All Blog
ทองประกายแสด ตอนที่ 15 อวสาน (ต่อ) จบบริบูรณ์




ทองดีลงจากรถมาหยุดยืน นึกถึงตอนที่เธอกับพิสุทธิ์พลอดรักกัน เธอรำพึงเบาๆ

“พิสุทธิ์”
ดารามองหน้างงๆ
“ว่าไงนะคะ”
ทองดีสะดุ้ง
“พี่ว่าอะไรนะคะ”
ดาราหงุดหงิดมาก
“ฉันถามว่า คุณน้องจะไปรึยังคะ ที่ๆพี่จะพามาดู ไม่ใช่ตรงนี้นะคะ”
“แต่ฉันเปลี่ยนใจ อยากจะซื้อที่แถวนี้แทน”
“อ้าว คุณน้อง แบบนี้พี่ก็มาเสียเที่ยวสิคะ”
ทองดีมองหน้า
“อดได้ค่าคอมฯใช่มั๊ยคะ”
ดาราเงียบไป
“พี่ก็เป็นธุระติดต่อคนแถวนี้ให้ฉันสิ ว่าฉันอยากได้ที่บริเวณนี้ใครขาย ฉันซื้อ ราคาถูกกว่าที่พี่จะพาฉันไปดูเยอะด้วยมั๊ง”
ดาราค้อนตาเหลือกตาปลิ้น

เย็นนั้น ทองดีนั่งนิ่งในรถ ดารานั่งกดเครื่องคิดเลข คำนวณราคาที่ดิน
“จากที่สอบถามราคามา ตัวเลขกลมๆ คงไม่เกิน 5 ล้านคุณน้องจะซื้อไปทำไมคะ”
“แล้วพี่ดาราจะซื้อสักกี่ไร่ดีครับ อย่าให้แพ้คุณทองประกายนะครับ”
โฬมยิ้มปรายตาวาววับไปทางทองดีจนดาราแอบค้อนหมั่นไส้
“หึ...ที่สวยก็ไม่สวย เห็นเราสนใจก็โก่งราคา ฉันไม่ใช่เศรษฐีหน้าโง่แบบนั้นหรอก”
ดาราพูดแล้วก็จ้องโฬมตาเขียว โฬมต้องหลบตาขับรถไป ทองดีนิ่งคิดก่อนจะบอก
“แวะดื่มกาแฟหน่อยดีกว่า เอาร้านเดิมนั่นแหละ”
ดาราหน้าเหวอรีบห้าม
“อย่าดีกว่าค่ะ ทนหน่อยไปหาร้านในเมืองทานดีกว่า ร้านนั้นสกปรก อึ๊ย...คิดแล้วยังขยะแขยงไม่หาย”
รถวิ่งผ่านหน้าร้านของแม่ ทองดีเห็นแม่กำลังยืนเท้าเอวด่าตาลวุ่นวายใหญ่โต ทองดีหันไปมองด้านหลังจนลับตาหันกลับมาก็เจอดารามองอยู่
“ดูคุณน้องจะสนใจบ้านนั้นมากนะ มีอะไรหรือเปล่า”
“เปล่าค่ะ เห็นแล้วคิดถึงบ้านที่ต่างจังหวัดน่ะ บ้านมันคล้ายๆกัน”
ดาราจ๋อยไป
“อุ๊ย...ตายแล้ว...พี่ขอโทษนะคะที่ว่าสกปรก คือ...คือตัวบ้านน่ะน่ารัก แต่ยัยเจ้าของไม่รักษาเลยดูไม่ดี แต่ของน้องทองประกายคงดูดีกว่านี้ใช่ไหม”
ทองดียิ้มรับเจื่อนๆ

โฬมขับรถมาติดที่สี่แยก เขาแอบมองทองดีกระจกหลัง เห็นเธอนั่งนิ่ง โฬมแกล้งเลี้ยวรถผิดทาง สักพักดาราเริ่มสังเกตเห็น
“เอ๊ะนี่มันที่ไหนเนี่ย ทำไม่ไม่คุ้นเลย”
“อ้าว...ผมก็ขับมาทางเก่านี่นา”
โฬมจอดรถข้างทาง หยิบแผนที่ออกมากางดู ทองดีมองๆแล้วพูดขึ้น
“สงสัย จะเลี้ยวผิดนะ ต้องเลี้ยวอีกทางนึง”
“แต่เมื่อกี้เรามา...”
ทองดีสวนทันทีเรียบๆนิ่งๆ
“เรามาอีกทาง เลยไปเป็นตลาด แล้วก็ท่ารถสองแถว”
“คุณทองประกายรู้ได้ยังไงเนี่ย เคยมาหรือครับ” โฬมแกล้งถาม
ทองดีอึ้ง
“เปล่า ฉันจำได้มันสะดุดตา”
ดารากับโฬมมองหน้ากัน โฬมกลับรถขับออกไปสักพักก็เจอทางออกเลี้ยวไป โฬมมองแอบอมยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วขับช้าลง
“แหม...คุณทองประกายนี่เก่งจังนะฮะ...รายละเอียดเป๊ะ ถูกทุกอย่าง ตลาด ท่ารถ”
ดาราเซ็งๆ
“อย่ามัวพูดมากเลย ขับช้าเป็นเต่าแบบนี้เมื่อไหร่จะถึงกรุงเทพกันล่ะ ฉันไม่อยากกินข้าวลิงแถวนี่นะ ดูฟ้าสิ สงสัยฝนจะตกใหญ่”
โฬมแอบทำปากเบ้แกล้งทำรถกระตุกๆ แล้วจู่ๆ ก็เบรกรถกะทันหัน ดาราร้องกรี๊ด
“รถเป็นอะไรเนี่ย”
“ไม่รู้สิ” โฬมลองสตาร์ท แต่ไม่ติด “ผมขอไปดูก่อน”
โฬมรีบลงจากรถไปทันที ดารามองตามอย่างไม่ไว้ใจ ทองประกายยังนิ่งอยู่ โฬมวิ่งลงจากรถมาเปิดกระโปรงหน้ารถแล้วรีบดึงสายไฟต่อกล่องควบคุมด้านหน้ารถออกทันที ดาราวิ่งลงมาดู โฬมทำหน้าเครียด
“ก็ไม่มีอะไรนี่นา เดี๋ยวผมของลองสตาร์ทอีกที”
โฬมวิ่งไปสตาร์ทรถแต่ไม่ติด
“สงสัยแบตจะหมด สตาร์ทไม่ติด...เป็นระบบไฟซะด้วย คงต้องตามช่างแล้วละครับ”
“บ้านนอกคอกนาแบบนี้จะมีช่างที่ซ่อมรถหรูๆแบบนี้เป็นเหรอ พูดคิดซะมั่ง”
โฬมเริ่มฉุน
“รู้ครับ ช่างแถวนี้คงซ่อมเป็นแต่รถอีแต๋น”
ดาราหงุดหงิด
“อ้าว...แล้วจะทำยังไงล่ะ”
“ก็เรียกช่างจากกรุงเทพฯ”
“จะบ้าเหรอ นี่มันจะเย็นแล้ว กว่าช่างจะมามิปาไปสองสามทุ่มเหรอ”
โฬมยิ้ม
“คงต้องหาโรงแรมแถวนี้นอนก่อน ผมจะโทรติดต่อช่างให้เอง”
ดาราหันไปมองหน้าทองดีเป็นเชิงหารือ ท้องฟ้าเริ่มมืดมีเค้าเมฆฝน
“เอาไงดีคะคุณน้องหรือจะโทรให้ท่านส่งคนมารับด่วน ฝนมาแล้วด้วย เฮ้อ...วุ่นวายอะไรขนาดนี้ รู้งี้เอารถพี่มาดีกว่า”
ทองดีครุ่นคิด
“วันนี้มีประชุมที่กระทรวงทั้งวัน อย่าไปกวนท่านเลย เอาเป็นว่าพักโรงแรมก่อนก็ได้ค่ะ พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน เดี๋ยวฉันจะโทรบอกท่านเอง”
“เอางั้นก็ได้ ตามใจคุณหญิงแล้วกัน”
โฬมแอบยิ้มสมใจ

ค่ำนั้น ทั้งสามติดต่อห้องพักของโรงแรม โฬมเดินผิวปากเข้ามาในห้องดาราเดินตามเข้ามาหน้าตาไม่ไว้ใจ
“นี่เป็นแผนของเธอหรือเปล่า”
โฬม ทำหน้าซื่อ
“แผนอะไร พี่พูดเรื่องอะไรเนี่ย”
“ก็แผนทำรถเสีย ทำให้ต้องค้างคืนที่นี่ไง”
“โธ่...พี่ดารา พี่ก็รู้อยู่ รถรุ่นนี้ขับยาก ระบบไฟก็ซับซ้อน พี่จะให้ผมซ่อมเองหรือไง เอางี้ ถ้าพี่ไม่ไว้ใจผม พี่ลองขับกลับกรุงเทพฯเองก็ได้”
โฬมทำเป็นไม่พอใจเดินปึงๆไปนั่งอีกทาง ดาราเริ่มไม่แน่ใจ เข้าไปง้อ
“ถ้าไม่ได้ทำก็ไม่ได้ทำสิ จะงอนทำไมล่ะ”
“ก็พี่กล่าวหาผมนี่นา ผมรู้หรอก ว่า อะไรเป็นอะไร ตอนนี้ทองประกายเขาไม่เหมือนเดิมแล้ว”
“อ๋อ...ถ้าเขายังเหมือนเดิม เธอก็สนใจใช่ไหม”
“ไม่เอาน่า พี่ดารา ผมบอกกี่ครั้งแล้ว ยังไงผมก็รักพี่คนเดียวเท่านั้นแหละ ให้ผมพิสูจน์ไหมล่ะ”
โฬมซุกไซร้ ดาราเริ่มอ่อนระทวย ดาราเอาเล็บกรีดซอกคอโฬมเป็นรอยแดง แล้วดึงเข้ามาจูบ โฬมสะดุ้ง
“ได้เลย…ชอบแบบนี้ใช่ไหม”
โฬมผลักดาราลงบนเตียงอย่างแรง แล้วถอดเสื้อเหวี่ยงไปก่อนจะโถมลงไปหา ดาราหัวเราะคิกคัก

ทองดียืนเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเหงาๆ เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น เธอเดินกลับไปเปิดอย่างเซ็งๆ โฬมยืนอยู่หน้าประตู ทองดียืนขวางไม่ยอมให้โฬมเข้ามา
“มีธุระอะไร พี่ดาราล่ะ”
โฬมตื่นเต้น
“พี่ดาราไม่สบายมากเลย คุณช่วยมาดูหน่อยได้ไหม”
ทองดีตกใจ
“พี่ดาราเป็นอะไร”
“ผมก็ไม่รู้นั่งอยู่เฉยๆเธอก็เป็นลมไป เรียกเท่าไหร่ก็ไม่ยอมตื่น ช่วยไปดูหน่อยสิ”
ทองดีรีบปิดประตูถอดโซ่ออก โฬมดันประตูสวนเข้ามาทันที
“นี่จะทำอะไร ออกไปเดี๋ยวนี้นะ ไม่อยากนั้นฉันจะตะโกนให้ลั่นเลย”
โฬมพุ่งเข้าปิดปากทองดีไว้
“จะเล่นตัวไปทำไม ไม่เห็นจะแตกต่างกันตรงไหน ผมก็แมงดา คุณก็กะหรี่ มันก็ไอ้เหมือนกันและวะ”
โฬมเอามือถือที่กำอยู่ในมือวางที่มุมล่างส่องมาทางเตียง ทองดีไม่ทันเห็น ทองดีทั้งดิ้นทั้งถีบ โฬมไม่ฟังเสียงลากเธอไปโยนไว้ที่เตียง ทองดีตะลึง
“ออกไปเดี๋ยวนี้นะ”
โฬมเดินเข้ามาใกล้ โน้มตัวหาแล้วคว้ามือมา ทองดีจะดึงมือแต่โฬมแข็งแรงกว่า
“เป็นยังไง ผมแข็งแรง หนุ่มแน่นกว่า ไอ้ผัวแก่ของคุณใช่ไหม...รับรอง คุณจะติดใจผม ไม่มีวันลืม”
โฬมกอดฟัด ทองดีดิ้นซักพักแล้วหยุดลงเคลิ้มตาม โฬมยิ้ม ยกตัวขึ้นนั่ง ค่อยๆถอดเสื้อออก จ้องหน้าเธอยิ้มเจ้าชู้ ทองดีหายใจแรงมองเขาแล้วลุกผลักเต็มแรง โฬมกระเด็นออก ทองดีวิ่งหนีออกนอกห้องไป โฬมหัวเสีย
“โธ่เว้ย...พลาดอีกแล้วเหรอวะ”
โฬมนึกได้ หยิบโทรศัพท์ที่อัดไว้ขึ้นมาดู แล้วรีบออกจากห้องไป ทองดียืนแอบหน้าห้อง
ถอนใจ เดินกลับเข้าห้องปิดประตู
โฬมค่อยๆย่องเข้ามาในห้อง ปิดประตูอย่างเงียบเชียบ พอหันกลับมาที่เตียงก็อารมณ์เสียทันที เมื่อเห็นดารานอนหลับสบายส่งเสียงกรนอย่างมีความสุข

เช้าวันใหม่...โฬมยืนรออยู่ที่รถ ทองดีกับดารา เดินมาที่รถ
“อรุณสวัสดิ์ครับ คุณทองประกาย”
ทองดีไม่ทักตอบเดินขึ้นรถไปทันที โฬมหน้าเจื่อน ดารามองอย่างสะใจ
ในรถ...โฬมปรับกระจกมองหลัง แอบมองทองดีอยู่บ่อยๆ จนดาราสังเกตเห็น
“ตั้งใจขับรถหน่อยสิ อย่ามัวแต่ว่อกแวก ฉันไม่อยากนอนห่มผ้าดิบข้างทางหรอกนะ”
โฬมมองดาราอย่างไม่พอใจ แต่ไม่พูดอะไร ทองดีสวมแว่นดำหน้าตาเฉยเมย

ประจักษ์นั่งเซ็นต์เช็คแล้วยื่นส่งให้ทองดี ดารากับโฬมยืนมองอย่างอิจฉา
“ค่าที่ดิน...ฝากดาราเป็นธุระให้ทองทีนะ”
ดาราตาโตชะเง้อมอง
“ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะท่าน ดาราจะจัดการให้เรียบร้อยค่ะ”
ประจักษ์หันไปหาทองดี
“พอไหม ถ้าไม่พอบอกนะ ฉันจะเพิ่มให้อีก”
“เกินพอด้วยซ้ำค่ะ”
“ฉันมีอะไรจะให้เธอดู”
ประจักษ์เดินไปที่รูปที่จัดตั้งไว้อย่าดี มีผ้าคลุมแวววาวปิดอยู่ เขาสบัดผ้าออก เปิดมาภายในเป็นรูปวาดของทองดีบานใหญ่
“ฝีมือจากศิลปินดังเชียวนะ”
ทองดีตาลุกวาว
“สวยจังเลยค่ะท่าน”
เธอมองตัวเองในรูปแล้วยิ้มปลื้ม นึกไปถึงที่พิสุทธิ์เคยให้รูปกับเธอ ซักพักเธอก็หน้าเสียลง ประจักษ์มองอย่างสงสัย
“เป็นอะไรรึเปล่าทองประกาย”
ดาราแอบบ่น
“ท่าจะบ้า”
“เอ่อ...มันมีแค่ทองคนเดียว” ทองดีนึกได้ “คราวหน้าขอเป็นรูปคู่ท่านกับไทได้มั้ยคะ”
ดาราเบ้ปากหมั่นไส้พึพำเบาๆ
“ช่างประจบ มิน่า”
ประจักษ์หัวเราะออกมา
“ได้สิ...นึกว่าเธอเป็นอะไร บางทีการเซอร์ไพรส์ผู้หญิงก็เดายากนะ”
ดาราหมั่นไส้สุดๆ พึมพำเบาๆ
“มันดัดจริต”
ประจักษ์หันมายิ้มให้สองสาว
“เชิญสาวๆตามสบายนะ ขอตัวออกไปทำงานก่อน”
ประจักษ์หันไปกอดทองดี ดาราหันมองค้อนหมั่นไส้

เย็นนั้น ดารากับโฬมเดินเข้ามาในบ้าน ดาราหัวเสียไม่สบอารมณ์มาก
“แหม...อีนี่มันร้ายใช่ย่อย ท่านก็รักก็หลงมันซะเหลือเกิน ประเคนให้มัน ทีละไม่รู้กี่ล้าน จะทิปให้ฉันบ้างก็ไม่มี ค่านายหน้าก็ได้มานิดเดียว ไม่คุ้มค่าเหนื่อยเอาซะเลย”
“อ้าว...ก็เขาช่วยพี่เรื่องบูธแฟชั่นโชว์ที่ยุโรปตั้งหลายประเทศแล้วไม่ใช่หรือครับ”
“โอ๊ย...แค่นั้นมันเรื่องจิ๊บจ๊อยทำงานแทบตายได้ไม่ถึงสิบล้าน แต่ดูนังทองประกายสิ ได้ไปวันนี้ก็เท่ากับพี่ไปสามประเทศแล้ว น่าหมั่นไส้จริงๆ”
“ไม่เอาน่าพี่ดารา เรื่องของเขา ไม่เห็นจะเกี่ยวกับเราเลย”
“โฬม พี่ว่าพี่จะให้ศิลปินมาวาดรูปพี่ติดบ้านมั่งดีมั้ย”
“ตามใจพี่สิครับ”
ดารายิ้มปลื้มแล้วนึกได้
“เธอไปทำอะไรให้นังทองประกายมันไม่พอใจ”
โฬมตกใจ
“เอ่อ...มีอะไรเหรอครับพี่”
“วันนี้ก่อนไปคฤหาสน์ท่านรัฐมนตรี มันโทรมาบอกพี่ว่าไม่ต้องพาเธอไป”
โฬมถอนใจโล่งอก
“โธ่พี่...อย่างกับผมอยากไปนักนี่”
“ถึงมันไม่ห้าม ฉันก็ไม่อยากให้เธอไปเหมือนกัน อย่าได้คิดอะไรกับมันเชียวนะ เพราะถ้าคิดจะไปจากฉันละก็ ต้องตายจากกันสถานเดียว จำไว้”
โฬมอึ้งๆกับสีหน้าดุๆนั้น

ค่ำนั้น ประจักษ์เดินเข้ามาในบ้านท่าทางเหนื่อยอ่อน ก่อนจะเดินไปที่ห้องไท มองเด็กน้อยที่นอนหลับอยู่บนเตียงแล้วเขี่ยแก้มอย่างเอ็นดู
“หลับปุ๋ยเชียวนะลูก ไม่เคยเจอหนูตอนตื่นเลย”
ทองดียืนมองภาพตรงหน้าอย่างตื้นตันใจ ประจักษ์หันกลับมาเห็น
“ยังไม่นอนอีกเหรอทองประกาย”
“ดิฉันรอท่านอยู่”
ทองดีเดินมาซบลงข้างๆท่าน
“มีอะไรหรือ”
“ไม่ค่ะ ทองแค่อยากอยู่ใกล้ๆท่านกับไท แค่นี้ก็มีความสุขแล้วค่ะ”
ประจักษ์ยิ้ม ประคองทองดีมานั่งเคียงข้างโอบเธอไว้ ทั้งคู่นั่งมองไทที่นอนหลับอย่างมีความสุข

วันใหม่ ประจักษ์อุ้มไทชูขึ้น ไทหัวเราะคิกคัก ทองดีเดินลงมาจากข้างบน
“วันนี้ท่านว่างหรือคะ”
ประจักษ์ส่งไทให้พี่เลี้ยง
“ความจริงก็ไม่ว่างหรอก แต่ไม่อยากไป อยากอยู่กับเธอกับลูกมากกว่า”
ขณะเดียวกันนั้น เลขาหอบเอกสารเข้ามา
“นั่นไง ขอเวลาเซ็นต์เอกสารแป๊บนึงนะ”
ทองดียิ้ม
“ดิฉันจะเตรียมอาหารให้ท่านนะคะ”
ประจักษ์ยิ้มรับก่อนจะเดินออกไป เลขาเดินตาม

หลายวันต่อมา...ไทนอนหนุนตัก ประจักษ์อ่านเอกสารไปด้วยเอาเอกสารให้ไทดู ชวนคุย...ประจักษ์อุ้มไทแบกขึ้นบ่าวิ่งไปรอบๆห้อง ทองดีคอยเดินตาม เสียงหัวเราะของครอบครัวดังตลอดเวลา ขณะเดียวกันนั้นโทรศัพท์เจียมสั่นขึ้น เธอรีบเลี่ยงออกไปแอบคุยโทรศัพท์ข้างนอก
ทองดีได้รู้จากเจียมว่านิคจะมารับไทไป เธอจึงของให้ประจักษ์ช่วย ประจักษ์โทรคุยกับทนาย ทองดีถามทันทีที่วางสาย...
“ทนายว่าไงคะ ไปทำเรื่องวันนี้เลยได้ไหมคะ”
ประจักษ์ส่ายหน้าเครียด
“มันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะต้องติดขั้นตอนกระบวนการพิสูจน์อีกหลายอย่าง”
“หมายความว่ายังไงคะ”
“ทนายแนะนำว่า ให้ตามตัวพ่อของไทให้พบ แล้วให้เจรจากันจะดีกว่า เธอรู้หรือเปล่าว่าพ่อของไทอยู่ที่ไหน”
ทองดีอึ้งไป
“ไม่ทราบหรอกค่ะ”
ทองดีนั่งมองไทที่นอนหลับอยู่บนเตียง
“แม่ต้องทำยังไง หนูถึงจะเป็นลูกของแม่คนเดียวโดยไม่ต้องมีใครมาแย่งหนูไปได้นะ ไท”
ทองดีขยับผ้าห่มคลุมให้ไทอย่างเบามือ
“ถึงยังไง พ่อของหนูต้องช่วยแม่แน่นอน ตราบใดที่ท่านยังอยู่ หนูก็จะปลอดภัยนะจ๊ะ ไทลูกแม่”
ทองประกายก้มลงจูบแก้มไทอย่างทะนุถนอม

ไทกำลังนั่งอ่านหนังสือนิทานเด็ก ออกเสียงอยู่ในห้องนอน ทองดีเดินเข้ามาหา น้อมที่นั่งอยู่กับเจียมหันไปบอก
“วันนี้คุณหนูตัวอุ่นๆค่ะคุณ”
ทองดีรีบลงไปจับหน้าผากลูก
”อ้าว แล้วจะออกไปทานกลางวันกับท่านได้มั้ยเนี่ย”
เจียมรีบบอก
“เจียมว่าอย่าพาคุณไทไปเลยค่ะ”
“งั้นเดี๋ยวฉันจะโทรไปยกเลิกท่าน”
“คุณไปเถอะค่ะ เดี๋ยวน้อมกับเจียมดูคุณหนูเอง ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ” นอมบอก
เจียมรีบพยักหน้าเห็นด้วย
“คุณไทไม่น่าจะเป็นอะไรมากหรอกค่ะ”
“คุณแม่ไปเถอะครับ ผมอยู่ได้ ไม่ต้องห่วงผม”
ไทเห็นทองดีลังเลจึงช่วยพูด
“เก่งจังเลย ลูกแม่ งั้นแม่จะรีบไปรีบกลับนะ”
ทองดีหอมแก้มลูก ยิ้มให้ แล้วลุกออก

นิคซึ่งพักอยู่ในโรงแรมแห่งหนึ่ง ฟังเจียมรายงานแล้วบอก
“ขอบใจมากนะเจียม”
นิคแล้วกดวางโทรศัพท์มือถือ เขาหยิบกระเป๋าเดินทางขึ้นมาวาง แล้วหยิบเสื้อผ้าที่พับรอไว้แล้ว รวมทั้งข้าวของทั้งหมดใส่กระเป๋า แล้วหยิบพาสปอร์ต ตั๋วเครื่องบิน เอกสารอีก 3-4 แผ่น ซึ่งเป็นใบเกิดของไท ใบรับรองจากสถานทูต ใส่ลงในกระเป๋าเดินทาง แล้วออกจากโรงแรมไป

ที่ร้านอาหารในโรงแรมหรู ประจักษ์กับทองดี ทานอาหารกลางวันด้วยกัน ทองดีนั่งกังวล
“เป็นห่วงไทใช่ไหม”
“ค่ะ ไม่รู้เป็นไง คิดถึงแต่ไทค่ะ”
“ไม่ต้องห่วงหรอก มีคนดูแลตั้งมากมาย”
ทองดียิ้ม
“แต่ก็อดห่วงไม่ได้ค่ะ”
“ฉันคงตกกระป๋องแล้วสิ ชักอิจฉาไทซะแล้ว”
“ท่านก็...มันไม่เหมือนกันค่ะ”
ประจักษ์ ดึงทองดีหันกลับมามองหน้า
“ไม่เหมือนกันยังไง”
“ก็...รักลูกก็แบบนึง รักท่านก็แบบนึง”
“แล้วความรักที่เธอมีต่อฉัน มันมากขนาดไหนกันนะ”
ทองดียิ้มอายๆ ประจักษ์ยิ้มชอบใจ

เจียมพาไทมายืนนอกรั้วบ้าน ไทหันไปถาม
“เราจะไปไหนกันครับ ป้าเจียม”
“รอคุณพ่อคุณหนูค่ะ แล้วเจียมจะเล่าให้คุณหนูฟังนะคะ”
“ครับ” ไทพยักหน้ารับ
ครู่หนึ่งรถแล่นเข้ามาจอด นิคก้าวลงจากรถ ลงไปนั่งมองลูกนิ่งอยู่นาน นิคน้ำตาคลอ ดึงลูกมากอด เจียมซักน้ำตาตัวเอง เจียมหันมองในบ้าน
“รีบขึ้นรถกันเถอะค่ะ”
ทั้งสามคนขึ้นรถ แท็กซี่แล่นออกไป

ประจักษ์ กับทองดีทานอาหารเสร็จก็พากันลุกขึ้น
“อยากรีบกลับบ้านแล้วสิ” ประจักษ์ถามยิ้มๆ
ทองดีขำ
“ท่านอำดิฉันอีกแล้ว”
ทองดียิ้มอย่างมีความสุข เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เธอกดรับ...
“...อะไรนะน้อม...ไม่จริง ไม่จริ๊ง!”
ทองดีร้องอย่างตกใจ
“เกิดอะไรขึ้นทองประกาย”
ทองดีช็อก หันมองหน้าประจักษ์
“ไท...ไทไม่อยู่แล้ว...ไปแล้ว”
ประจักษ์งง
“อะไร มันเกิดอะไรขึ้น ใจเย็นๆก่อนทองประกาย”
ทองดีแทบพูดไม่ออก
“พ่อไทมาเอาตัวไทไปแล้ว...ท่านต้องช่วยฉันนะคะ...พาไทกลับมา”
ทองดีร้องไห้อย่างหนัก ประจักษ์อึ้งไป

ประจักษ์ประคองทองดีที่ร้องไห้เข้ามาในบ้าน เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น
“ทางสถานทูตโทรกลับมาแล้ว”
ประจักษ์เดินเลี่ยงไปมุมนึง ทองดีหันไปถามน้อม
“น้อม ทำไมถึงเป็นแบบนี้ ทำไมปล่อยให้คนเข้ามาเอาไทไป”
“พี่เจียม เป็นคนพาคุณหนูออกไปขึ้นรถข้างนอกค่ะ”
“นี่เธอรู้เรื่องทุกอย่างเลยเหรอ”
“เอ่อ... พี่เจียมบอกว่า จะพาคุณหนูไปเจอกับคุณพ่อเค้า ไม่นานค่ะ แต่...”
“นังโง่...แกรู้ทุกอย่าง แต่แกไม่บอกฉัน แล้วแกก็ปล่อยให้ไปเหรอ...”
ทองดีฟิวส์ขาด เข้าตบตีน้อมจนน่าสงสาร เด็กรับใช้กลัวหัวหด ไม่กล้าห้าม ประจักษ์วิ่งกลับเข้ามาลากทองดีไปกอดไว้
“หยุด ทองประกาย อย่าทำแบบนี้ ใจเย็นๆ ฟังนะ ฉันเช็คกับทางสถานทูตแล้ว พ่อเค้ากลับมา และทำเรื่องรับตัวลูกไปจริง ที่สำคัญเค้าติดตามหาตัวไทมานานแล้ว เธอรู้เรื่องนี้รึเปล่า”
ทองดีมองหน้าประจักษ์ แล้วได้แต่ส่ายหน้าสะอึกสะอื้นไม่ยอมบอกความจริง

ประจักษ์พาทองดีไปที่ห้องทำงาน ทองดีนั่งรอฟังเขาคุยโทรศัพท์อยู่ด้วยคราบน้ำตา แล้วถามทันทีที่วางสาย
“เป็นยังไงบ้างคะ ท่านต้องตามตัวไทกลับมาให้ได้นะคะ ป่านนี้ไทจะเป็นยังไงก็ไม่รู้”
“ทาง ตม. แจ้งว่าเค้าพาไทขึ้นเครื่องไป ตั้งแต่ 2 ชั่วโมงก่อนแล้ว”
“ไม่จริง ไทลูกแม่”
ประจักษ์ได้แต่โอบกอดทองประกายไว้ด้วยความสงสาร”

วันต่อมา...ประจักษ์ยืนคุยโทรศัพท์หน้าเครียดก่อนจะวางหู น้อมเดินเข้ามา
“คุณทองประกาย เป็นยังไงบ้าง”
“ดิฉันยังเข้าหน้าไม่ติดเลยค่ะ แต่เด็กบอกว่า ทานยา แล้วหลับไปแล้วค่ะ เอ่อ พอจะมีทางตามตัวคุณไทกลับมามั้ยคะ ท่าน”
“คงจะยาก แล้วเธอล่ะ เป็นยังไงบ้าง”
“ดิฉันไม่เป็นไรค่ะ สงสารแต่คุณผู้หญิง ดิฉันเข้าใจค่ะท่าน”
ประจักษ์พยักหน้าให้
“ขอบใจนะ”
ประจักษ์ถอนใจ รู้สึกสงสารทองดีจับใจ

วันใหม่...ทองดีนอนลืมตานิ่งซึมอยู่บนเตียง ประจักษ์เดินเข้ามาในห้อง
“เป็นยังไงบ้าง ทองประกาย”
“ค่ะ ดีขึ้นแล้ว” ทองดีลุกขึ้นนั่งคุย “ท่านยังไม่ออกไปทำงานเหรอคะ”
“ฉันยกเลิกหมดแล้ว อยากอยู่ดูแลเธอมากกว่า”
“ฉันทำให้ท่านเสียงาน ท่านไม่ต้องห่วงฉันหรอกค่ะ ฉันไม่เป็นอะไร”
“ไม่ต้องคิดมาก ฉันยังไม่อยากทิ้งเธอไว้คนเดียว ฉันเป็นห่วงเธอมากรู้มั้ย”
ทองดีน้ำตาไหลอีกครั้ง ซบลงที่อกประจักษ์ที่กอดตอบจนทองดีรู้สึกอบอุ่นใจขึ้นมาบ้าง

