All Blog
ต้มยำลำซิ่ง ตอนที่ 21 อวสาน (ต่อ)จบบริบูรณ์



แสงหล้าเดินมาถึงลำธาร คำรณตามมาซ่อนมีดไว้ข้างหลัง

“นั่งพักตรงนี้ก่อน”
แสงหล้าตัวสั่นด้วยความกลัว
“แกบอกมาไอ้คำ แกจะพาฉันไปไหน แกไม่ได้พาฉันไปหารุ้งที่กรุงเทพฯหรอก ใช่ไหม”
แสงหล้าพูดพลางลงนั่ง แอบหยิบหินเก็บไว้ในมือ
“ไม่ได้หรอก เพราะมันเป็นความต้องการของฉันอยู่แล้ว ที่แกไม่มีวันได้เจอลูกอีก”
แสงหล้าถอยทันที
“แม้แต่ศพของแก นังรุ้งมันก็ไม่มีวันได้เห็น เพราะนาย อิทธิสั่งให้จัดการศพของแกอย่างไร้ร่องรอย”
คำรณโชว์มีดในมือ แสงหล้าถอยลงไปถึงชายน้ำ คำรณทะยานเข้าใส่ แสงหล้ากรีดร้อง แล้ววิ่งลงไปในลำธาร
เสียงกรีดร้องดังแว่วมาทูนอินทร์ที่เดินลึกเข้ามาในป่าเพียงลำพัง หันไปทางเสียงแล้ววิ่งตรงไป คำรณเข้ารวบแสงหล้าล้มกันไปในลำธาร เธอเอาหินทุบไปที่หัว คำรณผงะไป แสงหล้าวิ่งไปข้ามไปอีกฝั่ง ที่แขนถูกแทงเลือดซึมออกมา คำรณเลือดซึมจากหัววิ่งตามมาจนถึงตัว แสงหล้าล้มลง คำรณนั่งคร่อมร่างไว้ แล้วเงื้อมีด
“ไปที่ชอบที่ชอบเถอะ”
แสงหล้าหลับตากรีดร้อง ทันใดนั้นเสียงปืนระเบิดขึ้น มีดในมือของคำลอยคว้าง
“อ๊าก”
คำรณผงะล้มไปถูกยิงที่มือเป็น แผลฉกรรจ์ ทูนอินทร์ที่เป็นคนยิงรีบข้ามลำธารมา คำรณพยายามจะถอยหนี ทูนอินทร์เตะเข้าที่ท้องอีกหนึ่งทีจนตัวงอ ทูนอินทร์รีบเข้าไปดูแสงหล้า
“แม่แสงครับ เป็นยังไงบ้าง”
“ไม่เป็นไรค่ะ”
“แม่บาดเจ็บนะครับ”
“แผลแค่ถาก ๆเท่านั้นเอง รุ้งล่ะ แม่อยากเจอรุ้ง”
“ครับแม่ ผมจะพาแม่ไปหารุ้งเดี๋ยวนี้”
แสงหล้าร้องไห้สะอื้น
“ขอบคุณค่ะคุณทูน”
“ไม่เป็นไรแล้วนะครับ แม่ปลอดภัยแล้ว”
ทูนอินทร์กอดไว้ แสงหล้าร้องไห้สะอื้นร่างสั่นเทา สารวัตรเด่นนำตำรวจวิ่งมา
“ไอ้คำรณ แกเจอกับฉันอีกแล้วนะ คราวนี้คงถูกขังลืมว่ะ จับมันไป”
ตำรวจเข้าใส่กุญแจมือคำรณ ที่ร้องครางอย่างเจ็บปวด

ใกล้ค่ำ งานเลี้ยงใกล้เลิกรา รุ้งระวีคุยกับแขกเหรื่อ ฟ้าใสเดินกรายเข้ามาหามองตาขวางเพราะดื่มไปไม่ใช่น้อย
“ยังไม่ได้แสดงความยินดีส่วนตัวเลยนะน้องรุ้ง”
รุ้งระวีรีบบอกแขก
“ขอตัวสักครู่นะคะ”
รุ้งระวีจะเดินแยกไป ฟ้าใสรีบตามยึดแขนไว้
“ไม่ต้องมาหลบหน้าฉัน นังหน้าด้าน”
“นี่เธอ มีมารยาทหน่อยนะ คนทั้งงานมองเราอยู่”
“อ้าว มียางอายเหมือนกันเหรอ นึกว่าหน้าด้านไม่กลัวคนนินทา”
“ฉันหน้าด้านยังไงไม่ทราบ”
“อ้าว ก็อยู่กินกับนายทูนอยู่ดีๆวันรุ่งขึ้น ยอมมาเป็นเมียนายอิทธิเข้าเสียแล้ว เขาลือกันแซ่ด ว่าหล่อนมันกากีตัวจริง”
รุ้งระวีโมโห
“ที่พูดเนี่ย อิจฉาใช่ไหม”
“อิจฉาอะไร”
“อิจฉาที่หล่อนคว้านาย อิทธิมาเป็นสามีไม่ได้ตามแผน”
ฟ้าใสอึ้งไป
“แกพูดอะไร ไปเอามาจากไหนว่าฉันกับนาย อิทธิ”
รุ้งระวีมองหยัน
“เรื่องที่เธอยอมเอาตัวเข้าแลก หลับนอนกับนายอิทธิเหมือนอีตัวข้างถนนน่ะ ฉันรู้หมดแล้ว”
“แกไปรู้มาจากไหน”
“แหม อย่าต้องให้บอกแหล่งข่าวเลยนะ”
จี่หอยเดินผ่านมา รุ้งระวีเรียกไว้
“พี่หอยคะ เชิญหน่อยค่ะ”
จี่หอยมองฟ้าใสหัวจรดเท้า
“มีอะไรให้พี่ช่วยคะ แต่ถ้าเรื่อง ต่ำๆ ช่วยไม่ได้นะ”
“คืออย่างนี้ค่ะ คุณฟ้าใสเขาอยากรู้ว่าใครปล่อยข่าวเรื่องที่เขานอนกับคุณอิท เพื่อหวังจะย้ายค่ายน่ะ”
ฟ้าใสตกใจ
“นังหอย แกรู้ด้วยเหรอ”
จี่หอยมองเหยียด
“แหม เรื่องคาวๆน่ะ มันปิดไม่มิดหรอกนะ เพราะกลิ่นมันโชย”
“แกรู้มาจากใคร”
“ก็ยายจ๊ะ เออ ไม่ใช่ซี คนปล่อยข่าวน่ะ น่าจะเป็นคนที่ร่วมเสพสุขกับเธอนั่นแหละ”
ฟ้าใสอึ้ง
“นายอิทธิ”
“ลองไปถามเขาดูนะ เพราะเรื่องของเธอ เขาเอามาเมาท์กันทั้งทวิต เฟซบุ๊ก ใช้ทั้ง ว้อท แอป”
ฟ้าใสสะบัดไปทันที รุ้งระวีแปลกใจ
“ทำไมไม่บอกไปละคะพี่หอย ว่ามาจากยายจ๊ะจ๋า”
“ไม่ได้ พี่จะยุให้มันตีกัน เอ คุณทร ยายจ๋า อยู่ไหนเนี่ย”
“ด้านนู้นค่ะ”
จี่หอยรีบตามไป

อินทรกับมะปรางและจ๋ากำลังคุยกับดำรงอยู่ สองสมุนอยู่เบื้องหลัง
“เรื่องต้องการจ๊ะจ๋าไปเข้าสังกัดน่ะ ฉันไม่มีปัญหา”
จ๊ะจ๋ากับอินทรและมะปรางยิ้มยินดี
“แต่ตอนนี้ยังอยากให้จ๋าช่วยสืบเรื่องฟ้าใสให้อีกหน่อย ฉันอยากได้หลักฐานมัดตัวแน่นกว่านี้”
“ได้ค่ะเสี่ย”
จี่หอยเดินเข้ามากระซิบ อินทรยิ้มออกมา
“ได้เรื่องแล้วครับเสี่ย ฟ้าใสกำลังไปหานายอิทธิที่ห้องแต่งตัวครับ”
ดำรงหน้าเครียดทันที

อิทธิโวยวายใส่ คม และเดช ที่กำลังต่อมือถือ
“อะไรวะ ทำไมติดต่อพวกมันไม่ได้”
คมแปลกใจ
“เครื่องเปิดนะครับ แต่ไม่มีใครรับสาย”
“นี่เกือบสามชั่วโมงแล้วนะ มันต้องรายงานมาซีวะว่ามันจัดการนังแสงรึยัง”
“ผมว่ามันกำลังกำจัดศพอยู่ละมังครับ” เดชคาดเดา
ทันใดนั้นฟ้าใสเปิดประตูผัวะเข้ามา
“ฟ้าใส”
“ไอ้ชั่ว”
ฟ้าใสตบหน้าอิทธิฉาดใหญ่
“เอ้ย เป็นบ้าอะไร”
“แกเอาเรื่องของเราไปเล่าให้ใครต่อใครฟังทำไม”
อิทธิงงๆ
“เรื่องอะไรวะ”
“เรื่องที่แกนอนกับฉันน่ะซี มันรู้กันไปทั่วแล้ว”
“ใครรู้”
“นังรุ้ง นังเจ๊หอย แล้วถ้าพวกมันรู้ ก็แสดงว่ามันรู้กันทั้งวงการ”
อิทธิตกใจ
“ฉันไม่เคยพูดให้ใครฟังทั้งนั้น”
ดำรงแอบมองอยู่นอกประตู ได้ยินได้เห็นเหตุการณ์ด้านในชัดเจน
“นึกว่าฉันโง่เหรอ แกหลอกให้ฉันนอนกับแก ทำเป็นสัญญาว่าจะพาฉันเข้าสังกัด ที่แท้ก็คว้านังรุ้งมาเป็นเมีย ให้มันเป็นเบอร์หนึ่งของบริษัท เห็นฉันเป็นตัวตลกงั้นเหรอ ไอ้เลว”
“อย่ามั่ว ฉันไม่ได้หลอกให้เธอนอนกับฉัน เธอเสนอตัวเอง”
ฟ้าใสจะเข้าตบตีอิทธิอีก คมกับเดชเข้ามาแยก ฟ้าใสกรี๊ดลั่น
“ปล่อย ปล่อยกูซีโว้ย”
“เฮ้ย เมาแล้วบ้าแบบนี้ ออกไปจากงานฉันเลย เออ รู้ไว้ก็ดี แกมันตัวตลกนึกเหรอว่าฉันพิศวาสแกถึงกับจะดึงแกมาเข้าสังกัด ในเมื่อฉันมีรุ้งอยู่แล้วทั้งสาว ทั้งสวย เสียงก็ดีกว่าแกหลายเท่า โธ่ นึกถึงสังขารตัวเองบ้าง นังแก่”
ฟ้าใสร้องไห้โฮ
“ไอ้บ้า ไอ้บัดซบ ในเมื่อไม่ต้องการฉัน แกปล่อยข่าวออกไปทำไม ถ้าเรื่องนี้รู้ถึงป๋าดำรง แกตาย”
อิทธิชักฉุน
“บอกแล้วไง ฉันไม่ได้ปล่อยข่าว”
ดำรงก้าวเข้ามา พร้อมสมุนทั้งสอง อิทธิตะลึง
“เสี่ย”
ฟ้าใสช็อกเมื่อเห็นดำรง
“ป๋า”
“ไม่ต้องห่วงเรื่องข่าว เพราะตอนนี้ฉันรู้หมดแล้ว เดี๋ยวนี้ เวลานี้ จากปากของจำเลยทั้งคู่”
ฟ้าใสรีบเข้ามากอดดำรง
“ป๋าขา ฟังก่อนนะคะ ฟ้าไม่ได้ตั้งใจ มันมาหาฟ้าที่ห้อง มอมเหล้าฟ้า แล้วมันก็ข่มขืนฟ้าด้วยค่ะ”
อิทธิตกใจ
“ไม่จริงนะครับเสี่ย นังนี่เสนอตัวให้ผมเอง”
“มันข่มขืนฟ้าจริงๆนะคะ”
“ถ้าข่มขืน แล้วทำไมถึงมีสติขอย้ายค่ายไปอยู่กับเขาล่ะ” ดำรงถามเสียงนิ่ง
ฟ้าใสเจื่อนไป คลายการกอดจากดำรง
“ว่าไง”
อิทธิยิ้ม ฟ้าใสอึกอัก
“คือว่า”
ขาดคำ ดำรงตบหน้าฟ้าใสฉาดใหญ่ ฟ้าใสร้องกรี๊ด ผมปรกหน้ากระเซิง
“ถ้าอยากย้ายค่าย ฉันไม่ว่าสักนิด ขอให้มาพูดกันดีๆ แต่ทำอย่างนี้มันคือทรยศกัน เพราะเธอนอกใจฉัน”
ดำรงเดินมาหา อิทธิเกร็ง ดำรงตบไหล่อิทธิ
“มันอยากไปอยู่ค่ายนาย นายรับไปเลย เพราะฉันไล่มันออกแล้ว”
ฟ้าใสหันมามองดำรงตกใจ อิทธิส่ายหน้า
“เสียใจครับ ผมไม่รับของเหลือเดน “
ดำรงมองหน้า
“แต่นายก็นอนกับมันนะ”
“เสี่ยครับ มันเสนอให้ ผมก็สนอง หวังว่าเสี่ยคงไม่ถือ”
“แต่อั้วถือว่ะ”
ดำรงพุ่งหมัดเข้าท้อง อิทธิเต็มๆแล้วชกสวนปลายคาง อิทธิล้มหงายไปกับพื้นทั้งตัว คมและเดชจะเข้าช่วย สมุนชักปืนออกมาขวาง
“เฮ้ย ช่วยให้เจ้าบ่าวมันรู้รสชาติการลอบเล่นชู้สักหน่อย ว่าโทษมันขนาดไหน”
สมุนสองเข้ามาเตะ อิทธิไม่เลี้ยง อิทธิร้องโหยหวน คมกับเดช ทำอะไรไม่ได้ กลัวลาน ฟ้าใสตัวสั่นเทา ดำรงมองฟ้าใสเหมือนสั่งลา แล้วออกจากห้อง
“ลาละ ฟ้าใสผู้ไร้สังกัด”
ดำรงเดินออกมา อินทร มะปราง จ๊ะจ๋า ยืนรออยู่มุมทางเดิน เสียงอิทธิครวญครางลั่นออกมา
“พอแล้ว กูเจ็บ โอ๊ย อย่า อย่า”
ดำรงเดินมาหยุดที่ทั้งสาม จังหวะนี้ฟ้าใสออกมามองที่หน้าห้อง ดำรงมองไปแล้ว
หันมาพูดกับจ๊ะจ๋า
“ทำดีมากจ๊ะจ๋า ที่รายงานเรื่องทั้งหมดให้ฉันฟัง”
ฟ้าใสอ้าปากค้างรู้ว่าจ๊ะจ๋านั่นเองเป็นคนปล่อยข่าว จ๊ะจ๋ามองอย่างไม่เกรงกลัว แล้วหันมายิ้มให้ดำรง
“ค่ะ”
“แล้วที่ดีมากอีกเรื่อง อยากจะลาออกเพื่อย้ายค่าย ก็บอกกล่าวกันเป็นกิจจะลักษณะแบบนี้ ถือว่าให้เกียรติทั้งฉันและเธอ พวกใช้เล่ห์อุบายเอาตัวเข้า แลกน่ะ มันไม่เจริญหรอก”
ฟ้าใสทั้งเจ็บทั้งแค้น ดำรงหันมาบอกกับอินทร
“ดูแลจ๋าด้วย แล้วทำให้ได้อย่างที่นายเคยพูด จะปั้นจ๋าให้เป็นนักร้องคุณภาพอีกคน”
“สัญญาครับ”
“เธอเป็นอิสระแล้วยายจ๋า”
จ๊ะจ๋าน้ำตารื้น อินทร มะปราง จ๊ะจ๋า ไหว้ดำรงพร้อมกัน ดำรงแยกไป สองสมุนออกมาจากห้อง ตามนายไป ทั้งสามจะแยก ฟ้าใสเดินเข้ามา
“นังจ๋า แกยังไปไหนไม่ได้”
ทั้งสามหันมา ฟ้าใสเดินเข้ามา
“อีทรยศ แกนี่เองที่เอาข่าวไปกระจาย”
“ค่ะ ฉันเอง”
“อีนี่”
ฟ้าใสยกมือขึ้นจะตบจ๊ะจ๋า แต่อย่างไม่มีใครคาดคิด จ๊ะจ๋าจับมือของฟ้าใสยึดไว้ แล้วตบกลับอย่างแรง ฟ้าใสเซไป
“แก แกกล้าตบฉันเหรอ”
“ค่ะ ให้ตบมากกว่านี้ก็ได้นะคะ จำไว้ ต่อไปนี้ฉันไม่ใช่คนใช้ที่แกจะมาย่ำยีฉัน ได้อีกแล้ว นังฟ้าต่ำ”
อินทรและมะปรางยิ้มสะใจ จ๊ะจ๋าสะบัดไป อินทรและมะปรางตาม
“ยายจ๋า ฉันภูมิใจในตัวแกจังเลย”
ฟ้าใสลูบหน้าตัวเอง แล้วร้องกรี๊ดออกมาลั่น

ค่ำนั้น รุ้งระวีมองผ่านกระจกห้องออกไป เห็นกรุงเทพฯยามค่ำคืน เธอกระวนกระวาย จี่หอยคอยปลอบ
“ทำไมคุณทูนยังไม่ติดต่อมา รุ้งเป็นห่วงจังเลย”
“ใจเย็นๆรุ้ง”
“แล้วถ้าช่วยแม่ออกมาไม่ได้ จะทำยังไงคะ”
“ต้องช่วยได้ซี”
“พี่หอย เป็นตายร้ายดียังไงรุ้งไม่ไปต่างประเทศกับนายอิทธินะคะ รุ้งกลัวมันบังคับรุ้ง”
“ไม่มีใครบังคับรุ้งได้หรอก ยังไงคุณทูนต้องมาช่วยเราทันแน่ๆ”
จี่หอยปลอบ

เสื้อสูทอิทธิมีเลือดเกรอะกรัง ที่หัวมีผ้าพันแผล เลือดซึม หน้าบวมเป่งไปข้างหนึ่ง คมกับ เดช ตามมา คมพยายามห้าม
“อย่ากลับเข้างานเลยครับนาย แขกเหรื่อเขาจะตกใจนะครับ”
“ไม่สนแล้วเว้ย ฉันจะไปพายายรุ้งออกไปที่สนามบินเดี๋ยวนี้”
เดชมองนาฬิกา
“ยังไม่ถึงเวลานะครับ เครื่องออกตั้งเที่ยงคืน”
“เออ รู้แล้ว ไม่ต้องมาพูด ทีอย่างนี้ทำมาพูดมาก เมื่อกี้ทำไมไม่ช่วยฉัน ปล่อยให้มันกระทืบฉันได้ไง”
เดชจ๋อยไป
“มันจ่อปืนมาที่เรานะครับ”
อิทธิเบื่อหน่ายมาก
“ไม่ได้ความ”

อิทธิเข้ามาในห้องจัดเลี้ยง ทุกคนหันมามองแล้วฮือฮาขึ้นพร้อมกัน เมื่อเห็นสภาพของเขา อิทธิเดินมาหารุ้งระวีที่ยืนมองงงๆ
“คุณอิทธิ เกิดอะไรขึ้นคะ”
“ผมเล่าให้ฟังทีหลัง รุ้งไปเปลี่ยนชุดเถอะ”
“ทำไมคะ งานยังไม่เลิกเลย”
“เปลี่ยนชุดเถอะน่า งานเลิกแล้ว” อิทธิหันไปสั่งลูกน้อง “คม เดี๋ยวแกประกาศเลิกงานไปเลย”
รุ้งระวีมองหน้า
“บอกมาก่อนว่ามีอะไร”
“เราจะไปสนามบินเดี๋ยวนี้”
“บินเที่ยงคืนนะคะ ออกจากที่นี่สามทุ่มก็ยังทัน”
“ไปเถอะน่า”
อิทธิกระชาก รุ้งระวีสะบัดออก แขกเริ่มมองมา
“ฉันไม่ไป”
“เอ๊ะ ทำไมพูดไม่รู้เรื่อง”
“จะบอกให้ก็ได้ ว่าฉันไม่ไปไหนกับนายทั้งนั้น ถ้านายไม่พาแม่มาพบฉันก่อน”
“กลับมาก็ได้แม่เจอเองละ”
“นายผิดสัญญา ทำอะไรแม่ฉัน บอกมานะ” รุ้งระวีเริ่มเสียงดัง “นายทำอะไรแม่ฉัน”
“จะเสียงดังไปทำไมวะ ตอนนี้ฉันยังไม่ทำอะไรหรอก แต่ถ้าไม่ทำตามที่ฉันสั่งฉันทำแน่ ไป”
อิทธิคว้ามือของรุ้งระวีพาออกจากห้อง รุ้งระวีตะโกนเรียก
“พี่หอย”
“คุณอิท อย่าบังคับรุ้งนะ”
จี่หอยจะตาม เดชเข้าขวาง
“อย่ายุ่ง อีเจ๊ เดี๋ยวโดนตอน”
อิทธิฉุดรุ้งระวีออกมา แขกเหรื่อมองตาม รุ้งระวีโวยวาย
“ปล่อยฉันนะ”
อิทธิชะงักไปเมื่อ ร่างของทูนอินทร์ก้าวเข้ามายืนตระหง่านกลางโถง
“คุณทูน”
รุ้งระวีสะบัดหลุดจากอิทธิ วิ่งเข้าไปกอดทูนอินทร์ ทุกคนออกมามุงดูอย่างงุนงง
“แกมาทำไม ไม่ได้รับเชิญ”
“มารับเจ้าสาวกลับบ้านฉันน่ะซี”
“รุ้งเป็นของฉัน”
“ตอนนี้แกเป็นเจ้าของใครหรืออะไรไม่ได้อีกแล้วละ เพราะแกต้องไป ชดใช้กรรมที่แกก่อไว้”
อิทธิหันไปสั่งลูกน้อง
“เฮ้ย เอามันออกไป”
คมกับเดชจะเข้ามาเล่นงาน ทูนอินทร์รีบบอก
“ดูข้างหลังนั่นก่อน”
คมกับเดช ชะงัก สารวัตรเด่นเดินนำมาพร้อมทีมตำรวจลูกน้องสี่นาย ประคองร่างของแสงหล้าที่แขนมีผ้าพันแผลพันไว้เดินเข้ามา อิทธิ คม เดช หน้าซีด รุ้งระวีมองแม่ อย่างไม่เชื่อสายตา
“แม่ ”
รุ้งระวีโผเข้ากอดแม่ทันที
“รุ้ง”
รุ้งระวีร้องไห้โฮ
“แม่แม่แสงหล้าของหนู”
“รุ้งลูกแม่”
“เราได้เจอกันแล้ว แม่มันทำอะไรแม่ เป็นแผลแบบนี้”
“แม่ไม่เป็นไรแล้วลูก”
ทูนอินทร์จ้องหน้าอิทธิ
“ตอบมาซีวะ ไอ้อิท แกทำอะไรแม่แสงหล้า”
อิทธิรีบปฏิเสธ
“ไม่รู้เรื่อง ไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น”
สารวัตรเด่นเดินเข้ามาหา
“ขอเชิญไปสอบปากคำที่สน.ดีกว่าครับ”
อิทธิโวยวายลั่น
“สารวัตรครับ ผมจะไปฮันนีมูนคืนนี้”
“ระงับการเดินทางได้แล้วครับ คุณออกนอกประเทศไม่ได้ เพราะตอนนี้คุณมีคดีอาญาหลายคดี ลักพาตัวนางแสงหล้า ทำร้ายร่างกาย และวางแผน ฆาตกรรม และยังมีคดีฉ้อโกง ขโมยทรัพย์สินอีกต่างหาก”
คนในงานฮือฮากันใหญ่ อิทธิอึ้งไป แต่พยายามเถียง
“ขโมยทรัพย์สินอะไร”
ทูนอินทร์ยิ้มหยัน
“ก็งานเพลงของฉันไง เพลงต้มยำลำซิ่งของฉัน”
อิทธิมองเย้ย
“มีหลักฐานเหรอ”
ทูนอินทร์ยิ้มอย่างเหนือกว่า
“เฮ้อ ตอนนี้มีแล้วว่ะ เด็กที่ร้านเพิ่งส่งคลิปจากมือถือของแม่แสงหล้ามาให้ฉันสดๆ ร้อนๆ”
ทูนอินทร์หยิบมือถือขึ้นมา แล้วกดให้ดูภาพ จี่หอย อินทร มะปราง จ๊ะจ๋า เข้ามาดูพร้อมกัน ในจอเป็นภาพคำรณและเดช กำลังค้นของในห้องทำงานทูนอินทร์ เสียงพูดชัดเจนว่าเข้ามาขโมยของ คมกับเดช หน้าซีด เดชถามอย่างสงสัย
“เฮ้ย ไปถ่ายมาจากไหน”
ทูนอินทร์หันไปหาแสงหล้า
“แม่ครับ ช่วยเฉลยหน่อย”
“ฉันใช้มือถือถ่ายไว้เอง ตอนที่พวกแกเข้าไปขโมยของ”
“นี่แหละหลักฐานชั้นเยี่ยม ทั้งภาพและเสียง”
ทูนอินทร์มองหน้า อิทธิโวยวายลั่น
“สารวัตร อย่าไปเชื่อพวกมันนะครับ นังแสงหล้านี่ใส่ความผม ผมไม่รู้เรื่องการลักพาตัว ไอ้คนทำมันคือไอ้คำรณ ผัวเก่าของนังนี่ มันโยนความผิดมาให้ผม มันขู่เรียกเงินผมเป็นล้าน”
รุ้งระวีเดินเข้ามา แล้วตบหน้าอิทธิฉาดใหญ่
“นี่ยังน้อยไปสำหรับความเลวที่แกทำกับฉันกับแม่ และกับคุณทูน ไปตายในคุกได้แล้ว”
สารวัตรเด่นหันไปสั่งลูกน้อง
“จับตัวไป”
หมวดเข้ามาใส่กุญแจมือ ดึงออกไป อิทธิยังหันมาตะโกนพร้อมร้องไห้ไปด้วย
“นังรุ้ง นังเลว อีนังเนรคุณ ฉันเป็นคนสร้างแกมานะโว้ย สร้างให้แกโด่งดังแกทำกับคนมีพระคุณแบบนี้เหรอวะ”
อิทธิถูกลากออกไป กลุ่มตำรวจทะยอยออกไป ทุกคนมองตามอย่างสมเพชเวทนา รุ้งระวีหันมามองแม่ และทูนอินทร์
“คุณทูน ขอบคุณที่ช่วยแม่ออกมาได้”
ทูนอินทร์ยิ้มกว้าง
“มันเป็นหน้าที่ของพระเอกอยู่แล้วครับ”
รุ้งระวียิ้มทั้งน้ำตา ทุกคนหัวเราะตาม แสงหล้าโผกอดลูกสาว
“ลูกแม่ หมดทุกข์หมดโศกแล้วนะลูก”
“ค่ะแม่ แม่คะ นี่คือสิ่งที่หนูอยากทำมาตลอดทั้งชีวิตถ้าได้เจอแม่”

