล้ว กลายเป็นว่า ทริปนี้เราเที่ยวเหมือนกันเลย ต่างกันตรงที่ผมไม่ต้องเสียกะตังค์ซักเหรียญ ดูสีหน้าคุณนู๋ญิง สีหน้ายิ้มแบบจืด จืด เลยไม่กล้าถามว่าเสียค่าทัวร์ไปเท่าไร คงหมดอารมณ์ที่ต้องเสียเงิน (แอบได้ยินว่าคนละ 150NZ)

“เปลี่ยนเวลาเจอกันที่ปั๊มน้ำมันในเมืองบ่ายสองโมงนะค๊ะ” คุณนู๋ญิงบอกผมพร้อมชูสองนิ้วให้ผมถ่ายรูปคู่กับชายน้อย

“ไม่เจอกันที่จอดรถไม่ดีกว่าเหรอ จะได้ไม่ต้องย้อนกลับเข้าในเมือง” ผมถามคุณนู๋ญิง คุณนู๋ญิงไม่ตอบ แต่ชี้นิ้วให้ผมดูที่ชุด แล้วบอกว่าต้องกลับไปคืน ชุดเครื่องแบบสีน้ำเงิน และรองเท้าบูธที่บริษัทหลังจากเสร็จสิ้นทริป

“อย่างนั้นแล้วเจอกันนะครับ” ผมตอบ ในขณะที่กลุ่มคุณนู๋ญิงวิ่งเข้าไปรวมกับกรุ๊ปทัวร์

มีตำนานชาวเมารีเกี่ยวกับธารน้ำแข็งแห่งนี้ ว่า นานมาแล้ว เมื่อไรไม่รู้ ผู้หญิงหิมะนามว่า Hine Hukatrer ได้ชวนคนรัก ชื่อ Tu Awe ไปปีนภูเขาเล่นกัน แต่แล้วชายคนรักเกิดหน้ามืดหมดแรงสงสัยเมื่อคืนไม่รู้ว่าทำอะไรกันไม่ยอมนอนพลาดตกลงมาเสียชีวิต นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า พรุ่งนี้ขึ้นภูเขา ต้องนอนมากๆ (ไม่ใช่ครับ) ตำนานบอกว่า เธอเศร้าโศกเสียใจเป็นอย่างมาก ร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรบนยอดเขา ไม่รู้ว่าน้ำตาหมดไปกี่ปิ๊บ น่าจะเรียกว่ารักมากมาย รักเธอมากมาย น้ำตาของเธอไหลออกมามหาศาล และได้แข็งเป็นธารน้ำแข็งไปชั่วกาลนานอย่างเห็น ชาวเมารีเรียก Glacier ว่า Ka Roimata o Hine Hukatrer หมายถึงน้ำตา Hine Hukatrer น้ำตาไหลจากตาข้างหนึ่งของเธอกลายเป็น Franz Josef Glacier และอีกข้างหนึ่งกลายเป็น Fox Josef Glacier ไม่น่าเชื่อว่าความรักของผู้หญิงช่างยิ่งใหญ่ยาวไกลหลายกิโลเหลือเกิน ผมเลยมีความคิดขึ้นมา หากใครอยากสมหวังความรัก ต้องขึ้นเขาลูกนี้ไปพิสูจน์รักแท้ถึงปลาย Glacier แล้วอธิฐานจะสมหวัง ไม่เชื่อผมงวดหน้าไปนิวซีแลนด์ลองทำดูซิ

