All Blog
แม่ยายที่รัก ตอนที่ 10 (ต่อ)



ภายในห้องพักในโรงแรม เสียงเพลงและจังหวะดนตรีเร้าใจดังขึ้นยั่วยวน วริษราเต้นยั่วธงฉานสุดชีวิต ธงฉานนั่งมองด้วยสีหน้าเฉยเมย วริษรายังไม่ยอมแพ้เดินเข้าประชิดเต้นตรงหน้าธงฉาน ทว่าธงฉานก็ยังเฉย จนวริษราชักฉุนยิ่งเต้นด้วยลีลาหนักขึ้นอย่างเอาตาย
“ไม่คึกให้มันรู้ไป” วริษราบ่นกับตัวเองระหว่างที่เต้นอยู่
วริษราหันมาเห็นธงฉานนั่งแคะจมูกอย่างเซ็งๆ

วริษราที่ใช้กำลังหักโหมกับการเต้นยั่วยวนถึงกับนั่งหมดแรงอยู่ที่เตียง
“อ้าว..ไม่เต้นแล้วเหรอ”
“ริซซี่เต้นจนเอวจะหัก ไม่ถูกใจคุณเลยเหรอ”
ธงฉานพยักหน้ารับ
“ไม่ไหวๆ งั้นคืนนี้ผมแคนเซิลก็แล้วกัน”
ธงฉานจะเดินออกไปแต่วริษรารีบคว้ามือธงฉานไว้
“เดี๋ยวสิคะ ถ้าที่ริซซี่จัดให้ไม่ถูกใจ คุณก็บอกสิคะว่าอยากได้แบบไหน ริซซี่ทำให้ได้”
“ได้หมดเลย”
“ทุกอย่างค่ะ”
ธงฉานสายตาเจ้าเล่ห์ขึ้นมาทันที

วริษราร้องลั่น เนื้อกระตุก
“โอ้ย เจ็บค่ะ เจ็บ พอแล้ว คุณธง”
“เรียกผมว่าท่านเจ้าคุณ” ธงฉานเสียงเข้ม
“หะ”
สีหน้าธงฉานหื่นมาก
“เรียกสิ”
“ท่านเจ้าคุณเจ้าขา”
ธงฉานหัวเราะเสียงดังก้องไปทั้งห้องด้วยความสะใจ
“ดีมาก นังทาสริซซี่ เอ็งต้องตามใจข้า”
ธงฉานหยิบไม้หนีบขึ้นมาอีกอันหนึ่งแล้วมองไล่ไปตามเนื้อตัวของวริษรา ธงฉานยื่นหน้าเข้าไปใกล้วริษราแล้วเอาไม้หนีบ หนีบลงที่แขน วริษราร้องลั่น
“โอ้ย ไม่เอาแล้ว ท่านเจ้าคุณเจ้าขา ริซซี่เจ็บเจ้าค่ะ”
วริษรากำลังจะลุกขึ้น ธงฉานไม่พอใจ
“ไหนบอกจะทำให้ข้าทุกอย่างไง แค่หนีบนิดหน่อยเอง”
“นิดหน่อยบ้าอะไร”
วริษราโดนไม้หนีบ หนีบตามเนื้อตัวเต็มไปหมด
“เต็มตัวขนาดนี้”
“ก็เห็นแล้วมันซี้ด มันชอบอ่ะ จะทำไม่ทำ ไม่ทำจะได้แคนเซิล” ธงฉานทำท่าจะยกเลิก
วริษราพูดกับตัวเอง แล้วคว้าแขนของธงฉานไว้
“แคนเซิลก็อดตังค์สิ … ก็ได้ค่ะ ริซซี่ยอมก็ได้ แต่ขออีกแค่สองสามตัวได้ไหม”
ธงฉานหันมายิ้มแล้วบอก
“ได้สิจ๊ะ ข้ามีไซส์สำหรับไฮไลท์ไว้สามตัวพอดี”
ธงฉานหยิบไม้หนีบตัวใหญ่ยักษ์ออกมาสามตัว
“พร้อมหรือยังจ๊ะ”
วริษรามองไม้หนีบ เห็นว่าถ้ายอมถึงตายแน่ วริษราเริ่มคิดหาทางเอาตัวรอด
“เร็วสิจ๊ะ ข้าจะไม่ไหวแล้วนะ เนื้อแดงๆ เป็นรอย โอ้ย ขนลุกซู่” ธงฉายเร่งเร้า
“ถ้าท่านเจ้าคุณชอบทางนี้จริงๆ ริซซี่ก็จะจัดให้”
ธงฉานมองอย่างสนใจว่า วริษราจะจัดอะไรให้ วริษราคว้าเชือกมาแล้วฟาดๆๆ ลงที่ธงฉานอย่างเต็มแรง
“โอ้ยๆ ๆ” ธงฉานร้องลั่น
“ชอบใช่ไหม ชอบๆๆ” วริษราฟาดด้วยความแค้น ธงฉานเจ็บจนต้องคลานหนี วริษราเสียงดังขย่มขวัญ
“จะไปไหน”
“พอเถอะจ๊ะ เจ็บแล้ว” ธงฉานร้อง
“เห็นแล้วมันซี้ดไม่ใช่เหรอ ซี้ด ๆๆ” วริษราพูดแล้วฟาดๆๆ ใส่ธงฉานอีก
“ปล่อยผมเถอะ”
“เรียกฉันว่าท่านผู้หญิงเดี๋ยวนี้” วริษราย้อนรอย ย้อนคำของธงฉาน
“หะ”
“ไม่เรียกใช่ไหม” วริษราฟาดๆๆ ไปที่ธงฉานอีก
“โอ้ย ท่านผู้หญิง กระผมยอมแล้วขอรับ พอเถอะขอรับ”
“ข้าบอกแล้วว่าจะจัดให้ จัดเต็ม”
ธงฉานกลัวสุดขีด โคมไฟหัวเตียง สะท้อนเห็นเงาของวริษราฟาดเชือดลงบนร่างของธงฉานอย่างเมามันส์ด้วยความแค้นจัด