รุ้งระวีทรุดลงนั่งกับพื้น แล้วเธอก็ค่อยๆ บรรจงกราบแทบเท้าแม่ ด้วยท่วงท่าอันงดงาม ทุกคนฮือฮาถ่ายรูปกันวูบวาบ แสงหล้าร้องไห้สะอื้น ทูนอินทร์กับอินทร น้ำตาซึมมะปราง จี่หอย จ๊ะจ๋า ร้องไห้กอดกันด้วยความตื้นตัน แสงหล้าค่อยๆ ทรุดลงนั่ง จับมือรุ้งระวีไว้ประคองลุกนั่ง แล้วสองแม่ลูกกอดกันกลมด้วยความปลื้มปิติ ช่างภาพถ่ายรูปวุ่นวาย
เช้าวันต่อมา ทูนอินทร์กับรุ้งระวี นั่งกินของเช้าอยู่ด้วยกัน แสงหล้าช่วยจัดอาหารให้

“แม่ครับ ไม่ต้องจัดให้ผมกับรุ้งหรอกครับ แม่ไม่ใช่แม่บ้านอย่างเดิมแล้วนะครับ”
แสงหล้ายิ้มให้
“ให้แม่ทำเถอะนะ คนเป็นแม่น่ะ จะมีอะไรมีความสุขเท่ากับได้ปรนนิบัติลูกๆล่ะ”
“งั้นแม่ต้องทานกับเราด้วย”
“จ๊ะ”
แสงหล้าลงนั่ง รุ้งระวีตักอาหารให้แม่ รินน้ำให้
“และความสุขของลูกๆก็คือได้ปรนนิบัติแม่ค่ะ”
สองแม่ลูกยิ้มให้กัน ทูนอินทร์ยิ้มปลื้มใจ
“แม่ครับ ผมกับรุ้งขอปรึกษา”
“จ๊ะ”
“เราจะแต่งงานกันครับ แม่อนุญาตรึเปล่า”
“อืมม์ ต้องถามรุ้งจ๊ะ พร้อมไหม”
รุ้งระวีเขินๆ
“แม่น่ะ หนูเขินนะ แต่ก็ พร้อมค่ะ”
“คนที่จะแต่งงานกัน ย่อมไม่มีความลับต่อกันใช่ไหมลูก”
ทั้งสองรับปากพร้อมกัน
“ครับ / ค่ะ”
“งั้นแม่ยังให้ลูกทั้งสองแต่งงานกันไม่ได้”
ทูนอินทร์อึ้งไป
“ทำไมครับ”
“เพราะยังมีความลับอีกเรื่องลูกยังปิดบังกันอยู่”
รุ้งระวีงงๆ
“เรื่องอะไรคะแม่”
แสงหล้าแกล้งทำหน้าหนักใจ
“มาทางนี้ทั้งคู่เลย”
แสงหล้าลุกนำไปที่ห้องนั่งเล่น ทูนอินทร์กับ รุ้งระวีมองหน้ากันชักกังวล ก่อนจะเดินตามไป แสงหล้านั่งที่โต๊ะหยิบรูปถ่ายมาวางไว้ พร้อมด้วยกล่องสมบัติของเธอ
“แม่ครับ มีความลับอะไรครับ”
“อยู่ในกล่องนี้แหละ”
แสงหล้าหยิบรูปที่สอดไว้ที่ผนังของกล่องออกมาเป็นรูปของแหม่มจ๋าถ่ายกับเธอ รุ้งระวีเห็นรูปตัวเอง รู้ทันทีว่าความลับที่ว่าคืออะไร ทูนอินทร์มองอย่างแปลกใจ
“เอ๊ะ รูปพวกนี้ ทำไมคราวที่แล้วผมเปิดกล่องแต่ไม่เห็น”
“เพราะมันสอดอยู่ในผนังกล่องนี่ไง”
ทูนอินทร์มองรูปใบนั้น
“นี่มันรูปยายแหม่มจ๋า แล้วแม่มีรูปยายแหม่มจ๋าได้ยังไงครับ”
“นี่แหละ คือความลับ เอ้า รุ้งเฉลยเสียที”
“คือว่า คือเออ ฉันคือ แหม่มจ๋าค่ะ”
“คุณคือ แหม่มจ๋า ยายแหม่มจ๋าตัวแสบ”
“ใช่ค่ะ ฉันคือคนที่เอาตุ๊กแกไปใส่กางเกงคุณ”
“แล้วทำไมไม่บอกความจริงผมแต่แรก”
“กลัวคุณโกรธน่ะซี”
“แล้วแม่แสงรู้ได้ยังไงครับว่าผมคือเด็กคนนั้น”
แสงหยิบรูปทูนอินทร์มา
“นี่ไงคะ แม่เห็นรูปที่คุณถ่ายสมัยเด็กพวกนี้ มีรูปแหม่มจ๋าด้วย แม่ก็เลยรู้ว่าคุณคือเด็กผู้ชายน่ารักคนนั้น แล้วถ้าสังเกตให้ดี นี่คะรูปแม่ ยืนเข้าแถวอยู่กับเขาด้วย” แสงหล้าหยิบรูปตัวเองอยู่ในกลุ่มให้ทูนอินทร์ดู “สวยไหม”
“โธ่ ผมไม่ทันสังเกตจริงๆ” ทูนอินทร์มองรุ้งระวีตาเขียว “รุ้ง คุณปิดบังผม”
“อย่าโกรธนะคะคุณทูน”
“โกรธ และต้องทำโทษ”
รุ้งระวีหวาดๆ
“อุ๊ย .ทำโทษยังไง”
ทูนอินทร์ยิ้ม
“ปล้ำ”
“ว้าย อย่านะ คุณทูน”
ทูนอินทร์จะกอดปล้ำ รุ้งระวีวี้ดว้ายวิ่งหนีไปรอบห้อง ทูนอินทร์คำราม
“แม่อย่าห้ามผมนะ”
“ไม่ห้ามจ๊ะ ตามสบาย”
“คุณทูน กลัวแล้วค่ะ”
รุ้งระวีวิ่งไปทั่วห้องร้องวี๊ดว้าย ทูนอินทร์ไล่ตาม แสงหล้าหัวเราะ พูดเปรยๆ
“เฮ้อ ไม่มีอะไรปิดบังกันแล้ว อนุญาตให้แต่งแล้วจ๊ะ”
ทูนอินทร์และรุ้งระวีหยุดวิ่งทันที
“อนุญาตแล้วนะครับ”
“จ๊ะ”
“ไชโย”
ทูนอินทร์กอดรุ้งระวี ยกตัวลอย

สองวันต่อมา รุ้งระวีนอนหนุนตักแม่ อยู่ที่เฉลียงบ้าน มองเห็นทิวทัศน์งดงามทั้งสองแต่งตัวสวยสะอาดพร้อมจะไปทำบุญที่วัด รุ้งระวีอ่านหนังสือพิมพ์ที่ลงข่าวฟ้าใสหน้าหนึ่ง มีภาพฟ้าใสใส่แว่นปิดบังตายืนอยู่กับตำรวจ รุ้งระวีลุกขึ้น เมื่อเห็นข่าว
“แม่คะ ข่าวนี่บอกว่ายายฟ้าใสโดนคดีกับเขาด้วย”
“เรื่องอะไรล่ะ”
“สมรู้ร่วมคิด ฆาตกรรมนางผกาค่ะ”
แสงหล้าตกใจ
“ตายจริง”
“นายคำรณสารภาพว่าฆ่าปิดปากนางผกาในคอนโดของยายฟ้าใส ร่วมมือกันฆ่าค่ะ น่ากลัวจริงๆ คนพวกนี้”
“อนาคตหมดกันเท่านี้ทั้งนายอิทธิ ทั้งแม่ฟ้าใส เฮ้อ ถ้าไม่ละโมภ ไม่อยากได้ ใคร่ดีในทางที่ผิด ชีวิตคงไม่ลงเอยแบบนี้ แล้วบริษัทนายอิทธิล่ะลูก ทำยังไงต่อ”
“ปิดไปแล้วค่ะ เห็นว่าจะขายเพื่อเอาเงินมาสู้คดี พวกนักร้องในค่ายตอนนี้ก็โดนลอยแพ แยกย้ายกันไปหมด”
แสงหล้าถอนใจ
“กรรมมันตามทันจริงๆนะ”
ส้มป่อยเข้ามาเสิร์ฟน้ำและของว่าง แต่งตัวเรียบร้อย และกิริยานุ่มนวลเป็นพิเศษ
“ทานน้ำกับของว่างค่ะ พี่รุ้ง คุณแม่แสง”
“หนูส้ม เรียกป้าแสงอย่างเดิมก็ได้”
“ไม่ได้ค่ะ ถือว่าไม่ให้เกียรติคุณแม่พี่รุ้ง”
“ไม่เป็นไรหรอกน่า”
รุ้งระวีแปลกใจ
“เอ นี่หายไปไหนกันหมดล่ะ ไหนว่าจะไปทำบุญที่วัดไง”
“อ๋อ เขาเตรียมตัวกันอยู่ค่ะ”
ขาดคำส้มป่อยเสียงขบวนแห่ดังมาจากหน้าบ้าน ส้มป่อยรีบบอก
“มาแล้วค่ะ”
แสงหล้าและรุ้งระวีงง ทั้งสามรีบออกไปหน้าบ้าน

รุ้งระวีและแสงหล้าออกมาแล้วตกใจเพราะทูนอินทร์ และทุกคน แต่งตัวเข้าพิธีแห่ขันหมาก รำป้อ อยู่ที่หน้าบ้าน ที่ตั้งพิธี รุ้งระวีและแสงหล้าหัวเราะ ลงมาจากเรือน เมธเป็นผู้ใหญ่ฝ่ายชาย ถือพานธูปเทียนแพ ทูนอินทร์แต่งตัวหล่อถือพานขันหมาก อินทรถือพานสินสอด หนาน คูน จี่หอย มะปราง ป้าแป๋ว รำกันเฉิบๆตรงมาหน้าบ้าน รุ้งระวีหันไปถามแม่อย่างงุนงง
“อะไรกันคะแม่ คุณทูนทำอะไร”
“เขาเรียกขบวนแห่ขันหมากจ๊ะ”
“ขบวนขันหมาก คืออะไรคะ”
“เขาจะมาขอหมั้นลูกไง”
รุ้งระวีตะลึงมองมาที่ทูนอินทร์
“เชิญคุณแม่แสงมานั่งที่ตรงนี้เลยครับ”
เมธพาแสงมานั่งที่เก้าอี้ ที่จัดไว้กับโต๊ะวางเครื่องขันหมาก ทูนอินทร์พารุ้งระวีมานั่งที่พื้น ที่ปูเสื่อไว้อย่างดี ทั้งสองลงกราบแม่
“แม่ครับ วันนี้ผมมาขอลูกสาวแม่แสงเป็นคู่ครองของผมนะครับแม่คงอนุญาต”
แสงหล้ายิ้มแย้ม
“จ๊ะ อนุญาตตั้งแต่วันแรกที่เห็นพ่อทูนแล้วละจ๊ะ”
ขบวนส่งเสียงเฮ จี่หอยหยิบกล่องแหวนให้ ทูนอินทร์รับมาบรรจงสวมแหวนให้รุ้งระวี
“ผมขอหมั้นรุ้งอีกครั้งนะครับ”
รุ้งระวียิ้มรับ
“ค่ะ”
แสงหล้ายิ้มพึงใจรีบบอกลูกสาว
“ป้อนขนมให้พี่เขาเลยลูก”
รุ้งระวีป้อนขนมให้ทูนอินทร์
“ป้อนขนมให้น้องเขาบ้าง”
ทูนอินทร์ป้อนให้รุ้งระวีเศษขนมเลอะแก้ม เขาจุ๊บข้างแก้มของเธอเป็นการเช็ดไปในตัว ทุกคนเฮ แล้วรำป้อกันทั้งงาน ทูนอินทร์เชิญรุ้งระวีมาร่วมรำ เมธเชิญแสงหล้ามารำด้วย บรรยากาศเปี่ยมสุข

หลายวันต่อมา โถงหน้างานมีโปสเตอร์ใหญ่ปิดอยู่ ชื่อว่า คอนเสิร์ต รุ้งกินน้ำ รูปรุ้งระวีกับทูนอินทร์อยู่กลางภาพ มีจ๊ะจ๋ากับอินทร อยู่มุมหนึ่ง บรรยากาศหน้างานครึกครื้น คนดูเข้ามาซื้อบัตรและของชำร่วยหน้างานอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง ด้านหน้ามีจอทีวีที่ติดตั้งอยู่สามสี่เครื่อง แฟนเพลงมายืนดูอยู่ ทุกจอ เปิดมิวสิคเพลง ต้มยำลำซิ่ง ทูนอินทร์และรุ้งระวีร้องด้วยกันอย่างสนุกสนานครึกครื้น
เมธก้าวออกมาหน้าเวที คนดูเงียบเสียงลง กลุ่มหางเครื่องทยอยกันออกมาเตรียมพร้อม
“ปลื้มใจเหลือเกิน สำหรับการต้อนรับของแฟนเพลง ที่มีให้กับค่ายเพลงน้องใหม่อย่าง รุ้งกินน้ำ ของพวกเรา ตอนนี้เพลงแรกของเราประสบความสำเร็จอย่างที่เราไม่คาด ต้มยำลำซิ่ง ติดอันดับหนึ่งของทุกโพลเป็นสัปดาห์ที่สองแล้วครับ”
คนดูปรบมือลั่น
“ก่อนที่เราจะรับชมรับฟัง คู่ขวัญของเรา นายทูนกับน้องรุ้ง เรามาฟังศิลปินคู่ใหม่ของเราก่อนดีกว่า ขอแนะนำ น้องอินทรกับน้องจ๊ะจ๋า”
คนปรบมือ
อินทรและจ๊ะจ๋าออกมาร้องเพลงคู่กัน หางเครื่องออกมาเต้น ในกลุ่มหางเครื่องมะปรางและจี่หอยมาร่วมด้วย เป็นที่สนุกสนานเมื่อเพลงจบลงแม่ยกพ่อยก ให้พวงมาลัยทั้งอินทรและจ๊ะจ๋า มะปรางและจี่หอยช่วยรับพวงมาลัยมา อินทรหันไปถามจ๊ะจ๋า
“เป็นไงบ้างครับจ๋า”
“ปลื้มสุดๆเลยค่ะ ในชีวิตไม่คิดเลยว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ ขอบคุณคุณทร ปราง พี่หอย เพื่อนๆ พี่ๆทุกคน ที่ช่วยให้จ๋ากล้าพอที่จะสู้อุปสรรคแล้วกล้าที่ก้าวมาข้างหน้าค่ะ ขอบคุณค่ะ”
ทุกคนปรบมือ จี่หอยทำท่านึกๆ
“เอ พี่ว่าพี่ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างนะ”
อินทรแปลกใจ
“อะไรครับพี่หอย”
“เสียงเหมือนคนเข็นครกน่ะ แถวไม่มีภูเขา เขาเข็นครกมาทำไม”
“ไม่ใช่มั้งคะ เข็นครกไม่น่าดังขนาดนี้” มะปรางแย้ง
“อ๋อ ผมรู้แล้ว”
อินทรกับจ๊ะจ๋าพูดพร้อมกัน
“เข็นตุ่มครับ/ ค่ะ”
ทันใดนั้นม่านด้านในเปิดออก ตุ่มตั้งอยู่ รุ้งระวีวิ่งออกมาในชุดสวยสมทบกับกลุ่มอินทร คนดูกรี๊ดปรบมือลั่น รุ้งระวียิ้มกับคนดูรอจนเสียงเงียบ
“มีใครเห็นคุณทูนบ้างไหมจ๊ะ จะออกคอนเสิร์ตแล้ว ไม่รู้หลบไปอยู่ไหน”
จี่หอยชี้ไปที่ตุ่ม
“พี่ว่าพี่รู้นะ แอบอยู่ในตุ่มไง”
ดนตรีขึ้นทันที รุ้งระวีร้องเพลง รักน้องต้องลงตุ่ม ขณะเดียวกันเสียงของทูนอินทร์ดังมาจากในตุ่ม อินทรกับจี่หอยช่วยกันดึงทูนอินทร์ออกมา คนกรี๊ดปรบมือกันสนั่น ทูนอินทร์ออกมาร้องหน้าเวที รุ้งระวี อินทร มะปราง จี่หอย จ๊ะจ๋า ช่วยเต้นเป็นหางเครื่อง จากนั้นก็เป็นเพลงเมดเลย์ รุ้งระวีร้อง จิ้มแจ่ว แอลเอ ทูนอินทร์และทุกคนช่วยเป็นหางเครื่อง รุ้งระวีร้องจนจบเพลง แม่ยก พ่อยกให้พวงมาลัย ทูนอินทร์ยิ้มแย้มกับรุ้งระวี
“รุ้ง เอ คืนนี้เห็นว่าเรามีศิลปินน้องใหม่จะมาแนะนำให้รู้จักด้วยไม่ใช่เหรอ”
“ใช่ค่ะ แต่คงไม่ใช่น้องแล้วละมังคะ”
“ทำไมละครับ”
“ท่านเป็นคุณแม่เราน่ะซีคะ ขอต้อนรับ ศิลปินคนใหม่ของเรา คุณแม่แสงหล้าค่ะ”
ขาดคำเพลงขึ้น ร่างของแสงหล้าในชุดไทยสวยสง่าก้าวออกมาจากกลุ่มหางเครื่อง
“แม่ขอร้องเพลงนี้ให้กับลูกแม่ และคนดีของสังคมทุกคน”
แสงหล้าร้อง สะพานรุ้งอย่างไพเราะจับใจคนดูฟังเคลิ้มจนจบเพลง เสียงปรบมือกึกก้อง เสียงเพลง ต้มยำลำซิ่งขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ทุกคนร้องและเต้นร่วมกัน แสงหล้าร่วมร้องด้วย พลุถูกจุดขึ้นมาโปรยปรายเต็มเวที เมธวิ่งออกมา รุ้งระวีและทูนอินทร์มองหน้ากัน ก่อนจะสวมกอดกันแนบแน่นและหันมาโบกมือให้คนดูเป็นการอำลา สายรุ้งกระจายพราวพร่างไปทั้งเวที ทุกคนมีความสุขกันทั่วหน้า

จบบริบูรณ์







Create Date : 13 กุมภาพันธ์ 2555
Last Update : 13 กุมภาพันธ์ 2555 20:12:17 น.
Counter : 176 Pageviews.

0 comment
ต้มยำลำซิ่ง ตอนที่ 21 จบบริบูรณ์



จี่หอยกับมะปรางมาส่ง ทูนอินทร์และอินทรที่รถ ทูนอินทร์นิ่งงัน อินทรหน้าสลด มะปรางปลอบจี่หอยที่ร้องไห้สะอื้น

“ไม่นึกเลยว่ายายรุ้ง เนื้อแท้มันจะเป็น วันทอง กากี ขนาดนี้ คุณทูนคะ ตัดใจ จากมันเถอะค่ะ นังคนนี้ไม่มีค่าพอที่คุณจะไปรักมันหรอก”
ทูนอินทร์ครุ่นคิดบางอย่าง มะปรางเจ็บใจ
“พี่รุ้งสั่งให้ปรางเลิกคบกับคุณทรด้วยนะคะ”
อินทรมองหน้า
“แล้วปรางว่ายังไงครับ”
“ก็รับคำไป แต่ไม่มีวันที่ปรางจะเลิกรักคุณหรอกค่ะ”
อินทรยิ้มปลื้ม โอบเธอไว้
“ดีใจจัง”
“อุ๊ย อย่ามาสวีทกันตอนนี้ ยายปราง รีบกลับไปทำงานกันก่อน เดี๋ยวจะโดน นังรุ้งมันจิกเอาอีก” จี่หอยหันไปกระซิบอินทร “คุณทร ดูแลคุณทูนด้วยนะ เงียบกริบเลย ท่าทางจะบาดเจ็บสาหัส”
“ครับ”
จี่หอยมะปรางแยกไป
“เป็นยังไงครับพี่ทูน”
“แหวนยังอยู่ใช่ไหม”
“อยู่ครับ”
“กลับไร่เราดีกว่า”
“พี่ทูน เป็นไรรึเปล่าครับ”
“ทำไมหรือ”
“พี่เงียบๆไป”
“ฉันสบายดี”
อินทรมองพี่ชายอย่างงงๆในท่าที ก่อนจะขึ้นรถแล้วขับออกไป

อิทธิและรุ้งระวีกำลังให้สัมภาษณ์ร่วมกันด้วยท่าทางสดชื่น นักข่าวรุมล้อมขอให้คนดูคิดว่ารุ้งระวีเป็นนางร้ายไปตลอดนะ
“เรากำหนดวันแต่งเรียบร้อยแล้ว วันศุกร์นี่ละครับ”
นักข่าวฮือฮา
“วันศุกร์นี้ ก็อีกสองวันนี่แล้วซีครับ”
“ใช่ครับ ที่ห้องซีเคร็ทการ์เด้น ริทซ์อาเวนิว เชิญนักข่าวและสื่อทุกท่าน ทุกสำนักนะครับ”
“ทำไมกะทันหันอย่างนี้คะ ยังไม่ได้แจกการ์ดเลยนะคะ”
“ไม่เป็นไรครับ สำหรับผม ความรักรอไม่ได้ จริงไหมจ๊ะรุ้ง”
“ค่ะ ที่จริงไม่ใช่เรื่องกะทันหันหรอกค่ะ เพราะคุณอิทจีบรุ้งมาตั้งแต่ที่แอลเอ แล้วเกือบปีแล้วนะคะ ก็เห็นสมควรว่าเราควรแต่งงานกันได้แล้ว”
ระหว่างรุ้งระวีพูด อิทธิพยักเพยิดกับนักข่าว แล้วแอบจุ๊บแก้มรุ้งระวี นักข่าวเฮ
“อุ๊ย คุณ อิทเนี่ย ทำอะไร รุ้งอายนะคะ”
อิทธิกอดรุ้งระวีแนบแน่น หัวเราะระริกกันทั้งคู่ นักข่าวถ่ายภาพกันสลอน จี่หอยกับมะปรางมองอย่างหมั่นไส้
“จะอ้วก ขอไปอ้วกลงชักโครกก่อน”
จี่หอยสะบัดไป มะปรางตาม

จี่หอยกับมะปรางเดินผ่านกลุ่มอาชาที่ยังจับกลุ่มกันอยู่กับนักข่าวกลุ่มเดิม จุ๊บแจงแยกออกมากับจวงใจร้องไห้สะอื้น
“แจงไม่ยอม คุณอิทเอานังรุ้งเป็นเมีย อนาคตเมียน้อยของจุ๊บแจงก็จบกัน ทำไงดีคะพี่จวง”
“ใจเย็นๆลูก เป็นเมียน้อยนายอิทธิไม่ได้ เราไปเป็นเมียน้อยเสี่ยอื่นยังได้นะลูก”
“แจงก็เป็นเมียน้อยถาวรน่ะซีคะ”
“เอาเถอะ คนเราเลือกเกิดไม่ได้นะลูก”
จุ๊บแจงร้องไห้หนักกว่าเดิม ส่วนอาชากับขวัญข้าวกำลังคุยกับนักข่าว
“ยังไงครับ รีบแต่งขนาดนี้ มีอะไรเบื้องลึกไหมครับ”
อาชาได้ทีรีบใส่ไฟ
“ลึกแน่ๆ แสดงว่ามันท้องจริง แล้วมันจะทำแท้ง แต่คุณอิทห้ามไว้”
นักข่าวงงๆ
“ห้ามไว้ทำไมคะ”
ขวัญข้าวเสริม
“คุณอิทเป็นพ่อพระไง จะรับเด็กไว้เป็นลูกเอง มันก็เลยยอม”
“อีกหกเดือนคอยดู คลอดแน่ๆ ถ้าไม่คลอดให้สมชายอัดพี่ได้เลย จะอัดล่างอัดบน เลือกเอา”
นักข่าวชายอึ้งไป มองไปที่แขนพบว่าอาชาที่หน้าตาขึงขังกำลังลูบขนแขนของตนอยู่

