No matter what life brings, I just believe that... Everything happens for the best.

Group Blog
 
 
มีนาคม 2548
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
16 มีนาคม 2548
 
All Blogs
 
[สาระน่ารู้] กาแฟที่แพงที่สุดในโลก

บทความนี้ไอซ์เขียนไว้สำหรับลงคอลัมภ์ "สาระน่ารู้" ในเวปไซด์ของกรมวิทยาศาสตร์บริการนะคะ
ยังไม่รู้ว่าจะได้ลงเมื่อไหร่ เอามาให้อ่านกันเล่น ๆ ก่อนละกัน คงจะไม่ผิดกติกา ^^


..............................


กาแฟที่แพงที่สุดในโลก


กลิ่นหอมหวนของมันอาจจะเป็นกลิ่นที่คุณชินจมูก รสขมเข้มของมันอาจจะเป็นรสที่ปลายลิ้นของคุณคุ้นเคย และมันอาจจะเป็นสิ่งหนึ่งที่คุณขาดมันไม่ได้ในตอนเช้า ช่วยขับไล่ความง่วงงุน เปิดดวงตาและสมองให้แจ่มใส พร้อมจะเริ่มต้นวันใหม่อย่างกระปรี้กระเปร่า...ใช่แล้ว มันคือกาแฟนั่นเอง

ปัจจุบันนี้ กาแฟเป็นเครื่องดื่มที่แพร่หลายในเกือบทุกมุมของโลก ไม่ว่าจะไปแห่งหนไหน ก็จะหาร้านกาแฟสักร้านได้ไม่ยาก แต่รู้ไหมว่า ครั้งหนึ่งกาแฟเคยเป็นความลับสุดยอดของประเทศแถบอาหรับ และยังเคยได้รับการกล่าวหาว่าเป็นเครื่องดื่มของปีศาจร้ายด้วย

ประวัติของกาแฟโดยย่อ

ตำนานหนึ่งเล่าว่า กาแฟถูกค้นพบโดยบังเอิญ เนื่องจากขายเลี้ยงแกะที่เผลองีบหลับไป ตื่นขึ้นมาพบว่า แกะในฝูงของเขาล้วนออกอาการคึกคัก หลังจากที่กินลูก “เบอรี่” สีแดงจากต้นไม้ใบเขียว เขาก็เลยลองชิมดูบ้าง และพบว่า ตัวเองก็รู้สึกตาสว่าง เต็มไปด้วยพลังงาน ไม่ต่างอะไรจากแกะในฝูงเลย

เขานำสิ่งที่พบนี้ ไปปรึกษากับหัวหน้าพระอย่างตื่นเต้น แต่หัวหน้าพระกลับไม่ไว้วางใจลูก “เบอรี่” นี้ จนถึงกับโยนมันเข้าไปในกองไฟ และสั่งสอนชายเลี้ยงแกะว่า มันเป็นสิ่งล่อล่วงจากปีศาจร้าย

ขณะที่หัวหน้าพระกำลังเทศนาชายเลี้ยงแกะอยู่นั้น ลูก “เบอรี่” ที่อยู่ในกองไฟถูกเผาไหม้ ส่งกลิ่นหอมหวน จนพระองค์อื่นๆ อดรนทนไม่ได้ ต้องเดินตามกลิ่นนั้นเข้ามา และนั่นก็ทำให้หัวหน้าพระเปลี่ยนใจ คิดใหม่ว่า ลูก “เบอรี่” นี้จะต้องเป็นสิ่งที่พระผู้เป็นเจ้าประธานมาให้เป็นแน่แท้ เพราะกลิ่นของมันเรียกพระองค์อื่นๆ เข้ามา

หัวหน้าพระนำลูก “เบอรี่” ที่ถูกเผาไฟจนเป็นสีเข้มออกมาบด และเทน้ำใส่ ทำเป็นยาอายุวัฒนะ ซึ่งทำให้พวกพระตาสว่างสวดมนต์สรรเสริญพระผู้เป็นเจ้าตลอดทั้งคืน