ตอนนี้ผมรับบทเป็นชายคนรักของ Hine แบกสัมภาระกระเป๋ากล้องหนักประมาณ 15 กิโล เราต้องขึ้นเขาลูกหนึ่งก่อนที่จะไปถึงปลาย Glacier ผมยืนหอบมองยอดเขา ที่มีเชือกกันกลางอยู่ แต่ผมเห็นฝรั่งสองคนเดินลอดเชือกตามกลุ่มทัวร์คุณนู๋ญิงขึ้นเขาไป ในเมื่อเข้าเมืองตาหลิวก็ต้องหลิวตาตาม ผมเลยขึ้นตามบ้าง ภูเขาเป็นลักษณะคล้ายเขาหินปูน คล้ายดอยหัวหมดที่ตาก แต่กว่าจะขึ้นถึงยอดบนเขา เรียกว่าหอบไปหลายรอบ ตอนนี้ผมเข้าใจแล้วว่าทำไม Tu Awe คนรักของ Hine ถึงขาอ่อนตกเขาไป แสดงว่าคุณเธอให้ที่รักแบกตู้กับข้าวขึ้นมา Dinner กันบนยอดเขา

ผมเริ่มมองเห็นคนตัวเล็ก อ้าว นั้นเหมือนชายน้อยเลย ทำไมนั่งแอบหลบอยู่ที่ตีนเขากับคุณนู๋เล็กหละ ปล่อยให้คุณนู๋ญิงขึ้นไปด้านบน Glacier เพียงคนเดียว ตอนนี้เองที่ทำให้ผมรู้ความจริงตอนหลังว่า ชายน้อยและคุณนู๋เล็ก เป็นคนกลัวความสูง อย่างนี้ก็ขาดทุนยกใหญ่ซิ จ่ายสามได้ขึ้นหนึ่งเอง ถึงว่า เวลาขับลงเขาแกเลยไม่กล้าขับ ต้องให้ผมเป็นคนขับตลอด

และแล้วผมก็ไต่ขึ้นไปถึงยอด ปลาย Glacier สวนกับไกด์ฝรั่งกำลังนำลูกทัวร์ลงจากเขา แกถามผมว่า ผมมาจากไหน ผมบอกว่าเมืองไทย เท่านั้นหละ แกยกนิ้วโป้งให้ สักพักสวนกับกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีน3 คน ซึ่งขึ้นมาเที่ยวเอง อยู่ในสภาพหิ้วปีกผู้หญิงอีกคนลงจากยอดเขาลงอย่างทุลักทุเล ดูอาการเหมือนเป็นขาแพลง ในระหว่างที่ผมกำลังเก็บภาพอยู่บนยอดเขายังไม่ได้ขึ้น Glacier คณะทัวร์คุณนู๋ญิงก็ลงมาจาก Glacier แล้ว

“ทำไม 150 NZ มันหมดเร็วจัง” ผมคิด แต่ผมยังไม่ได้ขึ้น Glacier เลย ว่าแล้วก็เดินบนธารน้ำแข็ง เพียงแรกสัมผัสน้ำแข็งก็ลื่นปัดๆๆ ถ้านึกไม่ออก ลองสั่งน้ำแข็งกั๊กใหญ่ๆ มาลองเหยียบดู รับรองความรู้สึกไม่ต่างกันเลย แสดงว่านักท่องเที่ยวชาวจีนคงลื่นจนบาดเจ็บ อ้อ รู้เลย คนรัก Hine ไม่ได้ใส่รองเท้ากันลื่นแน่ๆ

ไม่ได้แล้วสำหรับผม ต้องปลอดภัยไว้ก่อน พยายามเดินช้าๆ ทรงตัวบนก้อนน้ำแข็ง ต้องระวัง มาเที่ยวคนเดียว หากเป็นอะไร กลัวต้องอยู่เป็นเพื่อน Hine

ดังนั้น “อยู่มันตรงนี้หละ ถ่ายรูปไปเรื่อย” ผมคิดไม่ทันไร ฝนเริ่มลงเม็ดเบาๆ ผมฝืนทนอยู่บนยอดเขาสักพัก ต้องรีบเก็บกล้องเพราะฝนเริ่มลงเม็ดหนาขึ้น ดูนาฬิกา อีก 5 นาทีบ่ายสองแล้ว ไม่ได้การแล้ว ต้องรีบไปรับคุณกลุ่มคุณนู๋ญิงในเมืองก่อน