เช้าวันรุ่งขึ้น วริษราเดินเชิดๆ ออกมาจากโรงแรมที่พัก โดยมีธงฉานเดินนำหน้าด้วยสภาพย่ำแย่ เนื้อตัวเป็นรอยเชือก ขาเดินโขยกเขยกเสียศูนย์ วริษราหันมายิ้มหวานให้ธงฉานแล้วบอก
“ถ้าติดใจ ริซซี่ยินดีบริการนะคะ”
ธงฉานสะดุ้ง วริษราเดินเชิดๆ จากไป ทันทีที่หันหลัง วริษราก็บ่นพึมพำกับตัวเอง
“ไอ้โรคจิต เล่นกับใครไม่เล่น”
ขณะที่ธงฉานเดินไปที่รถ พยายามจะยกขาขึ้นรถอย่างยากเย็น
“อูย...”

ยามเช้าในเวลาต่อมา ภายในบ้านสมภพ สมภพปัดเอกสารทวงหนี้จนกระจายไปเต็มพื้น ทรงสุดาถือแก้วกาแฟเข้ามาเจอพอดี
“จะทวงกันทำไมนักหนาวะ ไม่มีจ่ายเว้ย”
“ใจ๋เย็นนะเจ้า ค่อยๆ กึ๊ดนะเจ้า” ทรงสุดาตรงเข้ามาจับไหล่จะบีบนวดอย่างเอาใจ
สมภพสะบัดด้วยความรำคาญ
“โว้ย อย่ามาเซ้าซี้ น่ารำคาญ แล้วนี่น้องเธอทำอะไรอยู่”
“นั่งสมาธิเจ้า”
“จะไม่มีที่ซุกหัวนอนยังจะมีอารมณ์นั่งสมาธิอีกเหรอ ไปเรียกรุจีมาเดี๋ยวนี้ ฉันมีงานจะให้ทำ”
“ยะอันหยังเจ้า”
“จะยะการยะงาน ยะบ้ายะบอก็ไม่ต้องรู้ ไปตามมา”
ทรงสุดาถึงกับหน้าจ๋อยไปทันทีแล้วรีบเดินออกไป
“เจ้า...”
ธงฉานเดินโขยกเขยกเข้ามาพอดี เข้ามานั่งลงอย่างยากลำบาก
“หายหัวไปไหนมาทั้งคืน เที่ยวผู้หญิงอีกล่ะสิ สะบักสะบอมขนาดนี้”
“ผ่อนคลายน่ะอา แต่หนักไปหน่อย แล้วนี่แม่ลูกเจ้าของคลังสมบัติของเรากลับมาหรือยังล่ะอา”
สมภพสีหน้าเครียดคิดแล้วหยิบมือถือมากดโทรออก
“ไอ้แจ่ม ติรกากลับมาหรือยัง”
สมภพฟังรปภ. แจ่มแล้วยิ้มอย่างพอใจ