อีกตำนานเล่าว่า ชาวอราเบียนคนหนึ่งกับพรรคพวกของเขา ถูกเนรเทศเข้าไปในทะเลทรายเพื่อให้ตกตายเพราะความหิวโหย ระหว่างที่กำลังเข้าตาจนอยู่นั้น เขาและเพื่อนต้มลูกไม้ที่ไม่รู้จักมาดื่มประทังชีวิต เครื่องดื่มนั้นไม่ได้เพียงแค่ทำให้พวกเขารอดชีวิตเท่านั้น แต่พวกเขายังได้ลงหลักปักฐานในเมืองที่ใกล้ที่สุดชื่อ ม็อคค่า (Mocha) พืชและเครื่องดื่มที่ทำจากพืชนั้น จึงได้รับชื่อว่า ม็อคค่า เพื่อเป็นเกียรติต่อเหตุการณ์นั้นด้วย

ตำนานทั้งสองมีความเท็จจริงอย่างไร ไม่มีใครสามารถยืนยันได้ แต่เป็นที่แน่นอนว่า กาแฟถูกค้นพบมาเป็นพันปีก่อนคริสตศักราชแล้ว ต้นกาแฟนั้นเติบโตตามธรรมชาติในประเทศเอธิโอเปีย แต่สมัยนั้นชนเผ่า กาลล่า (Galla) ของประเทศเอธิโอเปียไม่ได้ดื่มกาแฟ พวกเขาห่อเม็ดกาแฟไว้ในไขมันสัตว์ เพื่อกินเป็นแหล่งพลังงานระหว่างที่ทำศึกกับต่างเผ่า

พ่อค้าชาวอาหรับนำต้นกาแฟกลับมายังถิ่นเกิด ปลูกต้นกาแฟเหล่านี้ และเริ่มต้มเม็ดกาแฟเป็นเครื่องดื่ม โดยให้ชื่อว่า “คาห์วา (qahwa)” ซึ่งแปลได้ตรงตัวว่า “ทำให้ไม่หลับ”

กว่าที่กาแฟจะเป็นที่รู้จักกันนอกประเทศแถบอาหรับนั้น ก็หลังจากนั้นอีกนาน เพราะชาวอาหรับเชื่อว่า กาแฟเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์และปกป้องมันราวกับเป็นความลับสูงสุดทางทหาร รัฐบาลถึงกับห้ามการนำต้นกาแฟออกจากประเทศเลยทีเดียว

การที่กาแฟแพร่หลายจนเป็นที่รู้จักกันทั่วไปได้นั้น ต้องขอบคุณชาวอาหรับที่ทำผิดกฎหมายคนหนึ่ง ด้วยการแอบขนเม็ดกาแฟไปจนถึงภูเขาในประเทศอินเดีย และเริ่มปลูกไร่กาแฟที่นั่น หลังจากนั้น กาแฟก็เป็นที่รู้จักของหลายประเทศมากยิ่งขึ้น และมาถึงประเทศในยุโรปเมื่อประมาณปี ค.ศ. 1600 โดยพ่อค้าชาวอิตาเลียน

ในประเทศอิตาลี โป๊ป เคลเมนท์ ที่แปด (Pope Clement VIII) ได้รับคำยุยงจากที่ปรึกษาว่า กาแฟนั้น เป็นเครื่องดื่มของปีศาจร้าย และควรจะทำการสั่งห้ามดื่มเสีย แต่โป๊ป เคลเมนท์ ที่แปด กลับตัดสินใจที่จะทำการล้างบาปกาแฟด้วยการ ทำพิธีล้างบาป (baptize) เสียแทน เพื่อทำให้เครื่องดื่มนี้เหมาะสมสำหรับชาวคริสเตียน

ร้านกาแฟร้านแล้วร้านเล่าจึงได้เปิดทำการขึ้นในแถบยุโรป เริ่มตั้งแต่ อิตาลี อังกฤษ ฝรั่งเศส และไปไกลถึงอเมริกา

