All Blog
แม่ยายที่รัก ตอนที่ 13 (ต่อ)



ภายในห้องเก็บเอกสารสัญญาเงินกู้ หัวหน้าสมุนกำลังนั่งมวนยาเส้นอยู่ ที่ผนังห้องมีป้าย “ห้ามสูบบุหรี่” แขวนไว้ หัวหน้าสมุนกำลังจะจุดไฟสูบยาเส้น ไฟที่ยาเส้นจุดติดพอดีแต่หัวหน้าสมุนไม่ทันสังเกต มีเสียงดังขึ้น
“เฮ้ย! มีคนบุกรุก ตามไปจับตัวมันเร็ว”
หัวหน้าสมุนตกใจร้องก่อนจะวางมวนยาเส้นลงบนโต๊ะแล้วรีบออกไปทันที
“อะไรกันวะ”
ปลายมวนยาเส้นเริ่มเผาไหม้เพราะแรงลม มวนยาเส้นปลิวไปโดนเอกสารที่อยู่บนโต๊ะ เอกสารบนโต๊ะเริ่มไหม้ลามไป 4-5 แผ่นอย่างรวดเร็ว จากกองเอกสารบนโต๊ะลามไปที่ชั้นเก็บเอกสาร ที่มีข้อความ “สัญญากู้เงิน” แปะไว้

รชานนท์ และสมภพวิ่งมาที่หลังบ้านแล้วแอบอยู่ที่มุมหนึ่งเพื่อดูลาดเลา ทรงสุดากับลูกชายโดนสมุนสามบงัคับเอาน้ำดื่มกรอกปากอยู่
“กินเข้าไปอย่าเรื่องมาก”
ทรงสุดาเบือนหน้าหนีแล้วบ้วนน้ำใส่สมุน สมุนโพล่งขึ้น
“แก”
สมุนตบหน้าทรงสุดาไปฉาดใหญ่ ลูกชายตกใจร้องลั่น
“แม่”
สมภพเห็นแล้วโกรธแค้นมากวิ่งเข้าไปเอาเรื่องทันที
“พวกแกตาย”
สมุนได้ยินเสียงสมภพก็ตกใจหันไปดู สมภพวิ่งกระแทกสมุนคนหนึ่งกระเด็นออกไป สมภพไม่ทันระวังสมุนอีกคนเข้ามาต่อยสมภพจนล้มไป ปืนหลุดจากมือสมภพ รชานนท์รีบวิ่งเข้ามาเตะต่อยสมุนจนล้มไป ธงฉานเข้าร่วมตะลุมบอนด้วย แต่ไม่ค่อยได้เรื่องนัก เจอต่อยมึนลงไปกองกับพื้น รุจีตามเข้ามากระโดดขึ้นหลังลูกสมุนแล้วใช้มือจิกหัวลูกน้องดึงกระชากผม
“โอ้ยๆๆ”
สมุนอีกคนลุกขึ้นมาแล้วจะต่อยรชานนท์จากด้านหลัง แต่รชานนท์หมุนตัวหลบแล้วเตะสวนกลับไป สมุนทั้งสามคนจะลุกขึ้นมาสู้อีก แต่ติรกาออกมาจากที่ซ่อนยิงปืนเสียงดัง ปังๆ ๆ จนสมุนตกใจไม่กล้าขยับตัว สมุนจะชักปืน ติรกาเล็งปืนไปที่สมุนทั้งสองคนทันที
“ถ้าขยับแกตาย”
สมุนตกใจไม่กล้าขยับ
รชานนท์ตกใจที่เห็นติรกา
“ติรกา... คุณตามมาทำไม”
สมุนได้ยินรชานนท์เรียกชื่อติรกา
“ฉันอยู่เฉย ๆ ปล่อยให้คุณเป็นอันตรายไม่ได้หรอก”
รชานนท์ยิ้มดีใจ สมุนทั้งสองคนเห็นปืนก็ถอยกรูแล้ววิ่งหนีออกไปทันที
“ฉันจะฟ้องพ่อเลี้ยง”
ติรการีบเข้าไปดูรชานนท์กับสมภพ สมภพลุกขึ้นแล้ววิ่งสวนติรกาไปที่ทรงสุดากับลูกชายทันที
“ทรงสุดา...ต้น.. พ่อมาช่วยแล้ว”
สมภพเข้าไปกอดทรงสุดากับลูกชายไว้แน่น ติรกาได้ยินถึงกับอึ้งและเหวอไป
“พ่อ” ติรกาทวนคำของสมภพเบาๆ
สมภพผละออกจากทั้งสองคนแล้วยกมือขึ้นประคองหน้าทรงสุดา
“ผมมาช่วยคุณแล้วนะ คุณกับลูกปลอดภัยแล้ว”
