All Blog
มือปราบพ่อลูกอ่อน ตอนที่ 15 อวสาน (ต่อ)



รถยนต์ของสุขสันต์ชนต้นไม้อย่างแรงจนจอดสนิท ควันลอยขึ้นโขมง แพรวพิลาศโดนกระแทกอย่างแรงศีรษะแตกแน่นิ่งไป ส่วนสุขสันต์ค่อยๆ ได้สติฟื้นคืน เขารีบส่องกระจกเพื่อดูหน้าตัวเองทันที

“เลือด..ไม่ๆๆ ดั้งจมูกชั้นต้องไม่เป็นอะไร..ฮึ่ย ชั้นต้องไปทำหน้าที่เกาหลีอีกแล้ว” สุขสันต์บ่นรีบกระเซอะกระเซิงลงจากรถไปเปิดประตูเพื่อดึงจีจ้าออกมา “ชั้นต้องไปเกาหลี ชั้นจะไม่ยอมติดคุก ไม่มีทาง”
สุขสันต์กำลังจะหนีไป แต่แล้วก็ต้องผงะเพราะจตุพลมาขวางอยู่
จตุพลถือปืนเข้ามาขวางพร้อมพูด “แกไม่ติดคุกหรอก”
“เอ่อ..แก..ปืน..ปืนอยู่ไหน” สุขสันต์มองหาแล้วเห็นว่าปืนตัวเองกระเด็นหล่นอยู่ในรถ “เอ่อ ไอ้จตุพล..อย่านะ..” สุขสันต์ลนลานแล้วหาทางเอาตัวรอด “แกเห็นนี่มั้ย เด็กหน้าใสผิวมีคอลลาเจน..แกจะยิงได้ลงคอเหรอวะ”
“แกมันน่าสมเพชจริงๆ..เอาเด็กมาบังหน้า..แกคิดว่าชั้นไม่กล้ายิงเหรอ” จตุพลตั้งท่าพร้อมยิง
สุขสันต์หน้าซีด “อย่า”
กริสน์กับพิมมาดาวิ่งเข้ามาพอดี
“อย่ายิง!!! เด็กไม่เกี่ยวอะไรด้วย อย่ายิง” กริสน์ตะโกนบอก
“จีจ้า..จีจ้าหมดสติไปแล้ว..เอาหลานชั้นมาเดี๋ยวนี้นะ” พิมมาดาสั่ง
“ไอ้กริสน์ จัดการมันสิเว้ย หรือแกอยากให้มันยิงหลานแกไส้ทะลัก..จัดการมัน แล้วชั้นจะคืนเด็กให้” สุขสันต์พยายามเอาตัวรอด
“อย่าขยับ!! ยังไม่ถึงคิวแก” จตุพลบอก
“จตุพล..ชั้นรู้ว่าแกแค้นมัน ชั้นก็แค้น เรามาร่วมมือกันดีกว่า เราสองคน รุมตื้บมันให้หน้ามันแหกไปเลย สนุกกว่าเยอะ เชื่อดิ” กริสน์ยุ
“เฮ้ย!! ไอ้กริสน์” สุขสันต์เริ่มกลัว
“อย่าทำจีจ้า!” พิมมาดาร้องบอก
“คนอย่างแกสมควรตายแล้วไอ้สุขสันต์” จตุพลพูด
“อย่า!” กริสน์ร้องลั่น
จังหวะนั้น พิมมาดาปาก้อนหินขนาดพอเหมาะไปโดนหัวจตุพลเต็มๆ จนจตุพลชะงักยกมือขึ้นกุมหัว กริสน์พุ่งเข้าไปผลักปืนในมือจตุพลขึ้นชี้ฟ้าทำให้กระสุนลั่นขึ้นฟ้าดังเปรี้ยง!
กริสน์กับจตุพลยื้อแย่งปืนกัน กริสน์เข่าใส่มือจตุพลจนปืนหล่นไปอีกด้าน แล้วกริสน์ก็เข้าปล้ำจตุพลเพื่อให้ออกห่างปืน สุขสันต์ฉวยโอกาสที่ทั้งสองตะลุมบอนกันอุ้มจีจ้าวิ่งหนีไป พิมมาดาเห็นก็รีบตามสุขสันต์ทันที

สุขสันต์อุ้มจีจ้าวิ่งหนีขึ้นมาบนสะพาน พิมมาดาวิ่งไล่ตามมาติดๆ “คุณสุขสันต์ เอาจีจ้ามา!”
พิมมาดาวิ่งเข้าไปถึงตัวแล้วก็พยายามจะแย่งจีจ้ามา
“ไหนคุณบอกว่ารักเด็กไง นี่คุณกำลังจะฆ่าจีจ้านะ..ปล่อยจีจ้า!” พิมมาดาดึงตัวจีจ้าแรงขึ้น “ปล่อย!”
“อย่ายุ่งได้มั้ย!” สุขสันต์ตะคอกแล้วสะบัด ก่อนจะผลักพิมมาดาออกไป
“มือก็สากยังจะมาจับแขนชั้นอยู่ได้” สุขสันต์พูดอย่างรำคาญ
“คุณสุขสันต์..ชั้นขอร้องล่ะ คืนจีจ้าให้ชั้นเถอะนะ..ที่ผ่านมาชั้นก็ดีกับคุณมาตลอด คุณสงสารชั้นเถอะนะ” พิมมาดาอ้อนวอน
“หยุดพูดมากซะที..ชั้นอดทนกับเธอมามากเกินพอแล้ว ยัยผู้หญิงผมแตกปลาย ผู้หญิงอะไรวะ ปล่อยให้ผมแห้งชี้ฟูต่อหน้าผู้ชาย ไม่รู้จักดูแลตัวเอง....เวลามองหน้าเธอแต่ละที ชั้นต้องฝืนใจแทบแย่ รู้บ้างหรือเปล่า ผู้หญิงอย่างนี้ใครจะไปรักเข้าไปลง”
“คุณสุขสันต์” พิมมาดาโมโห
“ไป๊ ไม่ต้องมายุ่งกับชั้น” สุขสันต์ทำท่าจะไป
พิมมาดาตะโกนสุดเสียง “เอาจีจ้ามา!”
-พิมมาดาตรงเข้าไปยื้อยุดจีจ้าเอาไว้ไม่ยอมให้ไปง่ายๆ

กริสน์ถูกจตุพลชกคว่ำไป “ไอ้สุขสันต์” จตุพลมองหา แต่ก็ไม่เจอ “หน็อย” จตุพลตามเข้าไปเตะกริสน์ซ้ำ “เพราะแก มันหนีไปแล้ว..แกอยากตายก่อนใช่มั้ย..ห๊า!!..ได้..ชั้นจะจัดแพ็คเกจให้”
จตุพลกำลังจะไปหยิบปืนที่หล่นอยู่ แต่อยู่ๆรถตำรวจมากมายก็แล่นเข้ามาจอดบริเวณนั้น พวกตำรวจรีบเปิดประตูพร้อมกับถือปืนเล็งไปที่จตุพลในลักษณะพร้อมยิง จตุพลถึงกับผงะ
เสียงประกาศของตำรวจดังขึ้น “นายจตุพล..ยกมือขึ้น ยอมมอบตัวซะ”
“พวกแก..” จตุพลโมโห
ตำรวจนายหนึ่งกระซิบกับลูกน้อง “ถ้ามันหยิบปืน..เหนี่ยวเลย”
พวกตำรวจกำลังรอคำสั่งยิง อยู่ๆ อธิปกับเดชก็ลงมาจากรถตำรวจ ทั้งสองเข้ามาคว้าปืนจากมือตำรวจคนนึง แล้วเดินตรงเข้าไปหาจตุพลทันที
“ไอ้จตุพล!” อธิปเดินตรงเข้าไปหาจตุพล
เดชรีบเข้าไปห้ามพวกตำรวจ “อย่ายิงๆๆ เสี่ยอธิปใจนักเลงพอ ไม่ยิงคนมือเปล่าหรอก ใจเย็นๆก่อน เชื่อผม”
พวกตำรวจมีท่าทางอึกอักเหมือนดูเชิงว่าอธิปจะทำอะไร
“อากู๋.” จตุพลเรียก
“อย่างแกมันต้องเจอกับชั้น” อธิปบอก
“พิมมาดา.” กริสน์พยายามมองหา แต่ก็ไม่เจอ
“กริสน์..ตามไปช่วยคุณพิมไป..ทางนี้ชั้นจัดการเอง” อธิปบอก แล้วกริสน์ก็รีบวิ่งแยกออกไป อธิปหันมาสั่งจตุพลทันที “หยิบปืนขึ้นมา..แล้วแกกับชั้น มาดวลกันให้มันแบบตะวันเดือด”
จตุพลได้ยินก็มีท่าทีกระหยิ่มขึ้นมา “หึๆๆ ได้....ผมเป็นหมาก”
“ชั้นเป็นโป๊ป” อธิปยิ้ม
จตุพลหยิบปืนขึ้นมาแล้วเผชิญหน้ากับอธิป เหมือนหนังคาวบอยกำลังจะดวลปืนกัน

พิมมาดายังพยายามยื้อสุขสันต์เอาไว้ สุขสันต์ผลักพิมมาดาอย่างแรงจนพิมมาดาล้มหัวไปฟาดกับขอบสะพาน เลือดไหลอาบ พิมมาดาอึ้งที่เห็นว่าเลือดตัวเองไหล
“ไม่ต้องมาจ้อง หัวแตกแค่นี้ทำงง เวลาชั้นดึงหน้า เจ็บกว่าอีก” สุขสันต์บอก
กริสน์วิ่งเข้ามาพอดี “คุณพิม!!..แก..ไอ้สุขสันต์!” กริสน์แค้น “ถ้าจีจ้าเป็นอะไรไป ชั้นฆ่าแกแน่!”
“หึๆๆๆ ไอ้กริสน์..แกพูดยังกับว่าไอ้เด็กแสบเนี่ยเป็นลูกสาวแกเลยวะ ไม่ยักรู้ว่าแกรักเด็กด้วย..โห้ว งั้นแกก็คงจะรักยัยผมแตกปลายชี้ฟูกระด้างด้วยสินะ..เหมาะสมกันดี แม่หัวกาบมะพร้าว กะพ่อหน้ากร้านแดด”
“จับเด็กเป็นตัวกันชน แกไปหากระโปรงมานุ่งได้แล้ว” กริสน์ว่า
“ไอ้กริสน์” สุขสันต์โมโหจึงจับจีจ้าขึ้นมาแล้วเลื่อนมือมาที่คอจีจ้าทันที “คิดว่าชั้นโง่เหรอ..กะให้ชั้นปล่อยเด็กชั้นแล้วสู้กับแกเหรอ แล้วไง ต่อให้ชนะ พวกตำรวจก็มาซิวชั้นอยู่ดี”
“แล้วแกต้องการอะไร”กริสน์ถาม
“ชั้นต้องการลี้ภัยไปต่างประเทศ ตำรวจต้องไม่ออกหมายจับ ไม่มีการส่งผู้ร้ายข้ามแดน...อะไรก็ได้แต่ไม่เข้าคุก!”
“เรื่องนี้ ชั้นตอบไม่ได้ ชั้นไม่มีอำนาจตัดสินใจ” กริสน์บอก
“แกทำไม่ได้เหรอ!” สุขสันต์บีบคอจีจ้าพร้อมยื่นตัวจีจ้าออกไปนอกสะพาน “งั้นไอ้เด็กนี่ก็คงไม่รอด!”
“จีจ้า!” พิมมาดาตกใจ “อย่านะคุณสุขสันต์..ชั้นไหว้ล่ะ อย่าทำจีจ้าเลย”
“ไอ้กริสน์..เพราะแกคนเดียว..ถ้าแกไม่แทรกซึมเข้ามาสืบเรื่องของชั้น ป่านนี้ชั้นก็ได้เป็นรัฐมนตรีไปแล้ว.. แกทำให้ชีวิตชั้นพังพินาศ แกต้องชดใช้!!..เอาชีวิตของแกมาแลกกับเด็กคนนี้”
กริสน์ได้ยินถึงกับอึ้ง สุขสันต์ถามต่อ
“แกจะโดด หรือจะให้เด็กคนนี้โดดแทน ก็เลือกมา”
พิมมาดายืนอึ้ง
“ถ้าชั้นโดด แกจะปล่อยจีจ้าแน่ใช่มั้ย” กริสน์ถามย้ำ
“หนึ่ง..สอง..” สุขสันต์เริ่มนับ
“ได้ ชั้นจะโดด!” กริสน์บอก
กริสน์ตัดสินใจแน่วแน่ เขาปีนขึ้นไปบนขอบสะพาน ลมตีหน้ากริสน์ทำให้ตัวเขาโคลงเคลง
“นายกริสน์” พิมมาดาเริ่มทำอะไรไม่ถูก
กริสน์ยืนอย่างหวาดเสียว
“แกจะโดดลงไปเอง หรือจะให้ชั้นช่วยถีบ” สุขสันต์ถาม
“คุณพิม..ฝากดูแลเด็กๆด้วย” กริสน์พูดแล้วหันมาหาสุขสันต์ “ชั้นหวังว่าแกจะไม่ผิดคำพูด” แต่แล้ว กริสน์ก็ต้องชะงัก เพราะเขามองเห็นแพรวพิลาศถือปืนเดินเข้ามาทางด้านหลังสุขสันต์ กริสน์ตะโกนลั่น “อย่า!”
แพรวพิลาศไม่ฟังเสียงเพราะแค้นอย่างสุดขีด เธอลั่นไกยิงสุขสันต์จากด้านหลังทันที
“โอ๊ย!” สุขสันต์ร้องลั่น
กระสุนเข้าที่หัวไหล่ของสุขสันต์จนสุขสันต์ล้มลงไป จีจ้าหลุดมือตกไปกับพื้นสะพาน
“จีจ้า!” กริสน์ร้องลั่น ทันใดนั้นเขาก็เสียหลัก เท้าไถลเหมือนจะร่วงหรือไม่ร่วงแหล่ กริสน์พยายามทำมือกวักอากาศ
“นายกริสน์!” พิมมาดาร้องเสียงหลง เธอวิ่งจะเข้าไปจับ แต่กริสน์ก็ร่วงลงไปเสียก่อน

อธิปและจตุพลยืนเผชิญหน้ากัน ต่างฝ่ายต่างทิ้งแขนไว้ข้างลำตัวและถือปืนไว้ในมือ ทั้งสองจ้องตากันเขม็งและรอจังหวะ
เดชมองอย่างลุ้นๆ เผลอเอามือตำรวจใกล้ตัวมากุมแล้วจิกแน่น อธิปกับจตุพลจ้องตากันแทบไม่หายใจ
ทันใดนั้นก็มีเสียงฝูงนกบินแตกฮือ จตุพลไวกว่าอธิป เขายกปืนขึ้นมาควงแล้วยิงปังๆ ทันที อธิปถูกยิงเข้าที่อกและเซไปตามแรงกระสุน แต่เท้าของเขายันไว้แบบไม่ยอมล้มพร้อมกับยิงสวนออกไป ทั้งคู่ยิงกันจนหมดแม็ก
จตุพลถูกยิงเข้าที่ขาทั้งสองข้าง เขาร้องลั่นและล้มไม่เป็นท่าทำให้ปืนกระเด็นหล่นไป
อธิปตรงเข้ามาเอาปืนจ่อจตุพล “แกตายแล้ว”
“ที่เค้าลือกันว่า อากู๋ฟันแทงไม่เข้า เป็นเรื่องจริงเหรอเนี่ย” จตุพลพูดเสียงซึมๆ
“หึๆๆ” อธิปเปิดให้ดูเสื้อเกราะที่อยู่ข้างใน “ของขลังของตำรวจเค้า ทุกอย่างมันอยู่ที่สมองและความศรัทธา หึๆๆ..ถึงเวลาที่แกต้องไปรับกรรมของแกแล้ว..คนที่อกตัญญูกับผู้มีพระคุณ ก็ต้องมีจุดจบอย่างนี้”
เดชดีใจรีบวิ่งเข้ากอดอธิป “โป๊ปชนะแล้ว ญาญ่าปลื๊มปลื้ม” เดชหันไปสั่งตำรวจ “เอ้า ไปจับมันสิ ไปๆๆ ชักช้าเดี๋ยวสั่งย้ายให้หมดเลย”
“แล้วไอ้กริสน์ล่ะ!” อธิปถาม

พิมมาดาวิ่งมาที่ขอบสะพาน “นายกริสน์”
พิมมาดาก้มลงไปมองเห็นกริสน์กำลังเกาะขอบสะพานเอาไว้
“ผม..ไม่เป็นไร..ยังไหว”
กริสน์กำลังจะร่วง แต่พิมมาดาคว้ามือพยายามดึงกริสน์ขึ้นมา ส่วนแพรวพิลาศถือปืนจ่อสุขสันต์อยู่
กริสน์ปีนเกาะขอบสะพานขึ้นมาได้ พอเห็นแพรวพิลาศก็รีบตะโกนห้าม “คุณแพรว..อย่ายิง!” กริสน์พูดกับพิมมาดา “พิม คุณไปดูจีจ้าก่อน”
แพรวพิลาศอยู่ลักษณะเหมือนคนสติแตก ทั้งเสียใจและแค้นปนกัน
“ไอ้คนเลว..ใจคอแกจะทำลายชั้นกะพ่อให้เละไปกะแกด้วย ใช่ไหม”
“แพรว ที่ผมทำ..ก็เพื่อเราสองคนนะ ผมอยากให้คุณมีความสุข” สุขสันต์อ้าง
“หยุดพล่ามได้แล้ว!!!!! แกมันเป็นผู้ชายที่สะตรอเบอร์รี่ที่สุดในโลก..ทำไม..ทำไมต้องทำกับชั้นอย่างนี้ ชั้นทำผิดอะไร” แพรวพิลาศพูดอยู่ดีๆ ก็เผลอทำปืนลั่น
สุขสันต์หดขาทันทำให้กระสุนเฉี่ยวไปอย่างหวุดหวิด สุขสันต์ถึงกับหน้าซีดเพราะกลัวตาย
“ชั้นบินไปเกาหลีทุกเดือนๆ ซื้อครีมหน้าเด้งมาโบ๊ะให้แก..พาแกไปเหลากราม ตัดไขมันส่วนเกิน ทำโบท็อกซ์ ฉีดคอลลาเจนเข้าหน้า..จนแกหน้าตึงใสเปรี๊ยะ แล้วแกทำกับชั้นยังงี้ได้ยังไง!! ไอ้เลว!!” แพรวพิลาศด่าเป็นชุด
กริสน์รีบเข้าไปปราม “คุณแพรว”
แพรวพิลาศตวาด “อย่าเข้ามา!!! ชั้นจะฆ่ามัน ถ้าหน้าใสแล้วเลวยังงี้ ก็อย่าอยู่เลย!”
“ถ้าคุณยิงนายสุขสันต์ตาย คุณจะมีความผิดนะคุณแพรว....สู้ปล่อยให้ตำรวจจัดการดีกว่า..นายสุขสันต์จะได้ให้การตามความเป็นจริง ว่าเค้าหลอกใช้คุณกับพ่อ ..คุณกับพ่อจะพ้นข้อกล่าวหา..พรรคก็จะได้พ้นมลทิน เชื่อผมนะคุณแพรว อย่าให้อารมณ์โกรธชั่ววูบ ทำทุกอย่างพังเลย”
แพรวพิลาศร้องไห้และตัวสั่น กริสน์ค่อยๆเข้าไปใกล้จนปลดปืนออกจากมือแพรวพิลาศได้
พิมมาดาพยายามปลุกจีจ้าแต่หลานสาวยังไม่ฟื้น
พิมมาดาตะโกนบอกกริสน์ “กริสน์..ช่วยด้วย..จีจ้า..จีจ้าไม่หายใจ!”

หน้าห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล หมอ และเหล่าพยาบาลกำลังช่วยกันเข็นเตียงจีจ้าเข้าไปในห้องอย่างเร่งด่วน กริสน์กับพิมมาดาวิ่งตามมา พิมมาดาเข่าอ่อนถึงกับนั่งทรุดตัวอยู่กับพื้นหน้าห้อง น้ำตาของเธอไหลออกมา ท่าทางของเธอซึมเศร้าคล้ายคนจิตตก
“คุณพิม..” กริสน์พยายามเรียก
“จีจ้า. พิมมาดาเริ่มมีหวัง “จีจ้าจะ.ปลอดภัยใช่มั้ย”
กริสน์ลงไปนั่งข้างๆ “คุณพิม..คุณอย่าเพิ่งคิดอะไรไปเองเลยนะ ทำใจสบายๆ..จีจ้าจะต้องปลอดภัย เชื่อผมสิ
“ชั้นรับปากพี่พลอยเอาไว้ว่าจะดูแลหลานๆให้ดี แต่ชั้นก็ทำไม่ได้”
“คุณพิม..คุณทำทุกอย่างดีที่สุดแล้ว อย่าโทษตัวเองเลย” กริสน์ปลอบใจ
“ถ้าชั้นเชื่อที่พวกเด็กๆพยายามจะบอกแต่แรกว่าคุณสุขสันต์เป็นคนไม่ดี ทุกอย่างก็คงไม่เป็นอย่างนี้ แต่เพราะชั้นดื้อด้านเอง เพราะชั้นอยากมีคนดูแล แล้ว..แล้วเค้าก็ดูสมบูรณ์แบบมาก..ทั้งหมดมันเป็นเพราะชั้น..ชั้นมันแย่ที่สุด”
“พอเถอะ..ถ้าจะมีใครผิด ก็ต้องเป็นผม ที่เลือกคุณเป็นนกต่อในการสืบคดี..ไม่เกี่ยวกับคุณ”
ทันใดนั้น เค้ก เต๋า และเต้ยก็วิ่งนำแจ๊สกับโจ๊กเข้ามา แจ๊สกับโจ๊กมองเห็นก็ตะโกนเรียก “น้าพิม!”
แจ๊สกับโจ๊กวิ่งเข้ามากอดพิมมาดา แล้วทั้งหมดก็ร้องไห้ด้วยกัน
“น้าพิม จีจ้าจะเป็นอะไรมั้ย” โจ๊กถาม
“จีจ้าจะปลอดภัยใช่มั้ย จะไม่เป็นเหมือนพ่อกับแม่..ใช่มั้ยน้าพิม น้ากริสน์ แจ๊สไม่ยอมให้จีจ้าเป็นอะไรนะ”
พิมมาดากับกริสน์ไม่มีคำตอบให้ ทั้งคู่กอดเด็กๆเอาไว้ ขณะที่เค้ก เต๋า และเต้ยได้แต่ยืนมองแล้วรู้สึกสะเทือนใจไปด้วย

จีจ้านอนนิ่งอยู่บนเตียงในห้องพัก มีสายเครื่องช่วยหายใจต่อระโยงระยาง โดยที่จีจ้ายังไม่พ้นขีดอันตราย แพทย์ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด
เค้ก เต๋า และเต้ยยืนฟังอยู่ ส่วนพิมมาดายืนโอบแจ๊สกับโจ๊กเอาไว้ โดยมีกริสน์ยืนอยู่ข้างๆ
“น้องยังไม่สามารถหายใจด้วยตัวเองได้” หมอรายงาน “ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ไปจนกว่า..จะหายใจเองได้” พิมมาดาหน้าซีด กริสน์เอื้อมมือมากุมมือพิมมาดาไว้อย่างให้กำลังใจ
“แล้ว..ถ้าน้องจีจ้าหายใจเองไม่ได้..ก็หมายความว่า..ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจไปตลอด” เค้กสรุป
“ไปตลอด..ทั้งๆที่..ยังไม่ฟื้น?” เต๋าย้ำ
“งั้นถ้าไม่ใช้เครื่อง น้องจีจ้าก็หายใจเองไมได้” เต้ยเสริม
“หมอก็หวังว่าจะใช้เครื่องนี้แค่แป๊บเดียวเหมือนกันครับ” หมอบอก
แล้วหมอกับพยาบาลก็เดินออกไป
โจ๊กกับแจ๊สรีบเข้าไปเกาะขอบเตียงจีจ้า
“จีจ้า..ตื่นสิ ตื่นมาเล่นกัน ได้ยินมั้ยจีจ้าๆๆ” แจ๊สเรียก
“จีจ้า พี่สัญญาจะไม่แกล้งแล้ว ตื่นนะๆๆ” โจ๊กร้องไห้
พิมมาดามองอย่างเศร้าเสียใจ เธอเอนไปซบกริสน์เอาไว้ ทั้งคู่กุมมือกันแน่น และต่างมีความรู้สึกไม่ต่างกัน

เวลาผ่านไป จีจ้ายังคงนอนนิ่งอยู่เช่นเดิม
พิมมาดานั่งน้ำตารื้นอยู่ข้างเตียง เธอจับมือจีจ้าไว้ตลอด กริสน์นั่งเป็นห่วงจีจ้าอยู่อีกด้านนึง ส่วนแจ๊สกับโจ๊กนั่งๆนอนๆอยู่บนโซฟาใกล้ๆ
สักพัก พยาบาลก็เปิดประตูเข้ามา เพื่อจะเช็ดตัวให้จีจ้า
“หนูทำเองค่ะ..ขอบคุณค่ะ” แจ๊สบอกแล้วยื่นมือไปรับกะละมังมาเตรียมเช็ดตัวให้จีจ้า
“น้าพิมไม่ต้องห่วงค่ะ แจ๊สเช็ดตัวให้น้องได้” แจ๊สหยิบผ้า แล้วบิดน้ำหมาดๆ ก่อนจะก้มลงไปกระซิบข้างหูน้องสาว “จีจ้า.สู้ๆนะ พี่รู้ว่าเธอเก่ง เธอต้องทำให้ได้”
“พูดอะไรแจ๊ส” พิมมาดาถาม
“แจ๊สรู้ว่าตอนนี้พวกวิญญาณร้ายพยายามจะจับตัวจีจ้าเอาไว้ แล้วจีจ้าก็กำลังต่อสู้เพื่อให้ได้กลับมาอยู่” แจ๊สเช็ดตัวให้น้อง “จีจ้าต้องทำให้สำเร็จนะ”
“พวกเราทุกคนเป็นกำลังใจให้..กลับมาให้ได้นะ แล้วพี่โจ๊กจะซื้อขนมโตเกียวไส้ครีมหน้าโรงเรียนเลี้ยง”
“แจ๊ส..โจ๊ก..พอเถอะ” พิมมาดาปรามหลาน
“น้าพิม..จีจ้าต้องการกำลังใจจากพวกเรานะคะ..นะคะ” แจ๊สขอ
“นะครับๆ” โจ๊กร่วมด้วย
กริสน์เข้ามาจับบ่าปลอบใจพิมมาดาแล้วพูด “สู้ๆนะจีจ้า”
“สู้ๆนะ” พิมมาดาร่วมด้วย
“เห็นมั้ยจีจ้า..พวกเราทุกคนเป็นกำลังใจให้เธอนะ..เธอต้องกลับมาให้ได้นะ เข้าใจมั้ย” โจ๊กบอก “น้าพิม..เล่านิทานให้จีจ้าฟังสิ..จีจ้าชอบฟังนิทาน ถ้าจีจ้าได้ฟัง จีจ้าจะได้มีแรงฮึดอยากกลับมาไง..นะๆๆ” แจ๊สขอร้อง
“เรื่องอะไรก็ได้..ลูกหมูสามตัวก็ได้ นะครับๆๆ”
กริสน์พยักหน้าให้พิมมาดาเล่าไป
“กาล..กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว..มีแม่หมูกับลูกหมูพี่น้องสามตัว”
“ไม่เอาๆๆ” แจ๊สรีบเบรก “น้าพิมอย่าทำเสียงเศร้าสิคะ มีความสุขหน่อยสิคะ นะคะๆ”
“น้าจะมีความสุขได้ยังไง” พิมมาดาลุกหนีแล้วร้องไห้โฮ
กริสน์รีบแก้สถานการณ์ “มาๆ น้าเล่าเองๆ.. กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว” กริสน์ใช้เสียงร่าเริง สนุกสนาน “มีแม่หมู” กริสน์ชี้ไปที่พิมมาดา “กับลูกหมูพี่น้องสามตัว มีหมูแจ๊ส หมูโจ๊ก และ..หมูจีจ้า!!
แจ๊สกับโจ๊กหัวเราะสนุกไปกับเรื่องราว ส่วนพิมมาดาได้แต่มองทั้งๆ ที่น้ำตาไหล
“ลูกหมูแจ๊ส..เป็นหมูขี้เกียจมาก เวลาทำงาน ชอบไปหาที่แอบหลับอยู่ตลอดเวลา” โจ๊กหัวเราะแจ๊ส “ส่วนลูกหมูโจ๊ก..เป็นหมูที่ตะกละที่สุด ไม่ชอบทำงาน ชอบอู้หาเรื่องพักกินขนมเสมอๆ” แจ๊สหัวเราะโจ๊กคืน “ส่วนลูกหมูจีจ้าตัวเล็ก เป็นหมูที่ขยันขันแข็ง ชอบทำงาน เป็นอย่างมาก”
“และไม่ชอบการนอน เกลียดการนอนที่สุดด้วย” แจ๊สเสริม
โจ๊กเข้าไปกระซิบจีจ้า “เข้าใจมั้ยว่าเธอไม่ชอบนอน”
กริสน์น้ำตาไหล แต่ฝืนยิ้ม เล่าต่อไปด้วยเสียงร่าเริง “วันนึง แม่หมูได้บอกกับลูกๆทั้งสามว่า..พวกเธอโตขึ้นมากแล้ว ถึงเวลาจะต้องไปสร้างบ้านอยู่ด้วยตัวเองแล้ว”
กริสน์กับแจ๊สและโจ๊กยังช่วยกันเล่านิทานต่อไป พิมมาดาฟังไปก็น้ำตาไหลไม่หยุด

กริสน์เดินหนีออกมาด้านนอกห้อง เขาพยายามเงยหน้าเพื่อไม่ให้น้ำตาไหล จากนั้นก็พยายามสะบัดตัว สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อตั้งสติและระงับอารมณ์ฟูมฟายของตัวเอง
แต่เขาก็ระงับไม่ไหว “จีจ้า..เธออย่าไปไหนนะ..กลับมา..กลับมาอยู่กับน้านะจีจ้า”
แจ๊สกับโจ๊กเดินตามมากอดกริสน์จากด้านหลัง ทุกคนต่างปลอบซึ่งกันและกัน กริสน์เงยหน้ามา เห็นพิมมาดายืนอยู่ พิมมาดามองกริสน์ที่กำลังหมดสภาพแล้วเธอก็เดินเข้ามากอดด้วยอีกคน

เช้าวันใหม่ อากาศแจ่มใส พิมมาดานอนฟุบหลับอยู่ข้างเตียง โดยยังคงกุมมือจีจ้าเอาไว้ ส่วนแจ๊สกับโจ๊กนอนขดและเบียดอยู่ด้วยกันบนเตียงกับจีจ้า
กริสน์นั่งกึ่งนอนอยู่ที่โซฟา เขามองจีจ้าไม่วางตา แล้วกริสน์ก็ลุกขึ้นไปขยับผ้าห่มให้พวกเด็กๆและพิมมาดา เขามองที่ใบหน้าจีจ้าแล้วพูดกึ่งกระซิบ
“เราขี้เกียจสันหลังยาวมากไปแล้วนะ..ตื่นเถอะ..เดี๋ยวให้ห้าบาท”
จีจ้ายังนิ่งสนิท ไม่ไหวติง
กริสน์ถอนหายใจแล้วหันกลับไป อยู่ๆ คิ้วซ้ายของจีจ้าก็กระตุก กริสน์ชะงักรีบหันกลับมามอง เขาเข้าไปจ้องใกล้ๆ เพื่อรอดูชัดๆ แต่จีจ้าก็นิ่ง
“หรือเราจะตาฝาด เฮ้อ.” กริสน์พึมพำ
กริสน์ถอดใจกำลังจะหันกลับไปอีก แต่คราวนี้จีจ้ายักคิ้วขวา กริสน์ชะงัก รีบหันมาจ้องหน้าจีจ้าอีกรอบเพราะเริ่มมั่นใจว่าเห็นแน่
“เมื่อกี้ยักคิ้วใช่มั้ย..น้าเห็น..ใช่มั้ยจีจ้า..ยักอีกสิ..ยักอีกนะๆ”
พิมมาดารู้สึกตัวตื่นขึ้นมา “มีอะไร”
“เอ่อ คือ..เมื่อกี้ผมเห็น..จีจ้า ยักคิ้วได้”
“ยักคิ้ว?” พิมมาดาแปลกใจ
“จริงๆนะ จีจ้ายักคิ้ว..ยังงี้ๆ..เหมือนจีจ้าจะล้อเลียนกวนโอ๊ยผม”
โจ๊กลุกขึ้นมาจ้องหน้าจีจ้า “ไม่เห็นมีอะไรเลยครับ น้ากริสน์มั่วแล้ว”
“นายไม่ได้นอนทั้งคืนใช่มั้ย..ไปนอนไป เดี๋ยวชั้นเฝ้าต่อเอง” พิมมาดาบอก
“ผมพูดจริงๆนะ..เชื่อกันบ้างสิ ผมจะเรียกหมอมาดู” กริสน์กดปุ่มเรียกหมอ “ผมมั่นใจว่าผมตาไม่ฝาด”
“น้ากริสน์..โจ๊กเชื่อแล้ว”
“แจ๊สก็เชื่อด้วย”
“พวกเธอเป็นเด็กเป็นเล็ก ถ้าไม่เชื่อก็ไม่ต้องมาพูดประชดประชันกันเลย” กริสน์น้อยใจ
“เชื่อจริงๆ” แจ๊สกับโจ๊กยกมือข้างที่ถูกจีจ้าจับเอาไว้ขึ้นโชว์
ทุกคนตะลึงที่เห็นจีจ้าจับมือแจ๊สกับโจ๊กได้ จึงรีบเข้าไปหาจีจ้า
“จีจ้า!!!!! จีจ้าๆๆ ได้ยินน้ามั้ย จีจ้า” พิมมาดาเรียกอย่างดีใจ
ทุกคนรุมเรียกจีจ้า จีจ้าค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ แล้วจึงขยับปากจะพูด
“จีจ้า..จีจ้า เล่นจริง เจ็บจริง ไม่สลิง ไม่สตั๊นท์มาแว้ว”
ทุกคนร้องไชโย หมอกับพยาบาลรีบวิ่งเข้ามาดูอาการทันที