ดารา กับพี่แมวคุยอยู่ด้วยกันที่ห้องเสื้อ
“รู้ข่าวแล้วตกใจนะคะ กำลังจะดีอยู่แท้ๆ” พี่แมวบอก
ดาราเบ้ปาก
“สมน้ำหน้า ดีแล้วล่ะ พักหลังๆมันทำเชิดใช่ฉันนัก มันลืมตัวไปว่ามันมีวันนี้ได้ก็เพราะฉัน โดนซะบ้างก็ดี”
พี่แมวมองไม่พอใจ
“อ้าว ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะคะ คุณดารา แหม คนกำลังทุกข์กำลังโศก”
ดาราค้อน
“ทำไม คิดจะเปลี่ยนสีเข้าข้างมันเลยนะหล่อน ไม่ต้องห่วงหรอกย่ะ เดี๋ยวฉันจะโทรไปซอรี่กับนางหน่อย”
“ตกลงคุณดาราอารมณ์ไหนกันแน่คะเนี่ย”
“ในสังคมก็แบบนี้แหละ แม่ทองประกายน่ะ เปรียบไปก็เหมือนกับเสื้อผ้า ตราบใดที่คนยังนิยม ก็ขายได้ มันก็เป็นของดีมีราคา ถ้ามัน out เมื่อไหร่ก็ต้องถอดออกจากหุ่นลงมาเป็นผ้าขี้ริ้วนั่นแหล่ะ วันนี้มันยังอยู่ในหุ่น ก็ต้องถนอมเอาใจกันไป”
“ตอนแรกนึกว่าคุณดาราเป็นดีไซน์เนอร์ที่ทำธุรกิจเป็น แต่วันนี้รู้แล้วค่ะว่าคุณน่ะเป็นนักธุรกิจ ที่ออกแบบเสื้อผ้าได้ คิดถึงแต่ผลประโยชน์ดีจังนะคะ”
“นี่ชมหรือด่าเนี่ย”
ดาราโมโหจะหาอะไรเขวี้ยงใส่ พี่แมวเลยแหยลง โฬมแอบฟังอยู่มุมหนึ่ง...
“ลูกหาย ผัวงานยุ่ง จังหวะเหมาะแล้วสิ ได้ทั้งตัว ได้ทั้งเงินก็คราวนี้”
โฬมหยิบรูปปึกหนึ่งขึ้นมาดู เป็นภาพนิ่งที่โฬมกำลังกอดฟัดทองดี และเขาถ่ายไว้ด้วยกล้องจากโทรศัพท์มือถือ
ประจักษ์กำลังจะออกไปทำงาน มีเลขา และการ์ดยืนรอ ทองดีเดินมาส่ง

“อยู่คนเดียวได้แน่นะ”
ทองดียิ้ม
“ได้ค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วงฉันนะคะ ท่านไปทำงานเถอะค่ะ สายมากแล้ว”
“เดี๋ยวกลางวันนี้เจอกันนะ”
“ค่ะท่าน”
ประจักษ์ขึ้นรถไปพร้อมกับทีมงาน ทองดีถอนหายใจกลับหลังหัน เดินกลับเข้าในบ้าน โทรศัพท์ดัง ทองดีเห็นเบอร์โฬมรีบรับสาย
“โฬม จะโทรหาฉันทำไม อยากให้ท่านรู้เรื่องใช่มั้ย”
“อย่าเพื่งโกรธสิครับ ผมแค่จะโทรมาแสดงความเสียใจ”
ทองดีอ่อนลง
“ไม่เป็นไร ฉันสบายดี ทีหลังอย่าโทรมาอีก”
“เดี๋ยวก่อนสิครับ อย่าพึ่งว่า ผมอยากจะเลี้ยงข้าวขอโทษคุณ เรื่องคราวนั้น”
“ยังจะกล้าอีกเหรอ”
“อย่างน้อยก็เพื่อมิตรภาพของเรา ในอนาคต และผมอยากจะให้คุณดูรูปอะไรบางอย่าง”
ทองดีไม่พอใจ
“จะต้องให้ฉันโทรไปรายงานท่านเดี๋ยวนี้เลยมั้ย ถ้านายไม่หยุดก่อนกวน”
ทองดีกระแทกหูวางใส่
“โทรไปรายงานท่าน แสดงว่าท่านไม่อยู่ คงต้องไปรับถึงที่”
โฬมยิ้ม แล้วส่งรูปจากมือถือไป แล้วคว้ารูปใส่ซองเดินออกจากบ้านไป ทางด้านทองดีกดรับแมสเสจ ดูรูปแล้วอึ้งไป เธอนั่งเครียด
“ถ้าท่านรู้ ท่านจะฟังเรามั้ยนะ”
ทองดีตัดสินใจโทรศัพท์หาประจักษ์ทันที

ดาราเดินลงมาจากชั้นบน มองหา ไม่เจอโฬม หันไปถามเด็กรับใช้
“คุณโฬมอยู่ไหน”
“ออกไปข้างนอกค่ะ หนูถามแล้วค่ะ แกด่าหนู...เสือก”
ดารากดโทรเข้ามือถือ มือถือดังจากในห้อง
“สงสัยแกลืมไว้ค่ะ”
“มันแกล้งลืมไม่ให้ฉันติดต่อมันน่ะสิ ไปหยิบมาซิ”
ดารารอรับโทรศัพท์มือถือจากเด็กแล้วดู แล้วอึ้งเมื่อเห็นเบอร์ทองดี
“รีบจนลืมลบเบอร์เลยนะแก...นังทองประกาย”
ดาราโมโหมาก ตะโกนใส่เด็ก
“ไปหยิบรองเท้ามาสิ”
เด็กรีบไปหยิบมาให้ ดารารีบใส่แล้วรีบวิ่งออกจากบ้านไป

ที่คฤหาสน์ประจักษ์ น้อมต้อนรับโฬมอย่างงงๆว่ามาทำไม
“คุณทองประกายกับท่านไม่อยู่ค่ะ”
“เขาไม่ได้ไปด้วยกันไม่ใช่เหรอ”
“ก็คงงั้นค่ะ ท่านออกไปก่อน แล้วคุณทองประกายก็ออกไปทีหลัง คง ไม่ได้ไปด้วยกัน”
โฬมยิ้มดีใจ
“ไม่เป็นไร คุณทองประกายนัดผมไว้ บอกให้ผมนั่งรอในบ้าน”
น้อมลังเล
“...แต่คุณหญิงไม่ได้สั่งอะไรไว้”
“โธ่ ทำยังกะไม่เคยเห็นหน้าผม ผมมาที่นี่สองครั้งแล้วนะ กับพี่ดาราไง”
น้อมเลี่ยงออกไปอย่างจำใจต้องต้อนรับ

ทองดีนั่งรถกลับมากับประจักษ์
“ท่านคะ ความจริงท่านให้ทองกลับคนเดียวก็ได้” ทองดีบอกอย่างเกรงใจ
“ไม่ได้หรอก หน้าซีดขนาดนี้ ไม่ไหวก็ไม่น่าออกมาเลยไหน มีเรื่องอะไรอยากจะพูดกับฉัน”
ทองดีพูดไม่ออก ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงดี
“ยังไม่ต้องพูดก็ได้ ช่วงนี้อย่าพึ่งไปคิดอะไรมาก พักผ่อนให้เยอะๆนะ”
ประจักษ์ดึงทองเข้ามากอดอย่างรักใคร่ เป็นห่วง

โฬมเดินไปเดินมาในบ้าน สลับกับมองหน้าบ้านอย่างเบื่อหน่าย อีกด้าน เด็กรับใช้นั่งมองโฬมอย่างไม่ละสายตา
“จะจ้องฉันทำไมเนี่ย จะไปไหนก็ไปเลยไป...ไปสิ”
เด็กรับใช้ลุกเดินออกไป
“ไปไหนของเขาเนี่ย”
เสียงรถวิ่งเข้ามาในบ้าน โฬมชะงัก ยิ้มร้ายทันทีรีบจัดเสื้อจัดทรงผม แล้วลุกเดินไปรับที่ประตู ดาราเดินหน้าตึงเข้ามา พอเห็นดาราเดินเข้ามาในบ้าน โฬมชะงัก
“พี่ดารา”
ดาราโวยเสียงดัง
“ฉันว่าแล้ว หน้าอย่างแกนี่มันเลี้ยงไม่เชื่องจริงๆ แอบมาหานังทองประกาย คิดว่าฉันโง่นักเหรอ”
ดาราตรงเข้าไปทั้งทุบทั้งหยิกตีโฬมพัลวัน โฬมผลักดารากระเด็นไปกองที่พื้น น้อมกับเด็กรับใช้ตกใจรีบเดินมาดู ดาราหันขวับมาจ้อง ตวาดลั่น
“ใสหัวไป ไม่ใช่เรื่องของพวกแก”
น้อมกับเด็กรับใช้รีบหลบไปทันที ดาราเห็นโฬมจะเดินหนีรีบลุกไปลากแล้วทุบตี จนรูปหล่น โฬมผลักดาราลงไปที่พื้นหน้ากระแทกโต๊ะ คิ้วแตกเลือดออก โฬมยืนมองนิ่ง ดาราจับเลือดมาดูแล้วจ้องด้วยความแค้น
“พอได้แล้ว...เกลียดชะมัด ไอ้พวกชอบความรุนแรง รู้ตัวไว้ด้วย ฉันเบื่อแกแทบกระอัก”
ดาราค่อยๆพยุงร่างตัวเองลุกขึ้นมาจ้องหน้าโฬม
“เนรคุณ ถ้าไม่ได้ฉันชุบเลี้ยงแกมา ป่านนี้แกเป็นผู้ชายขายน้ำให้อีแก่ไฮโซทั้งเมืองแล้ว แกยังกล้าหักหลังฉันเหรอ”
“แล้วแกต่างอะไรกับพวกนั้น ต่อไปนี้ แกกับฉันเลิกกัน ฉันทนผู้หญิงซาดิสม์อย่างแกไม่ไหวแล้ว อีแก่ซาดิสม์”
ดาราชะงักน้ำตาเริ่มไหล หันไปเห็นรูป ช็อก หยิบขึ้นมา
“..นี่น่ะเหรอที่มึงบอกรักกู แล้วมึงไปเอากับมันเหรอ”
“เออ รู้ไว้ด้วย ที่พูดน่ะใจกูขยะแขยงแทบตาย กูรักทองประกายต่างหาก รักตั้งแต่เห็นหน้า รักมากจนอยากเลิกกับมึง”
ดาราอึ้งร้องไห้กำมือด้วยความเจ็บใจพูดแทบไม่ออก
“ไอ้โฬม ไอ้สารเลว”
“เออ...กูเลว งั้นมึงก็เลิกกับกูไปสิ เลิกยุ่งกับกู ปล่อยกูไปซะที”
ดาราชะงัก ค่อยๆล้วงมือหยิบปืนออกมาเล็งใส่โฬม
“มึงอยากเลิกกับกูมากใช่ไหม อยากให้กูปล่อยมึงไปใช่มั้ย”
โฬมหน้าซีดตัวสั่น
“เฮ้ย...จะทำอะไร พี่ดารา เล่นปืนมันอันตรายนะ”
“ก็เคยบอกแล้วใช่ไหม ถ้าคิดจะไปจากกู มึงก็ต้องตายสถานเดียว”
โฬมกระโดดเข้าแย่งปืนกับดารา ทั้งสองชุลมุนกัน

ที่หน้าคฤหาสน์ ทองดีกับประจักษ์กำลังลงจากรถ
“อ๊ะ...นั่นรถดารานี่ เธอนัดเขามาเหรอ”
“เปล่าค่ะ ฉันไม่ได้นัด หรือว่า...”
เสียงปืนดังขึ้นสองครั้ง ทองดีกับประจักษ์ชะงักหันไปมองหน้ากันด้วยความตกใจ ทั้งคู่รีบวิ่งเข้าไปในบ้านทันที คนขับรถรีบวิ่งตามเข้าไปด้วย แล้วชะงักค้างเช่นเดียวกับน้อมกับเด็กรับ เมื่อเห็นดารายืนถือปืนตัวสั่น โฬมนอนจมกองเลือดอยู่ใกล้ๆ
“พี่ดารา...โฬม”
ดาราเห็นทองดีแค้นมาก
“...อีทองประกาย มึงเป็นต้นเหตุ มึงแย่งผัวกู มึงทำให้ผัวกูตาย อีกากี กูจะฆ่ามึง”
ประจักษ์ร้องห้าม
“อย่าดารา พูดกันดีๆก็ได้ ...วางปืนลงก่อน ใจเย็นๆนะ”
“ผัวกูมันรักมึงใช่มั้ย กูจะส่งมึงไปอยู่กับมัน อีทองประกาย”
ทองดีตะลึง ดารากรี๊ดอย่างบ้าคลั่ง เหนี่ยวไกยิงทองดีสามนัด ประจักษ์ดึงตัวทองดีเข้ามาในอ้อมแขนแล้วเบี่ยงตัวบังกระสุนไว้ พอสิ้นเสียงปืนประจักษ์ชะงัก เลือดค่อยๆซึมออกจากอกเสื้อ ค่อยๆล้มลงที่พื้น ทองดีร้องไม่ออก น้อมกับเด็กรับใช้ก็ตกใจกรี๊ดลั่น คนขับรถ น้อม เด็กรับใช้ รีบวิ่งมาช่วยดูประจักษ์
ดาราตกใจมาก
“ไม่...ไม่ใช่...ฉันไม่ได้ทำ...”
ดาราวิ่งกรี๊ดประสาทแตกออกจากห้องไป ทองดีประคองประจักษ์ ตกใจทำอะไรไม่ถูก
“ท่าน ท่านคะ ไปโรงพยาบาลนะคะ....โทรแจ้งโรงพยาบาลแล้วไปเตรียมของกันเร็ว” ทองดีตวาดดังบอกคนรถ “เอารถมารับสิ”
เด็กรับใช้ทุกคนได้สติ วิ่งกันชุลมุน ทองดีร้องไห้
“ท่านอย่าเป็นอะไรนะคะ ท่านทำใจดีๆไว้นะคะ”
ประจักษ์มองทองดีแล้วยิ้ม
“ท่านทำใจดีๆนะคะ”
“ฉันทำตามที่สัญญา กับเธอแล้วนะ ทองประกาย”
“ไม่ค่ะ อย่าเพิ่งพูด ...ท่านอย่าเพิ่งพูดอะไรนะคะ”
“ฉัน...จะอยู่กับเธอ...จนลมหายใจสุดท้าย...ทองประกาย”
ทองดีร้องไห้
“ไม่ค่ะ ท่านต้องไม่เป็นอะไร ท่านต้องอยู่กับทองต่อไป ท่านสัญญาว่าจะไม่ทิ้งทองไงคะ... เราจะอยู่ด้วยกัน เราไปหาหมอด้วยกันนะคะ”
ประจักษ์หลับตาสิ้นลมในอ้อมกอด ทองดีเห็นเขาเงียบไปซักพัก แล้วอึ้ง
“ไม่...ไม่ !...ท่านต้องไม่ตาย ท่านต้องไม่ตาย...อย่าทิ้งฉัน...อย่าทิ้งฉันไป”
ทองดีเงยหน้าร้องไห้ ก่อนจะค่อยๆฟุบหน้าลงร้องไห้ฟูมฟายอยู่ข้างศพประจักษ์
คนขับรถ น้อม เด็กรับใช้ ทยอยเดินเข้ามา และต่างทรุดลงห่างออกไป ทองดีร้องไห้ตัวโยนกอดท่าน มีโฬมนอนตายไม่ห่างกัน

ดาราขับรถหน้าตื่นมือไม้สั่น
“ไม่จริง ไม่จริง ฉันไม่ได้ฆ่าใคร นังทองประกายต่างหากที่เป็นคนทำ”
ดาราก้มลงมองมือตัวเองเห็นเลือดเปรอะเต็มไปหมด ดาราพยายามเช็ดเลือดออกและปัดตามตัววุ่นวาย ขณะเดียวกันที่ด้านนอกรถคันหนึ่ง กำลังจะออกจากซอยด้านข้าง ดาราเงยหน้าขึ้นเห็นรถตัดหน้าระยะกระชั้นชิด เธอตกใจสุดขีด
“กรี๊ด!”
รถดาราชนเสาไฟฟ้าข้างทางพังยับเยิน ที่ร่างดารา เอนพิงกระจกข้างเลือดอาบ นอนตายอย่างตาไม่หลับ

หลายวันต่อมา
หลังจากเผาศพประจักษ์ ทองดีใส่แว่นดำ เดินออกมาพร้อมพี่แมว เหล่าบริวารเดินถือรูปและกระถางธูป
การ์ดเดินตามหลังมาหลายคน นักข่าว 2-3 คนยืนรออยู่ที่ลานจอดรถ เข้ามาขอสัมภาษณ์ทองดี
“คุณทองยังไม่พร้อมจะให้สัมภาษณ์ค่ะ ขอโทษนะคะ ขอตัวก่อน”
พี่แมวกันตัวทองดีจากนักข่าวพาไปขึ้นรถ การ์ดเดินเข้ามามากันๆ นักข่าวออกไป

แก้วกับเพื่อนไฮโซที่มาร่วมงาน ยืนชะเง้อมอง นักข่าวจำได้เลยเข้าไปหา
“พี่คะ พอจะมีข่าวให้หนูไปลงบ้างมั้ยคะ ไม่งั้น บ.ก.เล่นงานหนูตายเลย ได้ไปแต่รูป”
แก้วหันซ้ายหันขวา ไม่เห็นคนอื่นรีบบอก
“มาจากแหล่งข่าวนะคะ ห้ามลงชื่อพี่ ตั้งแต่คุณหญิงเสีย ครบสามเดือน ท่านก็แต่งงานใหม่กับทองประกาย จัดงานภายใน ได้ข่าวว่าจดทะเบียนสมรสกันแล้ว แล้วแบบนี้สมบัติมหาศาลของท่านจะไปไหนล่ะคะ ส่วนประวัติคุณทองประกายพวกน้องคงรู้กันอยู่แล้ว เห็นว่าชายชู้ ที่เป็นเด็กของคุณดาราเจ้าของห้องเสื้อดัง ก็นอนตายอยู่ข้างๆ”
เพื่อนอีกคนบอก
“ส่วนประวัติคุณทองประกาย พี่ก็รู้ละเอียด ถ้าน้องไม่รู้ตรงไหน โทรหาพี่ได้ อ้อ...อย่าไปเผลอหลุดกับใครว่ามาจากพี่นะคะ ไม่งั้นพี่อยู่ไม่ได้นะ”
นักข่าวรีบบอก
“คอนเฟิร์มค่ะพี่ จรรยาบรรณไม่เปิดเผยแหล่งข่าวค่ะ ขอบคุณค่ะ”

หลายวันต่อมา...ทองดียืนอ่านหนังสือพิมพ์ ไม่พูดไม่จากับใคร ขยำหนังสือพิมพ์ทิ้ง ระหว่างนั้นเด็กรับใช้อีกคนเดินเข้ามา ยืนเงียบๆ ทองดีเสียงแข็ง
“มีอะไรก็พูดไปสิ”
“ทนายความมาแล้วค่ะ”
ทองเดินออกไป สาวใช้จับกลุ่มนินทากัน
“ตั้งแต่ท่านเสีย คุณผู้หญิงเปลี่ยนไปเป็นคนล่ะคนเลย”
อีกคนพยักหน้าเห็นด้วย
“คงจะเศร้าน่ะ แกอ่านข่าวในหนังสือมั้ยล่ะ เห็นว่าผัวคนก่อนๆก็ตายจาก”
“นักข่าวนี่ก็ช่างขุดคุ้ยเนอะ สงสารคุณผู้หญิง”
“แต่ฉันน่ะ ไม่อยากจะสงสาร คุณผู้หญิงนั่นแหล่ะ เป็นคนทำให้ท่านตาย คุณผู้หญิงน่ะมีชู้ แกเห็นรูปที่ตกเกลื่อนพื้นมั้ยล่ะ”
น้อมเข้ามาได้ยินตวาด
“หยุดกันเดี๋ยวนี้เลยนะ ทั้งสองคน”
เด็กทั้งสองคนแตกฮือกันออกไปอย่างกลัวๆ น้อมมองตาม และหันไปทางทองดีแล้วส่ายหน้า

ทนายความเลื่อนส่งเอกสารให้ทองดี พร้อมกับกุญแจเซฟ ทองดีมองดูของตรงหน้าอย่างนิ่งเฉย
“นี่เป็นพินัยกรรมบางส่วนของท่านที่ใส่ชื่อคุณไว้แล้ว และกุญแจเซฟของธนาคาร ที่เก็บเครื่องเพชรทั้งหมดของคุณหญิง ท่านก็ได้แจ้งเปลี่ยน เป็นชื่อคุณไว้แล้วเช่นกัน ตามกฏหมาย คุณเป็นภรรยาที่ถูกต้อง ผมจะทำเรื่องแต่งตั้งคุณเป็นผู้จัดการมรดก สมบัติทั้งหมด ถ้าไม่มีใครมาแย้ง ทุกอย่างก็จะตกเป็นของคุณ”
“ท่านมีญาติที่ไหนอีกรึเปล่า”
“เท่าที่ผมทราบ ไม่มีครับ คุณจะฟังรายการทรัพย์สินทั้งหมดของท่านมั้ยครับ แต่คงต้องใช้เวลาหน่อย”
“ไม่เป็นไร วันหลังก็ได้”
“งั้นผมขอตัวกลับก่อนนะครับ เอกสารนี้ผมทิ้งไว้ให้คุณอ่านทำความเข้าใจ มีข้อสงสัยตรงไหน โทรหาผมได้นะครับ”
ทนายความแก่กว่ายกมือไหว้ แล้วค้อมตัวเดินออกไป ทองดีหยิบเอกสารขึ้นมาดูด้วยสีหน้าเรียบเฉย แม่จะรู้ว่าจากนี้ไปชีวิตของเธอไม่ต้องดิ้นรนอะไรอีกแล้ว....

ทองดีเดินเข้ามาหยุดในห้องทำงานประจักษ์ เดินเข้าไปนั่งที่โต๊ะทำงาน และนั่งนิ่งอยู่อย่างนั้นนาน น้อมเดินเข้ามาหา
“คุณผู้หญิงทานข้าวซักหน่อยมั้ยคะ ดิฉันตั้งโต๊ะไว้แล้ว”
ทองดียังโกรธน้อมเรื่องไทอยู่ ตวาดไล่
“อย่ามายุ่งกับฉัน”
ทองดีหยิบหนังสือปาใส่
“ออกไป!”
น้อมตกใจลนลานออกไป

ทองดีแต่งชุดดำสวย เดินลงมาจากบันไดชั้นสอง เด็กรับใช้มาถาม
“คุณผู้หญิงจะออกไปข้างนอกเหรอคะ”
ทองดีมองหน้าไม่ตอบ เด็กเดินเลี่ยงไปหยิบรองเท้าวางให้เงียบๆแล้วออกไป เธอใส่ส้นสูงแล้วเดินออกจากบ้านไป
ทองดีไปที่บาร์แห่งหนึ่ง เธอนั่งดื่มนิ่งๆ รายล้อมไปด้วยนักเที่ยว มีผู้ชายเข้ามาทักทาย ชวนคุย ทองดีไม่ตอบโต้ด้วย ผู้ชายตอแยด้วย เธอจึงเอาเหล้าสาดใส่ ผู้ชายโมโห เพื่อนดึงห้ามไว้ ทองดีมองเฉย แล้วลุกเดินออกไปนิ่งๆ

ค่ำคืนต่อมา...ทองดีนั่งอยู่ในบาร์ที่มีผู้คนมากมาย ทุกคนสนุกสนาน ยกเว้นเธอที่นั่งดื่มเงียบๆอยู่คนเดียว มีผู้ชายหันมองแต่ไม่กล้าเข้ามาคุยด้วย
ทองดีเดินมา คนขับเปิดประตู เธอขึ้นนั่ง
“กลับบ้านเลยนะครับ”
“ขับไปเรื่อยๆ”
“แต่มันใกล้สว่างแล้วนะครับ ไม่มีที่ไหนเปิดแล้ว”
“...ไปจังหวัดชัยนาท”
พูดจบทองดีก็หลับตาลง คนขับอึ้งๆว่าไปทำไม แต่ก็ขับรถออกไป

เช้าวันใหม่...รถคันหรูของทองดีขับเข้ามาจอดที่หน้าร้านแม่ ทองดีลงจากรถ เธอรู้สึกแสบตา หยิบแว่นขึ้นมาสวมใส่ แล้วเดินเข้าไปในร้าน
แม่กำลังเช็ดตู้ไป ด่าเด็กไป
“อีเด็กมือห่างตีนห่าง ขี้เกียจตัวเป็นขน ใช้ไปซื้อของก็อมเงินตลอด แต่เวลาเรียกกินนี่ไวเชียวนะมึง อีเด็กเวรเอ๊ย...”
แม่หันมาเห็นทองดี
“...อ้าว...คุณนาย จะรับอะไรดีคะ เชิญเข้ามาก่อนค่ะ”
ทองดียืนมองแม่ ไม่พูด จนแม่งงๆ
“จะเอาอะไรก็บอกมาสิคะ จะกินกาแฟ หรือว่าข้าวผัด”
ทองดีตัดสินใจพูด
“แม่...”
แม่สะดุดกึก จ้องหน้า ทองดีตัดสินใจถอดแว่นออก
“แม่...นี่ฉันเอง ทองดีไงแม่”
“อีทองดี อุ๊ย...” แม่เอามือปิดปาก “ขอโทษคะ ทองดีไหนคะ คุณ...”
“แม่จำฉันไม่ได้หรือ”
แม่อาการเอ๋อใส่ งงๆ ประสาทอ่อนๆ มองตาม
“จำไม่ได้หรอกค่ะ คุณนาย นี่คุณจะกินอะไรหรือเปล่า ถ้าไม่กินก็ไปให้พ้นๆเหอะ” แม่ผลักทองดีออกไป “อย่ามาวุ่นวาย คนจะทำมาค้าขาย เสียเวลาจริงๆ”
“โธ่แม่...” ทองดีเข้าไปเกาะกอด “ฉันทองดีลูกแม่จริงๆนะ ฉันจะมารับแม่ไปอยู่ด้วย ตอนนี้ฉันรวยแล้วนะแม่ ฉันมีบ้านหลังใหญ่เบ้อเริ่ม รับรองแม่ต้องชอบแน่”
ทองดีพยายามเข้ากอด แม่พยายามแกะออก แล้วผลักออกอย่างแรง
“บ้านใหญ่แล้วยังไง กูไม่สนใจหรอก นี่อย่ามายุ่งกับกูเลย กูไม่เคยมีลูกถึงมีก็ไม่ดอกทองเหมือนมึง”
ทองดีตกใจ ผงะ
“...แม่ อย่าด่าฉันอีกเลย...ไปอยู่ด้วยกันเถอะนะ เอาน้องไปอยู่ด้วยก็ได้ แม่อยากจะพาใครไปก็ได้ พาไปเลย ตอนนี้ฉันรวยแล้วนะแม่”
แม่เหมือนจำได้เป็นพักๆก็โมโห
“ขืนเอาไปอยู่กับมึง คงไม่แคล้วดอกทองเหมือนมึง”
ทองดีอึ้งจ้องหน้ากับแม่ๆหลบตา
“แม่จำฉันได้ใช่ไหม”
“คุณนายกลับไปเถอะ ฉันจะขายของ มายืนทะเลาะกันนาน คนไม่เข้าร้าน ฉันจะซวย ขายของไม่ได้ทั้งวัน”
ทองดีจ้องหน้าแม่ สงสัยว่าแม่จำได้หรือเปล่า
“ฉันไม่มีลูก กูไม่เคยมีลูก” แม่ทำประสาทใส่ทองดี “กูไม่เคยมีลูก โอ๊ย กูไม่เคยมีลูก”
ทองดีเสียใจค่อยๆหันหลังเดินออกจากร้านไป เธอเดินร้องไห้ไปขึ้นรถ พอรถทองดีไป แม่ก็หยุดไม่มองตาม นั่งนิ่งน้ำตาไหลออกมา
ทองดีขึ้นนั่งบนรถ หยุดร้องไห้ และรู้สึกโกรธเคืองแม่ เธอเงยหน้า หยิบแว่นขึ้นมาสวมใส่ ไม่หันกลับไปมองแม่เช่นเดียวกัน
รถวิ่งออกจากร้านมา

เมื่อกลับมาที่คฤหาสน์หรู ทองดีนึกถึงเรื่องราวต่างๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิต นึกถึงสิ่งที่เธอดิ้นรนมาตลอด กระทั่งถึงวันที่เธอมีทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ไม่มีใครอยู่ข้างตัวเลย...

“แล้วสิ่งที่ฉันไขว่คว้ามาตลอดชีวิต จะมีประโยชน์อะไรล่ะ ถ้าต้องอยู่คนเดียวแบบนี้”
ทองดียืนโดดเดี่ยว ตามลำพังในบ้านหลังใหญ่...
จบบริบูรณ์







Create Date : 11 มีนาคม 2555
Last Update : 11 มีนาคม 2555 23:04:19 น.
Counter : 6459 Pageviews.