สมภพจูบที่หน้าผากทรงสุดาแล้วกอดทรงสุดากับลูกชายอีกที ติรกายังยืนนิ่งอึ้งอยู่ก่อนจะหันไปหารชานนท์ แต่รชานนท์ยักไหล่แล้วชี้ไปที่สมภพ ทรงสุดาและต้น
“ได้ยินไม่ผิดหรอก ลูกจ๋า... เมียจ๋า.. ครอบครัวสุขสันต์”
“ปี้ดา”
รุจีกับทรงสุดาโผเข้ากอดกัน
“ปี้ปลอดภัยเน้อ”
“ขอบใจมากนะ ขอบใจ”
“แล้วรุจีกับเมียของสมภพ” ติรกาถามรชานนท์อีก
“เขาพี่น้องกันน่ะสิ”
ติรกาสับสนมึนงงพูดอะไรไม่ออก หันกลับไปมองสมภพที่ยังกอดกับทรงสุดาอยู่
“ไฟไหม้ๆ ช่วยกันดับไฟเร็ว” เสียงลูกสมุนพ่อเลี้ยงจรัลดังขึ้น
ทั้งหมดได้ยินก็อึ้งไป รชานนท์ตัดสินใจทันที
“ไปเร็ว รีบออกไปจากที่นี่กันก่อนเร็ว”
รชานนท์เข้าไปช่วยสมภพประคองทรงสุดากับลูกชาย รุจีเข้าประคองธงฉานแล้วพากันวิ่งหนีออกไป
เช้าวันใหม่ สมภพกับธงฉานนั่งหน้าซีดตัวสั่นอยู่ที่โซฟาภายในบ้านของติรกาท่ามกลางกลุ่มสมาชิกของบ้านติรกา รชานนท์กับติรกาถือลูกซองคนละกระบอก ถัดมาเป็นมัทรีกับพุทราถือที่ยิงหนังสติ๊กยืนเล็งมองอย่างเอาเรื่อง เตือนใจนั่งเป็นประธานมาดราวกับนางพญา ข้างๆมีไม้เบสบอลวางอยู่
“สรุปว่าที่ลูกฉันลำบากเพราะพวกแกขาดเงินใช่ไหม”
ธงฉานกับสมภพตอบไม่ถูก ไม่รู้จะไปทางไหน
“เอ่อ..คือ”
เตือนใจเอาไม้เบสบอลตีจนเสียงดัง ปัง!
“ตอบ”
ธงฉานรีบเอาตัวรอดทันที
“อาผมเลยครับ อาผมคนเดียวเลย อาบอกถ้าอยากได้เงินใช้หนี้ สบายไปอีกนานอาต้องแต่งงานกับคุณอาติ แล้วผมต้องแต่งงานกับน้องมัทให้ได้ครับ”
“ไม่มีสมอง...เตี้ย ...อ้วน...เลวที่สุด” รชานนท์พูดขึ้น
“อ้าวๆ”
รชานนท์ขึ้นลำปืนทันทีแล้วถาม
“ทำไม จะทำไม”
“ทำไมรู้ล่ะค้าบ ว่าผมไม่มีสมองจริงๆ”
“นอกจากไม่มีสมองยังไม่มีต่อมรู้ผิดชอบชั่วดีด้วยนะค้าเนี่ย มันน่า” พุทราพูดขึ้นแล้วดีดหินใส่
“โอ้ย” ธงฉานหลบเป็นพัลวัน
“รู้ไหม คนต่างจากสัตว์เดรัจฉานยังไง” เตือนใจถาม
“คนมีสมองรู้จักเรียนรู้ครับ” สมภพตอบ
“และรู้จักแยกแยะผิดชอบชั่วดี เห็นไหมว่าทำให้ลูกเมียเดือดร้อนน่ะ” เตือนใจเสริม
สมภพมองทรงสุดาที่กอดตาต้นด้วยสายตารู้สึกผิดมาก
“ผมทำให้ภรรยาผมต้องเสียใจ ผมขอโทษนะ”
ทรงสุดารู้สึกปลื้มในตัวสมภพเป็นครั้งแรก รุจีเข้ามาตรงหน้าติรกา คุกเข่าพนมมือไหว้
“คุณติเจ้า รุจีกราบขอโทษที่รุจีเกือบทำให้คุณนนท์กับคุณติต้องแยกจากกัน รุจีจำเป็นต้องยะเพื่อช่วยปี้ดา”
รุจีมองรชานนท์
“รุจีฮักคุณนนท์ก็จริงแต่เป็นฮักที่น้องสาวมีต่อปี้ชายที่แสนดีและคุณนนท์บ่เคยฮักใครนอกจากคุณติเจ้า”