กริสน์กับพิมมาดากอดกันกลม แจ๊สกับโจ๊กเข้าไปกอดด้วย ทั้งหมดดีใจมองจีจ้าด้วยความปิติยินดี
เสียงเป่านกหวีดดังขึ้นมาจากภายในบ้านพิมมาดายามเช้าตรู่ เสมือนว่าบ้านพิมมาดาได้กลับมาอยู่ในภาวะปกติแล้ว กริสน์กำลังปลุกเด็กๆ ให้ตื่นตรงตามเวลาด้วยการเป่านกหวีดเสียงดังสนั่น

“ได้เวลาไปเรียนแล้ว ตื่น!”
ป๊อบคอร์นวิ่งลงมาก่อนใครเพื่อน มันลงมานั่งคอยทุกคนที่หน้าบันไดพร้อมกับเห่าโฮ่ง โฮ่ง
“ชั้นไม่ได้เรียกแกป๊อบคอร์น ชั้นเรียกพวกเด็กๆ” กริสน์บอก
เด็กๆ เดินลงมาจากชั้นบน ทั้งหมดแต่งตัวชุดนักเรียนถือกระเป๋าพร้อมแล้วมองมองกริสน์ด้วยสายตาเยาะๆ
“เราพร้อมตั้งนานแล้วนะครับน้ากริสน์ อิๆ” โจ๊กขำ
“อึ้งอ่ะดิ๊..คริๆ” จีจ้าหัวเราะเยาะ
พิมมาดาเดินตามมาก็เผลอยิ้มไปด้วย
กริสน์เขินๆ แต่ฟอร์มทำหน้าดุใส่ ก่อนจะเป่านกหวีดไล่ “พร้อมแล้วจะมายืนรออะไร ไปกินข้าวๆ”
“ค้าบผม!” โจ๊กขานรับ
“ค่ะหนู!” แจ๊สกับจีจ้าขานรับด้วย
เด็กๆ รีบวิ่งไป กริสน์กับพิมมาดาหันมายิ้มให้กัน

เวลาต่อมา อธิปยืนกล่าวสุนทรพจน์ต่อหน้านักข่าวและแขกที่มาร่วมงานเปิดร้านสวีทโอปอล์เอ็กซ์ตร้า
“ผมยอมรับว่า..ที่ผ่านมา..ขนมสวีทโอปอ ชื่อนี้อาจจะทำให้หลายๆคนสยองขนหัวลุก และไม่คิดข้องเกี่ยวด้วยอีก..แต่ผมอยากจะขอโอกาสตรงนี้ว่า..เรื่องราวความผิดพลาดในอดีต เราทุกคนมีกันทั้งนั้น..สำหรับบางคน..เรื่องนั้นอาจจะเลวร้าย จนเรายากจะลืมเลือน”
พิมมาดาเดินถือเหยือกน้ำตั้งใจจะไปที่โต๊ะอาหาร แต่เธอเห็นรูปพี่สาวกับสามีเสียก่อนเลยหยุดมอง
“แต่..ถ้าเรามีความตั้งใจจริง ที่จะแก้ไขข้อผิดพลาด” อธิปกล่าวต่อ “ทำเรื่องที่เคยเป็นฝันร้ายตอนเราหลับ ให้กลายเป็นฝันดีตอนที่เราตื่น..มันอาจจะไม่ง่าย แต่มันก็ไม่ยากเกินกว่าที่เราจะทำได้”
พิมมาดายิ้มกับรูปพี่สาวกับสามี เสียงของอธิปยังดังก้อง
“อย่าดูถูกตัวเอง อย่าคิดว่าคุณทำไม่ได้ เพราะอะไรรู้มั้ยครับ..เพราะคุณไม่ได้อยู่คนเดียว”
กริสน์เดินเข้ามาที่ด้านหลังพิมมาดา
“พิมเค้าเลี้ยงหลานๆได้ดีถูกใจมั้ยล่ะครับพี่พลอย” กริสน์พูด
“เป็นใครจากไหน มาเรียกพี่ชั้นซะสนิทสนม” พิมมาดาแหย่
“นั่นสินะ..อืมมม แล้ว..คุณว่า..คุณจะให้ผมอยู่ในฐานะอะไรดีล่ะ”
พิมมาดาเขินจึงเดินถือเหยือกน้ำเลี่ยงไปเติมให้เด็กๆ เด็กๆ หัวเราะกันคิกคักๆ โดยมีเต๋ากับเต้ยช่วยกันดูแลอาหารให้เด็กๆอยู่
“เบาๆค่ะ เดี๋ยวไก่ตื่น” เต้ยแอบพูดกับกรินส์
ส่วนทางด้านของอธิปก็ยังคงพูดต่อ “เช่นเดียวกับขนมสวีทโอปอล์เอ็กซ์ตร้า..ที่วันนี้..ไม่ได้อยู่คนเดียว แต่มีคนพิเศษที่เข้ามาช่วยทำให้ขนมสวีทโอปอล์เอ็กซ์ตร้า จะเป็นขนมในฝันของเด็กๆทุกคน..ขอเชิญคนพิเศษของผมด้วยครับ”
เดชเผยอคอขึ้นมาเพราะคิดว่าเจ้านายหมายถึงตน แต่กลับกลายเป็นว่าเมทินีคือคนที่เดินสง่าขึ้นมายืนเคียงข้างอธิปพร้อมกับโบกมือให้นักข่าว
“นียินดีมากที่ได้มาเป็นหุ้นส่วน..ซึ่งจะว่าไปแล้ว การเป็นหุ้นส่วน มันก็คล้ายๆกับการเป็นครอบครัวเดียวกัน ชิมิคะ..นีฝากขนมสวีทโอปอล์เอ็กซ์ตร้า เอาไว้ในอ้อมใจด้วยนะคะ”
เมทินียิ้มหวานให้อธิปอย่างมีเลศนัย ส่วนปาล์มก็ยักคิ้วให้โอปอล์
“เราจะเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วนะโอปอล์คนสวย”

สามพี่น้องกำลังกินมักกะโรนีกุ้งกันอย่างเอร็ดอร่อยและมีความสุข โดยที่พิมมาดากับกริสน์ช่วยดูแลประหนึ่งพ่อกับแม่ของเด็กๆ ทั้งสาม เต๋ากับเต้ยยืนมองอยู่ที่มุมหนึ่ง
“เฮ้อ ชั้นจะมีโอกาส มีชีวิตที่ถูกเติมเต็ม อย่างคุณพิมบ้างมั้ยอ่า” เต้ยบ่น
“สงสัยพวกเราจะต้องเติมกันเองแล้วล่ะแก ฮือๆ” เต๋าคร่ำครวญ
“แก มาดูนี่ๆ” เต้ยเรียกทุกคนมาดูทีวีที่กำลังนำเสนอข่าวตำรวจกำลังนำตัวสุขสันต์เข้าเรือนจำ โดยมีกลุ่มนักข่าวมากมายรุมถ่ายและพยายามสัมภาษณ์
“อย่าถ่ายหน้า..ไม่ให้ถ่าย..เข้าใจมั้ย..ใครถ่ายผมฟ้องแน่” สุขสันต์โวยวาย
ตำรวจดันตัวสุขสันต์ให้เดินเข้าไป มาวินเดินเข้ามาหน้ากล้องแทน
“ผมขอพูดสั้นๆนะครับ คดีนี้ไม่มีผม ไม่มีทางปิดได้ ถ้าไม่มีผม ใครจะจัดการคุณสุขสันต์ได้ ไม่มีอีกแล้ว หึๆ”
“ขี้โม้จนวันสุดท้ายเลยหมอนี่” เต๋าที่ดูอยู่ตำหนิ
อยู่ๆ สุขสันต์ก็โผล่หน้าพรวดมาที่กล้องพร้อมกับตะโกนว่า “ผมต้องการเดย์แอนด์ไนท์ครีม!!!!”
ทุกคนที่อยู่ในบ้านพิมมาดาต่างพากันขำ
“เด็กๆไปโรงเรียนได้แล้ว เร็วๆ” กริสน์บอก
“ครับ / ค่ะ” เด็กๆ ขานรับ

กรินส์ พิมมาดา แจ๊ส โจ๊ก และจีจ้ากำลังจะขึ้นรถ เต๋ากับเต้ยเดินมาส่งที่หน้าบ้าน อยู่ๆ เมทินีก็เดินเข้ามา
“คุณกริสน์ คุณพิม” เมทินีรีบปราดมาไหว้ขอบคุณ “นีขอบคุณนะคะ สำหรับเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้น”
“พิมต่างหากที่ต้องขอบคุณคุณนี ที่ช่วยทำให้พิมพ้นผิด”
“หูย นั่นเรื่องเล็กค่ะ” เมทินีบอก “ แต่สิ่งที่คุณช่วยนีไว้มันยิ่งใหญ่กว่านั้น..คุณสองคนทำให้นีตาสว่าง..มองเห็นตัวเอง ว่าที่ผ่านมา นีเลี้ยงลูกแบบผิดๆมาตลอด..ลูกปาล์มอยากได้อะไร ไม่ว่าจะแพงแค่ไหน นีก็ซื้อมาให้..เพราะนีคิดว่า เงินมันแก้ปัญหาทุกอย่าง..มันก็เลยทำให้ลูกปาล์มเสียคน เกเร และเกือบจะติดยาด้วยซ้ำ..มันเป็นความผิดนีที่ไม่มีเวลาสั่งสอนลูกตัวเอง..ตั้งแต่นี้ไป นีจะเป็นแม่ที่ดี จะทำงานให้น้อยลง จะเลิกไปทำศัลยกรรม แล้วเอาเวลามาให้กับลูก เพราะนีรู้แล้ว..ว่าเงินสอนลูกเป็นคนดีไม่ได้ มีแต่ตัวเราเท่านั้นแหละ ที่สอนลูกให้เป็นคนดีได้”
แจ๊ส โจ๊ก จีจ้ามองเมทินีแล้วก็ขำ
“แล้วนายปาล์มไปอยู่ไหนละครับ” กริสน์ถาม
“เค้าให้นีไปส่งที่โรงเรียนแต่เช้าแล้ว เดี๋ยวนี้เค้าเป็นคนใหม่แล้วค่ะ” เมทินีบอก “งั้นนีขอตัวก่อนนะค่ะ จะไปตลาดหาซื้อของมาทำอาหารเย็นให้เค้าทานวันนี้ค่ะ บ๊าย บาย คุณกรินส์ จุ๊บ...จุ๊บ”
เมทินีร่ำลาพร้อมทำตาอาลัยอาวรณ์
ทุกคนยิ้มอย่างมีความสุข

เวลาผ่านไป กริสน์กับพิมมาดาเดินเล่นและพูดคุยกันอยู่ในสวนสาธารณะ
“ที่ผ่านมาชั้นเลี้ยงหลานแบบเข้มงวดมาตลอด เด็กๆมองชั้นเป็นฮิตเลอร์..เพราะชั้นชอบออกคำสั่ง ห้ามนั่น ห้ามนี่ ห้ามถาม ห้าขัดคำสั่ง มีหน้าที่ทำตามสถานเดียว..แล้วก็ไม่มีการอธิบาย ว่าทำไมต้องห้าม”
“เพราะคุณ..คิดไปเองว่าหลานๆยังเด็ก ยังไม่เข้าใจเหตุผล” กริสน์บอก
“แต่จริงๆแล้ว พวกเด็กๆฉลาดและเข้าใจอะไรง่ายกว่าที่เราคิดมาก..ถ้าชั้นไม่เข้มงวดเกินไป พวกเด็กๆคงจะได้แสดงศักยภาพในตัวเองออกมามากกว่านี้” พิมมาดาสำนึกตัว
“แต่หย่อนอย่างผมก็ไม่ไหว..หย่อนจนทำให้เด็กๆ แสดงศักยภาพออกมาอย่างผิดที่ผิดทาง..กล้าในเรื่องที่ควรจะกลัว”
“ใช่ จีจ้าเคยโบกมอเตอร์ไซค์สะกดรอยตามนาย ทั้งๆที่ยังไม่รู้จักนายดีด้วยซ้ำ” พิมมาดารีบบอก
“หรือ อย่างแจ๊ส ก็ถูกผมยุให้เป็นตัวของตัวเอง จนแต่งตัวหลุดโลกอยู่ตั้งนาน..อย่างนี้ มันอันตราย เพราะไร้ระเบียบเกินไป..ถ้าไม่มีคนเข้มงวดๆอย่างคุณ เด็กๆในมือผมก็เหลวเป๋วแน่”
“แต่ถ้าไม่มีคนเหลวๆอย่างนาย หลานในมือชั้นก็เก็บกดแน่นอน”
“คุณตึงไป ผมหย่อนไป” กริสน์สรุป
“ตรงกันข้ามสิ้นเชิง..มิน่า ชั้นกับนายถึงได้ทะเลาะกันตลอด ฮ่าๆๆ”
พิมมาดากับกริสน์หัวเราะร่วมกันอย่างผ่อนคลาย
“เราสองคน เหมือนหยินหยางเลย..มีมืดมีสว่าง มีถูกมีผิด มีทุกข์มีสุข มีคุณมีผม..ผมว่า เราสองคน..ก็ควรจะอยู่เลี้ยงเด็กๆ..ด้วยกัน..ตลอดไปนะ”
พิมมาดาได้ยินก็อึ้งไป
“ผมพูดจริงๆนะ..แล้วคุณล่ะ คุณคิดยังไงครับ”
พิมมาดาเปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจังขึ้นมาแล้วก็เดินหนีไป กริสน์เดินตามทันที

พิมมาดาเดินหนีมาถึงบริเวณสระน้ำภายในสวนสาธารณะ กริสน์เดินมาขวางพิมมาดาไว้
“ผมไม่ได้พูดเล่นนะคุณพิม”
“นายช่วยยืนยันได้มั้ย ว่าสิ่งที่นายพูดและทำกับชั้น..มันคือความรู้สึกของนายจริงๆ ไม่ใช่ทำเพราะเป็นหน้าที่”
“ผมไม่ได้ทำตามหน้าที่”
“ตอนที่นายปลอมตัวเข้าไปอยู่ในบ้านเสี่ยอธิป นายก็บอกว่ารักเสี่ยเหมือนพ่อ ทำให้เสี่ยไว้วางใจ แล้วนายก็หักหลังเค้า..แล้วอย่างชั้น นายก็มาทำแบบเดียวกัน..นายทำอย่างนี้กับทุกคนที่เป็นเป้าหมาย”
“คุณไม่ใช่เป้าหมายผม” กริสน์บอก
“แล้วถ้าอนาคต นายต้องไปทำภารกิจอะไรเกี่ยวกับสาวๆ นายก็คงจะไปรักกับคนนั้นอีก”
“แต่คุณ..พิมมาดา..คุณทำให้ผมเป็นตัวของตัวเอง ตลอดเวลาที่อยู่กับคุณ ผมเสแสร้งเป็นใครอื่นไม่ได้..ผมไม่ใช่กรด ไมใช่กริสน์.. แต่เป็นผม..นายเกริกพล..แล้วคุณจะมาบอกว่าผมไม่เข้าใจความรักอีกเหรอ”
“ชั้นมีหลานสามคนนะ” พิมมาดาย้ำ
กริสน์ยิ้มก่อนจะค่อยๆดึงตัวพิมมาดามาโอบกอดอย่างอ่อนโยน
“ผมรู้ตั้งแต่วันแรกที่เจอคุณแล้ว”
พิมมาดาซาบซึ้งใจ
ทันใดนั้น ภัทรดนัยที่อยู่ในคราบของอาแปะรำไทเก็กก็วิ่งหน้าตื่นเข้ามา
“อากริสน์ๆๆ ..ชะอุ๋ย..ไอ๊หย๋า..เข้าเป๋”
“ไอ้ภัทรดนัย” กริสน์เซ็ง
“อั๊วเอง..อั๊วขอโทษทีนะอาหมวย..อั๊วขอคุยธุระด่วนกับอากริสน์สองต่อสองหน่อยนะ”
พิมมาดาสงสัย ส่วนกริสน์เองก็เริ่มวิตก

หลังจากรู้เรื่องจากปากภัทรดนัย กริสน์ก็หน้าเครียดทันที
“ภารกิจใหม่” กริสน์ทวนคำ
“ภารกิจนี้ สุดยอดเลย..เราจะได้ปลอมตัวเป็นมหาเศรษฐีหมื่นล้านชาวไทย..เข้าไปตีสนิทกับพวกไฮโซของประเทศโมนาโคเพื่อสืบข้อมูลขบวนการขายวัตถุโบราณของชาติ..งานนี้รัฐออกเงินให้เราทุกบาททุกสตางค์..เราจะได้บินด้วยเครื่องบินส่วนตัวด้วยนะเว้ย ไอ้กริสน์เอ๊ย”
“ชั้น..” กริสน์อ้ำอึ้ง
“เครื่องจะออกเย็นนี้ แกไม่ต้องจัดกระเป๋า ไม่ต้องเตรียมอะไรเลย ทุกอย่างเราจัดการไว้ให้หมดแล้ว” ภัทรดนัยพูดแล้วทำท่าจะไป
“แกไป ส่วนชั้นไม่ไปได้เปล่าวะ” กริสน์บอก
ภัทรดนัยชะงักแล้วหันกลับมา “แกมีปัญหาอะไร”
“ชั้น..เพิ่งเสร็จภารกิจ..ชั้นอยากพักบ้าง”
“อยากพัก หึๆๆ แกพูดยังกับคิดว่าชั้นไม่รู้จักนิสัยแกเลย..ชั้นรู้ว่าเพราะอะไร แล้วแกก็น่าจะรู้ว่าชั้นจะแนะนำอะไร”
“เป็นสายสืบ ให้รักสนุก แต่อย่าคิดผูกพัน” กริสน์พูด
“เก่งมาก..ทำตามนั้น แล้วทุกอย่างจะลงตัว”
“แกเดินทางไปก่อน ส่วนชั้นขอเวลา..อีกสักวันสองวัน..ให้ได้บอกลาหน่อยดิ”
“นี่ไง แกมีเวลาบอกลาอีกตั้ง..สี่ชั่วโมงแน่ะ”
“ชั้นจะไปปฏิบัติภารกิจใหม่นะเว้ย อาจจะต้องปลอมตัวอีกเป็นปี สองปี..ชั้นขอแค่นี้ ไม่ได้เหรอไงวะ..เลื่อนไปก่อนเถอะ”
“บอกตอนนี้ไปเลย เพราะยังไงก็..บอกไปแล้ว” ภัทรดนัยบุ้ยใบ้ให้กริสน์มองไปด้านหลัง
กริสน์หันมองไปเห็นพิมมาดายืนช็อกอยู่
“นายจะไปอีกแล้วเหรอ” พิมมาดาถาม ส่วนกริสน์ไม่มีคำตอบใดใด

รถของกริสน์มาจอดที่บ้านของพิมมาดา เด็กๆวิ่งลงจากรถด้วยท่าทางร่าเริงแล้ววิ่งเข้าไปในบ้าน กริสน์กับพิมมาดาก้าวลงรถ
“นาย..ไม่ไปไม่ได้เหรอ นายไม่ห่วงเด็กเหรอ” พิมมาดาถาม
“ชีวิตสายสืบมันก็แบบนี้..พอเสร็จภารกิจนึง ก็ถูกส่งต่อไปอีกภารกิจนึง..ผมถึงไม่เคยมีความผูกพันลึกซึ้งกับอะไร”
“แต่นายก็เลือกที่จะผูกพันกับพวกเรา”
“และผมก็กำลังทรมาน” กริสน์บอก
“กริสน์..ถ้านายอยากมีชีวิตแบบปกติ ธรรมดา เหมือนคนทั่วๆไป นายก็ทำได้ นี่มันชีวิตนาย..นายเลือกได้”
“ผมรู้..แต่..ถ้าผมเลือกให้ตัวเองมีความสุข แล้วประเทศล่ะ ประชาชนคนอื่นๆล่ะ”
“เดี๋ยวก็มีคนอื่นมาทำแทนนายเอง”
“คนอื่นต้องมาทรมานแทน..เพื่อให้ผมมีความสุข”
“มันผิดมากนักเหรอที่จะทำอะไรตามใจตัวเองบ้าง” พิมมาดาอ้อนวอน “อย่าไปเลยนะ”
เด็กๆ วิ่งกลับออกมาได้ยินเข้าพอดี
“น้ากริสน์จะไปไหน” แจ๊สถามขึ้น
เด็กๆ จับความรู้สึกของน้าทั้งสองได้จึงจ้องกริสน์อย่างคาดคั้น
“แจ๊ส โจ๊ก จีจ้า..คือว่า..น้าจะต้องไปทำงานสักพัก” กริสน์บอก
“น้ากริสน์จะทิ้งพวกเราไปจับผู้ร้ายอีกแล้วใช่มั้ย..พวกเราไม่ให้ไป” โจ๊กเสียงแข็ง
“น้ากริสน์จะไม่อยู่ดูแลจีจ้าแล้วเหรอ” จีจ้าเสียงเศร้า
“น้า..ขอโทษ..น้าต้องไปจริงๆ”
“ถ้าน้ากริสน์ไป ก็ไม่ต้องกลับมาอีก พวกเราจะไม่รักน้าอีกแล้ว” แจ๊สบอก
“โป้งๆๆๆ” โจ๊กกับจีจ้าชูนิ้วโป้งใส่
“เด็กๆ..น้ากริสน์เค้าต้องไปจับผู้ร้าย เพื่อปกป้องพวกเราไง..ถ้าไม่มีผู้ร้าย พวกเราก็จะอยู่อย่างปลอดภัยและมีความสุข..น้ากริสน์ทำเพื่อพวกเรานะ” พิมมาดาบอก
กริสน์แน่วแน่และพร้อมจะไป ส่วนพิมมาดารู้สึกใจหาย
“งั้นจีจ้าขอหนึ่งนาที รอก่อน อย่าเพิ่งไปไหน”
“พวกเราด้วย” แจ๊สกับโจ๊กพูด
จีจ้าวิ่งแยกออกไปก่อน ส่วนแจ๊สกับโจ๊กวิ่งแยกย้ายไปด้วย
กริสน์กับพิมมาดายืนงง

กริสน์เดินมาที่บันไดหน้าบ้านของพิมมาดา โดยมีพิมมาดาเดินตามมาส่ง
“ผม..ขอโทษนะคุณพิม”
“นายทำเพื่อส่วนรวม เป็นสิ่งที่ชั้นภูมิใจในตัวนาย..จริงๆนะ..นายไปเถอะ เดี๋ยวชั้นอธิบายให้พวกเด็กๆเข้าใจเอง”
ทันใดนั้น เด็กๆ ก็วิ่งมา
“พวกเราไปด้วย” เด็กทั้งสามตะโกน
แจ๊ส โจ๊กกับจีจ้าแต่งตัวเหมือนนักสืบเด็กที่เตรียมตัวออกปฎิบัติการ
“เฮ้ย..อะไรกัน” กริสน์ตกใจ
“ในเมื่อน้ากริสน์ไม่อยู่กับพวกเรา งั้นพวกเราก็จะไปกับน้ากริสน์เอง” โจ๊กบอก
“จะไปลุยที่ไหน เราไปด้วย..ลุยมั้ย” จีจ้าถามพี่ๆ
“ลุย!” แจ๊สกับโจ๊กตอบ
“น้าพิม ไปด้วยกันนะคะ..เราพวกเดียวกัน ไม่ทอดทิ้งกัน” แจ๊สยื่นปืนเด็กเล่นให้พิมมาดา
พิมมาดารับปืนเด็กเล่นมา “ใช่...เราจะไปปกป้องประเทศชาติกัน ใช่ไหมนายกริสน์”
“เฮ้ยๆๆๆ เดี๋ยวๆๆ นี่ของจริง ไม่ใช่เรื่องเล่นสนุก” กริสน์รีบบอก
“พวกเราเอาจริง!” เด็กทั้งสามบอก
“นายมีทางเลือกของนาย..พวกเราก็มีทางเลือกของพวกเรา..พวกเราจะไปสู้กับนายเอง..มีสุขร่วมเสพ มีทุกข์ร่วมต้าน..ใช่มั้ยทหาร!” พิมมาดาปลุกเร้า
“ใช่!” เด็กทั้งสามตอบ
“เดี๋ยวๆๆ มันต้องไม่ใช่อย่างนี้ ไม่ใช่ๆ” กริสน์ตกใจ
ภัทรดนัยขับรถเข้ามาอย่างรวดเร็ว แล้วก้าวลงมาจากรถ เค้กตามลงมาด้วย ทั้งคู่แต่งตัวพร้อมลุย
“ไปกันได้หรือยัง?” ภัทรดนัยถาม
พวกกริสน์ทำท่างง
“ไม่ต้องงง งานนี้ชั้นลุยด้วยอีกคน” เค้กบอก
“ชั้นบอกแล้วไม่ให้ไป ยายนี้ก็ดื้อจะไปจนได้” ภัทรดนัยบอกกริสน์
“ไปเลยน้ากริสน์... น้าวิ่งสู้ฟัด” จีจ้าตะโกนบอก

ทันใดนั้น ประตูหลังรถภัทรดนัยก็เปิดออก มีร่างเด็กผู้ชายอายุประมาณ 6 ขวบแต่งตัวเต็มยศพร้อมลุยคนหนึ่งรีบวิ่งลงมา “จอม....ราชานักบู๊ พร้อมลุย!”
ทุกคนอึ้ง
“แฮะ แฮะ หลานชั้นเอง” ภัทรดนัยยิ้มแห้งๆ
ราชินีนักบู๊นามจีจ้าจ้องมองเขม่นกับเด็กชายผู้อ้างตัวว่าเป็นราชานักบู๊คนนั้นไม่วางตา

กริสน์และพิมมาดาเอามือทาบหน้าผากทำท่าเหมือนอยากจะเป็นลมให้รู้แล้วรู้รอด

จบบริบูรณ์










Create Date : 08 กุมภาพันธ์ 2555
Last Update : 8 กุมภาพันธ์ 2555 10:44:33 น.
Counter : 108 Pageviews.

0 comment
มือปราบพ่อลูกอ่อน ตอนที่ 15 อวสาน



เด็กๆ ถูกจับมัดอย่างแน่นหนาแบบทุเรศทุรัง ทั้งเจ็บทั้งเมื่อย ทั้งปวดแขนขาและพากันร้องโอดครวญอย่างน่าสงสาร ในขณะที่สุขสันต์ยืนมองด้วยความสะใจ พิมมาดาถูกฉัตรชัยกับฮิมจับตัวไว้อีกทาง

“ถ้าเชื่อฟังแฮบปี้ดีๆ ก็ไม่ต้องถูกมัดแบบนี้หรอก..จะไม่มีการปล่อยพวกเธออีก..นอนสภาพนี้แหละ ใครปวดฉี่ปวดอึ ก็ช่วยไม่ได้ หึๆๆ” สุขสันต์พูดขึ้น
“อย่าทำอย่างนี้ ปล่อยเด็กๆ นะ ปล่อย” พิมมาดาบอก
สุขสันต์คว้าแขน กระชากพิมมาดาให้ออกมา
“ปล่อยเด็กๆนะคุณสุขสันต์ ชั้นขอร้อง”
“ความจริงคุณไม่น่าใจร้อนเลย เพราะพรุ่งนี้ผมก็จะปล่อยคุณไปมอบตัวกับไอ้ผู้กองสุดหล่ออดีตรักคุณอยู่แล้ว..คืนนี้ คุณก็นั่งดูเด็กๆไปแล้วกัน”
สุขสันต์หันไปสั่งฉัตรชัยและฮิม
“ฉัตรชัย ฮิม..เฝ้าไว้ ถ้าพวกแกโง่อีก ก็ไปตายซะ”
“ครับ” ฉัตรชัยและฮิมรับคำ
ฉัตรชัยกับฮิมจับพิมมาดาไปมัดอีกมุม สุขสันต์ควงแพรวพิลาศออกไป เด็กๆ ร้องไห้ฮือๆ พิมมาดาสงสารเด็ก น้ำตาไหลเพราะช่วยเหลือและทำอะไรไม่ได้ ได้แต่พูดว่า
“น้าขอโทษ..น้าขอโทษ”

กริสน์กับเมทินีเดินออกมาจากในบ้าน ภัทรดนัยยืนรออยู่
“แกแน่ใจนะว่าจะไม่เปลี่ยนใจ” ภัทรดนัยถาม
“ชั้นไม่เปลี่ยนใจ”
“ชั้นให้โอกาสแกคิดอีกครั้ง..แกจะเปลี่ยนใจมั้ย”
“จะอีกกี่ครั้ง ชั้นกับที่รักก็จะไปมอบตัว..แล้วแก..ก็ต้องไปด้วย” เมทินีบอก
“เว้ย! แกคิดอะไรของแกอยู่วะไอ้กริสน์”
เค้กวิ่งออกมาต่อว่าภัทรดนัย
“หยุดว่าคุณกริสน์ได้แล้ว..คิดว่าคุณกริสน์มีความสุข สบายใจ เริงร่าอยู่หรือไง..คุณกริสน์ก็ทรมานใจจะแย่อยู่แล้ว จะซ้ำเติมกันไปถึงไหน ห๊า”
“โว้ย!!! จะรีบด่าอะไรนักหนา..ผมจะบอกไอ้กริสน์ว่า..”
ภัทรดนัยหันไปหากริสน์
“ชั้นไม่เข้าใจสิ่งที่แกคิดเท่าไหร่ แต่..เอาก็เอา เราทีมเดียวกัน ตายก็ตายด้วยกัน ชั้นจะทำตามที่แกบอกก็ได้วะ”
จากนั้น ภัทรดนัยหันมาตะคอกเค้ก
“ชัดมั้ยชะนี”
“อ้าว”
เต๋า เต้ย แจ๊ส และป๊อปคอร์นตามออกมา
“น้ากริสน์จะไปมอบตัวจริงๆ เหรอ” แจ๊สถาม
“โถ ถ้าคุณกริสน์คุณพิมติดคุก เต๋าจะทำไงล่ะ” เต๋าโอดครวญ
“ก็เลี้ยงลูกปาล์มแทนชั้นสิ ฮือฮือ” เมทินีบอก
“เต้ยยอมขายพวงมาลัยดีกว่า”
กริสน์คว้ามือเต๋าเต้ย
“นายสองคน ช่วยขับรถไปส่งพวกเราได้มั้ย”
ทันใดนั้นเอง มือถือเมทินีดังขึ้น เห็นว่าเป็นเบอร์ของสุขสันต์จึงส่งโทรศัพท์ให้กริสน์
“พวกมันโทร.มา”
“ฮัลโหล”
สุขสันต์กำลังพูดผ่านโทรศัพท์ ขณะที่ฉัตรชัยทำท่าพูดตามอยู่ทางด้านหลัง
“แกกับพรรคพวกพร้อมจะไปมอบตัวหรือยัง”
“พร้อมแล้ว..แต่..ชั้นขอคุยกับพิมมาดาก่อน ไม่งั้น ชั้นไม่ไป”
ฉัตรชัยหันมาพูดกับสุขสันต์
“มันขอคุยกะเด็กมันก่อนครับ ไม่งั้นมันไม่ยอมไปมอบตัว”
สุขสันต์พยักหน้า อนุญาต