ภายในบ้านติรกา รชานนท์จูงมือติรกาลงมาจากชั้นบน เตือนใจกับพุทราอยู่รอที่โต๊ะอาหารอยู่แล้ว
“จูงมือกันมาทานข้าวเช้าเย็น ไม่เบื่อบ้างเหรอค้าคุณนนท์” พุทราถามขึ้นอย่างอารมณ์ดี
“ถ้าผมเบื่อที่จะจูงหัวใจตัวเอง แล้วผมจะมีชีวิตอยู่ได้ยังไงล่ะครับ” รชานนท์พูดแล้วยิ้มกรุ้มกริ่มให้ติรกา
เตือนใจกับพุทรา ร้อง “ฮิ้ว” ขึ้นพร้อมกัน
ติรกาหยิกรชานนท์
“เลี่ยนให้น้อยๆ หน่อย อายคนอื่นเขา”
“ผมรักเมียผม บอกให้คนอื่นรู้ไม่ใช่เรื่องผิดสักหน่อย จริงไหม”
ติรกายิ้มแล้วมองไปทางอื่นอย่างเขินๆ ยิ่งเห็นเตือนใจยิ้มแซวยิ่งเขิน พุทรากระซิบกับเตือนใจ
“ไอ้การหนีไปเที่ยวนี่ช่วยได้เยอะเลยนะคะคุณเตือน ตั้งแต่กลับมาพุทรายังไม่เห็นคุณติหยุดยิ้มเลยนะคะ”
“ก็ลูกฉันมีความสุข มีปัญหาหรือไง”
“เอ้า..ชวนคุยดีๆ เหวี่ยงใส่พุทราทำไมคะเนี่ย”
แล้วจู่ๆ เสียงบุคคลที่ไม่พึงปรารถนาก็เข้ามาในจังหวะต๊อนยอน ต๊ะ ต่อนยอน...รุจียิ้มกว้าง
“ สวัสดีเจ้า”
เตือนใจกับพุทรามองหน้ากันแล้วพูดขึ้นพร้อมกัน
“มันมาอีกแล้ว”
“คุณนนท์ ทุกคนปิ๊กมาแล้ว รุจีดีใจ๋ที่จะได้ปรนนิบัติคนที่รุจีฮักอีกครั้ง”
“ยัยต่อนยอนนี่ยิงเข้าเป้าตลอดจริงๆ” พุทราว่า
รุจีเข้ามาจับมือรชานนท์จะดึงไปนั่งที่เก้าอี้
“เช้านี้ รุจีต้มโจ๊กมาเจ้า คุณนนท์ลองชิมนะเจ้า”
รชานนท์หันมองติรกา ติรกาหน้ายังนิ่ง รชานนท์หวั่นใจ ติรกาคว้าหมับแขนรชานนท์ข้างที่รุจีจับอยู่
“นนท์คะ”
ทุกคนสะดุ้งเพราะไม่แน่ใจว่าติรกาจะทำอะไร
“ยัยต๊อนยอน..ตายแน่” เตือนใจพูดขึ้น
แต่ทุกคนก็ต้องแปลกใจยิ่งขึ้น เพราะติรกายิ้มสวยและดึงรชานนท์ไปนั่งแทน
“รีบมานั่งสิคะ รุจีเขาจะได้ปรนนิบัติสะดวกหน่อย”
“รุจีจ๊ะ เทโจ๊กมาสิจ๊ะ”
รุจีเหวอไป แต่ก็จำต้องไปเทโจ๊กให้ จะเอาไปวางหน้ารชานนท์แต่ติรการับชามโจ๊กมาแล้วก็จัดแจงป้อนให้รชานนท์ ติรกาตักโจ๊กขึ้นเป่าแล้วยื่นช้อนป้อนให้รชานนท์
“ค่อย ๆ ทานนะคะมันร้อน”
รชานนท์ถึงกับงงๆ แต่ก็รับการป้อนจากติรกา รุจีสะเทือนใจ
“รุจีจ๊ะ แล้วโจ๊กของฉันล่ะ ก็รุจีบอกว่าจะปรนนิบัติคุณนนท์กับฉันไม่ใช่เหรอจ๊ะ”
“อ๋อ..ค่ะ”
รุจีลนลานไปเอาโจ๊กมาให้ติรกา ติรกายิ้ม
“ขอบใจนะจ๊ะ ช่วยเอากาแฟให้คุณนนท์แล้วก็น้ำเย็นของฉันนะจ๊ะ”
“ค่ะ”
รุจีวิ่งวุ่นทำตามที่ติรกาสั่ง เตือนใจกับพุทรายืนมองอย่างอึ้ง ๆ
“อื้อหือ...ลูกสาวยังร้ายขนาดนี้แล้วแม่จะร้ายขนาดไหน”
“ก็ขนาดไล่เธอออกไม่จ่ายล่วงหน้าให้ล่ะย่ะ”
“แหม...แม่คุณติต้องเป็นผู้หญิงที่สวยงาม จิตใจดีมากๆ”
“ไม่ทันแล้วย่ะ”
พุทราหน้าจ๋อยไปทันที เตือนใจมองติรกาแล้วแอบยกนิ้วให้ ติรกายิ้มรับอย่างพอใจ