บ่ายนั้น ฟ้าใสดูข่าวกดรีโมทเปลี่ยนช่องไปมา จ๊ะจ๋ากำลังทำเล็บเท้าให้ ฟ้าใสกดดูข่าวบันเทิง เมื่อเห็น อิทธิกำลังให้สัมภาษณ์
“เรากำหนดวันแต่งเรียบร้อยแล้ว วันศุกร์นี่ละครับ ที่ห้องซีเคร็ทการ์เด้น ริทซ์อาเวนิว เชิญนักข่าวและสื่อทุกท่าน ทุกสำนัก”
“คุณอิทจีบรุ้งมาตั้งแต่ที่แอลเอ.แล้ว เกือบปีแล้วนะคะ ก็เห็นสมควรว่าเราควรแต่งงานกันได้แล้ว”
อิทธิพยักเพยิดกับนักข่าว แล้วแอบจุ๊บแก้มรุ้ง นักข่าวเฮ
“อุ๊ย คุณ อิทเนี่ย ทำอะไร รุ้งอายนะคะ”
อิทธิกอดรุ้งระวีแนบแน่น หัวเราะระริกกันทั้งคู่ ฟ้าใส นิ่งตะลึงไป ลุกพรวดจนอุปกรณ์ของจ๊ะจ๋าหล่นกระจาย
“นี่มันบ้าอะไรของมัน แกต่อเบอร์นายอิทธิให้ฉันเดี๋ยวนี้เลย”
“ค่ะ ค่ะ”
จ๊ะจ๋ากดติดต่อทันที ฟ้าใสเดินกราดเกรี้ยวไปมา
“บ้าเอ๊ย นี่มันโกหกฉันชัดๆ ไม่ใช่แค่ปั้นนังรุ้งให้ดัง แต่จะเอาเป็นเมียด้วยทุเรศที่สุด เอ้า ต่อได้รึยัง”
จ๊ะจ๋าส่ายหน้า
“ไม่รับสายค่ะ”
ฟ้าใสคว้ามือถือมาฟังเสียง
“นี่ไม่ใช่ไม่รับสาย แต่นี่มันสายไม่ว่าง ไม่เปิดเครื่อง นังโง่”
ฟ้าใสโยนมือถือกลับให้จ๊ะจ๋า
“ฉันจะบุกไปหามันเดี๋ยวนี้ จะพูดกับมันให้รู้เรื่อง”
“จะมีประโยชน์อะไรละคะพี่ฟ้า ยังไงคุณอิทเขาก็ต้องเลือกพี่รุ้งเป็นอันดับแรก อยู่ดี”
ฟ้าใสชะงัก
“ไม่ต้องมาออกความเห็น นังบ้า”
ฟ้าใสสะอื้นไห้ แล้วกลับไปที่ห้องนอน ล้มตัวลงนอนร้องไห้โฮทุบหมอนไปมากรีดร้องตามลำพัง จ๊ะจ๋าตามมาดูอาการ
“ทำไม ทำไมมันทำกับฉันอย่างนี้ ฮือ”
จ๊ะจ๋าแยกมาจากห้องนอน กดมือถือ
“เสี่ยคะ พี่ฟ้าดูข่าวเรื่องนายอิทธิจะแต่งงานกับพี่รุ้งแล้ว อาละวาดใหญ่เลย ค่ะ ค่ะ ใช่ค่ะ”

เย็นนั้น เมธ หนาน คูน ฟังเรื่องทั้งหมดจากอินทร เมธถอนใจ
“นี่แสดงว่ายายรุ้งนิสัยไม่ได้ต่างจากยายฟ้าใสเลยนะ”
หนานเห็นใจเจ้านายมาก
“ทำไมนายทูนซวยขนาดนี้ เจอคนที่รัก กลายเป็นนางมารเสียทุกคน”
คูนหนักใจ
“แล้วนี่บาดเจ็บแค่ไหนไม่รู้ เดี๋ยวก็กินไม่ได้นอนไม่หลับอีกเป็นเดือนๆแน่ๆ”
ส้มป่อยเอาเครื่องดื่มมาเสิร์ฟ หน้าเศร้าๆอินทรหันไปถาม
“ส้ม พี่ทูนอยู่ไหน”
“ไปอยู่ที่เพิงน่ะค่ะ นายทร จริงเหรอคะที่พี่รุ้งเขาไม่รักนายทูน เขาจะไปแต่งงานกับคนอื่น”
อินทรถอนใจ
“จริงส้ม”
“ไม่อยากเชื่อเลยว่าพี่รุ้งจะเป็นคนแบบนี้”
ส้มป่อยเบะหน้าจะร้องไห้ อินทรลูบหัวเป็นเชิงปลอบ ขณะเดียวกันนั้นเสียงโหวดดังแว่วมา ส้มป่อยรู้ได้ทันที
“นายทูนเป่าโหวดอีกแล้ว เศร้าเคล้าน้ำตาแน่ๆเลย”
ทุกคนนิ่งฟังเพลงของทูน คือเพลง ต้มยำลำซิ่ง ด้วยลีลาคึกคัก สนุกสนาน เมธแปลกใจ
“เอ๊ะ ทำไมเล่นเพลงนี้”
หนานนิ่งฟัง
“ไม่เศร้าสักกะนิดนะครับ”
คูนแปลกใจ
“ผมว่าชักยังไงๆ นะครับ ไปดูใจหน่อยไหม”
ทุกคนเดินไปที่เพิงเห็นทูนอินทร์กำลังเป่าโหวดท่าทางครึ้มอกครึ้มใจ กล่องแหวนยังวางอยู่ พร้อมของว่างและเครื่องดื่มพร้อม หนานมองอย่างสงสัย
“หรือเสียใจซ้ำซากจนเพี้ยนไปแล้วครับ”
ทั้งสี่คนเข้ามาหาลงนั่งใกล้ๆ เมธปลอบอย่างเห็นใจ
“ทูน พี่เข้าใจนะว่าทูนเจ็บ แต่อย่ามาจมอยู่กับอดีตเลยนะ เหล้ามันก็ไม่ช่วยหรอก”
หนานช่วยปลอบอีกคน
“ถ้ามันเจ็บนักนะนาย อย่าไปเก็บของเก่าๆ ของยายตัวแสบให้รกบ้านเอาไปทิ้งให้หมดเลยนาย”
“ใช่ โดยเฉพาะแหวนวงนี้ อย่าไปเสียดายนาย เอาไปฝังดินไปเลย”
คูนทำท่าปากล่องแหวน ทูนอินทร์กระโดดเข้าแย่ง
“อย่าปานะโว้ย แหวนนี่ของต้นตระกูล”
คูนหน้าเหวอ
“อ้าว”
ทูนอินทร์เก็บกล่องแหวนไว้
“แล้วมันเรื่องอะไรกันครับ มาบอกผมเจ็บ เจิบ อะไรกัน”
เมธงงๆ
“อ้าว ไม่ได้เจ็บเรื่องที่ยายรุ้งมันทรยศแกหรอกเหรอ”
“เปล่า ไม่ได้เจ็บอะไรสักนิด อีกอย่าง รุ้งไม่ได้ทรยศผมสักหน่อย”
อินทรแปลกใจ
“อะไรนะครับพี่ ไม่ทรยศ ทั้งๆที่เขาตัดขาดพี่ขนาดนั้น”
ทูนอินทร์ยิ้ม
“นั่นมันละครบทหนึ่งโว้ย คนอย่างรุ้งนี่ เขาเรียกว่าเหนือเมฆ”
ทุกคนมองหน้ากันงงๆ
“ตอนที่ฉันเข้าไปบีบคอเขาน่ะ เขากระซิบบอกฉัน”
เหตุการณ์ในช่วงเวลานั้น ทูนอินทร์ถลาเข้ามาบีบคอ รุ้งแนบหน้าใกล้เขา
“อย่าบีบแรงซีเจ็บ”
เขาคลายมือจากรุ้ง มองงงๆ
“ดูในกล่องแหวนนะ เดี๋ยวฉันจะคืนให้ เอ้าบีบต่อซี”
ทูนอินทร์เขย่าต่อ คมกับเดชเข้ามากระชากร่างของเขาออกมาแล้วชกที่ท้อง

ทุกคนฟังอย่างสนเท่ห์ อินทรหน้าตื่น
“พี่รุ้งเล่นละครหลอกพวกเรา เพื่อหลอกนายอิทธิอีกที”
“ถูกต้อง”
เมธแปลกใจ
“แล้วให้ดูในกล่องแหวนทำไม”
ทูนอินทร์หยิบกล่องแหวนออกมาแล้วแกะออก ดึงกระดาษแข็งบุผ้ากำมะหมี่คลี่ออกมา
“นี่ครับ รุ้งเขียนข้อความไว้ในกล่องแหวน”
อินทรรับมาอ่าน เมธ หนาน คูน รุมดู
“แม่ถูกจับเป็นตัวประกัน ไปที่ร้าน อาน้ำอ้อย อำเภอวัดโบสถ์ ปราจีน ช่วยแม่รุ้งด้วย”
คูนตาโต
“โอ้โฮ คุณรุ้งนี่เก่งจริง ๆ”
“นี่แสดงว่าพี่รุ้งยังรักพี่ทูนเหมือนเดิม ดีใจด้วยพี่”
อินทรกอดพี่ชายไว้ ทุกคนดีใจ
“เราต้องหาทางช่วยแม่แสงหล้าก่อนเลยครับ”
เมธคิดนิดนึงก่อนจะบอก
“พี่จะติดต่อพี่เด่นชัยที่กองปราบ งานนี้ต้องจัดใหญ่กันหน่อย”
“งั้นช่วยติดต่อเดี๋ยวนี้เลยครับพี่”
เมธโทรทันที ทูนอินทร์มองแหวนในมือ แล้วยิ้มกับตัวเอง

สองวันต่อมา แขกมาร่วมงานคับคั่ง จี่หอยมะปรางหน้าตาไม่ยินดี ต้อนรับแขกอย่างซังกะตายกลุ่มจุ๊บแจงมาพร้อมกัน อาชามองหน้าจี่หอย
“เจ๊หอย ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะ น้องรุ้งจะได้แต่งกับเสี่ยอิททั้งทีไม่ดีใจหรอกหรือ”
“ไม่ดีใจเลย เพราะเป็นห่วงพวกแก”
ขวัญข้าวงงๆ
“มาห่วงพวกฉันทำไม”
“อ้าว ยายรุ้งมันจะขึ้นเป็นเถ้าเกเนี้ยของบริษัทแล้วไง”
จวงใจไม่เข้าใจ
“ขึ้นเป็นเถ้าเกเนี้ยแล้วมันมาเกี่ยวอะไรกับพวกเราวะ”
จุ๊บแจงคิดได้
“คืออย่างนี้ค่ะ ถึงแจงจะค่อนข้างโง่ แต่แจงก็พอรู้นะคะ ว่าถ้ายายรุ้งขึ้นเป็นเถ้าเกเนี้ยแล้ว พวกเราจะไม่มีแผ่นดินจะอยู่ค่ะ”
อาชายังงงอยู่
“ยังไง”
จุ๊บแจงถอนใจ
“ยายรุ้งก็จะกำจัดพวกพี่ๆ ให้ออกจากบริษัท หรือถ้าพวกพี่หน้าด้านอยู่ต่อ ก็อยู่อย่างลำเค็ญเต็มที เพราะจะไม่มีเพลงใหม่ให้ร้อง ไม่มีคอนเสิร์ตให้ออก”
ขวัญข้าวตกใจเมื่อนึกได้
“ว้าย ลืมนึกไปเลย”
จุ๊บแจงสาธยายต่อ
“แล้วถึงให้ออกคอนเสิร์ต ก็คงไปจัดแถวที่ราบลุ่ม”
จวงใจไม่เข้าใจ
“ทำไมต้องที่ราบลุ่มละคะลูก”
“ที่น้ำท่วมขังไม่เลิกไงคะ นึกนะคะจัดแถวนั้น ไม่มีคนดูหรอกค่ะ นอกจากหมากับแมวที่ขึ้นไปอยู่บนหลังคาบ้าน คงหอนกันสนั่นเลยค่ะ”
จี่หอยหัวเราะ
“ยายแจง ฉันว่าหล่อนฉลาดขึ้นแล้วละ ไม่โง่แล้ว ดีใจด้วย ฮ่ะฮ่ะ”
จี่หอยและมะปรางแยกไป ขวัญข้าวร้อนใจ
“ไม่มีแผ่นดินจะอยู่แล้วเราจะทำยังไง”
อาชาหน้าเสีย
“นั่นซี”
จุ๊บแจงมองหน้าทั้งสอง
“อย่าหาว่าสอนเลยนะคะ ก็ควรทำดีกับยายรุ้งเสียแต่วันนี้ค่ะ ประจบสอพลอ เข้าไปนะคะ”
จวงใจเห็นด้วย
“เออ จริง ต้องสอพลอถึงจะอยู่รอด”
ขวัญข้าวยิ้มออกมาได้
“ต่อไปนี้ต้องเรียกคุณรุ้งแล้วนะ เรียก อี เรียก นัง อย่างแต่ก่อนไม่ได้แล้ว”
อาชาคล้อยตาม
“คุณรุ้ง วันนี้สวยจังนะครับ แบบนี้ใช่ไหม”
ขวัญข้าวพยักหน้า
“นั่นแหละ ต้องฝึก เจอหน้าต้องไหว้ด้วยนะ ไหว้งามๆเลย”
ทั้งสี่หัดไหว้และฝึกพูดขอโทษ จวงใจถึงขั้นถอนสายบัว
รุ้งระวีอยู่ในห้องแต่งตัวใส่ชุดเจ้าสาวฟูฟ่อง ช่างหน้าช่างผมกำลังช่วยกันแต่งอย่างงดงามอยู่หน้าโต๊ะกระจก มีกระจกบานสวิงอยู่ข้างๆ รุ้งระวีมองตัวเองอย่างกังวลเรื่องของแม่และทูนอินทร์
อิทธิในสูทเจ้าบ่าวหล่อเหลาเดินเข้ามา เธอรีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มระรื่นทันที ช่างพากันออกไป
“ผมภูมิใจจริงๆ ที่มีเจ้าสาวสวยบาดตาบาดใจขนาดนี้”
“ขอบคุณค่ะ”
“ผมมีของขวัญมาให้น่ะ”
อิทธิส่งตั๋วเครื่องบินให้ รุ้งระวีรับมาหน้าเปลี่ยนทันทีเพราะผิดแผน เธอแน่ใจว่าวันนี้ทูนอินทร์ต้องมาช่วยเธอหลังพิธีแต่งแน่ๆ
“ไปไหนคะ”
“ยุโรปครับ แล่นเรือเลียบเมดิเตอร์เรเนียน สำหรับฮันนีมูนของเรา”
“ทำไมไม่บอกรุ้งก่อน แล้วนี่ เดินทางคืนนี้เหรอคะ”
“ใช่ครับ กะว่าจะให้เซอร์ไพรส์ไง ไม่ดีใจหรอกหรือ”
รุ้งระวีรีบเปลี่ยนหน้าเป็นยิ้มแย้ม
“ดีใจซีคะ แต่คุณชอบเซอร์ไพรส์แบบนี้ รุ้งไม่ทันตั้งตัว แล้ว จะเดินทางคืนนี้ ได้ยังไงในเมื่อรุ้งยังไม่ได้เจอแม่เลย”
“กลับมาก็ได้เจอ ไม่ต้องห่วงหรอก ผมจะดูแลแม่คุณอย่างดี”
อิทธิกอดแล้วจูบที่ไหล่เธอ รุ้งระวีมองตัวเองในกระจกเป็นกังวล แต่เมื่อเขาเงยหน้าขึ้น เธอก็ฉีกยิ้ม
“นะ ตกลงตามนี้”
“ได้ค่ะ” รุ้งระวีจำต้องตามสถานการณ์ไปก่อน

มะปรางต้อนรับแขกอยู่มุมหนึ่งของงาน อินทรในชุดนักข่าว ใส่วิกใส่แว่นพรางหน้า เข้ามาใกล้ๆ
“เออ มาจากหนังสือทีวีเอาท์ไซด์ อยากสัมภาษณ์น่ะครับ”
“คุณรุ้งกับคุณอิท วันนี้งดให้สัมภาษณ์ส่วนตัวนะคะ”
“ผมอยากสัมภาษณ์น้องมะปรางต่างหากละครับ”
มะปราง สงสัย
“ใครน่ะ”
อินทรเปิดแว่นพอเห็นรำไร ยิ้มร่า มะปรางตกใจ
“คุณทร มางานทำไมคะ อย่าบอกนะว่าพี่ทูนให้มาป่วนงาน”
“พี่ทูนให้มาจริงๆ ครับ แต่ไม่ได้ป่วนงาน ให้มาสังเกตการณ์”
“ยังมีเยื่อใยกันอีกเหรอคะ”
“เดี๋ยวผมเล่าให้ฟัง แต่ว่าตอนนี้ผมอยากพบพี่รุ้ง ช่วยพาไปหน่อยได้ไหม”
มะปรางพยักหน้ารับ
โจ้กับเบิร์ด และสมุนอีกห้าคน นั่งคุยกันอยู่หน้าโรงเรือนที่ขังแสงหล้า สารวัตรเด่น ลดกล้องลง เช่นเดียวกับกับทูนอินทร์และหมวดอีกสองนายที่ส่องกล้องเช่นกัน ทั้งหมดซ่อนตัวในป่า ห่างจากโกดังพอประมาณ ทูนอินทร์หันมาถาม

“นั่นเหรอครับเซฟเฮาส์พวกมัน”
“ครับ เราตามรอยมันมาสองวันแล้ว พวกมันไปซื้อของใช้ที่ร้านของชำที่คุณให้ที่อยู่เรามา แล้วก็เข้ามาในโกดังในป่านี่ละครับ”
หมวดที่ส่องกล้องอยู่หันมาบอก
“นายครับ ไอ้หัวหน้าออกมาแล้ว”
สารวัตรเด่นส่องกล้องทันที ทูนอินทร์ส่องตาม เห็นคำรณออกมา สั่งการกับพวกสมุน ทูนอินทร์รีบบอก
“นี่ละครับ นายคำรณ”
สารวัตรมองจากกล้องส่องทางไกล
“เจ้านี่เอง มีคดีติดตัวเป็นหางว่าวเลย”

รุ้งระวีกำลังครุ่นคิดแก้ไขสถานการณ์อยู่ลำพัง จี่หอยเดินเชิ่ดเข้ามา
“พี่หอย ช่วยรุ้งด้วย”
“ไม่ต้องพูด ฉันไม่ช่วยอะไรเธอทั้งนั้น ที่เข้ามานี่ เพราะฉันจะมาจ่ายเงินให้ช่างหน้าช่างผม หายหัวไปไหนแล้ว”
“พี่หอย อย่าเข้าใจผิดซีคะ ที่รุ้งทำไปทั้งหมด มันคือละครฉากนึง เพื่อหลอกนายอิทธิให้ตายใจค่ะ”
จี่หอยไม่เชื่อ
“อุ๊ย เจ้าแม่ละคร เล่นเนียนจริงนะ เดี๋ยวเล่นนางร้าย เรยา เดี๋ยวแป๊บๆเป็นนางดี อรุณประไพ ไม่ต้อง ฉันไม่เชื่อว่าหล่อนดี เรยานั่นแหละคือตัวจริงหล่อนร้ายสุดขั้ว ชั่วสุดเท้า”
รุ้งระวีสายตาวิงวอน
“พี่หอย ฟังก่อนซีคะ”
“ไม่ต้องมาเรียกฉันว่าพี่ ไม่นับญาติกันแล้ว และต่อไปเรียกฉันว่านายธงชาติ ชื่อจริงฉัน ไม่มีหอยอีกต่อไป”
ทันใดนั้นเสียงเคาะประตูดังขึ้น จี่หอยตวาดแว้ด
“เชิญ”
มะปรางพาอินทรเข้ามา
“ยายปราง มาก็ดีแล้ว ต่อไปนี้ไม่ต้องรับใช้แม่ เรยา เอ๊ยแม่รุ้งระวีอีกแล้ว ให้คุณอิทหาคนปรนนิบัติให้ใหม่ เอ๊ะ พาใครมาด้วย หล่อนี่”
อินทรถอดแว่น จี่หอยสะดุ้ง
“อกแตก คุณทรมาทำไม เดี๋ยวก็โดนพวกมันกระทืบ”
“มาช่วยพี่รุ้งน่ะซีครับ”
“หา มาช่วยทำไม มันเป็นนางร้ายไปแล้ว”
รุ้งระวีรีบเข้ามาหาอินทร
“ทร คุณทูนเป็นยังไงบ้าง”
“สารวัตรเด่นพาพี่ทูนบุกไปที่เซฟเฮาส์แล้วครับ”
จี่หอยกับมะปราง มองหน้ากันงงๆ
“ต้องช่วยแม่ออกมาให้ได้ในวันนี้นะ เพราะนายอิทธิบังคับให้พี่ไปฮันนีมูนกับมันที่ยุโรป เดินทางคืนนี้”
อินทรหนักใจ
“งั้นผมติดต่อพี่ทูนก่อน”
อินทรแยกไปโทรศัพท์ จี่หอยเข้ามาถามรุ้งระวีอย่างแปลกใจ
“เดี๋ยว ยายรุ้ง นี่มันเรื่องอะไร ช่วยแม่ คืออะไร คุณทูน ทำอะไร”
มะปรางสงสัย
“พี่รุ้งกับคุณทูนติดต่อกันเหรอคะ”
“ค่ะ พี่เล่นละครตบตาทุกคน แต่พี่กับคุณทูนรู้กันแล้ว บอกพี่หอยแล้วก็ไม่ฟังเลย”
มะปรางดีใจ
“พี่รุ้งคือพี่รุ้งคนเดิมของเรา”
จี่หอยจ้องหน้า
“ยายรุ้ง ตกลงไม่ใช่นางร้ายแล้วนะ”
“ยังเป็นนางเอกแสนดีอยู่ค่ะ”
จี่หอยร้องไห้โฮเข้ามากอดรุ้งระวี มะปรางเข้ามากอดบ้าง
“พี่หอยดีใจจังเลย”
“เรียกพี่หอยอย่างเดิมได้แล้วนะ”
“ได้เลย เดี๋ยวนี้ใครๆ เรียกหอยเชอร์รี่”
อินทรแอบมาพูดมือถืออยู่ที่มุมหนึ่ง
“พี่ทูนเหรอครับ มีเรื่องด่วน”
ทูนอินทร์กำลังพูดสาย โดยมีสารวัตรและลูกน้องยังเฝ้าดูอยู่
“อะไรนะ รุ้งจะเดินทางคืนนี้ ได้ ขอบใจที่รายงาน”
ทูนอินทร์เลิกสายหันมาทางสารวัตรที่กำลังเฝ้าดูกลุ่มแกงค์อยู่ไม่รู้จะบอกยังไงดี

หน้าห้องจัดเลี้ยง สาวๆอยู่ที่โต๊ะวางสมุดรายชื่อแขก แจกของชำร่วยให้แขกในงาน ดำรง ฟ้าใส และจ๊ะจ๋า มาด้วยกันมีสองสมุนร่างใหญ่ตามมาด้วย ฟ้าใสหน้าไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง
“ป๋าให้ฟ้ามางานนังรุ้งทำไม”
“เขาเชิญมา คนในวงการด้วยกันก็ต้องมาแสดงความยินดี”
ทั้งสองลงรายชื่อในสมุด จ๊ะจ๋ามองไปรอบๆ หวังจะเจอมะปราง ดำรงและฟ้าใสแยกมาจากโต๊ะ
“มีปัญหาอะไรหรือ”
“เปล่าค่ะ ฟ้าถือว่านังรุ้งมันคือคู่แข่ง ก็เท่านั้น”
“อย่าถือว่าเป็นคู่แข่งเลยนะ เพราะตอนนี้เขาเป็นระดับเจ้าของกิจการแล้ว ไปแข่งกับเขาไม่ได้หรอก”
ฟ้าใสเจื่อนไป ดำรงยิ้มหยัน
“เข้างานเถอะ”
ดำรงพาฟ้าใสเข้างาน จ๊ะจ๋าตามแต่ยังมองหามะปรางอยู่ สองสมุนตามไป

ช่างภาพเข้ามาถ่ายภาพ ฟ้าใสโพสต์ท่าสวยทันที อิทธิที่กำลังคุยกับแขกหันมา รีบเข้าสวัสดี ดำรงรับไหว้แล้วจับมือกัน
“เป็นฝั่งเป็นฝาเสียทีนะ ยินดีด้วย”
“ขอบคุณครับเสี่ย”
ฟ้าใสเข้ามาสมทบ มองอิทธิอย่างดูแคลนเต็มที
“ยินดีด้วยนะคุณอิท แต่ยังแปลกใจอยู่เลย เพราะเจ้าสาวเขาสนิทอยู่กับคุณทูนไม่ใช่เหรอคะ อยู่ดี ๆ ทำไมมาแต่งกับคุณกะทันหัน”
“คุณฟ้าก็น่าจะรู้จักนายทูนดีนี่ครับ ภายนอกทำตัวหรูหราร่ำรวย แต่ ของจริงกลวง มีแต่เปลือก”
ดำรงแปลกใจ
“จริงเหรอ”
“จริงครับ รุ้งบอกผมเอง เงินที่จะโปรโมทค่ายเพลงตัวเองยังไม่มี แถมมาขอยืมเงินรุ้งเป็นล้านๆ รุ้งเห็นธาตุแท้ ก็เลยถอยออกมา”
“แสดงว่าเอารุ้งไปเป็นตัวต่อยอดเงินงั้นซี”
“ใช่แล้วครับ หวังจะขายรุ้งออกหน้า จะแย่งรุ้งไปจากผม”
“มันเลวมากเลยนะ ไอ้พวกที่ชอบขโมยศิลปินคนอื่นไปเข้าสังกัดตัว ไอ้พวกนี้มันต้องกำจัดให้หมดวงการจริงๆ”
อิทธิกับ ฟ้าใส อึ้งไป ทันใดนั้นเสียงฮือฮาดังมาจากประตูห้อง ช่างภาพกรูกันเข้าถ่ายภาพ ทั้งสามหันมอง รุ้งระวีเดินเข้ามาอย่างสวยสง่า ตามด้วยจี่หอยและมะปราง คนในงานฮือฮาในความงามของเธอ อิทธิเดินเข้าไปรับให้เธอควงแขนเข้ามาในงาน คนในงานปรบมือ ทั้งสองผ่านหน้าดำรงและฟ้าใส รุ้งระวีรีบไหว้ดำรง ฟ้าใสจะรับไหว้แต่รุ้งระวีเชิ่ดใส่เสียก่อน ฟ้าใสฮึดฮัดขัดใจ
บนเวที อาชา และขวัญข้าวรับหน้าที่พิธีกร
“บ่าว สาวมาแล้วนะครับ”
“แหม หล่อ สวยสมกันดีเหลือเกิน เชิญบ่าว สาวขึ้นมากล่าวเปิดงานบนเวทีเลยค่ะ”
อิทธิพารุ้งระวีขึ้นเวที ทุกคนปรบมือ จวงใจ จุ๊บแจง ดำรง ฟ้าใสปรบมือตาม
“ขอบคุณครับ ท่านผู้เกียรติทุกท่าน วันนี้เป็นวันที่ผมมีความสุขที่สุดเลย ไม่ใช่แค่ผมชนะใจเจ้าสาวแสนสวยคนนี้ รุ้งระวี แต่ผมชนะในเกมชีวิตของผมด้วย” อิทธิประกาศก้อง “ผมคือราชันย์ครับ”
อิทธิชูมือสองข้าง คนในงานร้องเฮปรบมือสนั่น รุ้งระวียิ้มแต่สายตานั้นชิงชังเพราะรู้ความหมายแฝงนัยของเขา ผู้คนกำลังเฮกับสุนทรพจน์โอ้อวดตัวเองของอิทธิ จ๊ะจ๋าแยกมาเจอเข้ากับมะปรางและอินทรที่หลบมุมอยู่
“ปราง คุณทร”
“เป็นไงบ้างครับ เรื่องเสี่ยดำรง”
“เจ๊เฉลารายงานให้เสี่ยทราบแล้วค่ะ เสี่ยบอกว่าจะเรียกคุณทรเข้าไปคุยเรื่องข้อเสนอเร็วๆนี้”
มะปรางแปลกใจ
“แล้วเรื่องยายฟ้าใสล่ะ”
“เสี่ยให้ฉันเฝ้าดูพฤติกรรมอยู่”
อินทรยิ้มพอใจ
“งั้นจ๋าคงได้อิสระไม่นานนี้ละครับ ยินดีด้วย”
จ๊ะจ๋ายิ้มกว้าง
“รอให้ถึงวันนั้นเร็วๆค่ะ”
บนเวที รุ้งระวีกล่าวกับแขก
“วันนี้เป็นวันที่รุ้งยินดีที่สุดเช่นกันค่ะ ยินดีที่จะได้สิ้นสุดเรื่องในอดีตและเริ่มต้นใหม่กับอนาคตที่งดงามข้างหน้า...ขอดื่มให้กับความดีที่ค้ำจุ้นโลกใบนี้ค่ะ”
อิทธิยิ้มพึงใจ
“ครับ ขอดื่มให้เราด้วยนะรุ้ง”
“งั้น ขอดื่มให้บ่าวสาวเลยครับ”
อาชาเขย่าแชมเปญน้ำแตกซ่าน ทุกคนเฮ