จนถึงบัดนี้ แทบจะไม่มีใครในโลกนี้ที่ไม่รู้จักกาแฟอีกเลย

เม็ดกาแฟล้ำค่าจากมูลชะมด

ปัจจุบันนี้ กาแฟเป็นที่แพร่หลายไปทั่วโลก มีการคั่ว ผสม ให้มีรสหลากหลาย ถูกปากผู้คนทุกระดับ ตั้งแต่ เอสเพสโซ่ รสเข้มข้น คาปูชิโน่ รสนุ่มนวล หรือ คาเฟลาเต้ รสกลมกล่อม ราคามีตั้งแต่ถ้วยละไม่กี่บาท จนถึงถ้วยละหลายร้อยบาท

แต่กาแฟที่แพงที่สุดในโลกล่ะ คืออะไร

คำตอบก็คือ โคปิ ลูแว็ค (Kopi Luwak)

คุณอาจจะมีคำถามอยู่ในใจทันทีว่า โคปิ ลูแว็ค เป็นกาแฟแบบไหน แล้วทำไมมันถึงได้เป็นกาแฟที่แพงที่สุดในโลก

คำตอบก็คือ เนื่องจากเม็ดกาแฟที่ซื้อขายกันอยู่ในตลาดทุกวันนี้ มาจากต้นกาแฟเพียงไม่กี่พันธุ์เท่านั้น ที่รู้จักกันดีก็เช่น โรบัสต้า (Robusta) หรือ อราบิค่า (Arabica) ดังนั้นสิ่งหนึ่งที่กำหนดคุณภาพและราคาของกาแฟนั้นก็คือ เม็ดกาแฟนั้น มาจากที่ไหน

โคปิ ลูแว็ค เป็นกาแฟโรบัสต้าชนิดหนึ่ง แต่สามารถพบได้เพียงในเกาะใหญ่สามเกาะของประเทศอินโดนีเซีย คือ สุมาตรา จาวา และ สุลาเวซิ และบางพื้นที่ในประเทศเวียดนามเท่านั้น นอกจากกาแฟชนิดนี้จะหาได้จากบริเวณที่จำกัดแล้ว กว่าจะมาเป็นเม็ดกาแฟ โคปิ ลูแว็ค ได้ เม็ดกาแฟยังจะต้องผ่านกระบวนการพิเศษอันเป็นเอกลักษณ์อีกด้วย กาแฟนี้จึงเป็นกาแฟหายาก ผลผลิตน้อยมาก ประมาณ 500 ปอนด์ ต่อปี นอกจากนั้น มันยังเป็นกาแฟที่ได้รับความนิยมสูงอีกด้วย

ในไร่กาแฟทั่วๆ ไป สัตว์ที่กินเม็ดกาแฟเป็นอาหาร จัดเป็นศัตรูร้าย แต่ไร่กาแฟในสามเกาะใหญ่ของประเทศอินโดนีเซียนี้ ยินดีต้อนรับสัตว์ที่กินเม็ดกาแฟเป็นอาหาร ที่เรียกว่า ชะมด (Palm Civet) ซึ่งมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Paradoxurus hermaphroditus เป็นอย่างดี

ชะมดเป็นสัตว์ขนาดเล็ก หนักเพียงประมาณ 11 ปอนด์เท่านั้น มีลักษณะคล้ายแมว แต่แท้จริงแล้ว จะใกล้เคียงกับแร็คคูนมากกว่า ชะมดอาศัยและปีนป่ายอยู่ตามต้นไม้ เป็นสัตว์ที่ออกหากินตอนกลางคืน โดยมีอาหารหลักคือ ผลไม้ แมลง และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมตัวเล็กๆ