วันรบขับรถเข้ามาที่หน้ารีสอร์ตคุณแก้วในช่วงกลางวัน วันรบลงจากรถและเดินเข้าไปภายในรีสอร์ต วริษราในมือถือซองเอกสารการสมัครงานยืนแอบมองวันรบอยู่
“ถ้าคิดว่าจะหนีริษได้ พี่รบคิดผิด”
ขณะนั้น สมภพกับธงฉานเดินเข้ามาที่หน้ารีสอร์ตพอดี
“อาจะมาพักรีสอร์ตคนอื่นทำไม รีสอร์ตเราก็มีบ้าหรือเปล่าเนี่ย”
“โธ่ ไอ้โง่ รีสอร์ทเนี่ยมันคู่แข่งเราพวกไอ้รชานนท์ มันออกแบบ ฉันก็ต้องมาดูลาดเลาหน่อย”
“แน่ใจนะอาว่าดูเฉยๆ”
สมภพกับธงฉาน เดินมองบรรยากาศและการตกแต่งในรีสอร์ตจนเข้ามาถึงโซนต้อนรับแขก ธงฉานเอากล้องโทรศัพท์ถ่ายรูปไปรอบ ๆ
“รีสอร์ตนี้ตกแต่งสวยทันสมัยกว่ารีสอร์ตเราอีกนะอา”
“ไม่ต้องชื่นชม ใช้โทรศัพท์ถ่ายรูปไปเราจะต้องตกแต่งให้เหมือนเปี๊ยบโดยไม่ต้องเสียเงินค่าออกแบบสักบาท ฮึๆ”
“โห.. ลอกกันหน้าด้านๆ ไม่มีความละอาย”
สมภพใช้ศอกถองใส่ธงฉานให้หยุดพูด ด้วยความไม่พอใจ วริษราเดินเข้ามายื่นเอกสารให้พนักงาน
“เรียบร้อยแล้วค่ะ แล้วจะทราบผลการสมัครงานเมื่อไหร่คะ”
ธงฉานหันมาเห็นวริษรา ต่างคนต่างมองหน้ากันอย่างตกใจ
“คุณ..”
“ริซซี่”
วันรบเดินมาถึงมุมหนึ่งและทันได้ยินธงฉานเรียกวริษราว่า “ริซซี่” พอดี วริษราอึ้งด้วยความตกใจ กลัวธงฉานจะเผยความลับงานไซด์ไลน์ของตนจึงเดินหนีไปทันที
“เดี๋ยวก่อนสิริซซี่ ริซซี่จะรีบไปไหน”
ธงฉานมองตามอย่างเหลียวหลัง จนสมภพเอะใจ
“รู้จักผู้หญิงคนนี้เหรอ “
ธงฉานยังไม่ทันตอบแต่เห็นวันรบเดินมาดึงแขนวริษราไปทางหนึ่ง สมภพหันไปเห็นเข้าพอดี จึงสะกิดธงฉานให้เดินตามกันไป