0 comment
ทองประกายแสด ตอนที่ 15 อวสาน




เช้าวันใหม่...พี่แมวนั่งรอทองดีอยู่ที่โต๊ะรับแขก มองรอบๆตัวอย่างตื่นเต้น พอทองดีเดินลงมาจากข้างบน พี่แมวลุกขึ้นต้อนรับแบบเกร็งๆ

“พี่แมว ทำไมต้องทำท่าแบบนั้นด้วย คนกันเองแท้ๆ”
“ไม่ได้หรอก เดี๋ยวนี้เธอไม่เหมือนเดิมแล้ว โอ๊ย...กว่าจะเข้าถึงตัวได้ ต้องผ่านตั้งหลายด่านแน่ะ”
ทองดียิ้มขำ
“อ๋อ...ท่านเป็นห่วงความปลอดภัยน่ะค่ะ ดีใจจังเลยที่พี่แมวมา ฉันเหง๊า...เหงา”
“เห็นเธอหายเงียบไปเลย ข่าวก็ลงไปต่างๆนานา นี่พี่เอาหนังสือมาให้เธอดูด้วย พี่อ่านแล้วโกรธจัง เขียนกันไม่รู้เรื่องรู้ราว หาว่าทองทำตัวไม่ดีเลยต้องหายเข้ากลีบเมฆไปอีกครั้งเพราะงานหด”
พี่แมวหยิบหนังสือ ซุบซิบขึ้นมาหลายเล่ม ทองดีหยิบขึ้นมาดูๆแล้วก็วางลง
“ชั่งเถอะ ใครจะว่ายังไงก็ว่าไป เราไม่ได้เป็นซะอย่างประเดี๋ยวก็คงเงียบไปเอง”
“เธอดูเปลี่ยนไปนะ ดูมีสง่าราศี แล้วก็เป็นผู้ใหญ่ขึ้นด้วย”
“งั้นหรือคะ คงเพราะผ่านอะไรมาเยอะมั้ง เลยทำให้แก่ก่อนวัย”
“ไม่ใช่อย่างงั้น...สวยขึ้นต่างหาก เอาล่ะ ทุกอย่างเริ่มดีขึ้นแล้วล่ะ...เออ...ไทล่ะเป็นยังไงบ้าง ท่านเอ็นดูมั้ย”
“ค่ะ ท่านดีกับเราสองคนมาก”
น้อมพาไทมาส่งให้ทองดี พี่แมวเห็นไทเข้าก็ยิ้ม
“ไหนมาให้ป้ากอดหน่อยซิ วาสนาดีนะเรา แหม...พี่อดคิดไม่ได้ ขนาดท่านไม่ใช่พ่อแท้ๆยังเมตตารักใครขนาดนี้ แล้วนี่พ่อแท้ๆเขาจะเป็นยังไงบ้างนะ”
ทองดีหน้าตาจริงจังมาก
“พี่แมว ขอร้องเถอะ ฉันไม่อยากฟัง ถ้าพี่ขืนพูดแบบนี้อีก ฉันจะยอมตัดขาดพี่นะ บอกไว้ก่อน”
พี่แมวชะงัก เอามือปิดปากตัวเองหน้าเจื่อนไป

เช้าวันใหม่...ทองดีเดินลงมาจากข้างบน หันไปสั่งแม่บ้าน
“น้อม เตรียมอาหารเช้าไว้ด้วยนะจ๊ะ วันนี้ท่านจะมาทานอาหารเช้าด้วย”
“ท่านให้เลขาโทรมาบอกแล้วค่ะว่า เช้านี้มีประชุมด่วน คงมาไม่ได้ จะแวะเข้ามาตอนเย็นค่ะ”
ทองดีผิดหวังเล็กๆ
“อ้าว...งั้นหรือ”
“คุณจะรับอาหารเช้าเลยมั้ยคะ”
“งั้นยังก่อนจ๊ะ ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันจัดการเอง”
ทองดีลุกออกไปเดินเล่น

บ่ายวันนั้น ทองดีอยู่ในห้องครัว เธอยืนยิ้มอย่างภูมิใจ เมื่อมองภาพในโทรทัศน์ ประจักษ์กำลังยืนให้สัมภาษณ์นักข่าว ทองดีชี้มือให้ ไทที่กำลังทานข้าวดู
“เห็นมั้ย พ่อของหนูกำลังให้สัมภาษณ์ พ่อหนูเป็นรัฐมนตรีเชียวนะ ไท”
ทองดียิ้มอย่างปลาบปลื้ม

ค่ำนั้น ทองดีนอนหลับอยู่ ประจักษ์ยืนมองก่อนจะก้มลงหอมแก้ม ทองดีรู้สึกตัว
“ท่านมาเหรอคะ”
“ขอโทษที่ปลุกนะ นอนต่อเถอะ” ประจักษ์ลงนั่งข้างๆ “แค่จะแวะเอาของขวัญมาให้เธอ”
ทองดีงงๆ
“ของขวัญ”
“เห็นสวยดี น่าจะเหมาะกับเธอ”
ทองดีเปิดกล่องของขวัญออก เป็นสร้อยเพชรสวยหรู เธอหยิบมันขึ้นมา
“สวยจังเลยค่ะ”
“ลองใส่มั้ย ฉันจะใส่ให้นะ ความจริงฉันตั้งใจจะมาให้เร็วกว่านี้ แต่ประชุมเสร็จก็ดึกมาก และต้องกลับไปดูคุณหญิงที่บ้านก่อน”
ทองดีเดินไปที่หน้ากระจก มองสร้อยเพชรในคออย่างมีความสุข
“ถูกใจมั้ย”
ทองดีหันมากอดประจักษ์ ทั้งสองล้มลงไปบนเตียงนอน ประจักษ์โอบกอดตอบ

เช้าวันใหม่...ทองดีพลิกตัวตื่นขึ้นมา ไม่เห็นประจักษ์ เธองงๆ
“อ้าว...ท่านไปไหนแล้วหรือว่าเราฝันไปเนี่ย”
ทองดีนิ่งคิดแล้วคลำคอตัวเองยังสวมสร้อยเพชรอยู่
“ไม่ได้ฝันนี่นา”
ทองดีหันไปเห็นบนหัวเตียง มีกระดาษโน้ตทิ้งไว้เธอหยิบมาอ่าน
“มีงานแต่เช้า เห็นเธอหลับสบาย เลยไม่อยากปลุก”
ทองดียิ้มกับจดหมาย แล้วจับสร้อยคออีกครั้ง
“ฝันที่เป็นจริงต่างหากล่ะ ทองประกาย”

ทองดีใส่สร้อยเส้นใหม่เดินเข้าร้าน ของดารามา
“อุ๊ย...คุณน้องมาหาคุณพี่ถึงที่ มีอะไรให้รับใช้คะ ต๊าย...สร้อยสวยจังนะคะ”
ทองดียิ้ม
“ท่านให้ค่ะ...พี่ดาราไม่ต้องเรียกคุณน้องหรอกค่ะ พูดปกติกับฉันก็ได้ค่ะ”
“ได้ยังไงล่ะคะ ทำแบบนั้น มันจะเป็นการไม่ให้เกียรติท่าน”
“อยู่บ้านเบื่อน่ะค่ะ เลยจะมาให้พี่ดาราตัดเสื้อให้ใส่”
“เอาเลยค่ะ เดี๋ยวพี่จะเอา คอลเลคชั่นใหม่ให้ดูนะคะ ถ้าคุณน้องเหงา อยากไปไหนรึเปล่าคะ ถ้าคุณน้องสนใจพวกเพชรพลอยพี่จะพาไปดู พี่มีพักพวกเปิดร้านเพชรดีๆเยอะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ เบื่อๆ แล้วฉันจะแวะมาหาพี่แล้วกันเรียกช่างมาวัดตัวเลยมั๊ยคะ”
“ได้ค่ะคุณน้อง”
ดาราหันไปเรียกเด็กแล้วเบ้หน้าหมั่นไส้ทองดี ที่ออกคำสั่งใส่หล่อน

ค่ำนั้น ทองดีนั่งดูทีวีอยู่ในชุดนอนอย่างเบื่อๆ เดินขึ้นข้างบน ไม่นานนักเธอก็แต่งตัวสวย เดินลงมาจากบันไดออกจากบ้าน มองบ้านอย่างเบื่อๆเดินจะไปขึ้นรถที่คนรถรออยู่แล้ว
“คุณจะไปไหนครับ”
“ไปหาผับฟังเพลงแถวนี้แล้วกัน พาฉันไปหน่อย”
ทองดีออกไปได้ไม่นาน ประจักษ์เดินเข้าบ้าน ไม่เห็นรถ คนใช้เข้ามารายงาน ว่าคุณผู้หญิงออกไปข้างนอก ประจักพยักหน้ารับแล้วลงนั่งที่โซฟาหน้าเคร่งเครียด
“ไปนอนเถอะ”
คนใช้มองซักพัก กลัวๆ แล้วเดินออกไป

ดึกคืนนั้น ทองดีกลับเข้ามาในบ้าน เห็นประจักษ์นั่งอยู่ ก็ตกใจเข้าไปหา
“ท่านมานานรึยังคะ ดิฉันเบื่อ ก็เลยออกไปหาเพลงฟัง ใกล้ๆแถวนี้เอง”
ประจักษ์เงียบไม่พูดว่าอะไร ทองดีหน้าเสีย
“ท่านอย่าโกรธนะคะ ดิฉันไม่ได้ไปเที่ยวกับใคร”
“เธอดื่มมา”
ทองดีเห็นอาการของเขาเหมือนคนเสียใจ
“ค่ะ นิดหน่อย ดิฉันทำให้ท่านผิดหวัง ดิฉันขอโทษ”
“ฉันไม่ได้โกรธเธอทองประกาย ฉัน...คุณหญิงเสียแล้ว คุณหญิงไปจากฉันแล้ว”
น้ำตาของประจักษ์ซึมออกมา จนทองดีรู้สึกสงสาร และตกใจ ไม่รู้จะปลอบยังไงดีจนเขาดึงเธอเข้าไปกอด ทองดีอึ้ง ไม่รู้ว่าตัวเองตกใจ หรือดีใจลึกๆ

วันใหม่...ดาราเข้ามาบ้านอย่างร่าเริง มีความสุข
“คุณน้องขา” ดาราจูบซ้าย ขวา “พี่เข้ามาแสดงความยินดีกับคุณน้องด้วย พี่พึ่งกลับมาจากฝรั่งเศษ ทราบข่าวว่าคุณหญิงสิ้นไปแล้วแบบนี้ อนาคตคุณน้อง คงต้องเลื่อนตำแหน่งขึ้นมาเป็นคุณหญิงบุญพาวาสนาส่งจริงๆนะคะ ได้ดีแล้วอย่าลืมพี่ดารานะคะ”
“พี่ดาราอย่าพูดอย่างงั้น คุณหญิงพึ่งจะเสียไป ฉันไม่กล้าขึ้นไปแทนที่คุณหญิงหรอกค่ะ ตอนนี้ฉันก็มีความสุขดีอยู่แล้ว”
“มีความสุข แล้วทำไมหน้าตากังวลล่ะคะ”
“ท่านว่าต่อไป จะให้ฉันย้ายไปอยู่บ้านใหญ่เป็นเพื่อนท่าน”
ดาราตื่นเต้น
“ต๊าย ต๊าย ต๊าย เห็นมั้ย พี่เดาแล้วไม่ผิด ตายแล้วคุณน้อง รู้ตัวมั๊ยคะ ว่าคุณน้องต้องดังระเบิดเถิดเทิงในวงสังคม อย่างแน่นอน ถ้าท่านเปิดตัว”
“ที่ตรงนั้นมันอาจจะไม่เหมาะกับฉันก็ได้”
“อย่ากลัวไปก่อนนะคะ เชื่อพี่ เดี๋ยวพี่เป็นกุนซือให้แล้วท่านจะให้คุณน้องย้ายไปเมื่อไหร่ล่ะคะ”
“หลังจากครบร้อยวันคุณหญิงสิ้นค่ะ” ทองดีรู้สึกกลัวกับอนาคตอย่างบอกไม่ถูก

หลายเดือนต่อมา...เมื่อรถยนต์หรูวิ่งมาจอด ประจักษ์ลงมาเปิดประตูให้ ทองดีตะลึงกับความใหญ่โตโอฬารของบ้าน ประจักษ์ยิ้มแย้มพาเธอเดินเข้าบ้าน ทองดีจับมือเขาเดินตามเข้าไปภายใน
ประจักษ์พาทองดีเดินชมบ้าน และอธิบายมุมต่างๆของบ้าน ทองดีและหันมอง เขาพาเธอชมบ้านไปเรื่อยๆ ผ่านบริวารในบ้าน เขาก็แนะนำให้รู้จักกันอย่างเป็นกันเอง เด็กในบ้านทุกคน ยกมือไหว้เรียบร้อย และสนใจมอง ทองดียิ้มแย้มให้ เขาอธิบายถึงห้องต่างๆ ว่าเธอจะใช้งานอย่างไร

ช่างตัดเสื้อ 4-5 คนกำลังวุ่นวาย ขนแคทตาล็อค และชุดบางส่วนมาตรงหน้าทองดี ช่างรุมเข้าไปวัดตัวโดยมีบริวาร ยืนรอดูอยู่ใกล้ๆ ทองดียืนกางแขนยิ้มคุยกับช่าง ไท ที่ยืนกางแขน กางขาให้ช่างวัดตัวเช่นเดียวกัน ช่างตัดเสื้อถามไท
“รู้มั้ยครับ เรามาตัดชุดกันทำไม”
“ตัดชุดงานแต่งงานคุณแม่ครับ”
ทองดีกับช่างหัวเราะเอ็นดูไท ทองดีหันไปหาเจียม
“พี่เจียมดูคุณไทด้วยนะ”
เสร็จเรียบร้อยแล้ว ทองดีเดินจากชั้นบน ไปตามทางเดินที่กว้างใหญ่ในบ้าน เพื่อไปหาประจักษ์ที่ห้องทำงาน เขายืนขึ้นต้อนรับและให้เธอลงนั่งบนเก้าอี้ทำงาน ทองดียิ้มแย้มอายๆ
“ฉันเกือบหลงทางในบ้าน ที่เดินหาห้องทำงานท่าน”
ประจักษ์หัวเราะเอ็นดู
“ก่อนที่เธอจะเข้ามาอยู่ ฉันอยากทำให้มันเรียบร้อย ฉันให้คนทำเรื่องย้ายไทมาเรียนโรงเรียนดีๆแถวนี้แล้ว อาทิตย์หน้าเริ่มเรียน พอดีกับวันที่เธอ จะมาเป็นคุณผู้หญิงของบ้านนี้ ฉันจะจดทะเบียนสมรสกับเธออย่างถูกต้องและจะรับไทเป็นบุตรบุญธรรม”
ทองดีซาบซึ้งน้ำตาคลอ
“ขอบคุณที่ท่านเมตตาไท”
“ร้องไห้ทำไม ผู้หญิงนี่ดีใจ เสียใจก็ร้องไห้ ฉันไม่เข้าใจจริงๆ...อยากให้ฉันจัดงานเลี้ยงให้เธอแบบไหนล่ะ”
“ฉันไม่อยากให้ท่านจัดงาน เพราะท่านเป็นคนมีชื่อเสียง แต่...ประวัติฉัน...ฉันกลัวจะเสียมาถึงท่าน”
ประจักษ์ยิ้ม
“ถ้าเธอสบายใจอย่างนั้นก็ตามใจเธอ แต่จำไว้ ใช่ว่าเธอจะเลือกเกิดได้ จงภูมิใจในความเป็นตัวเธอ...ตัวเธอที่ฉันรัก”
ทองดีอึ้งกับประโยคบอกรักครั้งแรกที่เขาพูด

ทองดียิ้มแย้มกลับมาบ้าน เจียมยิ้มแย้มรายงาน
“คุณทองคะ วันนี้คุณนิคโทรหาเจียมค่ะ ไม่ทราบว่าได้เบอร์เจียมมาได้ยังไงคุณนิคบอกว่า เดือนหน้าจะมาเมืองไท จะกลับมาหาคุณไทค่ะ”
ทองดีตกใจมาก แล้วคิดได้
“แล้วเจียมบอกรึเปล่าว่าบ้านเราอยู่ที่ไหน”
“คุณนิคบอกว่า ถึงเมืองไทยแล้วจะโทรหาเจียมอีกทีค่ะ เพราะติดต่อคุณทองไม่ได้ค่ะ”
“โทรศัพท์เจียมอยู่ไหน ขอฉันดูหน่อย”
เจียมล้วงส่งให้ ทองประกายรับมาแล้ว เดินไปหลังบ้าน ปาโทรศัพท์ทิ้ง แตกกระจาย เจียมตกใจ
“คุณทอง”
“ห้ามพกโทรศัพท์หรือใช้โทรศัพท์มือถืออีก ไม่งั้นเราก็อยู่ด้วยกันไม่ได้”
ทองดีสั่งเฉียบขาด

เจียมมาปรับทุกข์กับน้อมที่หลังบ้าน
“คุณทองรักคุณไทมาก แต่คุณทองทำแบบนี้ไม่ถูก”
“ก็คุณผู้หญิงเธอเลี้ยงของเธอมา แล้วพ่อเด็กก็หายไปตั้งหลายปี”
“คุณนิคไปทำงานที่ประเทศอะไรฉันก็จำชื่อไม่ได้ เขาบอกว่า บริษัทมีปัญหาและเขาโดนคดีที่เขาเป็นฝ่ายถูก ศาลพึ่งตัดสินให้เขาชนะความ”
“เออ...ฟังดูก็น่าสงสารนะ ติดคุกทั้งที่ไม่ผิด เมียก็ตาย เหลือแต่ลูกแล้วเล่าให้คุณผู้หญิงฟังรึเปล่าล่ะ”
“พูดยังไงคุณทองเธอก็ไม่ฟังหรอก เฮ้ย...สงสารคุณนิคจริงๆ ฉันเลี้ยงคุณไท มาตั้งแต่ก็ยังไม่ออกจากท้องแม่ คุณนิคเป็นคนจ้างฉันเอง คุณนิคน่ะเป็นคนดีจะตายไป คุณทองไม่น่าทำแบบนี้เล๊ย”
“แล้วจะทำยังไงล่ะ”
“อย่างน้อยก็ต้องให้พ่อลูกเขาได้เจอกันบ้างนะ”
“แต่โทรศัพท์เธอพังไปแล้วนี่”
เจียมหันซ้ายหันขวา พลางกระซิบ
“ฉันไปตามเก็บซิมฉันมาแล้ว”

ค่ำนั้น ทองดีนอนเฝ้าลูกชายอยู่ในห้อง
“อีกไม่กี่วัน ไทก็จะปลอดภัยแล้ว ขอให้มันผ่านไปได้ด้วยเถอะ”
ทองดีลงนอนกอดลูกไว้ ไทรู้สึกตัวหันมากอดตอบแล้วหลับต่อ
วันใหม่...ประจักษ์เซ็นต์ชื่อลงในทะเบียนสมรส เจ้าหน้าที่เขตตรวจเอกสารแล้วหยิบทะเบียนสมรสส่งให้ เขารับมาและส่งให้ทองดี
“เสร็จเรียบร้อยแล้วครับท่าน ขอให้ท่านและคุณทองประกายมีความสุขนะครับ”
“ขอบคุณมาก”
“ผมคงต้องขอตัวก่อนนะครับ”
เจ้าหน้าที่เดินออกไป ประจักษ์หันกลับมาเห็นทองดียืนมองทะเบียนสมรสในมือ เขาเดินมาโอบเธอไว้
“ไปแต่งตัวสิ แล้วออกไปฉลองข้างนอกกัน”
ทองดีมองประจักษ์ยิ้มหวาน

ทองดีเปิดประตูเข้าห้องนอน ในคฤหาสน์ มีเสื้อผ้าชุดสวยวางรออยู่บนเตียงนอน รองเท้าส้นสูงวางอยู่ปลายที่นอน เธอเดินมาที่หน้ากระจก มีโน้ตแปะอยู่บนของขวัญ
“ของขวัญวันแต่งงานของเรา”
ทองดียิ้มปลื้มใจ
“ท่านเซอร์ไพรส์ ฉันได้ทุกวันจริงๆ”
ทองดีเปิดออกดูเป็นเครื่องเพชรสวยหรูต่างหู และสร้อยเข้าชุด เธอยิ้มหวานแล้ว เดินเข้าห้องน้ำไป
ไม่นานนัก...ทองดีในชุดสวย เดินออกมาอย่างสวยสง่า

ทองดีสวยงามเพริศพริ้งด้วยชุดเซ็กซี่ ยืนอยู่ตรงราวบันได ด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะงุนงงง เมื่อมองลงมา แล้วเธอก็ต้องตะลึงเมื่อมีแขกยืนรออยู่เต็มบ้าน มีทั้ง ดารา โฬม พี่แมว รวมทั้งบริวารในบ้านที่มารอรับเธอ เสียงเปียโนเริ่มบรรเลง ทองดีประหม่า แต่เห็นรอยยิ้มของประจักษ์ยืนอยู่กลางงานก็คลายความตื่นเต้นขึ้นมาบ้าง
ไทรับช่อดอกไม้จากมือประจักษ์ ค่อยๆเดินขึ้นบันไดไปหา ทุกคนลุ้นดูเด็กขึ้นบันได
ทองดีมองด้วยความเอ็นดู ไทส่งช่อดอกไม้ให้ ทองดีรับมาอย่างปลื้มใจก่อนจะจูงมือลูกชายเดินลงมาเบื้องล่าง
ประจักษ์บรรจงนำแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวเม็ดใหญ่ใส่ลงบนนิ้วทองดี แขกยิ้มแย้มปรบมือให้ และต่างก็เข้ามาแสดงความยินดี ประจักษ์แนะนำทองดีให้รู้จักกับเพื่อนๆ และชาวต่างชาติ ทองดีมีความสุขมาก คู่เต้นรำออกมานำเต้นอยู่สองคู่ ทองดีเริ่มเต้นรำกับประจักษ์อย่างมีความสุข แขกต่างๆทยอยเต้นตาม

ประจักษ์ถ่ายรูปคู่กับทองดี เขาอุ้มไทขึ้นมาถ่ายรูปคู่ครอบครัว แขกที่อยู่ในงานมองชื่นชมยินดี
พี่แมวมองอย่างปลื้มใจ
“ในที่สุด ทองประกายก็ได้พบความสุขซะที ดีใจด้วยจริงๆ”
ดาราเหยียดปากประชด
“วุ้ย...ใช่สิ ว่าที่คุณหญิงทองประกาย”
โฬมยิ้ม
“คุณหญิงทองประกาย”
พี่แมวแอบค้อนกระซิบดารา
“ยังไม่ได้เป็นคุณหญิงค่ะ”
“ซ้อมเรียกให้คุ้นปาก เธอก็เหมือนกัน รีบซ้อมไว้ซะนะ”
ดาราแกมเยาะเย้ยอิจฉา โฬม มีความคิดอยู่ในใจจ้องมองทองดีนิ่งๆ

ค่ำนั้น...มุมสวยๆของบ้านถูกจัดแต่งเป็นซุ้มติดไฟระยิบระยับ ประจักษ์ยืนคุยกับทองดีกลางสวน เขาพูดขึ้นลอยๆ
“ฉันอยากเห็นคนที่ฉันรัก มีความสุขเมื่ออยู่กับฉัน”
“ชีวิตคนเรามีทั้งสุขและทุกข์ ฉันผ่านมันมาหมดแล้วค่ะท่าน”
ทองดีพูดด้วยหน้าตาที่ยิ้มแย้ม รู้สึกดีที่ชีวิตต่อไปนี้จะมีแต่ความสุข ประจักษ์ยิ้ม
“ความสุข มันอยู่กับเราไม่คงที่ แต่ความประทับใจในชีวิตจะอยู่กับเราตลอดไป” ประจักษ์หันมองทองดี “ฉันถึงอยากทำให้เธอประทับใจทุกวัน”
“ฉันขอแค่มีท่านอยู่ด้วยตลอดไปนั่นล่ะค่ะ มันคือความสุขของฉัน” เธอมองหน้าเขา “ฉันรักท่านค่ะ”
ประจักษ์หันมองทองดีด้วยความรู้สึกรัก ที่เธอวางใจรักตอบเขา

เช้าวันใหม่...ทองดีนอนหลับอยู่คนเดียว โดยมีกระดาษโน้ตบนหมอนอีกใบ “พักผ่อนให้สบายนะ” ทองดีรู้สึกตัวตื่น หันหาแล้วหยิบกระดาษโน้ตขึ้นมาดูก่อนจะยิ้มหวาน
“ท่านตื่นไปตอนไหนเนี่ย”
ทองดีลุกจากที่นอน หยิบเสื้อคลุม สวยหรูใส่แล้วรีบเดินออกจากห้อง วิ่งลงบันไดมาเจอเด็กรับใช้
“ท่านออกไปนานรึยัง”
“นานแล้วค่ะ ท่านไปแต่เช้ามืดค่ะ”
ทองดีถอนหายใจ
“แล้วคุณไท ตื่นรึยัง”
“ตื่นแล้วค่ะ อยู่กับคุณเจียมกับคุณน้อมที่ห้องนั่งเล่นค่ะ”
ทองดีเดินไปดูลูก
“ไทครับ ตื่นแต่เช้าเลย เมื่อคืนหลับสบายมั๊ยลูก”
ไทยิ้มแย้ม
“หลับสบายครับ ฝันถึงคุณแม่ด้วย”
“คนดีของแม่ วันนี้วันหยุด อยากทำอะไรดีครับ”
"วันนี้คุณไทมีเรียนเปียโนตอนกลางวันค่ะ ท่านให้ครูมาสอนที่บ้าน” น้อมบอก
ไทยิ้มดีใจ
“ไทอยากเล่นเปียโน”
ทองดียิ้มปลื้มใจ
“ดูท่านรัฐมนตรี จะสร้างความประทับใจให้กับทุกคน เก่งจริงๆเลยนะเนี่ย”
น้อมยิ้มแย้มให้
“ท่านเป็นคนแบบนี้แหล่ะค่ะ แต่ไหนแต่ไรมาแล้ว เป็นกับพวกดิฉันทุกคนในบ้านด้วย ท่านน่ารักกับทุกคนเลย คุณผู้หญิงโชคดีจริงๆนะคะ”
ทองดียิ้มรับกับคำพูดตรงๆของน้อม
“ฉันก็คิดอย่างนั้นจ๊ะ” ทองดีหันไปหาไท “เดี๋ยวแม่ขึ้นไปอาบน้ำแล้วลงมาอยู่ด้วยนะ”
ทองดีลุกขึ้นเดินออกจากห้องไป

ดารานั่งคอยทองดีอยู่ในโถงรับแขกเล็ก เธอเดินชมโน่นนี่ไปเรื่อง สักครู่ทองดีเดินเข้ามาทัก
“พี่ดารามาหาฉันถึงที่บ้าน มีอะไรด่วนรึเปล่าคะ”
“คุณน้อง เอ๊ย...คุณหญิง มีความสุขแล้วสวยวันสวยคืนเลยนะคะ ตั้งแต่จดทะเบียนกับท่านแล้ว ไม่มีเวลาแวะไปหาพี่บ้างเลยนะคะ”
“ยังปรับตัวกับที่อยู่ใหม่น่ะค่ะ เลยยังไม่มีโอกาสได้ไป พี่ดาราอย่าเรียกฉันคุณหญิงเลยค่ะ เพราะฉันไม่ได้เป็นคุณหญิง ใครได้ยินมันจะไม่ดี”
“ไม่เรียกก็ได้ค่ะ คือท่านสั่งตัดชุดไว้ให้คุณน้องใส่ พี่เลยมานำส่งเองค่ะ อีกเรื่อง วันนี้มีคนเอาที่มาเสนอให้พี่ดู อยู่ไม่ไกลกรุงเทพ...น้ำไม่ท่วมนะคะคุณน้องสนใจมั๊ยคะ ที่ริมน้ำ น่าจะขอท่านเก็บสะสมที่ไว้บ้างนะคะเพราะอนาคตน่ะไม่แน่ไม่นอน เก็บสะสมเอาไว้เยอะๆ ปลอดภัยกว่านะ”
ทองดีหัวเราะ
“เดี๋ยวนี้พี่ดาราขายที่ด้วยเหรอคะ”
ดาราสะดุ้ง
“บ้า คุณน้องก็พูด พี่น่ะอยากซื้อเอง แต่แปลงมันใหญ่ พี่ซื้อไม่ไหวเห็นที่มันสวย อยากให้คุณน้องเก็บไว้ จังหวัดชัยนาท...ใกล้แค่นี้เอง”
ทองดีชะงัก...หยิบแผนที่ขึ้นมาดู ดาราตื่นเต้น
“สนใจใช่มั้ยคะ งั้นเรานัดไปดูกันเลยมั๊ยคะ คุณน้องว่างวันไหน”
“ฉันต้องขออนุญาตท่านก่อน”
“แล้วท่านอยู่มั้ยคะ”
“กลางวันท่านไม่ค่อยอยู่หรอกค่ะ ท่านงานยุ่งมาก”
“งั้นพนันกันเลยว่าท่าน โอเค นัดวันมาค่ะ พี่จะมารับที่บ้าน”
ดารารวบรัดทันที

ค่ำนั้น...ทองดีกำลังใช้แปรงหวีผมอยู่หน้ากระจก ก่อนจะเปรยๆขึ้น
“วันนี้พี่ดารามาหาที่บ้านค่ะ อยากชวนทองไปดูที่ดินที่ต่างจังหวัด เอ่อ...จังหวัดที่ทองโตมาค่ะ”
ประจักษ์เดินลงนั่งที่เตียงนอน
“อยากได้เก็บไว้บ้างมั๊ยล่ะ ลองไปดูสิ ถ้าชอบก็ซื้อเก็บไว้หรืออยากจะปลูกบ้านสวน อีกหน่อยฉันทำงานไม่ไหวจะได้ให้เธอเข็นรถดูต้นไม้ให้”
ทองดีขำในคำพูดของเขาแล้วเดินลงไปนั่งใกล้ๆ
“ท่านยังไม่แก่ซะหน่อย”
ประจักษ์ยิ้มแล้วดึงทองดีเข้ามากอด ก่อนดันเธอล้มตัวลงนอน...