ที่สนามกีฬาอินดอร์ ฮิมเดินไปเอาตัวพิมมาดาออกมา และยื่นมือถือให้พิมมาดา
“เอ้า รีบๆคุยซะ”
“ฮัลโหล”
กริสน์คุยโทรศัพท์กับพิมมาดา พวกสุขสันต์พยายามจับพิรุธว่าสองคนคุยอะไรกัน
“คุณพิม...คุณกับเด็กๆ ปลอดภัยดีใช่มั้ย..คุณพิม..ฟังผมนะ..ทั้งคุณและผม จะต้องไปมอบตัวตามที่มันต้องการ..เราสองคนจะต้องติดคุก เพื่อให้เด็กๆ ปลอดภัย” กริสน์บอกแผน
พิมมาดาน้ำตาไหล “ติดคุก..แล้วเด็กๆ จะอยู่ยังไง”
“คุณพิม..ผมพูดอะไรมากไม่ได้..ผมสัญญาแค่ว่าเด็กๆจะต้องปลอดภัย และ ผมจะไม่ทิ้งคุณ..คุณเชื่อใจผมหรือเปล่า”
“อืม...เชื่อ”
“งั้นช่วยบอกผมทีว่าคุณรู้จักรหัสมอส..ใช่มั้ย ไม่รู้จักเหรอ เอานะ ผมจะสอนให้ เอาแค่ ใช่ ไม่ใช่ ก่อนนะ ถ้าคำว่า ใช่..เคาะแบบนี้นะ ให้จังหวะสม่ำเสมอนะ”
พิมมาดางงในตอนแรก และเริ่มทำท่าฟังปลายสายพูด พยักหน้ารับฟัง แต่นิ้วที่จับมือถืออยู่ เคาะ กระดิกเป็นจังหวะ..กึกๆๆ กึกๆๆๆๆ ตามรหัสมอส
สุขสันต์จับตาดูอยู่ เดินไปมาอย่างกระวนกระวาย
พิมมาดาเคาะจังหวะอยู่ แต่แพรวพิลาศทนรอไม่ไหวเข้ามาดึงมือถือออก
“พอๆๆๆ จะคุยอะไรกันนักหนา เดี๋ยวก็ได้ไปเจอกันในคุกแล้ว!!!.. ไป..ได้เวลาไปมอบตัวแล้ว”
กริสน์วางสายด้วยแววตามุ่งมั่น
แพรวพิลาศผลักให้พิมมาดาเดินไป พวกเด็กๆวิ่งพรวดกันออกมาห้ามไม่ให้พิมมาดาไป
“ปล่อยน้าพิมนะ อย่าทำอะไรน้าพิม..ปล่อย” โจ๊กดิ้นสุดแรง
“น้าพิมไม่ผิดอะไร จะจับน้าพิมเข้าคุกไม่ได้” โอปอล์บอก
“น้าพิม พระเจ้าต้องคุ้มครองคนดีสิ พระเจ้าเอาพ่อแม่ไปแล้ว จะทำกะน้าพิมแบบนี้ได้ไง” จีจ้าพูดแล้วร้องไห้
พิมมาดามองหลานน้ำตาไหล พูดไม่ออก จำต้องเข้มแข็งไว้
สุขสันต์ที่ยืนดูอยู่ย่อตัวลงตรงหน้าพวกเด็กๆ
“โอ๋ๆๆไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวอาแฮบปี้จะใช้เส้นส่งพวกเธอไปสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าให้ รับรองมีที่อยู่สบาย แถมเพื่อนเยอะแยะ..เข้าใจมั้ยๆๆ” สุขสันต์พูดแล้วตบหัวเด็กทุกคนคนละที
“แกมันเป็นปีศาจหมาป่า ทั้งเจ้าเล่ห์ทั้งร้ายกาจ” ปาล์มว่า
“ว่าฉันเป็นปีศาจเหรอ” สุขสันต์ง้างมือจะตีปาล์ม
“จะให้ชั้นไปได้หรือยัง” พิมมาดาโพล่งขัดจังหวะขึ้น สุขสันต์ชะงัก หันมาตามเสียง
“อยากเข้าคุกแล้วเหรอ..ได้..โอเค..ชั้นจะให้คนไปส่งถึงที่..แล้วชั้นจะรอดูเธอ..ไอ้กริสน์ ภัทรดนัย เมทินีสารภาพความจริงว่าค้ายาเสพติดที่นี่..และ..ถ้ามีใครสักคน..พูดอะไรผิดแค่คำเดียว..ตายหมดทั้งก๊วนแน่”
สุขสันต์ข่มขู่ทาทีจริงจัง ไม่เหลือเค้ามิสเตอร์แฮปปี้ที่พิมมาดาเคยรู้จัก
นักข่าวทีวี นักข่าวหนังสือพิมพ์มารอทำข่าวมากมาย พิธีกรกำลังพูดหน้ากล้องทีวี
“นี่คือภาพบรรยากาศสดๆ..การแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาคดีนำเข้ายาเสพติด รายใหญ่โดยมีไฮไลต์อยู่ที่ เวลาเที่ยงตรง ผู้ต้องหาที่หลบหนีอยู่ ทั้งหมด นัดเข้ามอบตัวพร้อมกันที่นี่..ฮ้า นั่น ตำรวจคุมผู้ต้องหาออกมาแล้วครับ”

ภายในรถOB อั๋นกำลังนั่งคุมการสวิทชิ่งออกอากาศสดอยู่ที่หน้ามอนิเตอร์
“รับที่กล้องสอง”
ภาพในกล้องสองเห็นอธิปกับเดชถูกคุมตัวออกมา

ตำรวจคุมตัวอธิปและเดชออกมานั่งให้พวกนักข่าวรุมถ่ายรูป โดยมีมาวินเดินตัวพองเดินนำหน้ามา มีรายงานข่าวเกี่ยวกับการจับกุมอธิปกับเดชอยู่ในจอทีวีตรงบริเวณที่จัดงาน พวกนักข่าวถ่ายรูปกันพรึ่บพรั่บ
“ตอนทำผิดคิดชั่ว ไม่เห็นละอายใจ ทีนี้ทำก้มหน้า” มาวินจับอธิปกับเดชให้เงยหน้าขึ้นมา “แหม มุมนี้ดูดีใช้ได้เลยนะเสี่ย หึๆๆ..(กับนักข่าว) ทุกท่านคงทราบดีแล้ว ว่าเสี่ยอธิป เป็นมาเฟียที่มีอิทธิพลมาก ใครๆก็จับไม่ได้ไล่ไม่ทัน ยกเว้นผม..ผู้กองมาวิน”
“แล้วผู้ต้องหาคนอื่นที่ว่าจะเข้ามอบตัวเที่ยงนี้ มีใครบ้าง และจะไม่เบี้ยวนัดใช่มั้ยครับ” พิธีกรถาม “ระดับผมออกโรงเอง..ผู้ต้องหาต้องมอบตัวทั้งแก็งสิครับ ทั้งผู้กองกริสน์..ท่านรองภัทรดนัย..พิมมาดา เจ้าของร้านดอกไม้ แล้วก็คุณเมทินี นายทุนใหญ่ของพวกมัน..ส่วนเรื่องเบี้ยว ลืมได้เลย..คนพวกนี้รู้ดีว่าผมไม่ใช่แค่เก่ง แต่โคตรสุดยอดเก่งต่างหาก ฮ่าๆๆ”

เด็กๆถูกจับมานั่งรวมกันอยู่ที่ใต้แป้นบาส ใกล้ๆกันมีสุขสันต์และแพรวพิลาศที่กำลังถือมือถือที่เปิดทีวีการรายงานข่าวซึ่งเป็นภาพพิธีกรข่าวกำลังสัมภาษณ์มาวินอยู่
“ถ้าพล่ามมาก แล้วงานสำเร็จ จะไม่ว่าเลย..แต่ถ้างานพลาดขึ้นมาล่ะก็ จะเล่นแกให้ถึงตายเลย!” สุขสันต์หงุดหงิด
“อีกแล้ว...ทำไมช่วงหลังๆนี้คุณพูดถึงตาย ฆ่า ยิงทิ้ง บ่อยจัง” แพรวพิลาศถาม
“เพราะเค้าเป็นคนชั่วไงค้าบบบ” โจ๊กกับจีจ้าแทรกขึ้น
สุขสันต์ชี้หน้าทั้งสองแล้วสั่งเสียงกร้าว “หุบปาก!”
“หุบปาก..ก็พูดบ่อย” ปาล์มบอก
สุขสันต์อ้อน “แพรว..ไม่มีอะไรหรอก ผมก็แค่..อินมากไปหน่อย..เรามาลุ้นดีกว่าว่าใครจะเป็นคนแรก”
“ป๊า..ป๊าถูกตำรวจจับ แล้วโอปอล์จะอยู่กับใคร”โอปอล์คร่ำครวญ
“อย่าร้องนะปาล์มจะดูแลเอง” ปาล์มปลอบใจ

พิมมาดาเดินฝ่าผู้คนมากมายเข้ามาตามทางในห้องแถลงข่าว ช่างภาพรีบถ่ายเธอกันพรึ่บพรั่บๆ พวกตำรวจจะเข้าไปจับกุมพิมมาดา
“ไม่ต้อง” มาวินทำแมนต่อหน้ากล้อง “ให้เกียรติสุภาพสตรีหน่อย เข้ามามอบตัวเองคงไม่คิดหนีอยู่แล้ว เชิญครับคุณพิมมาดา”
ภาพในจอทีวีบริเวณที่จัดแถลงข่าวเป็นภาพมาวินกำลังพาพิมมาดาไปที่โต๊ะ

สุขสันต์ที่ดูอยู่ยิ้มอย่างสมใจ
“เชื่อฟังคำสั่งดีมากพิมมาดา ดูไว้นะว่าน้าพวกแกรักพวกแกแค่ไหน ฮ่าๆๆ..ทีนี้ก็เหลือแค่พวกไอ้กริสน์”
เด็กๆ โวยวาย
“น้าพิมถูกตำรวจจับแล้ว..แล้วเราจะอยู่กับใคร” จีจ้าทำท่าจะร้องไห้

พิมมาดาถูกจับให้มานั่งรวมกับอธิป
“เรารอให้ผู้ต้องหาเข้ามอบตัวทั้งหมด แล้วค่อยแถลงข่าวทีเดียวนะครับ..อีกไม่นาน” มาวินพูด
อธิปกระซิบถามพิมมาดา
“คุณพิม..ผมขอถามสั้นๆ ไอ้กริสน์มีแผนใช่มั้ย”
พิมมาดาส่ายหน้า
“หมายความว่าไง” อธิปงง
“มันจับตัวเด็กๆเอาไว้ ชั้นไม่มีทางเลือก” พิมมาดาบอก
ทันใดนั้น เมทินีในชุดสวยหรูก็เดินเข้ามาอีกคน

ภายในรถโอบี อั๋นรีบสั่งทีมงาน
“คุณน้าเมทินีมาแล้ว..พิธีกรไปสัมภาษณ์เร็ว อย่าให้พลาด”
ปาล์มได้เห็นว่าแม่ตัวเองถูกจับก็ถึงกับช็อก
“หม่ามี้ก็โดนจับ แล้วปาล์มน้อยจะอยู่กับใคร”
“พวกเราจะอยู่กับใคร ฮือๆๆ” เด็กๆ ที่เหลือร้องไห้ด้วย
“โอ๊ย เงียบๆ” แพรวพิลาศปวดหัว

ตำรวจส่วนหนึ่งคุมตัวเมทินีไปนั่งรวมกับพิมมาดา พิธีกรกับกล้องเข้ามาถ่ายและจะสัมภาษณ์ แต่ตำรวจมากันเอาไว้
“คุณเมทินี แล้วไอ้กริสน์กับภัทรดนัยล่ะ” มาวินถาม
“ชั้นไม่รู้” เมทินีตอบห้วนๆ
“ไม่รู้คืออะไร พวกมันจะมาแน่ใช่มั้ย..หวังว่า พวกมันคงไม่ได้หลอกให้สาวๆเข้ามอบตัว แล้วมันสองคนก็เผ่นหนีเอาตัวรอดหรอกนะ”
“เค้าไม่ทิ้งชั้นแน่ เค้ารับปากชั้นไว้ว่าจะมา ก็ต้องมา” พิมมาดามั่นใจ
“หึๆๆๆ” มาวินหัวเราะเยาะ
สักพัก มือถือของมาวินก็ดังขึ้น
มาวินรับสาย “ฮัลโหล..ไอ้กริสน์..แกอยู่ไหน!”

กริสน์กำลังพูดโทรศัพท์จากในรถ โดยมีภัทรดนัยนั่งอยู่ข้างๆ
“ชั้นอยู่ด้านหน้า แต่..ทำไมนักข่าวเยอะยังงี้..ชั้นก็นึกว่าเป็นการมอบตัวเงียบๆ เล็กๆ จัดแต่พอเพียง แต่นี่ มัน..ยิ่งกว่าพ่อค้าอาวุธสงครามอีก”
“ชั้นให้เกียรติพวกแกขนาดนี้ ไม่ดีใจเหรอ..พวกแกอยู่ที่ไหน เข้ามามอบตัวเดี๋ยวนี้” มาวินสั่ง
ระหว่างที่มาวินกำลังพูดโทรศัพท์ มีตำรวจเข้ามากระซิบข้างหูของเขาว่ารถของพวกกริสน์จอดอยู่ด้านนอก มาวินจึงรีบให้สัญญาณให้ทุกคนออกไปด้านนอก
“พวกชั้น..ไม่อยากออกทีวี ชั้นอาย” กริสน์บอก
“แล้วชั้นก็ไม่ได้เอาแว่นดำกับหมวกมาด้วย..ขอกลับบ้านไปเอาก่อนแล้วกัน” ภัทรดนัยพูดแทรก
ที่ด้านหน้าสำนักงานตำรวจ มาวินและพวกตำรวจกำลังกรูกันออกมาล้อมรถเก๋งคันหนึ่งที่จอดอยู่ด้านหน้า
“พวกแกไม่มีสิทธิ์ไปไหนทั้งนั้น ลงมาเดี๋ยวนี้” มาวินสั่ง
แต่ภายในรถคันนั้นยังคงเงียบ
มาวินให้สัญญาณลูกน้องให้บุกไปลากตัวลงมา ตำรวจพุ่งเข้าไปเปิดประตูลากคนสองคนที่คลุมหัวด้วยผ้าขาวม้าออกมาทันที
“ไอ้กริสน์ ไอ้ภัทรดนัย พวกแกเสร็จชั้นล่ะ ฮ่าๆ”
พวกนักข่าวที่ตามมาถ่ายรูปกันพรึ่บพรั่บ

สุขสันต์กระหยิ่มยิ้มย่อง แล้วหัวเราะอย่างสะใจ
“ในที่สุด พวกแกก็เสร็จชั้น ฮ่าๆๆ”
“แล้วคุณจะทำยังไงกับเด็กพวกนี้คะ? ส่งไปให้มูลนิธิเพื่อเด็กอะไรของคุณดูแลก็แล้วกัน” แพรวพิลาศเสนอ
“ไม่ต้องห่วงหรอกแพรว พอไอ้พวกนั้นให้การกับตำรวจตามที่ผมต้องการแล้ว..ผมไม่เก็บเด็กพวกนี้ไว้แน่”
พวกเด็กๆ อึ้ง
“ไม่เก็บเอาไว้..มันแปลว่า..” ปาล์มทำท่าสยอง

ผู้ต้องหาทั้ง 6 คนนั่งเรียงรายกันในงานแถลงข่าว ไล่มาตั้งแต่ เดช อธิป พิมมาดา เมทินี และคนที่มีผ้าคลุมหัว2คน พวกนักข่าวรุมถ่ายภาพกันมากมาย
มาวินเห็นคนที่มีผ้าคลุมหัวทั้งสองเอาแต่ก้มหน้า “แกสองคนเอาผ้าออก..ผู้หญิงยังไม่คลุมเลย ลูกผู้ชายหรือเปล่าวะ..ถอดๆ”
ทั้งสองคนยังนั่งนิ่ง ไม่ไหวติง
“บอกให้ถอดออก ไม่เข้าใจหรือไง!”
มาวินเข้าไปดึงผ้าที่คลุมหัวทั้งสองออกด้วยตัวเอง ทำให้ทุกคนเห็นว่า สองคนนั้นคือเต๋ากับเต้ย
“เฮ้ย!” มาวินตกใจ
พิมมาดาก็ตกตะลึง
“เต๋า..เต้ย..แล้วนายกริสน์ล่ะ”
“ที่นี่ที่ไหน ใครจับตัวพวกเรามา” เต๋าทำเป็นงง
“คุณตำรวจ คิดอะไรกับพวกเราก็ม่ะบอก คริๆ” เต้ยยั่ว
“พวกแกเล่นตลกอะไร!” มาวินเข้าไปกระชากคอเสื้อเต๋ากับเต้ย “บอกชั้นมาว่าไอ้กริสน์กับภัทรดนัยไปไหน!! ไม่งั้น พวกแกจะโดนข้อหาสมรู้ร่วมคิดด้วย!”
“หนูไม่รู้” เต๋ากับเต้ยตอบพร้อมกัน
พิมมาดานึกเป็นห่วงเด็กๆ “หา!!..แล้วแบบนี้..เด็กๆจะเป็นยังไง

สุขสันต์ที่กำลังดูอยู่ถึงกับช็อก ด้วยความโมโหเขาจึงเขวี้ยงลูกบาสไปสุดแรง
“ไอ้กริสน์!”
ในทีวี พิธีกรกำลังพูดบรรยายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อหน้ากล้อง
“น้ากริสน์ต้องมาช่วยพวกเราแน่ๆ เย้ๆๆ” โจ๊กดีใจ
“น้ากริสน์เอาจริงแล้ว พวกคนชั่วจะต้องถูกปราบหมดสิ้น!” จีจ้าพูด
“หุบปาก!” สุขสันต์ตะคอก
“พูดคำนี้อีกแล้ว..นี่ๆๆ พี่จะบอกให้นะน้องนะ ถ้าไม่อยากมีปัญหา พูดดีๆกะพวกพี่ เผื่อพวกพี่จะขอให้น้ากริสน์ไว้ชีวิตให้..โอเค๊?” ปาล์มยั่ว
สุขสันต์ ควักปืนขึ้นมาจ่อที่หน้าปาล์ม “โอเค๊?”
“โน แท้งกิ้ว” ปาล์มหน้าซีด

พวกเด็กๆ ถอยกรูดไปรวมกัน
“ใครอยากตายคนแรก” สุขสันต์ถามเสียงเข้ม
โจ๊ก จีจ้า และโอปอล์ก้าวถอยหลังกันไปหมด ทำให้เหลือปาล์มยืนข้างหน้าคนเดียว
“อ้าว เฮ้ย” ปาล์มยกมือไหว้ “สงสารเด็กน้อยตัวเล็กๆตาดำๆเถอะครับ”
“คุณสุขสันต์..คุณจะฆ่าเด็กเลยเหรอ..ไม่ได้นะ..เอาปืนลง!” แพรวพิลาศเตือนสติ
สุขสันต์ไม่ฟังเสียงห้ามของแพรวพิลาศ เขากระชับปืนนิ่ง หน้าเหี้ยมอย่างเอาจริงเอาจัง
“คุณอยู่เฉยๆได้มั้ยแพรว!” สุขสันต์ตะคอกอย่างเด็ดขาด
อยู่ๆ ก็มีเสียงปืนดังขึ้น สุขสันต์รู้สึกเจ็บปลาบเพราะถูกยิงเฉี่ยวขาไป กริสน์โผล่มาจากบนอัฒจรรย์ด้านหนึ่ง “ถ้าแกทำอะไรเด็ก แกดับอนาถเหมือนจอทีวีแน่!”
“เย้ๆๆ น้ากริสน์มาช่วยแล้วๆ” เด็กๆ ดีใจ
“แก..ไอ้กริสน์..แกวางแผนเอาไว้หมดทุกอย่างแล้วสินะ..แกคิดเหรอว่าแกจะข่มขู่ชั้นได้” สุขสันต์เล็งปืนไปที่เด็กๆ
ทันใดนั้น ฉัตรชัยกับฮิมก็โผล่ออกมาที่ด้านหลังของกริสน์ ลูกสมุนทั้งสองของสุขสันต์เอาปืนจ่อกริสน์ไว้
“ใครกันแน่ที่จะตาย” ฉัตรชัยพูด
“หึๆๆ โชคดีที่เราส่งยัยพิมมาดาเสร็จก็รีบกลับมาเลย ทันเวลาพอดี” ฮิมบอก
เด็กๆ เงียบกริบ
“อ้าว เวลาแห่งความสุขมันผ่านไปเร็วจริงๆ” ปาล์มตัดพ้อ

เหตุการณ์ที่งานแถลงข่าวเต็มไปด้วยความชุลมุน นักข่าวพยายามจะสัมภาษณ์มาวินให้ได้ ทุกคนต่างยื้อแย่งกันยิงคำถามให้มาวินตอบ คนหนึ่งถามว่าตกลงว่าคนร้ายยังลอยนวลอยู่ใช่มั้ย? อีกคนถามผู้กองรู้สึกยังไงที่ถูกคนร้ายฉีกหน้าออกอากาศ? ส่วนอีกคนก็ถามว่ามั่นใจแค่ไหนว่าจะตามจับตัวคนร้ายได้?
“เดี๋ยวๆๆ อย่าเพิ่งรุมครับ..คิดบวกกันก่อนดีกว่า อย่างน้อยตอนนี้ เราก็จับคนร้ายได้ถึงสี่คนแล้ว..มีแค่สองคนเท่านั้นที่หนีไป..ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอกครับ” มาวินบอก
“ผู้กองไม่คิดว่ากำลังถูกนายกริสน์ปั่นหัวอยู่เหรอครับ” พิธีกรถามบ้าง
พิมมาดาได้ยินดังนั้นก็ยิ่งรู้สึกผิดหวังมากขึ้น ในขณะที่พวกนักข่าวยังรุมสัมภาษณ์อย่างต่อเนื่อง
“นายรับปากว่าจะไม่ทิ้งกัน..นายสัญญากับชั้นแล้ว.. ทำไม..ทำไมทำอย่างนี้” พิมมาดาผิดหวัง
“คุณพิม..คุณกริสน์เค้ากำลังไปช่วยเด็กๆของพวกเราอยู่” เมทินีบอก
“ว่าแล้วมันต้องมีแผน..ต้องอย่างนี้สิ ถึงจะสมกับเป็นสมุนมือหนึ่งของชั้น” อธิปชมเปาะ
“อ้าว แล้วผมล่ะครับ เดชน้อยใจนะครับ” เดชตัดพ้อ
“เราต้องเป็นกำลังใจให้คุณกริสน์นะคะคุณพิม เค้าจะได้ทำสำเร็จ”เต๋าบอก
ภายในใจของพิมมาดายังคงเป็นห่วงเด็กๆ อยู่

กริสน์ถูกฉัตรชัยกับฮิมผลักเข้ามาที่กลางสนามกีฬา
“น้ากริสน์!” เด็กๆ จะวิ่งเข้าไปหากริสน์ แต่สุขสันต์ขวางไว้ “ใครขยับแม้แต่ก้าวเดียว..ชั้นยิงแน่!”
เด็กๆ ผงะแล้วหยุดนิ่ง โอปอล์ทำท่าจะถอยหลังแอนแต่ปาล์มรีบร้องเตือน “อย่าถอย เดี๋ยวโดนยิง”
ทันใดนั้น เสียงของภัทรดนัยก็ดังขึ้น
“ไอ้กริสน์..ชั้นมาช่วยแล้ว”
กริสน์กระหยิ่มเพราะคิดว่าเพื่อนมาช่วยได้แน่นอน แต่แล้วทุกคนก็เห็นว่าภัทรดนัยถูกสมุนหิ้วปีกโยนลอยเข้ามาในสภาพโทรมสุดๆ เพราะโดนรุมมา
“ เฮ้อ” กริสน์กลุ้มใจ เขาหันมาต่อรองกับสุขสันต์ “คุณสุขสันต์..ถ้าอยากจะฆ่าชั้น ก็มาฆ่า แต่ปล่อยพวกเด็กๆไป”
“ชั้นบอกให้แกไปมอบตัว แกไม่เข้าใจคำสั่งชั้นเหรอ!” สุขสันต์ตะคอก
สุขสันต์เดินพุ่งเข้าไปอัดกริสน์ไม่ยั้ง
“อย่าทำน้ากริสน์ อย่าๆๆ” เด็กๆ ร้องระงม
โจ๊กกับจีจ้าวิ่งเข้าไปห้าม แต่ก็ถูกสุขสันต์สะบัดและตบจนกระเด็น
“โอ๊ย!” โจ๊กกับจีจ้าร้อง
แพรวพิลาศตกตะลึงที่ได้เห็นอาการคลั่งของสุขสันต์
“คุณสุขสันต์..เป็นอะไรของคุณ”
สุขสันต์ยังคงเตะกริสน์ไม่ยั้ง “แกจะลองดีกับชั้นใช่มั้ย ห๊าๆๆๆ..ถ้าแกอยากตาย ชั้นก็จะให้แกตาย”

สุขสันต์เอาปืนจ่อกริสน์แล้วทำท่าจะยิง กริสน์ถึงกับผงะ

เวลาเดียวกันนั้น มาวินกำลังกล่าวยืนยันหนักแน่นต่อหน้านักข่าว โดยที่ด้านหลังของเขาเป็นจอทีวีภายในงานแถลงข่าว

“ผมขอเอาชื่อเสียงเกียรติยศของผมเป็นประกัน ผมจะลากตัวนายกริสน์มาให้ได้ ภายในหนึ่งอาทิตย์ ถ้าผมทำไม่สำเร็จ ผมขอ...”
อยู่ๆ พวกนักข่าวก็ส่งเสียงฮือฮา ทุกคนมองข้ามหัวมาวินไปที่จอทีวีด้านหลัง
“เอ๊ะ นั่น..” พิธีกรร้องทัก
มาวินหันมองตามแล้วเขาก็ต้องตะลึง อธิป เมทินี พิมมาดา และทุกคนก็มองไปที่จอ
ที่จอโทรทัศน์ มีจอเล็กๆ แทรกขึ้นมาก่อนจะขยายขนาดขึ้นกลายเป็นภาพสุขสันต์กำลังเอาปืนจ่อกริสน์อยู่
“นายกริสน์” พิมมาดาตกใจ
“มาทันเวลาพอดี...ช่วยลูกปาล์มให้ได้นะคุณกริสน์” เมทินีเอาใจช่วย

ภายในรถโอบี อั๋นกำลังสั่งการอยู่
“ขยายขึ้นเต็มจอเลย ให้คนเห็นกันชัดๆ ผมช่วยเต็มที่แล้วนะน้าเมทินี” อั๋นพูดกับตัวเอง
ทีมงานของอั๋นทำตามคำสั่ง ใกล้ๆ สนามบาสเก็ตบอลมีทีมงานกล้าตายกลุ่มหนึ่งแอบถ่ายสุขสันต์อยู่ในมุมที่ห่างออกไป

จอโทรทัศน์ตามจุดต่างๆ เช่น จอทีวีในห้าง จอทีวีในที่สาธารณะ จอทีวีตามบ้าน จอทีวีตามร้านกาแฟเปิดรายการแถลงข่าวนี้อยู่ทั้งหมด ผู้คนมากมายกำลังติดตามข่าวนี้อยู่ต่างก็มึนงงกับภาพที่แทรกเข้ามา
วัยรุ่นจำนวนมากดูข่าวผ่านมือถือ และไอแพด ผู้คนที่เดินผ่านหน้าจอโทรทัศน์ต่างชะงักและหยุดมองอย่างสนใจ หลายคนชวนกันหยุดดูแล้ววิพากษ์วิจารณ์

พิมมาดาอึ้งและรู้สึกเป็นห่วงกริสน์กับเด็กๆ
“คุณสุขสันต์จับตัวคนร้ายได้แล้ว!!!..หึๆๆ ทุกคนคงเห็นแล้วว่า แผนการของผมสำเร็จ” มาวินพูด
“เมื่อกี้ไม่ได้บอกว่าเป็นแผนนี่” เดชขัด
“บอกก็เสียแผนสิ..ผมคาดเดาไว้แล้วว่าต้องเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ เลยร่วมมือกับคุณสุขสันต์ตลบหลังอีกที ฮ่าๆๆ” มาวินแถ
“อยากรู้จริงๆว่ามันไปเรียนหลักสูตรอะไรที่เมืองนอก” เดชประชด
“คุณกริสน์..อย่าเป็นอะไรนะ”
เมทินีพูดแล้วหลับตาทำปากพึมพาเหมือนสวดมนต์ พิมมาดายังคงมองอย่างห่วงใย

สุขสันต์ยังคงเอาปืนเล็งที่กริสน์
“อย่านะ!!! ถ้าแกฆ่าพวกชั้น คิดเหรอว่าแกจะหนีรอด..ถ้าพวกชั้นไม่ไปมอบตัว รับรองได้ว่า ยัยเมทินีกับพิมมาดา ไม่มีทางให้การกับตำรวจตามที่นายต้องการแน่” ภัทรดนัยพยายามกล่อม
“นี่แกกำลังขู่ชั้นเหรอ” สุขสันต์ตะคอก
“หรือว่าแกอยากถูกตำรวจซิว!” ภัทรดนัยถามกลับ
“หึๆๆ แกไม่รู้เหรอว่าคดีนี้ ผู้กองมาวินเป็นคนรับผิดชอบ” สุขสันต์มั่นใจ
มาวินได้ยินคำพูดของสุขสันต์ก็กระหยิ่มยิ้มย่อง
“ใช่ๆๆ เราร่วมมือกันเห็นมั้ย”
“แล้ว..คนอย่างผู้กองมาวิน เคยสนใจอะไร นอกจากทำผลงาน” สุขสันต์พูดต่อ
มาวินหุบยิ้มแทบไม่ทัน “อ้าว”
สุขสันต์ยังพูดต่อไป “มาวินมันเชื่อว่าพวกแกผิด ตั้งแต่พวกแกยังไม่ได้อ้าปากด้วยซ้ำ..แล้วชั้นจะต้องกลัวอะไร”
“แต่นายจตุพลยังลอยนวลอยู่ นายจตุพลทำงานกับแกมานาน แกคิดว่ามันจะไม่เก็บหลักฐานอะไรเอาไว้บ้างเลยเหรอ..แล้วนิสัยอย่างนึง ที่โจรทุกคนในโลกนี้มี ก็คือ กูตายมึงตาย กูติดคุก มึงก็ต้องติดคุกด้วย” กริสน์บอก
“ตัวอะไรเอ่ย ลากกันไปกินในน้ำ” ภัทรดนัยถามกวนๆ
ปาล์มรีบยกมือ “ผมรู้คำตอบ!”
เด็กๆ ต่างชี้ไปที่สุขสันต์อย่างพร้อมเพรียง
“ลองคิดดู ว่าถ้าพิมมาดากับคุณเมทินีให้การพาดพิงแก แล้วนายจตุพลก็เอาหลักฐานมาแฉแกอีก..หึๆๆ คิดเหรอว่าแกจะยังลอยนวลอยู่ได้” กริสน์โน้มน้าว
“ไอ้ชาติชั่ว!”
สุขสันต์ชกกริสน์เต็มแรงแล้วจะตามซ้ำ แต่แพรวพิลาศเข้ามาดึงแขนเขาไว้
“คุณสุขสันต์ นี่หมายความว่าไง..คุณเกี่ยวข้องกับยาเสพติดจริงๆเหรอ” แพรวพิลาศดึงทึ้งอย่างคาดคั้นคำตอบ “ว่ายังไงคุณสุขสันต์..ตอบชั้นมา!”
“โว้ย!” สุขสันต์สะบัดแพรวพิลาศออก “อย่าเซ้าซี้ตอนนี้ได้มั้ย!”
แพรวพิลาศถูกสะบัดก็เซไป “ตอบมาว่าคุณไม่ได้หลอกใช้แพรว ตอบมาสิ!”
“ถ้าผมเกี่ยวข้องแล้วจะทำไม!” สุขสันตพูดอย่างโมโห

มาวินและพวกตำรวจในงานต่างพากันตกตะลึง
“ท่านผู้ชมครับ ขอย้ำว่าที่ท่านเห็นอยู่นี้ คือรายการสด” พิธีกรพูด
ที่สนามบาสเก็ตบอล แพรวพิลาศกำลังรู้สึกผิดหวังในตัวสุขสันต์ “คุณเกี่ยวข้องกับยาเสพติด..คุณหลอกใช้ชั้นมาตลอด..คุณมันชั่ว!”
แพรวพิลาศยกมือขึ้นจะตีสุขสันต์ แต่ฉัตรชัยกับฮิมเข้ามากันแพรวพิลาศไว้
สุขสันต์พูดกับกริสน์อย่างไม่สนใจแพรวพิลาศ “ชั้นจะให้โอกาสพวกแกไปมอบตัวอีกครั้ง..ไม่อย่างนั้น ชั้นจะฆ่าเด็กพวกนี้เดี๋ยวนี้” สุขสันต์หันไปจ่อปืนที่เด็กๆ
“ปล่อยเด็กก่อน” กริสน์ต่อรอง
“แกไม่มีสิทธิต่อรอง จะเชื่อใจชั้น หรือจะให้ชั้นฆ่ามันเดี๋ยวนี้!” สุขสันต์กระชากตัวโจ๊กออกมาจากกลุ่ม
มาวินและทุกคนในงานแถลงข่าวต่างพากันอึ้ง
“โอเค..ใจเย็นๆก่อน..แล้วบอกมา ว่าจะให้พวกชั้นทำอะไร” กริสน์กล่อม
“พวกแกรู้ดีอยู่แล้ว” สุขสันต์บอก
“พวกชั้นรู้ว่าต้องไปมอบตัว..แต่..ใครจะไปรู้ว่าอะไรที่พูดแล้วถูกใจแก..เกิดพูดอะไรผิดไป แกคลั่งยิงเด็ก จะทำไง” ภัทรดนัยถาม
“พวกแกก็ซัดทอดไอ้จตุพลสิวะ ว่ามันคือคนสั่งให้พวกแกขนยาเสพติดเข้าประเทศ เอามาใส่ในขนม..ส่วนชั้นไม่เกี่ยว ชั้นบริสุทธิ์ เป็นเหยื่อที่พวกแกวางแผนจะใส่ร้าย”
“แต่ความจริง มีแค่แกกับไอ้จตุพลเท่านั้น ที่ผิด ไม่เกี่ยวกับพวกเราเลย ..จะให้บอกว่าคนทำผิด ถูก..แล้วคนทำถูก ผิด..ชั้นทำไม่ได้!” กริสน์ว่า
“ก็หัดทำซะ..ทำขาวเป็นดำ ทำดำให้เป็นขาว..หรือจะเอาสีแดงเลือดสาด” สุขสันต์ขู่
อยู่ๆ กริสน์กับภัทรดนัยก็หัวเราะออกมา “ ฮ่าๆๆ”
“พวกแกตลกอะไร” สุขสันต์ถาม
“แกรู้หรือเปล่าว่าประเทศไทยมีสามจีแล้ว..เอ้าๆๆ ทางนั้น..ทักทายกล้องหนึ่งหน่อย” ภัทรดนัยบอก
เค้กเดินออกมาจากมุมที่ภัทรดนัยบอก ในมือของเค้กมีไอโฟนที่กำลังถ่ายคลิปทั้งหมดอยู่
“อ้าว แล้วทักทายกล้องสองตรงโน้นด้วย” ภัทรดนัยชี้ไปอีกทาง
สุขสันต์หันไปมองที่อัฒจรรย์ โปรดิวเซอร์รายการถือกล้องอีกตัวถ่ายจากมุมด้านบนอัฒจรรย์
โปรดิวเซอร์พูดใส่กล้อง “ผม..กิตติ พงษ์กันยา..รายงานสดจากที่เกิดเหตุ...ไปล่ะเว้ย!” โปรดิวเซอร์ปิดกล้อง แล้ววิ่งหนีทันที
สุขสันต์เริ่มอึ้ง ส่วนกริสน์หัวเราะอย่างสะใจ
“หึๆๆ ทั้งภาพทั้งเสียงชัดเจนขนาดนี้ ท่านแฮปปี้จะตอบประชาชนยังไงดีครับ ฮ่าๆๆ”
สุขสันต์อึ้งแล้วรู้สึกแค้น