ทูนอินทร์กำลังปรึกษากับสารวัตรอย่างเคร่งเครียด
“ถ้าเราบุกเข้าไปตอนนี้เลยละครับ”
“ยังไม่ได้ครับ อาวุธเรายังไม่พร้อม กำลังคนก็ไม่พอ แต่ผมเรียกกำลังเสริมมาแล้ว ไม่เกินชั่วโมง ทำไมใจร้อนนักล่ะคุณ”
“ผมต้องพาแม่แสงหล้ากลับเข้ากรุงเทพในคืนนี้ ก่อนที่เจ้า อิทธิมันจะพารุ้งออกต่างประเทศน่ะครับ”
“ไม่ต้องห่วงครับ ขอเวลาอีกแค่ชั่วโมงเดียว เราบุกแน่ๆ”
ทูนอินทร์พยักหน้ารับ สารวัตรเด่นกลับไปที่ลูกน้อง ทูนอินทร์กระวนกระวาย

รุ้งระวีและ อิทธิต้อนรับแขกอยู่กลางโถง จังหวะที่อยู่กันสองคน รุ้งระวีพูดขึ้น
“คุณอิทคะ”
“ว่าไงครับ”
“ยังไงรุ้งก็อยากพบแม่ก่อนเดินทาง คุณอิทพาแม่มาพบรุ้งนะคะ”
“ฮื้อ มันจะวุ่นวายไปเปล่าๆแม่คุณอยู่ที่ปราจีนนะ”
รุ้งระวีคิดทันที เพราะ อิทเริ่มเผยความจริง
“ปราจีนไม่ไกลนี่คะ ให้เดินทางมาตอนนี้เลย แม่จะได้มาแสดงความยินดีกับเรา”
“แล้วถ้าท่านไม่เห็นชอบด้วย”
“อะไรที่เป็นความสุขของรุ้ง ท่านต้องเห็นชอบด้วยอยู่แล้วค่ะ นะคะ แม่มาเห็นรุ้งแต่งงาน ต้องดีใจมาก ๆ แล้ว อีกอย่าง”
“อะไร”
“รุ้งกลัวนายคำรณ มันเป็นคนโหดเหี้ยมมากนะคะ มันอาจทำร้ายแม่รุ้งอีกก็ได้ รุ้งอยากให้แม่มาอยู่ในความดูแลของนายคม นายเดช คนของคุณ อิทมากกว่า”
“เอางั้นก็ได้ ผมจะให้แม่ลงมากรุงเทพฯเดี๋ยวนี้เลย”
“ขอบคุณค่ะคุณอิท รักคุณอิทจังเลย”
รุ้งระวีหอมแก้ม อิทธิซ้ายขวา คนเฮกันใหญ่ปรบมือ ถ่ายรูปกันพรึ่บพรั่บ
“เอาอีก เอาอีก”
อิทธิหอมแก้มรุ้งระวีบ้าง เป็นที่ชื่นมื่น
“พอก่อนครับ พอก่อน ขอเวลานอกแป๊บ”
อิทธิแยกออกมา พยักหน้ากับคมและเดช ทั้งสองรีบตาม อิทธิออกมาหามุมสงบไม่มีผู้คน หยิบมือถือมาคุย คมกับเดช ตามมา สงสัยท่าทีของนาย
คำรณกำลังคุยกับสมุน มือถือดังขึ้นจึงกดรับสาย สมุนทั้งหมดหันมาฟัง
“นายสั่งมาเลยครับ นายต้องการอะไร”
“แกจัดการฆ่าปิดปากนังแสงหล้าได้เลย เดี๋ยวนี้”
คมกับเดช มองหน้ากัน ตกใจ
“ผมรอคำสั่งนี้มานานแล้วครับนาย ได้ครับนาย จัดให้เดี๋ยวนี้”
“กำจัดศพมันให้สิ้นซาก เหมือนว่ามันไม่เคยมีตัวตนอยู่ในโลกนี้”
“ได้ครับ”
คำรณปิดมือถือ ยิ้มเหี้ยม ไม่พูดอะไรกับลูกน้อง กลับเข้าไปในโกดัง
คมแปลกใจรีบถาม
“นายครับ จะฆ่าเลยเหรอครับ”
“ต้องฆ่า นังแม่มันนี่แหละตัวแสบ ปล่อยมันไว้ มันเล่นงานเราแน่ๆทั้งเรื่องที่เราลักพาตัวมัน ซ้อมมัน รวมยังเรื่องที่ไอ้คำรณพยายามฆ่ามันด้วย อีกอย่างนังแม่อาจจะกล่อมรุ้งให้กลับไปคืนดีกับไอ้ทูน แล้วกลับมาเล่นงานเราด้วยก็ได้”
เดชหน้าเครียด
“แล้วถ้าคุณรุ้งรู้เข้าละครับ”
“รุ้งจะรู้เมื่อกลับจากฮันนีมูน ตอนนั้นเธอก็ไม่มีทางเลือกแล้ว”
“แล้วที่นายสัญญาว่าจะให้คุณรุ้งได้เจอแม่คืนนี้ละครับ”
“พวกแกอ้างให้ตรงกัน ว่านังแม่มันป่วย มาไม่ได้ ฉันจะรีบพารุ้งไปขึ้นเครื่องทำตามนี้”
อิทธิแยกไป คมกับเดช หน้าเสีย เดชร้อนใจ
“พี่ เอาไง สมรู้ร่วมคิดกันฆ่าคนนะ”
คมถอนใจอย่างหนักใจ
“ทำไงได้วะ ไม่มีทางเลือกนี่หว่า”
แสงหล้ากินข้าวอยู่อย่างอ่อนเพลียเต็มที คำรณเดินเข้ามา
“อิ่มแล้วหรือยัง”
“ยัง”
“พอ ไม่ต้องกินแล้ว”
คำรณปัดจานชามกระเด็น
“แกจะบ้าเหรอ แกจองล้างจองผลาญฉันมาทั้งชีวิตแล้ว แกต้องการอะไรอีก”
“ต้องการให้แกมีความสุขไง ไปกับฉัน”
คำรณกระชากแขนลุกขึ้น
“ไปไหน”
“ไปหาลูกสาวแกไง ตอนนี้นังรุ้งมันกำลังเข้าพิธีแต่งงานกับนายอิทธิ”
แสงหล้าตกใจ
“อะไรนะ รุ้งแต่งงานกับนายอิทธิ”
“ใช่ จัดพิธีใหญ่โต มันกำลังมีความสุขเชียวละ ข้าจะพาแกไปหามัน เพื่อแสดงความยินดีไง”
“แกพูดจริงนะ”
“จริงซีวะ ไป ไปกับข้า”
คำรณพาออกไปทางด้านหลังโกดัง พาเดินเข้าป่าไป
“ทำไมไม่พาฉันขึ้นรถ เดินเข้ามาในป่านี่ทำไม”
“เออน่า ทางรถอยู่ไม่ไกลหรอก รถจอดรอแกอยู่แล้ว”
คำรณให้แสงหล้าเดินนำเข้าป่าลึกขึ้นเรื่อยๆ

โจ้ เบิร์ด และสมุนห้านายกำลังนั่งกินอาหารกันอยู่หน้ากระท่อม สมุนคนหนึ่งแยกจากกลุ่มเข้ามาในราวป่า เพื่อฉี่ขณะกำลังยืนฉี่ตำรวจนอกเครื่องแบบพุ่งเข้ามาด้านหลังล็อคคอ เอาปืนจ่อที่ขมับ
ขณะเดียวกัน แสงหล้าเดินนำโดยมีคำรณตามติด
“นี่แกจะพาฉันไปไหนกันแน่ ไม่เห็นถนนเลย”
“เดินไปเรื่อยๆไม่ต้องพูดมาก”
แสงหล้าเห็นแววตาอำมหิตของคำรณแล้วเสียวสันหลังวูบ คำรณ ค่อยๆ ดึงมีดออกมาจากหลังกางเกง
ทางด้านโจ้กับเบิร์ด และสมุนที่เหลือหันขวับไปที่สมุนที่ถูกตำรวจล็อคคอ โจ้ตกใจ
“เฮ้ย ไอ้ต่าย”
“พี่ ช่วยผมด้วย”
ทุกคนหยิบปืน แต่แล้วตำรวจนอกเครื่องแบบห้านายกระโดดมาจากที่ซ่อน จ่อปืนสมุนทั้งหมด
“ทิ้งอาวุธ ยกมือทุกคน ตำรวจล้อมไว้หมดแล้ว”
ทุกคนตกใจทิ้งอาวุธ โจ้กับเบิร์ด ทิ้งตาม ตำรวจเข้าปลดอาวุธทุกคน สารวัตรเด่นวิ่งเข้ามาพร้อมทูนอินทร์ที่ถือปืนอยู่ด้วย
“เข้าโกดัง”
ตำรวจสองนาย เข้าพิงประตู คนนึงถีบเข้าไป อีกคนจ่อปืนบุกเข้าโกดังเป็นคนแรก อีกคนตามเป็นคนที่สอง ทูนอนทร์และสารวัตรตาม...สารวัตรและทูนจ่อปืนซ้ายขวา สองตำรวจวิ่งนำเข้าไปหลบอยู่หลังเก้าอี้
“มีใครอยู่ข้างใน ทิ้งอาวุธให้หมด ตำรวจล้อมไว้หมดแล้ว”
ไม่มีเสียงตอบ ตำรวจทั้งสองลุกขึ้น แล้ววิ่งไปดูทั่วห้อง
“ไม่มีคนครับท่าน”
ทูนอินทร์และสารวัตรตามมา เห็นที่โต๊ะมีจานชามและเศษอาหารกระจาย ทูนอินทร์เข้าใจได้ทันที
“ไอ้คำมันต้องพาแม่แสงหล้าหลบไปแน่ๆเลยครับ”
สารวัตรเด่นหันไปสั่งลูกน้อง
“หมวด กระจายกำลังเข้าไปป่า มันไปได้ไม่ไกลหรอก”
“ครับท่าน”
ทูนอินทร์และกลุ่มตำรวจกระจายกันลุยเข้าป่า







Create Date : 13 กุมภาพันธ์ 2555
Last Update : 13 กุมภาพันธ์ 2555 20:10:17 น.
Counter : 256 Pageviews.

0 comment
ต้มยำลำซิ่ง ตอนที่ 20 อวสาน (ต่อ)



รุ้งระวีนั่งอยู่ที่โต๊ะ มือถือแก้วกาแฟที่ร้อนควันฉุยหน้าตากังวลทุกข์ใจ อิทธิในชุดเสื้อคลุมนอนเปิดประตูเปิดเข้ามายิ้มให้ รุ้งระวีถอยไปจนชิดผนัง

“โธ่ ไม่ต้องกลัวผมขนาดนั้นก็ได้”
“ต้องกลัว เพราะคราวที่แล้วนายพาฉันมาค้างที่นี่ นายทั้งซ้อม ทั้งวางยา แล้ว จะข่มขืนฉัน”
“รุ้ง รุ้งก็รู้อยู่ว่าผมรักรุ้งแค่ไหน ถึงแม้ตอนนี้รุ้งจะเป็นของมือสองจากไอ้ทูนแต่ผมไม่ถือ เพราะคุณยังน่ารักน่าใคร่เหมาะที่จะเป็นเมียผมอย่างยิ่ง”
“ในชีวิตคุณนี่เคยมีความละอายบ้างไหม หรือว่าด้านเสียจนแยกแยะไม่ออกแล้วว่าอะไรดี อะไรชั่ว”
“บางครั้งความดี มันก็ไม่ช่วยให้ผมได้ทั้งเงินและอำนาจอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ความเลวนี่แหละที่มันช่วยให้ผมได้ทุกอย่าง”
อิทธิเดินเข้าหา รุ้งระวีถอยหนี
“อย่าเข้ามานะ”
“บอกแล้วไงว่าคุณต้องยอมผมทุกอย่าง ไม่งั้น แม่คุณต้องเจ็บตัวหนักกว่าเดิมแล้วอาจจะไม่ได้เจอหน้าลูกอีกเลย”
อิทธิเข้าประชิดแล้วปล้ำถอดเสื้อคลุมนอน รุ้งระวีพยายามผลักไส เสื้อคลุมหลุดออกเห็นชุดนอนบางเบา
“อย่ามาฤทธิ์เยอะนะ วันนี้เธอต้องเป็นเมียฉัน”
อิทธิดันร่างรุ้งระวีไปที่โต๊ะ แล้วจูบไซร้ซอกคอ รุ้งระวีนิ่งงันไป ไม่ผลักไสอีกแล้ว
“ว่าง่ายๆแบบนี้ค่อยดีหน่อย”
รุ้งระวีมองไปที่ถ้วยกาแฟที่ยังร้อนควันฉุย อิทธิยังซุกหน้ากับซอกคอ เธอแกล้งทำเสียงคราง
“คุณอิท อย่ารุนแรงกับรุ้งนะคะ”
อิทธิมองหน้านิ่ง
“พูดแบบนี้กับเจ้าทูนมันด้วยรึเปล่าเนี่ย”
รุ้งระวีมองตอบ
“จะเชื่อหรือไม่ก็ตามใจ รุ้งไม่เคยมีอะไรกับคุณทูน”
“ไม่เชื่อหรอก มันจะปล่อยเธอหลุดมือมาได้ยังไง”
“เขาเป็นสุภาพบุรุษต่างหาก”
“โง่น่ะซี แสดงว่ารุ้งยังบริสุทธิ์ผุดผ่อง”
รุ้งระวียิ้มยั่ว
“ค่ะ”
“ยังไงก็ไม่เชื่อ ต้องขอพิสูจน์เดี๋ยวนี้ละ”
อิทธิซุกไซร้ดอมดมที่เนินอกอีกครั้ง รุ้งระวีหน้าแหงนเงยครางตาม แต่เอื้อมมือไปหยิบแก้วกาแฟ อิทธิกำลังเพลินกับการไซร้ต่ำไปที่เนินอกมากขึ้นทุกที รุ้งระวีเทกาแฟร้อนๆ ลงที่เป้ากางเกงบ็อกเซอร์ทันทีเปียกไปทั้งหน้าขา อิทธิผงะหงายกุมเป้าร้องลั่น
“อ๊าก โอ๊ย”
“ว้าย คุณอิท รุ้งไม่ได้ตั้งใจ ขอโทษค่ะ มือมันปัดไปโดนถ้วยกาแฟ เป็นอะไรมากไหมคะ”
“โอ๊ย ร้อน พอง พองแล้ว”
“มา รุ้งช่วย”
รุ้งระวีจะเข้ามาจับเป้า อิทธิปัดมือออก คมกับเดชเปิดประตูเปิดเข้ามา คมเข้ามาประคอง
“นายครับ เป็นอะไรครับ”
เดชมองหน้ารุ้งระวี
“คุณทำอะไรนายผม”
“ก็แค่กาแฟร้อนๆ หกไปรดตรงที่มันชอบหื่น เท่านั้นเอง”
คมมองเจ้านายอย่างเป็นห่วง
“นายเป็นไงบ้าง”
อิทธิโอดครวญ
“ก็ลวกหมดแล้ว พองหมด โอยพาไปที เดินไม่ไหวแล้ว”
คมและเดชประคอง อิทธิที่เดินขาถ่างออกไป รุ้งระวีปิดประตูแล้วล็อกไว้ทันที ถอนใจที่รอดมาได้

วันต่อมา ดำรงกำลังกินอาหารกับฟ้าใส ดำรงมองอย่างสังเกตที่เห็นเธอนั่งหน้าเย็นชา...จ๊ะจ๋ากำลังล้างจานชามอยู่ในส่วนครัว ไม่ห่างนักได้ยินคำสนทนาทั้งหมด
“ได้ข่าวเรื่องนายอิทธิรึเปล่า”
“ข่าวอะไรคะ”
“ข่าวเรื่องรุ้งระวีกลับมาแล้วน่ะซี เห็นว่าจะจัดแถลงข่าวเรื่องที่เธอหายตัวไป ไม่รู้เรื่องเลยเหรอ”
ฟ้าใสเบ้หน้า
“ไม่สนค่ะ ทำไมฟ้าจะต้องไปสนใจเรื่องของนังรุ้งมันด้วย”
ดำรงยิ้มหยันๆ
“สนใจไว้บ้างก็ดีนะ”
“ทำไมคะ”
“มันเป็นกรณีตัวอย่าง เป็นนักร้องมีสังกัด ยังไงก็ต้องซื่อสัตย์กับเจ้าของ เขาลงทุนลงแรงไปไม่ใช่น้อย กว่าจะเป็นนักร้องมีชื่อขึ้นมาได้ ไม่ควรทรยศ”
ฟ้าใสอึ้งไป จ๊ะจ๋าเหลือบมองมาทางทั้งคู่ แล้วรีบล้างจานต่อ ฟ้าใสทำเป็นยิ้มแย้ม
“แย่นะคะนังรุ้งเนี่ย เพิ่งดังแท้ๆ แต่ออกฤทธิ์เสียแล้ว มันคงหลงตัวเองน่าดู อย่างนี้คงดังได้ไม่นาน เดี๋ยวก็ดับ”
“ใช่” ดำรงมองฟ้าใสนิ่ง ยิ้มเย็นๆ “อีกไม่นานก็ดับ”
ฟ้าใสเห็นสายตาของดำรงมองนิ่งมา รู้สึกถึงความอำมหิตบางอย่าง เธอรีบลุกขึ้นทันที
“เออ ฟ้าอิ่มแล้ว เข้าห้องน้ำก่อนนะคะ”
ฟ้าใสรีบผละไปเข้าห้องน้ำ จ๊ะจ๋าตรงมาจะเก็บจานชาม
“อิ่มแล้วนะคะเสี่ย”
“จ๊ะจ๋า”
“ขา”
“เฝ้าดูนังนี่ไว้ รู้เห็นอะไรเพิ่ม รายงานฉันทันที”
“ค่ะ”
“แล้ววันไหนว่าง ฉันจะเรียกหนูกับเพื่อนเข้าไปคุย”
“ค่ะ”
ดำรงลุกไป จ๊ะจ๋ามองตาม ยิ้มออกมาแสดงว่าเสี่ยรับรู้ข้อเสนอของตนแล้ว

วันแถลงข่าวมาถึง กลุ่มนักข่าวมาชุมนุมกันเช่นเคย โดยมีกลุ่มแฟนคลับออกันอยู่ด้านหลัง ทุกคนส่งเสียงคุยกันให้แซ่ดเรื่องที่รุ้งระวีหายหน้าไป
โต๊ะแถลงข่าวอยู่อีกด้านหนึ่ง กลุ่มจุ๊บแจงรวมกันอยู่มุมห้องให้นักข่าวสัมภาษณ์ จี่หอยกับมะปรางหลบอยู่มุมห้องกระซิบกระซาบกันอยู่
“ไม่เข้าใจจริง ๆ ทำไมคุณอิทไม่ให้เราพบรุ้ง แอบเก็บตัวไว้ในห้องทำไม”
“นั่นซีคะพี่ ให้ช่างแต่งหน้า ช่างผมมาดูแลแทนเราด้วย”
“ต้องมีเรื่องอะไรปกปิดไว้แน่ๆเลย”
นักข่าวกลุ่มเดิมที่เคยสัมภาษณ์ครั้งคอนเสิร์ตที่รุ้งระวีหนีไปกำลังสัมภาษณ์ พวกอาชาทำหน้าเศร้าทุกคน
“รู้สึกยังไงบ้างครับ ที่รุ้งระวีหนีไปแบบนี้” นักข่าวยิงคำถาม
“เป็นห่วงน้องเขามาก คิดถึงทุกช่วงเวลาที่เราออกคอนเสิร์ตด้วยกันร้องเพลงด้วยกัน มันเป็นช่วงเวลาที่เราแบ่งปัน สิ่งดีๆให้กัน” อาชาทำเป็นพูดเสียงขาดเป็นห้วงๆเศร้ามาก “มันสะเทือนใจ จนพูดไม่ออกแล้ว”
อาชาเบือนหน้า เช็ดน้ำตา ขวัญข้าวลูบไหล่อาชาเป็นการปลอบ ทำเสียงเครือตาม
“ถ้ารุ้งกลับมาคราวนี้ เราสัญญากันว่าเราจะเปิดใจกับน้องเขาให้มากขึ้น เราจะดูแลน้องเขาอย่างดีที่สุดค่ะ”
นักข่าวหันไปถามจุ๊แจงบ้าง
“น้องแจงมีอะไรจะพูดไหมคะ”
“แจงอยากจะบอกว่าแจงกินไม่ได้นอนไม่หลับตลอดเวลาที่พี่รุ้งหนีไป แจงส่งแรงใจไปถึงพี่รุ้งทุกวัน ให้พี่รีบกลับมาบ้านเราเร็วๆ”
จุ๊บแจงเช็ดน้ำตา จวงใจเข้าโอบ
“เข้มแข็งไว้ลูก เราต้องผ่านจุดนี้ไปให้ได้นะคะ”
นักข่าวบางคนแยกไป เหลือเฉพาะนักข่าวก็อซซิบกลุ่มเดิม นักข่าวกระซิบ
“พี่ครับ เราปิดไมค์ ปิดกล้องแล้ว พูดความจริงดีกว่า”
กลุ่มอาชาเปลี่ยนมู้ดทันที สุมหัวเข้าหากัน จวงใจได้ที่ใส่ไฟทันที
“น้องขา มันเพิ่งทำแท้งมาค่ะ”
“แน่ใจเหรอคะ”
“โธ่ หายไปเกือบอาทิตย์ รีดลูกแน่ๆ”
อาชารีบเสริม
“เห็นว่าคลีนิคเถื่อนแถวๆมีนบุรี”
นักข่าวงงๆ
“น้ำท่วมอยู่นะคะ ไปทำแท้งได้ยังไง”
ทั้งกลุ่มมองหน้ากัน เพราะโกหกไม่เนียน ขวัญข้าวรีบแก้
“คือไปทำก่อนท่วมค่ะ พอกำลังทำน้ำมันมาพอดี เลยติดเกาะอยู่กลับมาไม่ได้”
นักข่าวพยักหน้าเข้าใจ
“อ๋อ แล้วใครเป็นพ่อเด็กละคะ”
ขวัญรีบตอบ
“ยังจับมือใครดมไม่ได้เลยค่ะ”
อาชาพูดต่อ
“ก็มัวแต่ไปจับมือมาดม ถ้าจับอย่างอื่นดม ป่านนี้รู้เรื่องไปแล้ว”
ทั้งกลุ่มแอบหัวเราะเบาๆ จี่หอย มะปรางมองมาอย่างสงสัย

รุ้งระวีนั่งให้ช่างหน้าผมแต่งจนสะสวย อิทธิเฝ้าอยู่ คมกับเดชเฝ้าอยู่ที่ประตู อิทธิยิ้มพอใจเมื่อรุ้งระวีแต่งตัวเสร็จ
“เรียบร้อยแล้ว ออกไปได้”
ช่างผมออกไป อิทธิมองรุ้งระวีอย่างชื่นชมในความงาม แต่รุ้งระวีเศร้าและเหม่อลอย
“ยิ้มหน่อยซี เดี๋ยวคุณจะต้องออกไปเจอนักข่าวนะ อย่าให้เป็นที่สงสัย แล้วพูดตามสคริปทุกอย่าง”
“เข้าใจ” รุ้งลุกขึ้น “ฉันพร้อมแล้ว”
“เดี๋ยว ”
“มีอะไรอีก”
อิทธิจับมือรุ้งระวี ยกขึ้นทำท่าเหมือนจะประทับจูบ แต่ที่จริงพยายามจะถอดแหวนออก รุ้งระวีดึงมือกลับ
“จะทำอะไร”
“ถอดแหวนของไอ้ทูนออกซะ”
“ถอดทำไม”
“จะใส่ให้นักข่าวมันถามงั้นเหรอ ถอดออก แล้วทิ้งไป”
รุ้งระวีถอดแหวนออก อิทธิแบมือจะรับแหวน
“ผมจะเอาไปทิ้ง ไม่ต้องเสียดายหรอก แหวนกระจอกๆแบบนี้”
“ขอเถอะ ฉันจะเอาไปคืนคุณทูน”
“ยังหวังจะได้เจอมันอีกเหรอ”
“ฉันคงฝากพี่หอยไปคืนให้”
“ก็ได้”
รุ้งระวีหยิบกล่องแหวนขึ้นมาเก็บลงกล่อง แล้วใส่กระเป๋า เดินนำออกจากห้อง อิทธิ คม เดช ตามไป