บริเวณสวนสวยของรีสอร์ตคุณแก้ว วันรบดึงแขนวริษรามาคุยกันตามลำพัง
“ริษเจ็บนะคะพี่รบ”
วันรบปล่อยมือจากวริษรา ก่อนหันมาถาม
“ยังไม่เลิกทำงานกับเจ๊กุ๊กอีกเหรอ”
วริษราถึงกับตกใจแต่แอ๊บทำเนียน
“พี่รบพูดเรื่องอะไร”
“พี่ได้ยินนายธงฉานเรียกริษว่า “ริซซี่” ...ชื่อที่ริษใช้กับเจ๊กุ๊ก”
สมภพ ธงฉาน แอบฟังวันรบกับวริษราอยู่ที่มุมหนึ่ง
“ริษไม่ได้ทำแล้วนะคะ”
วันรบนิ่งมองวริษราอย่างจับผิด วริษราบีบน้ำตา ออดอ้อนทันที
“แล้วริษมาทำอะไรที่นี่”
“ริษอยากเริ่มต้นชีวิตใหม่ก็เลยอยากหางานสุจริตทำน่ะค่ะ”
“แน่ใจนะว่าเรื่องงาน”
“ริษพูดอะไรพี่รบก็คงไม่เชื่อ เพราะในสายตาพี่รบไม่เคยมีริษเลย”
“ถ้าพี่ไม่ห่วง ก็คงไม่สนใจแบบนี้”
“ริษจะดีใจมากกว่า ถ้าพี่รบมองริษมากเกินกว่าน้องสาว”
สมภพกับธงฉานเมื่อได้ยินความลับของวริษรากับวันรบก็หันมายิ้มให้กันทันที

สมภพกับธงฉานเดินคุยกับมาด้วยความดีใจ
“ที่แท้... ยายเด็กไซด์ไลน์นั่น ก็เป็นกิ๊กเก่าไอ้วันรบ” สมภพพูดขึ้น
“ท่าทางจะหลงไอ้รบมาก” ธงฉานเห็นคล้อย
“ฉันจะใช้แม่ริซซี่ล้มงานแต่งงานระหว่างมัทรีกับไอ้วันรบ”
“งานนี้น้องมัทต้องโกรธจนไม่เผาผีไอ้รบแน่”
“พูดถึงก็มาพอดี ตายยากจริงๆ”
มัทรีเดินเข้ามองหาใครบางคนอยู่พอดี สมภพกับธงฉานรีบปรี่เข้าไปหาทันที ธงฉานรีบโบกมือให้
“น้องมัทมองหาพี่ธงอยู่เหรอ ยู้ฮู...พี่ธงอยู่นี่”
“มุขแป็ก! ไม่ขำค่ะ เห็นพี่รบมั้ยคะ”
“เห็นไปทางนี้”
ธงฉานกับสมภพชี้บอกทางมัทรีไปคนละทาง
“สรุปทางไหนคะ”
“เดินตรงไปเรื่อย ๆ ทางนี้เลยครับ เดี๋ยวก็เจอ” สมภพบอก
“ขอบคุณค่ะ” มัทรีเดินไปหาวันรบทันที
“เสร็จแน่ไอ้รบ” ธงฉานว่า
ทั้งสมภพกับธงฉานยิ้มอย่างสะใจ