เช้าวันใหม่...ดาราเดินชมบ้านอย่างละเอียด
“แหม...อีนี่มันวาสนาดีจริง...จริ๊ง...ขึ้นต้นเป็นโคโยตี้ในบาร์ มาจบลงที่คุณหญิงในคฤหาสน์หลังใหญ่”
โฬมเดินตามมาหน้างอ
“นั่นสิ...วาสนาดีกว่าผมอีก”
ดาราหันมาค้อน
“ปากดีนักนะเรา”
โฬมทำหน้ารำคาญ หันไปมองอีกทางแล้วอึ้งในความสวยของทองดีที่เดินลงมาจากข้างบน
“ทองประกาย...”
ดาราหันมองตามโฬม
“อุ๊ยตาย...คุณน้องขา แหม...ราศรีจับจริง...จริ๊ง...สวยขึ้นทุกวัน ทุกวัน”
“พี่ดารา...คุณโฬม มาแต่เช้าเลยนะคะ”
“แหม...ท่านโทรมาอนุญาตกับพี่ด้วยตัวเอง พี่ก็รีบเคลียร์งานทุกสิ่งอย่างเลย บ้านช่องใหญ่โตนะคะ พี่มาสองครั้งแล้วยังดูไม่หมดเลย นี่นางแบบดังๆไปเป็นเมียน้อยเศรษฐีคนอื่น ยังไม่ได้ขนาดนี้เลยนะคะ ถึงว่า แข่งบุญแข่งวาสนานี่มันแข่งยาก”
ทองดีมองดาราเซ็งๆ หยิบแว่นตาดำขึ้นมาสวมแล้วยิ้ม
“เราไปกันดีกว่าค่ะ จะได้ไม่เสียเวลา”
ทองดีเดินนำทั้งคู่ออกจากบ้านไป ดาราเบ้ปากแล้วรีบตามออกไป
“ทำเป็นเชิด”
โฬมยิ้มมีแผน

รถเบนซ์คันหรูของทองดีจอดอยู่ตรงหน้าบ้าน
“ผมขับให้นะครับ เชิญครับ”
โฬมเดินไปเปิดประตูด้านหน้าให้ทองดีนั่ง ดารารีบปาดทันที
“เชิญคุณน้องนั่งด้านหลังดีกว่าค่ะ แดดจะได้ไม่ส่อง เดี๋ยวพี่นั่งหน้าช่วยโฬมดูทางดีกว่า”
ทองดีเดินเข้าไปนั่งข้างหลังอย่างสง่า ดารามองหน้าโฬม
“อย่าคิดว่าฉันรู้ไม่ทันเธอนะ”
ดาราเชิดขึ้นไปนั่งในรถ โฬมมองตามอย่างแค้นๆ รำพึงในใจ
‘แสนรู้นักนะ อีแก่’

รถกำลังจะถึงหน้าบ้านทองดี เธอตื่นเต้นมาก ดารามองแผนที่ ทองดีรีบบอกโฬม
“แวะหาน้ำทานก่อนดีกว่า ฉันคอแห้ง”
โฬมหยุดรถตรงร้านแม่ของทองดีพอดี ดาราแปลกใจ
“อุ๊ยคุณน้อง รู้ได้ยังไงคะว่ามีร้านกาแฟตรงนี้”
ทองดีอึกอัก
“ไม่ทราบหรอกค่ะ แวะร้านนี้แล้วกัน”
ทองดีเปิดประตูรถลงไปทันที ดาราหันไปมองหน้าโฬมอย่างแปลกใจ แล้วรีบตามลงไป

ทองดีเดินลงมา ยืนมองความเปลี่ยนแปลงรอบๆตัว ไปหยุดที่หน้าบ้านของตัว ดาราลงมาสมทบทำหน้ารังเกียจ
“พี่ว่า เราไปร้านอื่นดีมั้ย ร้านนี้มันดูสกปรกซอมซ่อ ไม่สมเกียรติคุณน้องหรอกนะคะ”
“ไม่เป็นไร ฉันหิวน้ำ อย่ามัวเรื่องมากอยู่เลย”
ทองดีไม่ฟังเสียงเดินเข้าไปในร้านทันที ดาราบ่นเบาๆ
“คิดอะไรของเขาเนี่ย”
ดารากับโฬมเดินตามเข้าไปอย่างไม่เต็มใจ...ทองดีเดินเข้าใปในร้าน ชะโงกหน้าไปมองตรงที่ล้างจาน เห็นเด็กในร้านกำลังนั่งล้างจานอยู่ เธอ นึกถึงภาพในอดีตของเธอทันที ตอนนั้นเธอกำลังล้างแก้วลวกๆ แกว่งๆในน้ำผงซักฟอก แล้ววางแก้วลงในถัง...เธอหิ้วถังสองใบใส่แก้วกับจาน ออกมาจากหลังร้าน ทันใดนั้นทองดีก็ สะดุ้งเมื่อ เด็กในร้านถามขึ้น
“จะรับอะไรดีป้า”
ดาราทำท่ารังเกียจ
“คุณน้องคะ พี่ว่าเราไปร้านอื่นดีมั้ย”
“ไม่ต้องหรอก” ทองดีหันไปสั่งเด็ก “ขอกาแฟเย็นแก้วนึง แล้วเจ้าของร้านล่ะ อยู่ไหน”
“ไม่รู้ ถ้าอยู่ก็เห็นน่ะสิ...ตกลงกาแฟแก้วเดียวใช่มั้ย”
ดาราไม่พอใจ
“นี่หล่อน พูดจาให้มันสุภาพหน่อยสิ” ดาราหันไปหาทองดี “พี่เหม็นสาบเหม็น สางยังไงไม่รู้ อี๊ย...สกปรก”
ทองดีไม่ชอบใจที่ดารารังเกียจคนจน
“เขาก็คนเหมือนเรานั่นแหละ”
เด็กเดินไปชงกาแฟแบบกระแทกกระทั้น กวงเดินเข้ามาในร้านแล้วสั่งเสียงดัง
“โอเลี้ยงถุงนึง ยกล้อด้วยนะ”
กวงหันมาเห็นทองดีก็ยิ้มกว้าง ทองดียืนตัวแข็ง
“มาทานกาแฟหรือครับ เดี๋ยวฉันเรียกเจ้าของร้านให้” กวงตะโกน “ป้าลูกค้ามาแน่นร้านแล้ว จะขายหรือเปล่า”
กวงยืนมองทองดีอย่างสงสัย แต่ไม่มีท่าทีว่าจะจำได้
“ป้า...ป้า...มีลูกค้ามา จะขายหรือเปล่า หรือว่ารวยแล้ว...” กวงหันมายอกทองดี “รอแป๊บนึง”
เด็กในร้านยื่นโอเลี้ยงส่งให้กวง
“15 บาท จ่ายมาด้วย”
กวงส่งเงินให้ ล้วงมือหยิบขนมในโหลใส่ปาก ทองดีแอบถอนหายใจโล่งอก ทันใดนั้นเสียงแม่ของทองดีก็ดังขึ้น
“มาแล้ว...จ้า”
ทองดีหันขวับไปตามเสียง แล้วตะลึง มองแม่ที่เดินออกมาจากด้านหลัง เข้ามาต้อนรับ
“จะรับอะไรดีคะ คุณนาย กาแฟเย็นโอเลี้ยง อาหารตามสั่งก็มีนะคะ”
ทองดียืนอึ้งตะลึง แม่จ้องหน้าเธอ แต่ไม่มีท่าทางจะจำได้ ดาราหงุดหงิดมาก
“สั่งไปตั้งนานแล้ว กินวันนี้นะยะ”
“งั้นรอแป๊บนะคะ แม่หันไปตะโกน “นังตาล ของที่สั่งน่ะได้หรือยัง”
ตาลเดินหน้าหงิกงอ วางแก้วกาแฟตรงหน้าทองดีอย่างแรง ดาราสะดุ้ง
“อยากได้ไวก็ไปชงเองสิ ใช้ยังกะทาส”
แม่ทองดีฉุนกึก
“แหม...อีนี่ เถียงคำไม่ตกฟาก อีดอกกระทือ เอ๊ย...”
ดาราทำท่ารังเกียจหันไปมองหน้าทองดีที่ยืนนิ่งเฉย สักครู่เธอก็เอ่ยขึ้น
“แม่...เอ่อ...ป้าจ๊ะ ร้านขายดีไหม...แล้วป้าอยู่กับใครเนี่ย”
“ขายดี แต่เหนื่อย เพราะอยู่คนเดียว ลูกสาวฉันไปกรุงเทพฯ”
กวงที่ยืนมองๆอยู่พูดแทรกขึ้น
“ป้าแกป้ำๆเป๋อๆ แกหกล้มน่ะครับ ลูกสาวแกหนีตามผู้ชายไปหลายปีแล้ว คุณอย่าไปถือสาแกเลย”
แม่หันไปด่ากวง
“ไอ้บ้า...มึงจะไปรู้อะไร ลูกกูไปเรียนหนังสือที่กรุงเทพ...”
กวงส่ายหน้า
“โธ่เอ๊ย...อีทองดีมันหนีตามผู้ชายไป ก็ฉันเห็นกะตาหน้าตามันสวย รูปร่างคล้ายๆกับคุณนายนี่แหละ”
ดาราไม่พอใจหันไปด่า
“ไอ้บ้า...นี่คุณหญิง เป็นลูกผู้ดีมีสกุล ไม่ใช่ลูกชาวบ้านร้านตลาดแบบนี้หรอก อย่าเอามาเปรียบเทียบกัน ลูกสาวสวยหรือเปล่าไม่รู้ แต่ว่าตัวยายแม่น่ะบ้านแน่นอน เราไปกันเถอะค่ะคุณน้อง”
“ฉันไม่บ้านะ นี่ไง ฉันเก็บทองไว้ให้ลูกสาวด้วยเรียนจบกลับมาเมื่อไหร่จะยกให้มัน สวยไหม”
แม่ทองดีควักสร้อยทองออกจากอกเสื้อแกว่งให้ทุกคนดู กวงส่ายหน้า
“บ้าแล้วป้า...ทองปลอมทั้งนั้น...”
ทองดีนิ่งอึ้ง ลุกขึ้นหยิบเงินวางไว้แล้วรีบเดินออกจากร้านไปทันที ดารากับโฬมมองตามงงๆ
“โธ่ป้า...เห็นไหม ลูกค้าโกรธแล้ว” กวงมองเงินบนโต๊ะ “โหยท่าทางจะรวยแฮะ กาแฟแก้วเดียวให้แบงค์พันเลยด้วย คราวนี้รวยจริงแล้วป้า”
แม่ทองดีรีบคว้าเงินมาเก็บไว้ทันที มองตามทุกคนไปตาลอย

ในรถทองดีนั่งเหม่อ ดาราชี้ชวนให้ดูที่ตรงโน้นตรงนี้
“แปลงนี้ก็สวยนะคะ สงบกว่าทางโน้นหรือว่าจะเลือกติดโค้งด้านโน้นก็สวยไปอีกแบบ เวลาพระอาทิตย์ตกดินคงโรแมนติคหน้าดู”
ทองดีนิ่งไม่ตอบจนดาราเริ่มเหนื่อย
“คุณน้องคะ ตกลงคุณน้องสนใจแปลงไหนคะเนี่ย”
“หยุดรถเดี๋ยวนี้” ทองดีสั่งเสียงเข้ม
โฬมเบรกกึกทันที ทองดีรีบเดินลงจากรถไป ดารามองงงๆ
“เป็นอะไรของเขาเนี่ย ของขึ้นหรือไง”
โฬมกับดารมองตามอย่างสงสัยแล้วรีบวิ่งตามไป







Create Date : 11 มีนาคม 2555
Last Update : 11 มีนาคม 2555 22:59:01 น.
Counter : 712 Pageviews.

0 comment
ทองประกายแสด ตอนที่ 14 (ต่อ)




สายๆของวันใหม่ ดาราจะเปิดตัวคอลเลคชั่นใหญ่โทรศัพท์สั่งงานวุ่นวาย เชิญนักข่าว โฬมเข้ามาถาม

“เป็นไงบ้างครับพี่ เรียบร้อยมั๊ย”
ดาราเชิด
“ทำไมจะไม่เรียบร้อย ลองฉันลงมือ มันต้องสำเร็จแน่นอน”
โฬมแอบแหวะ
“ผมนึกอยู่แล้วว่าระดับพี่ดารา ไม่มีคำว่าไม่ได้”
โฬมดึงมือดาราขึ้นมาจะจูบแต่เธอกระชากมือกลับ
“อย่าหวังจะหาเศษหาเลยกับทองประกายนะ ฉันขอเตือนไว้ก่อน”
“โธ่...พี่ ผมบอกแล้วไง ทุกวันนี้ผมกินแต่ของดีๆ ไม่อยากกินของเน่าหนอนแบบนั้นหรอกครับ วางใจได้”
“มันก็ไม่แน่หรอก ลักกินขโมยกิน มันมีอร่อยกว่า ไม่ใช่หรือ”
ดารามองอย่างรู้ทัน โฬมทำไม่รู้ไม่ชี้ ขับรถออกไป

ในสตูดิโอ...ทองดีกำลังอุ้มไทยืนโพสท่าอยู่ในฉาก ช่างภาพกำลังถ่ายรูป แอ็คชั่นแม่ลูก แบบเซ็กซี่...ทองดีเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ไทเรียบร้อย หันไปชงนมใส่ขวดให้แล้วหันไปยิ้มให้กล้อง ดารามองแล้วเบ้ปาก
ดารานั่งอยู่บนโต๊ะแถลงข่าว ด้านข้างทองดีอุ้มไทยืนให้สัมภาษณ์นักข่าวอยู่ ด้านหลังเป็นบอร์ดงานแถลงข่าว คอลเล็คชั่นใหม่ My Life, My Look
“คุณดารามีคอนเซ็บงานชิ้นนี้อย่างไรครับ” นักข่าวถาม
“ค่ะ...พี่มีความเชื่อว่า ผู้หญิงเรา ที่เห็นจากภายนอก หรือจากสื่อก็ตามอาจไม่ใช่ตัวตนที่เป็นอย่างแท้จริง”
“แล้วคุณดาราคิดยังไงครับ ถึงตัดสินใจเลือกคุณทองประกายมาเป็น นางแบบในคอลเลคชั่นนี้”
“อย่างที่พี่บอกนะคะ จากที่พี่คลุกคลีกับทองประกายมานาน พี่รู้ว่าความจริงแล้ว ทองประกายไม่ได้เป็นอย่างที่สื่อก่อนหน้านี้นำเสนอภาพ เธออาจเคยเป็นโคโยตี้ เคยเป็นนางแบบ แต่เธอไม่เคยขายตัวไม่อย่างนั้นเธอจะไปรับลูกพี่สาว มาเลี้ยงเป็นลูกตัวเองหรอกค่ะ พี่เลยอยากให้โอกาสค่ะ”
“แต่ทองประกายเงียบหายไปนาน คุณดาราเชื่อมั่นในตัวทองประกายถึงขนาดนั้นเชียวหรือครับ”
“ค่ะ พี่เชื่อมั่นในตัวทองประกายมาก พี่เชื่อมันในคุณค่าของผู้หญิงทุกคนและพี่ขอประกาศในที่นี้เลยนะคะ ทองประกายคือ นางแบบที่จะเดินในชุด finale ในคอลเลคชั่นนี้ด้วย”
ดาราพูดจบ กล้องทุกตัวรุมกันถ่ายรูปทองดีกันวุ่นวาย เธอกับไทต่างก็ยิ้มแย้ม

วันใหม่...ดารานั่งรับโทรศัพท์อยู่ในห้อง พี่แมวเดินหอบหนังสือเข้ามาปึกใหญ่
“แหม...ตอนนี้ทองประกายคืนวงการแล้วนะคะ”
ดาราปรายตามองหนังสือ
“ถ้าไม่ใช่ฉัน ไม่มีทางมาถึงตรงนี้ได้หรอก”
พี่แมวประชด
“จริงค่ะ...แหม...ระดับคุณดาราแล้ว เอาน้ำเปล่ามาปั้นยังเป็นตัวขึ้นมาได้เลย”
“อยากเกษียณก่อนวัยอันควรไหม”
พี่แมวแอบจ๋อยเพราะดาราค้อนวงใหญ่เข้าให้ ทองดีเดินเข้ามาในห้อง ดารารีบต้อนรับ

ทองดีเดินออกมาจากร้านดาราแล้วชะงัก เมื่อเห็นโฬมยืนคอยอยู่ พอเห็นทองดีเขารีบวิ่งมาทัก
“ไง...ทองประกาย ในที่สุดเราก็ได้เจอกันอีกจนได้”
“แต่ฉันไม่ได้อยากเจอ”
เธอจะเดินหนีแต่เขาจับมือเธอเอาไว้
“ผมดีใจด้วยนะ ในที่สุดเราก็ได้ใกล้ชิดกันอีก”
“ปล่อยมือฉันดีกว่า ถ้าพี่ดารามาเห็นเข้ามันจะไม่ดี”
“ผมไม่เห็นกลัวเลย เธอจะกลัวทำไม”
ทองดีเหล่ๆแล้วแกล้ง
“อุ๊ยพี่ดารา...”
โฬมสะดุ้ง ปล่อยมือทันที พอรู้ว่าทองดีหลอก โฬมก็ฉุน
“จะหวงตัวไปถึงไหน รู้ว่าฉันชอบก็ยอมๆไปเถอะ เรื่องแบบนี้มันสนุกด้วยกันทั้งคู่อยู่แล้ว”
“ฝันไปเถอะ ฉันไม่ชอบผู้ชายอย่างคุณหรอก”
“ยังกะเธอดีตายแล้ว ก็ไอ้ขายตัวเหมือนกันละว๊า”
“ฉันไม่มีสันดานเหมือนแกหรอกนะ”
“ปากดีนักใช่ไหม ไหนขอลองหน่อยซิ”
โฬมกระชากทองดีมากอด จูบ เธอขัดขืนซักพักเกือบเคลิ้มตามเขาแล้วได้สติผลักเขาออก
“ยอมรับมาเถอะ คุณชอบใช่มั๊ย”
ทองดีทั้งโกรธทั้งอาย
“อยากให้ฉันตะโกนเรียกพี่ดารามาดูมั๊ย”
ทองดีวิ่งหนีออกไป โฬมมองตามยิ้มๆ
“ซักวัน เธอไม่รอดฉันแน่”

ค่ำนั้น..ทองดีใส่ชุดในคอลเลคชั่นของดารา ชุดแล้วชุดเล่า ดาราคอยวิจารณ์ขยับชุด ติชม พี่แมวคอยจดรายละเอียดที่ต้องแก้ไขจนชุดสุดท้ายดาราก็ยิ้มออกมาได้
“โอเค...ใช้ได้ สวยมาก แมวเธอดูติดโค้ดเสื้อด้วยนะ งานนี้รับรองเริ่ดแน่”
“ค่ะสวยมากเลย ทองประกาย ยิ่งชุดสุดท้ายนะ เซ็กซี่มาก”
“ขอบคุณค่ะ พี่แมว เออ...เสร็จแล้วใช่มั๊ยค่ะ งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ จะรีบกลับไปรับลูกที่โรงเรียน”
“เดี๋ยวก่อน...” ดาราหันไปบอกพี่แมว “แมวเธอเสร็จแล้วกลับได้เลย แต่ทองประกายรอก่อน ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย”
พี่แมวกับทองประกายหันไปมองหน้ากัน
“ได้ค่ะ...ขอเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะคะ พี่ดารา”
ทองดีเดินออกไป พี่แมวหันมาถามเบาๆ
“คุณดาราจะคุยเรื่องอะไรกับทองประกายคะ”
“มีคนเขาอยากเจอเธอ”
“เจ้าสัวนั่นเหรอคะ คุณดาราคะ แมวว่ารายนี้อย่าให้เขาไปทำเลยค่ะ”
“แล้วเธอมาเกี่ยวอะไร กลับไปให้พ้นหูพ้นตาฉันเลย รำคาญ”
พี่แมวมองค้อนแล้วสะบัดเดินไป

ดารานั่งคุยกับทองดีในห้องทำงาน
“เจ้าสัวปั้น เขายังสนใจเธออยู่ ฉันจะนัดให้เธอไปทานข้าวด้วย”
ทองดีนิ่งคิด
“แค่ทานข้าวหรือคะ”
“เธอนี่ฉลาดดีนี่ ไม่ต้องพูดเยอะ ฉันชอบ เอาเป็นว่า ถ้าถูกใจ รายนี้จ่ายไม่อั้น”
ทองดีเครียด
“ไม่ต้องไปเครียด นางแบบบางคนขอร้องให้ฉันช่วยหาไฮโซรวยๆให้ด้วยซ้ำ สมัยนี้โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว...ศักดิ์ศรีมันกินไม่ได้หรอก ต้องเงินถึงจะพูดกันรู้เรื่อง ที่เธอมาหาฉันเพราะต้องการเงินไม่ใช่หรือ ทองประกาย”
“ค่ะ”
“ฉันทำให้เธอมีชื่อเสียงกลับมา อย่าคิดเบี้ยวฉันนะ”
ทองดีมองดารานิ่ง ก่อนจะลุกขึ้นเดินออกจากห้องไปพอลับตัว ดาราฉุนคว้าหนังสือบนโต๊ะขว้างตามหลังไป

ดาราโทรศัพท์เรื่องงานอยู่ในห้อง โฬมนั่งๆนอนๆอยู่บนเตียงหน้าตาเบื่อหน่าย
“ฉันฝากหล่อนจัดการเรื่องบูธที่ฝรั่งเศสให้ฉันด้วยแล้วกัน แหม...หล่อนหาทางให้ฉันพบท่านประจักษ์ให้ได้สิ ไม่งั้นฉันจะจ้างหล่อนทำไมล่ะ”
ดารากดโทรศัพท์ปิดอย่างอารมณ์เสีย โฬมรีบเข้ามาเอาใจ
“เป็นอะไรครับพี่ ท่าทางหงุดหงิดเชียว ผมนวดให้เอามั๊ย”
“ก็เรื่องบูธที่ฝรั่งเศสน่ะสิ ติดขัดนี่นั่นโน่น วุ่นวายไปหมด ต้องหาทางเข้าผู้ใหญ่ แต่ยังไม่รู้จะทำไงเลย”
“อย่าเครียดสิฮะ...แค่ในเมืองไทยพี่ก็หนื่อยแย่แล้ว นี่ขยายไปต่างประเทศ พี่จะไหวหรือครับ”
“ต้องไหวสิ นี่เป็นความฝันของพี่เลยนะ พี่ต้องทำให้ได้”
โฬมแอบเบ้ปาก
“ชัวว์ฮะ พี่ดาราของผม ต้องทำได้อยู่แล้ว มาผมนวดให้นะ”
โฬมนวดไหล่เอาใจ ดาราเริ่มผ่อนคลาย เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีก
“อะไรกันนักหนาเนี่ย...ฮัลโหล อุ๊ยสวัสดีค่ะ เจ้าสัว เป็นยังไงบ้าง น้องทองประกายพร้อมแล้วค่ะ นัดเลยนะคะ”

วันต่อมา ขณะที่ดาราอยู่ร้านเสื้อ แม่บ้านเอาโทรศัพท์มาให้
“คุณดาราคะ สายจากทางคนของรัฐมนตรีประจักษ์ค่ะ”
ดาราแปลกใจ
“ท่านประจักษ์” ดารารับโทรศัพท์หน้าเครียด “ค่ะๆ ได้ค่ะ ฝากเรียนท่านว่าดาราจะรีบจัดการให้ค่ะ ทันทีเลยค่ะ”
โฬมมองอย่างสงสัย
“มีอะไรเหรอครับพี่”
ดารารับโทรศัพท์เสร็จหันไปคว้ายาระงับประสาทมากิน

ในกองถ่ายแฟชั่น ทองดีกำลังยืนโพสต์ท่าอยู่กลางฉาก ช่างภาพกำลังถ่ายรูป ดาราเดินเข้ามาในกองแล้วยืนมองดูทองดีเงียบๆ พอช่างภาพสั่งพัก เธอรีบเดินเข้าไปหาทองดี
“อ้าว...พี่ดารา”
“เป็นไงบ้าง” ดารามองเสื้อผ้าของทองดี “ฮึ...เสื้อของพี่เนตรนี่ยังวางสีไม่สวยเหมือนเดิมนะ”
“พี่มาหาฉันเพื่อจะมาว่าเสื้อของพี่เนตรหรือเปล่า”
“เอ่อ...เปล่าหรอก ทองประกาย ฉันมีเรื่องให้เธอช่วย”
ทองดีมองดาราด้วยสายตาไม่ไว้ใจ

ดาราชวนทองดีมานั่งคุยกันที่ร้านกาแฟ
“เรื่องเจ้าสัวเธอไม่ต้องไปแล้ว พี่จะหาทางเคลียร์เอง...ทองประกาย แต่งานนี้ เธอพลาดไม่ได้ ไม่งั้นพี่ต้องแย่แน่”
ทองดีแปลกใจ
“เปลี่ยนคนเหรอคะ”
ดาราถอนใจเครียด
“มันก็ประมาณนั้น”
“งั้นฉันขอคิดดูก่อน”
ดาราโกรธ
“อย่านะทองประกาย” ดาราได้สติเสียงอ่อนลง “คนๆนี้เขามีอิทธิพลมาก เขาอยากจะพบตัวน้องทองซักครั้ง พี่ พยายามบ่ายเบี่ยง แต่เขาไม่ยอม”
“ถ้าเขาไม่ยอมก็ช่างเขาสิคะ”
ดาราสงบสติพูดดีๆ
“เขามีอิทธิพลมากนะ ที่พี่มีทุกวันนี้ได้ก็เพราะอิทธิพลของเขาและไม่ใช่แค่วันนี้นะ ในอนาคตพี่ก็ยังจะต้องอาศัยเขาอีกเยอะในการต่อยอดธุรกิจ”
“เขาใหญ่มากเลยเหรอคะ”
“ก็ชี้เป็นชี้ตายธุรกิจของพี่ได้น่ะ”
ทองดีครุ่นคิดตาม
“ทองประกาย ช่วยพี่สักครั้งนะ แล้วพี่สัญญาว่าจะไม่ให้เธอทำงานพวกนี้อีก”
ทองดีอึดอัดใจ

ดาราเดินเข้ามาในบ้าน โฬมกำลังจะเดินออกไป พอเจอดาราเขาก็ชะงัก
“จะไปไหนล่ะ ไม่มีงานไม่ใช่หรือ”
“อยู่แต่บ้านก็เหงาน่ะสิครับพี่ ผมขอออกไปเดินเล่นหน่อยนะ”
“ไม่ได้ วันนี้ฉันอยู่บ้าน”
“อ้าว...ไหนว่าพี่ต้องทำงานไม่ใช่หรือ”
“ไม่ต้องแล้ว” ดารายิ้มพอใจ “งานนี้ ฉันส่งทองประกายไปทำแล้ว”
โฬมชะงัก
“ทองประกาย พี่ส่งทองประกายไปทำอะไรหรือครับ”
ดารายิ้มร้าย
“ไม่ต้องสนใจหรอก เอาเป็นว่า งานนี้ฉันได้ไม่มีเสียแน่นอน...นวดเท้าให้ฉันหน่อยสิ”
ดาราสะบัดรองเท้าออกแล้วมองหน้า โฬมแอบถอนหายใจนั่งลงนวดเท้าให้อย่างว่าง่าย ดารายิ้มอย่างพอใจ

ทองดีเดินลงจากรถแท็กซี่ที่จอดหน้าห้องอาหารหรูมาก เธอมองไปรอบๆมีรถคันโตจอดอยู่คันเดียว
“เอ๊ะ...ทำไมมันเงียบแบบนี้ มาผิดที่หรือเปล่า”
ทองดีหยิบกระดาษออกมาอ่าน
“ก็ถูกที่แล้วนี่นา ทำไมมันเงียบแบบนี้”
บอดี้การ์ดเดินมา โค้งให้อย่างสุภาพ
“เชิญทางนี้ครับคุณทองประกาย ท่านรออยู่แล้วครับ”
ทองดีอึ้งไป
“เอ่อ...แล้วท่านคือใครคะ”
บอดี้การ์ไม่ตอบแต่ยิ้มแล้วผายมือให้เธอเดินไป ทองดีมองหน้าแล้วตัดสินใจเดินตามไป...เธอเดินเข้ามาในห้องอาหารที่บรรยากาศดีมากแต่ไม่มีใครซักคน ก่อนจะมองเห็น ด้านหลังของชายคนหนึ่งนั่งอยู่ บอดี้การ์ดผายมือ
“เชิญทางด้านนี้เลยครับ”
ทองดีรวบรวมความกล้าเดินเข้าไปใกล้ ประจักษ์ลุกขึ้นยืนหันหน้ามายิ้มให้อย่างอบอุ่น
“คุณทองประกาย ยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้พบคุณ”
ทองดีตะลึง เพราะท่านดูดีกว่าที่คิดไว้เยอะ ประจักษ์เดินยิ้มเข้ามาใกล้ เธอผงะถอยห่างไป
“ขอโทษถ้าทำให้เธอกลัว ฉันแค่อยากจะเชิญเธอนั่ง”
เขาเขยิบเก้าอี้แล้วผายมือให้ เธอกระชับเสื้อผ้าให้มิดชิดเสริมความมั่นใจก่อนนั่งแล้วประจักษ์ก็เดินไปนั่งตรงข้ามกับทองดี
“ขอบคุณนะที่ยอมมาพบฉัน”
ทองดีนั่งเฉย ประจักษ์เลยหันไปพยักหน้ากับพนักงาน แล้วอาหารต่างๆก็เริ่มออกมาเสิร์ฟ บริกรมารินแชมเปญให้ทั้งสอง ประจักษ์หยิบแก้วแต่ทองดีนั่งนิ่ง
“ปกติไม่ดื่มเหรอ”
“นานๆทีค่ะ”
ประจักษ์ยิ้ม
“ถ้าฉันขอเพราะนี่เป็นโอกาสพิเศษล่ะ”
“ถ้าฉันดื่มแล้ว อาจจะเสียกริยานะคะ ท่านอาจจะขายหน้าได้”
ประจักษ์ยิ้มให้แล้วยกแก้วจะขอชน ทองดียิ้ม ยกแก้วขึ้นชนตอบ
“เธอรู้จักฉันหรือเปล่า”
“พี่ดาราบอกว่าท่านเป็นนักการเมือง”
“แสดงว่าไม่ได้สนใจเรื่องการเมือง”
“ค่ะ...ฉันไม่มีความรู้เรื่องการเมืองหรอกค่ะ ขอโทษนะคะที่ฉันไม่รู้จักท่าน”
ประจักษ์ยิ้มให้ ทองดีเริ่มอายๆ ประจักษ์หัวเราะ
“ฮ่าๆๆ ท่าทางวันนี้ฉันจะได้เพื่อนทานข้าวที่คุยสนุกซะแล้ว”
ทองดีมองเขางงๆ
“ทานอาหารกันเถอะ เราคงมีเรื่องต้องคุยกันอีกเยอะ”
ทั้งคู่สบตากัน ทองดีเริ่มรู้สึกผ่อนคลายขึ้น

ประจักษ์กับทองดีเดินออกมาที่หน้าร้านอาหาร เขาให้เกียรติเธอโดยเดินห่างๆ รถของประจักษ์แล่นมาจอด บอร์ดี้การ์ดเปิดประตูให้
“ฉันไปส่งเธอที่บ้านนะ”
ทองดีงงๆ
“อ้าว...ท่านเรียกดิฉันมาทานข้าวเฉยๆหรือค่ะ”
ประจักษ์ยิ้ม
“ที่จริงเธอคงไม่อยากจะมาด้วยซ้ำ”
ทองดีหลบตา
“ผู้หญิงคนอื่นที่ฉันเคยเชิญมา หลายคนแทบจะไม่ใส่อะไรมาเลย”
ทองดีจับเสื้อตัวเองแบบเขินๆ ประจักษ์ยิ้มเอ็นดู
“ถ้าเธอไม่อยากทำแบบนี้ แล้วทำไมถึงยอมมา ดาราเขาบังคับหรือ”
“เปล่าค่ะ ฉันแค่คิดว่าขนาดพี่ดารายังไม่กล้าขัดท่าน แสดงว่าท่านต้องไม่ธรรมดาแน่ บางทีวันหนึ่งข้างหน้าฉันอาจจะต้องพึ่งพาท่าน”
ประจักษ์หัวเราะ
“ด้วยความยินดี ว่าแต่เจอแล้วผิดหวังรึเปล่า”
ทองดียิ้ม
“ท่านก็ออกจะหน้าตาดี”
ประจักษ์ยิ้มขำทองดีที่ชมผู้ชายตรงๆ ทองดีหยุดมองหน้า
“ฉันสงสัยว่า ท่านไม่มีเวลาจีบผู้หญิงเองเหรอคะ”
ประจักษ์หัวเราะ
“พูดเก่งจริงนะเรา ไม่น่าให้ดื่มเลย”
ทองดีจ๋อยๆลง
“ขอโทษค่ะถ้าฉันพูดผิดไป”
“เธอนี่เป็นผู้หญิงตรงดีนะ ฉันสนุกที่ได้อยู่กับเธอจริงๆ”
ประจักษ์ผายมือให้เธออย่างสุภาพเชิญไปขึ้นรถ ทองดียิ้มยอมตามไปอย่างโดยดี

รถประจักษ์มาจอดหน้าคอนโด ทองดีเดินลงจากรถหันหลังเดินไปแล้วชะงัก ก่อนจะวิ่งกลับไปที่รถอีกครั้ง ประจักษ์ลดกระจกลง
“ขอบคุณสำหรับอาหารนะคะ”
ประจักษ์ยิ้ม
“อืม...วันหลัง เธอจะมาทานข้าวเป็นเพื่อนฉันอีกหรือเปล่า”
ทองดียิ้มรับ
“ถ้าท่านให้เกียรติดิฉัน ดิฉันก็ยินดีค่ะ”
“ฉันดีใจที่ได้ยินอย่างนี้นะ”
ทองดียกมือไหว้แล้วยืนรอจนรถลับตาไป
“เฮ้อ...ไม่น่ากลัวอย่างที่คิดแฮะ ออกจะน่ารักซะด้วยซ้ำนะท่านเนี่ยหรือเราจะเริ่มเมา”
ทองดียิ้มแล้วเปิดกระเป๋าหยิบซองมาเปิดดูเอาเช็คออกมา พอเห็นตัวเลขก็ตกใจ
“ห๊า...แสนหนึ่ง”

ทองประกายเปิดประตูห้องเข้ามา เห็นไทหลับอยู่บนเตียง เธอค่อยๆย่องๆ ทำเสียงเบาที่สุด ไทที่แกล้งหลับลืมตาขึ้นมานั่ง แล้วเรียก
“จ๊ะเอ๋”
ทองดีสะดุ้ง
“ว๊าย ตกใจหมดเลยลูก ยังไม่หลับอีก ดึกป่านนี้”
“พรุ่งนี้วันเสาร์ครับ ผมไม่ต้องไปโรงเรียน”
“แต่นี่มันดึกมากแล้วนะ นอนด้ายแล้ว”
ทองดีขึ้นไปฟัดลูกบนเตียง ไทหัวเราะกิ๊ก แล้วหยุด
“ปากคุณแม่มีกลิ่นอะไรไม่รู้”
ไททำหน้าเหม็น ทองดีชะงัก
“อุ๊ย...ขอโทษนะลูก แม่ดื่มแอลกอฮอร์มา แม่ไปอาบน้ำแปรงฟันก่อนนะ เดี๋ยวมานอนด้วย”
ไทยิ้ม ลงนอนรอแม่

เช้าวันใหม่...ทองดีนอนอ่านนิทานให้ไทฟัง เจียมเดินเข้ามา
“คุณทองคะ วันนี้เพื่อนคุณนิคโทรมาที่คอนโดค่ะ ถามหาลูกคุณนิค”
ทองดีตกใจ
“เพื่อนคุณนิค ชื่ออะไร แล้วเขาพูดอะไรบ้าง”
“เขาอยากรู้เรื่องลูกกับเมียคุณนิค เจียมบอกว่าคุณวิไล เธอเสียไปนานแล้ว เจียมถามถึงคุณนิค ก็ว่าคุณนิคยังไม่สะดวกกลับมา ฝากแกมาถามข่าวลูกเมีย แต่ไม่เกินปีคุณนิคคงได้กลับมาเมืองไทย”
ทองดีหน้าเครียดลงทันที

ค่ำนั้น ทองดีในชุดนอนเดินออกมายืนเครียดที่ระเบียง
“หายหัวไปหลายปี พึ่งจะมาถามหา ฉันไม่ยอมให้ใครมาแย่งลูกของฉัน”
ทองดีเดินเข้าไปมองไทที่นอนหลับปุ๋ย เธอก้มลงหอมแก้มลูกขายอย่างสุดรัก
“ไทต้องอยู่กับแม่นะ แม่จะไม่ยอมให้ไทไปไหน ท่านต้องช่วยฉันได้!”