อิทธิเดินคู่มากับรุ้งระวี ออกมาที่ห้องแถลงข่าว นักข่าวฮือกันถ่ายรูปแฟลชวูบวาบ รุ้งระวียิ้มอย่างฝืนใจเต็มที แฟนคลับให้ดอกไม้และของฝากตลอดทาง จี่หอยเข้ามากอดรุ้งระวีอย่างเป็นห่วง
“รุ้งเป็นยังไงบ้าง พี่เป็นห่วงหนูมากเลย”
“ไม่เป็นไรค่ะพี่หอย”
“จริงนะ”
“ค่ะ”
รุ้งระวีเดินมานั่งที่โต๊ะ อิทธิเริ่มการแถลงข่าว
“และรุ้งก็กลับมาสู่มิตรรักแฟนเพลงทุกท่านครับแล้ว ขอปรบมือต้อนรับ รุ้งระวีของเราครับ”
ทั้งห้องปรบมือ รุ้งระวีไหว้ทุกคน
“ขอบคุณค่ะ วันนี้รุ้งกลับมาแล้ว และพร้อมตอบคำถามทุกคำถาม”
นักข่าวคนหนึ่งยิงคำถามทันที
“คำถามแรกเลยค่ะ น้องรุ้งหายไปไหน แล้วทำไมถึงหายไปในวันคอนเสิร์ตใหญ่ด้วย ไม่รักแฟนเพลงแล้วหรือไง”
“กราบขอโทษแฟนเพลงทุกคนค่ะ วันนั้นที่รุ้งไม่ได้ออกคอนเสิร์ต เพราะ”
รุ้งระวีนิ่งไป ทุกคนนิ่งฟังกลุ่มอาชาฟังอย่างลุ้นเต็มที่ ขณะเดียวกันนั้น ทูนอินทร์และอินทรที่ปลอมตัวเป็นนักข่าวใส่ทั้งวิกผมใส่หนวดและแว่นตาถือกล้องเข้ามาในห้อง ทูนอินทร์มองรุ้งระวีนิ่ง
“รุ้งได้ข่าวร้ายเรื่องแม่ รุ้งจ้างนักสืบสืบหาแม่อยู่นาน วันนั้นเป็นวันที่ได้ข่าวว่า แม่รุ้งเสียแล้ว วันนั้นรุ้งหมดกำลังใจ หมดสิ้นทุกอย่างในชีวิต ถ้าออกไปร้องเพลงคืนนั้น ก็คงทำให้แฟนเพลงผิดหวัง เพราะคงออกไปร้องไห้ได้อย่างเดียว รุ้งกราบขอโทษทุกคนค่ะ”
นักข่าวพึมพำด้วยความเข้าใจและเห็นใจ จี่หอยกับมะปราง มองหน้ากัน เพราะรู้ว่านายอิทธิสร้างเรื่องขึ้นทั้งหมด ทูนอินทร์ฟังความจากรุ้งระวีนิ่ง
“แล้วทำไมต้องหนีไปด้วยละค่ะ”
“นั่นซีถ้าออกมาบอกเหตุผลนี้ ทุกคนก็ต้องเข้าใจนะครับ”
นักข่าวส่งเสียงอื้ออึงเห็นด้วย
“รุ้งไม่ได้หนีนะคะ แค่อยากรู้ว่าแม่เสียแล้วจริงรึเปล่า ก็เลยเดินทางไปที่วัดคำ สิงห์ที่แพร่คืนนั้นทันที”
“แล้วทำไมหายไปตั้งหลายวันละคะ”
“รุ้งไปอยู่ที่วัดเพื่อทำบุญกระดูกให้แม่ค่ะ ตอนนั้นสภาพจิตใจแย่มากก็เลยตัดสินใจถือศีลอยู่ที่วัดเลย จนรู้สึกดีขึ้นถึงได้กลับมานี่ละค่ะ”
“ตกลงคุณแม่เสียจริงๆนะคะ”
“ค่ะ แม่รุ้งเสียไปแล้ว”
ทูนอินทร์และอินทรมองหน้ากัน กระซิบกันเบาๆ
“เฮ่ย ทำไมรุ้งพูดอย่างนั้นล่ะ ทำไมบอกว่าแม่เสีย”
“ต้องถูกบังคับให้พูดแน่ๆเลยครับ”
“ก็ไม่ควรพูด แล้วถ้าความจริงมันถูกเปิดเผยออกมา คนไม่ประณามกันทั้งประเทศเหรอ”
รุ้งระวีพูดต่อ
“แต่ตอนนี้ รุ้งดีขึ้นแล้วค่ะ พร้อมที่จะกลับมาทำงานเหมือนเดิมแล้ว”
นักข่าวถามอีก
“ที่ว่ากลับมาทำงาน คือกลับมาทำงานค่ายเพลงของ อิทธิซาวนด์ใช่ไหมคะ”
“ใช่ค่ะ เอ มีค่ายอื่นด้วยเหรอคะ”
นักข่าวฮือ ทูนอินทร์ยิ่งงง
“ก็ค่าย รุ้งกินน้ำ ของพี่เมธกับคุณทูนอินทร์ไงครับ เห็นว่ากำลังทาบทามตัวให้ย้ายค่ายอยู่”
รุ้งระวียิ้มเศร้า
“ไม่ละค่ะ รุ้งปฏิเสธทางนั้นไปแล้ว ไม่มีการย้ายค่ายแน่นอน”
อิทธิยิ้มพอใจ ทุกคนฮือฮา จี่หอยกับมะปรางงง ทูนอินทร์ไม่พอใจมาก
“อะไรกันวะ”
อิทธิยิ้มกว้างให้นักข่าว
“ชัดเจนนะครับ รุ้งจะอยู่สังกัดอิทธิซาวนด์เท่านั้น ไม่มีการย้ายค่ายไปที่อื่น มีคำถามอีกไหม”
นักข่าวคนหนึ่งถามขึ้น
“เออ ตกลงข่าวลือ ที่ว่าท้องแล้วแอบไปทำแท้ง ไม่ใช่เรื่องจริงนะคะ”
ทุกคนฮือขึ้นทั้งห้อง
“ข่าวลือก็คือข่าวลือ อย่าไปเชื่อนะคะ คนปล่อยข่าวเป็นพวกขี้อิจฉาไม่เคยหวังดีกับรุ้งเลย” รุ้งมองไปทางกลุ่มอาชา “พวกนี้จ้องจะทำลายรุ้งตั้งแต่วันแรกที่รุ้งมาเหยียบเมืองไทยเลยละค่ะ”
ทุกคนถามกันใหญ่ว่าใคร กลุ่มอาชามองหน้ากัน พยายามไม่แสดงพิรุธ
“อีกอย่างรุ้งยังไม่มีความรักกับผู้ชายคนไหนเลย จะไปท้องกับใครได้คะ”
ทั้งห้องหัวเราะปรบมือ อิทธิยิ้มกับตัวเอง ทูนอินทร์ชักโกรธ
“อ้าว ทำไมพูดแบบนี้ ไม่มีความรัก เอ๊ะ แล้วรุ้งเอาฉันไปทิ้งไว้ที่ไหนละวะ”
ทูนอินทร์ฮึดฮัด อินทรต้องเตือน
“พี่ บอกแล้วว่าพี่รุ้งถูกบังคับให้พูด”
“บังคับยังไง แต่ก็ไม่น่าโกหกแฟนเพลงแบบนี้ ทั้งเรื่องแม่ เรื่องความรัก เรื่องย้ายค่าย”
“พี่ทูนใจเย็นๆ”
อิทธิกวาดตามองนักข่าว
“มีคำถามอีกไหมครับ”
นักข่าวรุมถามกันเซ็งแซ่ จนฟังไม่ได้ศัพท์ อิทธิรีบตัดบท
“เดี๋ยวครับ ผมขอแค่อีกคำถามเดียว เดี๋ยวต้องพักสักครู่”
นักข่าวรุมถาม แต่ทูนอินทร์ยกมือขึ้นเสียงดังชัดเจนกว่าเพื่อน
“ผมขอถามครับ”
ทุกคนหันมามองทูนอินทร์
“คุณรุ้งแน่ใจเหรอครับว่าคุณรุ้งไม่มีความรัก”
รุ้งระวีมองมาที่ทูนอินทร์ เขม้นมองเหมือนว่าใช่หรือไม่ใช่เธอนิ่งงันไปครู่หนึ่ง
“ค่ะ ยอมรับว่า เคยมีความรัก มันเป็นรักครั้งแรก แต่มันเป็นความรักที่รุ้งหลอกตัวเอง รุ้งจบกับมันไปนานแล้วค่ะ”
ทูนอินทร์มองรุ้งระวีอย่างไม่เข้าใจสับสน งุนงง ทั้งสองประสานสายตาครู่หนึ่ง เธอยังจำเขาไม่ได้
ทูนอินทร์หมดอาลัยตายอยากแยกมาจากกลุ่มออกไปนอกห้อง อินทรตาม จี่หอยและมะปรางมองตามทั้งคู่อย่างสงสัย
“คุ้นๆนะ”
“ค่ะ”
ทูนอินทร์ออกมานอกห้อง อินทรตามมา
“พี่ทูนครับ อย่าเพิ่งด่วนตัดสินพี่รุ้งซีครับ”
“ไม่รู้ แต่มันเสียความรู้สึกว่ะ”
“มาถึงตอนนี้แล้ว ยังไม่มั่นใจในตัวพี่รุ้งอีกหรือครับ”

ทูนอินทร์มองหน้าน้องชายเริ่มได้สติกลับมาเสียงฮือฮาดังขึ้นในห้อง ทั้งสองรีบกลับเข้าไปในงานเสียงฮือฮาดังทั่วงาน รุ้งระวีมีอาการตกใจมองหน้า อิทธิอย่างงุนงง จี่หอยกับมะปรางอึ้ง กลุ่มอาชาหน้าเสีย โดยเฉพาะจุ๊บแจง ทำท่าจะร้องไห้ อาชารีบถาม
“คุณ อิท พูดใหม่อีกทีครับ เมื่อกี้ได้ยินไม่ชัด”
“ผมกำลังบอกว่า ที่รุ้งพูดว่าไม่มีความรักอีกแล้ว เขาหมายถึงผู้ชายคนเก่าของเขาน่ะครับ แต่ที่จริงแล้วตอนนี้รุ้งกำลังมีความรักครั้งใหม่ กับผมเองครับ”
ทูนอินทร์อึ้งอีกครั้ง นักข่าวส่งคำถามกันเซ็งแซ่ รุ้งระวีกระซิบถามอิทธิ
“นี่คุณพูดอะไรออกมา”
“ผมรักรุ้ง รักตั้งแต่วันแรกที่เห็นรุ้งที่แอลเอ ผมรู้ว่านี่แหละคือหญิงที่ผมจะมอบทั้งชีวิตให้เธอ มันเป็นความรักที่ปราศจากข้อแม้ใดๆความรักที่บริสุทธิ์จริงใจ”
รุ้งระวีรีบกระซิบ
“คุณอิท พอเถอะ”
“ผมรู้ว่าตอนที่รุ้งหนีไปจากผม ผมคิดถึงเธอมากแค่ไหน เพราะฉะนั้นเมื่อเธอกลับมาคราวนี้ ผมจะไม่ยอมเสียเธอไปอีกแล้ว”
อิทธิทรุดลงนั่งเบื้องหน้ารุ้งระวีทันที ทุกคนในห้องเงียบเสียง อิทธิล้วงกระเป๋าหยิบกล่องแหวนออกมา ทุกคนฮือ รุ้งระวีช็อค ทูนอึ้ง จุ๊บแจงเจ็บแปลบที่ใจ
“รุ้งครับ แต่งงานกับผมนะครับ”
รุ้งระวีหน้าตื่นรีบกระซิบถาม
“คุณอิท นี่มันเรื่องอะไร นี่ไม่ใช่บทที่ต้องเล่นนี่”
“ด้นสดไงคุณ เล่นไปตามบทของผม ตอบรับเดี๋ยวนี้”
“ไม่”
“ถ้าปฏิเสธ ผมสั่งเชือดแม่คุณเดี๋ยวนี้ละ”
รุ้งระวีพูดไม่ออก มองไปทางคมและเดชที่มองมาอย่างเหี้ยมๆอิทธิ จ้องหน้าขู่
“เร็ว ตอบรับแต่งงานกับผม แล้วรับแหวนไป”
ทูนอินทร์มองอย่างลุ้น สังเกตที่นิ้วของเธอ ไม่มีแหวนของตนใส่อยู่อีกแล้ว เขาใจหาย แล้วอย่างไม่คาดฝัน รุ้งระวีรับแหวนจากมือของ อิทธิ ช่างภาพถ่ายรูปกันวูบวาบ จุ๊บแจงร้องไห้โฮออกมา จวงใจต้องดึงมากอด จี่หอยกับมะปรางตะลึง ทูนอินทร์นิ่งอึ้ง
“ค่ะ ฉันจะแต่งงานกับคุณ”
คนในงานปรบมือกราว อิทธิยิ้มร่า ลุกขึ้นมาบรรจงถอดแหวนจากกล่อง แล้วสวมเข้านิ้วมือของเธอแล้วดึงร่างของเธอมากอดไว้ รุ้งระวีฝืนยิ้ม
“วันนี้เป็นวันที่ผมมีความสุขที่สุดเลยครับ”
รุ้งระวีกระซิบอย่างไม่พอใจ
“นี่มันเกินไปแล้ว”
อิทธิกระซิบขู่
“เล่นไปตามเกม”
“ไม่ ฉันจะกรี๊ดเดี๋ยวนี้ละ”
อิทธิรีบหันไปบอกนักข่าว
“เออ ว่าที่เจ้าสาวตื่นเต้นมากน่ะครับ ดีใจจนจะร้องไห้อยู่แล้ว ขอเวลาส่วนตัวสักครู่ อีกชั่วโมงผมจะกลับมาให้สัมภาษณ์ใหม่”
อิทธิ พารุ้งระวีเดินผ่านกลุ่มแฟนคลับและนักข่าวไป รุ้งระวีหน้าเครียดผ่านหน้าทูนอินทร์กับอินทร เธอไม่ได้มอง ทูนอินทร์มองอย่างใจสลาย จี่หอยจะร้องไห้
“เออ ขอเชิญทุกท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยนะคะ มีของว่าง ชากาแฟ ดื่มน้ำ ปัสสาวะ ที่ห้องด้านนอกจัดไว้ให้แล้ว ฮือ”
มะปรางเข้าปลอบ
“พี่หอย ทำใจดีๆไว้ค่ะ”
“ยายรุ้งมันเป็นอะไรของมัน ทำไมมัน สองจิตสองใจแบบนี้”
ทูนอินทร์น้ำตารื้นเดินเข้ามาหาจี่หอย และปราง อินทรตามมา จี่หอยหันไปถาม
“แฟนคลับรุ้งใช่มะ เชิญข้างนอกเลยค่ะ”
“พี่หอย ทำไมรุ้งเขาทำกับผมอย่างนี้”
“อกแตก คุณทูน”
มะปรางมองหน้าอินทร
“คุณทร สงสัยอยู่แล้วเชียวว่าต้องเป็นคุณ”
ทูนอินทร์จะแกะหนวดออก จี่หอยรีบห้าม
“อย่าแกะขนหน้าออกค่ะ เดี๋ยวใครจำได้ โธ่ มาเข้าถ้ำเสือแท้ๆเลยหลบก่อน”
จี่หอยดึงทูนอินทร์หลบเข้าด้านใน อินทรตาม

รุ้งระวีผลักอิทธิที่สวมกอดออกทันที เมื่อทั้งคู่เข้ามาในห้องประชุม คมกับเดช ตามเข้ามา
“อย่ามามัดมือชกฉันแบบนี้ ฉันไม่มีวันแต่งงานกับคุณ”
“ต้องแต่ง คุณไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ”
“ถ้าฉันประกาศต่อหน้านักข่าวบอกเรื่องที่คุณกักขังแม่ฉันไว้ คุณก็ไม่มีทางรอดอยู่แล้ว”
รุ้งระวีจะออกจากห้อง คมกับเดช เข้ามาขวางไว้
“อย่ามาขวางนะ”
รุ้งระวีเข้ามาผลักทั้งสอง แต่ทั้งสองยึดร่างรุ้งระวีไว้ อิทธิเข้ามากระชากร่างเธอเข้าหาตัว
“ผมกดโทรศัพท์นิดเดียว ชีวิตแม่คุณก็จบ อยากให้ตายอย่างทรมานไหมจะ ออนไลน์ให้ดูทุกขั้นตอนเลย ค่อย ๆ เชือดจนกว่าเลือดจะไหลหมดตัว...เอาไหม”
อิทธิเขย่า รุ้งระวีหมดแรงร้องไห้โฮ
“อย่าทำแม่ฉัน สงสารท่านเถอะ”
“งั้นก็ต้องแต่งงานกับผม เดี๋ยวเราจะออกไปแถลงข่าวด้วยกัน ผมกำหนดวัน เวลา สถานที่ไว้แล้ว”
“คุณต้องการอะไรจากฉันอีก แค่ฉันทำงานให้คุณ คุณไม่พอใจหรือไง”
“ยังไม่พอ ผมยังต้องการกำไรจากคุณอีกเยอะ”
รุ้งระวีฟุบลงกับโต๊ะทำงาน ร้องไห้สะอื้น
“สงบใจซะ แล้วเดี๋ยวออกไป คุณต้องพร้อมที่จะสัมภาษณ์ อ้อ...ยังไงก็ต้องขอบใจนะ ที่บอกว่ารักครั้งแรก กับไอ้ทูนน่ะ มันจบสิ้นไปแล้ว”
รุ้งระวีเงยหน้าขึ้นมองอิทธิอย่างจงชัง
“ใครบอกว่าฉันหมายถึงคุณทูน รักครั้งแรกของฉันคือคุณต่างหาก คุณอิท ที่คุณเข้ามาจีบฉันที่ แอล เอ ตอนแรกฉันก็หลงคารมคุณ นึกว่ามันคือรักแท้แต่มารู้ทีหลังว่าคุณไม่เคยมีความรักให้ใครนอกจากตัวเองที่ปั้นฉันให้ดัง มันคือเรื่องเงินอย่างเดียว”
อิทธิยิ้มหยัน
“รู้แล้วก็ดี เราจะได้แต่งงานกันเพื่อ เงิน และชื่อเสียงไง เอื้อประโยชน์ กันทั้งสองฝ่าย ผัวเมียดังๆ หลายคู่ในวงการ เขาก็เป็นแบบนี้แหละ”
อิทธิหัวเราะอย่างผู้ชนะ รุ้งระวีร้องไห้หมดอาลัย

จี่หอยกับมะปราง พาทูนอินทร์และอินทรมาหลบอยู่มุมสงบของออฟฟิศ
“คุณทูน รุ้งมันพูดไปอย่างนั้นแสดงว่าโดนใบสั่งมา”
“ไม่เชื่อ ผมว่ามันคือเจตนาเขาจริงๆ”
อินทรหนักใจ
“ช่วยพูดทีเถอะครับ พี่ทูนเชื่อว่าพี่รุ้งทรยศเขาอีกแล้ว”
“ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น เอาอย่างนี้ฉันจะไปถามเจ้าตัวเลยดีกว่า”
ทูนอินทร์แกะหนวดถอดวิกออก จี่หอยตกใจ
“คุณทูนแกะออกทำไม เดี๋ยวใครจำได้”
“ก็อยากให้จำได้ไงครับ”
ทูนอินทร์ออกไปทันที อินทรเรียกไว้
“พี่ทูน เดี๋ยว”
จี่หอยตกใจ
“ตายแล้ว งานนี้แหกแน่ ตามไปเร็ว”
ทั้งสามวิ่งตามไป
ทูนอินทร์ตรงมาที่หน้าห้องประชุมเคาะประตูอย่างแรง
“รุ้ง นี่ผมเอง ออกมาคุยกันให้รู้เรื่อง”
รุ้งระวีหันมามองที่ประตูพร้อมกับ อิทธิ คม เดช
“คุณทูน”
รุ้งระวีลุกทันที อิทธิจับมือไว้ อิทธิหันไปสั่งลูกน้อง
“เฮ้ย เปิดประตูให้มันเข้ามา”
คมกับเดช เปิดประตู ทูนอินทร์ยืนมองมาที่รุ้งระวี อิทธิดึงรุ้งระวีมากอด ทูนอินทร์มองอย่างชิงชัง
“ว่าไงนายทูน กล้านะ บุกมาถึงที่นี่”
อินทร จี่หอย มะปราง วิ่งตามมา อินทรพยายามห้าม
“พี่ทูนครับ อย่าเสี่ยงเลย”
“ยังไงฉันก็ต้องรู้ความจริงจากปากรุ้งให้ได้”
ทูนอินทร์ก้าวเข้ามาในห้อง คมและเดชจะเข้าจัดการ อิทธิห้ามไว้
“เฮ้ย ไม่ต้อง ให้โอกาสนายทูนเขาล่ำลาแฟนเก่าเขาหน่อย”
ทูนอินทร์มองรุ้งระวีนิ่ง
“รุ้ง บอกผมมา เมื่อกี้ที่พูดไป คุณถูกบังคับหรือคุณตั้งใจจะพูดอย่างนั้นจริงๆ”
รุ้งระวีหันไปบอกอิทธิ
“คุณอิท ฉันอยากพูดกับคุณทูนเป็นการส่วนตัว”
“ไม่อนุญาต ถ้าจะพูด ต้องพูดต่อหน้าผม”
รุ้งระวีมอง อิทธิและมองทูนอินทร์ เปลี่ยนแผนในการเจรจาทันที
“ก็ได้” รุ้งระวีมองทูนอินทร์อย่างหยันๆ “ไม่มีใครบังคับฉันหรอกค่ะ ที่ฉันพูดฉันหมายความอย่างนั้นจริง ๆ”
จี่หอยหน้าตื่น
“อกแตก รุ้ง”
ทูนอินทร์มองรุ้งระวีอย่างไม่เข้าใจ
“งั้นคุณก็เต็มใจที่จะแต่งงานกับมัน”
“ค่ะ ฉันเต็มใจ”
ทูนอินทร์กราดเกรี้ยวปนเจ็บปวด
“แล้วที่เราสัญญากันไว้”
“ลืมมันไปให้หมดเถอะค่ะทูน มันเป็นแค่ความฝันลมๆแล้งๆของเราเท่านั้นเอง”
อิทธิยิ้มชอบใจ ยังนึกแปลกใจเล็กๆ ที่รุ้งเปลี่ยนท่าทีได้ถึงขนาดนี้”
“ทั้งเรื่องงานเพลง ทั้งเรื่องความรัก มันจบลงง่ายๆ แบบนี้เหรอ”
“มันต้องจบค่ะทูน เพราะฉันมาลองคิดดูแล้ว คุณให้ความฝันฉันไม่ได้ ถ้าฉันอยู่ค่ายเพลงของคุณ ฉันก็คงเป็นแค่นักร้องเพื่อชีวิตที่มียอดขายไม่เกินสองพันแผ่น ฉันไม่มีวันเป็น รุ้งระวี ศรีแอลเอที่มียอดขายเป็นล้าน เป็นขวัญใจแฟนเพลงทั้งบ้านทั้งเมือง อย่างที่คุณ อิทธิสร้างให้ฉันแบบนี้หรอก”

อินทร จี่หอย มะปราง ตะลึงกันไป ทูนอินทร์ไม่อยากจะเชื่อในคำพูดของเธอ
“รุ้ง นี่คุณกำลังเล่นละครหลอกผมรึเปล่า คุณไม่ใช่คนแบบนี้”
“คุณไม่เข้าใจผู้หญิงอย่างฉันเลยนะคะทูน ใช่ค่ะ ฉันเล่นละครตบตา แต่เป็น ตอนที่ฉันอยู่กับคุณต่างหาก หลังจากที่ฉันสำรวจแล้วว่าค่ายเพลงของคุณ เป็นแค่ค่ายอินดี้ที่มีวงเงินหมุนเวียนไม่ถึงสิบล้านด้วยซ้ำ ฉันก็รู้แล้วว่าคุณไม่มีทางพาฉันสู่ความเป็นดาวระดับประเทศได้”
ทูนอินทร์เจ็บแค้นใจ
“อ้อ เงินทองกับชื่อเสียงเท่านั้นใช่ไหมที่เธอต้องการ”
“ถูกต้อง คนอย่างคุณสามารถพาฉันขึ้นคอนเสิร์ตใหญ่ๆ ได้ไหม จะมีได้ก็แค่งานวัด หรือไม่ก็ร้านต้มแซ่บของคุณเท่านั้น คุณจะให้คนมีความงาม มีความสามารถขนาดฉัน ต้องไปลงเอยอยู่ในร้านเหล้ากระจอกๆ แบบนั้นเหรอ ไม่มีวันหรอก”
“โธ่ นังชั่ว”
ทูนอินทร์ถลาเข้ามาบีบคอรุ้ง เขย่าอย่างแรง
จี่หอย มะปรางร้องกรี๊ด คมกับเดชเข้ากระชากร่างทูนอินทร์ออกมาแล้วชกที่ท้อง เดชยันร่างทูนกระเดนไปกับพื้น รุ้งระวีใจหาย อินทรเข้าช่วยพี่ชาย โดนคมชกเข้าอีกคน ล้มไม่เป็นท่า เดชจะกระทืบทูน รุ้งระวีหลุดปาก
“อย่าทำอะไรเขานะ”
อิทธิสั่งลูกน้อง
“ลากตัวมันออกไป”
คมดึงร่างทูนอินทร์ เดชกระชากอินทร แล้วผลักออกไปนอกห้อง ทั้งสองถูกเหวี่ยงมากองที่พื้น จี่หอยกับมะปรางเข้าช่วย อิทธิและรุ้งระวีตามออกมา
“ได้ยินที่รุ้งพูดแล้วใช่ไหม แกกลับไปบ้านนอกของแก แล้วอย่ามายุ่งกับเจ้าสาวของฉันอีก”
“ไปครับพี่”
อินทรประคองทูนอินทร์ลุกขึ้นจะเดินออกไป จี่หอยกับมะปรางสลดใจ
“เดี๋ยวค่ะ”
รุ้งระวีหยิบกล่องแหวนของทูนอินทร์ออกมาแล้วเปิดออก
“แหวนของคุณ”
รุ้งระวียื่นให้ แต่ทูนไม่รับ อินทรรับแทน
“โถ ”ใครอยากจะไปได้แหวนทองเกลี้ยงๆแบบนี้ ในเมื่อวงนี้ไม่ต่ำกว่าสิบห้ากะรัต”
รุ้งระวีชูนิ้วให้ดูทำนิ้วพริ้วไปมา อิทธิหัวเราะร่าชอบใจ ดึงรุ้งระวีมากอดไว้ ทูนอินทร์มองรุ้งระวีอย่างเกลียดชัง อินทรฉุดแขนพี่ชาย
“กลับครับพี่”
ทูนอินทร์จากไปด้วยอาการบอบช้ำ จี่หอยกับมะปรางจะตาม อิทธิส่งเสียงขึ้น
“ไม่ต้องไปยุ่งกับมันนะเจ๊หอย เทคแคร์กันดีเหลือเกินนี่”
รุ้งระวีพูดเสริม
“ใช่ เทคแคร์กันดีเหลือเกิน ต่อไปนี้ไม่ต้องไปคบค้ากับนายทูนอีกแล้วนะคะพี่หอย เธอด้วยนะมะปราง”
มะปรางงงๆ
“ขา”
รุ้งระวีมองหน้า
“สนิทกับนาย อินทรเหลือเกิน ต่อไปนี้เลิกคบกันเด็ดขาด”
มะปรางอึ้ง รุ้งระวีแหวใส่
“รับปากมาซี อ้ำอึ้งอยู่ทำไม”
“ค่ะ เลิกก็ได้ค่ะ”
จี่หอยเชิ่ดใส่รุ้งระวีและ อิทธิ
“ไป ปราง ไปทำงานของเราต่อ ถือคตินี้ไว้นะใครดีก็ดีตอบ ใครไม่ชอบก็ช่างหัวมัน”
จี่หอยกับมะปราง หน้าเชิ่ดออกไป รุ้งระวีไม่พอใจ
“ร้ายนะ ยายเจ๊หอยเนี่ย”
อิทธิพยักหน้าให้คม และเดชออกไป ทั้งสองยิ้มกริ่มรีบไป อิทธิดึงรุ้งระวีมากอด
“รุ้ง สะใจผมเหลือเกินที่พูดกับไอ้ทูนไปเมื่อกี้ แต่แปลก รักมันมากไม่ใช่เหรอ ทำไมตัดสัมพันธ์เร็วนัก”
“เคยรักค่ะ แต่พอเห็นสภาพกลวงๆของเขาแล้ว รักไม่ลง”
อิทธิดึงรุ้งระวีมากอดไว้ เธอซบไหล่ของเขาสายตาส่อแววร้ายสะใจที่หลอกอิทธิได้






Create Date : 12 กุมภาพันธ์ 2555
Last Update : 12 กุมภาพันธ์ 2555 11:49:25 น.
Counter : 114 Pageviews.