“ฉันเข้าใจ” ติรกาบอกแล้วมองสมภพแล้ววัดใจ
“คุณทรงสุดา คุณคงลำบากมากที่มีสามีเห็นแก่ตัวแบบนี้ ถ้าคุณต้องทนเพราะมีปัญหาเรื่องเงิน ฉันยินดีจะดูแลคุณเอง”
ทุกคนมองติรกาอย่างคิดไม่ถึง
“ฉันจะให้รุจีเข้ามาทำงานที่โรงงานของฉัน ฉันอนุญาตให้พาคุณทรงสุดากับตาต้นเข้ามาพักในโรงงานได้ ดูแลดีมีสวัสดิการ คุณทรงสุดาจะว่ายังไงคะ”
ทรงสุดาอึกอัก สมภพสียงหลงขึ้นมาทันที รีบเข้าโอบทรงสุดา
“ไม่ได้นะครับ ลูกเมียของผมต้องอยู่กับผมจะออกไปอยู่ที่อื่นไม่ได้”
“เป็นเมียเก็บกับเป็นอิสระ คุณทรงสุดาจะเลือกอะไรคะ”
สมภพหันมามองทรงสุดาที่ลังเลอยู่
“ฉันจะแต่งงานกับเธอประกาศให้คนรู้ทั้งราชบุรีเลยว่าเธอเป็นเมียฉัน ห้ามไปไหนนะทรงสุดา นะ นะ”
ทรงสุดาปลาบปลื้ม
“ค่ะ..ฉันจะอยู่กับคุณค่ะ”
“เย้ๆๆ ในที่สุด อาก็รู้จักคิดซะที” ธงฉานพูดขึ้น
ทุกคนหันมองธงฉานแล้วพูดขึ้นพร้อมกัน
“แกด้วย”
ธงฉานหน้าจ๋อยลงทันที
“คร้าบ”
“ผมมีเรื่องจะปรึกษาติรกาอีกเรื่อง เรื่องกิจการผมน่ะครับ” สมภพบอก
“ฉันกับคุณแม่ตัดสินใจจะซื้อหุ้นรีสอร์ตของคุณครึ่งหนึ่ง ร่วมกันบริหาร ส่วนบัญชีหนี้ก็กำไรสามสิบเปอร์เซ็นต์ก็ทยอยชำระหนี้ไป”
“นี่มันช่วยเขาใช้หนี้ชัดๆ เลยนะคะแม่ มันจะเป็นภาระของเรานะคะ” มัทรีบอก
“ก็สมภพเขาเป็นเพื่อนแม่”
ติรกาสบตากับรชานนท์
“เพื่อนเมียก็เป็นเพื่อนผมได้เหมือนกัน”
สมภพสำนึกติรกาและรชานนท์อย่างซึ้งใจ
“ขอบคุณครับ ไอ้ธงฉานรีสอร์ตเราไม่โดนยึดแล้วโว้ย!
สองอาหลานกอดกันกลม
“แต่มีข้อแม้นะ” เตือนใจพูดขึ้น ทุกคนหันมามองเตือนใจ เตือนใจยกไม้เบสบอลมาตีมืออย่างหมายมั่น
“ไอ้สองอาหลานนี่ต้องผ่านการสอนงานจากฉันก่อน”
สมภพกับธงฉานร้อง “หา” ขึ้นพร้อมกัน
“พุทราช่วยด้วยค่า จัดหนัก จัดแน่น จัดอ้วก”
“ดีเลยค่ะ เพราะโอ่งเตือนใจเป็นรูปเป็นร่างได้ก็เพราะคุณแม่สอนงานฉันนี่ล่ะค่ะ”
“ฉันจะเพิ่มคอร์สศีลธรรมให้อีกด้วยนะ” เตือนใจบอกพลางชักสีหน้าโหด
สมภพกับธงฉานเบียดเข้าหากันด้วยสีหน้าหวาดกลัวเตือนใจมาก

ภายในห้องพักของวริษรา วันรบพลิกตัวมาทางหน้าต่าง แสงแดดส่องตา วันรบค่อย ๆลืมตาอย่างงัวเงียจนปรับสายตาชัดเจนขึ้น วันรบมองไปรอบ ๆ แล้วเด้งตัวลุกขึ้นอย่างตกใจ
“เฮ้ย”
วันรบเอามือแตะที่ขมับคิด วันรบลุกขึ้นจะเดินออกไปนอกห้อง วริษราถือแก้วกาแฟมาพอดี
“ตื่นแล้วเหรอคะ ริษชงกาแฟให้พี่รบด้วยนะคะ”
วริษรายื่นแก้วกาแฟให้วันรบ วันรบมองด้วยความโกรธแล้วปัดแก้วกาแฟทิ้ง เพล้ง!