วันใหม่ ทองดีไปหาดาราที่ร้าน ดาราปลื้มจับเนื้อจับตัวทองดี
“ทำอะไรให้ท่านติดใจ ท่านถึงอยากจะนัดเจอเธออีก ท่านไม่เคยมีบ้านเล็กหรือวาสนาจะหล่นทับเธอซะแล้ว แม่ทองประกายรู้มั๊ยว่าท่านน่ะ ใหญ่โต และร่ำรวยขนาดไหน”
ทองดีออกจะภูมิใจตัวเองหน่อยๆ
“ฉันก็ไม่ได้ทำอะไร”
“ย่ะ อยากอุ๊บไว้ ไม่บอกก็ตามใจ ท่านให้ฉันเตรียมของให้เธอด้วย”
ทองดีมองกล่องของขวัญในมือ ดาราชำเลืองมองหมั่นไส้

บ่ายนั้นทองดีกลับมาที่ห้อง เธอนั่งแต่งหน้าอยู่หน้ากระจก เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เธอกดรับสาย
“สวัสดีค่ะ...พี่ดาราบอกแล้วค่ะ...ได้ค่ะฉันก็แต่งตัวจะเสร็จแล้วค่ะ”
ทองดีกดปิดโทรศัพท์ แล้วแกะห่อของขวัญที่ดาราให้มาออก เป็นชุดกลางคืนสวยหรู เธอเอาชุดมาทาบกับตัวตัดสินใจแน่วแน่
“ทองประกายพร้อมแล้วค่ะท่าน”

ค่ำนั้น คนขับรถส่งทองดีลงที่หน้าประตูโรงแรม บริกรมารับต่อ พาเธอไปนั่งที่โต๊ะอาหารที่จัดเตรียมไว้อย่างดี นั่งรออยู่นานมาก จนมีอาหารมาเสริฟ สักครู่บอร์ดี้การ์ดเดินเข้ามา ทองดีหันไปถาม
“ท่านมาแล้ว”
“ท่านให้มาเรียนคุณผู้หญิงว่า ท่านติดราชการด่วนครับท่านส่งให้ผมมาดูแลแทนครับ”
ทองดีรู้สึกเสียหน้า มองอาหารเซ็งๆ
“ท่านไม่มาแล้ว งั้นฉันกลับดีกว่า”
ทองดีรู้สึกผิดหวังลุกจะเดินออก
“ถ้างั้นผมเดินไปส่งที่รถนะครับ เชิญครับ”
ทองดีไม่พูดอะไรเดินออกไป

ทองดีเปิดประตูเข้ามาเห็นลูกหลับอยู่บนเตียง เธอย่องๆไปมอง ลูกไม่ตื่นก็ถอนหายใจ หอมแก้มลูกแล้วลุกเข้าไปอาบน้ำ
วันใหม่...ทองดีหิ้วกระเป๋าไท จะออกไปส่งไปโรงเรียน มีคนมากดออด ไทวิ่งไปเปิดประตู สักครู่ไทก็ถือดอกไม้ช่อสวยเข้ามา พร้อมกล่องของขวัญ
“มีคนเอาดอกไม้มาให้คุณแม่ ของขวัญด้วย เปิดได้มั๊ยครับ”
“ไม่ได้ลูก ลูกต้องไปโรงเรียนแล้วนะ ไปเลย เร็วๆ”
ไทหอมแก้มแม่
“ตอนเย็นแม่ไปรับไทนะครับ”
“จ๊ะ”
เจียมยิ้มพาไทออกไป ทองดีอ่านการ์ดที่แนบมากับห่อของขวัญ
“หวังว่าเธอจะไม่โกรธ ขอไถ่โทษคืนนี้นะ”
ทองดียังงอนๆอยู่ แกะกล่องออกดูเป็นเสื้อผ้าสวยอีก เธอครุ่นคิดในใจ
ค่ำนั้น ทองดีนั่งรอประจักษ์อยู่ที่โรงแรมหรู สักครู่เขาก็เดินเข้ามายิ้ม ทองดีลุกยืนรับ

“นั่งเถอะ ตามสบาย ขอโทษที่ต้องให้รอ และผิดนัดคราวที่แล้ว หวังว่าเธอคงไม่โกรธ”
“ดิฉันไม่กล้าโกรธท่านหรอกค่ะ เพราะหน้าที่ของดิฉันคือทำให้ท่านพอใจ”
“ถ้าเธออยากโกรธ เธอก็มีสิทธิ์ ฉันชอบให้เธอเป็นตัวของตัวเองเวลาอยู่กับฉัน เหมือนที่แต่งตัวมาวันนี้”
ทองดีแอบยิ้ม
“ก็ดิฉันไม่อยากแต่งตัวเก้ออีก”
“เห็นเธอยิ้มได้ ค่อยใจชื้นหน่อย เพราะปากบอกไม่โกรธแต่สีหน้าเมื่อครู่...มันชัดมาก สั่งอะไรทานรึยัง”
“รอท่านอยู่ค่ะ”
“งั้นฉันจะสั่งให้นะ ที่นี่มีของอร่อยหลายอย่าง มาดูว่า ฉันจะสั่งได้ถูกปากเธอมั๊ย”

ทั้งสองทานอาหารกัน คุยกัน ประจักษ์เทคแคร์ทองอย่างดี ทองหัวเราะ และเริ่มคุยมากขึ้น
เมื่อทานอาหารและคุยกันอย่างถูกคอ ทั้งสองก็ไปจบลงที่ห้องนอน
“ดูเหมือนเธอกลัวๆนะ”
“กลัวท่านเหรอคะ”
“ถ้ายังไม่พร้อมก็บอก”
“อาจเป็นเพราะฉันอยู่ตัวคนเดียวมานานมั้งคะ”
“แปลกนะ ที่ผู้หญิงสวยอย่างเธอจะโสด ไม่เหงาเหรอ”
ทองดีเงียบไม่ตอบ
“เมื่อกี้เธอยังพูดเก่งอยู่เลย...”
ประจักษ์อุ้มทองดีไปวางลงบนเตียง ก่อนจะโถมตัวตามไป...

วันใหม่...ทองดีลงนั่ง ดาราเข้ามาเอาอกเอาใจ
“นี่พี่ฝากไปให้หลานด้วย ของนอกทั้งนั้นเลยนะ”
ทองดีมองนิ่ง
“ทำไมพี่ดาราถึงใจดีล่ะ”
“รู้ไหมว่าท่านโทรมาบอกว่าคุณน้องอ่ะน่ารัก ไม่ดูเสแสร้งเหมือนพวกเด็กเก่าๆที่คุณพี่ส่งให้ แล้วแบบนี้คุณพี่จะไม่สมนานาคุณคุณน้องยังไงไหวละจ้ะ”
“เอ่อ...ไม่ต้องเรียกฉันว่าคุณน้องก็ได้”
“แหม...ขนาดจะก้าวขึ้นเป็นคนโปรดของท่านยังถ่อมตัวอีก น่ารักจริงๆ”
“พี่ดาราอย่าพูดแบบนั้นนะ ฉันไม่มีทางเป็นน้อยของท่านได้หรอก”
“แหม...เมียอยู่แบบนอนพะงาบๆจะตายมิตายแหล่ และท่านก็ยังหนุ่มยังแน่น อีกไม่นานหรอกพี่ว่าหนูเข้าวินแน่”
ทองดียิ้มเจื่อนๆ
“แล้วตกลงพี่ดารานัดฉันมานี่ทำไมคะ”
“พี่มีเรื่องจะขอร้องคุณน้องเรื่องหนึ่ง คุณน้องต้องช่วยพี่นะ”
ทองดีถอนหายใจ
“เรื่องอะไรอีกล่ะคะ”
“พี่จะไปเปิดบูธขยายตลาดที่ยุโรปแล้วก็กะจะแสดงผลงานที่นั่นด้วย แต่พี่วิ่งเต้นมานานแล้ว ไม่สำเร็จสักที เลยอยากให้คุณน้องช่วยพูดกับท่านหน่อย นะๆๆคุณน้องทองประกาย”
ทองดีหนักใจ เพราะเวลาเจอกับประจักษ์ยังแทบไม่มี

ค่ำนั้น ดาราเดินเข้ามาในบ้านอย่างเหนื่อยอ่อน แดงรีบเข้ามารับของจากมือ
“คุณโฬมล่ะ ขึ้นนอนแล้วเหรอ”
แดงอ้ำอึ้ง
“เอ่อ...ยังค่ะ”
“แล้วอยู่ไหนล่ะ ไปตามมาหน่อยสิ”
“เอ่อ...คุณโฬมยังไม่กลับเลยค่ะ”
“อะไรนะ ยังไม่กลับ” ดาราบ่นอย่างโมโห “ไอ้บ้าเอ๊ย...กล้าหลอกฉันว่าเสร็จงานจะรีบกลับบ้านเหรอ” ดาราหันไปไล่สาวใช้ “แกจะไปไหนก็ไปไป๊”
แดงรีบวิ่งออกไป ดาราลนลานควานหาโทรศัพท์มากดหาโฬมทันที

โฬมกำลังฟัดกับลิซ่านางแบบสาวอยู่บนเตียง เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเขาไม่สนใจฟัดลิซ่าต่อ สักพักทนไม่ได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเห็นหน้าจอเป็นรูปดารา เขากดปิดมือถือทันที แล้วหันไปนัวเนียกับลิซ่าต่อ
ดารามองโทรศัพท์อย่างหงุดหงิด
“อ๋อ...กล้าลองดีกับฉันหรือ ไอ้โฬม ได้เห็นดีแน่”
ดารากดโทรศัพท์ ออกอีกครั้งพูดเสียงหวาน
“สวัสดีค่ะ คุณก้อง พี่ดารานะ...พี่มีเรื่องอยากให้ช่วยหน่อย”

สายของวันใหม่...โฬมงัวเงียตื่น ลิซ่ากอดไว้ เขาหยิบโทรศัพท์มาดูแล้วตกใจ
“เฮ้ย...ทำไมออร์กาไนซ์เซอร์โทรตามกันเยอะแบบนี้ล่ะ”
ลิซ่าโผล่หน้ามาดู
“อุ๊ย...สงสัยรุมแย่งตัว ดังแล้วอย่าทิ้งกันนะ ดันๆงานให้บ้างล่ะ”
โฬมยิ้มแล้วกดโทรออก
“สวัสดีครับพี่ก้อง มีอะไรให้โฬมรับใช้ครับ...อะไรนะ ยกเลิกอีเว้นต์หรือทำไมล่ะครับ...ครับๆผมเข้าใจแล้ว”
โฬมปิดโทรศัพท์อย่างหัวเสีย เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกเขากดรับ
“พี่ใหญ่เหรอครับ ผมจะโทรหาอยู่พี่พอดีเลย...แคนเซิ่ลถ่ายแบบหรือครับ แต่ผมฟิตหุ่นตามพี่บอกตั้งหลายเดือน จู่ๆจะมายกเลิกแบบนี้ได้ไง...ฮัลโหลๆ พี่ครับ”
โฬมกดโทรศัพท์ปิด แล้วลุกขึ้นจากเตียงแต่งตัวทันทีลิซ่ามองงงๆ
“เกิดอะไรขึ้นอ่ะ”
โฬมหงุดหงิดมาก
“จะรู้ไหม ก็อยู่บนเตียงด้วยกัน ไปแล้วนะ”
โฬมเดินออกไปลิซ่ายิ่งงง
“อะไรของมันวะ”

ดารานั่งดื่มกาแฟทานอาหารเช้า โฬมเดินเข้ามาหน้าตาบูดบึ้ง
“พี่ทำแบบนี้ทำไมกัน”
“ทำอะไร”
“ทุกงานของผมถูกยกเลิกหมด ฝีมือพี่ใช่ไหมผมรู้นะ”
“คิดว่ารู้คนเดียวเหรอ เมื่อวานเดินแบบเสร็จก็ลากนังลิซ่านางแบบใหม่ไปกกกันมาใช่ไหม”
“เอ่อ...ผมๆกลับบ้านไปดูแม่ครับ”
“มีคนบอกฉันว่า พอเดินแบบเสร็จเธอก็หายไปกับนังลิซ่า”
“ลิซ่าเขามาอ้อนให้ผมไปส่งที่คอนโดฯ แต่ผมไม่ไป ผมรับปากพี่แล้วผมไม่ทำอีกแน่ๆ ผมกลับบ้านจริงๆครับ”
“พี่จะปิดหูปิดตาเป็นครั้งสุดท้าย แต่เรื่องงานยังไงพี่ก็ไม่ให้เธอทำอีก”
“ถ้าไม่ให้ผมทำงานแล้วพี่จะให้ผมทำอะไร”
“ทำหน้าที่ผัวพี่อย่างเดียวก็พอ” ดาราเดินมาลูบแก้ม “พี่จะเพิ่มเงินที่ให้เธอใช้จ่ายอีกเท่าตัว โอเคไหม”
โฬมยิ้มออก
“แบบนี้ผมรักพี่ตายเลยครับ”
โฬมรีบเข้ามากอดดาราเอาใจแต่แอบเบ้ปาก ระหว่างนั้นโทรศัพท์ดาราดังขึ้น เธอกดรับสาย
“น้องทองประกาย พี่กำลังรออยู่พอดี เดี๋ยวเราไปหาอะไรเก๋ๆทานด้วยกันนะคะ...จ้า เจอกันที่ร้าน...”
โฬมดีใจ
“พี่จะไปหาทองประกายเหรอครับ”
“ใช่”
“เอ่อ...จะให้ผมไปด้วยไหมครับ ผมจะได้ขับรถให้พี่ดารา”
ดาราจ้องหน้าเอาเรื่อง
“ไม่จำเป็น พี่กลัวเธออยู่ใกล้ทองประกายมากๆแล้วจะทำตามที่พี่รับปากไม่ได้” ดารายิ้มร้าย “เชื่อพี่เถอะนะ ถ้าไม่อยากกลับไปอยู่สลัมตามกำพืดเดิมของเธอ”
ดาราตบแก้มโฬมเบาๆแล้วหยิบกระเป๋า แล้วก็ถุงของใช้เด็กเล็กเดินออกไป โฬมมองตามด้วยความฉุน
“โธ่เว้ย...จะให้กินของหมดอายุไปจนตายหรือไง”

ทองดีดูปฏิทินตั้งโต๊ะที่ผ่านไปหลายวัน เธอกลุ้มใจที่ประจักษ์เงียบหาย เธอรู้สึกเป็นห่วงเรื่องลูกขึ้นมา
“ถ้าไม่มีท่าน นิคต้องกลับมาเอาไทไปจากฉันแน่ๆ”
ทองดีกดโทรศัพท์หาดารา ซึ่งรีบรับสายทันที
“โทรหาพี่มีเรื่องอะไรคะคุณน้อง”
“พี่ดาราทราบข่าวท่านบ้างรึเปล่าคะ ท่านเป็นยังไงบ้าง”
“อ้าว...แล้วเธอไม่เจอท่านเหรอ”
“ท่านเงียบหายไปเกือบเดือนแล้วค่ะ”
“อุ๊ย...ถ้าอย่างนั้นท่านคงจะเบื่อเธอแล้วน่ะสิ ช่วยไม่ได้นะจ๊ะ แล้วนี่มันจะกระทบถึงงานของฉันด้วยมั๊ยนี่ แค่นี้นะ”
ดาราวางสายไป ทองดีน้อยใจ และรู้สึกอาย ไม่คิดว่าประจักษ์จะทิ้งกันง่ายๆ

ดาราวางสายเสร็จแล้วก็โทรหาประจักษ์
“ทนจริงๆนะนังทองประกาย ท่านหายไปตั้งเกือบเดือน พึ่งจะถามหา...ฮัลโหล ดาราค่ะท่านรัฐมนตรี ทองประกายโทรมาแล้วค่ะ”
ประจักษ์ กำลังเคลียร์งานอยู่ในห้องทำงานที่คฤหาสน์ยิ้มพอใจ
“เขาว่ายังไงบ้าง”
“ก็ถามถึงท่านน่ะสิคะ”
“ขอบใจมากนะ”
ประจักษ์วางสาย ดารางงๆ
“เล่นอะไรของท่านคะ งงจริงๆ”

เย็นวันใหม่ โทรศัพท์มือถือของทองดีดังขึ้นเธอกดรับสาย
“ท่าน”
“กำลังให้รถไปรับนะ เดี๋ยวเจอกัน”
“เดี๋ยวค่ะท่าน...ท่านคะ”
ทองดีรู้สึกหงุดหงิดในความเอาแต่ใจของประจักษ์ เธอจะไม่ไป แต่รู้สึกค้างคาใจและโมโหจึงตัดสินใจไป

ทองดีลงจากรถ มีการ์ดเปิดประตู แล้วแจ้งว่าท่านรออยู่ข้างใน ทองดีเดินผ่านรถป้ายแดงหน้าบ้านที่จอดอยู่โดยไม่ได้สนใจ เธอโมโห ตั้งใจจะไปต่อว่าแต่เมื่อเข้าไปถึง ประจักษ์หันกลับมามองแล้วยิ้มให้ ทองดีพูดไม่ออก เพราะสายตาของเขาที่มองเธออย่างเอ็นดูรักใคร่
“ขอโทษ ถ้าสิ่งที่ฉันทำมันทำให้เธอโกรธหรือไม่พอใจ”
“ฉันไม่ทราบว่าท่านกำลังเล่นอะไรอยู่”
“ฉันเงียบไป แล้วทำไมไม่โทรหาฉันล่ะ...ทองประกาย”
ทองดีเงียบไม่พูดอะไร...ประจักษ์มองยิ้มๆ
“แต่โทรถามกับพี่ดารา”
ทองดีอึ้งไป
“ท่านทราบ...ฉันไม่กล้าโทรหาท่านหรอกค่ะ คิดว่าท่านคงยุ่ง หรืออาจจะลืมฉันแล้ว”
“แต่เธอก็ยังคอย”
ทองดีเงียบ
“ฉันต้องการลองใจเธอ ว่าเธอจะอดทนพอ จะคบกับคนอย่างฉันได้มั๊ย”
ทองดีไม่ค่อยพอใจ
“ท่านทำกับฉัน เหมือนฉันเป็นของเล่นของท่าน”
“อย่าโกรธฉันที่ฉันต้องทดสอบเธอ ชอบบ้านหลังนี้มั๊ย”
ทองดีงงๆ
“บ้านท่าน”
“ใช่...แต่หลังจากนี้ มันจะกลายเป็นบ้านของเธอ”
ทองดีตกใจตาโต
“บ้านหลังโตหลังนี้จะเป็นบ้านของทอง”
ทองดีหันมองรอบบ้าน
“รวมทั้งรถยนต์คันใหม่ที่จอดอยู่หน้าบ้านด้วย”
ทองดีวิ่งไปดู ดีใจ วิ่งกลับมายืนมองหน้าแล้วไหว้ลงตรงอกประจักษ์ ก่อนโผเข้ากอดแนบแน่น ดีใจที่เขาเมตตากับเธอขนาดนี้ ประจักษ์จับทองดีเงยหน้าขึ้น แล้วจูบอย่างรักใคร่ ทั้งสองล้มลงที่โซฟา

ทองดีเอนนอนซบ อกเขาอยู่ที่โซฟา เธอรู้สึกอบอุ่น แล้วนึกได้ หันมาพูด
“ท่านคะ ดิฉันขออนุญาตเอาลูกมาอยู่ด้วยนะคะ”
“ลูกบุญธรรมเธอใช่มั้ย”
ทองดีแปลกใจ
“ท่านทราบประวัติดิฉันทุกเรื่อง”
ประจักษ์หัวเราะขึ้นมา
“ชื่ออะไรล่ะ”
“ชื่อไทค่ะ”
“ท่านจะอนุญาตมั้ยคะ”
“ไม่ต้องขออนุญาติฉัน เพราะเมื่อฉันยกให้เธอแล้ว บ้านนี้ก็จะเป็นสิทธิ์ของเธอทุกอย่าง แล้วฉัน จะให้คนไปทำเรื่องโอนให้เธอนะ”
ทองดีซึ้งใจมาก
“ท่านดีกับดิฉันมาก ดิฉัน...”
ทองดีอึกอัก ประจักษ์ยิ้ม
“สัญญาแค่ว่าเธอจะทำตัวดี”
“ค่ะ ดิฉันสัญญา”
ทองดียิ้มอย่างมีความสุข

วันใหม่...ประจักษ์เดินเข้ามานั่งเป็นประธานอยู่กลางห้อง มีลูกน้องอยู่รายล้อม
“ขอโทษที่ต้องให้ทุกคนมาประชุมที่บ้าน เพราะคุณหญิงอาการไม่ค่อยดี”
“เราเข้าใจครับท่าน”
“งั้นเราเริ่มเลย” ประจักษ์พยักหน้าให้นักธุรกิจที่มาคุยด้วย
“อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศปีนี้น่าจะอยู่ที่ 6.8%”
“แต่เอสเคปคาดการณ์ว่าจะ ลดลงเหลือเพียงแค่ 6.6 % นะที่ผมทราบ”
“ครับท่าน เรื่องชิ้นส่วนอิเลคโทนิคในการส่งออกที่ขาดแคลน หลายโรงงานยังไม่สามารถดำเนินการได้ และติดต่อขอความช่วยเหลือจากหน่อยราชการ”
นักธุรกิจ ยื่นแฟ้มเอกสารส่งให้ ประจักษ์รับมาเปิดดู
“ยอดทั้งหมดที่ส่งเข้ามา ค่อนข้างสูง ทางธนาคารกลางแจ้งว่าอย่างไรบ้าง”
ประจักษณ์ประชุมอย่างเคร่งเครียด กระทั่งเลิกประชุม เลขาเดินเข้ามาบอก
“ได้เวลาท่านต้องเดินทางไปประชุม และดูงานต่อที่สัตหีบแล้วค่ะ”
ประจักษ์พยักหน้ารับรู้ เดินตามเลขาออกไปขึ้นรถ มีรถการ์ดนำ 1 คัน ก่อนที่เขาจะขึ้นรถเขาหันมาสั่งเลขา
“พรุ่งนี้ 10 โมงเช้า ให้รถไปรับทองประกายไปพบฉันด้วย”

เช้าวันใหม่...ขบวนรถประจักษ์มาจอดที่ท่าเรือโอเชี่ยลมารีน่า ประจักสั่งงานเลขาเรียบร้อย เลขาเดินกลับออกไปขึ้นรถขับออกไป ประจักษ์หันไปยืนมองทะเลรอทองดี โดยมีการ์ดสองคนยืนรออยู่ห่างๆ ไม่นานนัก รถที่ทองดีนั่งก็เข้ามาจอดปลายสุดของท่าเรือ ทองดีลงรถมาด้วยชุดสวยพริ้ว ประจักษ์หันไปมองแล้วยิ้มให้ ทองดีเดินเข้าไปหา
“ท่านจะพาดิฉันไปไหนคะ”
“ไปลงเรือเที่ยวกัน..แต่งตัวแบบนี้แล้วดูน่ารักเชียว ไปกันเถอะ”
ประจักษ์ประคองทองดีเดินไปด้วยกันก้าวลงเรือไป

บนเรือ...ประจักษ์ลงมือทำอาหารด้วยตัวเอง ทองดีมองอย่างสนใจ
“ฉันไม่ได้ลงมือทำอาหารแบบนี้มานานแล้ว รู้มั้ย”
“ท่านชอบทำอาหารเหรอคะ ดูท่านทำคล่องเชียว”
“ฉันไม่ค่อยมีเวลาที่จะทำแบบนี้เท่าไหร่”
“นึกว่าท่านจะชอบแต่ทานตามโรงแรม ถึงจะถูกปากท่าน”
ประจักษ์หัวเราะ
“ถ้าทานตามโรงแรม เรื่องอาหารน่ะไม่เท่าไหร่ มันสำคัญว่า ทานกับใครมากกว่า”
ทองดีขำ
“ท่านคะ ดิฉันมีเรื่องรบกวน”
“อะไรหรือ”
“เอ่อ...เรื่องธุรกิจของพี่ดารา เธออยากส่งเสื้อผ้าไปขายเมืองนอก เธอบอกว่ามีท่านเท่านั้นจะช่วยเธอได้”
“ช่วยยังไง”
ทองดีส่ายหน้าอึดอัด
“ดิฉันก็ไม่เข้าใจนักหรอกค่ะ เพียงแต่เธอบอกว่า ท่านช่วยเธอได้”
“คงเป็นเรื่องไปเปิดบูธกับจัดแฟชั่นโชว์ที่ยุโรป เขาคงตั้งใจขยายตลาดต่างประเทศ”
“คงงั้นมั้งคะ”
ประจักษ์หัวเราะ
“ไม่ต้องห่วง...ฉันจะถือว่าการช่วยครั้งนี้เป็นการตอบแทน ที่ดาราทำให้ฉันได้รู้จักกับเธอ”
ทองดียกมือไหว้
“ขอบพระคุณมากค่ะท่าน”
“แล้วเธอล่ะ อยากได้อะไรอีกมั้ย”
ทองดีนิ่งคิด ยังไม่กล้าพูดเรื่องลูก
“ที่ท่านให้ดิฉันก็มากพอแล้วค่ะ ดิฉันไม่ต้องการอะไรอีกแล้วค่ะ”
ประจักษ์หันมายิ้มให้ แล้วก้มลงทำอาหารต่อ ทองดียิ้มมองดูเขาตลอดเวลา

เรือจอดอยู่กลางทะเล ทองดีมองทัศนียภาพรอบๆตัวอย่างรู้สึกสดชื่น
“ก่อนหน้านี้ ที่คุณหญิงยังแข็งแรง เรามาลงเรือเที่ยวด้วยกันบ่อยๆ แต่คุณหญิงป่วยหนักมาหลายปีแล้ว เธอทราบเรื่องฉันมีคุณหญิงใช่มั๊ย”
ทองดีก้มหน้า
“พี่ดาราบอกแล้วค่ะ ท่านป่วยเป็นอะไรคะ”
“มะเร็ง กำลังเข้าระยะที่สี่”
“ดิฉันเสียใจด้วยค่ะ”
“ฉันรู้ว่าฉันไม่ใช่ผู้ชายที่ดีนัก แต่คุณหญิงก็ยังเป็นที่หนึ่งเสมอ เวลาของคุณหญิงเหลือน้อยเต็มที ฉันจะดูแลเขาให้ดีที่สุดจนกว่า...จะวาระสุดท้ายของเขา”
ทองดียิ้มให้อย่างจริงใจ
“น่าอิจฉาคุณหญิงนะคะ ที่มีคนที่รักคุณหญิงอย่างนี้ ถ้าฉันเป็นคุณหญิงฉันก็คงจะรักท่านมาก”
“ที่ฉันเล่าให้เธอฟัง เพื่อให้เธอเข้าใจฉันมากขึ้น ว่าทำไมฉันถึงไม่มีเวลาให้กับเธอเหมือนคนทั่วไป”
“ขอบคุณที่เล่าให้ดิฉันฟังค่ะ ดิฉันเข้าใจแล้ว...ดิฉันเองเคยสูญเสียคนรัก และรู้ว่ามันเป็นยังไง”
ประจักษ์ยิ้มพอใจ ที่ทองดีเข้าใจ

เรือกางใบแล่นลมกลับเข้าฝั่ง ทองดียืนชมวิวอยู่คนเดียว ประจักษ์เดินเข้ามายืนใกล้ๆ
“เล่าเรื่องความรักของเธอให้ฉันฟังบ้างได้มั้ย”
ทองดียิ้มเศร้า
“ความรักดีดีของดิฉัน จบลงที่ทะเลนี่แหละค่ะ เขาประสพอุบัติเหตุ จากที่เรามาเที่ยวทะเลกัน เห็นมั้ยคะ ท่านยังมีโอกาศได้ดูแลคุณหญิง หรือแม้แต่จะบอกลา ท่านโชคดีกว่าดิฉันซะอีก”
“นี่เป็นการพูดปลอบฉันเหรอ”
ทองดีจ๋อยลง
“ก็ดิฉันไม่รู้จะปลอบท่านยังไง”
ประจักษ์ยิ้ม
“ขอบใจนะ ขอบใจมาก ถ้าเธอจะให้โอกาสฉัน วันนึงข้างหน้า ความรักดีๆอาจจะเกิดกับเราอีกครั้ง”
ประจักษ์โอบกอดเอว ทองดีรู้สึกอบอุ่นหันไปยิ้มให้แล้วหันมองดูพระอาทิตย์ทอแสงยามเย็นเบื้องหน้า

วันต่อมา...ดารากดวางหูโทรศัพท์แล้วกรี๊ด สุดเสียง ทองดีเดินเข้ามาในห้องพอดี ทองดีสะดุ้ง ดารารีบวิ่งเข้ามาประคองให้นั่งลง
“ต๊าย...ตาย คุณน้องทองประกาย แค่พี่เห็นพี่ก็รู้แล้ว รัศมีของน้องแจ่มเจิดจ้าจริง...จริ๊ง”
“พี่ดารา พี่เป็นอะไรหรือเปล่าคะ”
“ท่านเพิ่งให้ลูกน้องโทรมาบอกว่า เรื่องงานออกบูธที่เมืองนอกพี่ผ่านฉลุย ขอบคุณคุณน้องนะคะ แบบนี้แสดงว่าท่านกับคุณน้องน่าจะไปกันได้ดี”
“ค่ะ ท่านขอดูแลฉัน และฉันก็จะบอกพี่ว่าฉันจะไม่รับงานอีกแล้ว”
ดาราโผเข้ากอดทองดีรู้สึกแปลกไม่สนิทใจ โฬมยืนแอบฟังอยู่ยิ้มเหยียด
“โธ่เอ๊ย...คิดว่าจะแน่ สุดท้ายก็ขายตัวเหมือนกันละว๊า...”