0 comment
ต้มยำลำซิ่ง ตอนที่ 20 อวสาน



แสงหล้ามองลูกสาวอีกครั้งแล้วค่อยๆ เดินเช็ดน้ำตาเข้าไปในสวนป่าจะกลับไปเก็บของที่ร้าน แต่ขณะที่เดินไปนั้นเธอรู้สึกเหมือนมีคนเดินตามมาจึงหันไปมองเบื้องหลังไม่เห็นใคร แสงหล้าเดินเรื่อยเข้าไปในสวนจะออกถนนใหญ่

ทันใดนั้นเธอได้ยินเสียงฝีเท้าคนอีกครั้ง เธอหันไปเห็นชายฉกรรจ์เดินตามมาสองคนอยู่ไกลๆ เธอรีบเดินอย่างเร็ว แต่พอเดินมาถึงจุดหนึ่งก็ชะงักไป เพราะร่างของคำรณโผล่ออกมาจากต้นไม้ใหญ่
“แกจะรีบไปไหนเหรอนังแสง”
“ไอ้คำ”
“เก่งมากนะที่มากบดานอยู่บ้านไอ้ทูน จนข้ามองข้ามเอ็งไปได้”
แสงจะกลับหลัง ชายฉกรรจ์สองคนเดินเข้ามาใกล้ ยิ้มน่ากลัว
“แกต้องการอะไร”
“ข้าเตือนแล้วว่าอย่ามายุ่งกับนังรุ้ง เอ็งไม่เชื่อ ยังเสนอหน้ามาใกล้ลูกอีกต่างหาก”
“จะฆ่าข้าก็ได้ แต่อย่าทำอะไรลูกข้า ข้าขอละ”
“คราวนี้ข้าไม่ฆ่าเอ็งหรอก เพราะชีวิตเอ็งยังมีค่า ใช้ประโยชน์ได้อีกเยอะ” คำรณหันไปสั่งลูกน้อง “เฮ้ย ไอ้โจ้ ไอ้เบิร์ดจัดการให้มันอยู่ในโอวาท”
สองชายฉกรรจ์เดินเข้าหา แสงหล้าถอยกรูด
“อย่านะ อย่าเข้ามา”
แสงหล้าคว้าท่อนไม้ได้ท่อนนึงบังเอิญวางอยู่พอดีเอามาเป็นอาวุธ โจ้กับเบิร์ดหัวเราะร่า เบิร์ดเดินเข้ามาแสงหล้าฟาดไม้ลงกลางแสกหน้าไม้หักแต่หน้าเบิร์ดไม่เป็นไรก่อนจะตบหน้าแสงหล้าด้วยหลังมือจนเซไป โจ้เข้ามาตบซ้ำ แสงหล้าล้มไปกับพื้น เลือดกลบปาก มองไปที่คำรณ ที่ยิ้มแสยะ ก่อนที่ภาพทั้งหมดจะวูบเลือนไป

ค่ำคืนนั้น อิทธิและฟ้าใสนอนเปลือยเปล่าด้วยกันบนเตียง หญิงสาวซบกับอกของเขา
“ยังไม่ให้คำตอบฟ้าเลยว่าจะให้ฟ้าเข้าสังกัดคุณเมื่อไหร่”
“ใจเย็นๆซี”
“ถ้ารู้กำหนด ฟ้าจะได้ลาออกจากไอ้เสี่ยเลยไงคะ แล้วก็”
“อะไรเหรอ”
“ฟ้าเข้าสังกัดคุณ ฟ้าจะมาแทนนังรุ้ง รับรองฟ้าจะไปชุบตัวให้สาวสวยกว่าเดิมแล้วคุณเอาเพลงเด็ด ๆ ของนังรุ้งมาให้ฟ้าร้อง รับรองฟ้าจะทำให้คนลืมนังรุ้งไปเลย”
“รุ้งยังอยู่ในสังกัดของผมนะ อีกหนึ่งปีเต็ม”
“มันหนีไปอย่างนี้ แสดงว่ามันไม่ต้องการทำงานให้คุณแล้ว ตัดหางมันไปเถอะค่ะจะไปสนมันทำไม ในเมื่อมีฟ้ามาแทนที่แล้วทั้งคน”
“ให้ผมจัดการเรื่องรุ้งก่อนนะ แล้วผมจะทำตัวเป็นป๋าดันให้คุณเต็มๆเลย”
“จริงนะคะป๋า”
ทั้งสองหัวเราะให้กัน อิทธิเบือนหน้าหลบสายตาฟ้าใสแอบทำหน้าเอือมๆ เพราะไม่นึกอยากได้ฟ้าใสสักนิด ทันใดนั้นมือถืออิทธิดังขึ้น เขาลุกมารับสาย
“ว่าไง”
อิทธิเหลือบมองฟ้าใส ที่มองมาแล้วรีบแยกออกมาจากห้องนอนลดเสียงลง
“ว่าไงวะ เจอนังแม่แล้วเหรอ”
คำรณคุยโทรศัพท์อยู่เซฟเฮาส์กลางสวนป่า โดยมีร่างของแสงหล้านอนหมดสติอยู่ ผมกระเซิง เสื้อผ้าฉีกขาดเพราะโดนซ้อมมาอย่างหนัก โจ้และเบิร์ดเฝ้าอยู่
“ครับนาย ตอนนี้มันอยู่ที่เซฟเฮาส์ของผม”
“ไปจับมาได้ยังไงวะ”
“มันมาทำงานเป็นแม่ครัวที่ร้านไอ้ทูนนั่นแหละครับ”
“เข้าใจหาที่ซ่อนตัว อยู่ใต้จมูกเรานี่เอง”
“มีข่าวดีอีกเรื่องครับ”
“อะไร”
“คุณรุ้งอยู่กับเจ้าทูนด้วยครับ นายมาตามตัวกลับได้เลย”
“ดีมาก เฮ้ย แกส่งภาพมาให้ฉันดูหน่อย ฉันอยากเห็นหน้านังแม่มัน”
“ไม่น่าดูนักนะครับ เพราะผมสั่งสอนมันไปรอบนึงแล้ว”
“เฮ้ย อย่าทำอะไรเกินเหตุนะ เราต้องใช้งานมันอีกหลายเรื่อง”
“ทราบครับนาย”
คำรณเลิกสาย แล้วเดินมาหาแสงหล้า พร้อมกับหันไปสั่งสมุน
“จับหน้ามันเงยขึ้นมา”
โจ้จับร่างแสงหล้านอนหงาย คำรณถ่ายภาพด้วยมือถือ อิทธิรอสายอยู่ สัญญาณเข้ามาเขากดมองภาพในมือถืออย่างพึงใจ หน้าของแสงหล้าฟกช้ำไปทั้งหน้าเลือดยังกรังที่หน้าผากและริมฝีปาก อิทธิยิ้มสะใจ

แขกในร้านมีประปราย รุ้งระวีและทูนอินทร์นั่งอยู่ด้วยกันที่มุมสงบของร้าน เธอยังคงติดใจเรื่องเสียงของแม่เมื่อกลางวัน หนานเข้ามาบอก
“วันนี้ป้าแสงไม่มาร้านครับ”
คูนตามหนานเข้ามาบอกอีกคน
“ที่บ้านก็ไม่อยู่หรือครับ”
ทูนอินทร์แปลกใจ
“เห็นป้าแป๋วบอกว่ากลับมาที่ร้านแล้วนี่ ส้มล่ะ มันรู้ไหมว่าป้าอยู่ที่ไหน”
“ต้องไปถามในครัวน่ะครับ” หนานบอก
ส้มป่อยกำลังช่วยงานครัวอยู่ ทูนอินทร์ หนาน คูน รอฟังคำตอบอยู่
“ไม่เห็นเลยค่ะตั้งแต่บ่ายแล้ว เอ๊ะ หรือว่าป้าแกหนีไปแล้ว”
หนานส่ายหน้าเป็นไปไม่ได้
“เฮ่ย จะหนีไปไหน”
“ไม่รู้นี่คะ เห็นแกรวยแล้วตอนนี้ เงินก็มีใช้ มือถือก็มี”
ทูนอินทร์ชักสงสัย
“ไปดูที่ห้องซิ”
ทั้งหมดตรงไปที่ห้องพักของแสงหล้า เปิดประตูเข้าไป หนานเปิดไฟ เห็นข้าวของของแสงหล้ายังวางอยู่ครบถ้วน คูนชี้มือไปที่ของ
“นี่ไง ข้าวของของป้าแกยังอยู่ครบ ไม่ได้หนีไปไหนสักหน่อย”
ทูนอินทร์เข้ามาสำรวจรอบๆห้อง ส้มป่อยเห็นมือถือวางอยู่หัวเตียง
“อุ๊ย มือถือก็ยังอยู่นะคะนาย”
ทูนอินทร์แปลกใจมาก
“แกไปไหนของแก”
หนานคิดๆ
“หรือว่าไปที่ตลาดครับ เพราะคืนนี้มีลิเกเล่นที่ตลาดด้วย”
ทูนอินทร์หันไปสั่งสามคน
“คอยดูไว้นะ แกกลับมาเมื่อไหร่ก็ให้ไปพบที่ร้าน เพราะว่ารุ้งเขาอยากเจอป้าแสงมาก”
ส้มป่อยนึกได้รีบบอก
“แต่ป้าเขาไม่อยากเจอพี่รุ้งหรอกค่ะ”
ทูนอินทร์แปลกใจ
“ทำไมล่ะ”
“ไม่รู้ค่ะ หนูจะให้ป้าไปเจอพี่รุ้งหลายหนแล้ว แกไม่ยอมสักที ไม่รู้...ทำไม”
ทูนอินทร์คิดตามที่ส้มป่อยบอกยิ่งสงสัยหนัก

วันรู่งขึ้น ทูนอินทร์และรุ้งระวีนั่งกินอาหารเช้ากันอยู่ ป้าแป๋วที่คอยดูแลเข้ามาบอก
“ไม่กลับมาเลยค่ะ หายไปทั้งคืน ที่ร้านก็ไม่ได้กลับไปนอน”
ทูนอินทร์ครุ่นคิดอย่างสงสัย
“เอ มันชักยังไงๆแล้วนะ”
รุ้งระวีนิ่งคิดก่อนจะถามป้าแป๋ว
“รุ้งอยากเห็นรูปแกน่ะค่ะ พอมีรูปถ่ายบ้างไหม”
“ไม่มีเลยค่ะ เขาเป็นคนไม่ชอบถ่ายรูป ดูลึกลับยังไงพิกล ป้าว่าคงหนีไปแล้วละค่ะ คงมีคดีติดตัวอะไรสักอย่าง”
รุ้งระวีชักกังวลหันไปถามทูนอินทร์
“แจ้งความดีไหมคะ”
“รออีกสักวันดีกว่า ถ้าแกยังไม่กลับมาจริงๆ ค่อยแจ้งความ”
รุ้งระวียังคิดถึงเสียงร้องของแสงหล้าที่ได้ยิน ทูนอินทร์พยายามพูดให้สบายใจ
“อย่าเพิ่งกังวลเลยครับ วันนี้เรามาดูงานเพลงของเราดีกว่า ผมจะให้รุ้งระวีร้องเพลงใหม่ของผมอีกเพลง ยังแต่งไม่เสร็จดี แต่อยากฟังเสียงเพราะๆของรุ้ง”
รุ้งระวียิ้มรับ
“ได้ค่ะ”
ทั้งสองกินอาหารเช้ากันต่อ

รถตู้ของอิทธิแล่นมาจอดหน้าบ้าน อิทธิก้าวลงมาพร้อม คม เดช คำรณ โจ้ เบิร์ด ทั้งหมดอาวุธครบมือ มองหน้ากันแล้วบุกเข้าบ้านทันที โจ้กับเบิร์ด ถีบประตูเข้ามาอย่างแรง ป้าแป๋วกรีดร้อง ทูนอินทร์และรุ้งระวีลุกพรวด อิทธิเข้ามาพร้อมสมุนทั้งหมด จ่อปืนมาที่ทูนอินทร์
“เป็นยังไงรุ้งของผม แอบมาเสวยสุขอยู่กับไอ้ทูนที่นี่ ไม่คิดจะกลับบ้านเราเลยรึไง”
“ที่นี่คือบ้านฉัน ฉันไม่มีบ้านหลังอื่นอีกแล้ว” รุ้งระวีพูดน้ำเสียงหนักแน่น
“แต่เธอต้องกลับไปกับฉันเดี๋ยวนี้ เพราะเธอยังต้องทำงานให้บริษัทฉันให้ครบตามสัญญา”
รุ้งระวีจ้องหน้าอิทธิอย่างเกลียดชัง
“ฟ้องร้องเอาก็แล้วกัน ฉันจะได้เปิดโปงกลโกงของนาย ที่หลอกฉันทุกเรื่อง ตั้งแต่เรื่องแม่ จนถึงหลอกให้ฉันร้องเพลงที่นายขโมยคุณทูนมาด้วย”
อิทธิยิ้มหยัน
“มีหลักฐานไหม”
ทูนอินทร์ไม่พอใจ
“แกออกไปจากบ้านฉันดีกว่า ก่อนที่จะแกเดือดร้อนมากกว่านี้”
“ยังมีหน้ามาขู่ ฉันไปแน่ แต่ฉันต้องพารุ้งไปด้วย”
ทูนอินทร์โมโหไม่ยอมให้ไปง่ายๆ
“งั้นก็ข้ามศพฉันไปก่อน”
อิทธิยิ้มเหยียด
“จัดให้เดี๋ยวนี้เลย”
โจ้กับเบิร์ดตรงเข้าจับทูนอินทร์ล็อคไว้ คมเข้ายึดตัวรุ้งระวี เดชยึดร่างป้าแป๋ว
“ปล่อยนะ”
อิทธิเข้ามาหาทูนอินทร์
“ขอคืนจากคราวที่แล้วเถอะนะ ไอ้ทูน”
อิทธิฟาดด้ามปืนเข้าเต็มหน้าทูนอินทร์เลือดกลบปาก รุ้งระวีกับป้าแป๋วกรีดร้อง
“กรี๊ด อย่าทำอะไรคุณทูนนะ”
อิทธิชกเข้าที่ท้องและพุ่งหมัดเข้าเต็มหน้า ทูนอินทร์ล้มฟาดไปกับพื้น จุกตัวงอ
“งานนี้ขอส่วนแบ่งผมบ้างครับนาย”
คำรณเข้าเตะไม่เลี้ยงจนทูนอินทร์หมดสภาพ รุ้งระวีร้องไห้ตะโกนห้าม
“พอแล้ว อย่าทำอะไรเขา”
“พอก่อนโว้ย”
คำรณหยุดเตะ อิทธิมองหน้ารุ้งระวี
“เธอต้องกลับไปกับฉัน เดี๋ยวนี้ ไม่งั้น ไอ้ทูนไม่ตายก็พิการ”
“ฉันไม่กลับ”
อิทธิพยักหน้า คำรณตะทูนอินทร์ที่ปลายคางเซกลิ้งไปอีกทางเลือดเต็มหน้า รุ้งระวีสะบัดหลุดจากคม เข้ากอดจับมือเขาไว้แน่น
“คุณทูน”
ทูนอินทร์พยายามพูดออกมาอย่างลำบาก
“รุ้ง รุ้งต้องอยู่กับผม”
“คุณทูน พวกมันจะฆ่าคุณ”
“ผมไม่สน ผมยอมตาย”
“ไม่ได้ ฉันยอมให้พวกมันทำร้ายคุณอีกไม่ได้”
รุ้งระวีมองหน้า อิทธิ
“ฉันจะกลับ แต่ห้ามแตะต้องคุณทูนอีก”
อิทธิเจ็บปวดใจ
“รักมันมากใช่ไหม”
“ใช่ รักมาก มากที่สุด”
“งั้นบอกลามันได้แล้ว”
“ไม่จำเป็น เพราะยังไงฉันก็ต้องกลับมาหาเขาอยู่ดี”
“อย่าคิดในแง่ดีให้มากเกิน เพราะฉันแน่ใจว่าเธอกลับไปคราวนี้ เธอจะไม่ได้กลับมาอีก”
อิทธิทรุดลงนั่งยองๆ แล้วเชยคางรุ้งระวี
“เพราะเธอ จะต้องเป็นของฉันคนเดียว”
“อย่าคิดในแง่ดีให้มากเกินไปเหมือนกัน นายมีอะไรที่จะบังคับฉันได้ งั้นเหรอ”
“มีแน่นอน เดี๋ยวกลับไปถึงกรุงเทพ เธอจะรู้เอง จับตัวไปขึ้นรถ”
คมกับเดชลากตัวไป รุ้งระวีดิ้นรน
“ปล่อยฉัน ปล่อย”
รุ้งระวีถูกลากออกไป อิทธิกับคำรณ มองทูนที่พยายามยันร่างขึ้น แต่ลุกไม่ขึ้น
“เดี๋ยวแกจะรู้เองว่ารุ้งจะเลือกใคร ระหว่างฉันกับแก”
อิทธิหัวเราะออกไป คำรณเตะอีกครั้ง ทูนอินทร์กลิ้งไปอย่างหมดท่า คำรณ โจ้ เบิร์ด ตามออกไป
“รุ้ง รุ้ง”
ทูนอินทร์ยันร่างขึ้น ป้าแป๋วเข้าดูอาการ
“นายขา อย่าตามไปค่ะ อย่าตามไป”
ทูนอินทร์กระเสือกกระสนเซซังตามไปจนได้
รุ้งระวีถูกผลักเข้ารถทั้งกลุ่มขึ้นรถ ทูนอินทร์เซออกมาที่หน้าบ้าน ป้าแป๋วตามมา
“รุ้ง”
อิทธิกำลังจะก้าวขึ้นรถมองไปที่ทูนอินทร์ยกปืนขึ้นจ่อ รุ้งระวีตกใจตะโกนห้าม
“อย่ายิงนะ”
อิทธิยิงทันที ทูนอินทร์ล้มลงที่สนาม ป้าแป๋วกรีดร้องฟุบลง อิทธิหัวเราะร่าก้าวขึ้นรถ รถแล่นออกไป ทูนอินทร์ยันร่างลุกตาม
“รุ้ง รุ้ง”
ทูนอินทร์ร้องไห้ฟุบลงที่พื้นสนามอีกครั้ง
ดำรงและเฉลาทานกลางวันกันอยู่ ดำรงรวบช้อนทันทีเมื่อรู้เรื่องเกี่ยวกับฟ้าใส
“ไปเอาข่าวมาจากไหน”
“เอาเป็นว่าคนใกล้ตัวนี่แหละ”
“เชื่อถือได้เหรอ บอกมาดีกว่าว่าใคร”
“เฮียรู้แล้วก็อย่าเพิ่งไปคาดคั้นอะไรมัน เพราะเด็กมันก็กลัวนังฟ้าใสเล่นงาน”
“คือใคร”
“ยายจ๊ะจ๋า”
ดำรงนิ่งไป
“มันบอกว่าเห็นกับตามัน นังฟ้าใสนอนกกกันอยู่กับนายอิทธิ เอาตัวเข้าแลกเพื่อหวังจะย้ายค่าย ฉันเตือนเฮียแล้วนะ เรื่องนังนี่มันไว้ใจไม่ได้ สัญชาติงูเห่าแล้วตอนนี้มันก็คิดทรยศเฮียแล้วด้วย”
“เฮียจะพูดกับยายจ๋าเอง แล้วค่อยว่ากัน”
“ได้ ทางที่ดีเรียกยายจ๋ามาพบดีกว่า เพราะนายอินทร น้องชายนายทูน เขาอยากมาพบเฮียด้วย”
ดำรงแปลกใจ
“นายคนนี้มาเกี่ยวอะไรด้วย”
“เฮียฟังข้อเสนอเขาเองก็แล้วกัน”
ดำรงครุ่นคิด เฉลาเริ่มเล่าเรื่องที่อินทรจะขอตัวจ๊ะจ๋า ดำรงพยักหน้ารับรู้

เมธ อินทร ดูแลอาการของทูนอินทร์ที่นอนแบบอยู่บนเตียง ใบหน้ามีผ้าพันแผลเอาไว้ อินทรป้อนยาให้ ทูนอินทร์กินยาอย่างลำบาก
“มันคงเอาคืนจากวันนั้นที่พวกเราเล่นงานมัน ไม่ได้แล้ว ต่อไปนี้ต้อง จัดคนงานมาเฝ้าที่นี่แล้ว เอาอาวุธให้ครบมือเลย” เมธหน้าเครียด
ทูนอินทร์สายตาวิตกกังวลเป็นห่วงรุ้งระวีมาก
“มันไม่มายุ่งที่นี่แล้วละครับพี่เมธ เพราะมันได้ตัวรุ้งไปแล้ว ผมเป็นห่วงแต่รุ้งเท่านั้น”
“ตอนนี้ห่วงตัวเองก่อนเถอะครับพี่” อินทรเตือน
“ฉันไม่เป็นไรหรอก แกเตรียมรถไว้ ฉันจะเข้ากรุงเทพ”
“พี่ทูน พี่เดินยังไม่ค่อยไหวเลย จะไปได้ยังไง”
“แกขับรถให้ฉัน ยังไงฉันก็ต้องไปตามรุ้ง”
ทูนอินทร์พยายามยันร่างจะลุก อินทรประคองไว้ แต่เขาก็เจ็บแผลจนต้องทรุดลงนั่งใหม่ เมธส่ายหน้า
“ไม่มีประโยชน์หรอกว่ะ ถ้าร่างกายแกไม่พร้อม แกพักสักวันก่อนดีกว่า”
“ไม่ ผมจะไปหารุ้ง”
ทูนอินทร์ลุกพรวดขึ้น แต่แล้วก็ทรุดฮวบลงอีกครั้ง อินทรประคองให้ลงนอน
“แกเอายาอะไรให้ฉันกินวะทร”
“ยาระงับน่ะครับ พี่จะได้หลับสบายไง”
ทูนอินทร์พึมพำด้วยฤทธิ์ยา ก่อนจะหลับสนิทไป

รุ้งระวีถูกพาตัวเข้ามาในโถงบ้าน อิทธิตามเข้ามาพร้อมด้วยคำรณ คมและเดช
“พาฉันมาที่นี่ทำไม”
“นี่คือบ้านของเธอ”
รุ้งระวีแค่นหัวเราะ
“บอกแล้วไงว่าฉันมีบ้านหลังเดียว คือบ้านอินสรวง นายคิดว่าฉัน จะยอมอยู่ที่นี่งั้นเหรอ”
“เธอต้องอยู่ที่นี่ ไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น”
“จะขังฉันไว้รึไง”
“ถูกต้อง แล้วก็ห้ามติดต่อใครทั้งนั้น จนกว่าเราจะไปแถลงข่าวที่ออฟฟิศอีกสองสามวันข้างหน้า”
“แถลงข่าวอะไร”
“ก็แถลงข่าวว่าเธอกลับมาแล้ว กลับมาอย่างใสสะอาดไม่มีมลทินใดๆ จะได้แก้ข่าวลือบ้าๆ ที่ว่าเธอไปทำแท้งนั่นด้วย”
“เอางั้นเหรอ นอกจากฉันจะไม่แก้ข่าวแล้ว ฉันจะให้มันลือหนักไปกว่าเดิมอีก ว่าฉันหนีไปอยู่กินกับคุณทูน แล้วตอนนี้ฉันกำลังท้องได้สองเดือนตามข่าวจริงๆ”
“นึกว่าชาวบ้านเขาจะเชื่อเหรอ”
“งั้นก็ดูนี่” รุ้งระวีชูนิ้วที่สวมแหวนให้ดู “คุณทูนหมั้นฉันไว้แล้ว เราจะแต่งงานกัน ฉันจะประกาศ ความจริงทุกอย่าง”
อิทธิดูแหวนแล้วหัวเราะขำ
“อย่านึกว่าทุกอย่างมันจะง่ายขนาดนั้น เธอต้องทำตามที่ฉันบอกทุกอย่าง”
“นายคิดว่านายมีอำนาจอะไรที่จะบังคับฉันได้”
“มีแน่ คำ ถึงเวลาที่แกจะเปิดตัวแล้วว่ะ”
รุ้งระวีมองคำรณอย่างงง ๆ
“ได้ครับนาย ผมรอเวลานี้มานานแล้ว”
คำรณยิ้มร้ายกาจมองรุ้งระวีอย่างชิงชัง
“จำผมได้บ้างไหมครับคุณรุ้ง เรารู้จักกันมาตั้งแต่คุณรุ้งยังเด็กๆ”
“นาย นายคือ...”
“ผม ลุงคำรณ พ่อเลี้ยงของคุณรุ้งไงครับ”
รุ้งระวีตะลึงนิ่ง ที่เคยสันนิษฐานไว้เป็นความจริง