“อย่าทำให้พี่ต้องเกลียดริษไปมากกว่านี้เลย”
วริษราตกใจร้องเรียก
“ พี่รบ”
“กล้าใช้ยากับพี่มันมากไปแล้ว จำไว้เลยนะ พี่ไม่เคยรักริษ และไม่มีวันรัก” วันรบเสียงหนักแน่น
“พี่รบ”
วันรบไม่ต่อความเดินไปที่ประตูเปิดประตูทันที วริษราตามมาดึงตัววันรบไว้
“พี่รบ อย่าไป”
“อย่ามายุ่งกับพี่”
วันรบสะบัดวริษราจนเซไป วันรบเดินออกไปทันทีอย่างไม่ใส่ใจ วริษราชักสีหน้าร้าย
“พี่รบ พี่รบ ไปสิ ดูสิจะแก้ตัวกับนังมัทรียังไง”
วริษราลงนั่งกินผลไม้ด้วยสีหน้าสะใจ

รชานนท์ ติรกา มัทรีออกมายืนส่งแก๊งค์ของสมภพ รถของสมภพแล่นออกไปจากบ้านติรกาแล้ว เตือนใจพูดขึ้น
“ต่อไปนี้ไอ้พวกตัวป่วนคงเลิกวุ่นวายกับลูกสาว ลูกเขยแม่สักที”
“แต่แค่อบรมมันไม่หายแค้นนะคะคุณยาย คนพวกนี้มันต้องเจอหนักๆ” พุทราบอก
“เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวรนะพุทรา ไม่งั้นชีวิตเราก็คงไม่สงบสุข มีหนี้กรรมทำร้ายกันไปเรื่อยๆ”
“งั้นเราก็หมดกรรมแล้วใช่ไหมครับคุณแม่” รชานนท์บอก
“ก็ดีนะคะ หมดกรรมจะได้หมดทุกข์เป็นอิสระ” ติรกาพูดขึ้น
มัทรีมองและคิดตามคำพูดติรกา วันรบเข้ามาพอดี
“ป๋า..มัท คุณแม่ ปลอดภัยนะครับ ขอโทษนะครับที่ผมไม่ได้ตามไปด้วย”
“แล้วเธอไปไหนมาล่ะ” ติรกาถามขึ้น
วันรบอึกอัก ทุกสายตามองมาที่วันรบ
“คือ..มัน”
มัทรีแทรกขึ้นมา
“พี่รบเขามีธุระด่วนน่ะค่ะ แม่ มัทหิวแล้ว...เราไปทานข้าวเช้ากันดีกว่า”
“จะกินอะไรดีล่ะเช้าดีๆ แบบนี้” เตือนใจถาม
“อะไรก็ได้ค่ะ ถ้าเป็นฝีมือยาย”
มัทรีกับวันรบพูดพร้อมกัน
“มัท( ผม) ฟาดเรียบ”
มัทรีกับวันรบชะงักไปทั้งคู่ มัทรีหันมองอย่างสะเทือนใจแต่วันรบยิ้มชอบใจ
“จะมีคู่รักคู่ไหนใจตรงกันเท่าเราน้า”
มัทรีฝืนยิ้มแล้วบอก
“มีสิคะ แต่เราอาจจะไม่รู้แค่นั้นเอง ไปทานข้าวกันเถอะค่ะ เดี๋ยวมัทจะคั้นน้ำส้มให้ ไปค่ะพี่รบ พ่อคะ”
มัทรีจูงมือรชานนท์กับวันรบเข้าไปในบ้าน ติรกา เตือนใจและพุทรามองตามมัทรี
“แม่คะ เรื่องยัยมัท”
“ตารบโกหกจริงๆ”
ติรกาโกรธ และจะเข้าไปหาวันรบ
“อย่า ยัยติ”
“ห้ามทำไมล่ะคะคุณยาย ให้คุณติจัดการเลยสิคะ”
“เรื่องของคนสองคนให้เขาจัดการกันเองไหม ยัยมัทยังฝืนยิ้มทั้งที่เจ็บปวดขนาดนั้น แม่ว่ายัยมัทคงตัดสินใจอะไรบางอย่างแล้วล่ะ”
ติรกาหันมองไปทางมัทรีด้วยแววตาสงสารลูกจับใจ

ภายในห้องครัว วันรบหั่นส้มให้มัทรีหยิบส้มมาคั้น มัทรีเหลือบมองวันรบอย่างอาวรณ์
“มัทจ๊ะ เดี๋ยววันนี้เขาจะส่งรูปแต่งงานมาให้เราแล้วนะ ก็สิบภาพตามที่เราเลือกไว้แล้วก็อัลบั้มรวมด้วย”