แต่ชะมดที่อาศัยอยู่ในไร่กาแฟนั้น โปรดปรานเม็ดกาแฟเป็นอย่างมาก แถมยังเลือกกินเฉพาะเม็ดที่สุกที่สุดอีกด้วย แต่มันกลับไม่ใช่ศัตรูของผู้ผลิตกาแฟเลยแม้แต่น้อย เพราะระบบย่อยอาหารของสัตว์ประเภทนี้ เพียงย่อยเปลือกนิ่มส่วนนอกของเม็ดกาแฟไปเท่านั้น เม็ดกาแฟที่ใช้สำหรับผลิตกาแฟยังคงอยู่ในรูปร่างเดิม และถูกถ่ายออกมาพร้อมกับกากของเสียอื่นๆ ในมูลของมัน ซึ่งรวบรวมได้ง่าย เพราะชะมดจะถ่ายตรงที่เดิมเป็นประจำ

กรดและเอนไซม์ในกระเพาะอาหารของชะมดทำปฎิกิริยาทางเคมี คล้ายกับการหมัก (Fermentation) กับเม็ดกาแฟสุก ทำให้เกิดผลผลิตเป็นเม็ดกาแฟที่หายาก และแพงที่สุดในโลก

ชาวท้องถิ่นเรียกชะมดเหล่านี้ว่า ลูแว็ค ส่วน โคปิ คือ กาแฟ และนั่นก็เป็นที่มาของชื่อ โคปิ ลูแว็ค หรือแปลตรงตัวว่า กาแฟจากชะมดนั่นเอง

ผู้ที่เคยชิม โคปิ ลูแว็ค บอกว่า มันมีกลิ่นอายของป่า รสอร่อย เนื้อกาแฟเข้มข้นจนเกือบเหมือนน้ำเชื่อม มีรสของช็อกโกแล็ตกับคาราเมลเจืออยู่เล็กน้อย ดื่มแล้วรสสะอาดสดชื่นติดลิ้น

ดังนั้นถ้าคุณเบื่อกาแฟรสธรรมดาๆ อย่าง เอสเพสโซ่ คาปูชิโน่ หรือ คาเฟลาเต้ แล้ว และอยากลองกาแฟที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแล้วละก็ ลองพิจารณากาแฟ โคปิ ลูแว็ค ซึ่งเป็นกาแฟแพงที่สุดในโลกดูบ้างไหม ราคาก็ไม่เท่าไหร่ ปอนด์ละประมาณ 75 ดอลล่าร์สหรัฐ (ประมาณ 3000 บาท) เท่านั้นเอง


Referrences

//momo.essortment.com/whatisthehist_poo.htm
//www.telusplanet.net/public/coffee/history.htm
//www.foodsciencecentral.com/fsc/ixid13883
//www.ringsurf.com/info/food/Coffee.html
//nationalzoo.si.edu/Publications/ZooGoer/1996/4/coffeeluwak.cfm



Create Date : 16 มีนาคม 2548
Last Update : 16 มีนาคม 2548 22:14:05 น. 6 comments
Counter : 652 Pageviews.

 
แวะเข้ามาอ่านสาระค่ะ


โดย: ..ฟ้าใส.. วันที่: 16 มีนาคม 2548 เวลา:22:27:22 น.  

 
อือหือ.... ไทยเราก็ปลูกกาแฟเหมือนกัน น่าจะลองทำดูบ้างนะเนี่ย


โดย: วัฏสีร์ ธรรมจารี (spiralhead ) วันที่: 17 มีนาคม 2548 เวลา:16:44:46 น.  

 
เข้ามาหาความรู้ค่า


โดย: คอเล่า IP: 203.172.116.150 วันที่: 24 พฤษภาคม 2549 เวลา:22:12:27 น.  

 
ชอบดื่มกาแฟมากๆคะ แต่เลิกดื่มกาแฟแก้วแพงๆแล้วล่ะ เปลืองตังค์ ขอบคุณสำหรับความรู้คะ


โดย: Lilly (supremeking ) วันที่: 17 พฤศจิกายน 2549 เวลา:9:44:21 น.  

 
มีโอกาศได้ชิมแล้วค่ะ(อยู่บริษัทผลิตกาแฟ) เป็นพันธ์โรบัสต้า แต่อราบิก้าของโครงการหลวงอร่อยกว่า (ของไทยสุดยอดแล้วค่ะ แต่ขาดการโปรโมทแค่นั้นเอง)


โดย: วัชรี IP: 124.121.148.142 วันที่: 13 พฤศจิกายน 2551 เวลา:16:54:41 น.  