จี่หอยรับสายอินทร มะปรางฟังอยู่ด้วย
“คุณอิทพารุ้งกลับมาแล้วเหรอคะ หา คุณทูนโดยซ้อม”
มะปรางตกใจ
“ครับ แต่อาการดีขึ้นแล้วครับ ตอนนี้พี่รุ้งกลับไปที่บ้านแล้วรึยัง”
“ยังไม่กลับค่ะ นี่ก็เย็นแล้วนะ”
“สืบให้หน่อยซีครับว่านายอิทธิพารุ้งไปอยู่ที่ไหน”
“ถ้าไม่พากลับบ้านที่นี่ ก็ต้องบ้านคุณอิทนั่นแหละค่ะ ค่ะ แล้วหอยจะสืบให้”
จี่หอยกดวางสาย มะปรางถามทันที
“เป็นไงคะพี่”
“เรื่องใหญ่แล้ว ลองโทรไปเช็คที่บ้านคุณอิทซิ ว่ารุ้งอยู่ที่นั่นรึเปล่า”
มะปรางจะโทร จี่หอยร้องกรี๊ด มะปรางตกใจ
“อะไรคะพี่”
“อย่าโทรหาคุณอิท เดี๋ยวจะเป็นเรื่อง โทรไปหาไอ้ยามหน้าบ้านดีกว่า”
“ปรางไม่มีเบอร์”
“พี่มี เพราะพี่เคยเป็นเมียเก็บมันอยู่พักนึง” จี่หอยหยิบมือถือขึ้นมา “นี่ เบอร์นี้”
จี่หอยส่งให้ปรางโทรทันที

รุ้งระวีมองคำรณอย่างหวาดหวั่น
“อย่ามาแกล้งหลอกกันนะ นายคำ”
“ถ้าไม่เชื่อ ผมมีหลักฐานให้ดู”
คำรณหยิบรูปถ่ายของตนและแสงหล้ามาวางบนโต๊ะสามสี่รูป รุ้งระวีหยิบขึ้นดูหายใจไม่ทั่วท้อง
“ไงครับ เชื่อแล้วรึยัง”
“นายคำรณ ถ้าอย่างนั้นที่นายเข้ามาทำงานที่นี่ก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ“
คำรณยิ้มหยัน
“แน่นอน พอผมรู้ว่าคุณคือเด็กแหม่มจ๋า ผมก็สมัครเข้ามาทันที หวังว่าจะได้ ผลประโยชน์เล็กๆ น้อยๆจากอดีตของคุณบ้าง”
“เพราะอย่างนี้นายถึงมีข้าวของของแม่เอามาหลอกจนฉันเชื่อ ทั้งถ้วยรางวัลของยายผกากับจดหมายของแม่ที่วัดคำสิงห์”
“ใช่ บางชิ้นผมเก็บไว้เอง แต่บางชิ้นผมก็ได้มาจากนังแสง แม่คุณนั่นแหละ”
รุ้งระวีหน้าตื่น
“แกเจอแม่ฉันเหรอ”
“ไม่ได้แค่เจอ เกือบฆ่าปิดปากไปแล้วด้วยซ้ำ”
รุ้งระวีทรุดนั่งหมดแรง อิทธิมองหยัน
“แม่เธอนี่เก่งมากนะ ขนาดถูกแทงปางตายยังรอดไปได้ แล้วแอบช่วยเธอลับหลังอยู่ตลอด แผนฉันต้องล้มหลายครั้งเพราะแม่เธอนี่แหละ”
รุ้งระวีแปลกใจ
“แม่ช่วยฉัน”
“ใช่ครับ แล้วที่ฉลาดสุดๆ คือเข้าใจหาที่ซ่อนอย่างที่เรานึกไม่ถึง”
“แม่ฉันอยู่ที่ไหน”
อิทธิ คำรณ เดช หัวเราะกันลั่น คมยิ้มเยาะ
“นึกดีๆ ซีครับคุณรุ้ง แม่คุณอยู่ใกล้ๆคุณนั่นแหละ”
รุ้งระวีมองอย่างสงสัย
“ที่ไหน”
“ก็อยู่ร่วมบ้านกับคุณไงละครับ บ้านนายทูนนั่นแหละ”
ทั้งสี่หัวเราะ รุ้งระวีนึกถึงป้าแสงทันที
“ป้าแสง ป้าแสง คือแม่แสงหล้า”
“เห็นไหม แม้แต่เธอเองยังนึกไม่ถึง แม่เธอไปสมัครเป็นคนครัวร้านต้มแซ่บของไอ้ทูน แล้วมาเป็นแม่บ้านให้ด้วย คอยสอดส่องดูแลเธออยู่ตลอดเวลา โดยไม่ให้เธอเห็นหน้า สมเป็นแม่ตัวอย่างจริงๆ”
ทั้งสี่หัวเราะอีก รุ้งระวีนิ่งงันไปนึกขึ้นได้ว่าแม่หายไปจากบ้าน
“แล้วตอนนี้แม่แสงหล้าอยู่ที่ไหน แม่หายไปจากบ้านตั้งแต่เมื่อวาน”
อิทธิยิ้มกว้าง
“แม่เธออยู่กับเราแล้ว”
“แม่อยู่ไหน พาฉันไปหาแม่เดี๋ยวนี้”
อิทธิยิ้มอย่างเป็นต่อ
“เดี๋ยวนี้ไม่ได้ เพราะเธอต้องทำตามที่ฉันสั่งทุกอย่างในวันแถลงข่าว แล้วฉันถึงจะพาเธอไปเจอแม่”
“อ้อ นี่จะใช้แม่มาบังคับฉัน ได้ แต่อย่าให้ฉันมีโอกาส ฉันจะเปิดโปงนายทั้งหมด ฉันจะเรียกตำรวจมาลากตัวนายเข้าคุกด้วย ฐานลักพาตัวทั้งฉัน ทั้งแม่มากักขังไว้”
“เธอไม่กล้าทำหรอกรุ้ง”
“ทำไม”
อิทธิพยักหน้าให้คำรณ
“ถ้าคุณทำอย่างนั้นจริง ผมไม่รับประกันชีวิตของแม่แสงหล้านะครับ”
รุ้งระวีเริ่มกลัว
“อย่ามาขู่กันให้ยาก มีอะไรยืนยันว่าแม่อยู่กับพวกนาย”
เดชไปที่โต๊ะ เปิดคอมทันที รุ้งระวีมองตาม

ทูนอินทร์เบือนหน้าจากชามข้าวต้มที่อินทรกำลังป้อนให้
“ฉันกินไม่ลง แกไม่น่าเอายากล่อมประสาทมาให้ฉันกินเลย ฉันเลยไม่ได้ไปหารุ้ง”
“ถึงไปหาก็ไม่เจอตัวหรอกครับ นายอิทธิจับรุ้งไปอยู่ที่คฤหาสน์ของมันมีคนคุ้มกันแน่นหนา”
“มันจะอยู่เหนือกฎหมายอะไรนักหนาวะ เส้นสายเราก็มี บุกเข้าทะลายแกงค์มันในบ้านให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย”
“ทำน่ะมันง่ายครับพี่ แต่อย่าลืมเรื่องสัญญาที่พี่รุ้งมีกับนายอิทธิ นั่นละครับที่ เราฝืนกฎหมายไม่ได้”
ทูนอินทร์นิ่งงันไป ทันใดนั้นมือถือดังขึ้น เขาหยิบมาดูเบอร์
“เฮ้ย แม่แสงหล้าโทรมา” ทูนอินทร์กดรับสาย “สวัสดีครับ แม่แสงหล้า”
ส้มป่อยอยู่ในครัวกับแม่ครัวอื่นๆ ฟังเสียงทูนอินทร์แล้วสะดุ้ง
“นายขา ทำไมเรียกส้มอย่างนั้นละคะ”
“อ้าว นั่นส้มเหรอ”
“ค่ะ นาย”
“แล้วเอามือถือเบอร์นี้มาจากไหน”
“อ๋อ ของป้าแสงน่ะค่ะ ส้มเห็นแกหนีไปแล้วทิ้งมือถือไว้ ส้มก็เลยเอามาใช้นายคงไม่ว่านะคะ”
“หมายความว่า เบอร์นี้คือเบอร์ของป้าแสง”
“ใช่ค่ะนาย ทำไมเหรอคะ”
ทูนอินทร์นิ่งงัน พยายามลำดับความคิด
“ป้าแสง แม่แสงหล้า”
อินทรมองงงๆ
“อะไรครับพี่”
“นายคะ น้าหนานได้โสมเกาหลีมา จะทำให้นายทานบำรุงกำลัง ถ้านายไม่ทาน ส้มจะทานเองเพราะเขาว่าทานแล้วหน้าเด้งกว่าทงอี” สายทูนอินทร์ตัดไปแล้ว “นาย นายขา”
ทูนอินทร์เลิกสาย หยิบเสื้อมาใส่อย่างลำบาก อินทรเข้าช่วย
“แกขับรถพาฉันไปที่ร้านเดี๋ยวนี้เลย”
“พี่ไหวเหรอครับ”
“ฉันไม่เป็นอะไรมากหรอกน่า”
“ตกลงมันเรื่องอะไรครับ”
“เรื่องมันเฉลยตัวมันเองแล้วละ เรื่องของป้าแสงกับแม่แสงหล้า น่าจะเป็นคนเดียวกัน”
อินทรตะลึงไป

อินทรเปิดประตูห้องพักเข้าไปเปิดไฟสว่าง ทูนอินเดินกะเผลกๆเดินเข้ามาพร้อมส้มป่อย หนานและคูน ส้มป่อยชี้ไปที่ลิ้นชัก
“นั่นค่ะ ในลิ้นชักนั่น ป้าแกมีกล่องของส่วนตัว ไม่ยอมให้ใครเปิดเลยนะคะ”
ทูนอินทร์หันไปสั่งลูกน้อง
“หนาน คูน จัดการ”
ทั้งสองหยิบกล่องออกมาจากลิ้นชัก ทุกคนเข้ามารุมดูด้วยใจระทึก หนานเปิดกล่องทุกคนประหลาดใจ ส้มป่อยตาโต ทูนอินทร์เอื้อมมือลงมาหยิบของในกล่องเป็นรูปภาพเก่าๆ ของแสงหล้าวัยสาวถ่ายร่วมกับรุ้งระวีวัยเด็กหลายรูป ทูนอินทร์มั่นใจ
“ใช่จริงๆ ป้าแสงคือแม่แสงหล้า แม่ของรุ้งจริงๆ”
“หา ส้มไม่อยากเชื่อ ป้าคือแม่ของพี่รุ้งเหรอคะ”
อินทร หนาน คูนหยิบถ้วยรางวัล และของกระจุกกระจิกออกมา
“ใช่จริงๆ ครับ ถ้วยรางวัลนี่ของพี่รุ้งจริงๆ”
หนานแปลกใจ
“หมายความว่า แม่แสงหล้าแอบมาอยู่กับเรา เพื่อให้ได้อยู่ใกล้ชิดคุณรุ้งใช่ไหมครับ”
ทูนอินทร์ถอนใจ
“อย่าเรียกว่าแอบ แกเข้ามาอย่างสง่าผ่าเผยเลย พวกเรานั่นแหละที่ไม่ทันคิด นึกว่าแกเป็นคนจร”
คูนคิดๆ
“งั้นความลึกลับของป้าแสงก็ถูกเฉลยหมดแล้วละครับ ที่เราสงสัยกันว่าทำไมแกไม่พูดถึงประวัติแกเลย ไม่ยอมให้ถ่ายรูป”
ส้มป่อยเสริม
“ไม่ยอมพบหน้าพี่รุ้ง”
หนานนึกออก
“และทำไมแกร้องเพลงเพราะนัก เพราะเป็นนักร้องอาชีพนี่เอง”
อินทรหันมาหาพี่ชาย
“เอาไงต่อไปครับพี่ทูน”
“ฉันกำลังกลัวอยู่”
“กลัวอะไรครับพี่”
“กลัวว่าที่แม่แสงหล้าหายไป แกอาจจะไม่ได้หนี”
หนานแปลกใจ
“ไม่หนี...แล้วจะหายไปเฉยๆได้ยังไงครับ”
ทูนอินทร์หน้าเครียดเป็นกังวล
“แกอาจถูกพวกไอ้อิทธิลักพาตัวไปก็ได้”
ทุกคนอึ้งกันไปหมด

เมธดูรูปของแสงหล้าและรุ้งระวีวัยเด็กอยู่
“ใช่ป้าแสงจริงๆด้วย”
ทูนอินทร์เซ็งๆ
“เราตามหาตัวแกแทบตาย ที่แท้มาอยู่ใต้จมูกเรานี่เอง”
อินทรร้อนใจ
“ถ้าแกถูกลักพาตัวไปจริง เราจะทำยังไงดีครับ”
“ก็ต้องช่วยออกมาให้ได้ รวมทั้งรุ้งด้วย มันอาจจะใช้แม่แสงหล้าเป็นตัวต่อรองกับรุ้งก็ได้”
ทันใดนั้น หนานวิ่งหน้าตื่นเข้ามา
“นายครับ เปิดทีวีเดี๋ยวนี้เลย ช่องสามครับ”
อินทรกดรีโมททีวีทันที ทุกคนหันมาดูเห็นอิทธิกำลังให้สัมภาษณ์อยู่โดยมีนักข่าวหลายสำนักกำลังส่งไมค์สัมภาษณ์
“ใช่ครับ รุ้งระวีกลับมาแล้ว”
“ตกลงบอกได้ไหมครับ ว่ารุ้งหายไปไหนหลายวัน”
“อีกสองสามวันครับ ผมจะจัดแถลงข่าวที่บริษัทผม ทุกคนไปฟังคำตอบในวัน นั้นได้เลย”
“แก้ข้อสงสัยทุกข้อเลยรึเปล่าคะ”
“ใช่ครับ วันนั้นรุ้งจะมาตอบคำถามทุกคำถาม ข่าวลือทุกข่าว ได้คำตอบแน่นอน วันศุกร์นี้นะครับ บ่ายสองเชิญทุกคน”
ทูนอินทร์นิ่งงันไป เมธหันมาถามเสียงเครียด
“คิดว่ายังไง”
“รุ้งต้องถูกพวกมันบังคับแน่ๆทร งานนี้แกกับฉันได้ปลอมเป็นนักข่าวอีกหนแล้วละ”
ทุกคนมองหน้ากันอย่างประหลาดใจ

ค่ำนั้น อิทธิรับสายจากฟ้าใส ที่เกรี้ยวกราดเต็มที่
“คุณไปลากตัวมันกลับมาทำไม”
“เขากลับมาเอง”
“เราตกลงกันแล้วนี่ ว่าคุณจะดันฉันขึ้นเป็นนักร้องเบอร์หนึ่งของค่าย แทนนังรุ้ง”
“นี่ฟ้าใส ผมตกลงก็ต่อเมื่อรุ้งไม่กลับมา แต่นี่เขากลับมาแล้ว ผมก็ต้องสานต่อ”
“แล้ว แล้วมันกลับมาทำไม มันหนีไปซบอกนายทูนแล้วไม่ใช่เหรอ”
“ก็คงเหมือนคุณละมั้ง อยู่กับนายทูนแล้วไม่ถึงอกถึงใจ ต้องกลับมาหาคนอย่างผม ถึงใจพระเดชพระคุณกว่า ฮ่าฮ่า”
ฟ้าใสหมั่นไส้เต็มที
“แล้วจะเอายังไงกับฉัน”
“ใจเย็นน่า สัญญาของเรา ผมยังไม่เลิกราหรอก แต่ตอนนี้ผมต้องจัดการเรื่อง รุ้งก่อน จะเป็นไรไป ถ้าผมจะเป็นราชาที่มีราชินีเป็นคู่ครองถึงสองคน”
“ฉันไม่ยอมนะคุณอิท ฉันไม่ชอบใช้ของร่วมกับใคร โดยเฉพาะคนเป็นผัว”
อิทธิหัวเราะร่า แล้วเลิกสายไปทันที
“คุณอิท ยังพูดกันไม่รู้เรื่องเลย ปัทโธ่เว้ย”

ฟ้าใสปามือถือลงกับพื้น แตกกระจาย






Create Date : 11 กุมภาพันธ์ 2555
Last Update : 11 กุมภาพันธ์ 2555 9:33:42 น.
Counter : 118 Pageviews.

0 comment
ต้มยำลำซิ่ง ตอนที่ 19 (ต่อ)



รุ้งระวีที่นอนซมเพราะเป็นไข้ มองแม่ด้วยสายตามัวๆ แล้วค่อยๆ ชัดขึ้น แสงหล้ายังไม่ทันรู้ตัว

“แม่ !”
แสงหล้าตะลึงทำอะไรไม่ถูก รุ้งระวีมองหน้าแสงหล้าแต่แล้วก็หลับตาลงอีกครั้งเพราะฤทธิ์ยานอนหลับ แสงหล้าถอนใจโล่งอกจัดให้รุ้งระวีนอนอย่างสบายแล้วจูบที่หน้าผากลูกสาวก่อนจะออกจากห้องไป
ช่วงเวลาเดียวกันนั้น จี่หอยหน้าตื่นฟังเรื่องของฟ้าใสจากปากคำของจ๊ะจ๋า
“อกแตก หา นังฟ้าต่ำมันขึ้นเตียงกับคุณอิทเหรอ”
มะปรางรีบเตือน
“พี่หอยเบาๆ”
“ไม่เบาแล้ว เรื่องอย่างนี้มันต้องประจาน”
จ๊ะจ๋าหน้าเสีย
“ประจานไม่ได้นะคะพี่ พี่ฟ้าเล่นงานจ๋าไม่ได้ผุดได้เกิดเลย”
“แล้วตอนนี้เธอได้ผุดได้เกิดกับเขาแล้วเหรอยะ นังฟ้าต่ำมันกดเธอจมดินโผล่มาแค่จมูกกับปาก รู้ตัวรึเปล่า”
จ๊ะจ๋าก้มหน้าอยากจะร้องไห้ อินทรครุ่นคิด
“แต่ถึงยังไงตอนนี้เราก็มีแต้มต่อแล้วนะครับพี่หอย ผมอยากจะเอาเรื่องยายฟ้าใสอยากย้ายค่ายไปต่อรองกับเสี่ยดำรง”
ทุกคนตกใจ จี่หอยมองหน้าอินทร อย่างไม่เข้าใจ
“เพื่ออะไร”
“แลกกับอิสรภาพของจ๋าไงครับ”
จ๊ะจ๋าตกใจรีบขัด
“เป็นไปไม่ได้ค่ะคุณทร อย่าให้เรื่องถึงเสี่ยเลย”
มะปรางเห็นด้วยกับอินทร
“จ๋า มันก็เป็นวิธีที่ดีนะ บอกแล้วไงแกต้องลุกขึ้นมาสู้แล้ว”
จี่หอยนิ่งคิด
“เจ๊ว่าอาจจะมีทางนะ แต่ไม่ใช่เข้าหาเสี่ยดำรงโดยตรง”
อินทรสงสัย
“ยังไงครับ”
“เจ๊เฉลาไง ยายเจ๊นี่เกลียดนังฟ้าต่ำอย่างกะกิ้งกือไส้เดือน อาจจะช่วยหาทางให้เราได้”
จ๊ะจ๋าตาโตเห็นดีด้วยกับจี่หอย
“จริงด้วยค่ะ เข้าทางเจ๊เหลา แกเป็นคนยุติธรรมพอสมควร”
มือถือจี่หอยดังขึ้น จี่หอยกดรับสาย
“ว่าไงคะพี่เมธ อะไรนะ ลมชัก กรี๊ด จริงเหรอ ค่ะ ค่ะ พรุ่งนี้หอยจะรีบไปเลย”
จี่หอยกดวางสายแล้วร้องไห้โฮจะขาดใจ อินทร มะปราง จ๊ะจ๋า หน้าตื่นตกใจคิดว่าเกิดเรื่องร้ายแน่ๆ
“พี่หอยเป็นอะไรคะ” มะปรางถามหน้าตื่น
อินทรตกใจ
“ใครตายเหรอครับพี่”
จ๊ะจ๋าแปลกใจ
“น้ำท่วมกรุงเทพรอบสองเหรอคะ”
จี่หอยยิ้มกว้าง
“เปล่า ร้องไห้ดีใจ เจอรุ้งแล้ว”
ทั้งสามเอ๋อกันไป

เมธเลิกสายจากจี่หอย เดินมาสมทบกับทูนอินทร์ที่กำลังเถียงกับส้มป่อยอยู่ ส้มป่อยประสานมือ หน้าเชิ่ดเหมือนนางเอกพูดดราม่าเชิงตัดพ้อ
“หนูโฟนคอลหานายแล้วนะคะ จะเตือนเรื่องนายอิทธิบุกบ้าน แต่นายไม่แม้แต่รับสายส้ม”
ทูนอินทร์ไม่เชื่อ
“อย่ามาโกหกนะยายส้ม โทรหาฉันแล้วทำไมฉันไม่ได้ยิน”
“ตอนนั้นนายคงกำลังวุ่นวายอยู่กับพี่รุ้งละมังคะ เลยไม่สนใจโฟนคอลของส้มแม้แต่นิด”
ส้มป่อยหน้าเชิ่ดหยิ่ง ทูนอินทร์เดินมาข้างหลังแล้วดีดหลังหู
“โอ๊ย! เจ็บ”
“ดี เลิกเล่นละครซักที ทำท่าอย่างกะชมพู่ผสมญาญ่า ไปได้แล้ว ไม่ต้องมาลอยหน้าอยู่แถวนี้”
ส้มป่อยเก๊กสวยใหม่
“นายลองเช็คดูนะคะ สองโมงเช้า ส้มโทรแน่ๆฮึ ไปลอยหน้าในครัวก็ได้ ชมพู่ผสมญาญ่า สวยไม่ได้ครึ่งของส้มหรอก”
ส้มป่อยเดินเชิ่ดไป เมธเดินมาหาทูนอินทร์
“ฉันบอกเจ๊หอยเรื่องรุ้งแล้ว แกจะมาหารุ้งพรุ่งนี้”
“ครับพี่”
“แล้วจะเอายังไงต่อ จะให้รุ้งอยู่ที่นี่ต่อไปงั้นเหรอ”
“ผมไม่ให้รุ้งกลับไปหาเจ้าอิทธิหรอกครับ รุ้งเองก็ตัดสินใจแล้วว่าจะอยู่ที่นี่กับผม”
“อย่าลืมว่าเขายังมีสัญญากับนาย อิทธิอยู่นะ ถ้าไม่กลับไปเคลียร์ เรื่องมันจะ วุ่นวายตามมาทีหลัง”
“ผมจะเคลียร์กับเจ้าอิทธิเอง แต่ตอนนี้ผมอยากให้รุ้งอยู่ที่นี่ไปก่อน”
“ตามใจนาย”
ทูนอินทร์หยิบมือถือขึ้นมาดู
“ขอพิสูจน์ยายส้มเสียหน่อยว่าโกหกรึเปล่า”
เมธงงๆ
“อะไรเหรอ”
“ยายส้มบอกว่าโทรหาผมเมื่อเช้า แต่ผมไม่ได้รับ”
ทูนอินทร์ดูเบอร์ แล้วงงไปเลย
“เอ๊ะ อะไรเนี่ย”
เมธแปลกใจ
“ยายส้มโกหกเหรอ”
“ไม่มีเบอร์ยายส้มครับ แต่ นี่มันเบอร์”
“ใคร”
“เบอร์แม่แสงหล้าครับ”
เมธและทูนอินทร์พากันอึ้งไป

เช้าวันใหม่ จี่หอยนำทีมมาหารุ้งระวี
“ดีใจสุด ๆ นึกว่ารุ้งหนีข้ามประเทศไปแล้ว”
“จะหนีข้ามประเทศไปไหนละเจ๊” หนานแหย่
จี่หอยค้อน
“ข้ามโขงไปมั้ง ไม่ต้องมาพูดดีเลยนะ พี่นั่นแหละตัวการลักพาตัวรุ้ง”
“เราถูกบังคับนะเจ๊ ถ้าเราไม่ทำเราก็โดนเตะ” คูนบอกเสียงอ่อย
จี่หอยค้อนอีกขวับ
“กลัวโดนเตะ แต่ยอมติดตาราง คิดได้นะ”
เมธหันไปถามรุ้งระวี
“แล้วจากนี้ รุ้งจะทำยังไง”
รุ้งระวีแค้นๆ
“นาย อิทธิทำกับรุ้งไว้เจ็บแสบมาก งานนี้รุ้งต้องเอาคืนทุกเม็ด รุ้งจะเลิกสัญญาแล้วกลับมาอยู่ในสังกัดรุ้งกินน้ำทันทีค่ะ”
จี่หอยรีบบอก
“งั้นพี่ตามมาด้วยนะ ไม่อยากทำงานให้คนโกงอีกแล้ว”
“ปรางมาด้วยค่ะ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ”
อินทรยิ้มรับหวานเยิ้ม
“ยินดีต้อนรับครับปราง”
หนานส่งเสียงแซว
“แหม ชวนมะปรางคนเดียวเลยนะ พี่ทร”
คูนยิ้มๆแล้วพูดแหย่
“สงสัยไม่ได้เชิญมาร่วมค่ายอย่างเดียวแล้วละ อย่างนี้ต้องเชิญมาร่วมหัวใจเดียวกันด้วย”
มะปรางกับอินทรอายม้วน เมธยิ้มกว้างอย่างยินดี
“เอาเป็นว่ารุ้งกินน้ำ คือบ้านของพวกเรา บ้านนี้ยินดีต้อนรับทุกคนครับ”
ทุกคนเฮ แล้วรุ้ก็นึกขึ้นได้
“เอ แล้วตอนนี้คุณทูนอยู่ที่ไหนคะ”
อินทรยิ้มๆ
“เห็นว่ากำลังท่องสุนทรพจน์อยู่ครับ”
เมธ หนาน คูนยิ้มให้กันแต่รุ้งระวี จี่หอย มะปรางไม่เข้าใจ