วันรบตกใจ เมื่อจู่ๆ วริษราก็โผเข้ามากอดเขาทั้งตัว
“เมื่อไหร่พี่รบจะเข้าใจความรู้สึกของริษบ้าง”
“ปล่อยพี่เถอะริษ ใครมาเห็นเข้ามันไม่ดี”
“กลัวคุณมัทเห็นใช่มั้ยคะ ริษไม่สน... ริษไม่แคร์... ริษเจอพี่รบก่อน พี่รบต้องเป็นของริษคนเดียว”
“อย่าทำแบบนี้สิริษ”
มัทรีเดินมาตามทางที่สมภพบอกเพื่อตามหาวันรบ ทั้งที่ไม่แน่ใจว่าจะเจอ
“พี่รบคะ “ มัทรีร้องเรียก

วันรบพยายามแกะมือวริษราออกเพราะกลัวคนมาเห็นเข้า
“สิ่งที่ริษเป็นมันคือความหลง ไม่ใช่ความรัก ถ้าริษโตกว่านี้คงจะเข้าใจ”
“ริษไม่เข้าใจ ริษรักพี่รบคนเดียว ริษรักพี่รบ”
มัทรีเดินเข้ามาใกล้มุมที่วันรบกับวริษราคุยกัน
ทันใดนั้น เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น ร้องลั่นรีสอร์ต
“กรี๊ด......... คุณรบคุณนนท์อยู่ที่ไหน ช่วยแก้วด้วย”
วันรบอาศัยจังหวะนั้น รีบผละออกจากวริษราทันที
“เสียงคุณแก้ว”
มัทรีวิ่งไปตามเสียงคุณแก้วไปด้วยความตกใจ วันรบกับวริษรารีบไปหาคุณแก้วอีกทางทำให้คลาดกันกับมัทรีไปอย่างเฉียดฉิว

คุณแก้วร้องลั่นด้วยความปวดท้องใกล้คลอด โดยมีพชรและรชานนท์ช่วยกันประคอง
“โอย... ปวดท้อง แก้วไม่ไหวแล้ว คุณนนท์อยู่ที่ไหน”
“ผมอยู่นี่แล้วครับคุณแก้ว” รชานนท์บอก
“คุณแก้วหายใจช้า ๆ ลึก ๆ ไว้นะครับ”
คุณแก้วหายใจลึกๆ ช้าๆตามที่พชรบอก
“แล้วคุณรบมารึยัง คุณรบ”
วันรบกับมัทรีวิ่งเข้ามาคนละทาง เหตุการณ์ฉุกละหุกจนไม่ทันได้ถามไถ่กัน
“มาแล้วครับ มีเรื่องอะไรกัน”
“ท่าทางคุณแก้วจะคลอดน้องนะคะพี่รบ”
“คุณรบกับคุณนนท์อย่าทิ้งแก้วนะคะ ต้องอยู่ข้าง ๆ แก้ว เป็นกำลังใจให้แก้วด้วย โอย”
“จะคลอดลูกทั้งที ทำไมไม่เรียกหาสามีตัวเองวะ” พชรแอบบ่นท่ามกลางเสียงโอดโอย
“กรี๊ด ไม่ไหวแล้ว”
“รีบพาคุณแก้วส่งโรงพยาบาลเร็วค่ะ” มัทรีบอก
วันรบ รชานนท์ พชร ช่วยกันประคองคุณแก้วไปขึ้นรถอย่างเร่งรีบ เหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายมาก เพราะคุณแก้วไม่ยอมปล่อยมือจากรชานนท์และวันรบ วริษรามองตามทั้งหมดไปอย่างงงๆ สมภพกับธงฉานเจ็บใจที่มัทรีไม่ทันได้เห็นวันรบกับวริษราอยู่ด้วยกัน
มุมหนึ่งในรีสอร์ตคุณแก้ว วริษราเดินมาตามทางอย่างเซ็งๆอย่างหงุดหงิด
“จะมาเจ็บท้องอะไรตอนนี้ ! คนกำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม” วริษราบ่นขึ้นอย่างหัวเสีย
“ริซซี่” เสียงธงฉานเรียกขึ้น
วริษราชะงักไปแล้วหันกลับไปมองเห็นธงฉานยืนมองจ้องมองอยู่ วริษราถึงกับเหวอไปแล้วก่อนจะเหลือบมองไป
รอบ ๆว่ามีคนอยู่แถวนั้นรึเปล่า บริเวณนั้นมีเพียงพนักงานของรีสอร์ตอยู่สองสามคน วริษรารีบพูดปัดทันที
“ฉันชื่อวริษรา”
“ชื่อริซซี่เก็บไว้ใช้ตอนทำงานพิเศษสินะ” เสียงสมภพดังขึ้นอีกคน
“คุณพูดอะไรฉันไม่รู้เรื่อง”
“ผมยังมีรูปถ่ายของเราอยู่เลยนะ รูปคืนนั้นน่ะ”
ธงฉานหยิบมือถือขึ้นมาแล้วจะเปิดรูปให้วริษราดู
“อย่านะ”
วริษรารีบเข้าไปแย่งมือถือมาจากธงฉาน แต่สมภพแย่งมาไว้ได้ก่อน
“ถ้าไม่อยากให้ใครเห็นรูป บอกมาว่าเธอรู้จักวันรบได้ยังไง”
วริษรานิ่งไป ไม่รู้จะตอบหรือไม่ตอบคำถามของสมภพดี