 
จะให้กิน ขี้ ชะมดสะแล้ว 555 แต่ก็หน้าลองนะ ขอบ อก


โดย: ผีน้อยน่ารัก IP: 210.246.192.45 วันที่: 23 มกราคม 2553 เวลา:13:21:04 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Clear Ice
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]




เป็นผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่ง อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่ายยิ่งกว่าพายุ ^^





บอกกล่าวกันก่อน

Blog นี้มีอะไร อัพเดทใหม่ๆ คลิกที่ Blog map & Update ค่ะ

ตอนนี้นิยายที่เขียนค้างอยู่ถูกล็อกไว้ชั่วคราว เพราะอยากจัดระเบียบความคิดของตัวเองนิดนึงก่อนค่ะ ขออภัยสำหรับความไม่สะดวกด้วยนะคะ

ขอร้องคนที่มาอ่านงานเขียนของไอซ์ในบล็อกนะคะว่า กรุณาอย่าก็อปปี้ไปเผยแพร่ที่อื่นเลย ไม่ว่าจะให้เครดิตหรือไม่ เพราะบอกตรงนี้เลยค่ะว่า "ไม่อนุญาตทุกกรณี" ขอให้อ่านกันเพียงแต่ในนี้ หรือถ้าอยากแบ่งปันกันจริงๆ ขอให้ทำ link มาที่นี่นะคะ ^^

ตอนนี้ไอซ์เล่น Blog น้อยลงมากๆ เลย เพราะจะไปอยู่ใน Facebook มากกว่า ยังไงแอ๊ดไปคุยกันได้ ที่นี่ นะคะ เป็น Facebook ส่วนตัวของไอซ์ รับแอ๊ดทุกคนค่ะ แต่ว่าไอซ์ใช้คุยเรื่องทั่วๆ ไปด้วย ไอซ์อัพค่อนข้างบ่อย อัพทุกเรื่องเลย อาจจะรกนิดนึง ถ้าจะติดตามเรื่องงานเขียนหรืองานแปล ((ไม่ได้แปลนานแล้วนะคะ ฮา)) ก็สามารถเข้าไปกด like กันที่เพจได้ ที่นี่ นะคะ ^^




ผลงานล่าสุด

กล่องนี้จะเป็นกล่องที่แนะนำผลงานล่าสุดของไอซ์นะคะ ^^

ปี 55 นี้ เปิดศักราชใหม่อย่างอลังการด้วยผลงานใหม่ซึ่งออกพร้อมกัน 2 เรื่องเลยค่ะ ^^ ((ภูมิใจเล็กๆ เพราะหนาด้วยอะ 555)) เป็นหนังสือสองเล่มที่นางเอกของทั้งสองเรื่องมีหน้าตาเหมือนกัน เนื้อเรื่องมีจุดเชื่อมกันเล็กน้อย อ่านเล่มไหนก่อนก็ได้ เพราะเรื่องเกิดขนานกันไปค่ะ หรือถ้าจะอ่านแค่เล่มเดียวก็ได้เหมือนกันค่ะ รับรองว่าไม่สะดุด แต่ถ้าได้อ่านสองเล่มจะรู้ว่า อีกฝ่ายหนึ่งเกิดอะไรขึ้น ^^

ระบำรัก



เรื่องนี้เหตุการณ์เกิดขึ้นในปารีส-ฝรั่งเศส และทาลลินน์-เอสโตเนียค่ะ พระเอกเป็นจิตรกรและเป็นโจรขโมยงานศิลปะ คราวนี้ภาพวาดที่เขารับงานแทนเพื่อนว่าจะขโมยออกมานั้น ถูกขโมยตัดหน้าเสียก่อน พอกลับมาก็พบว่าเพื่อนตัวดีหายตัวไปอีก แน่นอนว่าตำรวจเพ่งเล็งมาที่เขา ส่วนนางเอกเป็นผู้ครอบครองภาพวาดที่เขาคิดว่าจะสามารถทำให้เขาสืบหาตัวการที่ทำให้เขาลำบากได้ ถ้าชอบพล็อตเก๋ๆ ชิงไหวชิงพริบ รับรองว่าเรื่องนี้ถูกใจแน่ค่ะ ^^