มีคำเตือนว่า หากฝนตกหนักให้รีบกลับมาที่ถนนด้านบน เพราะพื้นด้านล่างอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน ดังนั้น ผมลงจากยอดเขาด้วยสภาพกึ่งวิ่ง กึ่งเดิน แต่ทำไมระยะทางจาก Glacier มาที่ถนนดูจะไกลเหลือเกิน เดินเท่าไร ก็ยังไม่ถึงสักที่ น้ำตกที่เราเดินผ่านมาครั้งแรกดูใกล้ ตอนกลับก็ยังไม่ถึงสักที่ ผมหันหลังไปดู กลัวมีน้ำป่าหลากลงมาจะหนีไม่ทัน ต้องวิ่ง วิ่ง วิ่ง จนกระทั้งขึ้นมาบนถนนได้ ผมยืนหอบดูนาฬิกาเกินเวลานัดมา 25 นาทีแล้ว ไม่การแล้วออกรถเลย ที่จอดรถนักท่องเที่ยวเริ่มบางตา น่าจะเป็นเพราะแดดไม่มีแล้วแถมฝนลงอีก

ผมผ่านสะพานข้ามแม่น้ำ Waiho ขึ้นพ้นเนิน เริ่มหนาวถึงสันหลัง เมื่อเห็นรถตำรวจสีขาวคาดส้ม เขียว จอดอยู่ด้านขวามือหลังป้ายกำหนดความเร็ว 50 กม/ชม ผมแทบหยุดหายใจรีบชะลอรถขับช้าๆไปยังเป้าหมาย ปั๊มน้ำมันแห่งเดียวของเมืองเพื่อรอรับกลุ่มคุณนู๋ญิง ผมจอดรถเดินหากลุ่มคุณนู๋ญิงอยู่นานก็ไม่เจอ แต่ก็อุ่นใจอย่างมีกระเป๋าเสื้อผ้าของแต่ละคนเป็นประกัน พวกนี้ไม่กล้าทิ้งผมแน่นอน

สักพักเห็นคุณนู๋ญิงเดินยิ้มออกมาบอกว่าพึ่งเสร็จจากการจ่ายเงินค่าทัวร์ ยังไม่ได้กินข้าวเลย คิดแล้วก็เห็นใจ ไม่ได้ขึ้นเครื่อง Helicopter แถมยังต้องเดินขึ้นเขาเองอีก อาหารกลางวันก็ยังไม่ได้กิน ผมก็เลยให้กลุ่มคุณนู๋ญิงซื้ออาหารแล้วทานในรถ สำหรับรอบบ่าย ผมขับรถบริการให้เอง




Create Date : 16 พฤศจิกายน 2553
Last Update : 4 กุมภาพันธ์ 2554 9:00:09 น.
Counter : 487 Pageviews.

3 comments
  
ธารน้ำแข็งอลังการมากค่ะ อยากไปเดินบนนั้นบ้างจัง

เล่าเรื่องแบบเห็นภาพเลยค่ะ แล้วจะแวะมาตามเที่ยวใหม่ค่ะ
โดย: kidthung maanoy วันที่: 17 พฤศจิกายน 2553 เวลา:5:10:10 น.
  
โอ้โห ทั้งสวย ยิ่งใหญ่ แต่ก็น่ากลัวนะคะ
โดย: apple.007 วันที่: 17 พฤศจิกายน 2553 เวลา:22:22:31 น.
  
เพิ่งเห็นธารน้ำแข็งในรูป น่าไปสัมผัสด้ยมือตนเองจริง ๆ ค่ะ

โอย...ยิ่งอ่านยิ่งสนุก นี่ตกลงว่าทิ้งงานหมดเลย อ่านเรื่องของคุณดีกว่า ชอบนิวซีแลนด์มากค่ะ
โดย: Ably วันที่: 19 พฤศจิกายน 2553 เวลา:12:45:15 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

จั๊กเด๋
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]