ทันใดนั้น ภาพในจอก็ดับไป มาวินได้แต่ยืนตะลึง ก่อนจะค่อยๆ พูดออกมา
“มีชกต่อย ตบตี ด่าทอ และใส่ร้าย..มันละครหรือเรื่องจริงเนี่ย”
“มันคืออะไรครับ หรือว่าเป็นแผนการอะไรของผู้กองอีก” พิธีกรถาม
เดชรีบลุกพรวด “ไม่ใช่แผนของนายมาวิน!”
“ทั้งหมดเป็นแผนการของคุณกริสน์ ที่จะกระชากหน้ากากคนดีที่สุดแสนจะรักเด็กของคุณสุขสันต์ นักการเมืองในฝันของหลายๆคน” เมทินีบอก
“พวกคุณพูดอะไร” มาวินงง
“มันคือความจริง..แกตกเป็นเครื่องมือของคนชั่ว จับพวกชั้นเป็นแพะ..ยังไม่รู้ตัวอีก..ปล่อยพวกชั้นเดี๋ยวนี้!” อธิปสั่ง
“ถ้าไม่ปล่อย รับรองว่าชั้นจะฟ้องร้องสำนักงานตำรวจตั้งแต่หัวยันหาง หางยันหัวเลยคอยดู!” เมทินีขู่
มาวินอึกอักและสับสน พวกนักข่าวกรูเข้ามารุมสัมภาษณ์มาวินอีกมากมายพร้อมกับยิงคำถามเป็นชุด คนหนึ่งถามว่าจริงหรือเปล่าคะ? อีกคนถามสรุปว่าคุณสุขสันต์เป็นพ่อค้ายาเสพติดเหรอคะ? คนที่เหลือถามตำรวจทำงานผิดพลาดเหรอคะ?
“หยุดๆๆ ตอนนี้นายกริสน์กับเด็กๆอยู่ในอันตราย..มาวิน..คุณต้องปล่อยพวกชั้น แล้วรีบไปจับผู้ร้ายตัวจริงกู้หน้าตัวเองเร็วๆ” เมทินีบอก
“ใช่ๆๆ” มาวินนึกขึ้นได้จึงรีบปล่อยทุกคน

สุขสันต์โกรธแค้นเป็นอย่างมาก
“แก..แกอย่าอยู่เลย!”
กริสน์กับภัทรดนัยกระโจนเข้าไปล็อกฉัตรชัยกับฮิมมาเป็นตัวประกัน แล้วพลิกเอาทั้งสองมาบังกระสุน ก่อนจะดึงปืนพกอีกกระบอกที่เหน็บเอวทั้งคู่ไป
“อย่ายิง ไม่งั้นคนสนิทแกเด๊ดแน่” ภัทรดนัยขู่
แต่ทันใดนั้นสุขสันต์ก็ยิงทันที กระสุนถูกหัวไหล่ของฉัตรชัย “อ๊าก!”
“ไอ้ฉัตรชัย!” ฮิมตกใจ
“คุณยิงลูกน้องตัวเองได้ยังไง!” แพรวพิลาศว่า
สุขสันต์หน้าเหี้ยม เขาเล็งปืนไปที่ฮิมอีก กริสน์ตัดสินใจผลักฮิมออกแล้วกระโจนหลบ พร้อมๆกับที่สุขสันต์ยิงออกไปพอดี กริสน์รอดจากกระสุนอย่างหวุดหวิด
สุขสันต์จะตามไปยิงอีก แต่เด็กๆ วิ่งเข้าชนสุขสันต์เต็มแรงจนสุขสันต์ล้มไป
“พวกเราจัดการ!” โจ๊กตะโกน
เด็กๆ จะเข้าไปรุมสุขสันต์ แต่สุขสันต์ควักปืนอีกกระบอกออกมา พวกเด็กๆ ถึงกับผงะ ทันใดนั้น กริสน์ก็กระโจนเข้ามาสู้กับสุขสันต์
“เด็กๆ หนีออกไป ไป!” กริสน์บอก
“เด็กๆ ทางนี้” เค้กมาเรียกเด็กๆให้วิ่งตาม ทั้งหมดพากันวิ่งหนีไปที่ทางออก
กริสน์ถูกสุขสันต์เตะจนร่วงลงไปกอง สุขสันต์เหยียบยอดอกกริสน์เอาไว้แล้วเอาปืนจ่อ
“เก่งนักใช่มั้ย!”
กริสน์กำลังจะเสียท่า แต่อยู่ๆ ประตูโรงยิมก็ถูกระเบิดจนประตูปลิวกระเด็นมา หลังประตูมีจตุพลกับน้อมพงษ์ยืนอยู่พร้อมปืนกล
“ไอ้สุขสันต์..แกหักหลังชั้น แล้วคิดว่าลอยนวลไปได้ง่ายๆเหรอ ชาติหน้าเถอะเว้ย!” จตุพลว่า
“ตายๆๆ” น้อมพงษ์พร้อมลุย
จตุพลกับน้อมพงษ์ยิงกระหน่ำเข้าใส่ทันที
สุขสันต์กระโจนหลบ ส่วนกริสน์กับภัทรดนัยรีบวิ่งไปหาที่ซ่อน ฮิมลากฉัตรชัยไปหลบ
แพรวพิลาศ เค้กและเด็กๆ ไปหลบมุมตรงทางออก โจ๊กกอดจีจ้าเอาไว้
สุขสันต์หลบอยู่ที่มุมนึงซึ่งมองไปฝั่งตรงข้ามจะเห็นพวกเด็กๆหลบอยู่ สุขสันต์ตัดสินใจวิ่งไปที่พวกเด็กๆ แล้วกระชากจีจ้ามา “มานี่!”
“ปล่อยจีจ้านะ ปล่อย!” เค้กมาฉุดตัวจีจ้าไว้
โจ๊กก็พยายามดึงตัวจีจ้า “จะทำอะไร ปล่อยจีจ้านะ ปล่อย!”
สุขสันต์ตบเค้กและโจ๊กคว่ำ แต่โจ๊กยังลุกมายื้อตัวจีจ้าเอาไว้ ปาล์มกับโอปอล์เข้ามาช่วย สุขสันต์ผลักเด็กทั้งหมดจนล้มไป
“พี่โจ๊กช่วยด้วยๆ” จีจ้าร้องไห้
โจ๊กล้มไปโดยมีกระเป๋ายาของจีจ้าที่ถูกดึงจนสายขาดติดมือมาด้วย
แพรวพิลาศดึงสุขสันต์ไว้ “คุณจะไปไหน”
“ปล่อย!” สุขสันต์สั่ง
สุขสันต์ผลักแพรวพิลาศจนเซ แล้วก็ลากจีจ้าวิ่งออกประตูไป แพรวพิลาศรีบวิ่งตามออกไป “คุณสุขสันต์!”
จตุพลกับน้อมพงษ์วิ่งไล่สุขสันต์ไป โดยไม่สนใจพวกเด็กๆ
“เด็กๆ” กริสน์เรียกแล้วหันไปเห็นกระเป๋ายาจีจ้า “เฮ้ย กระเป๋ายาของจีจ้า..แย่แล้ว..คุณเค้ก ฝากเด็กๆด้วย”
กริสน์และภัทรดนัยวิ่งตามไปทันที

สุขสันต์พาจีจ้าวิ่งหนีออกมา
“กระเป๋า..กระเป๋ายาของจีจ้าหล่น” จีจ้าบอก
จีจ้าพยายามจะกลับไปเอากระเป๋ายา แต่สุขสันต์ลากไว้ไม่ให้กลับ
แพรวพิลาศวิ่งเข้ามาดึงตัวสุขสันต์เอาไว้ “คุณจะหนีไปไหนไม่ได้..คุณต้องมอบตัว สารภาพความจริงกับตำรวจ ว่าคุณหลอกใช้แพรว หลอกใช้พ่อ..เข้าใจมั้ย”
“ผมไม่ได้หลอก ผมทำเพื่อให้เราได้อยู่ด้วยกัน เราจะแต่งงานกันไงแพรว” สุขสันต์กล่อม
“เลิกหลอกแพรวได้แล้ว ไอ้คนชั่ว นี่แน่ะๆ”แพรวพิลาศเข้ามาทุบตีสุขสันต์
“ปล่อย..ผมบอกให้ปล่อย!”
แพรวพิลาศอาละวาด เธอดึงทึ้งสุขสันต์ไม่หยุด ทันใดนั้น จตุพลกับน้อมพงษ์ก็วิ่งตามมาทัน ทั้งสองแล้วยิงมาแต่กระสุนเฉี่ยวไปทางอื่น
แพรวพิลาศได้ยินเสียงปืนก็ตกใจ สุขสันต์รีบวิ่งขึ้นรถไป แพรวพิลาศตัดสินใจขึ้นรถไปด้วย
จตุพลกับน้อมพงษ์วิ่งตามพร้อมกับยิงไล่หลังเป็นชุด สุขสันต์รีบขับรถหนีไปทันที
“หน็อย..แกคิดว่าจะหนีชั้นพ้นเหรอ!” จตุพลพูด
จตุพลกระโดดขึ้นมอเตอร์ไซค์แล้วขี่ตาม น้อมพงษ์กำลังจะขี่ไล่ตาม แต่มีรถตำรวจแล่นปราดมาขวางเอาไว้ น้อมพงษ์ผงะเบรคจนมอเตอร์ไซค์ล้มคว่ำ
“โน่น ไอ้สุขสันต์หนีไปโน่นแล้ว ไปจับมันดิวะ” น้อมพงษ์พูดพลางถอยหนี
พวกตำรวจวิ่งลงจากรถแล้วไล่ตามไป น้อมพงษ์กำลังจะหนีแต่ภัทรดนัยมาดักไว้ เขาล็อกน้อมพงษ์ได้ กริสน์วิ่งสวนมาโดยในมือถือกระเป๋ายาจีจ้ามาด้วย
“จีจ้า” กริสน์เรียก
“ตามมันไปเลยทางนี้ชั้นจัดการเอง” ภัทรดนัยบอก
กริสน์รีบมองหารถที่จะใช้ขับตาม เมื่อเห็นเขาก็วิ่งไปที่รถ

กริสน์วิ่งมาที่รถคันที่ใช้นั่งมาซึ่งจอดอยู่ อยู่ๆ ก็มีรถตำรวจแล่นมาจอด พิมมาดาก้าวลงจากรถตำรวจ “นายกริสน์”
“คุณพิม” กริสน์เรียกกลับ
ทั้งคู่วิ่งเข้ามาหากันแล้วทำท่าเหมือนจะกอดกัน แต่แล้วพิมมาดาก็ชะงัก ทั้งคู่อึกอักคล้ายจะกอดดีหรือไม่กอดดี แล้วอยู่ๆ เมทินีก็ตรงจะเข้ามากอดกริสน์
“คุณกริสน์..คิดถึงและเป็นห่วงที่สุดเลย”
กริสน์รีบเดินฉีกไปที่รถ ทำให้เมทินีกอดได้แต่ลม กริสน์พูดหนักแน่น “ผมจะไปตามจีจ้า”
“อะไรนะ” พิมมาดาตกใจ
เค้ก ภัทรดนัยกับพวกเด็กๆ วิ่งตามมา
“น้าพิม..จีจ้าถูกนายสุขสันต์จับตัวไป” โจ๊กบอก
“ผมจะไปช่วยเดี๋ยวนี้!” กริสน์พูด
“หยุด!! มันไม่ใช่เรื่องของแก มันเป็นหน้าที่ของตำรวจ” มาวินลงจากรถตำรวจแล้วแตะไหล่รั้งกริสน์ไว้
กริสน์ปัดมือมาวินออก แล้วชกมาวินจนร่วงไป “ชั้นนี่แหละตำรวจ!”
กริสน์หันไปพูดกับภัทรดนัย “ไอ้ภัทรดนัย ฝากเด็กๆด้วย”
กริสน์วิ่งไปขึ้นรถของตัวเองทันที พิมมาดาวิ่งตามแล้วขึ้นรถไปด้วย “ชั้นไปด้วย”
กริสน์รีบออกรถทันที
“คุณกริสน์..ระวังตัวเองด้วยนะคะ!” เมทินีตะโกนบอก
“หม่ามี้” ปาล์มเรียก
เมทินีหันมาเห็นก็ดีใจ “ลูกปาล์มของแม่”
เมทินีกระโดดเข้าไปกอดปาล์ม
“ป๊า..ป๊าๆๆ” โอปอล์เรียก
“โอปอล์ “อธิปดีใจ
โอปอล์กระโดดกอดอธิป
อธิปเห็นเดชขยับจะตามกริสน์ไปจึงร้องเรียก “ไอ้เดช..แกจะไปไหน..ชั้นไปด้วย”
“ผมจะไปช่วยไอ้กริสน์อีกแรง..เสี่ยอยู่ดูแลคุณหนูดีกว่าครับ” เดชบอก
“ไม่ค่ะ โอปอล์อยู่กับเพื่อนๆได้..ป๊ารีบไปช่วยน้ากริสน์ดีกว่าค่ะ..อย่าให้คนชั่วลอยนวลนะคะป๊า”
“ป๊าภูมิใจในตัวหนูมากโอปอล์” อธิปพูดอย่างภาคภูมิใจ
อธิปกับเดชรีบเดินออกไป
เค้กหันมาพูดกับมาวิน “แกจะยืนหมั่นไส้อีกนานมั้ย ไปตามจับพวกมันสิ ไป!”

กริสน์ขับรถไล่ตามอย่างร้อนใจเพราะทั้งเขาและพิมมาดาต่างก็เป็นห่วงจีจ้า พิมมาดากอดกระเป๋ายาของจีจ้าแน่น “จีจ้า อย่าเป็นอะไรนะ จีจ้า”
“คุณพิม..ถ้าจีจ้าเป็นอะไรไป ผมจะไม่ให้อภัยตัวเองเลย..ผมสัญญา”
“ไม่ต้องสัญญา ทำให้ได้ก็พอ”
กริสน์ขับรถอย่างรวดเร็วสุดชีวิต

สุขสันต์ขับรถหนีแบบสุดชีวิต ในขณะที่แพรวพิลาศยังโวยวาย และอาละวาดทุบตีไม่หยุด
“พ่ออุตส่าห์ไว้ใจ แล้วก็ช่วยเหลือคุณ ผลักดันจะให้คุณเป็นรัฐมนตรี..แต่คุณกลับทรยศหักหลังพวกเราได้ คุณมันเลว ไม่สำนึกบุญคุณ!”
“หยุดโวยวายซะที!” สุขสันต์สั่ง
สุขสันต์ผลักแพรวพิลาศจนหน้าหงาย หัวของแพรวพิลาศไปกระแทกกระจกข้างอย่างแรง
“โอ๊ย!” แพรวพิลาศแค้น “กล้าผลักชั้นเหรอ..ไอ้ชั่ว..ไอ้สารเลว!!!!..ชั้นจะให้พ่อเล่นงานแกให้ตายเลย จอดรถเดี๋ยวนี้..จอดๆๆ”
จีจ้าที่นั่งอยู่เบาะหลังเอื้อมมือมาเกาะแกะสุขสันต์ “จีจ้าหายใจไม่ออก..ยา..ต้องกลับไปเอายา”
“อยู่เฉยๆได้มั้ย” สุขสันต์ใช้มือผลักแพรวพิลาศและจีจ้าออกไป
จีจ้าถูกผลักจนล้มลงไปกระแทกกับเบาะ ทันใดนั้นเธอก็เริ่มทรุดและหายใจไม่ออก
“ถ้าไม่อยากตายก็นั่งเฉยๆทั้งคู่”
ทันใดนั้นก็มีเสียงยิงปืนดังขึ้น ก่อนที่จตุพลจะขี่มอเตอร์ไซค์ตามมาพร้อมกับยกปืนยิงเป็นระยะๆ สุขสันต์พยายามหลบกระสุนจึงขับรถเป๋ไปเป๋มา
“ว้าย ขับดีๆหน่อยสิ..ไม่งั้นก็จอดๆๆ” แพรวพิลาศกรีดร้อง

กริสน์กับพิมมาดาขับตามมาไกลๆ ทั้งคู่มองออกไปเห็นมอเตอร์ไซค์ของจตุพลกำลังไล่ยิงรถของสุขสันต์ ในขณะที่รถเก๋งของสุขสันต์ขับส่ายไปส่ายมา
“อย่ายิง..เดี๋ยวถูกจีจ้า” พิมมาดาตะโกนบอกแล้วก็หันมาพูดกับกริสน์ “ขับเร็วกว่านี้ได้มั้ย”
“เร็วแล้วๆๆ” กริสน์บอก

จตุพลยังคงยิงกระหน่ำ รถของสุขสันต์ก็ยังส่ายไปส่ายมา จีจ้าที่นั่งอยู่ในรถกลิ้งไปกลิ้งมาตามแรงเหวี่ยง ส่วนแพรวพิลาศเซมากระแทกสุขสันต์ทำให้รถเป๋ออกไปทันที
รถเก๋งของสุขสันต์เสียหลัก ตกลงข้างทางพุ่งไปกระแทกต้นไม้เสียงดังสนั่น

พิมมาดากับกริสน์ที่เห็นเหตุการณ์ถึงกับช็อก “จีจ้า!”









Create Date : 08 กุมภาพันธ์ 2555
Last Update : 8 กุมภาพันธ์ 2555 10:43:41 น.
Counter : 111 Pageviews.

0 comment
มือปราบพ่อลูกอ่อน ตอนที่ 14 (ต่อ)



กริสน์เดินตะกุยหัวตัวเองอย่างหงุดหงิดอยู่ที่สวนนอกบ้านของเมทินี

“ทำไมมันต้องเป็นแบบนี้ด้วยวะโธ่เว้ย”
แจ๊สอุ้มป๊อบคอร์นเดินออกมาหากริสน์ ป๊อบคอร์นเฮ่า โฮ่ง! “น้ากริสน์”
กริสน์ชะงัก “แจ๊ส”
แจ๊สเต้นสี่ห้าสเต็ปอย่างเต็มที่ กริสน์งง จนแจ๊สหยุดเต้นเพราะเหนื่อย
“น้ากริสน์อย่ายอมแพ้นะคะ..เหมือนแจ๊ส..แจ๊สก็ไม่เคยคิดว่าแจ๊สจะเต้นชนะเลิศ..แต่แจ๊สก็ทำได้..น้ากริสน์เก่งกว่าแจ๊สล้านเท่า น้ากริสน์ต้องช่วยทุกๆคนได้แน่ๆ”
“บางที..น้าก็ไม่ได้เก่งอะไรหรอก น้าไม่ใช่สุดยอดสายลับแบบในหนัง..น้าก็คนธรรมดา..ที่แพ้เป็น..ที่ผิดพลาดตลอดๆ”
“ไม่..น้ากริสน์จะแพ้อะไรก็ได้ แต่ห้ามแพ้ยาเสพติด..พ่อแม่ของแจ๊สก็ตายเพราะคนเมายา..แจ๊สจะไม่ยอมให้มีใครตายเพราะมันอีก”
กริสน์โอบแจ๊สไว้
“แจ๊ส”
“แจ๊สว่าทางออกไม่ได้มีแค่สองทางหรอก...มันมักจะมีทางที่สามที่สี่ที่ห้าเสมอ...น้ากริสน์แค่ต้องการเวลาคิด..เดี๋ยวก็คิดได้..นะคะ..แจ๊สจะช่วยคิดด้วย..ป๊อปคอร์นด้วย”
แจ๊สตื๊อ และลงไปนั่งขัดสมาธิ คิดๆๆๆ ป๊อปคอร์นนั่งหลับตาข้างๆกัน กริสน์จนปัญญาได้แต่กอดแจ๊สไว้

บริเวณด้านนอกของลานจอดรถสวยๆ หน้าสนามกีฬาในเวลากลางคืน สุขสันต์โผเข้าโอบแพรวพิลาศจากด้านหลัง
“โธ่ แพรว...ผมน่ะเหรอจะไปเกี่ยวข้องกับเสพติด..แพรวเข้าใจผิดแล้ว”
แพรวสะบัดตัวออก พร้อมคาดคั้นเสียงเข้ม
“แล้วที่แพรวได้ยินคืออะไร ขอความจริงเท่านั้น”
“เอ่อ แพรว..คือ ยัยพิมมาดา ถูกไอ้กริสน์ล้างสมอง จนเชื่อฝังใจไปแล้วว่าผมค้ายา..ผมอธิบายยังไงก็ไม่เชื่อ..แล้วจะให้ผมทำยังไง..ผมก็เลยตามเลย..มันเป็นแค่วาทกรรมทางการเมือง....ผมยอมให้พิมมาดาเข้าใจว่าผมชั่วร้ายเลวทรามคนเดียว..ดีกว่าจะให้พิมมาดากล่าวพาดพิงคุณพ่อของแพรวเสียๆหายๆ”
“อะไรนะ มันว่าคุณพ่อด้วยเหรอ”
“ผมถึงต้องเล่นบทโหด ข่มขู่ทุกวิถีทางให้พวกมันให้มอบตัวไง”
แพรวพิลาศอึ้ง สุขสันต์จับไหล่แพรวพิลาศหันมามองตา
“มองตาผมซิแพรว มองให้ชัดๆ ลึกๆ ตาผมใสกิ๊ง ซื่อบริสุทธิ์ ไม่มีอะไรเคลือบแฝงอยู่เลย คนนัยน์ตาซื่ออย่างผมจะไปทำร้ายใครได้ แล้วยิ่งเป็นผู้หญิงกับเด็กน้อยตาดำๆ พวกนี้ยิ่งทำไม่ได้เข้าไปใหญ่ แค่คิดก็ทรมานใจแล้ว”
สุขสันต์กอดแพรวพิลาศไว้ แพรวพิลาศใจอ่อนลง

ภายในห้องหนึ่งของโรงงานขนมช่วงตอนกลางวันของวันต่อมา เสี่ยอธิปกับเดชนั่งหน้าซีดอยู่บนเก้าอี้ เลือดจากแผลเก่าไหลไม่หยุด น้อมพงษ์เอาน้ำสาดเพื่อให้ฟื้นขึ้นมา จตุพลเดินตรงมาหาเสี่ยอธิปกับเดช
“อากู๋ไม่เคยทำอะไรเพื่อผม ผมไม่ว่า..แต่ทำไมต้องขัดขวางผมด้วย..ผมกำลังจะได้ตัวยัยพิมมาดาอยู่แล้ว” จตุพลบอก
จตุพลตรงเข้าไปชกอธิปจนร่างร่วงตกเก้าอี้ไปกองกับพื้น
“หึๆๆ แกกลัวไอ้สุขสันต์หักหลังใช่มั้ย..ไม่ต้องห่วง..แกเจอแน่..ฮ่าๆๆ”
“หนอย ปากดีนัก” จตุพลบอก
จตุพลเตะซ้ำเข้าที่แผลเก่าของอธิปจนอธิปดิ้นพล่าน
“อย่าทำเสี่ย” เดชบอก
น้อมพงษ์ตรงเข้าไปหาเดช พร้อมกับซัดเดชเต็มๆ
“อ๋อ พูดงี้ ว้อนท์ใช่มั้ย จัดให้”
ฝ่ายจตุพลคว้าคอเสื้ออธิปขึ้นมาประจัญหน้าขู่เสียงแข็ง
“อากู๋..ผมเห็นแก่สายเลือดจางๆของเรา..ผมจะให้โอกาสอากู๋แสดงความรักที่มีต่อผม..อากู๋ต้องรับผิดแทนผม..บอกตำรวจ ว่าผมไม่รู้ไม่เห็น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดในขนม”
“ถ้าเสี่ยช่วยให้พวกเราพ้นจากคดีได้ ผมรับรองว่า..ผมจะดูแลโอปอล์แทนเสี่ย และจะพาไปเยี่ยมที่คุกทุกเดือน”
“หึๆ พวกหมาจนตรอก..พวกแกหนีคุกไม่พ้นหรอก” เดชว่า
“ชั้นยอมตาย..ส่วนแก..ก็ต้องรับกรรมที่แกทำเอาไว้..คนที่คิดร้ายต่อเด็กๆอย่างแก..ไม่มีวันตายดี หรอก”
“ใครกันแน่ที่จะตาย”
จตุพลพูดแล้วชักปืนออกมา จะเหนี่ยวไก ทันใดนั้น มีเสียงไซเรนรถตำรวจดังขึ้น หวอๆๆๆๆ ดังระงมไปทั่วโรงงานขนม
“เฮ้ย เสียงนี้ มันต้องไม่ใช่เสียงรถไอติมแน่ๆ..งานเข้าแล้ว” น้อมพงษ์โพล่งขึ้น
จตุพลกับน้อมพงษ์พุ่งไปดูที่หน้าต่าง เห็นรถตำรวจจอดอยู่หลายคัน
“ทำไงล่ะทีนี้” น้อมพงษ์พูดขึ้นลอยๆ

มาวินเดินตะโกนกร่างเข้ามาในโรงงาน สมุนหลายคนของจตุพลโดนตำรวจจับตัวไว้แล้ว มาวินหยิบเอกสารขึ้นมาโชว์
“คุณจตุพลคุณน้อมพงษ์ ไอมีหมายค้น หมายจับ และสารพัดใบอนุญาตที่ทำให้ไอสามารถจับเป็นและจับตายยูสองคนได้ เพราะฉะนั้น อย่าคิดหนีไอให้เหนื่อย ยอมมอบตัวดีๆ ไอสัญญาว่าจะเลี้ยงแฮมเบอเกอร์ยูทุกมื้อตอนอยู่ในคุก”
จังหวะนั้น...มีเสียงปืนมาจากทางจตุพลดังขึ้นนัดหนึ่ง มาวินตกใจ ตะโกน
“ทุกคนหมอบลง”
ตำรวจทุกคนพากันหมอบ มาวินเงยหน้าขึ้นแล้วสั่ง
“ตามไปดู เร็ว”
ตำรวจวิ่งกรูกันตามขึ้นไป

ภายในห้อง จตุพลกับน้อมพงษ์ยิงพื้นตรงที่เสี่ยอธิปกับเดชยืนอยู่ กระสุนเฉี่ยวเท้าเสี่ยอธิปกับเดชเพียงนิดเดียว
“วิ่งไป...เร็ว...ไม่งั้นชั้นยิงแกเท้ากระจุยแน่”
“หึๆๆ กรรมตามพวกแกทันกว่าที่คิดไว้อีก หึๆๆ”
“หยุดปากดีได้แล้ว”
จตุพลยิงขู่ไปที่เสี่ยอธิปกับเดชอีก เดชดึงตัวเสี่ยอธิปไปทันที
“โอ้ย...ไปเสี่ยเดี๋ยวค่อยกลับมาจัดการ”
เสี่ยอธิปและเดชวิ่งหนีไปทางที่ตำรวจวิ่งสวนมาพอดี ส่วนจตุพลกับน้อมพงษ์วิ่งหนีไปอีกทาง มาวินกับตำรวจเล็งปืนไปที่เสี่ยอธิปกับเดชที่เป็นตัวล่อ
“หยุดนะ” มาวินร้องบอก
เสี่ยอธิปกับเดชโดนมาวิน และพวกตำรวจรวบตัว
“ฮ่าฮ่า....ในที่สุดก็เสร็จมือปราบสุดเก่งอย่างไอจนได้”

บริเวณสนามกีฬาอินดอร์ฯ โอปอล์ผวาตื่นขึ้นมาเพราะฝันร้าย
“ป๊า! อย่าทำป๊า ช่วยด้วย”
โอปอล์ลืมตาขึ้นมา เห็นโจ๊กยืนอยู่ข้างๆมองด้วยความห่วงใย
“โอปอฝันร้ายเหรอ” พิมมาดาถาม
โอปอล์โผกอดพิมมาดาพลางบอกเสียงระส่ำ
“ป๊า..ป๊าอยู่ในอันตราย เลือดเต็มตัวไปหมด”
“ไม่เป็นไรนะ แค่ฝัน ป๊าของโอปอล์ไม่เป็นอะไรหรอก” พิมมาดาปลอบ
ปาล์มถือโอกาสโอบหัวโอปอล์มาจูบ
“โอ๋ๆขวัญเอ้ยขวัญมานะคะ ที่รักของพี่น้องปาล์ม”
โจ๊กดึงตัวปาล์มออก
“ไอ้อ้วน! ไอ้ฉวยโอกาส”
“โอ้ย...สงบศึกกันซะทีเถอะค่ะ โตๆกันแล้วนะ” จีจ้าร้องขึ้น ปาล์ม โจ๊ก โอปอล์หน้าจ๋อยไปทันที

ฉัตรชัยกับฮิม เดินถืออาหารลงมาจากทางเดินอัฒจันทร์อย่างสง่า
“เอ้า กินซะจะได้มีแรงให้ปากคำกับตำรวจตอนไปมอบตัว” ฉัตรชัยบอก
ปาล์มรีบคว้าจะกิน
“ดีเลย น้องปาล์มกำลังหิว”
จู่ๆแพรวพิลาศก็เดินหน้าตึงตามเข้ามากระชากอาหารทิ้ง ไม่ให้กิน
“ไม่ต้องกิน..โทษฐานที่เธอคิดว่าคุณสุขสันต์เป็นพ่อค้ายาเสพติด” แพรวพิลาสบอก
แพรวพิลาศชะงัก
“คุณแพรว … คุณยังคิดว่านายสุขสันต์ ใจซื่อมือสะอาดอีกเหรอ..คุณก็ได้ยินสิ่งที่คุณสุขสันต์พูดกับฉันเต็มๆหูแล้วไม่ใช่เหรอ”
“ใช่ แล้วชั้นก็รู้ว่าเธอมันหลงนายกริสน์จนตาบอด เห็นผิดเป็นชอบ”
“คุณนั่นแหละหลงนายสุขสันต์จนตาบอด..นายสุขสันต์ ก็กำลังหลอกใช้คุณ เหมือนที่เค้าหลอกใช้ชั้น หลอกใช้ทุกคน หลอกพ่อคุณด้วย”
แพรวตบหน้าพิมมาดาทันที
“คุณสุขสันต์ไม่ได้หลอกชั้น เค้าเป็นคนดี ที่กำลังทำทุกอย่าง เพื่อให้เค้ากับชั้นได้แต่งงานกัน”
“คุณพูดเหมือนที่ชั้นเคยพูดกับกริสน์ไม่มีผิดเลยค่ะ..คุณแพรว ตอนนั้น..ชั้นยังโง่อยู่..มองคนแต่ภาพลักษณ์ภายนอก”
“หุบปาก อีนังหน้าด้าน” แพรวพิลาศตบพิมมาดาอีกฉาด
โจ๊ก จีจ้า โอปอล์โวยขึ้นอย่างเหลืออด “หยุดนะ”

สถานการณ์เริ่มวุ่นวาย แพรวพิลาศเดินจ้ำอ้าวออกไปอย่างสับสน

สุขสันต์ทุบโต๊ะภายในสำนักงานตำรวจ
“ไอ้จตุพลหนีไปได้”
มาวินอึกอัก พยายามอธิบาย
“เอ่อ..ไอระดมกำลังไปเต็มที่แล้ว แต่ใครจะไปคิดว่า พวกมันจะใช้วิชามาร”
สุขสันต์ตรงเข้าไปกระชากคอมาวิน บีบจนมาวินลิ้นจุก หายใจไม่ออก
“หยุดพล่ามได้แล้ว! ชั้นอุตส่าห์บอกที่ซ่อนไอ้จตุพลกับแก..เสียแรงไว้ใจจริงๆ ตอนนี้เสี่ยอธิปกับไอ้เดชอยู่ที่ไหน”