เล่มบนอาจจะไม่หวานมาก แต่เล่มล่างนี่ หวานจนบ.ก.สั่งตัดเลยทีเดียว แอ๊ >_<

ระบำฝัน



เรื่องนี้นางเอกเป็นเด็กถูกเก็บมาเลี้ยงค่ะ เธอไม่มีความทรงจำในวัยเด็กเหลืออยู่เลย ทั้งๆ ที่ชีวิตก็ดูเหมือนจะสมบูรณ์แบบ เพราะพ่อแม่และน้องเลี้ยงรักเธอ แฟนหนุ่มก็รักเธอ แต่ความฝันซึ่งเป็นเศษเสี้ยวจากอดีตตามหลอกหลอนจนเธอไม่อาจอยู่เฉยได้ เธอดิ้นรนหาความจริง โดยที่ไม่รู้เลยความจริงอาจทำให้เธอสูญเสียทุกอย่างไป ฉากเรื่องนี้อยู่ที่ปารีส-ฝรั่งเศสและประเทศไทยค่ะ



ฝากหนังสือ "ระบำรัก" และ "ระบำฝัน" ด้วยนะคะ เป็นสองเล่มที่ไอซ์มั่นใจว่า ถ้าได้อ่านจะชอบแน่นอน บอกไว้ก่อนว่า ถึงจะมีฉากตปท.แต่ก็ไม่ใช่หนังสือท่องเที่ยวนะคะ ดังนั้นจะเน้นที่พล็อตมากกว่ามากๆ ใครที่ชอบงานของไอซ์อยู่แล้ว รับรองว่าจะไม่ผิดหวัง ส่วนคนที่ไม่เคยอ่าน หรือไม่เคยชอบงานของไอซ์มาก่อน อยากให้ลองหยิบมาอ่านดูค่ะ ยินดีรับคำแนะนำ ติชม เสมอนะคะ ^^

ส่วนผลงานก่อนหน้านี้ ก็มีงานแนว Romantic Suspense เล่มแรก เป็นแนวใหม่ของแจ่มใสค่ะ

Deadly Game...เกมรักมรณะ



เกิดการฆาตกรรมต่อเนื่องขึ้น และคนที่ตายก็ล้วนเกี่ยวข้องกับนางเอก ฆาตกรเป็นใครกันแน่ ... เป็นเล่มแรกที่เขียนแนวนี้ ฝากด้วยนะคะ อยากได้ feedback มากๆ ค่ะ ^^

ส่วนผลงานเล่มก่อนหน้าที่ออกวางแผงเดือน ส.ค. 54 ฉลองที่แจ่มใสครบ 10 ปี เป็นหนึ่งในโปรเจ็ค Sweet 10 ค่ะ

คนที่สิบ...รักที่สุด



ในโปรเจ็คนี้จะมีทั้งหมด 4 เล่มด้วยกัน เป็นเรื่องของเพื่อนสาว 4 คนที่เกี่ยวพันกับเลข 10 แต่ละเล่มอ่านแยกกันได้ค่ะ เล่มของไอซ์...นางเอกมีแฟนมาแล้วเก้าคน ก็ไม่ใช่ตัวจริงซักที คนที่สิบนี่...จะใช่ไหมนะ ^^

ฝากผลงานด้วยนะคะ ^^

29/1/2012



ฝากผลงานทั้งหมดด้วยนะคะ ^^

ผลงานเขียนเดี่ยวๆ



ผลงานแปล



ผลงานร่วมกับนักเขียนท่านอื่น





Visitor Map


Friends' blogs
[Add Clear Ice's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.