ทองดีนั่งรอพี่แมวอยู่ที่ห้องรับแขก โฬมเดินเข้ามาทัก ทองดีระวังตัวทันที
“สวัสดีคุณทองประกาย”
“สวัสดี ฉันกำลังจะกลับพอดี”
ทองประกายจะเดินหนีแต่โฬมขวางไว้
“อย่าเพิ่งสิ...เฮ้อ...เอาเป็นว่าฉันขอโทษ ที่ผ่านมาฉันทำไม่ดีไว้เยอะต่อไป เรามาเป็นเพื่อนกันดีกว่านะ”
โฬมยื่นมือมาให้จับ ทองดีนิ่ง
“เอาเป็นว่าเราก็ไม่มีอะไรที่ต้องเป็นศัตรูกัน”
ทองดีจะเดินไปแต่โฬมยังยืนขวางแล้วยิ้มเจ้าชู้ให้ พี่แมวเดินเข้ามาพร้อมกับแก้วเครื่องดื่ม พี่แมวกระแอม โฬมหันไปมอง
“ตามใจ แต่ฉันขอโทษจริงๆนะ”
โฬมเดินออกไป พี่แมวมองตามไปอย่างไม่ไว้ใจ
“มันทำอะไรหนูหรือเปล่า คนอย่างมันน่ะไว้ใจไม่ได้”
“ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะพี่แมว ฉันรับมือได้”
“ค่อยยังชั่ว นี่พี่ได้ข่าวเรื่องหนูกับท่าน จริงหรือเปล่า”
“จริงค่ะ พี่...แต่ฉันเองก็ไม่แน่ใจว่า ที่ทำเนี่ยถูกหรือเปล่า เพราะท่านก็มีคุณหญิงอยู่แล้ว”
“เฮ้อ...ถ้าท่านเขาจริงใจ รับดูแลทองจริง ทองจะมากัดก้อนเกลือกินไปทำมั๊ย...พี่ว่าทองควรจะมีความสุขได้แล้ว”
ทองดียิ้ม
“ต่อไปนี้พ่อของไทก็จะหมดโอกาสแย่งไทไปจากทอง”
“ตายจริง เรื่องลูกที่เคยเล่าให้พี่ฟัง ที่แท้ทองก็จะอาศัยบารมีท่านงั้นเหรอ เวรกรรม ทำไมคิดแบบนั้นล่ะ นี่มันพรากลูกพรากพ่อเขานะ”
“อ้าว...ก็เขาทิ้งแม่ทิ้งลูกไปเอง แล้วตอนนี้จะมาเรียกร้องอะไรอีกล่ะ”
“คิดแบบนั้นไม่ได้ สายเลือดพ่อลูกยังก็ตัดไม่ได้ ขายไม่ขาดนะ”
“เอาเป็นว่า พี่แมวอย่าพูดอีกเลย ฉันไม่อยากฟัง”
พี่แมวหมดปัญญา เพราะทองดีหน้าตาจริงจังมาก

วันต่อมา...รถของประจักษ์วิ่งเข้ามาจอดตรงหน้าบ้านใหม่ของทองดี เธอลงจากรถ น้อมกับเหล่าเด็กรับใช้ยืนรอต้อนรับ บอดี้การ์ดแนะนำให้ทุกคนรู้จัก
“นี่คุณผู้หญิงทองประกาย”
แม่บ้านยกมือไหว้
“สวัสดีค่ะคุณผู้หญิง ฉัน ชื่อน้อมเป็นแม่บ้าน มาดิฉันจูงคุณหนูให้เองค่ะ”
“ไม่เป็นไรจ๊ะ ขอบใจมากนะจ๊ะ...น้อม”
บอดี้การ์ดผายมือ
“เชิญคุณผู้หญิงด้านใน คุณท่านรออยู่แล้วครับ”
ทองดียิ้ม
“ขอบใจมากจ๊ะ”
ทองดีจูงลูกเข้ามาในบ้าน ประจักษ์หันมามอง
“ท่านคะ”
ทองดียิ้มร่าเริง ประจักษ์ยิ้มแย้มให้ไท
“นี่ไทใช่มั้ย...น่าตาหล่อไม่เบานี่นา ไหนขออุ้มหน่อยสิ”
ประจักษ์อุ้มไทยกขึ้น ไทยิ้มน่าเอ็นดู
“เข้าท่านะเรา...ฉันชักถูกชะตากับเราแล้วสิ” ประจักษ์หันไปหาทองดี “รู้มั้ย สิ่งเดียวที่อยากได้ แต่ไม่เคยได้เลย ก็คือ...ลูกชายซักคนนี่แหละ อยากขึ้นไปดูห้องนอนมั๊ยไท”
ไทยิ้มตื่นเต้น
“อยากดูครับ”
“เจียมพาขึ้นไปนะคะ ไปค่ะคุณไท”
เจียมจูงไทออกไป ทองดีมองตามลูก
“ขาดอะไรก็บอกนะ ทองประกาย”
ทองดีนิ่งคิด
“ถ้าท่านไม่รังเกียจ รับไทเป็นบุตรบุญธรรมได้มั้ยคะ ดิฉันคงหมดห่วง”
ประจักษ์พยักหน้า น้อมหลบแอบฟังอยู่มุมหนึ่ง
“ใจจริงฉันก็อยากทำแบบนั้นเหมือนกัน แต่...ฉันเองก็ห่วงความรู้สึกของคุณหญิง หวังว่าเธอคงเข้าใจนะ คุณหญิงอ่อนแอมาก ฉันไม่อยากทำให้เธอเสียกำลังใจไปมากกว่านี้”
“ฉัน ขอโทษค่ะ แค่ท่านเมตตาดิฉันกับไท นี่ก็เป็นพระคุณล้นเหลือแล้ว”
ทองดียกมือไหว้ ประจักษ์ดึงเธอมากอดไว้แนบอก
“ฉันจะดูแลเธอให้ดีที่สุด เท่าที่ผู้ชายคนนึงจะทำได้...อย่าห่วงเลย ฉันสัญญา นอกจากคุณหญิงแล้ว เธอจะไม่ต้องเป็นรองใครเด็ดขาด วันนี้จะทำอะไรให้ฉันทาน ให้ฉันช่วยมั้ย”
ประจักษ์ยิ้มอย่างมีความสุข ทองดีนิ่งคิด ขณะเดียวกันั้นเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ประจักษ์ถอนใจกังวลกดรับสาย
“มีอะไร...คุณหญิงไม่สบายมากหรือ ได้ ฉันจะไปเดี๋ยวนี้แหละ”
ประจักวางสายแล้วหันไปชำเลืองมองทองดี
“ฉันต้องกลับก่อน”
ทองดียิ้มให้
“ไม่เป็นไรค่ะท่าน”
ประจักษ์เหมือนจะเดินผ่านไป แต่ก็หันมาจูบหน้าผากแล้วรีบเดินออกไป ทองดีถอนใจ
“ยังไงคุณหญิงก็ต้องมาเป็นที่หนึ่งอยู่แล้ว”
ทองดีมอตามแล้วหันมองขึ้นข้างบน ก่อนจะตามลูกชายขึ้นไป







Create Date : 11 มีนาคม 2555
Last Update : 11 มีนาคม 2555 22:57:51 น.
Counter : 282 Pageviews.

0 comment
ทองประกายแสด ตอนที่ 14




ทองดีเดินเข้ามาในคอนโด เธอนั่งเปิดประเป๋าสตางค์ดูเหลือเงินติดกระเป๋าน้อยมาก

“จะอยู่ได้อีกกี่วันเนี่ย”
เธอถอนหายใจนั่งเหม่อ หาทางออกให้กับชีวิต ทองดีตัดสินใจหยิบโทรศัพท์กดโทรหานรินทร์ เพื่อของานทำ นรินทร์นัดให้มาพบทันที
ค่ำนั้น ทองดีมาหานรินทร์ในห้องทำงาน เธอลงนั่งตรงหน้าเขา
“ผมติดตามข่าวคุณตลอดเลยนะ และยินดีให้คุณกลับมาร่วมงานด้วยแขกยังถามถึงคุณตลอดเลย”
“ขอบคุณนะคะคุณนรินทร์ แต่ฉันไม่อยากเต้นแล้ว”
“อืม...คุณก็มีชื่อเสียงแล้ว อยากทำตำแหน่งอะไรล่ะ บอกมาได้เลย ผมให้คุณเลือกได้ตามใจชอบ ยกเว้นตำแหน่งเจ้าของร้าน ฮ่าๆ”
“ได้ค่ะ...ขอบคุณค่ะ ที่ช่วยเหลือฉัน”
“ไม่เป็นไร อย่าพูดอย่างงั้น ถือซะว่า เราต่างช่วยกันดีกว่า”
ทองดีพยักหน้ายอมรับข้อเสนอนั้น
เมื่อกลับไปที่ห้อง เธอยืนพิงสงบสติอารมณ์พักใหญ่ แล้วเดินมาหาไทที่นอนหลับทองดีหน้าอ่อนโยนลงก้มลงจูบแก้มไท
“แม่ได้งานแล้วนะ พรุ่งนี้ก็จะมีเรื่องดีๆสำหรับเราสองคนแล้วอดทนหน่อยนะลูก”
ทองดีมีความหวัง

ดารานอนรอ โฬมในห้องจนดึก เขาก็ยังไม่กลับ เธอเริ่มหงุดหงิด...โฬมเปิดประตูเดินเข้ามา ดารารีบลุกขึ้นไปต่อว่าทันที
“งานเลิกตั้งแต่ 2 ทุ่ม ทำไมกลับมาป่านนี้”
โฬมท่าทางเบื่อๆ
“วันนี้วันเกิด เจ๊ดา...เขาชวนไปเป็นกลุ่ม ผมขัดไม่ได้นี่นา”
โฬมเดินหนี ดาราไม่ยอมจะเอาเรื่องให้ได้
“อะไรกัน อาทิตย์นี้โฬมกลับเกือบเช้าทุกคืน มันอะไรกันนักกันหนา อย่าบอกนะ เพื่อนเกิดทุกวัน งานก็ไม่ใช่ว่าจะมีตลอด”
โฬมไม่พอใจ
“นี่พี่แอบเช็คตารางผมหรือ จะมากไปแล้วนะ ผมโตแล้วนะ ไม่ใช่เด็กๆ”
“แต่พี่เป็นห่วงนี่นา พี่ทำอย่างนี้เพราะพี่รักโฬมมาก โฬมน่าจะเข้าใจ”
“พี่รักผมมาก ผมเข้าใจทุกอย่าง แต่ทำอย่างนี้ผมเบื่อ”
โฬมเดินหนีจะเข้าห้องน้ำ ดาราไม่ยอม เดินมากระชากเขาให้หันหน้ามาคุยกัน
“อย่าเดินหนีพี่ พี่ไม่ชอบ”
“แล้วจะทำไม พี่จะตบผมอีกหรือไง”
ดาราชะงัก เสียงอ่อนลง
“พี่ขอโทษ โฬมกลับดึกทุกวัน พี่ก็เหงา”
“แต่ผมเบื่อ เบื่อเข้าใจมั้ย พี่ทำเหมือนผมเป็นเด็กๆ ต้องกลับเข้าบ้านตรงเวลา มากินนมนอน”
โฬมสะบัดหน้าเดินออกจากห้อง ดารารีบคว้าแขนไว้
“เดี๋ยวก่อน โฬมจะไปไหน”
“ผมเหนื่อย ไม่อยากทะเลาะกับพี่อีกแล้ว”
โฬมปลดมือดาราแล้วเดินออกจากห้องไป ดาราหงุดหงิดมาก โฬมเดินหัวเสียเข้ามาในห้องรับแขกชั้นล่าง
“ปล่อยให้นอนหง่าวคนเดียวซะให้เข็ด ใครวะ มันจะกินข้าวบูดค้างปีอยู่ได้”
โฬมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์ดู ผ่านเบอร์ทองประกาย ก็ชะงัก
“อืม ทองประกาย”
โฬมตัดสินใจโทรหา

ทองดีกำลังนั่ง เปลี่ยนผ้าอ้อมให้ไท เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เธอหยิบมาดูแล้วชะงัก
“เบอร์แปลกๆ ใครโทรมาเนี่ย”
ทองดีลังเลจะกดตัด แล้วเปลี่ยนใจเป็นกดรับ
“ทองประกายพูดค่ะ”
“ทองประกาย นี่ผมโฬมนะ”
“คุณได้เบอร์ฉันมายังไง”
“ได้มานานแล้ว แต่ยังไม่มีโอกาสโทร เป็นยังไงบ้าง สบายดีหรือเปล่า”
“เรื่อยๆ มีธุระอะไร”
“เพิ่งได้ข่าว จากเจ๊บีบี ว่าคุณแยกกันแล้วหรือ แล้วตอนนี้คุณอยู่กับใคร ผมเป็นห่วงคุณมากเลยนะนี่ คุณทำอะไรอยู่ ผมช่วยคุณได้นะ”
“คุณจะช่วยหางานให้ฉันเหรอ”
“เพื่อนฝูงผมในวงการเยอะแยะ ผมฝากงานให้คุณได้ คุณคงกำลังลำบาก เดือดร้อนเรื่องเงินมั๊ย ผมมีให้คุณยืมก่อนนะ”
“ขอบคุณค่ะ แต่ฉันเกรงใจคุณ”
“ไม่ต้องเกรงใจหรอก ให้ผมไปหาคุณนะ”
“ดึกป่านนี้นี่นะ เป็นวันหลังดีกว่า”
“แต่ผมอยากเจอคุณคืนนี้นี่ ให้ผมไปหาคุณนะ”
ทองดีไม่ไว้ใจ
“ทำไมต้องเป็นคืนนี้”
“ก็ผมเหงา คิดถึงคุณมาตลอดเลย”
“คุณอยากช่วยฉัน หรือคุณต้องการอะไรกันแน่”
“อย่าคิดมากสิ ให้ผมไปหาคุณนะ ผมจะเอาเงินไปให้คุณใช้ไง”
“แลกกับการนอนกับฉันรึเปล่า”
“อย่าพูดตรงๆแบบนั้น ผมน่ะชอบคุณนะ เห็นคุณลำบากก็อยากช่วย”
“ขอบใจ ถึงฉันจะลำบาก แต่ฉันก็ไม่ขายตัว โดยเฉพาะกับแมงดาอย่างคุณ”
ทองดีโกรธมากวางสายไป...โฬม แค้นมาก
“โธ่เว้ย! ทองประกาย”

ทองดีกลับมาทำงานที่คลับของนรินทร์อีกครั้ง แต่เธอทำหน้าที่ใหม่ คือพูดคุยทักทายดูแลแขกผู้ชายสูงวัย เธอทำงานด้วยความสบายใจ โดยได้จ้างเจียม คนเลี้ยงเด็กมาดูแลไทระหว่างที่เธอทำงาน ซึ่งเธอใช้ชีวิตอย่างนี้มาเรื่อยๆ

3 ปีผ่านไป...
ทองดีนั่งรอไทอยู่ในห้อง สักครู่ไทกับเจียมกลับเข้าห้องมา ไทวิ่งมากอดทองดีจากด้านหลัง
“แม่ครับ”
ทองดีหันมายิ้มให้ลูก
“ไปเรียนวันแรก สนุกมั้ยลูก”
“สนุกครับ ผมไม่ร้องไห้ด้วย”
“เก่งมาก ไปอาบน้ำก่อนมั้ย เดี๋ยวแม่ทำกับข้าวให้กิน”
เจียมมองทองดีอย่างแปลกใจ
“วันนี้คุณทองประกายไม่ออกไปทำงานเหรอคะ”
“วันนี้คลับหยุด 1 วันค่ะ”
“งั้นคุณก็พักเยอะๆนะคะ เห็นคุณทำงานทุกวันแล้วเจียมสงสาร”
ทองดียิ้ม
“หรือฉันจะหาคนดูแลดีนะพี่เจียม ฉันกลัวเหมือนกันนะ ว่าต่อไปฉันจะเลี้ยงดูไทไม่ไหว”
“เจียมเข้าใจค่ะ เลี้ยงเด็กคนนึงไม่ใช่น้อยๆ ถ้าคุณมีแฟนก็ดีนะคะจะได้มีคนช่วยดูแล”
ทองดีถอนใจ หันไปมองไทที่ยืนอ้อยอิ่งอยู่
“อ้าว ไม่ไปอาบน้ำล่ะลูก”
“ผมอยากให้แม่อาบให้”
“โห กลับมาก็อ้อนเลย ไปโรงเรียนแล้วต้องโตแล้วนะ”
“คุณครูบอกว่าเด็กอนุบาล ยังเป็นเด็กเล็กอยู่ครับ”
ทองดีหัวเราะสดใส
“เอ้า...ไป อาบให้ก็ได้”
ทองดีพาลูกชายไปอาบน้ำ

ค่ำคืนในวันใหม่ ทองดียิ้มหวานให้แขกก่อนลุกขึ้นแล้วเดินออกมายืนที่เคาน์เตอร์วางเงินสดปึกหนึ่ง แคชเชียร์มองด้วยหางตาเพราะไม่ค่อยชอบหน้าทองดี
“บัตรเครดิตไม่มีเหรอ”
“ไม่มีหรอก รายนี้เขาใช้แต่เงินสด เปิดเมมเบอร์สองปีเลย”
แคชเชียร์มองหยัน
“ฮึ...เก่งนี่ ทำยอดเมมเบอร์เยอะแยะทุกเดือน ถามจริงๆขายเมมเบอร์อย่างเดียวหรือเปล่า”
ทองดีไม่พอใจ
“นี่...พี่ติ๊กพูดงี้หมายความว่าไง”
“อ้าว...พี่จะไปรู้เหรอ...เห็นยอดพุ่งเอา...พุ่งเอา”
“พูดแบบนี้อิจฉาใช่ไหม ที่ฉันทำยอดได้”
ทองดีสะบัดหน้าแล้วเปลี่ยนเป็นยิ้มหวานเดินไปหาแขกที่โต๊ะ ส่งบัตรส่งบิลให้

นรินทร์ เห็นรถของดำเกิงแล่นมาจอดด้านหน้า ดำเกิงลงจากรถมากับแนน แล้วพนักงานรับรถมาขับรถของดำเกิงไป
“จะดีเหรอแนน ผมเกรงใจอ่ะ”
แนนยิ้ม
“เกรงใจอะไรคะ”
“เราเพิ่งคบกันไม่เท่าไหร่ ผมก็มาขอยืมเงินพี่ชายคุณแล้ว ผมรู้สึกไม่ดี ผมไม่เอาดีกว่า”
แนนดึงแขนไว้
“ไม่เอาค่ะ อย่าทำแบบนี้ เราเพิ่งคบกันก็จริง แต่เราก็ลึกซึ้งเกินแฟนแล้วนะคะ”
“แต่ผมกลัวพี่ชายคุณจะว่า”
“เขาจะไปว่าอะไร คุณเอาเงินไปทำธุรกิจ พอได้กำไรคุณก็มาคืน คนขยันทำมาหากินน่ะพี่แนนเขาชอบค่ะ”
“ถ้าแนนการันตีแบบนี้ผมก็สบายใจ”
ทั้งคู่ยิ้มหวานแล้วควงกันเดินเข้าไปในผับ

ทองดีรับทิปจากแขกสองพันยกมือไหว้สวยงามแล้วขอตัวลุกมา แต่พอจะเดินออกเธอก็สวนกับแขกกลุ่มนึงที่เดินเข้ามา คือรัฐมนตรีประจักษ์ โดยมีเลขาและลูกน้องหลายคนเดินตาม พนักงานพาเข้าไปที่โต๊ะแขกทองดี แขกของทองดีรีบลุกขึ้นยืนต้อนรับอย่างนอบน้อม
ดำเกิงกับแนน พากันไปนั่งลง ที่โซฟามุมนึง ทองดีหันไปเห็นดำเกิงมากับผู้หญิง เธอแค้นเลือดขึ้นหน้า เดินไปเอาน้ำสาดใส่หน้า ดำเกิงกับแนนตกใจ
“เฮ้ย...นี่มันอะไรกันเนี่ย ทองประกาย”
“จำฉันได้เหรอ ไอ้ผู้ชายหน้าตัวเมีย แกทำลายชีวิตทำลายอาชีพฉัน ไอ้คนหลอกลวง”
ดำเกิงอายมากหันมองผู้คนที่กำลังมอง ทองดีหันไปพูดกับแนน
“มากับมันใช่มั๊ย ไอ้นี่น่ะมันหลอกฟันนะ ระวังตัวไว้ให้ดี สันดานเลวเอาตัวรอด ฉันเตือนด้วยความหวังดีนะ”
ดำเกิงรีบปฏิเสธ
“แนน...อย่าไปเชื่ออีนี่นะ กูไปทำอะไรมึง แรดมาให้กูฟันเอง”
ทองดีตบผัวะ ดำเกิงจะชกใส่ แนนจับไว้ ทองดีชี้หน้า
“สันดานมันออกแล้วเห็นมั๊ย”
กัปตันของร้านเข้ามาห้าม
“อย่ามีเรื่องกันครับ...หยุด”
นรินทร์วิ่งเข้ามา
“อะไรกัน ทองประกาย มีเรื่องอะไรกัน อ้าว...แนน มาที่นี่ได้ไงเนี่ย”
แนนชะงัก
“พี่นรินทร์”
ทองดีงงๆ
“รู้จักกันเหรอ”
“แนนเป็นน้องสาวฉัน”
“งั้นก็เตือนน้องสาวคุณด้วย ว่าอย่าไปคบกับไอ้ผู้ชายสันดานเลวตัวนี้”
ดำเกิงโมโห
“คุณนั่นแหล่ะ เตือนนังนี่ ที่มันมาทำมารยาททรามกับผม ไล่มันออกไปเลย”
นรินทร์อึ้งหันมาพูดกับทองดี
“ขอโทษแขกซะทองประกาย”
ทองดีเชิดหน้า
“ขอโทษไอ้ชั่วนี่น่ะเหรอ ฉันยอมลาออกยังดีกว่า”
นรินทร์อึ้ง ดำเกิงสะใจ แนนสังเกตุดำเกิง เสียใจที่ดูคนผิด
“ขอโทษแขกซะ ทองประกาย” นรินทร์สั่งเสียงเข้ม
“คุณเลือกแขกชั่วๆนี่ มากกว่าเลือกฉันใช่มั๊ย”
ทองดีมองนรินทร์ที่นิ่งเงียบ
“ได้...ฉันจะไปเคลียร์เงินเดือนที่แคชเชียร์นะ”
ทองดีเดินออกไปที่แคชเชียร์
“เอาเงินเดือนฉันมา”
แคชเชียร์ไม่พอใจเสียงแข็งใส่
“เธอยังอยู่ไม่ครบเดือน”
ทองดีเอื้อมหยิบเงินปึกนึงที่แขกมาทำเมมเบอร์ แคชเชียร์คว้ามือไว้ ตะโกนเรียก
นรินทร์
“คุณนรินทร์ ช่วยด้วย ตามตำรวจเลยค่ะ”
ดำเกิงตะโกนยุ
“ตามตำรวจมาจับมันเลย”
ทองดีตบหน้าแคชเชียร์แล้วเงื้อซ้ำ แคชเชียร์เงียบลงทันที หันมองให้นรินทร์ช่วย นรินทร์พยักหน้า
“ให้เขาไป”
ทองยิ้มเยาะใส่ แล้วเดินสบัดออก หันมองดำเกิงแค้นๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ในสายตาของประจักษ์โดยตลอด

นรินทร์หันมองน้องกับดำเกิงไม่พอใจ
“แนน ไปรอพี่ที่ห้องทำงาน เดี๋ยวพี่ไปส่งบ้าน”
“เดี๋ยวผมไปส่งให้เองครับ”
แนนมองดำเกิงอย่างผิดหวัง แล้วเดินออกไป
“แนน ฟังผมก่อน อย่าไปเชื่ออีบ้านั่น”
“คุณกลับไปซะดีกว่า อย่ามายุ่งกับน้องสาวผม ผมรู้ประวัติคุณนะ อย่าให้ผมเห็นหน้าคุณอีก”
“คุณอย่าไปเชื่ออีนั่นนะ มันโกหก”
นรินทร์กอดอกมองหน้า ดำเกิงจ๋อยๆ หัวฟัดหัวเหวี่ยงเดินออกไป

ทองดีเดินจ้ำออกมาจากผับผ่านลานจอดรถแล้วชะงักคิดได้ เริ่มมองหาไปรอบๆแล้วรีบเดินไปที่รถดำเกิง เธอยิ้มแล้วหยิบเหรียญออกมาขูดรถ แล้วทำเป็นเดินรอบรถไม่รู้ไม่ชี้ก่อนจะเดินสะใจออกไปเรียกแท๊กซี่ไป...ดำเกิงเดินโมโหออกมา
“ซวยจริงๆ ทำไมต้องมาเจอมันด้วยวะ”
ดำเกิงเห็นรถถูกขูดขีดเป็นรอยเต็มไปหมด ที่ฝากกระโปรงเป็นคำด่าด้วย ดำเกิงอึ้งโกรธลมออกหู
“อีทองประกาย อี...อี...สารเลว”
ทองดียืนรอแท็กซี่ หันมองตามเสียงตะโกน เธอหัวเราะสะใจ โยนเหรียญในมือขึ้น แล้วขึ้นแท็กซี่ออกไป
ค่ำนั้น...ดาราเดินเข้าบ้านมา คนรับใช้เดินมารับของ
“นี่โฬมกลับมาหรือยัง”
“ยังค่ะ”
ดาราหงุดหงิดมาก
“แล้วบอกหรือเปล่าว่าจะไปไหน กลับเมื่อไหร่”
“ไม่ทราบค่ะ”
ดาราตวาดแว๊ด
“อะไรกัน ไม่รู้อะไรซักอย่าง ไปหาน้ำมาให้ฉันดื่มจะมีปัญญาทำได้ไหม”
คนรับใช้คอหด รีบเดินไปให้พ้น ดาราหยิบโทรศัพท์มากด โฬมเดินเข้ามาพอดี ตรงเข้ามาออดอ้อนดารา
“มาแล้วครับ แหม...ผมคิดถึงพี่จังเลย”
“ไปไหนมา ทำไมกลับเอาป่านนี้”
“พี่จำชายได้มั้ยครับ เขารับปริญญา ผมเลยไปยินดีกับเขาด้วย แหม...จะปฎิเสธก็ใช่ที่ คนเคยเดินแบบด้วยกันด้วยกัน”
ดาราจ้องหน้า โฬมยิ้มแหยๆ
“แฮ่ะๆ ผมเลยกลับช้าไปหน่อย”
ดารามองอย่างไม่เชื่อถือ หันไปคว้าตัวเขามองอย่างพิจารณา โฬมหน้าใสปิ๊ง ตัวหอมฉุย โฬมพยายามจะถอยห่างแต่ดาราดึงมาดม
“เหรอ...งานรับปริญญา เขาจัดในห้องหรือไง รับเสร็จก็เดินลงอ่างอาบน้ำเลยใช่มะ เอ๊ะ...หรือว่ารับกันในอ่างเลยกันแน่”
โฬมแอบเบื่อ
“โห...พี่ดาราก๊อ...ไปตั้งแต่เช้า งานรับปริญญาพี่ก็รู้ว่ามันร้อนขนาดไหน ขากลับผมเลยแวะอาบน้ำคอนโดเพื่อน...เข้าบ้านมาพี่จะได้ไม่เหม็นสาบผมไงครับ”
“อย่าให้พี่จับได้ก็แล้วกัน ฉันดับอนาคตเธอแน่...”
โฬมกอดดารา
“ผมไม่กล้าหรอกครับ บอกแล้วไง ผมรักพี่คนเดียว”
โฬมซุกซอกคอไซร้จนดาราอ่อนระทวย เขาทำท่าจะอุ้มเธอขึ้นข้างบน แต่เธอขืนตัวไว้
“ตรงนี้ก็ได้...เปลี่ยนบรรยากาศไง”
ดาราดึงคอเสื้อเขาเข้าหาตัวแล้วดึงลงนอนที่โซฟา
“จะดีเหรอครับเดี๋ยวเด็กมาเห็น”
แดงสาวใช้เดินเข้ามาพร้อมถาดเครื่องดื่มในมือ ชะงักตกใจทำถาดแก้วน้ำตกแตก แล้วรีบวิ่งออกไปทันที ดารามองตามเด็กรับใช้ที่วิ่งไปแล้วยิ้มปลื้ม กระชับคอเสื้อโฬมจนรัดคอแน่นแล้วดึงเขามาซุกไซร้ต่อ
แดงวิ่งหน้าเริ่ดเข้ามาในห้องครัว คนอื่นมองหน้ากันเลิ่กลัก
“วิ่งหนีอะไรมา นังแดง”
“ก็หนีคุณผู้หญิงกับคุณโฬมมานั่นแหละ คนอะไรก็ไม่รู้ ชอบทำอะไรประเจิดประเจ้อ...ไม่อายผีสางบ้างเลย”
คนรับใช้หัวเราะ
“ยังไม่ชินอีกเหรอวะ”
คนรับใช้อีกคนมองแดงขำๆ
“อยู่มาจะสองเดือนแล้วน่าจะตายด้านเหมือนพวกฉันได้แล้วนะ”
“คุณโฬมนี่ก็แปลกนะ หน้าตาก็หล่อ ชื่อเสียงก็มี ไม่น่ามาทำแบบนี้เลย”
“แหม...ถ้าไม่ให้คุณดาราทำแบบนี้ คุณโฬมคงมาไกลแบบนี้หรอกวะ”
คนรับใช้นินทากันสนุกปาก

เช้าวันใหม่...ทองดียืนเหม่ออยู่ริมหน้าต่าง เธอถอนหายใจ ไทแต่งตัวเสร็จก็เรียกแม่
“แม่ครับ ไทเสร็จแล้วครับ”
“อ้าว เสร็จแล้วก็ไปลูก ถือกระเป๋าไหวมั๊ย”
“ไหวครับ...แม่ครับค่าเทอมคืออะไรครับ”
“ค่าเทอม ทำไมเหรอลูก”
“คุณครูบอกว่า ให้แม่ไปจ่ายค่าเทอมครับ”
ทองดีอึ้ง พยักหน้ารับ ยิ้มแห้งๆพาลูกออกไป

ดารากำลังนั่งทำงานอยู่ในร้านเสื้อ ทองดีเดินเข้ามาหา
“พี่ดาราคะ สวัสดีค่ะ”
“หายไปนาน จนฉันเกือบลืมเธอไปแล้ว โทรมานัดฉัน มีอะไรจ๊ะ”
“ฉันอยากให้พี่ช่วยหางานให้ฉัน”
“งานอะไร”
“งานอะไรก็ได้ที่ได้เงินค่ะ”
ดารายิ้ม
“หมดทางไปแล้วสิ ถึงโทรหาฉัน หล่อนเงียบหายไปนานขนาดนี้ใครเขาจะมารอหล่อนล่ะยะ กว่าจะตัดสินใจได้ รอจนชื่อเสียงหายไปหมดแล้วนะยะ”
ดารามองค้อน

ค่ำนั้น โฬมเห็นดารานิ่งคิดอยู่ก็ถามอย่างแปลกใจ
“พี่ดารากำลังคิดอะไรอยู่ครับ”
“วันนี้นังทองประกายมันมาหาฉัน”
โฬมชะงัก
“ทองประกาย”
“มาขอให้พี่ช่วย คงหมดที่ไปแล้วล่ะสิ”
“แล้วพี่ว่ายังไงล่ะครับ”
“เจ้าสัวปั้นเคยสนใจมัน ตอนนั้นพี่เสนอคนอื่นก็ไม่เอานังนี่มันน่าจะฮอตในหมู่ผู้ชาย พี่จะลองดูกับมันซะหน่อย”
“พี่คิดจะสร้างค่าตัวให้ทองประกายใช่มั้ย”
“ใช่สิยะ ใครจะเหมือนนั่งโย่งนั่นล่ะ ให้เธอแบบฟรีๆ”
“โธ่พี่...นั่นมันจริงที่ไหน พี่ดาราก็ไปเชื่อหนังสือพิมพ์”
“ฉันเชื่อตัวฉันเอง อย่าให้ฉันจับได้ก็แล้วกัน”
“แล้วพี่จะเอายังไง กับทองประกาย”
“ก็คงต้องขุดมันขึ้นมาก่อน เอามาปัดฝุ่นใหม่ ไปจมดินอยู่ตั้งนานนี่ แต่ปั้นให้เป็นนางเอก คงยาก แต่ถ้าเป็นนางแบบเปรี้ยวๆแรงๆ ก็พอไหว”
โฬมมองดาราอย่างขยะแขยงแต่ต้องพูดดีด้วย
“พี่ดาราของผมนี่ เยี่ยมจริงๆ”
โฬมไซร้ซอกคออีก ดาราเริ่มเคลิ้ม







Create Date : 11 มีนาคม 2555
Last Update : 11 มีนาคม 2555 22:56:23 น.
Counter : 253 Pageviews.