“เหรอคะ ดีค่ะ มัทอยากเห็นรูป... พี่รบคะ...คืนนี้เราไปกรุงเทพฯกันไหมคะ”
“คืนนี้เหรอ ทำไมล่ะ”
“เอาเป็นว่าพี่รบมารับมัทสักห้าโมงนะคะ”
“มัทยังไม่บอกผมเลยว่าเราจะไปทำไม”
มัทรียิ้มฝืนอย่างสดใสที่สุดแล้วบอก
“ความลับค่ะ อย่าสายนะคะ”
“ครับ” วันรบยิ้มตามอย่างมีความสุข

พชรเดินเข้ามาในบ้านในเวลาเย็นพบว่าบนโต๊ะมีอาหารจัดวางอย่างดี
“โอ้โห วันนี้มันวันพิเศษอะไรเนี่ย”
“ก็วันตามสัญญาไงคะ” เสียงนลินีดังเข้ามา
พชรหันไปตามเสียงเห็นนลินีแต่งตัวเซ็กซี่ในสไตล์แม่เสือสาว
“ว้าว ว้าว ว้าว ว้าว แม่เสือสาว”
นลินีเดินเข้ามาผลักพชรลงเก้าอี้ แล้วขยับตัวขึ้นบนโซฟา นลินีเขี่ยอกพชร พชรมีอาการสยิวกิ้วสุดฤทธิ์
“วันนี้คุณเป็นอะไรเนี่ย”
“ก็ตอนนี้นนท์กับติรกาเขาปรับความเข้าใจกันได้แล้ว พวกอุปสรรคก็โดนเขี่ยออกไปหมดแล้ว ฉันก็เลยคิดว่าต้องให้รางวัลคุณไงจ๊ะคนเก่ง... ชอบไหมคะ”
“ที่สุดเลยจ๊ะ ถ้าเร้าใจขนาดนี้กลับถึงบ้านห้าโมงทุกวันเลยจ๊ะ”
นลินีจับเน็คไทด์ โน้มหน้าเข้าใกล้พชร พูดเสียงยั่วยวนสุดฤทธิ์
“ก็ดีค่ะ เพราะถ้าอยากได้ลูกคุณก็ต้องขยันหน่อย”
พชรถึงกับตาโตขึ้นทันที
“จริงเหรอจ๊ะ”
“ฉันไม่ได้คุมแล้ว ขึ้นอยู่กับฝีมือคุณแล้วนะ”
พชรคึกคักขึ้นมาทันที
“สู้เว้ย .....เมียจ๋า”
พชรรวบนลินีลงบนโซฟา
จังหวะเข้าด้ายเข้าเข็ม เสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้น นลินีเด้งตัวขึ้นมา ผมยุ่งเหยิงนิด ๆ พชรตามขึ้นมาพร้อมด้วยรอยลิปสติกเต็มหน้า
“ใครวะ ขัดจังหวะจริง”
“เดี๋ยวฉันไปดูเองค่ะ”
นลินีลุกจากโซฟา พชรพูดไล่หลัง
“ถ้าเป็นไอ้นนท์หรือไอ้รบเตะโด่งมันไปเลยนะเมียจ๋าจุ๊บๆ”
นลินีหันมาส่งจูบ จุ๊บๆใส่พชรบ้าง ก่อนเดินออกไป

นลินีผละจากพชรเดินออกมาเปิดประตู และเจอวริษรายืนอยู่
“เธอมาหาใคร”
“มาหาพ่อของลูกสิคะ”
นลินีตกใจ คิดล่วงหน้าไปแล้วว่าเป็นฝีมือพชร
“พ่อของลูก ฮึ่ย”
พชรเดินตามนลินีออกมา
“ใครมาจ๊ะ เมียจ๋า”
พชรพูดแล้วเห็นวริษรายืนอยู่
“เธอ”
“รู้จักใช่ไหมแสดงว่าเป็นฝีมือคุณใช่ไหม” นลินียังไม่ได้ถามพชร เอาแต่กระหน่ำตีพชร ตีๆๆ
“เฮ้ยๆๆ เมียจ๋าตีผมทำไม”
“ก็ผู้หญิงคนนี้บอกว่ามาหาพ่อของลูก เขาจะมาหาใครถ้าไม่ใช่คุณ” นลินีเพิ่มจังหวะการตีและลงเข่าศอก
“ไม่ใช่ผมนะเมียจ๋า ไม่ใช่จริงๆ”
“ฉันมาหาพี่รบไม่ใช่สามีคุณ”
นลินีกับพชรถึงกับชะงัก พูดพร้อมกันว่า
“ว่าไงนะ”
“เธอมาหาวันรบ งั้นพ่อของเด็กในท้องก็...”