เสี่ยอธิปถูกใส่กุญแจมือไว้นั่งหน้าซีดอิดโรยอยู่ที่โต๊ะสอบสวน สุขสันต์ผลักประตูเข้ามา
“ผมพยายามสอบแล้ว แต่..มันไม่ยอมปริปากพูดอะไรเลย” มาวินบอก
สุขสันต์โบกมือไล่พวกตำรวจให้ออกไปให้หมด พร้อมๆกัน ก็หยิบเจลล้างมือออกมาบีบล้างมือ
“ออกไป..ไปให้หมด”
พวกตำรวจออกไปหมด สุขสันต์มองสำรวจกล้องวงจรปิดในห้อง แล้วจงใจ เดินไปยืนในมุมที่หันหลังให้กล้องนั้น
“ชั้นไม่ให้การช่วยเหลืออะไรพวกแกทั้งนั้น” อธิปบอก
สุขสันต์ยื่นโทรศัพท์มือถือไปตรงหน้าเสี่ยอธิป ภาพในหน้าจอ คือ โอปอล์ถูกจับรวมอยู่กับพวกพิมมาดา โดยมีฉัตรชัยกับฮิมหน้าโหดถือปืนคุมตัวอยู่
“โอปอล์” เสี่ยอธิปพึมพำ
“ถ้าเสี่ยอยากให้ลูกสาวรอด..เสี่ยต้องให้การซัดทอดไอ้จตุพล ว่าอยู่เบื้องหลังเรื่องยาเสพติดในขนมสวีทโอปอล์คนเดียว....ไม่อย่างนั้น” สุขสันต์ข่มขู่
เสี่ยอธิปลลุกพุ่งพรวดจะทำร้ายสุขสันต์ แต่สุขสันต์ถีบโต๊ะไปกระแทกเสี่ยอธิปอย่างจัง อธิปร่วง หมดสภาพทันที
“อย่าให้พวกตำรวจรู้เรื่องนี้ แล้วจะไม่มีใครตาย..เสี่ยคงรู้ว่าผมพูดจริง ไม่ได้ขู่”
เสี่ยอธิปได้แต่แค้น พวกมาวินได้ยินเสียงโครมครามก็เข้ามาในห้องทันทีแล้ว มาวินรีบปรี่เข้ามาเอาใจสุขสันต์ “ท่านครับ..ท่านเป็นยังไงบ้าง เจ็บตรงไหนหรือเปล่า เอามันไปขังเดี่ยว ไปๆ”

ทางด้านสนามกีฬาอินเดอร์ฯ ปาล์มวางกระแทกจานข้าว เมื่อข้าวคำสุดท้ายยังอยู่เต็มปาก
“เราต้องหนี”
พิมมาดาและพวกเด็กๆนั่งสับสนอยู่กลางแสงสปอตไลท์สนาม ปาล์มเหลือบเหลือบมองฉัตรชัยกับฮิมที่เล่นชู๊ตบาสกันอยู่ จึงลดเสียงลง
“เราจะให้มันขังเราไปอย่างนี้ไม่ได้ เราต้องวางแผนหนี” ปาล์มออกความเห็น
“อย่าหาเรื่องเสี่ยงดีกว่า พวกมันมีปืน” พิมมาดาบอก
“โจ๊กเห็นด้วย..พวกมันมีแค่สอง แต่เรามีกันตั้งห้า..ถ้าเราช่วยกัน ต้องหนีได้แน่”
“แล้วเราจะหนีไปได้ยังไงอ่ะ พวกมันล็อกประตูไว้” โอปอล์ว่า
ปาล์มเสียงหวานทันที พลาง เรียกทุกคนมาสุมหัว จีจ้าดึงพิมมาดามาร่วมด้วย
“โอปอจ๋า..เชื่อหัวฉลาดๆ ของปาล์มเถอะ สุมหัวๆ แผนนี้มีชื่อว่า ลมบ้าหมูผู้พิชิต”

แผน “ลมบ้าหมูผู้พิชิต” ปรากฏภาพในความคิดของปาล์มทันที
ปาล์มลงไปชักแหงกๆที่พื้น พิมมาดา โจ๊ก โอปอ จีจ้า ร้องขอความช่วยเหลือ เสียงปาล์มบอกทุกคนว่า
“ปาล์มจะแกล้งเป็นลมบ้าหมู พอพวกมันเข้ามาดู ปาล์มก็จะ..ซัด..ซัด..ซัด..ซัด..แล้วก็ชนะ”
จากนั้น ภาพในความคิดของปาล์มก็ปรากฏเห็นฉัตรชัยกับฮิมน็อก สลบแทบเท้าปาล์มที่ยืนโพสต์เท่ โอปอล์วิ่งมากอด
ปาล์มหัวเราะหึๆๆ อย่างมั่นใจ แล้วรีบแกล้งลงไปชักแหง็กๆกับพื้นทันที
“ช่วยด้วยๆ ลมบ้าหมูกำเริบ แย่แล้วๆๆ” ทุกคนร้องขึ้นทันที
ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่คิดไว้ แต่อยู่ๆ มีน้ำสาดใส่หน้าปาล์มเต็มๆ โครม!
“เฮ้ย! เย็นๆ”
ปาล์มเผลอตัว สะดุ้งเฮือก แต่พอเห็นฉัตรชัยกับฮิม ก็รีบแกล้งชักต่อทันที
“ยังไม่หายอีก งั้นต้องเจอนี่” ฉัตรชัยบอกพลางชูลูกบาสออกมา เหมือนจะใช้อัดหน้า
“เอายัดปากไว้ จะได้ไม่กัดลิ้นตัวเอง เอ้า..อ้า อ้าปากสิวะ”
พิมมาดา จีจ้า โจ๊ก โอปอล์หลับตา กับภาพที่เห็น มีแต่เสียงลูกบาสเด้งใส่หน้า ป้าบ..ป้าบ..ป้าบ..ดังเข้ามา ปาล์มถึงกับเด้งขึ้นมานั่งได้ทันที
“หายแล้วค้าบ”
ปาล์มหน้าเยิน จีจ้าส่ายหน้า
“ทำไมมันกลับตาลปัตรล่ะ เฮ้อ”
สุขสันต์กับมาวินกำลังให้สัมภาษณ์ต่อหน้านักข่าว ช่างภาพและกล้องทีวีจำนวนมากที่สำนักงานตำรวจ
“เส้นทางลำเลียงยา..เริ่มจาก..เรือสินค้า ที่อ้างว่านำเข้าดอกไม้นอกจากต่างประเทศ..มาเข้าท่าที่นี่..จากนั้นจะมีรถมารับ เพื่อกระจายยา แยกเป็นสองสาย..หนึ่งรถสีเขียว นำดอกไม้ไปที่ร้านพริมโรส..รถสีแดง นำยาเสพติดไปที่..ร้านขนมสวีทโอปอล์” สุขสันต์แถลงข่าวอธิบาย
“ขนมสวีทโอปอล์..มียาเสพติดเหรอ” นักข่าวคนหนึ่งถามขึ้น
“ใช่น่ะสิครับ แต่..ไม่ต้องห่วง..ผมได้พาทีมบุกเข้าไปทลาย และปิดโรงงานขนมนี้เรียบร้อยแล้ว และยังสามารถจับตัวเสี่ยอธิป ที่เป็นตัวพ่อใหญ่ของอาณาจักรขนมนี้ได้ด้วย” มาวินตอบ
“แต่..เสี่ยอธิปยังมีมือขวามือซ้าย ที่คอยดำเนินการให้ทุกอย่างไม่ติดขัด..ก็คือ สองคนนี้ครับ..นายจตุพลกับน้อมพงษ์” สุขสันต์กล่าวเพิ่มเติมและกดพาวเวอร์พ้อยท์ ขึ้นรูปจตุพลกับน้อมพงษ์
“ต้องขอบคุณ คุณสุขสันต์มาก ที่ช่วยให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ในการตามจับคนร้ายเหล่านี้” มาวินกล่าว
“ผมก็แค่ทำในสิ่งที่คนๆนึงควรจะทำ คือ ขจัดคนพาล อภิบาลคนดี” สุขสันต์บอก
“เวลานี้เราออกหมายจับสองคนนี้แล้ว..เร็วๆนี้คงได้ตัวแน่ๆ”

จตุพลที่ดูภาพการให้ข่าวของสุขสันต์กับมาวินด้วยสีหน้าแค้นอยู่ภายในโรงแรมจิ้งหรีดแห่งหนึ่ง
“จับได้ในไม่ช้างั้นเหรอ” จตุพลพูดขึ้น
“ไอ้สุขสันต์ มันใช้ไอ้ตำรวจกระสือมาตามล่าเรา โยนความผิดให้พวกเรา เจ็บใจนัก” น้อมพงษ์บอก
จตุพลหยิบปืนขึ้นมา
“ฉันไม่ยอมไปลงนรกคนเดียวแน่”
จตุพลจ่อปืนไปที่หน้าสุขสันต์ในจอทีวี

ปาล์มทุบลูกบาสจนเด้งไป คิดๆๆ แล้วโพล่งอีก
“ปาล์มมีแผนสอง”
“อะไรอีก” จีจ้า โจ๊ก โอปอล์พูดพร้อมกันอย่างระอา
“แผนสองมีชื่อว่า ประตูพิฆาต” ปาล์มพูดน้ำเสียงจริงจัง
ปาล์มวิ่งไปยืนชิดกำแพงหลังบานประตู ทุกคนสนใจ
ภาพในความคิดตาม “แผนประตูพิฆาต” เกิดขึ้นอีกครั้ง
“น้องปาล์มจะซ่อนอยู่หลังประตูแบบนี้..พอพวกมันเปิดประตูเข้ามา..ไม่ทันระวัง..น้องปาล์มก็จะ...”
ฉัตรชัยกับฮิมเปิดประตูเข้ามา ไม่ทันรู้ตัว ปาล์มเข้าล๊อคคอจากด้านหลัง แล้วบิดตัวฮิมไปฟาดกับฉัตรชัย จนเซ ปาล์มจับหัวสมุนสองคนชนกัน ฉัตรชัยกับฮิมน๊อค ปาล์มยืนหัวเราะอย่างเท่ห์ โอปอล์ดีใจวิ่งมากอดแล้วหอมแก้มปาล์ม
ปาล์มกำลังยืนเคลิ้ม หัวเราะคิกคักอยู่หลังประตู จู่ๆฉัตรชัยเปิดประตูมาอย่างแรง
“ยังอยู่ดีกันใช่มั้ย อ้าว เฮ้ย ไอ้อ้วน หายไปไหน” ฉัตรชัยถามขึ้น
ฮิมวิ่งตามเข้ามา ผลักประตูอย่างแรงอีกครั้ง
“อะไรนะ มันหนีไปแล้วเหรอ หาตัวเร็วๆ” ฮิมว่า
ฮิมจะออกไปตาม ปิดประตูดัง
แผนประตูพิฆาตกลายเป็นว่า ปาล์มที่ตัวแปะประตูอยู่ เลือดกำเดาไหลออกจมูก ปาล์มไหลลงมากองที่พื้นอย่างช้าๆ จีจ้ากลืนน้ำลายอย่างสยองแล้วบอก
“ประตูพิฆาต...พิฆาตตัวเองแท้ๆ เฮ้อ”

พิมมาดาช่วยถือผ้าห่อน้ำแข็งประคบจมูกให้ปาล์ม
“ยังไงเราก็หนีไม่รอด เลิกคิดอะไรแผลงๆที่ทำให้เจ็บตัวเองซะที” พิมมาดาบอก
“ทำไมน้าพิมพูดแบบนี้ เราจะถอดใจยอมแพ้ง่ายๆไม่ได้นะครับ..จริงมั้ยทุกคน” ปาล์มว่า
ทุกคนทำหน้า ไม่เห็นด้วยกับปาล์ม
“อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิ..ปาล์มมีแผนสามแล้วนะ”
“พอแล้ว” ทุกคนร้องขึ้น
“เด็กๆ..น้าขอร้องล่ะ.. อย่าหาเรื่องเสี่ยงอีกเลย น้าไม่อยากให้พวกเธอเป็นอะไร”
“ไม่..จีจ้าไม่เฉย จีจ้าจะไม่ยอมให้น้าพิมไปติดคุก”
“ใช่ น้าพิม..เราต้องหนีรอดปลอดภัยกันทุกคน..อืม..เอางี้..ทุกคนสุมหัว” โจ๊กบอก เด็กๆสุมหัวกันหมด ยกเว้นพิมมาดา
“นี่ หยุด อย่าหาเรื่องอีกเลย”
เด็กๆประสานมือกัน แล้วต่างแยกย้ายไปคนละมุม โอปอล์กับจีจ้าไปซ่อน
โจ๊กกับปาล์มเข็นลังไม้มาข้างประตู แล้วหันมามองหน้ากัน แล้วพยักหน้าให้สัญญาณ โจ๊กกับปาล์ม ทุบประตู โวยวาย ประสานเสียง
“ช่วยด้วยๆๆ”
โจ๊กกับปาล์มก็รีบปีนขึ้นไปยืนบนลังไม้ สองคนอยู่คนละฝั่งของประตู ฮิมเปิดประตูเข้ามา พร้อมจ่อปืนไปข้างหน้าทันที มีเพียงพิมมาดายืนอยู่คนเดียว
“ส่งเสียงดังทำไม..แล้วพวกเด็กหายไปไหนหมด”
“เอ่อ..อยู่..แถวนี้แหละ”
“แถวไหน”
เสียงโจ๊กดังขึ้นทางด้านหลัง
“ฉันอยู่นี่”
ฮิมหันไปตามที่มาของเสียง โจ๊กง้างเท้ากระโดดถีบลงมากจากลังเต็มแรง ฮิมถึงกับหน้าหงายเซล้มลงไป โจ๊กตามมาโดดขี่หลัง บีบขมับรุนแรงจนฮิมร้องลั่น ฉัตรชัยวิ่งเข้ามาเห็นเหตุการณ์ จะเข้าไปดึงโจ๊ก
“หนอย...ไอ้เด็กแสบ”
แต่ปาล์มไวกว่า กระโดดขี่หลังฉัตรชัย จนฉัตรชัยลงไปกองกับพื้นอีกคน
“ทุกคน มาเร็ว” โจ๊กบอก
โอปอล์ จีจ้ากรูกันออกมาเอาของที่อยู่ในมือฟาดใส่สมุนสองคนจนน่วม พิมมาดาคว้าไม้แถวนั้น ร่วมด้วย ทุกคนดีใจ
“เย้ๆๆๆ” ปาล์มกับโจ๊กแทคมือกัน
“เร็วเด็กๆอย่าเพิ่งดีใจ รีบหนีก่อน” พิมมาดาบอก
พิมมาดาพาเด็กๆ หนีออกประตูโกดังไป แต่ก็ต้องผงะ เพราะแพรวพิลาศถือปืนจ่ออยู่ตรงหน้า

“จะรีบไปไหน” แพรวพิลาศพูดน้ำเสียงเย็น เคร่ง และจริงจัง








Create Date : 08 กุมภาพันธ์ 2555
Last Update : 8 กุมภาพันธ์ 2555 10:42:29 น.
Counter : 94 Pageviews.

0 comment
มือปราบพ่อลูกอ่อน ตอนที่ 14 (ต่อ)



โปรดิวเซอร์รายการข่าวกำลังนั่งดูเอกสารสูตรเคมีของขนมสวีทโอปอล์ สักครู่หนึ่งเขาก็วางลง

“ขนมสวีทโอปอล์มียาเสพติด คุณต้องออกอากาศสดเดี๋ยวนี้” เมทินีบอก
“คุณเมทินี..คุณมีหลักฐานอย่างอื่นอีกมั้ย นอกจากกระดาษแผ่นเดียว..คือ ไม่ใช่ผมไม่เชื่อคุณนะครับ แต่ผมก็ต้องเซฟตัวเองด้วย..เพราะถ้ามันไม่จริง แล้วผู้เสียหายฟ้องร้อง ผมก็คุกนะครับ” โปรดิวเซอร์พูด
“เอกสารนี้ เราได้มาจากห้องวิจัยลับของบริษัทสวีทโอปอล์เลยนะครับ ไม่ได้เมคขึ้นเอาเอง” กริสน์รีบเสริม
“ชั้นเป็นซัมบอดี้นะคุณ ถ้าไม่มั่นใจ ชั้นไม่เอาชื่อเสียงหน้าตาชั้นมาประจานออกสื่อหรอก” เมทินีเอาชื่อตัวเองขึ้นอ้าง
“ขอโทษนะครับ แต่ผมเอาออกอากาศไม่ได้” โปรดิวเซอร์ทำท่าจะไป
เต๋ากับเต้ยปราดมาขวางไว้ “คุณโปรดิ๊วขา..เชื่อใจพวกเรานะคะ!”
“พวกเราพูดด้วยความสัตย์จริงนะ” เต้ยเสริม
เต๋ากับเต้ยรีบเข้าประกบโปรดิวเซอร์ทันที
“เฮ้ย!!! พวกคุณออกไปจากสตูดิโอได้แล้ว ต้องเข้ารายการแล้ว”
ครูฟ้าใสบีบน้ำตา “เฮ้ลมี พลีส..พลีส..อิชั้นเดือดร้อนจริงๆ โรงเรียนของอิชั้นกำลังจะเจ๊งเพราะยาเสพติดตัวนี้”
ครูพงษ์พัฒน์รีบเตือนสติทันที “ครูฟ้าใส..ห่วงเด็กๆสิครับ”
ครูฟ้าใสรีบปรับเรื่องทันที “แต่ก็ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่า สุขภาพและพลานามัยที่สมบูรณ์ของเด็กๆ ที่อิชั้นห่วงยิ่งกว่าอะไรทั้งสิ้นทั้งปวง..พลีส ช่วยโรงเรียนของอิชั้น..เอ๊ย ช่วยเด็กนักเรียนอิชั้นด้วย”
“พวกเราจะไม่ไปไหน เราจะยืนหยัดต่อสู้เพื่อความถูกต้อง..เราไม่กลับ!” ครูพงษ์พัฒน์ยืนหยัด
“เราไม่กลับๆ” ทุกคนประสานเสียง
“ไม่ได้....เรียกยามมาเร็ว....เอาพวกนี้ออกไปทีไ โปรดิวเซอร์ตะโกนบอก
ทันใดนั้น อั๋น เจ้าของรายการก็เดินเข้ามาแล้วเอ่ยทัก “คุณน้าเมทินี”
“คุณอั๋น..คุณอั๋นต้องช่วยได้แน่ๆ คือ..” เมทินีจะอธิบาย
“ผมรู้เรื่องหมดแล้วครับ” อั๋นหันไปพูดกับโปรดิวเซอร์ “คุณน้าเมทินีเป็นเพื่อนสนิทกับคุณแม่ผมเอง ท่านให้คุณแม่ผมยืมเครื่องเพชรบ่อยๆ..ผมเชื่อว่าคุณน้าพูดจริง ไม่งั้นไม่ออกโรงขนาดนี้แน่..เบรกหน้า เปลี่ยนเป็นสัมภาษณ์คุณน้าเมทินีออกรายการสดนะ”
“ครับ ได้ครับ” โปรดิวเซอร์รับคำ
เมทินีหันไปพูดกับอั๋น “แหม ถ้าไม่ติดว่าเป็นลูกเพื่อน จะให้มานั่งตรงนี้” เมทินีชี้หัวใจตัวเอง “เลยนะ”

ฉัตรชัยกับฮิมกำลังช่วยกันเปิดประตูบานนึง แต่ยังเปิดไม่ได้
ฉัตรชัยเหนื่อย จึงถอดหน้ากากออก “โห้ย มันล็อกทุกประตูเลยเหรอวะ หรือว่าพวกมันรู้ล่วงหน้าว่าเราจะมา”
“มันจะรู้ได้ไง เรายังเพิ่งรู้ก่อนจะมาเลย..มันต้องมีสักทางสิ ไปลองหาดู ไป!” ฮิมสั่ง
ฉัตรชัยตบหัวฮิมทันที “แหม๊ สั่งยังกับเป็นเจ้านายเลยนะ”
ทันใดนั้น บนระเบียงชั้นบนเหนือหัวของฉัตรชัยกับฮิม จีจ้าก็ลอบมองลงมาด้วยหน้าตามีแผน แล้วจึงถือกระติกน้ำร้อนยื่นออกมานอกระเบียง
“คนไม่ดี ต้องฆ่าเชื้อโรค คิๆ”
ฉัตรชัยกับฮิมถูกน้ำร้อนราดลงมาบนหัว
“โอ๊ยๆๆ” ฉัตรชัยกับฮิมกระโดดเหยงๆ แล้วรีบสวมโม่งตามเดิม
“ใครวะ” ฮิมถาม
ฉัตรชัยมองขึ้นไปก็เห็นจีจ้า “หน็อย ไอ้ตัวเล็ก นี่แสดงว่า พวกแกรู้ใช่มั้ยว่าเราจะมา” ฉัตรชัยหันไปพูดกับฮิม “เห็นมั้ยชั้นบอกแกแล้วไม่เชื่อ”
“มันใช่เวลามาเถียงกันมั้ย..ไปจัดการมันก่อน”
ทันใดนั้น ประตูตรงที่ฉัตรชัยกับฮิมยืนอยู่ก็เปิดผลัวะออก แจ๊สกับโจ๊กวิ่งถือขวดซอสพริกออกมาแล้วบีบซอสเป็นสายใส่ทั้งคู่ทันที
“ซอสพริก” แจ๊สบอก
“มัสตาด” โจ๊กพูด
“ย้ากๆๆๆ” แจ๊สกับโจ๊กระดมบีบใส่
ฉัตรชัยกับฮิมเจอซอสพริกและมัสตาดเข้าไปเต็มๆ ตาจนต้องดิ้น
“โอยๆๆ แสบตาๆ”
แจ๊สกับโจ๊กหลบออกข้าง เผยให้ปาล์มที่เข็นโซฟาแบบมีล้อพุ่งเข้าใส่ฉัตรชัยกับฮิมทันที
“สิบล้อมาแล้ว สองแถวหลบหน่อย!”
ฉัตรชัยกับฮิมกระเด็นจนหงายหลังไป พวกเด็กๆดีใจ
“เฮๆๆๆ เราชนะแล้วๆๆ”
ทันใดนั้น สมุนอีก 2คนก็วิ่งเข้ามา “เฮ้ย!”
พวกเด็กๆ ตกใจ รีบหนีเข้าบ้านทันที “จ๊าก!!! เข้าบ้านๆ”

พวกเด็กๆ กลับเข้ามาในบ้านแล้วปิดประตูล็อคทันที แต่แล้วเด็กๆ ก็ต้องผงะเพราะเห็นพิมมาดายืนอยู่
“พวกเธอรีบหลบเร็ว พวกมันมีปืนนะ”
จีจ้าวิ่งเข้ามาพร้อมกับขวดครีมทาผิวมากมาย “แผนสองมาแล้วๆ”
“จะทำอะไรกันเนี่ย” พิมมาดางง
แต่เด็กๆ ก็ดำเนินตามแผนตัวเองต่อไป

ด้านนอก ฉัตรชัยกับฮิมกำลังปาดซอสพริกกับมัสตาดออกจากหน้า
“พวกเด็กเหลือขอ คิดจะลองดีกับมหาโจรอย่างพวกเรา..พวกแกเจอดีแน่ ลุย!” ฉัตรชัยบอก
“จะลุยยังไงประตูล็อก” อิมถาม
“แบบนี้ไง” ฉัตรชัยควักปืนออกมาแล้วยิงไปที่ประตู
“เข้าไปได้แล้ว ไป!” ฉัตรชัยบอก
ทั้งหมดวิ่งเข้าไปในบ้าน แต่แล้วก็ต้องลื่นไถลและร้องกันเสียงหลง เพราะบนพื้นมีน้ำมันพืชราดอยู่ ทั้งสี่ชนกันจนล้มก้นจ้ำเบ้า พวกเด็กๆ ยังเอาขวดน้ำมันพืชเทลงพื้น พร้อมกับยืนหัวเราะอยู่อีกด้านนึง
“ลื่นปรื้ดๆ ท่าเต้นใหม่เรอะลูกเพ่ ก๊ากๆไ ปาล์มเยาะเย้ย
“หน็อย พวกเด็กเหลือขอ” ฉัตรชัยพยายามจะลุกขึ้นยืน แต่แล้วก็ล้มลงไปอีก “เหว๋ยๆ”
ฉัตรชัยกับฮิมพยายามจะลุกขึ้นยืน แต่แล้วก็ลื่นไถลแล้วก็ชนกันล้มไปอีก ทั้งหมดล้มแล้วล้มอีก
“เด็กๆ หนีเดี๋ยวนี้ ไปๆๆ” พิมมาดาตะโกนสั่งแล้วรีบต้อนเด็กๆ ให้หนีไป
พวกฉัตรชัยพยายามออกจากส่วนที่เป็นน้ำมันด้วยความยากลำบาก

พิมมาดาลากเด็กๆทุกคนเข้ามาในบ้าน
“พวกเธอคิดจะทำอะไร หยุดได้แล้ว..เราต้องหาทางหนีออกไปจากที่นี่..ไปให้คนบ้านอื่นช่วย ไปเร็ว!”
จีจ้าส่องออกไปนอกบ้านแล้วพูด “หนีออกไปไม่ได้หรอกค่ะ พวกมันจอดรถล้อมบ้านเอาไว้แล้ว”
“รถยังสต๊าร์ทอยู่ แสดงว่ามีคนรอในรถ เราหนีออกไป มันไล่ชนแน่” แจ๊สบอก
“งั้น..ก็ต้องหาที่ซ่อน ขึ้นไปบนห้อง ไปๆ” พิมมาดาสั่ง
“ซ่อนไปก็เท่านั้น เดี๋ยวพวกมันก็ต้องหาเราเจออยู่ดี” ปาล์มบอก
“น้าพิมครับ ใจเย็นๆสิครับ สติเท่านั้นที่จะช่วยพวกเราได้..เชื่อโจ๊กนะครับ ถ้าพวกเราช่วยกัน ต้องจัดการพวกมันได้แน่”
“น้าพิมค่ะ..แจ๊สจะไม่ยอมให้น้าพิมเป็นอะไร..เราจะปกป้องน้าพิม เหมือนที่พ่อกับแม่ปกป้องเรา..ไม่ต้องกลัวนะคะ”
พิมมาดาทึ่งในความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นของเด็กๆ ทันใดนั้นพวกสมุนก็ตามเข้ามา
“มันอยู่นั่น!”
พวกเด็กๆ ร้องจ๊ากแล้วรีบแยกย้ายหนีไปคนละทิศคนละทาง
“เด็กๆ” พิมมาดาไม่รู้จะตามใคร จึงคว้ามือจีจ้า “จีจ้า มาทางนี้”
พิมมาดารีบพาจีจ้าวิ่งหนีไป พวกสมุนแยกย้ายกันวิ่งตาม

ฉัตรชัยกำลังเดินหาตัวเด็กๆ อยู่ในบ้าน เขาเลี้ยวเข้ามาในห้องนึงแต่แล้วก็สะดุดกับเส้นเอ็นที่ขึงไว้ตรงข้อเท้า ฉัตรชัยผวาลงไปจับกบทันที “โอย”
สมุนคนนึงได้ยินเสียงร้องจึงรีบวิ่งตามมาดู แล้วก็สะดุดแบบเดียวกันแต่ล้มลงไปทับฉัตรชัยไว้ สมุนอีกคนตามมาแล้วก็สะดุดเช่นเดียวกัน
ฮิมตามเข้ามาเป็นคนสุดท้าย “อ้าว พวกแก ลงไปนอนทับกันทำไม” ฮิมกำลังจะเข้าไป แต่ก็ต้องชะงัก “อ๊ะๆๆ” ฮิมมองที่พื้น “นั่นแน่ เส้นเอ็น เสียใจด้วยนะ” ฮิมชี้ที่หัวตัวเอง “พอดีว่าเป็นคนมีหมองๆมากสุด ฮ่าๆๆ”
ทันใดนั้น ปาล์มก็โผล่มาด้านหลังของฮิมแล้วกระโดดถีบเขาเต็มๆ ทำให้ฮิมถลาลงไปทับอีกคนและปืนกระเด็นหลุดจากมือไป
ปาล์มตั้งท่าเท่ “มัวแต่พล่ามอยู่ได้”
แจ๊สกับโจ๊กรีบออกมาจากที่ซ่อน
“ปืน!” โจ๊กชี้ไปที่ปืนของฉัตรชัยกับฮิมที่หล่นอยู่ที่พื้น
“อย่าแตะ ของอันตราย ต้องใช้กาวซุปเปอร์เหนียว” แจ๊สเอากาวตราช้างออกมาแล้วบีบใส่ปืนทั้งสองกระบอกทันที
พวกฉัตรชัยพยายามจะลุกขึ้น ฉัตรชัยบ่น “พวกแก..จะทับ..อีก..นานมั้ย..หายใจ..ไม่ออก!”
ปาล์มปีนขึ้นไปบนโต๊ะ แล้วตั้งท่าจะกระโดดลงมาทับทั้งสี่
“จะรีบลุกไปไหน ยังไม่ได้เผด็จศึกเลย”
ฮิมกับสมุนอีกสองคนรีบลุกหนีทีละคน จังหวะเดียวกับที่ปาล์มกระโดดลงมาพอดีซึ่งเหลือแต่ฉัตรชัยที่ทำท่าจะหนีไม่รอด แต่แล้วฉัตรชัยก็พลิกหลบออกข้างๆ ได้อย่างฉิวเฉียด ทำให้ปาล์มกระแทกพื้นเต็มๆ.
ปาล์มหน้าเยินก่อนจะบ่นพึมพำ “ดั้งหักเลยอ่า”
“หึๆๆ เล่นกะใครไม่เล่น ลุกขึ้นมา!” ฉัตรชัยสั่ง
“อย่าทำเด็กนะ!” อยู่ๆ พิมมาดาก็พรวดเข้ามาพร้อมกับเอากระทะฟาดหน้าฉัตรชัยเต็มแรง
ฉัตรชัยมึนงงและซวนเซ โจ๊กรีบเอาเก้าอี้มาให้นั่งได้พอดี “นั่งตรงนี้เลยลูกเพ่ หึๆๆ”
“หนีเร็ว ไปๆๆ” พิมมาดารีบไล่ให้เด็กๆ หนี
ฮิมจะหยิบปืน แต่ก็ดึงไม่ออก “พวกบ้าเอ๊ย เอากาวมาทาปืนทำไม”
จังหวะที่ฮิมกำลังเผลอ อยู่ๆ แจ๊สก็วิ่งเข้ามาผลักฮิมเต็มแรง จนเขาผงะไปกระแทกกับฝาประตูเต็มๆ แล้วแจ๊สก็เปิดประตู เอาบานประตูหนีบฮิมไว้ แล้วรีบมุดหนีออกประตูไป
“โอ๊ยยย อย่าให้จับได้นะ” ฮิมโอดครวญแล้วหันมาหาฉัตรชัย “ไอ้ฉัตรชัย แกจะนั่งกินแรงอีกนานมั้ย ลุกขึ้น”
“ลุกไม่ได้....มันติด”
“ติดอะไร”
ฉัตรชัยลุกยืน แต่ปรากฏว่ามีเก้าอี้ติดตูดมาด้วย ทำให้เขาต้องยืนค้อมตัวไปข้างหน้า “พวกมันเอากาวทาเก้าอี้”
“ฮ่าๆๆๆ แกโคตรโง่เลย ถูกพวกเด็กเล่นงานได้” ฮิมหัวเราะเยาะแล้วจะเดินออกจากประตู แต่ออกไม่ได้ เพราะหลังติดประตูอยู่ “ฮึ่บ..ฮึ่บ..ทำไมติดวะ”
“ฮ่าๆๆๆ รู้สึกว่าชั้นจะไม่ได้โง่คนเดียวว่ะ”
ฮิมหันไปด่าสมุน “พวกแกจะหัวเราะทำไม..ไปจับพวกมันสิเว้ย ไป!”
สมุนคนหนึ่งเปิดประตูอย่างแรง จนร่างฮิมไปกระแทกกับผนัง ประตูแง้มกลับมาที่เดิม ฮิมที่หน้าเยินไปแล้วบ่นออกมา “เปิดเบาไม่เป็นหรือไง”
สมุนอีกคนรีบออกไปและเปิดประตูแรงเช่นเดิม ทำให้ฮิมโดนกระแทกอีกครั้ง