0 comment
ทองประกายแสด ตอนที่ 13 (ต่อ)




ทองดี กับดำเกิงไปเดินเล่นด้วยกัน...

“เดี๋ยวกินข้าวแล้ว จะไปไหนกันอีก”
“แล้วแต่คุณเลย หรือว่าอยากจะกลับไปขลุกกันที่ห้องผมอีก”
ทองดีค้อน
“บ้า ไม่รู้จักพอ”
ทองดีเดินผ่านแผนกเสื้อผ้าเด็กก็นึกถึงไท เลยแวะดู ดำเกิงสงสัย
“ทำไมมาดูเสื้อผ้าเด็กล่ะ”
“ก็เห็นมันน่ารักดี”
“อย่าบอกนะว่าแอบซุกลูกไว้”
ทองดีอึ้ง แล้วทำปกติ
“จะบ้าเหรอ ไปเถอะ หิวแล้ว”
ทองดีเดินออกไป ดำเกิงเดินตาม มุมหนึ่งปาปาราซซี่แอบถ่ายภาพไว้

ค่ำนั้น...ทองดีกลับมาพร้อมถุงข้าวของเต็มมือ บุญเทียมนั่งดูทีวีเช็คข่าวทองดีอยู่ ทองดีพอได้ยินข่าวก็มานั่งดูด้วย
“วันนี้เริ่มด้วยข่าวคู่รักคู่ใหม่ คุณดำเกิงลูกชายสุดหล่อเจ้าของค่ายหนังยักษ์ใหญ่หลังจากที่กลับมาจากนอกอย่างเงียบๆ ก็มีคนเห็นว่าควงคู่กับทองประกาย นางแบบหน้าใหม่ไปช็อปปิ้งกันหนุงหนิงๆ น่าอิจฉาจริงๆ”
ภาพนิ่งในทีวีเป็นภาพดำเกิงเดินโอบเอวทองดีซื้อของในห้าง พิธีกรรายงานข่าวต่อเนื่อง
“ตอนนี้คุณดำเกิงกำลังมีโปรเจคหนังเรื่องแรก แว่วๆว่าจะได้นางแบบตาคมคนนี้มาเป็นนางเอกซะด้วย”
พิธีกรรายงานต่อ
“แต่เอ...ทำไมถึงไปดูของแผนกเด็กกันล่ะคะ สงสัยจัง”
ทองดียิ้ม ชอบใจ
“ข่าวไวชะมัด เดินเล่นตอนกลางวัน ข่าวออกตอนกลางคืน แล้วนี่จะมาขุดคุ้ยว่าฉันท้องหรือเปล่าเนี่ย”
“อุ๊ย ทีงี้มาทำเป็นกลัว ดีนะที่เขาเห็นแค่นี้ ไม่เห็นตอนเข้าโรงแรม ไม่งั้นป่านนี้ได้ดังกว่านี้แน่”
“ไม่ดีเหรอ ดังเร็วๆ จะได้ไม่ต้องเหนื่อยตะเกียกตะกาย”
“ช่างกล้า...นี่ ถ้าหล่อนจะควงไอ้ดำเกิงเย้ยฟ้าท้าโลกอย่างนี้นะ ก็ได้...ฉันก็จะพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส พลิกปลาดุกย่างให้เป็นปลาสำลีเผา”
“คิดแผนอะไรได้อีกล่ะ”
“ก็คิดว่าเธอออกไปเที่ยวกับดำเกิงก็ดีแล้วล่ะ เพราะเธอก็จะได้เป็นข่าวว่าควงหนุ่มไฮโซ ดีกว่าจะเป็นข่าวนางเอกฉาว โดนเขาหลอกฟัน”
ทองดียิ้มเหยียด
“แล้วก็เลยคิดจะขายข่าวฉันให้นักข่าวอีกล่ะสิ”
“แหม มันก็ได้ด้วยกันทั้งหมดแหละย่ะ”
“ไปนอนละ”
ทองดีลุกไป
“เพลียสิท่า แล้วเขาพูดเรื่องหนังมั่งหรือยังล่ะ”
ทองดีอึ้งไปนิดนึง
“ยัง...”
ทองดีเข้าห้องไป บุญเทียมมองตาม ถอนใจ
“ขออย่าให้เป็นอย่างที่คิดเล้ย...เฮ้อ...”

ดำเกิงยิ้มขำ ปิดทีวี ดูข่าวเดียวกับทองดีจนจบ เพื่อนเดินถือกาแฟเข้ามาจากเคาท์เตอร์ครัว
“เดี๋ยวนี้ชักดังแล้วนะเว้ย ทองประกายนี่สวยกว่าคนอื่นๆที่มึงเคยควงเลยว่ะ คราวนี้มึงได้เจอนักข่าวได้แห่มาล้อมหน้าล้อมหลังขอสัมภาษณ์แน่”
“ก็ดีน่ะสิ กูก็ได้ประโยชน์ เพราะตั้งแต่กลับจากนอก ก็ไม่เห็นมีใครรู้ เป็นข่าวควงนางแบบดังอย่างนี้ จะได้ช่วยโปรโมทหนังของกูด้วยไง”
“คุ้มว่างั้น”
ดำเกิงหัวเราะ
“เออ...ไปนอนก่อนนะเว้ย”
ดำเกิงจะเดินไป เพื่อนเรียกไว้
“เฮ้ย เดี๋ยว พรุ่งนี้จะใช้ห้องอีกหรือเปล่าวะ”
ดำเกิงยิ้ม
“เออ มึงก็กลับมาดึกๆละกัน”
“บ่อยเหลือเกินนะมึง เออ...จัดให้”
ดำเกิงยิ้มๆ เข้าห้องไป

วันใหม่...ดำเกิงกำลังเดินเข้าบริษัท นักข่าว 3-4 คนก็รีบเข้ามาดัก
“คุณดำเกิงครับ ขอสัมภาษณ์นิดนึงนะครับ”
“เชิญครับ”
“หนังเรื่องแรกของคุณ จะให้ทองประกายเป็นนางเอกแน่แล้วใช่ไหมครับ”
“อ๋อ ผมยังไม่ได้ฟังธงหรอกครับ ว่าใครจะได้เป็นนางเอก”
“แต่เห็นว่าเขาให้ข่าวว่าได้เล่นชัวร์นี่คะ”
ดำเกิงหัวเราะแหยๆ
“เดี๋ยวต้องคุยกับทีมงานอีกทีครับ ขอตัวก่อนนะครับ”
ดำเกิงเดินหนีไป นักข่าวหันไปคุยกับเพื่อน
“แบบนี้นะ ทองประกายสร้างข่าวเองแหงๆ”
“ได้ยินว่าไอ้ที่มาควงกับคุณดำเกิง ก็เพื่อจะดันตัวเองให้ดังนะ”
“ตามไปสัมภาษณ์ทองประกายดีกว่า”
นักข่าวแยกย้ายกันขึ้นรถ

ทองดีกับบุญเทียมมาถึงหน้างาน สต๊าฟเดินมาต้อนรับ
“สวัสดีค่ะพี่บีบี คุณทองประกาย เชิญแต่งตัวด้านหลังเลยค่ะ”
ทองดีกับบุญเทียมจะไป แต่นักข่าวรี่เข้ามา
“คุณทองประกายคะขอสัมภาษณ์นิดนึงคะ”
บุญเทียมตกใจที่นักข่าวรุมเข้ามา
“ว้าย อะไรกันคะเนี่ย”
“มีข่าวออกมาว่าน้องทองประกายจะได้เล่นหนังกับฟิล์มพีซ เป็นความจริง หรือข่าวโคมลอยกันแน่ครับ”
บุญเทียมเถียงแทน
“อ๊าย...จริงสิคะ ก็พี่น่ะให้ข่าว...เอ้ย ให้ทองเขาเซ็นสัญญาแล้วล่ะค่ะ”
ทองดีบอกไปอย่างซื่อๆ
“หนูได้เล่นแน่ค่ะ แต่ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรก่อน เดี๋ยวให้พี่บีบีกับผู้ใหญ่เขาคุยกันเอง หนูเป็นเด็กก็คงต้องรอทำตามที่ผู้ใหญ่บอก”
บุญเทียมแอบค้อน มึงนั่นแหละไปคุยกับเขาเองทุกอย่าง นักข่าวถามต่อ
“แต่เมื่อชั่วโมงที่แล้วคุณดำเกิงเพิ่งให้สัมภาษณ์ว่ายังไม่ได้ฟันธงว่าใครเป็นนางเอก
นะครับ”
ทองดีเหวอไป
“อะไรนะคะ”
บุญเทียมกระซิบกับทองดี
“เอาแล้วไหมล่ะ ไอ้คุณดำเกิงของเธอน่ะ”
ทองดีทำใจสู้
“หนูได้เล่นแน่นอนค่ะ คุณดำเกิงเขายืนยันกับหนูแล้ว ที่เขาพูดแบบนั้นอาจจะเป็นการสร้างกระแสข่าวให้หนังของเขาก็ได้ ขอตัวก่อนนะคะ”
ทองดีเดินไปหลังเวที แต่ในใจพลุ่งพล่าน โมโหดำเกิง บุญเทียมรีบตามเข้าไป ทองดีหันมาเดือดใส่บุญเทียม
“เจ๊ คุณดำเกิงเขาพูดแบบนี้ได้ยังไง”
“ก็หล่อนไปคุยกับเขายังไงล่ะ ไม่ให้ฉันรู้เรื่องอะไรด้วยก็เชิญเคลียร์กันเองเถอะ”
ทองดีรีบหยิบโทรศัพท์มากดโทรหาดำเกิง
“ทองเหรอ...ว่าไง”
ทองดีตวาดลั่น
“ทำไมคุณบอกนักข่าวว่ายังไม่ได้จะให้ฉันเป็นนางเอก”
“อ๋อ เรื่องนี้เอง ที่ผมให้ข่าวอย่างนั้น ก็เพราะว่าผมอยากให้คนรู้ว่าทองเป็นนางเอกเพราะฝีมือ ไม่ใช่เพราะเป็นแฟนผม ผมเลยไม่อยากออกรับแทน เอางี้ แต่ผมจะให้ทางผู้กำกับ หรือพ่อผมออกหน้าแทนก็แล้วกันนะ”
ทองดีสงบลง หลงเชื่อเขาพูดเสียงหวาน
“จริงนะ”
บุญเทียมฟังอยู่ งงกับท่าทางทองดี
“จริงครับ...ทองจ๋า เดี๋ยวผมต้องเข้าประชุมแล้ว ไว้ค่อยคุยกันใหม่นะ”
ทองดียิ้ม วางสาย บุญเทียมงง
“ยังไงกันเนี่ย ตอนแรกปรี๊ดขึ้นสมอง ไหงตอนนี้อย่างกับโดนล้างสมอง”
ทองดียิ้ม
“ก็โอแล้ว ไม่มีอะไรต้องเคลียร์ เขาให้ข่าวอย่างนั้นเพื่อปกป้องฉัน ไม่อยากให้ฉันดูเป็นเด็กเส้นน่ะ”
ทองดีเดินไปนั่งให้ช่างแต่งหน้าแต่งอย่างอารมณ์ดี บุญเทียมไม่ค่อยเชื่อ
“อ่อ เหรอ...ถ้าจริงก็ดีไป”
ดำเกิง ถอนใจอย่างเซ็งๆ แล้วหยิบซองน้ำตาลซองหนึ่งขึ้นมาจากลิ้นชัก มองดูอย่างใช้ความคิด

เย็นนั้น ทองดีนั่งดูเสื้อผ้าเด็กที่ซื้อมาให้ไท เธอคิดถึงวิไลกับจูน
“ฉันจะดูแลไทให้ดีที่สุดนะวิไล ไม่คิดเลยว่าแกจะไม่อยู่กับฉันแล้ว นังจูนมันก็คงมีความสุขอยู่กับแฟนมัน ฉันคิดถึงพวกแกจัง พวกแกจะรู้ไหมว่าฉันกำลังจะดังแล้วนะ ไม่น่าเชื่อเลยว่าชีวิตของเราสามคนจะต่างกันได้ขนาดนี้”
บุญเทียมเปิดประตูห้องเข้ามา แปลกใจที่เห็นทองดีอยู่ห้อง
“อ้าว ฉันนึกว่าแยกจากอีเว้นท์แล้ว เธอจะไปอยู่กับคุณดำเกิงซะอีก”
“เขาบอกไม่ว่าง ฉันก็เลยไปเดินซื้อเสื้อให้ไท แล้วก็กลับห้องมาเลย”
“ระวังเขาจะเขี่ยทิ้งนะ”
ทองดีมองเคืองๆ
“แช่งเหลือเกินนะ”
ทองดีแอบหวั่นๆ เลยเข้าห้องไปโทรหาดำเกิง บุญเทียมมองตามแล้วบ่น
“แทงใจดำล่ะสิ”
บุญเทียมเดินสะบัดไปเปิดตู้เย็นกินน้ำ ไม่สนใจทองดี

ทองดีโทรหาดำเกิง รอสายอยู่ครู่หนึ่ง สายถูกตัดไป เธอโทรอีก รอครู่หนึ่งก็ตัดอีก โทรอีกครั้ง คราวนี้เสียงรอสายดังตื๊ดเดียว ก็ตัดไปเลย ทองดีใจเสีย โทรอีกครั้ง คราวนี้เป็นเสียงคอมพิวเตอร์บอก “ไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก” ทองดีโกรธ กำโทรศัพท์แน่น เจ็บใจ
ทางด้านดำเกิงประชุมกับทีมงาน
“ตกลงเจนนี่ให้คิวมาแล้วนะครับ เปิดกล้องได้ในเดือนหน้าได้เลย”
ผู้กำกับอึ้งไป
“อ้าว ทำแบบนี้แล้วน้องทองจะไม่เสียใจ แล้วมาต่อว่าเอาเหรอ ได้ข่าวว่าผู้จัดการเขี้ยวมาก พี่กลัวจะเป็นข่าวลบกับหนังเรานะ”
ดำเกิงวางซองสีน้ำตาลบนโต๊ะ
“ผมว่าโชคดีแล้วล่ะที่ไม่เอายัยนี่มาเป็นนางเอก กะหรี่เก่าชัดๆ”
ทีมงานเปิดซองดู ก็เห็นว่าเป็นรูปของทองดีสมัยเต้นโคโยตี้
“พี่แก้ว ส่งมาให้ บอกว่าอยากแก้แค้นพี่บีบี”
ดำเกิงบอกเครียดๆ

เช้าวันใหม่ บุญเทียมกับทองดีกำลังใส่รองเท้าจะออกจากห้อง
“เดี๋ยวไปที่ช่อง 8 คุยเรื่องละครก่อน แล้วไปถ่ายหนังสือ เย็นไปแฟชั่นโชว์ แล้วก็ไม่ต้องนัดดำเกิงล่ะ คิวหล่อนน่ะเต็มไปถึงพรุ่งนี้นะยะ”
“ค่า รู้แล้วค่า ฉันน่ะเห็นเงินดีกว่าผู้ชายอยู่แล้ว”
เสียงมือถือดังขึ้น บุญเทียมกดรับสาย
“ค่า สวัสดีค่ะ...” บุญเทียมอึ้ง “ยังไม่สะดวกจะให้ไปที่ช่องเหรอคะ...ค่ะๆ สวัสดีค่ะ”
“เขาว่ายังไงเหรอ”
“ที่ช่องเขาโทรมาขอยกเลิกการดูตัว”
เสียงโทรศัพท์มาอีก บุญเทียมกดรับ แล้วก็ต้องตกใจ
“หา! แคนเซิ่ลเดินแบบ” พอวาง สายก็เข้าอีก “อะไรนะ ขอเปลี่ยนตัวนางแบบ” บุญเทียมวางสายอย่างหงุดหงิด “อ๊าย อะไรกันเนี่ย”
ทองประกายหน้าเสีย เสียงเตือนจากมือถือดังขึ้นอีก บุญเทียมกดดู แล้วก็ต้องตกใจ ทองดีร้อนใจ
“มีอะไรเหรอเจ๊”
บุญเทียมอ่านให้ฟัง
“นางแบบหน้าใหม่มาแรง แต่เป็นโคโยตี้หน้าเก่าปลดระวางมาก่อน”
ทองดีตกใจ บุญเทียมกดโหลดเป็นรูปทองดีตอนเป็นโคโยตี้ บุญเทียมร้องกรี๊ดทันที
“ไปเปิดทีวีเร็วเข้า”
ทองดีรีบไปเปิดทีวี ข่าวเช้าช่วงบันเทิงกำลังรายงานพอดี
“ข่าวร้อนข่าวแรกวันนี้ นางแบบตาคม ทองประกาย เขาว่าเคยเป็นโคโยตี้ และเด็กนั่งดริ๊งค์มาก่อน มีภาพยืนยันนะคะ”
ภาพในทีวีขึ้นรูปทองดีรูปเดียวกับที่บุญเทียมได้รับ ทองดีทรุดนั่งอย่างหมดแรง
“ทำไมเป็นแบบนี้”
เสียงมือถือดังขึ้น บุญเทียมรับสาย
“รายการคุยมันส์กันเองจะขอสัมภาษณ์ทองประกายเหรอคะ...เรื่องโคโยตี้...ขอโทษนะคะยังไม่สะดวกจะให้สัมภาษณ์ค่ะ” บุญเทียมกดวางสาย แล้วสายเข้าอีก “จีเอฟเอ็มจะขอสัมภาษณ์ทองประกายขอโทษค่ะ น้องไม่มีคิวเลย”
บุญเทียมวางสาย ขณะเดียวกันนั้น มือถือทองดีดังขึ้น เธอกดรับสาย
“สตาร์โซน...ไม่ค่ะ ยังไม่สะดวกจะให้สัมภาษณ์ค่ะ”
ทองดีวางสาย เสียงมือถือบุญเทียมและทองประกายก็ดังขึ้นอีก ทั้งสองตัดสาย แต่สายก็เข้าอีก
“ว้าย ไม่เอาแล้ว” บุญเทียมกดปิดเครื่อง “เธอก็ปิดด้วย ไม่ต้องรับสายใครทั้งนั้น”
ทองดีปิดเครื่องหนีอย่างกลุ้มใจมาก
“ฉันจะทำยังไงดีเจ๊”
“แต่ฉันอยากรู้นักว่าใครทำ”
แต่ไม่ทันขาดคำ มีซองจดหมายไม่ปิดผนึกถูกส่งลอดเข้ามาใต้ช่องประตูบ้าน บุญเทียมเดินไปหยิบแล้ว ดึงกระดาษข้างในซองออกมา แล้วก็ต้องตกใจสุดขีด กรี๊ดลั่น
“อีนังพี่แก้ว”
บุญเทียมเป็นลมล้มลง ทองดีตกใจ
“เจ๊บีบี!”
ทองดีเข้าไปประคองแล้วหยิบกระดาษขึ้นมาดู ตกใจไปอีกคน เมื่อเห็นข้อความ “สมน้ำหน้า” ลงชื่อ “แก้ว” ทองดีอึ้ง เหวอ ทำอะไรไม่ถูก

ผู้กำกับเปิดข่าวจากไอแพดให้ดำเกิงที่นั่งหน้าเครียดดู
“นอกจากเรื่องโคโยตี้แล้วนะ กระแสในเน็ตยังพูดถึงคุณว่าโง่มาก ไปเรียนเมืองนอกมาซะสูง ดันมาโดนผู้หญิงขายตัวหลอก แถมยังมีลูกติดอีกด้วย”
ดำเกิงอ่าน อย่างเจ็บใจ
“ว่าแล้ว สงสัยอยู่เหมือนกัน เจ็บใจชะมัด โดนกะหรี่ต้มได้ไงวะเนี่ย”
“ที่สำคัญเรื่องนี้มันก็ส่งผลกับหนังของเราด้วย คนด่าตั้งแต่หนังยังไม่ออกฉายเลย”
ขณะเดียวกันนั้น มือถือดำเกิงดังขึ้นเขารับสายอย่างหงุดหงิดไม่ได้มองว่าเบอร์ใคร
“ฮัลโหล”
เสียงป๊าเปิดฉากด่ามาเลย
“ป๊าบอกลื้อแล้วใช่ไหมว่าอย่าทำเรื่องอีก ลื้อต้องรีบจัดการเลยนะ ไม่งั้นหนังเราจะไม่มีคนดู แล้วก็อย่าหวังว่าป๊าจะให้ลื้อทำเรื่องต่อไป”
ดำเกิงวางสาย หน้าเคร่งเครียด
“ผมจะไม่ยอมให้ผู้หญิงคนไหนมาถ่วงความเจริญได้หรอก ไม่มีทาง ผมจะจัดการเรื่องนี้เอง”

ดำเกิงจัดแถลงข่าว นักข่าวมากันเพียบ ถ่ายรูปกันพรึ่บพรั่บ
“ผมต้องขอบคุณที่พี่นักข่าวให้ความกรุณามางานแถลงข่าวของผม ผมจะขอบอกทุกคนว่า ผมไม่ได้คบกับทองประกายอย่างชู้สาว แต่ผมยอมรับว่ามีการทาบทามเขามาเป็นนางเอกจริง แล้วมันก็แค่นั้น”
“แต่ก่อนหน้านี้มีคนเห็นคุณสองคนไปเดินช็อปปิ้งกันนี่คะ”
“ก็ไปคุยงาน แล้วก็ไปทานข้าว เขาก็คุยสนุก แล้วก็ดูเป็นคนดี ผมเองก็เป็นเพื่อนกับใครก็ได้อยู่แล้ว แต่หลังจากที่เขารู้ว่าผมติดต่อคนอื่นมาแคสบทนางเอกด้วย เขาก็พยายามมาหาผม แต่คนอย่างผม เรื่องงานมาเป็นอันดับหนึ่ง หวังว่าพี่ๆคงเข้าใจนะครับ แล้วผมกับทีมงานก็เลือกนางเอกคนอื่นอยู่ก่อนแล้ว”
“อย่างนี้หมายความว่า ทองประกายมาเกาะคุณดังหรือเปล่า”
“ถ้าพูดแบบนั้นมันก็จะไม่ดีกับผู้หญิงนะครับ เอาเป็นว่าเราไม่มีอะไรต่อกัน” ดำเกิงพูดหน้าตาเฉย

บุญเทียมกับทองประกายดูทีวีแถลงข่าวสดของดำเกิงอยู่ ทองดีร้องลั่น
“ไอ้เลว นี่มันเท่ากับด่ากันนี่หว่า เจ๊...เราฟ้องมันเลยไหม ไอ้นี่มันเลวชาติจริงๆ ไปจัดการมันเลยเถอะเจ๊”
ทองดีดึงแขน บุญเทียมสะบัดออกอย่างแรง
“โอ๊ย ไปจัดการเองเถอะ ฉันไม่อยากยุ่งด้วยแล้ว ต่อไปนี้ก็ทางใครทางมันเถอะ ขืนทำมาหากินร่วมกันต่อไป คงได้ฉิบหายกันไปข้างนึงแน่ๆ”
ทองดีอึ้ง
“เจ๊บีบี...นี่เจ๊จะทิ้งฉันเหรอ”
“ฉันว่าเป็นทางที่ดีที่สุดแล้วล่ะ กรรมของฉันจริงๆ ที่ไปเอาเธอมาปั้น”
ทองดีพยายามขอร้อง
“เจ๊ อย่าทำอย่างนี้สิ ต่อไปนี้งานฉัน เจ๊จะหัก 30% หรือหักครึ่งนึงเจ๊ก็หักไปเลย แล้วฉันก็จะบอกเจ๊ทุกอย่างด้วยว่าจะไปไหน ทำอะไร เจ๊อย่าทิ้งฉันนะ ฉันกำลังจะดังไม่ใช่เหรอ”
“โอ๊ย...นี่มันดับอนาถแล้วล่ะย่ะ เธอไปซะเถอะ อย่างนี้มันไม่ไหวจะเยียวยาแล้ว จะให้ฉันจับเธอล้างอีกกี่น้ำมันก็ไม่หายคาวหรอก”
“แล้วจะให้ฉันไปไหน จะไปทำอะไร”
“คนอย่างเธอ มันออกจะกร้าน แค่นี้ไม่ตายหรอก เดี๋ยวเธอก็มีที่ไปเองแหละ ได้เงินจากไอ้ดำเกิงมาตั้งเยอะแล้วนี่ ไปหาโรงแรมอยู่เองเถอะ แล้วก็ไปซะเดี๋ยวนี้เลย”
ทองดีเลือดขึ้นหน้า
“เออ ไปก็ได้ คนอย่างแกมันก็ไม่ได้ดีกว่าฉันหรอก เมื่อก่อนทำนาไม่พอกินใช่ไหม ถึงได้มาทำนาบนหลังคนอีก กรรมของฉันต่างหากที่ต้องมาเจอแก อีบุญเทียม!”
ทองดีเดินเข้าห้องปิดประตูปั้ง บุญเทียมอ้าปากค้าง เถียงไม่ออก ได้แต่ร้องกรี๊ดออกมา

ทองดีขนของลงจากแท็กซี่ที่จอดอยู่หน้าโรงแรม คนผ่านไปผ่านมาก็มอง แล้วก็ซุบซิบ แล้วมีหญิงวัยทำงานสองคนเดินมา ทั้งสองคุยกัน
“แกว่าใช่ป่ะ”
“เข้าไปถามเลย”
หญิงสาวคนหนึ่งเข้ามาถาม
“ใช่ทองประกายหรือเปล่า”
ทองดีอึกอัก
“ใช่”
หญิงสาวหันไปซุบซิบกับเพื่อน
“ใช่จริงๆด้วย สวยนะ ไม่น่าเชื่อว่าขายตัวมาก่อน”
หญิงสาวสองคนพากันเดินไป ทองดีอึ้ง ขยับจะด่า แต่ก็ด่าไม่ออก ผู้คนมองเธอเหมือนสัตว์ประหลาด ทองดีรีบขนของเข้าไปติดต่อด้านใน

ทองดีเอาเสื้อผ้าออกจากกระเป๋าด้วยอาการเนือยๆ แต่เก็บกดความรู้สึกเจ็บใจอยู่ข้างใน สุดท้ายก็ระเบิดกรี๊ดออกมาพร้อมทั้งขว้างข้าวของกระจุยกระจาย
“ทำไมฉันต้องเจอแบบนี้ ชีวิตฉันกำลังจะไปได้ดี ทำไมต้องเป็นแบบนี้”
ทองดีนึกอะไรได้ คว้าโทรศัพท์มากด เห็นเป็นเบอร์ดำเกิง เสียงรอสายดังครู่หนึ่ง แล้วสายก็ตัดไป เธอเจ็บใจ โทรใหม่ก็โดนตัดสายอีก โทรอีกก็ตัดอีก ทองดีโมโหจัดขว้างมือถือทิ้ง เครียดมาก
“วิไล จูน ฉันจะทำยังไงดี ฉันไม่เหลือใคร ไม่เหลืออะไรอีกแล้ว” ทองดีหันไปเห็นเสื้อไทที่
ถูกขว้างออกมาพร้อมข้าวของ ก็ไปเก็บมา “ไท...”
ทองดีนึกถึงไท ก็คว้ากระเป๋า แล้วรีบออกไป

ทองดีมาที่ เนอสเซอรี่ เธอยืนมองไทที่นอนอยู่ในเปลอย่างเอ็นดู
“ไท...ฉันจะทำยังไงต่อไปดี” ทองดีอุ้ม และหอมไทอย่างรักใคร่ “ตอนนี้ ฉันเหลือไทอยู่คนเดียวแล้วนะ”
มุมหนึ่ง ปาปาราซซี่แอบถ่ายรูปไว้ได้

วันต่อมา ทองดี ใส่แว่นดำใส่หมวกพรางตัวบุกไปที่คอนโดฯที่พักของดำเกิง พนักงานถามอย่างสงสัย
“มาพบใครคะ”
“คุณดำเกิง”
“คุณดำเกิงสั่งไม่ให้ใครเข้าไปค่ะ”
ทองดีถอดแว่น
“จำฉันไม่ได้หรือไง ฉันเคยมาบ่อยๆ”
พนักงานยิ้มแหยๆ
“จำได้ค่ะ คุณดำเกิงสั่งว่าไม่ให้คุณเข้าไปค่ะ”
ทองดีอึ้ง เจ็บใจ
“ไอ้ดำเกิง”
ทองดีเดินออกไปแค้นๆ
ดำเกิงค่อยๆถอยรถออกมา ทองดีที่แอบซ่อนตัวอยู่กระโดดขวางหน้ารถจนดำเกิงเบรกหน้าคว่ำ

“เฮ้ย...” ดำเกิงเปิดประตูลงมา “เป็นบ้าอะไรวะ มาขวางทำไม”
“เรื่องหนังจะเอายังไง จะมาชิ่งฉันแบบนี้ไม่ได้นะ”
“ข่าวฉาวโฉ่แบบนี้ ผมไม่เอามาเล่นหนังหรอก นี่ก็ไม่รู้จะเอาโรคมาติดหรือเปล่าเป็นกะหรี่มาก่อนก็ไม่บอก”
“แต่ฉันเซ็นสัญญาแล้ว ถ้าแกผิดสัญญา ฉันก็จะฟ้อง”
ดำเกิงหัวเราะ
“ไปอ่านมาใหม่ไป ว่าในนั้นเขียนอะไรบ้าง แล้วนี่” ดำเกิงโยนหนังสือพิมพ์ให้ “ดูซะให้เต็มตา ยังคิดว่าจะมาเล่นหนังได้อีกเหรอ กลับไปเลี้ยงลูกเถอะคุณ”
ดำเกิงเดินขึ้นรถขับออกไป ทองดีเก็บหนังสือพิมพ์ขึ้นมาดู เห็นรูปเธอไปเยี่ยมไทที่เนอสเซอรี่ เด่นกลางหน้า 1