นลินีหันมองพชร สองคนสบตากันตกใจ นลินีดันพชรให้เดินห่างจากวริษรา
“มัทรีรู้เรื่องนี้หรือเปล่าคุณ”
พชรส่ายหน้า พชรกับนลินีหันมองวริษราที่ทำหน้าเจี๊ยมเจี้ยมใส่

เย็นวันนั้น วันรบไปรับมัทรีเข้ากรุงเทพฯ ตามนัดหมาย วันรบขับรถเข้ามาจอดที่ใต้สะพานพระราม 8 ค่ำคืนนั้นเป็นวันลอยกระทงพอดี มัทรีถือกระเป๋าลงจากรถ วันรบเดินตามลงมาทางด้านคนขับ มัทรีเดินมาหยุดที่ริมน้ำ เห็นคนถือกระทงมาลอยกันพอสมควร วันรบเข้ามายืนข้างๆ มัทรี
“วันนี้วันลอยกระทงนี่นะเห็นแล้วคิดถึงเมื่อห้าปีก่อนเลยนะมัท” วันรบพูดขึ้น
“ตอนที่ชมรมโฟโต้พารุ่นน้องมาลอยกระทงที่นี่น่ะเหรอคะ”
“ใช่...ผมรุ่นพี่ มัทรุ่นน้อง”
“มัทไม่เคยเห็นพี่รบที่ชมรมเลยนะคะ จู่ ๆ ทำไมวันนั้นถึงมา”
“ก็เพื่อนมันเรียกให้มา มันบอกว่ามีรุ่นน้องคนนึงน่ารักมาก ผมก็เลยมาแล้วก็เห็นว่ารุ่นน้องคนนั้นน่ารักจริงๆ” วันรบมองด้วยสายตากรุ้มกริ่มแล้วพูดต่อว่า
“แต่เขาหยิ่งมากเลยนะ ยิ้มให้ก็เชิดใส่”
“ก็..เพื่อนมัทบอกว่าพี่รบน่ะเจ้าชู้ มีแฟนเป็นสิบเลย มัทก็ต้องระวังไว้ก่อนสิคะ”
วันรบยิ้มลงนั่งแล้วมองไปทางแม่น้ำ มัทรีมองผ่านวันรบเห็นสก๊อยสาวสองคนที่กำลังลอยกระทงมองมาทางวันรบ ไม่ทันไรสก๊อยสาวก็เดินเข้ามาส่งสายตาให้กับวันรบ สก๊อยคนแรกบอก
“พี่คะ ถ้ายังไม่มีเพื่อนลอยกระทงลอยกับพวกหนูก็ได้นะคะ”
วันรบหันไปมองเห็นสาวสก๊อยขยิบตาให้สุดฤทธิ์
“ไม่เป็นไรจ๊ะ พี่มีแฟนมาลอยด้วยแล้ว ขอบคุณนะ” วันรบพูดแล้วพลางโอบมัทรีไว้
สก๊อยคนเดิมหันมามองมัทรีแล้วเบ้ปากใส่
“เอ๊าะๆ ไม่ชอบ โง่ว่ะ ไปหารายใหม่ดีกว่า”
สก๊อยคนแรกเชิดใส่แล้วลากสก๊อยอีกคนจากไป
“แล้วพี่รบก็ดึงมัทมาเป็นกันชนจากพวกสาวๆ ในชมรมแบบนี้เปี๊ยบ แล้วมัทก็...”