ทีมงานรายการข่าวกำลังเอาไมค์มาติดให้เมทินี
“คุณกริสน์คะ” เมทินีหันไปหยิบมือถือส่งให้ “มือถือของนี ฝากเอาไว้ดูแลหน่อยนะคะ..คุณกริสน์คะ เอ่อ นีตื่นเต้น ขอมือหน่อย”
กริสน์ยื่นมือให้เมทินี เมทินีกุมไว้ แล้วอั๋นก็เข้ามาพร้อมกับผู้ประกาศ
“น้านีครับ เชิญในเซ็ทเลยครับ เบรกหน้าจะเข้ารายการแล้ว” อั๋นชวนเมทินีเดินไปที่ฉาก
“เดี๋ยวผมจะสัมภาษณ์คุณเมทินีในฐานะคนเป็นแม่นะครับ หัวอกที่เห็นลูกเจ็บป่วย แล้วถ้าคุณเมทินีมีเอกสารอะไรจะโชว์ ก็สามารถ หรือพูดทิ้งประเด็นสงสัยเรื่องยาเสพติดในขนม สวีทโอปอล์ก็ได้..แต่ ผมคงไม่สามารถฟันธงอะไรได้” ผู้ประกาศบอก
“เราคุยกันแล้วครับ..คุณเมทินี ท่านจะเอาขนมสวีทโอปอล์ ให้ทีมงานกินกลางรายการ เพื่อเป็นการพิสูจน์ให้ชัดเจนไปเลย” กริสน์บอก
“ทีมงานที่ว่า..ก็คุณนั่นแหละครับ” ภัทรดนัยเสริม
“ผม? จะดีเหรอครับ” ผู้ประกาศชักไม่แน่ใจ
“ดีครับ!” สองมือปราบตอบพร้อมกัน
“ทุกคนประจำที่ครับ อีกหนึ่งนาที” โปรดิวเซอร์สั่ง
ทุกคนแยกย้ายไปประจำที่ กริสน์กับภัทรดนัยเดินแยกออกมายืนดูอยู่ในกลุ่มคนดู
ทันใดนั้น ครูฟ้าใสก็ลุกยืนแล้วบิ้วท์ให้กลุ่มพ่อแม่และครูที่นั่งร่วมรายการมีอารมณ์ร่วม
“ตรอมใจ กินไม่ได้นอนไม่หลับ” ทุกคนทำตาม “มากกว่านี้อีก..เอาแบบ ลูกเจ็บ แม่เจ็บกว่า เจ็บใจแทบขาด..นี่ๆๆ” ครูฟ้าใสดึงเต๋ากับเต้ยขึ้นมา “ดูสองคนนี้เป็นตัวอย่าง เอามากเท่านี้เลย”
“ลูกแม่...ฮือๆ” เต๋ากับเต้ยใส่อารมณ์
“ขนาดไม่เคยมีลูกนะเนี่ย” ครูฟ้าใสตกใจ
ครูพงษ์พัฒน์เอาน้ำดื่มมาหยอดใส่ตา เค้กขอด้วย แล้วก็ส่งๆต่อกันไป
“เอ้า ขอความสงบด้วยครับ!” โปรดิวเซอร์พูด
ทุกคนสงบลงแล้วนั่งประจำที่
กริสน์กับภัทรดนัยดูอย่างลุ้นๆ เมทินีลุ้นๆ สูดลมหายใจลึกๆ อย่างพร้อมสู้
สมุนคนหนึ่งของสุขสันต์ที่ทำตัวกลมกลืนกับพวกพ่อแม่ รีบหยิบมือถือ กดโทรออก แล้วหลบมุม พูดทันที

สุขสันต์รับสายเมื่อทราบเรื่องก็ตกใจ “อะไรนะ!”
สุขสันต์ฟังต่อแล้วก็โมโหจึงกดตัดสายทิ้งทันที
“มีเรื่องอะไรเหรอคะ” แพรวพิลาศถาม
“พวกไอ้กริสน์ มันคิดจะออกข่าวแฉชั้นให้คนทั่วประเทศรู้น่ะสิ..ไอ้พวกบ้าเอ๊ย!!!! คิดจะเล่นชั้นเหรอ ไอ้พวกเศษสวะ!”
“อย่าหงุดหงิดค่ะ เดี๋ยวตีนกาขึ้นพอดี”
“หลบไป!” สุขสันต์ผลักแพรวพิลาศออก แล้วบุกเข้าไปในบ้านของเมทินีทันที

สมุนคนหนึ่งวิ่งไปตามทางเดินในบ้าน แล้วเห็นหลังเห็นจีจ้าไวๆ ออกนอกประตูไป สมุนคนนั้นจึงรีบวิ่งไล่ตามออกประตูไปทันที แต่ไม่ทันระวังเพราะว่าพิมมาดาซ่อนอยู่หลังประตู จึงถูกพิมมาดาเอากระทะฟาดหน้าเต็มๆ จนสลบไป
พวกเด็กๆออกมาจากที่ซ่อน ร้องเย้ๆ อย่างดีใจ
“ปาล์ม โจ๊ก เอาศพไปซ่อน..น้าพิมประจำที่ค่ะ..จีจ้าไปล่อคนอื่นมาอีก..ไปๆๆ” แจ๊สสั่งการ
จีจ้ากับพิมมาดาไปประจำที่ตัวเองทันที ส่วนปาล์มกับโจ๊กลากสมุนที่สลบอยู่ไปหลบ แล้วตามไปแอบดูอยู่กับแจ๊ส
จีจ้ายืนรอสมุนอีกคน แต่ก็ไม่มีใครเดินมาทางที่ดักรอเลย
อยู่ๆ สมุนอีกคนก็เดินออกมาจากประตูระเบียงอีกด้านซึ่งเป็นด้านหลังของทุกคน เขาเห็นปาล์ม แจ๊ส และโจ๊กสุมหัวหลบอยู่ด้วยกัน เลยเข้าไปสมทบ
“ทำอะไร”
“ชู่ว์..กำลังล่อพวกมันมาจัดการน่ะสิ” ปาล์มตอบทั้งๆ ที่ยังไม่ได้หันมามอง แต่แล้วเขาก็หันไปดู “เฮ้ย!!! มาตั้งแต่เมื่อไหร่ ช่วยด้วย!”
โจ๊กกับแจ๊สวิ่งหนี สมุนจับคอเสื้อปาล์มไว้ได้ “จะไปไหน!”
ปาล์มพยายามดิ้น “ปล่อย..ปล่อยๆ”
ปาล์มดิ้นเพื่อลากสมุนให้ถอยหลังเข้าไปใกล้ต้นไม้ จนเหยียบไปบนกองใบไม้แห้งดังแกร๊บ แล้วอยู่ๆปาล์มก็ยิ้ม
“ยิ้มอะไร” สมุนถาม
โจ๊กกับแจ๊สวิ่งไปจับเชือกที่อยู่อีกด้านนึงแล้วกระชากอย่างแรง ซึ่งเชือกนั้นพาดอยู่กับกิ่งไม้ใหญ่ และปลายเชือกเป็นบ่วงบาศก์ที่ถูกดึงจนรัดข้อเท้าสมุนคนนั้น
เด็กๆ ช่วยกันดึงสุดแรงจนสมุนถูกยกลอยขึ้นไป ปาล์มดิ้นจนหลุดจึงเข้าไปช่วยยกสมุนจนลอยขึ้นไปสูง
ทันใดนั้น ฉัตรชัยในสภาพที่มีเก้าอี้ติดก้น และฮิมในสภาพที่เสื้อหลังขาดก็วิ่งตามออกมา
“พวกแก!!! หน็อย เห็นพวกชั้นไม่เอาจริง แล้วได้ใจใหญ่ใช่มั้ย..ดี..งั้นชั้นจะไม่ปรานีอีกแล้ว!” แตรชัยโมโห
ฮิมตบหัวฉัตรชัย “ยืนหลังตรงแกยังยืนไม่ได้ ยังจะไปขู่เค้าอีก”
พิมมาดาเอะใจ “เสียงพวกนาย..ชั้นเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน ชั้นต้องรู้จักพวกนายแน่ๆ..พวกนายเป็นใคร”
ฉัตรชัยรีบดัดเสียงทันที “อะไร๊ ไม่เคยรู้จั๊ก!”
พิมมาดาคิดจนนึกขึ้นได้ “หา ชั้นจำพวกนายได้แล้ว พวกนายเป็นคนของ....”
ทันใดนั้น สุขสันต์กับแพรวพิลาศก็เดินเข้ามา
“กำลังคิดถึงผมอยู่ใช่มั้ย..พิมมาดาไ
พิมมาดาช็อก พวกเด็กๆ ก็ช็อคจนเผลอปล่อยมือจากเชือกทำให้สมุนร่วงตุ้บ

พิมมาดาถอยหนีพร้อมกับถือไม้กวาดแทนอาวุธเพื่อปกป้องเด็กๆ “คุณคิดจะทำอะไร”
สุขสันต์กับแพรวพิลาศช่วยกันหว่านล้อม
“พิม..คุณกำลังเข้าใจผมผิดนะครับ ผมไม่ใช่คนร้าย”
“แต่คุณให้ลูกน้อง ถือปืน บุกมาจะจับชั้นกับหลาน..จะให้เรียกว่าอะไร”
“เพราะผมรู้ไง ว่าคุณจะเป็นแบบนี้..พิม..คุณกำลังถูกไอ้กริสน์ล้างสมองนะ มันใส่ร้ายผมใช่มั้ย ว่าไม่ดี หลอกลวง คิดร้ายต่อคุณ ส่วนตัวมันคือฮีโร่ ที่ตกระกำลำบากแต่ก็พร้อมจะพลีชีพปกป้องคุณใช่มั้ย..มันเหลวไหลทั้งเพเลยพิม..คุณรู้มั้ยว่าไอ้กริสน์มันแอบโทรมาแบล็คเมล์ผม”
“อะไรนะ” พิมมาดากับแพรวพิลาศร้องออกมาพร้อมกัน
“เอ่อ ใช่..เล่าไปสิคะ” แพรวพิลาศนึกได้ก็รับทำเนียน
“มันบอกว่า ถ้าไม่อยากให้คุณเป็นอะไรไป ผมต้องช่วยให้มันพ้นข้อหาทั้งหมด..ไม่อย่างนั้น มันจะยิ่งทำอะไรที่ทำให้คุณกับหลานๆกลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด มีความผิด แล้วก็ต้องเข้าคุกตามมันไปด้วย”
“โกหก!!! น้ากริสน์ไม่มีวันเป็นคนอย่างนั้น มีแต่คุณนั่นแหละ” จีจ้าขัดขึ้น
“ใช่ๆ” ปาล์มเห็นด้วย
“ยัยเด็ก” แพรวพิลาศโมโห
สุขสันต์จับแขนแพรวพิลาศไว้ “น้าไม่ได้โกหก น้าสาบานได้”
“งั้นสาบานสิ..ขอให้ไม่ตายดี เป็นผีเฝ้ากองขยะ” แจ๊สบอก
“ใช่ๆ” ปาล์มเห็นด้วย
สุขสันต์ยกมือขึ้นสาบาน “ถ้าน้าไม่ได้หวังดี หรือคิดร้ายกับพวกเธอและน้าของพวกเธอ ขอให้น้าไม่ตายดี..เชื่อใจน้าได้หรือยัง”
“ใครเชื่อ ก็กินหญ้าแล้ว” โจ๊กบอก
“ใช่ๆ” ปาล์มเห็นด้วย
“พิมมาดา..เธอก็เห็นแล้วนะ ว่าทุกวันนี้เธอถูกนายกริสน์ลากเข้าไปพัวพันยุ่งเหยิงกับอะไรบ้าง..เธอยังเปลี่ยนใจตอนนี้ทัน” แพรวพิลาศกล่อม
“คุณพ่อของแพรว..ท่านรับปากแล้วว่าจะช่วยแก้ไขทุกอย่างให้ถูกต้อง..คนบริสุทธิ์ต้องได้รับความเป็นธรรม” สุขสันต์เสริม
“ทำไม คุณแพรวต้องช่วยชั้น ในเมื่อ...” พิมมาดาสงสัย
“ในเมื่อเธอแย่งแฟนชั้น..ใช่..ชั้นไม่ได้เป็นมิตรกับเธอเท่าไหร่หรอกนะพิม แต่ที่ชั้นยอมทำ เพราะชั้นรักคุณสุขสันต์ อะไรที่ทำให้เค้ามีความสุขได้ ชั้นก็จะทำ”
“โหว เจ๊คนนี้พูดจานางเอ๊กนางเอก ไม่ทราบเจ๊ไปจำจากละครเรื่องไหนมา” ปาล์มขัด
“หุบปากไปเลยไอ้อ้วน” แพรวพิลาศด่า
“พวกคุณกำลังหลอกชั้นอีกใช่มั้ย” พิมมาดาเริ่มสับสน
“เธอจะให้ชั้นต่อสายพ่อให้ตอนนี้เลยมั้ยล่ะ” แพรวพิลาศท้า
“พิม..เชื่อผมนะ..แล้วคุณกับหลานๆจะได้กลับไปใช้ชีวิตตามเดิม เด็กๆได้เรียนหนังสือ คุณได้ทำร้านดอกไม้ แล้วเราก็จะได้แต่งงานกัน ผมรักคุณนะพิม”
พิมมาดาเริ่มลังเล “เอ่อ ชั้น.”
“อย่าไปเชื่อนะน้าพิม” แจ๊สเตือนสติ
“ใช่ๆ” ปาล์มเห็นด้วย
“ชั้น..” พิมมาดาตัดสินใจ “ชั้นจะเชื่อใจคุณ”
“น้าพิม!!!” เด็กๆ ผิดหวัง”
“เด็กๆ ฟังน้าๆ” พิมมาดาหันมาขยิบตาส่งสัญญาณให้เด็กๆ “เราไม่มีทางเลือกไหนที่ดีกว่านี้แล้ว ยิ่งหนีก็ยิ่งมีความผิด เราไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่มีอะไรต้องกลัว..นะ”
สุขสันต์รีบปราดเข้ามา “พิม..อย่าเสียเวลาเลย รีบไปขึ้นรถดีกว่า”
พิมมาดาตัดสินใจผลักสุขสันต์เต็มแรง จนเขาถอยไปชนกับแพรวพิลาศ แล้วรีบพาเด็กๆวิ่งหนี
“ไปขึ้นรถ เร็ว!”
พิมมาดาไล่เด็กๆ ให้วิ่งออกประตูบ้าน แต่แล้วเธอก็ต้องผงะแล้วถอยหลังกลับมา เพราะจตุพลกับน้อมพงษ์ยืนถือปืนดักเอาไว้
“หึๆๆๆ พิมมาดา คุณฉลาดมากที่ไม่เชื่อใจไอ้จิ้งเหลนเปลี่ยนสีตัวนั้น..แต่..ยังไงคุณก็หนีไม่รอดอยู่ดี” จตุพลพูด

โปรดิวเซอร์ให้สัญญาณมือเพื่อเริ่มรายการ ผู้ประกาศพูดทันที
“ช่วงนี้..เรามีแขกพิเศษ ที่จะมาแฉหลักฐานเกี่ยวกับประเด็นที่กำลังฮอตอยู่ในขณะนี้ ก็คือเรื่องของอาการประหลาดของเด็กนักเรียนทั่วประเทศ”
ทันใดนั้นก็ มีเสียงมือถือเพลง..ผัวชั้นหายยยย เหลือแต่ไฟแช็กๆ ดังขึ้น
พวกทีมงานหันขวับมาจ้องกริสน์ทันที กริสน์ตกเป็นเป้าสายตาแต่ก็ยังงงๆ ไม่เข้าใจว่าทุกคนมองตัวเองทำไม
ภัทรดนัยรีบมากระซิบบอก “มือถือแกดัง”
กริสน์เพิ่งนึกได้ว่ามือถือเมทินีอยู่กับตน จึงยิ้มแหะๆๆ แล้วเดินแยกไปหามุมสงบเพื่อกดรับสาย “ฮัลโหล ตอนนี้คุณเมทินีไม่สะ.” กริสน์ชะงัก “คุณสุขสันต์!”
สุขสันต์กำลังพูดโทรศัพท์อยู่ที่บ้านเมทินี
“ไอ้กริสน์..ก่อนที่แกจะทำอะไรโง่ๆ..แกได้ยินเสียงอะไรนี่มั้ย” สุขสันต์ยื่นมือถือไปที่พวกเด็กๆ แต่พวกเด็กๆเม้มปากแน่น ไม่มีใครยอมส่งเสียง พ
น้อมพงษ์จึงหยิกโจ๊กทันที
“โอ๊ย หยิกทำไม เจ็บนะ!”
“พี่โจ๊ก อย่าพูดสิ เราจะให้น้ากริสน์รู้ไม่ได้ว่าพวกเราถูกจับ” จีจ้าหันไปบอกโจ๊ก
“อื้ม น้องจีจ้าพูดเต็มๆเลย” ปาล์มเซ็ง
กริสน์จำเสียงทุกคนได้ “จีจ้า..แกอย่าทำอะไรเด็กๆนะ”
“แกคงได้ยินแล้วนะ ทั้งเด็กๆทั้งพิมมาดา ตอนนี้อยู่กับชั้น..สบายดี..แต่อีกไม่นานหรอก เพราะทันทีที่ยัยเมทินีมันให้สัมภาษณ์ พูดอะไรไม่เข้าหูชั้น แม้แต่นิดเดียว..ชั้นรับรองว่า ชั้นจะแล่เนื้อสดๆ ทีละคน แล้วก็ส่งเนื้อสดให้แกเอาไปผัดกระเพรากิน!”
สุขสันต์วางสายทันที ใกล้ๆ กันนั้นทั้งจตุพลและน้อมพงษ์ถือปืนคุมทุกคนเอาไว้หมด สุขสันต์ได้แต่เคียดแค้น
“เดี๋ยว..เดี๋ยว” กริสน์จะต่อรอง แต่สุขสันต์วางสายไปแล้วจึงได้แต่อึ้ง ทันใดนั้น เสียงเมทินีที่ให้สัมภาษณ์อยู่ก็ดังแทรกเข้ามา
“อิชั้นว่า..เราข้ามเรื่องความเจ็บปวดหัวใจของคนเป็นแม่ไปเลยดีกว่า จะได้ไม่เสียเวลา..อิชั้นอยากแฉทุกอย่างที่อิชั้นเตรียมมาเดี๋ยวนี้เลย..ตกลงมั้ยคะ..ขอแฉเลยนะคะ”
เมทินีพูดด้วยน้ำเสียงแน่วแน่

“ไม่ได้นะ” กริสน์ผงะ

สุขสันต์กำมือถือเอาไว้อย่างเคียดแค้นเพราะถูกจตุพลกับน้อมพงษ์ถือปืนคุมไว้ พิมมาดาพยายามปกป้องพวกเด็กๆ

“พูดได้ดีมากคุณสุขสันต์ แต่ถ้าจะพูดให้ถูก..ต้องบอกไอ้กริสน์ว่าผมต่างหากที่จะเป็นคนแล่เนื้อทุกคน “ จตุพลยกปืนขึ้นเล็งสุขสันต์ “ไม่ใช่คุณ”
“จะชั้นหรือแกก็เหมือนกัน เราพวกเดียวกัน” สุขสันต์บอก
“ก๊ากๆๆๆ ในโลกนี้ไม่มีเผ่าพันธุ์เดียวกับท่านหรอก เพราะใครจะเปลี่ยนสีได้ไวเหมือนท่าน” จตุพลแขวะ
“แกด่าท่านสุขสันต์เหรอ!!! หน็อย ไอ้..” ฉัตรชัยทำท่าจะเดินเข้าใส่ แต่มีเก้าอี้ติดก้นอยู่ทำให้เสียศูนย์ล้มหน้าคว่ำไปเอง
ฮิมมองเพื่อนอย่างระอาเพื่อน “เฮ้อ ขายขี้หน้าโคตรๆ”
“พิมมาดา ไปขึ้นรถ!” จตุพลสั่ง
“ไม่ได้..พิมมาดาต้องอยู่กับชั้น” สุขสันต์บอก
น้อมพงษ์หันปากกระบอกปืนมาทางสุขสันต์ “อยู่กับใครนะ”
สุขสันต์ควักปืนออกมาจ่อน้อมพงษ์ “อยู่กับชั้น!”
จตุพลเอาปืนมาจ่อสุขสันต์ “อยู่กับใครนะ”
สุขสันต์แค้นใจที่เสียเหลี่ยมให้จตุพล
อยู่ๆ ก็มีเสียงอธิปดังขึ้น “อยู่กับชั้น!”
ทุกคนมองไปเห็นรถแท็กซี่แล่นช้าๆ มาจอดหน้าบ้าน อธิปถือปืนเล็งมาจากในรถ พอรถจอดสนิท ทั้งอธิปและเดชก็ลงจากรถ พร้อมกับปืนที่จ่อทุกคนเอาไว้หมด
“อากู๊ !” จตุพลตกใจ
“ไอ้กริสน์ทิ้งรอยไว้ให้เรา แต่ไม่รู้เลยว่าจะมีพวกจมูกไวกว่าตามกลิ่นมาก่อน” เดชบอก
“ถ้าพวกแกขยับ รับรองว่าสมองกลวงแน่” อธิปพูดแล้วสั่งพิมมาดา “พิมมาดา พาเด็กๆไปขึ้นแท็กซี่”
โอปอล์ที่อยู่ในรถ เปิดหน้าต่างเรียกทุกคน “น้าพิม โจ๊ก แจ๊ส จีจ้า มาเร็วๆ”
“ทำไมเรียกทุกคน แต่ไม่เรียกปาล์ม..หรือว่า..ปาล์มพิเศษกว่าใครๆ อิๆ” ปาล์มกระหยิ่ม
“เด็กๆ ไปเร็ว” พิมมาดาบอกเด็กๆ แล้วตัวเธอก็กำลังจะไป
ทันทีที่พวกพิมมาดาขยับ จตุพลก็หันปืนเล็งไปที่โอปอล์ทันที “ชั้นไม่ให้ไป! แกยิงชั้น ชั้นยิงลูกสาวแก!”
“แก..ไอ้จตุพล นั่นหลานสาวแกนะ” อธิปบอก
“แล้วไง..ทิ้งปืน!” จตุพลทำท่าไม่แคร์ อธิปกับเดชจำต้องโยนปืนทิ้ง “พิมมาดา..ไปขึ้นรถ..ไป!”
แพรวพิลาสขยับตัวทำท่าเหมือนจะหยิบปืนในกระเป๋า
“เอ๊ะๆ....อยู่นิ่งๆ คุณคนสวย” น้อมพงษ์สั่ง
พิมมาดากับเด็กๆ ท่าทางเงอะงะท่ามกลางปืนมากมายที่จ่อมา น้อมพงษ์ควักปืนอีกกระบอกมาจ่อพิมมาดา “บอกให้ไปขึ้นรถไง รถชั้นนะ ไม่ใช่แท็กซี่ ไป!”
แจ๊สเห็นน้าสาวถูกเอาปืนจ่อก็เกิดอาการหลอน
“อย่าทำน้าพิม!” แจ๊สแหกปากไม่หยุด “กรี๊ดๆๆ”
“แกจะแหกปากทำไม!” จตุพลตะคอก
“หยุดร้อง!! หยุด!!! บอกให้หยุดๆ น้อมพงษ์พยายามจะเข้าไปจับแจ๊ส แต่เขาถือปืนทั้ง 2 มือ เลยไม่ถนัดจึงเปลี่ยนมาขู่แทน “ถ้าไม่หยุด ชั้นจะฆ่าน้าแกแน่!”
“อย่าทำพี่แจ๊สๆ” โจ๊กกับจีจ้าตะโกน
แจ๊สยิ่งร้องเสียงดัง “กรี๊ดๆๆ”
สุขสันต์ฉวยโอกาสเล็งปืนจะยิงน้อมพงษ์ ทันใดนั้นแจ๊สก็กัดแขนน้อมพงษ์เต็มแรง
“อ๊าก” น้อมพงษ์สะบัดมือจนปืนลั่น เปรี้ยง
ฉัตรชัยลุกขึ้นมาพอดีแล้วก็ตกใจเสียงปืนจึงหันหลบทำให้เก้าอี้ที่ติดก้นหันไปฟาดสุขสันต์จนปืนหล่นจากมือสุขสันต์
“โธ่....ไอ้ซุ่มซ่าม” สุขสันต์บ่น
อธิปกับเดชกระโดดเข้าใส่จตุพลกระแทกจนปืนกระเด็นไปทันที
“คุณพิม ไปขึ้นรถ!” อธิปสั่ง
อธิปกับเดชเข้าตะลุมบอนกับจตุพลและน้อมพงษ์
“เด็กๆไปเร็ว..ไปหาโอปอล์ ไปๆ” พิมมาดาสั่ง ทุกคนรีบวิ่งไปขึ้นแท็กซี่ ยกเว้นแจ๊ส พิมมาดาจึงหันไปบอก “ แจ๊ส ไป”
แต่แจ๊สยังคงกรีดร้องไม่หยุด “กรี๊ดๆๆ”
พิมมาดาพยายามดึงแจ๊สไปแต่แจ๊สขืนไว้แล้วสะบัดมือจนหลุด จากนั้นแจ๊สก็วิ่งหนีไปหลบในซอกแคบๆ
“แจ๊ส!” พิมมาดาเรียกแล้วจะวิ่งตามแจ๊ส แต่อยู่ๆสุขสันต์ก็โผล่มาขวาง และมีแพรวพิลาศถือปืนจ่อไว้ “หยุด...ยายพิมมาดา”
สุขสันต์คว้ามือพิมมาดา “เธอต้องไปกับชั้น!”
อธิปที่กำลังสู้อยู่รีบผละออกจากจตุพล แล้วตรงเข้ามากระชากสุขสันต์ออกจากพิมมาดา แล้วอธิปก็ต่อสู้กับสุขสันต์ สุขสันต์บิดแขนอธิปแล้วอัดซ้ำที่แผลโดนยิงจนอธิปร่วงไปกองแล้วดิ้นพล่าน
พิมมาดาเข้าไปแย่งปืนแพรวพิลาศ แต่แพรวพิลาศยื้อเอาไว้ ทั้งสองจึงแย่งปืนกันไปมา
“ป๊า!” โอปอล์จะพุ่งไปหาพ่อ
โจ๊กจับโอปอล์ไว้ “อย่าไป”
สุขสันต์จะเข้าไปจับตัวพิมมาดาอีก แต่จตุพลกระโดดมาขวาง
“พิมมาดาต้องไปกับชั้น!” จตุพลพูด
สุขสันต์จึงเปิดฉากสู้กับจตุพลทันที

กริสน์ดูจอทีวีด้านในสตูดิโอ เขาเห็นเมทินีกำลังพยายามจะพูดให้ได้
“เวลามีน้อย อิชั้นขออนุญาตเริ่มแฉเลยแล้วกันนะคะ” เมทินีหยิบขนมสวีทโอปอล์ขึ้นมา “นี่แหละค่ะตัวการทำร้ายลูกๆของพวกเรา”
“เฮ้ย!! ไม่ได้นะ” กริสน์จะเข้าไปห้าม
โปรดิวเซอร์รีบมากันไว้ “คนขับรถรอด้านนอกเท่านั้นครับ”
“ผมมีเรื่องด่วนจริงๆ แล้วผมก็ไม่ใช่คนขับรถ แต่เป็นบอดี้การ์ดคุณเมทินี”
“บอดี้การ์ดที่ขับรถก็คือคนขับรถครับ” โปรดิวเซอร์บอก
“ถ่ายทอดสดอยู่ด้วย....จะทำยังไงล่ะเนี่ย...คิดๆๆ” ภัทรดนัยคิดไม่ตก
กริสน์กระวนกระวายใจจนนั่งไม่ติด

พิมมาดาชกแพรวพิลาศจนกระเด็นทำให้ปืนตกไป เธอวิ่งไปตามแจ๊สที่ยังซ่อนตัวอยู่
“แจ๊ส..ออกมา เร็ว”
แจ๊สยังไม่ยอมออกมา เธอนั่งปิดปากและตัวสั่น อยู่ๆแพรวพิลาศก็เข้ามาจิกหัวพิมมาดา พร้อมทั้งเอาปืนจี้เอว “แกคิดว่าแกจะหนีรอดเหรอ..มานี่ แกต้องไปกับชั้น”
แพรวพิลาศลากพิมมาดาออกมาแล้วพาไปขึ้นรถ
เดชที่กำลังซัดอยู่กับน้อมพงษ์หันไปเห็นพอดี “คุณพิม!”
เดชหันไปมองจนเสียจังหวะ เลยถูกน้อมพงษ์ซัดเต็มๆ น้อมพงษ์ซ้ำแผลเก่าด้วยการคว้าไหล่เดชข้างที่โดนยิงแล้วบิดมาข้างหลัง เดชร่วงไปกองแล้วดิ้นพล่าน
สุขสันต์กำลังถูกจตุพลอัดจนเซ อยู่ๆ ฉัตรชัยก็วิ่งเอาก้นที่มีเก้าอี้ติดมาชนจนจตุพลกระเด็นไป
“ผมจัดการเอง ท่านหนีไปก่อนครับ” ฉัตรชัยบอก
ฉัตรชัยกระโดดเอาเก้าอี้ทับจตุพลแล้วล็อกเอาไว้ สุขสันต์รีบหนีไปขึ้นรถ ส่วนน้อมพงษ์กระโดดคว้าปืนหมายจะยิงสุขสันต์ แต่แพรวพิลาศยิงสวนออกมาก่อน
น้อมพงษ์จะวิ่งไปหยิบปืนแต่ไม่ถึงต้องรีบกระโดดหลบก่อน แพรวพิลาศกระชากคนขับรถแท็กซี่ออกไปจากรถ แล้วเหวี่ยงพิมมาดาขึ้นรถแท็กซี่ทันที
“ขึ้นไป!” แพรวพิลาศเอาปืนขู่ “อยู่เฉยๆไม่งั้นตาย”
สุขสันต์วิ่งตามไปขึ้นรถแล้วขับหนีไปทันที โอปอล์ร้องเรียกอธิปเสียงหลง ส่วนน้อมพงษ์คว้าปืนได้ก็ยิงไล่หลังแต่ไม่ทัน ฮิมวิ่งไปขึ้นรถอีกคันทันทีก่อนจะหันมาบอกเพื่อน
“ไอ้ฉัตรเว้ย หนีก่อน”
ฉัตรชัยผละจากจตุพลแล้วรีบวิ่งแท่ดๆไปขึ้นรถ แต่เขาก็ขึ้นไม่ได้เพราะติดเก้าอี้
น้อมพงษ์คว้าปืนจะยิง แต่จตุพลเข้ามากระชากปืนแล้วยิงเอง กระสุนโดนเก้าอี้ที่ติดอยู่ที่ก้นฉัตรชัยหลายนัด “ว้ากๆ”
“ถอดเก้าอี้ออกสิวะ” ฮิมบอก
ฉัตรชัยจำต้องถอดกางเกงออกเพื่อทิ้งเก้าอี้ แล้วเขาก็ขึ้นรถหนีไป
จตุพลกับน้อมพงษ์เจ็บใจที่เห็นสุขสันต์หนีไปได้
“ปัดโธ่เว้ย!!! ไอ้สุขสันต์ได้ตัวพิมมาดาไปจนได้” จตุพลหันหาอธิปกับเดช “พวกแกโผล่มาทำซากอะไร!! ไอ้บ้าเอ๊ย!” จตุพลหงุดหงิดจึงเตะใส่แผลเก่าอธิปและเดชทันที
อธิปกับเดชเจ็บปวด แจ๊สแอบมองลอดตระกร้าออกมาอย่างลุ้นระทึก