มัทรี วันรบ รชานนท์และพชรยืนลุ้น ๆ อยู่หน้าห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล ในเวลาต่อมา สามีของคุณแก้ววิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา ในมือถือทั้งกล้องถ่ายรูปและกล้องวีดีโอ
“เมียผมคลอดรึยัง”
“คือว่า...”
สามีของคุณแก้วถามต่อโดยไม่สนใจว่ารชานนท์จะพูดอะไร รัวถี่ยิบแบบไม่มีช่องไฟ
“ลูกผมเป็นไงบ้าง แฝดชายหรือแฝดหญิง หรือได้แฝดทั้งชายทั้งหญิง แล้วใครคลอดก่อน คลอดห่างกันกี่นาที คุณได้เข้าไปดูตอนแก้วคลอดรึเปล่า ได้ถ่ายวีดีโอไว้มั้ย แล้วลูกผมอยู่ไหน”
พชรถึงกับร้อง “โว้ย” ขึ้นทันที
สามีของคุณแก้วตกใจที่พชรโวยลั่นเลยเงียบไปทันที
“ถามเป็นพรืดขนาดนี้จะตอบยังไงล่ะครับ”
สามีกำลังจะอ้าปากถาม แต่ทุกคนห้ามไว้
“ฟัง” ทุกคนพูดขึ้น
สามีคุณแก้วอ้าปากค้างแล้วพยักหน้ายอมรับฟังแต่โดยดี
“ลูกชายและลูกสาวของคุณปลอดภัยดี” มัทรีพูดขึ้น
“เยส คลอดทีเดียวได้ทั้งหญิงทั้งชายเลย เยสๆๆ”
“ยังไม่จบ” ทุกคนบอก
สามีอ้าปากค้างไปอีกแล้วพยักหน้ารอฟังต่อ
“ลูกปลอดภัยและแม่ก็ปลอดภัยครับ เพราะคุณแก้วยังไม่คลอด” วันรบบอก
“แค่เจ็บท้องใกล้คลอดเฉยๆ” พชรบอก
“ไว้เจ็บท้องถี่ๆ ทุกครึ่งชั่วโมง คุณค่อยพาคุณแก้วมาโรงพยาบาลอีกรอบ ตอนนี้พาว่าที่คุณแม่กลับบ้านได้ครับ” รชานนท์บอก
สามีของคุณแก้วพยักหน้าแบบงงๆเหวอๆ











Create Date : 02 เมษายน 2555
Last Update : 2 เมษายน 2555 23:27:46 น.
Counter : 150 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

มิกัง
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]