มัทรีตุ๊ยท้องวันรบ ปึ้ก! แต่ไม่แรงนัก
“ใครแฟนคุณ อย่ามาตู่นะ”
วันรบยิ้มกรุ้มกริ่มแล้วบอก
“ก็พี่ขอยื่นใบสมัครตอนนี้เลยไงครับ...แล้วก็เป็นโชคดีของผมที่มัทยอมพิจารณาจนเรามีวันนี้...ผมรักมัทนะ”
พอมัทรีได้ยินคำนี้ก็สะเทือนใจ
“มัท..ก็รักพี่รบค่ะ วันนี้ครบรอบห้าปีของเรา”
มัทรีเปิดกระเป๋าหยิบกล่องเค้กเล็กๆ ออกมา มัทรีเปิดกล่องข้างในเป็นเค้กเล็กๆ ขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือ เป็นเค้กช็อกโกแลต บนเค้กมีบ้านเล็ก ๆ กับตุ๊กตาพ่อแม่ลูก
“เค้กช็อกโกแลตด้วย” วันรบบอก
“มัทอยากให้ของที่พี่รบชอบมากที่สุด”
“แต่เค้กไม่ใช่ของที่ผมชอบที่สุดนะเพราะที่ผมชอบที่สุดคือมัทต่างหาก นี่บ้านของเราใช่ไหมจ๊ะ”
มัทรีฝืนยิ้มให้วันรบ
“บ้านเล็กๆนี่เปิดได้ด้วยนะคะ ในบ้านมีของสำคัญ”
“น่าตื่นเต้นจัง”
วันรบรับเค้กไปถือไว้แล้วหยิบหลังคาบ้านบนเค้กออกเห็นเป็นกล่องแหวน วันรบมองมัทรีอย่างแปลกใจ วันรบเปิดกล่องแหวนดู แต่ข้างในกลับเป็นกล่องเปล่า
“มัทเซอร์ไพรส์ผมอีกใช่ไหม”
มัทรีนิ่งรวบรวมความกล้าทั้งหมดแล้วตัดสินใจถอดแหวนหมั้นที่นิ้วนางข้างซ้ายต่อหน้าวันรบ แล้วยื่นใส่มือวันรบทั้งน้ำตา
“แหวนหมั้นวงนี้ เป็นแหวนที่แม่ให้มัท แต่มัทอยากให้พี่รบเก็บมันไว้ให้คนที่จะอยู่กับพี่รบในอนาคต”
วันรบแปลกใจถามขึ้น
ไมัทหมายความว่าไง”
มัทรีเอาซองยาระบุชื่อ “วริษรา” ออกมา ใส่มือวันรบ วันรบหยิบซองยาขึ้นมาดูถึงกับชะงักไปทันทีพูดอะไรไม่ออก
“มัทเพิ่งรู้ว่าตลอดห้าปีที่เราคบกัน มัทไม่เคยรู้จักพี่รบเลย...พี่รบทำลายความเชื่อใจของมัท ด้วยการโกหกมัทตลอดเวลา วันนี้ทุกอย่างจบแล้ว ทั้งเรื่องของเราและเรื่องโกหกทั้งหมดของพี่รบ ...ลาก่อนค่ะ”
พลุในวันลอยกระทงถูกยิงขึ้นฟ้า พร้อมๆกับที่วันรบอึ้งไปนาน มัทรีหันหลังเดินจากไปทั้งน้ำตาด้วยความเสียใจมาก
“มัท...มันไม่ใช่อย่างนั้นนะ มัท”
มัทรีทนไม่ไหววิ่งหนีไป วันรบวิ่งตาม
“มัท..เดี๋ยวก่อน”

มัทรีวิ่งไปท่ามกลางผู้คน วันรบวิ่งตามไปท่ามกลางผู้คนที่เดินผ่านไปมา
“มัท...ฟังผมก่อน มัทรี”
มัทรีตัดสินใจโบกรถแท๊กซี่ แล้วรีบขึ้นรถทันที
“ไปราชบุรีค่ะพี่ เร็วที่สุดเลยนะคะ”
“ราชบุรี แต่..” คนขับแท็กซี่ไม่แน่ใจ
“เท่าไหร่ฉันก็จ่ายค่ะ”
วันรบวิ่งมาถึงแท๊กซี่ พยายามทุบกระจก
“มัท...เราต้องคุยกันนะ มัท”
แท๊กซี่ลังเล มัทรีบอก
“ออกรถเลยค่ะพี่ ออกรถสิคะ”
แท๊กซี่รีบออกรถ วันรบวิ่งตามแท๊กซี่ แต่แท๊กซี่เร่งความเร็วจนวันรบตามไม่ทัน วันรบตัดสินใจวิ่งกลับไปที่รถ

ภายในบ้านมัทรีในเวลาต่อมาของคืนนั้น รชานนท์ออกมายืนที่หน้าบ้านด้วยสีหน้าเครียด มองอย่างรอคอยการกลับมาของมัทรี ติรกาตามออกมา
“กระแต..นี่ลูกออกไปไหนกับไอ้รบ ดึกแล้วยังไม่กลับมาอีก”
“คงไปเคลียร์กันน่ะค่ะ”
“เคลียร์! นี่มัทกับไอ้รบมีปัญหากันจริงๆ เรื่องอะไรล่ะกระแต”
แท๊กซี่แล่นรถเข้ามาจอดที่หน้ารั้วบ้าน มัทรีลงจากรถเดินเข้ามาในบ้าน รชานนท์กับติรการีบเดินเข้าไปหา
“พ่อ...แม่”
มัทรีโผเข้ามาติรการ้องไห้เหมือนจะขาดใจ รชานนท์ตกใจอยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น
“มัท..ไอ้รบมันทำอะไรลูก บอกพ่อมาสิ”
รถของวันรบเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน วันรบรีบเข้ามาในบ้าน
“มัท..มัทต้องฟังผมนะ ผมอธิบายได้”
“ไม่ค่ะ มัทเจ็บพอแล้ว มัทไม่อยากฟังคำโกหกของพี่รบอีก”
“ผมไม่เคยนอกใจมัทเลยนะ”
มัทรีตบหน้าวันรบ เพี๊ยะ!