ที่ห้องส่ง เมทินีหยิบขนมสวีทโอปอล์ขึ้นมา พิธีกรกำลังสัมภาษณ์เมทินี
“นี่ค่ะ ตัวการของเรื่องทั้งหมด กล้องไหนคะๆ” เมทินียื่นขนมให้กล้อง
“ช่วยขยายความหน่อยนะครับว่าขนมธรรมดาๆจะทำร้ายเด็กๆยังไง” พิธีกรถาม
“อิชั้นกำลังจะพูดไงคะ..คือ ใครจะไปคิดว่าขนมสีสันสดใสน่ารักน่ากิน จะมีส่วนผสมที่อันตรายอยู่ด้วย”
กริสน์กับภัทรดนัยวิ่งเข้ามาด้านหน้าแล้วพยายามโบกมือห้ามเมทินีไม่ให้พูด “อย่า”
ครูฟ้าใสกับครูพงษ์พัฒน์หันมาบอกให้ทั้งสองเงียบ “ชู่ว์!!”
พวกผู้ปกครองหันมาชู่ว์ใส่กริสน์พร้อมๆกันโดยไม่ได้นัดหมาย
กริสน์กับภัทรดนัยเงียบทันที ทั้งสองถอยไปด้านหลังทุกคนแล้วส่งภาษามือ เมทินีมองมา แล้วพยายามทำความเข้าใจ
พิธีกรเห็นเมทินีนิ่งไปจึงเรียก “คุณเมทินีครับ”
กริสน์ทำท่าห้ามเป็นสัญลักษณ์กากบาท แล้วทำท่าว่าเด็กๆ จะต้องตายเป็นท่าปาดคอ
“อ๋อ เข้าใจแล้ว..คือ ส่วนผสมที่ว่า ผิด ร้ายแรง..มีอันตรายถึงตาย..เด็กคนไหน..ที่กินเข้าไป ก็เหมือนถูกฆ่าปาดคอ” เมทินีพูด
กริสน์กับภัทรดนัยทำท่าบอกว่าไม่ใช่ๆ
เมทินียังคงแปลความผิดต่อ “ไม่มีทางเป็นอย่างอื่นไปได้”
กริสน์กับภัทรดนัยส่งเสียงฮึดฮัดอย่างขัดใจ
ครูฟ้าใสและพวกหันมาชู่ว์อีก
เค้ก เต๋า และเต้ยเห็นกริสน์กับภัทรดนัยมีท่าทางแปลกๆ จึงรีบลุกเข้ามาหา กริสน์จึงรีบบอก
“เต๋า เต้ย เราต้องห้ามไม่ให้คุณเมทินีพูดอะไรออกไปทั้งนั้น ไม่งั้นคุณพิมและเด็กๆตายแน่”
“หา.” เต้ยร้องเสียงดัง
ทีมงานหันมาชู่ว์!!!!
“ตายเลยเหรอคะ” เต๋ากระซิบ
“มันเรื่องอะไรกันคะ” เค้กถาม
“อย่าเพิ่งถาม ไปห้ามยัยเจ๊บ้าน้ำลายก่อน” ภัทรดนัยบอก
ทีมงานหันมาชู่ว์อีก
เค้ก เต๋า และเต้ยจะเดินไปหาเมทินี แต่ครูพงษ์พัฒน์กับครูฟ้าใสมายืนขวางไว้
“เค้าออกรายการสดอยู่ รู้จักคำว่ากาลเทศะมั้ย ไปรอด้านนอก” ครูพงษ์พัฒน์บอก
ครูฟ้าใสจ้องหน้ากริสน์ “เอ๊ หน้าคุณ คุ้นๆนะคะ” ครูฟ้าใสพยายามจะมองหน้ากริสน์ให้ชัดๆ แต่กริสน์พยายามหลบ “อ๊ะๆ หลบหน้ากันอย่างนี้ ยิ่งน่าสงสัย”
เมทินียังคงให้สัมภาษณ์อยู่บนเวทีอย่างออกรสชาติ เธอหยิบเอกสารออกมา “นี่ค่ะ เอกสารที่ระบุว่าในขนมสวีทโอปอล์มีส่วนผสมอะไรบ้าง..กล้องไหนคะ..ซูมเลยค่ะ ซูมๆๆ”
“แย่แล้ว!! ไปห้ามเร็วๆ” กริสน์ตกใจ
“จะไปไหน” ครูฟ้าใสดึงกริสน์ไว้ “ต้องเป็นสายของพวกตรงกันข้ามแน่ๆ ฮูอายู !” เธอจะดูหน้ากริสน์
“ใช่ๆ.. พวกคุณถูกจ้างให้มาขัดขวางการออกอากาศนี้ใช่มั้ย ผมไม่ยอมเด็ดขาด ออกไปให้หมด ไปๆ” ครูพงษ์พัฒน์ไล่
ทีมงานหันมาชู่ว์ ครูพงษ์พัฒน์พูดกระซิบ “รู้แล้ว แต่จัดการคนพวกนี้ก่อน”
เค้กรีบเข้าไปอ้อน “จะจัดการอะไรคะคุณครูสุดหล่อ..ไม่เห็นต้องทำหน้าดุเสียงดังเลย..คุยกันดีๆสิคะ..นะคะ”
กริสน์หันหลังหนีฟ้าใส แล้วเหลือบไปเห็นปลั๊กไฟของเมนบอร์ด
“ซูมมาชัดๆนะคะ นี่ค่ะๆ ตัวอักษรแดงๆ คือ..ยา..” เมทินียังพรีเซนต์ต่อ
“ไม่ทันแล้ว” กริสน์รีบผลักเต๋ากับเต้ยให้ล้มลงไปที่ปลั๊ก
เต๋ากับเต้ยร้องลั่น “ว้าย!!” สองกระเทยล้มทับปลั๊กเมนบอร์ดอย่างแรงจนไฟดับพรึ่บทั้งสตูดิโอ
ทุกคนร้องวี้ดว้าย ไม่นานนักไฟสำรองก็ติดพรึ่บ แต่ก็มีไฟเฉพาะกล้องและเวที
“เฮ้ย!!! ตัดเข้าโฆษณา แล้วไปเปิดไฟสำรองเร็ว” โปรดิวเซอร์สั่ง
“ใครเตะปลั๊กหลุดว่ะ!” ทีมงานตะโกนถาม
“ขอโทษค่ะๆ เราไม่ได้ตั้งใจ..ปลั๊กอยู่ไหนนะๆ” เต๋ากับเต้ยพยายามมองหา
เมทินียืนงุนงงอยู่บนเวที “โห้ย ไฟมาดับอะไรตอนนี้ กำลังจะชี้ให้ดู ส่วนผสมที่เป็นยาเสพติดเลย”
ในความมืดนั้น อยู่ๆ เค้กก็เข้ามาปิดปากเมทีนี เมทินีจะร้องแต่ก็ไม่ได้เพราะถูกปิดปากไว้ เค้กรีบลากเมทินีออกไป
“ไฟพร้อมแล้ว!” ทีมงานบอก
ไฟกลับมาปกติ ทั้งสตูดิโอสว่างพรึ่บๆๆ
“เดี๋ยวสัมภาษณ์ต่อตรง..อ้าว เฮ้ย คุณเมทินี หายไปไหน..คุณเมทินี!!” โปรดิวเซอร์มองหา
ทุกคนมองหาเมทินี แต่ก็หาไม่เจอ บนเวทีกลายเป็นครูฟ้าใสแทน
“ฟ้าใสจะมาให้สัมภาษณ์ต่อจากคุณเมทินีนะค่ะ ก่อนอื่น Good Afternoon ค่ะ ดิฉันเป็นอาจารย์ใหญ่โรงเรียนที่ลูกคุณเมทินีเรียนอยู่นะค่ะ”
ครูพงษ์พัฒน์กับครูฟ้าใสมองหาพวกกริสน์แต่ก็ไม่เจอสักคน
“ไอ้พวกป่วนก็หายไปด้วย..หน็อย..เลยไม่ได้แฉกันพอดี” ครูพงษ์พัฒน์ฉุน

เมทินีวิ่งพล่านภายในบ้านของตัวเองเพื่อตามหาปาล์ม
“ไม่..ไม่จริง..ลูกปาล์มถูกพวกมันจับตัวไปจริงๆเหรอ” เมทินีร้องไห้กระซิกๆ
กริสน์กับภัทรดนัยยืนอยู่กับแม่บ้านและบอดี้การ์ด
“คุณผู้หญิง..พวกเราขอโทษนะคะ” แม่บ้านพูด
เมทินีโผเข้ากอดกริสน์ทันที “คุณกริสน์ขา..ลูกปาล์มน้อยของเรา อยู่ในอันตราย เราต้องช่วยลูกของเรานะคะ ฮือๆ”
“จากรูปการณ์แล้ว เจ้านายพวกป้าคงไม่ว่าอะไรหรอก..ไปเถอะ” ภัทรดนัยบอก พวกแม่บ้านค่อยๆ เดินออกไป)
เค้ก เต๋า และเต้ยเข้ามาถึงพอดี ทั้งสามพาป๊อปคอร์นมาด้วย
“คุณกริสน์!” ทั้งสามเรียก
“ชั้นเกือบถูกพวกที่สตูดิโอรุมตื้บเอา ยังไม่สำออยเลย..หมั่นไส้” เต๋าแขวะเมทินี
“แล้วคุณพิมกับเด็กๆล่ะคะ” เต้ยถาม
“คุณพิมกับเด็กๆถูกคนร้ายจับตัวไป เป็นตายร้ายดีก็ไม่รู้” กริสน์บอก
“ห๊า ยัยพิมถูกจับตัว” เค้กตกใจ
“เด็กๆด้วยเหรอ” เต๋ากับเต้ยก็ตกใจ
อยู่ๆ ก็มีเสียงดังกึกกักๆ มาจากประตูห้องเก็บของ
“เอ๊ะ..ชู่ว์ๆๆๆ” ภัทรดนัยให้ทุกคนเงียบ
ทุกคนเงียบแล้วเริ่มระวังตัว ภัทรดนัยค่อยๆเข้าไปเปิดดูจึงเห็นว่าแจ๊สซ่อนอยู่ด้านใน
“กรี๊ดๆๆ” แจ๊สหลับตากรีดร้องแล้วยื่นมือออกมาทุบตีอย่างมั่วซั่ว
“โอ๊ยๆๆๆ น้องแจ๊ส หยุดๆๆ” ภัทรดนัยถูกตีรีบห้าม
กริสน์รีบเข้ามาจับแจ๊สเอาไว้แล้วเรียกสติ “แจ๊ส..นี่น้ากริสน์เอง น้ากริสน์..ไม่ใช่ผู้ร้าย” กริสน์ดึงแจ๊สมากอด “แจ๊สปลอดภัยแล้ว..ไม่มีใครทำอะไรแล้ว”
“น้ากริสน์!” แจ๊สร้องไห้โผเข้าไปกอดกริสน์แน่น ส่วนป๊อปคอร์นก็กระโดดไปคลอเคลียแจ๊ส
“แจ๊ส..คนเก่ง..เกิดอะไรขึ้น เล่าให้น้าฟังได้มั้ย” กริสน์ถาม
แจ๊สปาดน้ำตา “น้ากริสน์..นายทุกข์ระทม..จับทุกคนไปหมดเลย มันจะฆ่าทุกคน ฮือๆ”
“ฆ่าลูกปาล์มด้วยเหรอ....ไม่ย้อมไม่ยอม” เมทินีตกใจ
ทันใดนั้น โทรศัพท์มือถือของเมทินีก็ดังขึ้น
“โทรศัพท์!” เมทินีประหม่า เธอมองกริสน์กับภัทรดนัยเป็นเชิงขอความเห็นว่าควรรับไหม กริสน์กับภัทรดนัยพยักหน้าให้รับสาย เมทินีรวบรวมสติกดรับสายโดยเปิดสปีกเกอร์
ทั้งหมดได้ยินเสียงของปาล์มที่กำลังร้องเสียงหลงใส่โทรศัพท์
“หม่ามี้ช่วยน้องปาล์มด้วย!!! มันจะฆ่าปาล์ม ปาล์มกลัว”
“ลูกปาล์ม!” เมทินีตกใจ
ที่ที่ปาล์มอยู่มีพิมมาดาและเด็กๆนั่งอยู่รวมกันคือกลางสนามกีฬาอินดอร์ที่มีแสงจับลงมา พิมมาดากำลังโอบปกป้องเด็กๆ เอาไว้
ฉัตรชัยเดินคุยโทรศัพท์ เขาเปิดสปีกเกอร์แล้วเดินแยกออกมา โดยมืออีกข้างถือโทรศัพท์แนบหูอีกเครื่อง
“ถ้าพวกแกทำอะไรลูกปาล์ม ชั้นจะเอาเรื่องพวกแกให้ถึงที่สุด คอยดู!” เมทินีพูด
“ผมคือตัวแทนร่างทรงจากคนที่คุณก็รู้ว่าใคร ผมโทรมาเจรจาเพื่อหาข้อตกลงร่วมกัน” ฉัตรชัยบอก
“ข้อตกลงอะไร จะเอาอะไรว่ามาเลย” เมทินีถาม
กริสน์เข้ามาคว้าโทรศัพท์ไปคุย “คุณสุขสันต์..ปล่อยพิมมาดาและเด็กๆ แล้วชั้นจะไปให้จับตัว”
สุขสันต์ที่ยืนอยู่ใกล้ๆฉัตรชัยได้ยินกริสน์พูดก็ยิ้มและหัวเราะอย่างสมใจ
“ตอบมันสิครับ” ฮิมยื่นโทรศัพท์อีกเครื่องให้
“ชั้นต้องพูดผ่านไอ้นี่จริงเหรอ” สุขสันต์ถาม
“เพื่อความปลอดภัย..ท่านจะได้ไม่ถูกพวกมันแอบเอามือถืออัดเสียงไว้เป็นหลักฐาน เหมือนพวกดาราไงครับ” ฮิมบอก
“เฮ้อ” สุขสันต์จำใจต้องเดินพูด “ชั้นไม่ต้องการตัวแก..แต่ชั้นต้องการให้แกกับยัยเมทินีไปมอบตัวกับตำรวจ..สารภาพว่าเป็นคนนำเข้ายาเสพติดข้ามชาติเข้ามาเอง แกจะสร้างเรื่องราวอะไรยังไงก็ตามใจแก แต่ต้องไม่ซัดทอดมาถึงตัวชั้น..และต้องยกย่องชั้นด้วยว่าเป็นคนที่ทำให้แกเข้ามอบตัว..แล้วทุกคนจะปลอดภัย”
ในขณะที่สุขสันต์พูด ฉัตรชัยก็ต้องพูดตามแล้วทำท่าตามสุขสันต์แบบเป๊ะๆ อยู่ด้านหลัง
“ไม่ให้ซัดทอดยังพอทน แต่ให้ยกย่องแกด้วย รับไม่ได้เว้ย” ภัทรดนัยบอก
“แกปล่อยคุณพิมกับพวกเด็กๆออกมาก่อนซิ” กริสน์ต่อรอง
“ชั้นจะปล่อยพิมมาดา..แต่..จะปล่อยให้ไปมอบตัวพร้อมกับพวกแก..หึๆๆ ในวันมอบตัวจะต้องมีแก ภัทรดนัย ยัยเมทินี และพิมมาดา..ถ้าพวกแกไม่ทำตามข้อเสนอนี้ รับรองได้ว่า ทุกคนที่พวกแกรัก..จะถูกเชือด..นิ่มๆ..ฮ่าๆ” สุขสันต์จะกดตัดสายทิ้ง แต่ทำไม่เป็นเลยหันมาถามลูกน้อง “ฮิม จะวางสายทำไงวะ”
ฮิมเอามือถือมาโยนทิ้งลงกับพื้น สุขสันต์หัวเราะ “ฮ่าๆๆ”
ฉัตรชัยทิ้งมือถือตาม หัวเราะตาม “ฮ่าๆๆ”
“เฮ้ย! เดี๋ยวก่อน” กริสน์เรียกแต่ก็ได้ยินเพียงเสียง ตู๊ดๆๆ “โธ่เว้ย!” กริสน์หงุดหงิด
สุขสันต์กำลังระเบิดหัวเราะกับฉัตรชัยและฮิม ในขณะที่แพรวพิลาศกำลังยืนแอบดูอยู่ที่มุมหนึ่งห่างออกไป หลังจากได้ยินแพรวพิลาศก็มีสีหน้าสับสนขึ้นมา

กริสน์ทั้งคับแค้นใจทั้งเครียด ภัทรดนัยกับเมทินีนั่งหน้าเครียดกันอยู่คนละมุม แจ๊สกอดป๊อปคอร์นไว้ ส่วนเค้ก เต๋าและเต้ยนั่งซึม
“คุณกริสน์..คุณ..จะทำยังไงคะ” เค้กถามขึ้น
“ผมจะ...” กริสน์โพล่งขึ้นมา
ภัทรดนัยรีบห้าม “เดี๋ยว!!! ก่อนแกจะตัดสินใจอะไร ชั้นขออนุญาตแจกแจงให้แกฟังชัดๆก่อน..ถ้าแกมอบตัว..ข้อแรก ไอ้สุขสันต์จะทำตามที่รับปากหรือเปล่าก็ไม่รู้..ข้อสอง..แก คุณเมทินี ยัยเจ๊โหด จะกลายเป็นผู้ต้องหาคดีค้ายาเสพติดระดับชาติ ติดคุกหัวโต..ข้อสาม..ไอ้สุขสันต์ คนร้ายตัวจริง ลอยนวล แล้วยังได้รับยกย่องเทิดทูนเป็นพ่อพระของเด็กทั้งประเทศ..ข้อสี่..สำคัญสุด..ยาเสพติดจะระบาดทั่วบ้านทั่วเมือง จะมีแต่เด็กติดยา หมดอนาคต ประเทศชาติล่มจม”
“ชั้นจะไปมอบตัว ฉันจะทำตามที่ไอ้สุขสันต์มันต้องการ” กริสน์บอก
“ถึงแกยอม แต่ถ้าคุณเมทินีกับชั้นไม่ยอมไป มันก็เท่านั้น” ภัทรดนัยว่า
“นีก็จะไปมอบตัวกับคุณกริสน์” เมทินีพูดขึ้น
“เหลือนายคนเดียวแล้ว” เค้ก เต๋าและเต้ยกดดันภัทรดนัย
“เฮ้ย!!! เมาละอองฝุ่นในอากาศกันหรือไงวะ” ภัทรดนัยเข้าไปกระชากคอเสื้อกริสน์ “ยังไงชั้นก็ไม่ให้แกมอบตัว!”
กริสน์ปัดมือภัทรดนัยออกแล้วผลักอก “แล้วแกจะให้ชั้นทำยังไง!! ห๊า!! จะให้ชั้นปล่อยเด็กๆที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ตายไปต่อหน้าต่อตางั้นเหรอ..เด็กๆพวกนี้ เค้าไม่ควรจะมาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เลยด้วยซ้ำ แต่ชั้นและแก..เป็นคนดึงพวกเค้ามาเป็นเครื่องมือ..ถ้าแกไม่รับผิดชอบชั้นรับผิดชอบเอง”
“รับผิดชอบ..โอ้ววว แกรับผิดชอบเด็กสี่ห้าคน แล้วเด็กอีกแสนคน ล้านคน ทั่วประเทศล่ะ..ใครจะรับผิดชอบ” ภัทรดนัยถาม
กริสน์กับเมทินีอึ้งเพราะพูดไม่ออก ภัทรดนัยพูดต่อ
“แกเคยคิดบ้างมั้ย? ว่าเยาวชนทั้งประเทศจะเป็นยังไงถ้าต้องตกเป็นทาสของไอ้ยานรกพวกนี้!!!!..ไอ้กริสน์..ชั้นเข้าใจความคิดแก ถ้าเป็นไปได้ ชั้นก็ไม่อยากให้มีใครต้องเสียสละเลย แต่มาถึงขั้นนี้แล้ว..แกจะเอาชีวิตเยาวชนทั้งประเทศ แลกกับ..” ภัทรดนัยยั้งปากไว้แล้วก็หงุดหงิด “โอ๊ย!!! แกชั่งน้ำหนักเอาแล้วกัน ว่าอะไรสำคัญกว่ากัน!”
ภัทรดนัยเดินกระฟัดกระเฟียดออกไป กริสน์สับสนและรู้สึกกดดัน

-พวกเด็กๆที่โดนมัดเป็นพวงรอบๆเสาแป้นชู๊ตบาส(ระวังเสาล้มทับเด็กตายด้วย เอาแบบถ่วงดีๆ ล้มยาก) นั่งเอาหัวชนกัน พึมพำบทสวดกันอยู่ โดยมีพิมมาดาอยู่ใกล้ๆ
ฉัตรชัยกับฮิมนั่งอยู่คนละมุม ทั้งสองถือปืนคุมตัวพวกพิมมาดาเอาไว้
สุขสันต์เดินเข้ามา “สวดมนต์ขอให้พระคุ้มครองเหรอ หึๆๆ เด็กน้อยเอ๊ย”
“พวกเราไม่ได้ขอพร แต่เรากำลังทำพิธีสาปแช่งคนชั่ว” จีจ้าบอก
“ขอให้มันประสบความหายนะ ตกนรกทั้งเป็น เวลาตายก็ไม่ตายดี โดนมดคันไฟรุมกัดตาย!” ปาล์มแช่ง
สุขสันต์โมโหผลักหัวปาล์มจนไปชนเสาแป้นบาส ปาล์มลงไปนอนกุมหัวแล้วร้องลั่น
“นายปาล์ม!!..คุณสุขสันต์..คุณมันเลวที่สุด..ทำได้ยังไง เด็กตัวนิดเดียว” พิมมาดาตำหนิ
“ตัวนิดเดียว?” สุขสันต์งง
“อย่างน้อยปาล์มก็ยังเป็นเด็ก..ชั้นไม่อยากคิดเลยว่าชั้นจะเคยชื่นชมในตัวคุณ”
สุขสันต์ดึงแขนพิมมาดาเข้ามา “ผมก็ผิดหวังในตัวคุณ!! ผมอุตส่าห์ทำดีกับคุณมาตลอด นึกว่าจะมีหัวคิดกว่านี้..แต่คุณมันโง่ ที่เลือกไปยืนข้างไอ้กริสน์”
พิมมาดาดิ้น “ปล่อยชั้น”
สุขสันต์ยิ่งจับแขนพิมมาดาแน่นและดึงเข้าไปใกล้ “ทำไม..อย่าเล่นตัวนักเลย ผมอาจจะใจอ่อนเก็บคุณเอาไว้ก็ได้นะ..ถ้าเด็ดจริง”
โจ๊กกับจีจ้าเข้าไปตีสุขสันต์ “ปล่อยน้าพิมนะ ปล่อยๆๆ” ทั้งสองด่าสลับกัน” ไอ้บ้า ไอ้เลว ไอ้ผู้ร้ายใจทมิฬ”
โจ๊กกับจีจ้าพยายามจะช่วยพิมมาดา สุขสันต์เหลืออดจึงจับเชือกที่พันเด็กๆ มาพันรอบเสาอีกหลายๆ รอบ ฉัตรชัยกับฮิมรีบเข้าไปดึงตัวสุขสันต์ออกมาเพราะกลัวเด็กๆ จะตายซะก่อน
สุขสันต์ปล่อยตัวสบายๆให้สองคนนั้นลากไป แต่มือยังชี้หน้าสั่งสอนเด็กๆ “ผู้ใหญ่จะคุยกัน เด็กอย่าแส่!!!จำไว้ พวกแกแหละ ต้องโดนมดแดง มดดำ มดตะนอย มดเหม็น รุมกัดจนเหลือแต่กระดูก” แพรวพิลาศเดินเข้ามายืนมองอยู่ห่างๆ
พิมมาดาน้ำตารื้น “ทำไมคุณถึงได้ร้ายกาจอย่างนี้..คุณขายขนมที่มียาเสพติด..แล้วยังมีหน้ามาสร้างภาพว่ารักเด็ก ทำเพื่อเด็กๆอีก..คุณหลอกทุกคน..คนอย่างคุณจะต้องได้รับกรรม ไม่มีแผ่นดินให้อยู่”
“ผมทำเพื่ออนาคตของประเทศ” สุขสันต์อ้าง “เด็กของเราทุกวันนี้ ติดเกม ติดพนัน เหลวแหลก เหลวไหล ล้มเหลวหมดทุกอย่าง..แต่ขนมสวีทโอปอล์ที่มียาเสพติด..จะช่วยให้เราสามารถควบคุมเด็กของเราได้ สั่งให้เรียนก็เรียน สั่งให้ทำอะไรก็ทำ นี่แหละ ที่จะทำให้เด็กของเราพัฒนาเหนือกว่าเด็กชาติอื่น”
“ไม่ต้องมาพูดจาหาเสียงเพ้อเจ้อกับชั้น..ยังไงชั้นก็ไม่มีวันเชื่อคุณอีกแล้ว”
“หึๆๆ คุณไม่ควรเชื่อตั้งนานแล้ว”
พิมมาดาอึ้งและรู้สึกแค้น
“คุณสุขสันต์” แพรวพิลาศเรียก
สุขสันต์หันมาพบว่าแพรวพิลาศยืนจ้องอยู่ด้วยสายตากร้าว และคาดคั้นเหมือนต้องการคำตอบ

กริสน์เดินดึงทึ้งผมตัวเอง “ทำไมมันต้องเป็นแบบนี้ด้วยวะๆๆ โธ่เว้ย”
แจ๊สอุ้มป๊อบคอร์นเดินออกมาหากริสน์ ป๊อบคอร์นเห่าโฮ่ง
“น้ากริสน์” แจ๊สเรียก
กริสน์ชะงัก “แจ๊ส”
แจ๊สเต้นสี่ถึงห้าสเต็ปอย่างสวยงามเต็มที่ กริสน์มองอย่างงงๆ
แล้วแจ๊สก็หยุดเต้นเพราะเหนื่อย “น้ากริสน์อย่ายอมแพ้นะคะ..เหมือนแจ๊ส..แจ๊สก็ไม่เคยคิดว่าแจ๊สจะเต้นชนะเลิศ..แต่แจ๊สก็ทำได้..น้ากริสน์เก่งกว่าแจ๊สล้านเท่า น้ากริสน์ต้องช่วยทุกๆคนได้แน่ๆ”
“บางที..น้าก็ไม่ได้เก่งอะไรหรอก น้าไม่ใช่สุดยอดสายลับแบบในหนัง..น้าก็คนธรรมดา..ที่แพ้เป็น..ที่ผิดพลาดตลอดๆ”
“ไม่..น้ากริสน์จะแพ้อะไรก็ได้ แต่ห้ามแพ้ยาเสพติด..พ่อแม่ของแจ๊สก็ตายเพราะคนเมายา..แจ๊สจะไม่ยอมให้มีใครตายเพราะมันอีก”
กริสน์เข้ามาโอบแจ๊สไว้ “แจ๊ส”
“แจ๊สว่าทางออกไม่ได้มีแค่สองทางหรอก...มันมักจะมีทางที่สามที่สี่ที่ห้าเสมอ...น้ากริสน์แค่ต้องการเวลาคิด..เดี๋ยวก็คิดได้..นะคะ..แจ๊สจะช่วยคิดด้วย..ป๊อปคอร์นด้วย”
แจ๊สลงไปนั่งขัดสมาธิแล้วคิด ส่วนป๊อปคอร์นก็นั่งหลับตาลงข้างๆกัน
กริสน์จนปัญญาแต่ก็ยังกอดแจ๊สเอาไว้

สุขสันต์โผเข้าไปโอบแพรวพิลาศจากด้านหลัง แล้วพูดออดอ้อน
“โธ่ แพรว...ผมน่ะเหรอจะไปเกี่ยวข้องกับเสพติด..แพรวเข้าใจผิดแล้ว”
แพรวพิลาศสะบัดออก “แล้วที่แพรวได้ยินคืออะไร” แพรวพิลาศคาดคั้นด้วยเสียงเข้ม “ขอความจริงเท่านั้น!”
“เอ่อ แพรว..คือ ยัยพิมมาดา ถูกไอ้กริสน์ล้างสมอง จนเชื่อฝังใจไปแล้วว่าผมค้ายา..ผมอธิบายยังไงก็ไม่เชื่อ..แล้วจะให้ผมทำยังไง..ผมก็เลยตามเลย..มันเป็นแค่วาทกรรมทางการเมือง....ผมยอมให้พิมมาดาเข้าใจว่าผมชั่วร้ายเลวทรามคนเดียว..ดีกว่าจะให้พิมมาดากล่าวพาดพิงคุณพ่อของแพรวเสียๆหายๆ”
“อะไรนะ มันว่าคุณพ่อด้วยเหรอ”
“ผมถึงต้องเล่นบทโหด ข่มขู่ทุกวิถีทางให้พวกมันให้มอบตัวไง”
แพรวพิลาศฟังแล้วก็อึ้ง สุขสันต์จับไหล่แพรวพิลาศเพื่อให้หันมามองตา
“มองตาผมซิแพรว มองให้ชัดๆลึกๆ ตาผมใสกิ๊ง ซื่อบริสุทธิ์ ไม่มีอะไรเคลือบแฝงอยู่เลย คนนัยน์ตาซื่ออย่างผมจะไปทำร้ายใครได้ แล้วยิ่งเป็นผู้หญิงกับเด็กน้อยตาดำๆพวกนี้ยิ่งทำไม่ได้เข้าไปใหญ่ แค่คิดก็ทรมานใจแล้ว”
สุขสันต์กอดแพรวพิลาศไว้ ทำให้ท่าทีของแพรวพิลาศอ่อนลง

อธิปกับเดชนั่งหน้าซีดอยู่บนเก้าอี้เพราะเลือดจากแผลเก่ายังไหลไม่หยุด น้อมพงษ์เอาน้ำสาดให้ทั้งสองฟื้นขึ้นมา จตุพลเดินตรงมาหาอธิปกับเดช
“อากู๋ไม่เคยทำอะไรเพื่อผม ผมไม่ว่า..แต่ทำไมต้องขัดขวางผมด้วย..ผมกำลังจะได้ตัวยัยพิมมาดาอยู่แล้ว!”
จตุพลชกอธิปจนร่วงตกเก้าอี้ลงไปกองกับพื้น
“หึๆๆ แกกลัวไอ้สุขสันต์หักหลังใช่มั้ย..ไม่ต้องห่วง..แกเจอแน่..ฮ่าๆๆ” อธิปหัวเราะเยาะ
“หน็อย ปากดีนัก” จตุพลโมโหเตะซ้ำเข้าที่แผลเก่าของอธิปหลายครั้ง อธิปดิ้นพล่าน
“อย่าทำเสี่ย!” เดชห้าม
“อ๋อ พูดงี้ ว้อนท์ใช่มั้ย จัดให้” น้อมพงษ์ซัดเดชเข้าเต็มๆ
จตุพลคว้าคออธิปขึ้นมาแล้วพูดเสียงแข็ง “อากู๋..ผมเห็นแก่สายเลือดจางๆของเรา..ผมจะให้โอกาสอากู๋แสดงความรักที่มีต่อผม..อากู๋ต้องรับผิดแทนผม..บอกตำรวจ ว่าผมไม่รู้ไม่เห็น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดในขนม”
“ถ้าเสี่ยช่วยให้พวกเราพ้นจากคดีได้ ผมรับรองว่า..ผมจะดูแลโอปอล์แทนเสี่ย และจะพาไปเยี่ยมที่คุกทุกเดือน” จตุพลยื่นข้อเสนอ
“หึๆๆๆ พวกหมาจนตรอก..พวกแกหนีคุกไม่พ้นหรอก” เดชว่า
“ชั้นยอมตาย..ส่วนแก..ก็ต้องรับกรรมที่แกทำเอาไว้..คนที่คิดร้ายต่อเด็กๆอย่างแก..ไม่มีวันตายดี หรอก” อธิปบอก
“ใครกันแน่ที่จะตาย” จตุพลชักปืนออกมาแล้วจะเหนี่ยวไก
ทันใดนั้นก็มีเสียงไซเรนรถตำรวจดังขึ้น
“เฮ้ย เสียงนี้ มันต้องไม่ใช่เสียงรถไอติมแน่ๆ..งานเข้าแล้ว!!” จตุพลตกใจ เขากับน้อมพงษ์รีบพุ่งไปดูที่หน้าต่างก็เห็นรถตำรวจจอดอยู่หลายคัน
“ทำไงล่ะทีนี้” น้อมพงษ์ลนลาน

มาวินเดินกร่างเข้ามาในโรงงาน โดยที่สมุนหลายคนของจตุพลกำลังโดนตำรวจจับไว้แล้ว
“คุณจตุพลคุณน้อมพงษ์” มาวินหยิบเอกสารขึ้นมาโชว์ “ไอมีหมายค้น หมายจับ และสารพัดใบอนุญาตที่ทำให้ไอสามารถจับเป็นและจับตายยูสองคนได้ เพราะฉะนั้น อย่าคิดหนีไอให้เหนื่อย ยอมมอบตัวดีๆ ไอสัญญาว่าจะเลี้ยงแฮมเบอเกอร์ยูทุกมื้อตอนอยู่ในคุก”
ทันใดนั้นก็มีเสียงปืนดังมาจากบริเวณที่จตุพลอยู่ มาวินตกใจรีบสั่ง “ทุกคนหมอบลง!”
ตำรวจทุกคนพากันหมอบ
มาวินค่อยๆ เงยหน้าขึ้น “ตามดู เร็ว!”
พวกตำรวจวิ่งกรูกันตามขึ้นไปทันที

จตุพลกับน้อมพงษ์ยิงพื้นตรงที่อธิปกับเดชยืนอยู่
“วิ่งไป...เร็ว...ไม่งั้นชั้นยิงแกเท้ากระจุยแน่” จตุพลสั่ง
จตุพลยิงที่พื้นเฉียดเท้าอธิปกับเดชไปนิดเดียว
“หึๆๆ กรรมตามพวกแกทันกว่าที่คิดไว้อีก หึๆๆ” อธิปหัวเราะเยาะ
“หยุดปากดีได้แล้ว” น้อมพงษ์ยิงไปที่อธิปกับเดชอีก
“โอ้ย” เดชรีบดึงอธิปไป “ไปเสี่ยเดี๋ยวค่อยกลับมาจัดการ”
ทั้งสองวิ่งหนีไปทางที่ตำรวจวิ่งสวนมาพอดี ส่วนจตุพลกับน้อมพงษ์วิ่งหนีไปอีกทาง
มาวินกับตำรวจเล็งปืนไปที่อธิปกับเดชที่จตุพลส่งมาเป็นตัวล่อ
“หยุดนะ” มาวินสั่ง
ในที่สุดอธิปกับเดชก็โดนมาวินและพวกตำรวจรวบตัว

“ฮ่าฮ่า....ในที่สุดก็เสร็จมือปราบสุดเก่งอย่างไอจนได้” มาวินหัวเราะร่วน









Create Date : 08 กุมภาพันธ์ 2555
Last Update : 8 กุมภาพันธ์ 2555 10:41:47 น.
Counter : 99 Pageviews.