ทองดีรอตำรวจอ่านสัญญาจนจบ
“ฉันแจ้งจับมันได้ใช่ไหมคะ”
“คงไม่ได้หรอกครับ สัญญาฉบับนี้มันไม่สมบูรณ์”
ทองดีอึ้ง ดึงสัญญากลับมา
“ไม่สมบูรณ์ยังไง”
“มันไม่ได้ติดอากรแสตมป์น่ะครับ แล้วที่สำคัญ สัญญานี้ไม่มีพยานเซ็น แล้วยังระบุว่า ผู้ว่าจ้างมีสิทธิ์ ยกเลิกหรือเปลี่ยนตัวผู้แสดงได้”
ทองดีอ่านสัญญา แล้วก็ต้องตกใจ
“อะไรกันเนี่ย มันหลอกให้ฉันเซ็นเหรอเนี่ย”
“คุณไม่รู้เรื่องการเซ็นสัญญาจ้างงานเลยเหรอครับ”
“ไม่รู้ค่ะ”
ทองดีหน้าเสียใจ แต่ไม่ยอมร้องไห้

ทองดีอุ้มไทมาที่การเงิน
“ชำระเงินค่ะ”
“ไม่ทราบว่าจะชำระที่ค้างไว้ของเดือนที่แล้วด้วยหรือเปล่าคะ”
ทองดีกลั้นใจ
“ค่ะ” เธอเปิดกระเป๋าดูเงินที่เหลืออยู่ แล้วหยิบออกมายื่นให้เจ้าหน้าที่เกือบหมดกระเป๋า “เอ่อ...ฉันจะขอรับไทกลับไปเลี้ยงเองด้วยค่ะ”
“ค่ะ เดี๋ยวเชิญติดต่อกับธุรการได้เลยนะคะ”
“ขอบคุณค่ะ”
ทองดีเดินไปทางห้องธุรการ

ทองดีอุ้มไทมานอนบนที่นอน ในห้องที่เธอเช่าไว้ มองอย่างเอ็นดู
“ฉันจะไม่ทิ้งหนูนะ”
ทองดีเล่นกับไท อุ้มและร้องเพลงกล่อมจนไทหลับไปในอ้อมแขน...เวลาผ่านไปไทร้องไห้ผ้าอ้อมเปียก ทองดีเปลี่ยนผ้าอ้อมให้แบบเก้ๆกังๆ ปิดจมูกเหม็น...ทองดีนั่งมองไทหลับบนเบาะ เธอก้มลมจูบแก้มไทอย่างรักใคร่ รู้สึกผูกพันกันมากขึ้น
ทองดีหยิบโทรศัพท์มากดดู
“ขอให้เข้ามาสักงานเถอะ”
เธอถอนใจ เดินไปชงนม แต่นมผงหมด เธอคว้ากระเป๋าตังค์แล้วอุ้มไทออกไป

ทองดีเดินเลือกนมผงอยู่ หญิงสองคนเข็นรถมาเห็นก็ซุบซิบกับเพื่อน
“อุ้ย นี่ไง ทองประกาย ที่เขาว่าขายตัวมาก่อน”
ทองดีชะงัก พยายามไม่สนใจ เลือกของต่อไป
“มีลูกแล้วจริงๆด้วยอ่ะ สงสัยท้องแล้วโดนทิ้ง”
ทองดีหันขวับไปมอง หญิงสองคนหลบตา แล้วทำเป็นเลือกของกันไป แต่ทันใดนั้นเธอก็ได้ยินป้าสองคนที่เพิ่งเดินมาเม้าท์กันอีก
“สวยนะ แต่ไม่น่าขายตัวมาก่อนเลย”
“สร้างภาพเก่งเนอะ ตอนแรกฉันก็ช๊อบชอบ”
“เลี้ยงลูกเลี้ยงหลานให้ดีล่ะ เดี๋ยวโตมาจะเป็นแบบนี้”
ชายสองคนเดินมาอีกด้านก็พูดกันอีก
“เฮ้ย ทองประกายว่ะ เมื่อก่อนกูก็เคยเห็นเขาเต้นอยู่ แต่เสียดายไม่ได้ออฟว่ะ”
“โชคดีแล้วมึง เดี๋ยวก็ได้ติดโรคมาหรอก”
ทองดีทนไม่ไหวด่ากลับ
“เป็นพ่อเป็นแม่ฉันกันใช่ไหม ถึงได้รู้เรื่องฉันดีนัก ถ้าเป็นคนดีกันนัก แล้วทำไมมานินทาด่าคนอื่นกันอย่างนี้ล่ะ” ทองดีมองหน้าผู้ชาย “พวกคุณก็เหมือนกัน เป็นผู้ชายหรือเปล่าถึงได้พูดถึงผู้หญิงได้ทรามขนาดนี้ ฉันไม่รู้หรอกนะว่าพวกคุณเป็นผู้ดีมาจากไหน แต่การที่เห็นคนล้มแล้วกระทืบซ้ำแบบนี้ มันบ่งบอกว่าพวกคุณมีจิตใจที่ต่ำมาก”
ชาวบ้านต่างก็อายหน้าม้าน พยักเพยิดกันออกไป

ทองดีอุ้มไทเข้ามาในห้อง กดล็อคประตู ก่อนจะอุ้มไปนอนที่เตียง เธอมองเด็กน้อยอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ร้องไห้ออกมา
“ไท...ฉันเหนื่อยแล้ว ฉันไม่อยากสู้แล้ว”
ทองดีหยิบยาฆ่าแมลงมา เทใส่แก้ว หยิบขึ้นมาจ้องมองอย่างแน่วแน่ แล้วหันไปมองไทที่นอน

ทองดีนิ่งคิดหนัก มองยาฆ่าแมลงในมือ สลับกับหน้าที่ไร้เดียงสาของไท ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจขว้างขวดยาฆ่าแมลงทิ้ง แล้วกอดไทไว้แนบอก
“ขอโทษนะไท น้าไม่น่าคิดอะไรโง่ๆเลย ถ้าไม่มีไท ชีวิตนี้น้าก็ไม่เหลืออะไรอีกแล้ว”
ทองดีซับน้ำตา จัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าอาบน้ำให้เด็กน้อยอย่างเรียบร้อย เธอนั่งมองด้วยสายตาอ่อนโยน
“นับแต่นี้ต่อไป น้าจะเป็นแม่ของไท จะรักเลี้ยงดูไท ให้ดีที่สุด” ทองดีเงยหน้ามองเบื้องบน “พี่วิไล เป็นกำลังใจให้ฉันด้วยนะ...” ทองดีหันมาพูดกับไท “ไหนเรียกแม่ ซิลูก”
ไทยิ้มให้อย่างไร้เดียงสา ทองดีตะลึงน้ำตาซึม
“ไทลูกแม่...”

ทองดีกำลังอาบน้ำให้ไท เธอมองดูเด็กน้อยเล่นน้ำอย่างมีความสุข เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เธอรีบพาไทขึ้นจากน้ำ แล้ววิ่งไปรับโทรศัพท์
“ทองประกายพูดค่ะ”
“ผมนักข่าวจาก หนังสือซุบซิบสตาร์นะครับ อยากจะขอสัมภาษณ์คุณทองประกาย เรื่องข่าวที่เกิดขึ้น แบบเจาะลึกเลยครับคุณสะดวกหรือเปล่าครับ”
“เอ่อ...ฉันไม่สะดวกค่ะ ไม่อยากพูดเรื่องนี้อีก ขอตัวดีกว่านะคะ”
“แหม...คุณทองประกายไม่อยากแก้ข่าวหรือครับหรืออย่างน้อยพูดความจริงกับเรา เราจะได้เป็นตัวแทนของคุณ เปิดเผยเรื่องราวให้กระจ่างไงครับ”
“อย่าดีกว่าค่ะ ฉันไม่อยากพูดถึงมันอีก”
“ลองไปคิดดูก่อนก็ได้นะครับ ถ้าคุณเปลี่ยนในอยากให้ข้อมูลเมื่อไหร่ ก็ติดต่อ ซุบซิบสตาร์ ได้ทันทีนะครับ”
ทองดีวางหูโทรศัพท์ แล้วถอนหายใจยาว อย่างเหนื่อยหน่าย แล้วหันกลับมาทาแป้งให้ไทหน้าครุ่นคิด ก่อนจะอุ้มไทขึ้นมาเห่กล่อม
“แม่ไม่รู้จะพูดไปทำไม พูดไปก็เหนื่อนเปล่า ใครจะมาเชื่อเรา อย่าไปสนใจมันเลย เดี๋ยวแม่ชงนมให้หนูกินดีกว่าเนอะ”
ทองดีหันไปเปิดกระป๋องนมผง แต่นมใกล้หมดเต็มที่ เธอขูดๆก้นกระป๋องเอามาชงใส่ขวดให้ไทกิน

วันต่อมา...ทองดีมาซื้อนมที่ห้างสรรพสินค้า เธออุ้มไทไว้ในอ้อมแขนเดินเลือกซื้อนมผง คนที่เดินในห้าง ชี้มือไปที่ทองประกายแล้วซุบซิบกัน
“ใช่หรือเปล่าเนี่ย ทำไมดูโทรมจัง ไม่เห็นเหมือนในหนังสือเลย”
“อ้าว...มีลูกแล้วจะเอาอะไรมาสวยได้”
ทองดีหันไปมองแบบสงสัย ลูกค้าคนหนึ่งมองเหยียด
“ดูสิ...ยังมีหน้าหันมามองอีก แหม...กล้าหลอกชาวบ้านขนาดนั้น คงไม่อายหรอกมั๊งเรื่องแค่นี้”
“เนี่ยเห็นมั๊ย คนเรามันอยากดังจนลืมตัว”
ทองดีหันขวับมามองตาเขียว
“ว่างกันมากนักใช่มั๊ย”
ลูกค้าทั้งสองคนหน้าเสีย ทองดีหันไปมองรอบตัวมีแต่คนมุงเต็มไปหมดทุกคนทำหน้ารังเกียจเหยียดหยาม
“เอาเวลาว่างไปทำอะไรที่มันสร้างสรร กว่านั่งนินทาชาวบ้านดีกว่ามั๊ย”
ทองดีขยับตรงไปที่ชั้นวางนม คนที่ขวางอยู่แตกหนีไปคนละทาง ทองดีเครียดมาก

ทองดีอุ้มไทเดินเข้ามาในห้อง อีกมือหนึ่งถือถุงนมเข้ามา เธอปล่อยไทลงนอนในเปลแล้ววางของลง ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งข้างเปล
“ทำไมคนถึงได้ใจร้ายกับเราแบบนี้ เฮ้อ...เราจะทำยังไงต่อไปดีเนี่ย...ไทบอกแม่หน่อยซิลูก”
ทองดีคุยกับไท ก้มหน้ากอดเข่าอย่างท้อแท้ ไทค่อยๆทรงตัวลุกขึ้นยืนเกาะข้างเปล เอื้อมมือมาเกาะมือ ทองดีค่อยๆเงยหน้าขึ้นเห็น ไทยืนยิ้ม ทองดีดีใจ
“ไท หนูยืนได้แล้วหรือ แม่ดีใจจังเลย ไทลูกแม่”
ทองดีกอดไทไว้ในอ้อมกอดแน่น เหมือนต้องการซึมซับกำลังใจ

ดำเกิงโทรศัพท์หาหญิงสาวรายใหม่ที่เขาสนใจอยู่...
“คุณแพทริเซียครับ นี่ผมดำเกิง วันนี้เรามีนัดทานกลางวันด้วยกันนะครับ”
เสียงโทรศัพท์ตัดสายไป ดำเกิงงงคิดว่าสายหลุด โทรกลับไปใหม่ เสียงโทรศัพท์ปิดเครื่องดำเกิงหงุดหงิดมาก
“อะไรกันวะ ทำไมไม่ยอมรับสาย”
เลขาดำเกิงเดินเข้ามาพร้อมกับช่อดอกไม้ในมือ ดำเกิงหันไปมองงงๆ
“อ้าว...ดอกไม้นี่มาได้ยังไง ฉันสั่งให้ส่งไปให้คุณแพทริเซียที่บ้านไม่ใช่หรือ”
“ค่ะ...ส่งไปแล้ว แต่คุณแพทริเซียส่งกลับคืนมา แล้วบอกว่า...”
เลขาอึกอักไม่กล้าบอก
“บอกว่าอะไร พูดไปสิ อ้ำอึ้งอยู่ได้”
“เอ่อ...เธอบอกว่า ต่อไปอย่าติดต่อมาอีก เธอไม่อยากวุ่นวายกับคุณอีกแล้ว เธอไม่อยากใช้...ของร่วมกับผู้หญิงหากินค่ะ”
ดำเกิงโมโหมาก
“อะไรนะ จะบ้าไปใหญ่แล้ว นี่มันอะไรกันวะ อาทิตย์นี้ฉันโดน ผู้หญิงปฏิเสธมา 3 คนแล้ว เซ็งโว๊ย...ไหนบอกว่าข่าวออกไปจะทำให้อะไรดีขึ้นไง แล้วเป็นแบบนี้ได้ไง”
“ตอนนี้ข่าวมันแรงมากนี่คะ คงต้องใช้เวลาซักระยะนึง อีกหน่อยคงซาไปเองแหละคะ”
“อีกหน่อย เนี่ยมันนานเท่าไหร่ล่ะ...ชื่อเสียงฉันป่นปี้เพราะนังทองประกายนั่นคนเดียวแท้ๆ อีบ้าเอ๊ย”
ดำเกิงเดินไปเดินมาใช้ความคิดอย่างหงุดหงิด สักพักก็นึกได้
“ฉันนึกออกแล้ว จะหาวิธีกู้ชื่อเสียงแบบไหน...ไปตามผู้กำกับแล้วก็พีอาร์มาประชุมด่วนเลย”
เลขารีบลนลานออกจากห้องไปทันที ดำเกิงยิ้มร้าย

หนังสือพิมพ์ฉบับที่ลงข่าวดำเกิงพาดหัวพร้อมหนังสือซุบซิบวางอยู่บนโต๊ะ ดำเกิงยืนอยู่ที่หัวโต๊ะสีหน้าจริงจัง
“เราต้องหาทางกู้ชื่อเสียงของบริษัทกลับคืนมาให้ได้”
“ตอนนี้แทบทุกหัวหนังสือ เล่นข่าวเรื่องคุณกับทองประกายทั้งนั้น ตอนนี้เราควรวางเฉยก่อนดีกว่า เพราะถ้าเขาขุดคุ้ยขึ้นมา อาจไม่เป็นผลดีกับบริษัทนะครับ” พีอาร์แนะ
“แต่ผมมีวิธีที่แยบยลกว่านั้น เราต้องสร้างข่าวดีๆ มากลบข่าวเสียๆ”
ผู้กำกับ หันไปมองหน้าพีอาร์
“ข่าวอะไรครับ”
“ผมจะจีบนางเอกเบอร์หนึ่งของวงการ”
ผู้กำกับ ไม่เห็นด้วย
“ผมว่า เราอย่าเรื่องส่วนตัวมาทำลายงานดีกว่า ตอนนี้ที่เราต้องการคือเวลา ให้คนลืมเรื่องนี้ไป อย่าลืมสิครับ คนไทลืมง่าย”
“ต้องใช้เวลาเท่าไหร่ 3 เดือน 5 เดือน หรือว่าปีนึง ผมมิพังยับเยินก่อนเหรอ อย่าขัดผม ผมจะนำเสนอด้านดีของผม ให้คนได้เห็น”
พีอาร์มองหน้า
“แล้วถ้า นางเอกของคุณเขา ไม่ยอมโอเคด้วยล่ะ”
ดำเกิงยิ้ม
“ไม่ต้องห่วง ระดับผมแล้ว คาสโนว่าเรียกพ่อ...”
ดำเกิงมั่นใจมาก พีอาร์กับผู้กำกับหันไปมองหน้ากันแบบอึ้งๆ

ค่ำนั้น เจนนี่เดินเข้ามาในร้านอาหารอย่างสง่า ดำเกิงรีบลุกขึ้นต้อนรับ เจนนี่เดินตรงไปหา เขาเลื่อนเก้าอี้ให้เธอแสดงความเป็นสุภาพบุรุษเต็มที่ เจนนี่เชิดเฉยชา
“ดีใจจังเลยครับ ที่คุณเจนนี่ให้เกียรติผม จะสั่งอาหารเลยมั๊ยครับ”
“อย่าดีกว่าค่ะ ฉันไม่ค่อยหิว”
“เชฟที่นี่ทำอาหารได้ยอดเยี่ยมมากเลยนะครับ เมื่อก่อนแกอยู่อเมริกา ตอนนี้ย้ายมาประจำที่นี่ ลองดูหน่อยดีมั๊ยครับ”
“อย่าเสียเวลาดีกว่า คุณนัดฉันมา มีธุระอะไร จะจีบฉันหรือเปล่า”
“แหม...ผมชอบจัง คุณนี่เปิดเผยมาก” ดำเกิงเอื้อมมือไปจับมือเจนนี่ “แล้วถ้าใช่ล่ะ คุณจะรังเกียจผมหรือเปล่า”
“ไม่รังเกียจ แต่คิดว่า เสียเวลาเปล่า”
ดำเกิงงง
“อ้าว พูดแบบนี้หมายความว่ายังไง”
“ฉันไม่อยากมีความสัมพันธ์กับผู้ร่วมงาน มันดูไม่เป็นมืออาชีพ”
“ไม่มีปัญหา เรื่องแบบนี้ผมแยกแยะได้อยู่แล้ว”
“อย่าทำอะไรโง่เง่าแบบนี้อีกเลย จะบอกให้ ฉันไม่ชอบผู้ชาย มันน่าขยะแขยง”
เจนนี่ลุกขึ้นสะบัดหน้าเดินออกไปทันที ดำเกิงหน้าเหวอ
“อีบ้า...เป็นดี้ก็ไม่บอก...โธ่เว๊ย”

วันต่อมา...ดำเกิงเปิดดูรูปนักแสดงหญิงเพื่อหาเป้าหมายใหม่
“เอาใครดีวะ...ทำไมมันหายากหาเย็นแบบนี้โว๊ย”
เลขาวิ่งพรวดพราดเข้ามาในห้อง หน้าตาตื่น
“อะไรอีกล่ะ ไฟไหม้หรือไง”
“ยิ่งกว่านั้นอีกค่ะ คุณดำเกิงดูนี่ก่อนสิคะ”
เลขากดโทรทัศน์เปิดเปลี่ยนช่องไปดู เห็นเจนนี่กำลังยืนให้สัมภาษณ์อยู่
“เจนนี่ขอเคลียร์ให้ชัดๆเลยนะคะ ว่าจะไม่มีการร่วมงานระหว่าง เจนนี่กับคุณดำเกิงแน่นอน”
“เป็นเพราะเรื่อง ฉาวระหว่างคุณดำเกิงกับ ทองประกายหรือเปล่า ทำให้คุณเจนนี่ตัดสินใจแบบนี้”
“อืมม...เอาเป็นว่า เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ติงมา เจนนี่เป็นเด็ก ก็ต้องรับฟังไว้นะคะ เจนนี่ขอพูดแค่นี้นะคะพี่ขอบคุณพี่ๆทุกคนนะคะ”
เลขากดปิดโทรทัศน์ หันกลับมา ดำเกิงอึ้ง เอามือกุมหัว
“อีบ้าเอ๊ย...แสบนักนะมึง”
ดำเกิงยกโทรศัพท์กดหาเจนนี่ทันที
“คุณทำอย่างนี้ผมเสียหายนะ ผมจะแฉกับนักข่าวว่าคุณเป็นดี้ ดูซิ ใครจะจ้างคุณอีก”
“เชิญเลย ดูซิ...ว่าเขาจะเชื่อใคร ระหว่างคนเน่าฉาวโฉ่อย่างคุณ กับนางเอกที่แสนดีแบบฉัน” เจนนี่โต้กลับ
ดำเกิงกดวางสายอย่างหงุดหงิด ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ดังกระหน่ำทั้งมือถือทั้งโทรศัพท์สำนักงาน ดำเกิงลุกขึ้นดึงปลั๊กโทรศัพท์สำนักงานทิ้ง แล้วนั่งกุมขมับ
“บอกว่าฉันไม่อยู่ ไม่รับโทรศัพท์ทุกสาย เข้าใจมั๊ย”
เลขาลนลานออกจากห้องไปทันที
ทองดีเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ไท เสียงรายการข่าวบันเทิงในทีวีตัดข่าวของเจนนี่มาออกซ้ำ ทองดีนิ่งฟัง
“เจนนี่ถอนตัว สมน้ำหน้า”

เลขานั่งรับโทรศัพท์วุ่นวาย สายแล้วสายเล่า
“ตอนนี้คุณดำเกิงไม่อยู่ ไปต่างประเทศค่ะ อ๋อไม่ทราบกำหนดกลับนะคะ ค่ะ...สวัสดีค่ะ”
เลขาวางหูอย่างเหนื่อยอ่อน
“โอ๊ย...เกือบร้อยสายได้มั๊ง ต้องหางานใหม่แล้วมั๊งเนี่ยฉัน”
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีก เลขาถอนหายใจเฮือก แล้วกดรับ
“สวัสดีค่ะ คุณดำเกิงไม่อยู่ไปต่างประเทศค่ะ ยังไม่ทราบกำหนดกลับ” เลขาสะดุ้งเฮือก “ได้ค่ะ จะตามให้เดี๋ยวนี้แหละค่ะ”
เลขารีบลนลานวิ่งเข้าไปหาดำเกิงในห้องทันที

ขวดเหล้ากองระเกะระกะเต็มโต๊ะไปหมด ดำเกิงเมากรึ่มๆอยู่ที่โซฟา เลขาเปิดเข้ามาตกใจ มองสภาพดำเกิงอย่างกลัวๆกล้าๆ
“คุณดำเกิงคะ โทรศัพท์ค่ะ”
ดำเกิงตวาด
“บอกแล้วไงว่าไม่รับโทรศัพท์ หรืออยากโดนไล่ออก”
“คุณดำเกิงคะ สายไหนไม่รับก็ได้ แต่สายนี้ต้องรับ”
“มันเป็นใคร ทำไมฉันต้องรับ มันใหญ่มาจากไหน”
“คุณพ่อคุณโทรมาค่ะ”
ดำเกิงลุกพรวดขึ้นจากโซฟา หายเมาเป็นปลิดทิ้ง

ดำเกิงมาพบพ่อที่บ้านนั่งคอตกฟังพ่อด่า พ่อตบหัวลูกชายป้าบ
“แล้วเตี่ยจะให้ผมทำยังไงล่ะ ก็ยายนั้นจู่ๆก็ประกาศผ่านสื่อแบบนั้น”
“มันต้องมีเหตุ ปกติเจนนี่น่ะไม่มีข่าวเสียหาย ผู้ใหญ่ในวงการก็เอ็นดู แล้วเขายกเลิกแก ก็แสดงว่า แกต้องมีอะไรผิดปกติ”
“อีบ้านั่นแหละ ผิดปกติ มันเป็นดี้ เตี่ยรู้มั๊ย”
“รู้แล้วทำไม คนอื่นเขารู้กับแกมั๊ยล่ะ”
“ผมจะแฉมัน เอาให้ร่วงไปเลย”
“ทำแล้วได้ประโยชน์อะไร ใครจะเชื่อแก ฉันเองยังไม่อยากเชื่อเลย”
“โธ่เตี่ย เตี่ยต้องช่วยผมนะ ไม่งั้นคราวนี้ผมจบเห่แน่”
“เฮ๊ย...ไม่เกี่ยวกันโว๊ย...ตะก่อน ฉันสร้างหนัง สร้างตัวได้ ไม่เห็นต้องมีพ่อมาช่วยเลย แกก็ต้องทำได้เหมือนกัน เพราะถ้าแกทำไม่ได้ ฉันไม่เอาแกไว้แน่ และต่อไปนี้ ฉันจะไม่ช่วยแกอีกแล้วผลาญจนบริษัทเกือบเจ๊ง ไปหาเงินใช้เอาเองแล้วกัน ฉันสร้างมันมากับมือ แต่จะมาให้แกเอาตีนลบมันเหรอ ห๊า...”
ยิ่งพูดเตี่ยยิ่งโมโห เบิร์ดหัวลูกต่อ
สองสาวไฮโซ นั่งดูรูปทองดีที่ร้านดารา
“ทองประกาย นางแบบที่เค๊าว่า ขาย...ใช่มั๊ย”
เพื่อนไฮโซซุบซิบ
“ใช่นะ ตายแล้วคุณดารา เอารูปผู้หญิงแบบนี้มาโชว์ไว้ได้ยังไงคะ”
ดาราทำเป็นตกใจ
“อุ๊ย ขอโทษทีค่ะ คุณพี่ รูปแฟชั่นล๊อตเก่า เด็กๆเขาลืมถอดตายจริง เลือกคนผิดมาทำงานด้วย น่ากลัวค่ะ”
ไฮโซนางหนึ่งเห็นด้วย
“นั่นสิคะ เห็นว่าเป็นพวกโคโยตี้ พวกเด็กไซ้ไลน์ ร้านคุณดารา จะพลอยเสียชื่อไปด้วยนะคะ”
“จริงค่ะ อ้าวชุดมาแล้วค่ะ จะลองก่อนมั๊ยคะ”
เพื่อนไฮโซยิ้มแย้มให้ดารา
“ไม่ต้องหรอกค่ะ เชื่อฝีมือคุณดาราอยู่ พี่จะรีบกลับไปแต่งตัว ใส่ชุดคุณไปงานคืนนี้ค่ะ”
ดาราหันไปถามเจ้าสัว
“เจ้าสัวไปด้วยรึเปล่าคะ”
เมียไฮโซรีบบอก
“คนนี้น่ะ เขาไม่ชอบออกงานหรอก อุตส่าห์มากับพี่นี่ก็ถือว่าเป็นบุญแล้ว ชวนไปไหนก็ไม่ไป”
เจ้าสัวยิ้มให้ หยิบหนังสือที่มีรูปทองดีขึ้นมาดูแล้ววางลง ก่อนจะเดินออกไป

ดารากำลังจัดแต่งเสื้อผ้าอยู่ โทรศัพท์ดังขึ้น พอเห็นเบอร์ก็กดรับ
“ฮัลโหล เจ้าสัวเองเหรอคะ มีอะไรให้ดารารับใช้คะ...อุ๊ย...ทองประกายเหรอคะ เจ้าสัวสนใจเหรอคะ...แต่ชื่อเสียงของทองประกายไม่ดีสักเท่าไหร่นะค่ะ ถ้าเป็นน้องๆคนอื่นๆ ดาราไม่ขัดเลยค่ะ เอ่อ...ค่ะได้คะ ถ้าเจ้าสัวยืนยันว่ายังไงก็ยังต้องการ ทองประกาย ดาราก็ยินดีติดต่อให้ค่ะ ทำได้ซิค่ะ มีน้องคนไหนที่เจ้าสัวต้องการแล้วดาราติดต่อให้ไม่ได้บ้างละคะ...คะ ยินดีรับใช้คะท่าน...”
ดารากดวางสาย ครุ่นคิด แล้วยักไหล่ ช่างมันฉันไม่แคร์
พนักงานกำลังวุ่นวาย เปลี่ยนชุดให้หุ่น ดาราถือโทรศัพท์มือถือ พยายามกดหาทองดี ขณะที่เธอนอนหลับอยู่ข้างๆเปลไท ไม่ได้ยินเพราะเธอเปิดระบบสั่นไว้ ดารากดปิดโทรศัพท์ ถอนหายใจ หงุดหงิดติดต่อทองดีไม่ได้
“นี่หล่อนไปตายอยู่ที่ไหนยะแม่ทองประกาย เอาเงินมาให้ดันไม่รับโทรศัพท์อีก ดี...ฉันจะเสนอคนอื่น”
ดาราเชิดใส่วางโทรศัพท์ลงกับโต๊ะหัวเสีย เธอจะเดินไปแล้วชะงัก
“ลองอีกทีน่ะ”
ดาราเดินมาหยิบโทรศัพท์กดอีกครั้ง ทองดีสะดุ้งตื่น งัวเงียหยิบโทรศัพท์มาดู ก่อนจะกดรับ
“ฮัลโหล”
“ทองประกาย นี่ฉันเอง”
"พี่ดาราเหรอคะ”
ทองดีสดชื่นขึ้นคิดว่าจะได้งานเดินแบบ ถ่ายแฟชั่น
“ใช่...พี่มีงานให้เธอทำ มาหาพี่หน่อยนะ เดี๋ยวนี้เลย”
ดาราพูดจบกดปิดโทรศัพท์ทันทีเพื่อไม่ให้ทองดีถามอะไร

ดาราหน้าตายิ้มแย้มแบบไม่จริงใจ ตาไม่ยิ้มด้วย เมื่อทองดีมานั่งอยู่ตรงหน้า
“พี่รู้ว่าเธอกำลังเดือดร้อน พี่เลยอยากจะช่วย งานการหดหายหมดเลยสิ”
“แล้วพี่มีงานอะไรคะ เดินแบบ หรือว่าถ่ายแบบ”
“งานดูแลคน”
ทองดีงง
“ดูแลคน”
“ใช่ เจ้าสัวปั้น รวยมาก แต่ขี้เหงา เธอก็แค่ดูแลเอาอกเอาใจเจ้าสัว ไปทานข้าวด้วย ไปเที่ยวกัน”
ทองดีเริ่มไม่พอใจ
“ขอบคุณค่ะ แต่ฉันไม่เดือดร้อน จนถึงกับต้องขายตัว ถ้าไม่ใช่ตามฉันมาเรื่องงานแฟชั่น งั้นฉันกลับนะคะ”
“ฟังให้จบก่อนดีมั้ย แล้วค่อยปฏิเสธฉัน คบคนแก่น่ะ ไม่บุบสลายหรอก แล้วมันก็ไม่ใช่ขายตัว เพราะถ้าเธอทำให้เจ้าสัวเอ็นดูได้ เขาก็จะเลี้ยงเธออย่างจริงจัง เธอก็จะสุขสบาย มีเงินใช้ มีรถขับ”
ทองดีเงียบคิดตาม ดารารุกต่อ
“ไปคิดดูดีๆ วัยสาวมันอยู่กับเราไม่นาน ตอนนี้ยังมีคนต้องการ...อยากมีชีวิตแบบไหนล่ะ สุขสบาย หรือลำบาก ถ้าสนใจก็โทรหาฉันนะ แต่อย่านาน เดี๋ยวเจ้าสัวรอไม่ไหวจะเปลี่ยนใจ”
ทองดีไม่พูดอะไรจะเดินออก
“อ้อ...ถ้าเธอยังอยากจะเป็นนางแบบ ฉันช่วยให้เธอกลับมาดังได้นะ”
ทองดีอึ้งๆ เดินออกไป ดาราพูดไล่หลัง
“ก่อนมาเป็นนางแบบ ก็เป็นโคโยตี้มาก่อน อย่าบอกนะว่าแกไม่เคยขาย”






Create Date : 11 มีนาคม 2555
Last Update : 11 มีนาคม 2555 22:55:22 น.
Counter : 223 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  5  6  7  

มิกัง
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]