“พอได้แล้ว”
รชานนท์กับติรกาตะลึง วันรบอึ้งไม่แพ้กัน
“จนถึงตอนนี้ พี่รบก็ยังโกหกมัท”
“มัท..ผม”
“อย่าพูดอีกเลย ให้มัทได้เหลือความรู้สึกดีๆ ระหว่างเราบ้างนะคะ”
วันรบแทบจะคลั่ง
“มัท”
“ถ้าพี่รบไม่เลิก มัทจะหายตัวไป พี่จะไม่ได้เห็นหน้ามัทอีกเลย”
“มัท”
มัทรีเดินเข้าไปในบ้าน ติรการีบตามมัทรีเข้าไป คงเหลือแค่รชานนท์กับวันรบเท่านั้น รชานนท์กระชากคอเสื้อวันรบแล้วถามเสียงดัง
“ไอ้รบ..แกทำอะไรลูกสาวฉัน”
วันรบสีหน้าเครียดมาก

มัทรีร้องไห้อย่างระเบิดอารมณ์ด้วยความเสียใจอย่างสุดกลั้นอยู่ในห้องนอน ติรกาเดินเข้ามานั่งเคียงข้างมัทรี
แล้วกอดปลอบ
“แม่คะ..มัทเจ็บ”
ติรกานิ่งกอดลูกด้วยความสงสาร

บริเวณชั้นล่าง วันรบเล่าความจริงเรื่องวริษราให้รชานนท์ฟัง รชานนท์มองวันรบอย่างพิจารณา
“ที่แกเล่ามาทั้งหมดมันเป็นเรื่องจริงเหรอ”
“ถ้าผมทำผู้หญิงท้องจริงแล้วมันจะปิดได้นานแค่ไหน ป๋า..ผมพยายามแทบตายหาสินสอดสิบล้าน พิสูจน์ตัวเองเพื่อขอโอกาสจากคุณแม่ยายให้ได้หมั้นกับมัท ผมจะทำลายโอกาสตัวเองเพื่ออะไร”
“ถ้าเด็กคนนั้นเป็นญาติแก แกก็บอกยัยมัทไปสิ แกเล่นโกหกปิดบัง ลูกฉันก็ระแวง”
“ถึงผมจะเห็นริษเป็นน้องแต่ริษเขาคิดกับผมแบบคนรัก แล้วริษก็พยายามจะเข้ามาแทนที่มัท ผมโกหกมัทเพราะว่าผมไม่อยากให้มัทระแวงคิดมาก ผมพยายามบอกริษแล้วว่าผมรักมัทแต่เขาก็ไม่เลิก ผมกลุ้มใจมากเลยป๋า จะรุนแรงก็ไม่กล้า เขาก็ท้องด้วยกลัวจะคิดบ้าๆ”
“แล้วแน่ใจนะว่าเด็กในท้องไม่ใช่ของแก”
“สาบานให้ตายเลยป๋า ผมไม่เคยแตะต้องริษไม่เคยแม้แต่จะคิดด้วยซ้ำ ผมพยายามที่จะไม่ให้บัวช้ำน้ำขุ่นทั้งสองฝ่าย”
“แกก็เลยตายอยู่นี่ไง แกไม่น่าเริ่มต้นด้วยการโกหกเลย ถ้าแกบอกยัยมัทว่าวริษราตื้อแก ลูกฉันก็รับได้แถมยังจะช่วยแก้ปัญหาด้วยซ้ำ แต่แกทำเรื่องยาก...ให้มันยากขึ้นไปอีก ยัยมัทก็พูดอยู่เสมอว่าเกลียดการโกหก แต่แกดันทำเต็มๆ”
“ป๋าช่วยพูดให้ผมหน่อยสิ”
“เจ็บหนักขนาดนั้นฉันไม่มั่นใจว่ะ”
รชานนท์มองวันรบอย่างถอนใจว่างานนี้จะไม่ง่ายอย่างที่วันรบคิด








Create Date : 03 เมษายน 2555
Last Update : 3 เมษายน 2555 23:25:48 น.
Counter : 274 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

มิกัง
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]