0 comment
มือปราบพ่อลูกอ่อน ตอนที่ 14



มือปราบพ่อลูกอ่อน ตอนที่ 14

เมทินีผงะแล้วทำท่าจะถอยหนีออกนอกห้อง แต่กริสน์รีบไปขวางทางเอาไว้

“ฟังก่อนครับคุณนี ผมไม่ได้จะมาทำร้ายคุณ”
“คุณกริสน์อย่าหลอกนี..นีรู้ว่านีสวย เป็นที่ปรารถนา” เมทินีคว้าแจกันขึ้นมาถือไว้เป็นอาวุธ “แต่ถ้าคิดว่านีจะยอมคุณง่ายๆก็ลองดู”
“เมื่อกี้เจ๊ยังดีใจโผกอดซะกลมดิ๊ก..คุณกริสน์ๆอยู่เลย” ภัทรดนัยงง
“เมื่อกี้ชั้นลืมตัว..ลืมไปว่าคุณกริสน์ไม่ใช่คนเดิม..ที่ชั้นเคย..รู้สึกดีๆด้วยอีกแล้ว” เมทินีมีท่าทีสะเทือนใจ “แต่คุณเป็น พ่อค้ายาเสพติด”
“เราถูกจัดฉากใส่ร้าย..คนร้ายจริงๆยังลอยนวลอยู่ ผมเลยอยากขอร้องให้คุณนีช่วย” กริสน์ขอร้อง “ช่วย..จะให้นีช่วยอะไร..ดูๆๆ ทั้งคุณ ทั้งเพื่อนคุณ จ้องนีตาเป็นมันขนาดนี้ นีรู้นะว่าอดใจไม่ไหว คิดจะทำมิดีมิร้ายนี ใช่มั้ย”
“ไม่ได้คิด” กริสน์กับภัทรดนัยประสานเสียงตอบ
“นีไม่เชื่อ!”
อยู่ๆ พิมมาดาก็โพล่งทะลุกลางปล้องขึ้นมา “คุณเมทินี นายปาล์มลูกชายคุณติดยา!”
เมทินีชะงัก “อะไรนะ”
“นายปาล์ม..แล้วก็เด็กๆที่มีอาการแปลกๆ..เป็นเพราะยาเสพติดที่อยู่ในขนมสวีทโอปอล์” พิมมาดาบอก
“น้าพิมพูดจริงๆนะคะ ไม่ได้โกหก” แจ๊สสนับสนุน
“ใช่ๆๆ” โจ๊กกับจีจ้าช่วยหนุน
“ผมมีหลักฐาน นี่ เอกสารสูตรเคมีที่ใช้เป็นส่วนผสมของขนมสวีทโอปอ ตัวสีแดง ที่เห็นในเอกสาร คือ ชื่อเคมีของยาเสพติดแบบใหม่ชนิดนึง” กริสน์ยื่นเอกสารให้เมทินี
“ชั้นอ่านไม่รู้เรื่อง..แล้ว..คิดว่าชั้นจะเชื่อเอกสารแผ่นเดียวเนี่ยเหรอ”
ทันใดนั้นก็มีเสียงปาล์มครวญครางดังมาจากด้านบน
“งั้น..ผมจะพิสูจน์ให้ดู” กริสน์คว้ามือเมทินีแล้วลากไป
“ช่วยด้วย.....โดนผู้ชายฉุด” เมทินีร้องโวยวาย

ปาล์มยังคงถูกมัดอยู่ที่เดิม เขาพยายามร้องไห้คร่ำครวญ
“แม่จ๋า แม่..ช่วยหนูด้วย..ช่วยหนูเถิดหนา หนูเกิดมา ช่างมีกรรม หนูเป็นเด็ก ตาดำๆ โปรดอย่าทำ ทารุณๆ ..ปล่อยหนูไป”
กริสน์ลากเมทินีเข้ามาในห้อง
“ลูกปาล์ม” เมทินีหันไปสั่งแม่บ้าน “อุ่น..ออกไปก่อนเถอะ”
แม่บ้านเดินออกไป
“คุณนีดูนะ” กริสน์พยักหน้าเป็นสัญญาณให้ภัทรดนัยจัดการ
ภัทรดนัยหยิบขนมสวีทโอปอล์ออกมาล่อปาล์มทันที
“นายปาล์ม อยากกินขนมมั้ย” ภัทรดนัยชูสวีทโอปอล์
“สวีทโอปอล์!” ปาล์มน้ำลายไหลท่วมปากขึ้นมาทันที “จะกิน เอามา แฮ่ๆๆ”
ปาล์มดิ้นรนจะเอาขนมให้ได้ เขาพยายามดิ้นอย่างรุนแรงจนเตียงขย่ม
“โหว น้ำลายไหลยังกับเปิดก๊อก” โจ๊กตกใจ
“เอาขนมมา!! ไม่งั้น..ถ้าชั้นหลุดไปได้เมื่อไหร่ แกตาย แฮ่ๆๆ” ปาล์มทุรนทุราย
“โหว ตายเลยเหรอ” ภัทรดนัยยั่ว เขาเอาขนมไปถือล่อให้ปาล์มอ้าปากงับ แต่ภัทรดนัยก็หลบทำให้ปาล์มงับได้แต่ลม ภัทรดนัยยังเอาขนมมาแกว่งๆใกล้ปาก ปาล์มพยายามแลบลิ้นให้ยาวที่สุดเพื่อจะแตะขนมให้ได้
เมทินีเข้ามาดึงขนมจากภัทรดนัยทันที “หยุดแกล้งลูกปาล์มได้แล้ว!” เมทินีเอาขนมซ่อนไว้ด้านหลัง “ลูกปาล์ม..ลูกอยากกินขนมถึงขั้นนี้เลยเหรอลูก..ตั้งสติหน่อยสิ”
“เอาขนมมา!!! แฮ่ๆๆ”
เมทินีสะเทือนใจ “ไม่..ไม่จริง..ลูกปาล์มจะงับหม่ามี้เหรอ หม่ามี้ไม่ใช่ศัตรูนะคะ”
“ทุรนทุราย คลุ้มคลั่ง ขาดสติ จำพ่อจำแม่ไม่ได้ คงไม่ต้องบอกนะครับว่าเป็นอาการของอะไร” กริสน์พูด
“ปาล์มน้อยติดยาจริงๆเหรอเนี่ย..ในขนมสวีทโอปอมียาเสพติดจริงๆเหรอ” เมทินีโมโห “ใครกัน ที่ทำเรื่องเลวทราบอย่างนี้..ปาล์มน้อย เป็นแค่เด็กน้อยตัวเล็กๆตาดำๆสะอาดและอินโนเซ้นซ์ แต่กลับต้องมาติดยา..โถ ลูกน้อยของหม่ามี้”..
“คุณนีต้องช่วยพวกเรานะคะ” พิมมาดาอ้อนวอน
“ไม่ ชั้นไม่ช่วยเธอ..แต่ชั้นจะช่วยคุณกริสน์” เมทินีหันไปพูดกับกริสน์ “คุณกริสน์ขา จะให้นีช่วยยังไง บอกมาเลยค่ะ นีจะทำทุกอย่างเพื่อช่วยลูกของเรา”
กริสน์กับภัทรดนัยทำหน้าเซ็ง ขณะนั้นจีจ้ามองผ่านกระจกออกไปหน้าบ้านแล้วเห็นรถคันนึงจอดอยู่ก็นึกสงสัย
“น้าพิม..นั่นรถใครอ่ะ เห็นมาจอดตั้งนานแล้ว”
พิมมาดาไม่สนใจ เพราะเธอกำลังงอนกริสน์เรื่องเมทินีอยู่ พิมมาดาเดินแยกไป กริสน์กับภัทรดนัยชวนเมทินีไปวางแผนอีกด้านหนึ่ง โดยที่แจ๊สกับโจ๊กตามไปด้วย ทุกคนแยกย้ายไปโดยไม่มีใครสนใจจีจ้า

แพรวพิลาศกำลังดูคลิปจากมือถือ คลิปนั้นเป็นภาพของกริสน์ ภัทรดนัย พิมมาดาและเด็กๆที่กำลังแอบเข้าไปในบ้านของเมทินี
“ไปสุมหัวกันอยู่ที่บ้านยัยเมทินีนี่เอง”
ทันใดนั้น สุขสันต์ก็เดินเข้ามาพอดี
“พูดถึงใคร” สุขสันต์ถาม
“ดูเองสิคะ” แพรวพิลาศเอาคลิปให้สุขสันต์ดู “สายของแพรวส่งมาให้”
สุขสันต์ดูคลิป “ไอ้กริสน์..มันยังไม่ตายอีกเหรอ!! เจอทั้งผู้ร้าย ทั้งตำรวจถล่ม แล้วมันยังรอดมาได้อีก..!” สุขสันต์ทำท่าจะเดินออกไป
“อย่าไปค่ะ ปล่อยให้ลูกน้องจัดการดีกว่านะคะ แพรวไม่อยากให้มือคุณเปื้อนอะไร ก่อนวันแต่งงานของเรา..นะคะ”
“ผมจะจัดการเอง!”
สุขสันต์พูดเด็ดขาดแล้วเดินฉุนเฉียวผ่านแพรวพิลาศออกไป

สุขสันต์กำลังจะเดินไปขึ้นรถที่ฉัตรชัยกับฮิมสตาร์ทเครื่องรอไว้
“ฉัตรชัย ฮิม ออกรถ!” สุขสันต์สั่ง
ฉัตรชัยกับฮิมที่รออยู่แล้วรีบตื่นตัวขึ้นมาทันที ทั้งคู่กุลีกุจอไปเปิดประตูให้สุขสันต์ แต่อยู่ๆจตุพลกับน้อมพงษ์ก็บุกมาขวางไว้
“คุณสุขสันต์!” จตุพลตะโกนเรียก
สุขสันต์ชะงัก ทั้งๆ ที่ยังไม่ทันได้ขึ้นรถ
“พวกแก” สุขสันต์โมโห
“รู้ใช่มั้ยว่าผมมาเรื่องอะไร” จตุพลถาม
สุขสันต์ตรงเข้าไปกระชากคอเสื้อทันที “พวกแกรู้หรือเปล่าว่าตอนนี้ไอ้กริสน์กับพวกมันกำลังหาทางเล่นงานเราอยู่ เพราะแกคนเดียว!”
“เพราะใครกันแน่!!! ใครเป็นคนส่งไอ้ตำรวจขี้โอ่คนนั้นมา!!! ห๊า!” จตุพลสวน
“ตำรวจ?..ตำรวจอะไร ชั้นไม่รู้เรื่อง” สุขสันต์ทำไก๋
“หยุดเสแสร้งได้แล้ว!” น้อมพงษ์ว่า
จตุพลควักปืนออกมาเล็งทันที ฉัตรชัยกับฮิมจะขยับ แต่น้อมพงษ์ก็ควักปืนสองกระบอกมาเล็งทั้งคู่ได้ก่อน
“เออ..ใช่..พวกแกจะบุกไปฆ่าไอ้กริสน์กับเสี่ยอธิปในถิ่น ที่มีแต่พรรคพวกของมัน คิดว่าแกจะทำสำเร็จเหรอ..ชั้นเป็นห่วง ก็เลยส่งคนไปช่วย” สุขสันต์ยอมรับ
“ช่วยเหรอ..ถุย..ถ้าไม่มีใครมาขัดขวาง ป่านนี้พวกมันก็ตายหมดแล้ว!” น้อมพงษ์พูด
“คิดจะส่งตำรวจมาช่วยจับพวกไอ้กริสน์ หรือจะให้มาจับพวกชั้นด้วยกันแน่!! ห๊า!! คุณสุขสันต์..ทำกันอย่างนี้ แล้วจะให้ไว้ใจกันอีกได้ยังไง!” จตุพลถาม
“แล้วการที่แกแอบงุบงิบทำอะไรโดยไม่บอกชั้น มันแปลว่าไว้ใจได้งั้นเหรอ” สุขสันต์ย้อน
“พูดงี้หมายความว่าไง!” จตุพลฉุน
แพรวพิลาศถือปืนเดินออกมา “ถ้าพวกแกคิดว่าจะอวดเบ่งในบ้านคนอื่น แล้วเดินออกไปได้ง่ายก็ลองดู” พวกบอดี้การ์ดตามเข้ามาล้อมจตุพลกับน้อมพงษ์ไว้
ฉัตรชัยกับฮิมกลับมาเหนือกว่าน้อมพงษ์ทันที ทั้งสองควักปืนคนละกระบอกขึ้นมาเล็งไปที่น้อมพงษ์ ก่อนจะควักออกมาอีกคนละกระบอกแล้วเล็งไปที่น้อมพงษ์อีก
“สี่ต่อสองว่ะ ฮ่าๆ” ฉัตรชัยหัวเราะร่วน
“หน็อย คิดว่ามากกว่าแล้วจะกลัวเหรอ” น้อมพงษ์ถอยไปหาจตุพล “ถอยก่อนมั้ยครับ”
“จตุพล..ตอนนี้เราอยู่ในสถานะเดียวกัน..มีศัตรูคนเดียวกัน..ถ้าแกไม่ไว้ใจชั้น แกก็ไว้ใจใครไม่ได้อีกแล้ว” สุขสันต์บอก
สุขสันต์ไม่สนใจปืนที่จตุพลจ่อเขาอยู่ เขาเดินไปขึ้นรถ แพรวพิลาศ ฉัตรชัย และฮิมตามไปขึ้นรถ ทั้งหมดออกรถไปทันที จตุพลกับน้อมพงษ์ได้แต่มองตามด้วยความรู้สึกแค้น

กริสน์กำลังเตรียมตัวจะออกจากบ้านของเมทินี
“คุณพิม..ระหว่างที่พวกผมออกไปจัดการปัญหา..คุณกับเด็กๆอยู่ที่นี่ได้นะ”
“แล้วทำไมจะอยู่ไม่ได้” พิมมาดาถามด้วยเสียงขุ่นๆ
“อ้าว มีย้อนด้วย” กริสน์งง
“นายไม่ต้องห่วงชั้นหรอก ห่วงตัวนายเองเถอะ..ยิ่งชอบทำตัวบ้าพลังไม่เข้าเรื่องอยู่ด้วย..ชั้นขอเถอะนะ อะไรที่มันเหลือบ่ากว่าแรง ก็ไม่ต้องอวดเก่ง”
กริสน์ยิ้ม “ขอบคุณนะครับที่เป็นห่วงผม”
“ชั้นห่วงว่าจะไม่ได้กลับไปใช้ชีวิตตามปกติ ชั้นไม่อยากเป็นผู้ร้ายหนีคดีไปจนตาย หลานๆชั้นต้องมีอนาคตที่ดีกว่านี้”
“เข้าใจๆ แต่ก็เป็นห่วงผมด้วย?”
“ไปทำหน้าที่ของนายได้แล้ว” พิมมาดาตัดบทแล้วทำท่าจะไปแต่กริสน์เรียกไว้
“คุณพิม! ..เอ่อ ถ้าสมมติว่า..ทุกอย่างไม่เป็นไปอย่างที่เราคิด ถ้าผมทำไม่สำเร็จ..ผมอยากบอกคุณว่า..ผมขอโทษที่ทำให้ชีวิตคุณและหลานๆ”
พิมมาดาตัดบท “คนที่ต้องขอโทษชั้นคือคุณสุขสันต์ ไม่ใช่นาย นายพยายามจะช่วยชั้น ช่วยเหลือทุกคน ชั้นสิ ที่ต้องขอบคุณนาย”
“ผมแค่..ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิด..เลยพูดเผื่อไว้”
“นายต้องทำสำเร็จ ชั้นเชื่อใจนาย”
พิมมาดากับกริสน์มองตากันอย่างซึ้งใจ
ภัทรดนัยเดินเข้ามาพร้อมมือถือในมือ “ไอ้กริสน์ๆ ชั้นเช็คข่าวแล้ว..ชะอุ๋ย โทษทีๆๆ ชั้นไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น ตามบายๆ ต่อๆๆ ห้าสี่สามสอง แอคชั่น!”
“มีอะไรว่ามา” กริสน์ถาม
“ชั้นเช็คข่าวแล้ว ในเนท ในหนังสือพิมพ์ ไม่มีข่าวเสี่ยอธิปถูกจับหรือเสียชีวิตเลย..แสดงว่า เสี่ยอธิปต้องปลอดภัยอยู่ที่ไหนสักแห่งแน่”
กริสน์ดีใจ “เยี่ยมเลย..เสี่ยอธิปต้องตามหาพวกเราเจอแน่”
“แล้วยัยเจ๊เมทินีอยู่ไหน ยังไม่มาอีกเหรอ วันนี้จะได้ออกไปลุยมั้ยเนี่ย”
ทันใดนั้น เสียงเมทินีก็ดังขึ้น “นีพร้อมลุยแล้วค่ะ!”
เมทินีเดินเข้ามาในชุดลายพราง พร้อมบู๊เต็มพิกัด กริสน์ ภัทรดนัย และพิมมาดาถึงกับตะลึงงัน
“จะไปตามล่าสมบัติมัมมี่ที่ไหนวะเนี่ย” ภัทรดนัยพึมพำ

รถของเมทินีแล่นมาจอดที่ตึกสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง เมทินีเดินมาดมั่นสวนผู้คนไปตามทาง โดยมีกริสน์กับภัทรดนัยในมาดบอดี้การ์ดสวมแว่นดำเดินประกบข้าง
ที่นั่น ครูฟ้าใส ครูพงษ์พัฒน์ กลุ่มครู และกลุ่มพ่อแม่กำลังรออยู่
“คุณเมทินีมาแล้ว!” ครูพงษ์พัฒน์ตะโกน
ทั้งหมดรีบกรูเข้ามาหาเมทินีทันที
“คุณเมทินีเรียกพวกเรามา จะให้ทำอะไรว่ามาเลยครับ” ครูพงษ์พัฒน์ถาม
“พวกเรา ครู และพ่อแม่ผู้ปกครอง พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อโรงเรียน เอ๊ย เพื่อเด็กนักเรียนของพวกเรา..เราจะสู้!” ครูฟ้าใสพูดนำ
“สู้!” ทุกคนพูดตาม
“คุณครูฟ้าใส คุณครูพงษ์พัฒน์ตามชั้นมา..เราต้องช่วยกัน” เมทินีบอกแล้วเดินนำไป พวกครูและพ่อแม่เดินตามหลังเป็นกองทัพ แต่แล้วก็ต้องชะงัก เพราะเค้ก เต๋า และเต้ยเดินสวนมาอย่างมาดมั่นราวกับชาลีแองเจิ้ล
ทั้ง 3คนเดินมาด้วยความเท่ ผมปลิว เสื้อผ้าปลิว ทั้งสามประสานเสียงทันที
“กองทัพสาวสวยมาแล้ว!”
กริสน์ทำหน้าดีใจ ทุกคนรีบเดินพุ่งเข้าไปในตึกทันที

ผู้ประกาศข่าวกำลังอ่านข่าวอยู่ภายในห้องส่ง
“ส่วนสถานการณ์เรื่องอาการประหลาดที่เกิดขึ้นกับนักเรียนตามเมืองใหญ่ๆทั่วประเทศ..ล่าสุดมีนักวิชาการออกมาแสดงทัศนะว่า อาการเหล่านี้ อาจจะเป็นแค่การเล่นสนุกแบบแผลงๆของวัยรุ่น จากเดิมเรามีแพลงกิ้ง มีพับเพียบ ตอนนี้ก็วิวัฒนาการมาเป็น..ชักแหง็กๆ”
อยู่ๆประตูห้องส่งก็ถูกเปิดออก เมทินีนำทีมบุกเข้ามาในห้องส่งอย่างไม่สนใจใคร รปภ.พยายามห้าม แต่ก็ห้ามไม่ไหวเพราะพวกเมทินีกรูเข้ามากันจนหมด
“ใครคือโปรดิวเซอร์รายการนี้!” เมทินีตะโกนถาม
ทีมงานทุกคนได้แต่ทำหน้างง โปรดิวเซอร์ให้สัญญาณผู้ประกาศพูดเข้าช่วงพักเบรคทันที
“ผมเองครับคุณเมทินี..พวกคุณมีอะไรคับ” โปรดิวเซอร์เข้าไปหาเมทินี
“ชั้นมีความจริงเกี่ยวกับสาเหตุที่พวกเด็กนักเรียนมีอาการแปลกประหลาดจะมาบอก..บอกมาสิว่าไม่สนใจ!”

พิมมาดา แจ๊ส โจ๊ก และจีจ้าช่วยกันหอบขนมสวีทโอปอล์มาใส่ถุงดำเพื่อจะเอาไปทิ้ง
“นายปาล์มมีขนมเยอะขนาดนี้เลยเหรอ” แจ๊สหอบอย่างเหนื่อยๆ
“คนรวยนี่น่าอิจฉาเนอะ” จีจ้าพูด
“จะไปอิจฉาทำไม เพราะน้าพิมไม่ให้เงินเราไปซื้อขนม เราถึงไม่ติดยาเหมือนคนอื่นๆ” โจ๊กบอก
“เด็กๆเอาขนมมาหมดทุกซอกทุกมุมแล้วใช่มั้ย..งั้นป้าอุ่นคะ ฝากกำจัดทีนะคะ” พิมมาดาวานแม่บ้าน
“ป้าจะเผาไม่ให้เหลือซากเลยค่ะ”
ปาล์มเข็นรถเข็นที่เขานั่งอยู่เข้ามา
“ไม่” ปาล์มพยายามจะเดิน แต่พอลุกขึ้นก็เซ เหมือนคนไม่มีแรง “อย่าเอาขนมไปทิ้ง..ได้โปรด พลีส”
“ปาล์ม”พิมมาดาพยายามปราม
“ผมเองครับน้าพิม” โจ๊กเข้าไปจับปาล์มไว้ “ปาล์ม..ที่นายไม่มีแรง ก็เพราะขนมนั่น แล้วนายยังจะอยากกินอีกเหรอ”
“แล้วเห็นมั้ยว่า พอไม่ได้กิน นายก็เริ่มมีแรง พูดจารู้เรื่องขึ้น..อดทนหน่อยสิ” แจ๊สช่วยให้สติ
“เมื่อกี้นายจับขนมสวีทโอปอล์ใช่มั้ย” ปาล์มคว้ามือโจ๊กขึ้นมาแทะ
“ปล่อยๆๆ” โจ๊กพยายามดึงมือออกแต่ปาล์มจับเอาไว้แน่น
“เฮ้อ ปกติก็ไม่ค่อยเต็มอยู่แล้ว นี่เลยยิ่งเพี้ยนไปกันใหญ่” จีจ้าบ่น
“โจ๊ก..แจ๊ส” พิมมาดาเป็นห่วงหลาน
“น้าพิมไม่ต้องห่วงครับ..โจ๊กดูแลนายปาล์มได้”
“น้าพิมอยู่ตรงนี้แหละค่ะ เผื่อว่าน้ากริสน์จะติดต่อกลับมาขอความช่วยเหลือ..ไปๆ โจ๊ก พานายปาล์มกลับห้องเถอะ แจ๊สจะรับผิดชอบเองค่ะ”..
โจ๊กกับแจ๊สช่วยกันพาปาล์มออกไป พิมมาดาได้แต่ยืนทึ่งในตัวหลาน ไรับผิดชอบ..ชั้นฟังไม่ผิดใช่มั้ยเนี่ย”
จีจ้ามองออกไปด้านนอกบ้านแล้วยังเห็นรถคันเดิมจอดอยู่ที่เดิม
“เอ๋..รถคันนั้น..ยังอยู่อีกเหรอ” จีจ้ามองรถคันนั้นด้วยความสงสัยๆ

รถของสมุนแพรวพิลาศยังจอดอยู่ที่เดิม สักพัก รถอีกคันก็แล่นมาจอดต่อท้าย กระจกรถคันนั้นเปิดลง ข้างในมีทั้ง สุขสันต์ แพรวพิลาศ ฉัตรชัย และฮิมนั่งอยู่
“เหลือแต่ผู้หญิงกับเด็ก หึๆ งานนี้ง่ายยิ่งกว่าปอกส้มอีก” สุขสันต์หัวเราะ
“ปอกกล้วยค่ะ...แต่คุณก็ต้องนั่งอยู่ในนี้ ห้ามออกไป คุณไม่ควรเอาตัวเองเข้าไปพัวพันกับเรื่องนี้อีกนะคะ..ฉัตรชัย ฮิม ถ้างานนี้ พวกแกจับตัวพิมมาดากับเด็กๆทั้งหมด ไม่ได้.. แกสองคนตาย” แพรวพิลาศสั่ง
“แล้ว..ถ้าจับได้ล่ะครับ มีรางวัลใช่มั้ยครับ” อิมถาม
แพรวพิลาศขู่ “แน่ใจนะว่าจะเอารางวัล”
ฉัตรชัยรู้สึกสยอง “ไม่เอาดีกว่าครับ เราทำด้วยใจอยู่แล้ว”
ฉัตรชัยกับฮิมรีบลงจากรถไป สายของแพรวพิลาศ 2คนที่อยู่ในรถอีกคันก้าวลงตาม
“อย่าทำหน้าเครียดเป็นพิภพวานรยังงี้สิคะ..เสียดายครีมเกาหลีที่ใช้ มาๆๆ แพรวจะนวดหน้าให้ไ แพรวพิลาศประจบสุขสันต์

รถอีกคันแล่นเข้ามาจอดอีกมุมนึงของบ้านเมทินี จตุพลกับน้อมพงษ์นั่งอยู่ข้างในรถคันนั้น
“คราวนี้ชั้นตามแกมั้งไอ้สุขสันต์” จตุพลพูด
“บ้านยายแม่ม่ายเมทินี ท่าทางคราวนี้น่าจะปิดจ็อบทีเดียวหมด” น้องพงษ์มั่นใจ

จีจ้ายังคงมองรถอยู่ที่เดิม เธอเห็นชายคลุมโม่งออกมาจากรถคันแรก และฉัตรชัยกับฮิมที่คลุมโม่งเช่นกันออกมาจากรถอีกคัน ทั้งหมดลอบเข้ามาที่บ้านเมทินี
“เฮ้ย....น้าพิม..น้าพิม..มีคนแอบปีนเข้ามาในบ้าน!”
“หา!! ไหนๆๆ” พิมมาดารีบมามองหา
แต่จังหวะนั้นทั้งสี่คนทำตัวกลมกลืนกับความมืดไปพอดี พิมมาดาพยายามเพ่ง แต่ไม่เห็นอะไร “ไม่เห็นมีอะไรเลย” พิมมาดาหันมาจ้องจีจ้า “จีจ้า..แกล้งน้าเล่น สนุกมากมั้ย”
“จีจ้าไม่ได้แกล้งนะคะ จีจ้าเห็นจริงๆ มีคนแอบปีนรั้วเข้ามาในบ้าน”
“แล้วอยู่ไหน”
“อยู่ตรงเงามืดนั่นไงคะ”
พิมมาดาชะโงกหน้าออกไปมองอีก แต่ทั้งสี่ทำตัวเนียนไปกับความมืด
พิมมาดาหันมาส่ายหน้า “บ้านนี้ มีทั้งสัญญาณเตือนภัย มีทั้งบอดี้การ์ด ถ้ามีใครแอบเข้ามา ป่านนี้เราทุกคนก็ต้องรู้ตัวแล้ว..เมื่อไหร่จะเลิกนิสัยเด็กเลี้ยงแกะซะที”
จีจ้ารีบวิ่งออกไปทันที “พี่แจ๊ส!! พี่โจ๊ก!”
จีจ้าวิ่งหน้าตาตื่นไปหาแจ๊สกับโจ๊ก
“อุตส่าห์นึกว่าดีขึ้นแล้วซะอีก เฮ้อ” พิมมาดาบ่น

จีจ้าวิ่งย่องให้เบาที่สุดขึ้นมาตามบันได จากนั้นเธอก็รีบวิ่งไปเปิดประตูเข้าไปในห้องปาล์ม
จีจ้าเข้าไปกระซิบหูพี่ชาย “พี่แจ๊ส พี่โจ๊ก ผู้ร้ายบุก!”
ตอนนั้นแจ๊สกับโจ๊กกำลังช่วยกันนวดให้ปาล์มอยู่
“อะไร กระซิบทำไม พูดดังๆหน่อยจีจ้า..เป็นไงบ้าง ดีขึ้นมั้ยปาล์ม” แจ๊สถาม
“ดีขึ้น มีแรงมากขึ้น สมองปลอดโปร่ง ยืนเองได้แล้ว” ปาล์มลุกขึ้นทั้งร้องทั้งเต้น “รักนะคะคนดีของชั้น”
“มีอะไรจีจ้า” โจ๊กหันไปถาม
จีจ้าตะโกนดังลั่น “ผู้ร้าย..อยู่ในบ้านเราแล้ว!”
“หา!” แจ๊สกับโจ๊กตกใจ ทันใดนั้น ปาล์มที่กำลังเต้นอยู่ก็เสียศูนย์จนเซร่วงลงไป
“จีจ้าพูดจริงๆ สาบานได้เลย” จีจ้าเดินไปที่หน้าต่าง “พวกมันแอบปีนเข้ามาทางนั้น” จีจ้าเห็นพวกฉัตรชัยกำลังจับแม่บ้านมัดปากแล้วนำไปซ่อนไว้ในโรงรถ “นั่น!!! ป้าอุ่นโดนพวกมันจับตัวแล้ว!”
ทุกคนรีบวิ่งไปดูที่หน้าต่าง เด็กๆ เห็นสมุน 2คนกำลังลากบอดี้การ์ดของเมทินีที่หมดสติคอพับอยู่เข้าไปเก็บในโรงรถอย่างเงียบเชียบ
“แย่แล้ว!” แจ๊สกับโจ๊กตกใจ

พิมมาดารอดูข่าวอย่างกระวนกระวาย
“ทำไมยังไม่มีข่าวอะไรอีก สาธุ ขอให้ทุกอย่างสำเร็จด้วยดีด้วยเถอะ”
อยู่ๆ แจ๊ส โจ๊ก และจีจ้าก็วิ่งลงมา ทั้งหมดแยกย้ายไปปิดประตู ปิดหน้าต่าง ผ้าม่าน ปิดหมดทุกมุม
“แยกย้ายไปปิดประตูหน้าต่างให้หมดทุกบาน!” แจ๊สสั่งน้องๆ
“เด็กๆ..อะไร..เล่นอะไรกันอยู่” พิมมาดางง
ปาล์มเดินอย่างอิดโรยออกมาจากห้อง “เราไม่ได้เล่นครับ..นี่ของจริง ผู้ร้ายบุกบ้านเราจริงๆ..เราต้องสู้เพื่อปกป้องดินแดนและอาณาเขตของเรา”
“ผู้ร้ายอีกแล้วเหรอ เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาเล่นอะไรนะ ทุกคน!” พิมมาดาดุ
ทันใดนั้น ประตูบ้านก็ขยับกึกกักๆ เหมือนมีใครพยายามจะเปิดเข้ามาจากด้านนอก
“ใคร” พิมมาดาร้องถาม
“ชู่ว์” ปาล์มดึงพิมมาดามาให้หลบ แจ๊ส โจ๊ก และจีจ้าวิ่งมา
“น้าพิมมาดูทางนี้” โจ๊กดึงพิมมาดาไปยังด้านที่มองออกไปเห็นนอกประตู แล้วแง้มผ้าม่านให้มองออกไป
พิมมาดาเห็นกลุ่มชายคลุมโม่งกำลังพยายามจะเปิดประตูเข้ามา ทั้งหมดเดินแยกย้ายหาทางเข้า มีคนหนึ่งถือปืนเดินผ่านหน้าไป
พิมมาดาตกใจ รีบถอยหนีออกมาทันที “เย้ย..พวกมัน..มีปืนด้วย..ทำยังไงดี” พิมมาดานึกขึ้นได้จึงรีบวิ่งไปที่โทรศัพท์ แต่ก็ไม่พบ “โทรศัพท์..โทรศัพท์หายไปไหน”
“น้าพิม นี่” แจ๊สชี้ให้ดูโพสต์อิทที่แปะไว้
พิมมาดาอ่าน “เพื่อความไม่ประมาท และลดความเสี่ยงในการถูกแกะรอย ขออภัยในความขัดข้องนะครับ จากกริสน์..โอ๊ย ทำไมถึงไม่ไว้ใจกันบ้าง แล้วจะทำยังไงเนี่ย”
“ปาล์ม..มือถือล่ะ มีมือถือมั้ย” โจ๊กถาม
“มีๆๆ..แต่อยู่กับป้าอุ่น”
“ป้าแม่บ้านถูกพวกมันจับไปแล้ว” จีจ้าบอก
“โห้ย” พิมมาดาเครียด
“ไม่ต้องตกใจๆๆๆ ที่นี่มีอินเตอร์เนทไวไฟร์” ปาล์มบอก พิมมาดาดีใจขึ้นมาทันที “ใช้โน้ตบุ๊คผมได้”
“เร็วๆ” พิมมาดาเร่ง ทุกคนดีใจ ปาล์มรีบหยิบโน้ตบุ๊คออกมาพยายามจะติดต่อคนอื่น
ทันใดนั้น ไฟก็ดับลง หน้าจอโน้ตบุ๊คติดแต่ไม่มีสัญญาณไวไฟร์ ทุกคนอึ้ง
“พวกมันตัดไฟ” พิมมาดาบอก
“ไวไฟร์ไม่มีแล้วเราจะติดต่อคนอื่นยังไงล่ะ” แจ๊สถาม แล้วเธอก็หน้าซีด ตัวสั่น อย่างหวาดกลัว
แจ๊สมองอกไปยังเห็นพวกคนร้ายเดินถือปืนไปมาอยู่ด้านนอก
“เราต้องตาย มันจะฆ่าเราทุกคน” แจ๊สจิตตก
แจ๊สหวนนึกถึงเหตุการณ์ที่พ่อแม่ของเธอถูกคนร้ายยิงเสียชีวิต ทำให้แจ๊สสติแตก วิ่งหนีไปหลบมุม แล้วขดตัว กอดเข่าตัวสั่นเทิ้ม
“แจ๊ส..เป็นอะไร” พิมมาดาถาม
จีจ้าเข้าไปกอดแจ๊ส
“พี่แจ๊ส มีสติหน่อยสิพี่” โจ๊กเขย่าตัวเรียกสติพี่สาว “ฟังนะ..เราจะไม่ยอมให้พวกมันทำอะไรเราได้ ในเมื่อให้คนอื่นมาช่วยไม่ได้..พวกเราก็ต้องสู้..เข้าใจมั้ยพี่แจ๊ส จีจ้า เราทุกคนต้องจัดการพวกมัน”
“แต่..มันมี..ปืน” แจ๊สพูดเสียงสั่น
“มันมีปืน แต่เรามีของในบ้านนี้ทั้งหมด แล้วเราก็มี” โจ๊กชี้หัวตัวเอง “สมองด้วย..ความกลัวมันช่วยอะไรเราไม่ได้..ต้องเชื่อในตัวเองสิพี่แจ๊ส จีจ้า”
“เราต้องเตรียมรับมือ..ไป..แยกย้ายกันไปหาอาวุธ!” ปาล์มสั่ง

พวกเด็กๆ รีบแยกย้ายกันไปหาอาวุธ พิมมาดาสับสนเพราะไม่รู้จะทำอย่างไร









Create Date : 04 กุมภาพันธ์ 2555
Last Update : 4 กุมภาพันธ์ 2555 10:25:01 น.
Counter : 175 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  5  6  7  

มิกัง
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]