ทูนอินทร์นั่งอยู่ลำพัง รุ้งระวีเดินมาข้างหลัง โดยที่เขาไม่ทันสังเกตกำลังฝึกคำพูดทำเสียงพระเอก
“รุ้งครับ เพื่อเป็นการไถ่โทษความผิดทั้งหมดของผม ผมขอประกาศให้ทุกคนรู้ร่วมกันว่า ผมรักรุ้ง และไม่มีวันรักใครอื่น นอกจากรุ้งคนเดียว และนี่คือสิ่งยืนยันความรักของผม”
ทูนอินทร์หยิบกล่องแหวนออกมาเปิดออกแล้วคุกเข่าลง ยื่นกล่องแหวนออกไป รุ้งระวีมองอย่างงง ๆเพราะเขาเล่นเองเออเอง
“ตอนนี้ทุกคนก็จะฮือฮา ปรบมือ ส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าว รุ้งครับแต่งงานกับผมนะครับ แล้วรุ้งก็หยิบแหวนออกมา เราก็จะ” ทูนอินทร์ลุกขึ้น “สวมแหวนให้รุ้ง” เขาทำท่าสวม “ทุกคนก็จะเชียร์ให้เราจูบรุ้งเราก็จะเขินหน่อยๆ รุ้งจะเอียงอาย แต่แล้วเราก็จะ”
ทูนอินทร์ทำท่ารวบร่างรุ้งระวีมากอดจูบ โดยใช้มือโอบร่างตัวเองเล่นคนเดียวจนรุ้งระวีทนไม่ไหวหัวเราะออกมา เขาสะดุ้งหันมามอง
“รุ้ง”
“เล่นคนเดียวก็ได้นะคะ”
ทูนอินทร์รีบเก็บกล่องแหวนไว้ข้างหลัง
“ไม่ต้องซ่อนค่ะ เอาออกมาเถอะ”
“โธ่ ผมกะว่าจะเซอร์ไพรส์คุณตอนมื้อเที่ยงวันนี้ ต่อหน้าทุกคน”
“ไม่ดีหรอกค่ะ ฉันว่าสวมแหวนให้กันน่ะ ต้องสองต่อสองเท่านั้น”
“จริงเหรอครับ”
รุ้งระวีเดินมาหา
“พร้อมแล้วค่ะ”
“ตรงนี้เลยเหรอครับ”
“เพิงแสงจันทร์คือที่ๆทำให้เรารักกันไม่ใช่เหรอคะ”
“ใช่ครับ แต่ผมไม่นึกว่ารุ้งจะให้เกียรติเพิงกระจอกๆ ของผมขนาดนี้”
“ที่ๆทำให้เรารักกันย่อมมีเกียรติเสมอ และเพิงแสงจันทร์ในวันนี้ไม่เคยงดงามเท่านี้มาก่อนเลย”
ทูนอินทร์ยิ้มปลื้ม ดึงแหวนออกมาจากกล่อง จับนิ้วงามของรุ้งระวีขึ้นมาแล้วบรรจงสวมแหวนให้อย่างทะนุถนอม
“แหวนวงนี้เป็นพยานยืนยันว่าเราจะรักกันตลอดไปนะรุ้ง”
“ค่ะ”
“ดีใจเหลือเกินที่ได้ต้อนรับรุ้งกลับบ้านอีกครั้ง”
ทุนอินทร์ดึงรุ้งระวีมากอด กลางขุนเขาสวยงามตรงหน้า

เย็นนั้น ทูนอินทร์ขวนทุกคนมากินเลี้ยง ที่ระเบียงบ้าน เบื้องหน้าเป็นทิวเขาสวยงาม เมธเล่นกีตาร์เพลงโปรดทุกคนร้องตาม จี่หอย อินทร หนาน คูนลุกขึ้นมาเต้นตามจังหวะเป็นที่ครึกครื้น ส้มป่อยและป้าแป๋วยกอาหารเครื่องดื่มมาเสิร์ฟ ส้มป่อยกระโดดเข้ามาร่วมเต้นด้วย จี่หอยนึกได้ยกมือให้หยุดเต้น
“เดี๋ยวค่ะ ว่าที่บ่าวสาวยังไม่ได้เล่าเลยว่าไปแอบสวม ให้กันตั้งแต่เมื่อไหร่”
คูนมองยิ้มๆ
“สวมอะไรเจ๊หอย เขาเหรอ”
จี่หอยค้อน
“เขาควายน่ะมันพี่หนาน หอยหมายถึงสวมแหวนค่ะ”
ทูนอินทร์ยิ้มแย้มบอก
“สวมให้เมื่อช่วงบ่ายนี่แหละครับ แต่ตอนนี้เย็นแล้วยังไม่ถอด แสดงว่ารับรักจริงๆ”
ทุกคนกิ๊วก๊าว อินทรหันไปแหย่รุ้งระวี
“พี่รุ้งพูดบ้างครับ”
“พูดได้แต่ว่า เป็นการลักพาตัวที่โรแมนติคที่สุดเลยค่ะ”
ทุกคนกิ๊วก๊าวอีก รุ้งระวีสบตาทูนอินทร์
“แหม นึกว่าจะทรมานอะไรมากมาย ประเภทล่ามโซ่ หรือใช้แส้โบย ที่ไหนได้ ให้อดอาหารแค่มื้อเดียว จากนั้นก็เลี้ยงดูอย่างนี้”
จี่หอยยังสงสัยไม่เลิก
“เดี๋ยว...เดี๋ยว แล้วตอนที่คืนดีน่ะ คืนดีกันยังไง”
มะปรางก็สงสัย
“ใช่ค่ะ ปรับความเข้าใจกันยังไงคะ”
ทูนอินทร์และรุ้งระวีเกิดอาการเขิน แสงหล้าแอบดูอยู่ที่นอกเฉลียงบ้านยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ทูนอินทร์เขินหน้าแดง
“ก็ ไม่รู้เหมือนกัน แต่เปิดให้รุ้งเขาดูนิดเดียว เขาก็เข้าใจผมได้อย่างทะลุปรุโปร่ง”
ทั้งหมดหน้าตื่นร้องเอะอะ จี่หอยอยากรู้มาก
“ดูอะไรคะ”
หนานสงสัย
“เปิดอะไร”
คูนมองหน้าเจ้านายอยากรู้มาก
“เห็นอะไรกันเหรอ”
ทูนอินทร์ส่ายหน้าเซ็งๆ
“ม่ายช่าย เปิดไอแพ็ดให้เขาดูเนื้อเพลงต้มยำลำซิ่งน่ะ”
ทุกคนร้องออกมาพร้อมกัน
“อ๋อ”
รุ้งระวีพยักหน้ารับ
“ค่ะ เพลง ต้มยำลำซิ่ง นี่แหละ ที่ทำให้รุ้งรู้ว่าคุณทูนตั้งใจจะให้รุ้งร้องเพลงนี้ มากแค่ไหน เราเข้าใจกันได้ก็เพราะเพลงนี้ละค่ะ”
เมธยิ้มให้ทูนอินทร์
“สมเป็นนักแต่งเพลงมือหนึ่ง ใช้เพลงคืนดีกับคนรักได้”
รุ้งระวีจ้องตาเขา
“เพราะฉะนั้น คุณจะต้องทำตามที่คุณตั้งใจไว้”
ทูนอินทร์จ้องตอบ
“อะไรเหรอครับ”
“สอนรุ้งร้องเพลงนี้คู่กับคุณ และเราจะทำให้เพลงนี้เป็นเพลงฮิตเพลงแรกของค่าย รุ้งกินน้ำ ของเราค่ะ”
ทูนอินทร์ยิ้มดีใจ
“จะสอนให้สุดฝีมือเลย”
ทุกคนเฮลั่น อินทรชูแก้ว
“งั้น ชนแก้วกันหน่อยครับ”
ทุกคนชนแก้ว เมธเกากีตาร์ ร้องเพลงคึกคัก ทุกคนออกมาแดนซ์กระจายกันอีกหน ส้มป่อยกินกับแกล้มและเต้นไปด้วยเหลือบมองมานอกห้องเห็นแสงหล้าแอบอยู่ ส้มป่อยแยกตัวมาหา
“ป้าแสง มาหลบอยู่ทำไม ไปฉลองกันเร็ว”
“ไม่เอาละ ป้าอยู่ตรงนี้ดีแล้ว นี่ส้ม คุณทูนเขาให้แหวนรุ้งจริงๆนะ”
“ก็จริงน่ะซีคะ เขาหมั้นหมายกันแล้ว จะไปดูฤกษ์ดูยามกันพรุ่งนี้แล้วด้วย”
แสงหล้าถอนใจอย่างโล่งใจ
“เฮ้อ รุ้งของป้า ในที่สุดก็มีความสุขกับคนรักเสียที”
“ป้า ออกไปเร็ว พี่รุ้งเขาอยากเจอ”
“ไม่กล้าหรอกส้ม เราไปสนุกเถอะ เดี๋ยวป้าไปทำยำเพิ่ม”
“ป้าน่ะ ไม่เข้าใจเลยจริงๆงั้นไปละ”
ส้มป่อยแยกไป แสงหล้ายังแอบดูรุ้งระวีที่กำลังสนุกสนานอยู่กับทูนอินทร์และทุกคน เธอยิ้มละไมแล้วค่อยๆสลดลง
“รุ้ง ถ้ารุ้งมีความสุขแล้ว ก็คงหมดภาระของแม่แล้วละ แม่ก็คงไปตามทางของแม่”
แสงหล้าหน้าเศร้า ก่อนจะลงเรือนไป
วันรุ่งขึ้น ทั้งสามอยู่ในห้องอัดเสียง รุ้งระวียืนอยู่กับแสตนด์วางโน้ตเพลงกำลังวอร์มเสียงด้วยการร้องตามเสียงอิเล็คโทนที่พี่เมธเล่นอยู่ สักครู่ทูนอินทร์ลุกจากหน้าคอมพิวเตอร์เดินมาคุยกับรุ้งระวี
“ผมกับพี่เมธปรึกษากันแล้ว เมื่อรุ้งมาเปิดตัวค่ายเพลงของเรา เราไม่อยากให้รุ้งเป็นแค่นักร้องแอลเอที่รักในเพลงลูกทุ่งไทย แต่เราอยากสร้างรุ้งให้เป็นนักร้องลูกทุ่งที่อนุรักษ์เพลงไทยด้วย”
“ยังไงคะ”
“เพลงในอัลบั้มใหม่ รุ้งและผมอาจจะร้องลูกทุ่งในแบบฉบับของครูเพลงดังๆเช่นครูไพบูลย์ ครูแก้ว ที่เป็นบรมครู สร้างวัฒนธรรมเพลงลูกทุ่งเป็นมรดกตกทอดมาถึงพวกเราทุกวันนี้”
เมธเดินเข้ามา
“ใช่ สมัยนี้เพลงลูกทุ่งกลายพันธุ์ไปเสียเยอะ เพราะถูกฝรั่ง เกาหลีเข้ามาปนเปื้อนไปหมด พี่ก็เลยอยากทำเพลงแนวอนุรักษ์ให้รุ้งได้ร้องสักชุดนึง”
รุ้งระวียิ้มยินดี
“ดีใจมากค่ะ ขอบคุณค่ะพี่เมธที่ให้โอกาส แต่ คงยากแน่ๆเลย”
ทูนอินทร์ยิ้มให้กำลังใจ
“ไม่ยากหรอกครับ สำหรับความสามารถของรุ้ง”
“แล้วรุ้งจะเริ่มจากอะไรก่อนดีละคะ”
“ต้องฟังให้คุ้นหูก่อน แล้วก็จะรู้ท่วงทำนองลักษณะการเอื้อน การทอดเสียงต่างๆ” เมธแนะ
“ค่ะ”
รุ้งระวีตื่นเต้นยินดี หันไปยิ้มกับทูนอินทร์

เมธ ทูนอินทร์และรุ้งระวีนั่งกันอยู่ที่เพิงแสงจันทร์
“เสน่ห์ของเพลงลูกทุ่ง นอกจากความงามของเนื้อร้องและทำนอง มันคือการเอื้อน”
เมธร้องนำเป็นตัวอย่าง รุ้งระวีร้องตาม ทูนอินทร์นั่งฟังอย่างชื่นชม รุ้งระวีฝึกการร้องโดยใช้ลูกคอ เมธร้องไกด์ให้ฟัง รุ้งระวีร้องตาม เมธฟังอย่างพอใจ
“นั่นแหละ ดีมาก นี่คือสิ่งที่รุ้งยังขาดอยู่ เพราะรุ้งร้องจากการเลียนแบบนักร้องรุ่นพี่ เรายังไม่มีเอกลักษณ์ของตัวเอง นี่แหละที่รุ้งจะต้องหาต้นแบบของเราให้เจอ”
รุ้งระวียิ้มรับ
“ค่ะ แต่มันยากนะคะ”
“นายทูนคงช่วยรุ้งได้”
ทูนอินทร์ยิ้มให้กำลังใจรุ้งระวี

ขณะที่หม้อต้มยำกำลังเดือดปุดๆ ทูนอินทร์ใส่เนื้อปลาลงไป รุ้งระวีใส่ผัก ทูนอินทร์เริ่มร้องเพลง
“เด้อ นางเด้อ เด้อ นางเด้อ”
รุ้งระวีร้องรับ
“เด้อ อ้ายเดอ เด้อ อายเดอ”
ทูนอินทร์ตักต้มยำให้รุ้งระวีชิม เธอตักให้เขาชิมบ้าง แล้วร้องเพลงกันต่อ
“เศร้าทำไม ม่วนใจงามๆ”
“ปรุงรสชาติชีวิต ให้แซ่บจี๊ดๆ ในทุกยาม แซ่บคือกินต้มยำ”
“อ่ะม่วนคือฟังลำซิ่ง”
ทั้งสองร้องเพลงด้วยกันอย่างสนุกสนาน

ฟ้าใสทานอาหารกับจ๊ะจ๋าในร้านอาหารหรู ค่อนข้างเงียบไม่มีผู้คน จ๊ะจ๋าสีหน้าสลด
“นี่ ออกมากินข้าวกับฉันทำหน้าให้มันดีหน่อย ฝืนใจนักรึไง”
จ๊ะจ๋าฝืนยิ้ม
“เปล่าค่ะ”
ฟ้าใสมองออกไปนอกร้าน
“นังจ๋า ดูนั่น”
จ๊ะจ๋ามองตามไปเห็นเฉลากำลังอุ้มหมาเดินผ่านหน้าร้านไป...
เฉลาอุ้มหมาบาบาร่าเดินมาหน้าร้านทำผม มือหนึ่งถือกรงกระเป๋ามาด้วย เปิ้ลซึ่งเป็นพนักงานของร้านรีบออกมาต้อนรับ ฟ้าใสใส่แว่นอำพรางหน้าออกมาดูพร้อมจ๊ะจ๋า
“สวัสดีค่ะ คุณเฉลา พาน้องบาบาร่ามาด้วย น่ารักจัง” เปิ้ลไหว้เฉลาอย่างนอบน้อม
“นี่ พาเข้าไปในร้านไม่ได้เหรอ”
“ต้องขอนะคะคุณพี่ เพราะวันนี้แขกเต็มร้านเลย บางคนแพ้ขนสุนัขค่ะ อีกอย่างถ้าเกิดเห่าขึ้นมา ลูกค้าจะบ่นหนูแย่เลยนะคะ”
“ก็ได้ งั้นก็ใส่กระเป๋าไว้หน้าร้านนี่ก่อน แต่เธอต้องดูแลอย่างดีนะ”
“ไม่ต้องห่วงค่ะ”
เฉลาเข้าร้านไป เปิ้ลรับน้องหมามา แล้วใส่กระเป๋าไว้ก่อนจะบ่นอุบ
“เฮ้อ ปรนนิบัติไฮซ้อไม่พอ ต้องมาดูแลหมาไฮซิ้มอีก เบื่อ อย่าร้องนะมึงนังบาบาร่า ร้องฉันจะบีบปากแกจริงๆ”
หมาหน้ามึนๆ เปิ้ลเข้าร้านไป ฟ้าใสมองน้องหมาอย่างชิงชัง
“อ้อ พานังหมา ลูกมันมาเที่ยว”
“เถ้าเกเนี้ยแกรักน้องหมานี่คะ”
“รักเริกอะไรกัน กลุ่มไฮซ้อของนังนี่มันเลี้ยงหมาแพงๆ ไว้ประดับบารมีแข่งกัน ไม่เห็นเหรอ งานวันประกวดหมาไฮโซน่ะ มันเอาเพชรไปใส่ให้ลูกมันกันทุกคน คนยังไม่มีจะกิน แต่ให้หมากินดีอยู่ดีกว่าคนเสียอีก”
“คนเขารักสัตว์นี่คะ คนไม่รักสัตว์คงไม่เข้าใจหรอก ยิ่งไม่รักแม้แต่เพื่อนมนุษย์ด้วยกันยิ่งไม่เข้าใจใหญ่”
ฟ้าใสหันขวับมามองหน้าจ๊ะจ๋า
“แกว่าใคร”
“เปล่าค่ะ”
“เดี๋ยวนี้ปากดี ไม่ต้องไปเข้าข้างมันนะ งานนี้แกต้องช่วยฉัน”
“พี่ฟ้าจะทำอะไร”
“แก้แค้นนังแก่ไง มันเคยแย่งเพชรฉันไปใส่ให้ลูกมัน งานนี้ฉันจะทำให้นังแก่มันช็อคไปเลย”
ฟ้าใสยิ้มหยัน จ๊ะจ๋าหวาดหวั่น

จี่หอยและมะปรางกำลังคุยกันอยู่ อินทรนั่งครุ่นคิดอยู่มุมหนึ่ง
“เรื่องรุ้งอยู่ที่บ้านอินสรวง อย่าเพิ่งบอกใครนะปราง เดี๋ยวรู้ถึงคุณอิทธิ รุ้งจะลำบาก ตอนนี้ทำไม่รู้ไม่เห็นไปก่อน” จี่หอยกำชับ
“ค่ะ”
อินทรตัดสินใจเดินมาหาจี่หอย ท่าทางเป็นทางการ
“พี่หอยครับ ผมมีเรื่องสำคัญจะปรึกษาพี่หอย”
“ว่ามาซีฮะ”
“ในฐานะที่พี่หอยเป็นผู้ใหญ่ และเป็นผู้ปกครองที่ผมนับถือ ผมขอ”
“ขออะไร”
อินทรเขิน
“ขอความรักครับ”
ของในมือจี่หอยร่วงไปทันที มะปรางอึ้งไป
“ขอความรักจากพี่” จี่หอยถามย้ำ
“ใช่ครับ อนุญาตผมนะครับพี่”
“ละ แล้วนึกยังไง มาขอความรักเอาตอนนี้”
“มันถึงเวลาแล้ว เพราะความรักมันสุกงอมเต็มที”
“เหมือนมวลน้ำก้อนใหญ่กำลังปะทะบิ๊คแบ็คเลยใช่ไหม”
“ใช่ครับ”
“บิ๊คแบ็คกำลังจะทะลายเต็มที ทั้งๆที่มีเสียงแว่วว่า เอาอยู่ เอาอยู่”
“เอาไม่อยู่แล้วครับ”
“งั้นขึ้นชั้นบนเลย ตรงไหนก็ได้ ริมระเบียงก็ดีนะ”
จี่หอยคว้ามืออินทรจะพาขึ้นชั้นบน อินทรรั้งไว้
“เดี๋ยวครับพี่ ขึ้นข้างบนทำไม”
“อ้าว ไปช่วยกันทะลายบิ๊คแบ็คของพี่ไง”
อินทรถอนใจ
“เข้าใจผิดแล้วครับ”
“เอ๊ะ ยังไง ก็ขอความรักจากพี่ไม่ใช่เหรอ”
“ขอความรักจากมะปราง จากพี่ต่างหากล่ะครับ”
มะปรางโล่งอก จี่หอยหน้าเหวอ
“คุณทร แล้วทำไมไม่พูดให้จบความ พี่หอยนึกว่า ”
“นั่นซีคะ ปรางก็นึกว่าคุณทรเปลี่ยนรสนิยม”
อินทรเขินเกาหัวแกรก
“มันตื่นเต้นน่ะครับ นะครับ ผมขอแต่งงานกับ มะปรางครับ”
มะปรางตะลึง
“คุณทร”
“ถ้าปรางไม่รังเกียจผู้ชายที่ไม่มีอะไรอย่างผม”
มะปรางก้มหน้าอาย จี่หอยมองๆ
“ยายปรางว่าไง”
มะปรางหันไปถามจี่หอยอย่างเขินๆ
“พี่หอยเห็นชอบด้วยรึเปล่าคะ”
“คิดก่อน รวย หล่อ ล่ำ ร้องเพลงเพราะ ไม่เจ้าชู้ เอาเถอะปราง ชาตินี้แกคงหา แบบนี้ไม่ได้แล้วละ”
มะปรางหันมายิ้มเขิน
“งั้นก็ ตกลงค่ะคุณทร”
“ดีใจจังเลย”
อินทรเข้ากอดมะปราง จี่หอยกระแอมเตือน
“อะแฮ่ม”
อินทรปล่อยร่างมะปราง
“ขอบคุณครับพี่หอย”
อินทรเข้ากอด จี่หอยทำเคลิ้ม
“จูบแก้ม จูบ”
อินทรหอมแก้ม จี่หอยตาปรือครางกระเส่า เสียงมือถืออินทรดังขึ้น เขารีบปล่อยร่างจี่หอยแล้วกดรับสาย จี่หอยเสียดาย
“ว่าไงครับ จ๋า”
จ๊ะจ๋ายืนอยู่กับกลุ่มวินมอเตอร์ไซค์ กำลังระล่ำระลักพูดสาย
“คุณทรคะ พี่ฟ้าทำเรื่องอีกแล้ว”
“เรื่องอะไร”
“พี่ฟ้าจะแก้แค้นเจ๊เฉลา แล้วให้ฉันเป็นคนจัดการด้วยค่ะ”
“จ๋าอยู่ที่ไหน”
“ฉันอยู่พุทธมณฑลนี่เอง ที่เดอะไซเคิล”
“ไม่ไกล งั้นผมไปหาเดี๋ยวนี้”
“ขอบคุณค่ะ”
จ๊ะจ๋าเลิกสาย หันไปทางกลุ่มวิน
“เอาไงน้อง จะให้จัดการหมาจริงๆเหรอ”
จ๊ะจ๋ายิ้มแหยๆ
“ค่ะ แต่พี่คะ อย่าให้น้องหมาเป็นอะไรนะคะ”
“ไม่ต้องห่วง” กลุ่มวินยืนยัน

เฉลานั่งทำผมอยู่ในร้าน คุยกับช่างอยู่ ไม่ได้มองออกมา วินมอเตอร์ไซค์ที่เปลี่ยนชุดแล้ว ใส่แว่นดำเดินเข้ามาที่กรงหมา ดูลาดเลาในร้าน ไม่เห็นใครมองมาก็เปิดกรง อุ้มหมาออกมาแล้วรีบเผ่นไป เปิ้ลเดินออกมา นอกร้านพอดีจะเอาขนมให้หมาเห็นกรงเปิดอยู่ก็ตกใจ
“ว้าย นังบาบาร่า แกหายไปไหนแล้ว ว้ายตายแล้ว”
เปิ้ลรีบกลับเข้าร้าน
“คุณพี่คะ”
“มีอะไร”
“น้องบาร์บ หลุดออกจากกรงค่ะ”
“อะไรนะ” เฉลาตกใจรีบออกมาหน้าร้าน “น้องบาร์บ ลูกฉัน ลูกฉันไปไหน ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าให้ดูให้ดี”
“ขอโทษค่ะ”
เฉลารีบวิ่งหา ทั้งๆ ที่ผมยังมีกิ๊ปเต็มหัว เปิ้ลวิ่งตาม
น้องหมาวิ่งหน้าตื่นอยู่ที่ลานจอดรถ รถบางคันกำลังแล่นเข้าออก บีบแตรกันสนั่นเมื่อเห็นหมา ฟ้าใสนั่งหน้าเหี้ยมอยู่ในรถ จ๊ะจ๋านั่งอยู่ข้างๆ มองเห็นน้องหมากำลังวิ่งอยู่กลางถนน ฟ้าใสยิ้มอย่างพึงใจ จ๊ะจ๋ามองฟ้าใสอย่างกลัวๆในสิ่งที่จะเกิดตามมา
เฉลาวิ่งหาตามร้าน เปิ้ลตามมา
“ลูกฉัน บาร์บ หนูไหนลูก บาร์บ”
เปิ้ลช่วยหา
“น้องบาร์บขา อยู่ไหนคะ”
“ถ้าลูกฉันเป็นอะไร ฉันเล่นงานเธอจริงๆนะ”
เสียงรถบีบแตรกันสนั่นดังมาจากลานจอด เปิ้ลตกใจ
“อุ๊ย สงสัยจะอยู่ที่ลานจอดรถค่ะ”
“ว้าย! รถ”
เฉลากรีดร้องลั่น วิ่งไปที่ลานจอดรถทันที น้องหมาวิ่งหน้าตื่นมากลางลาน รถแล่นอ้อมกันไป ฟ้าใสและจ๊ะจ๋ามองมาที่น้องหมา
“นังแก่ แกเตรียมรับวิญญาณลูกแกไปได้เลย”
ฟ้าใสทะยานขับรถออกไปอย่างเร็ว พุ่งตรงไปที่น้องหมา จ๊ะจ๋าตกใจ
“พี่ฟ้าอย่า”
รถจะเข้าทับน้องหมา จ๊ะจ๋าดันพวงมาลัยจนรถแฉลบเบี่ยงไป ฟ้าใสโมโห
“นังจ๋า แกทำอะไร”
“พี่จะฆ่าน้องหมาไม่ได้ค่ะ”
จ๊ะจ๋าพูดได้เท่านั้นก็วิ่งลงจากรถ น้องหมาวิ่งกระเจิงไปหลบอยู่มุมหนึ่ง จ๊ะจ๋าวิ่งตามไปอุ้มน้องหมามา ฟ้าใสแล่นตรงเข้ามาทำท่าจะชน จ๊ะจ๋ากรีดร้องลั่น แล้วหลบวูบล้มไปกับพื้นทั้งหมาทั้งคน ฟ้าใสแล่นรถทะยานไป
เฉลาและเปิ้ลวิ่งมาที่ลานจอดรถ จังหวะที่ฟ้าใสแล่นผ่านมา เกือบเฉี่ยวเข้ากับร่างของเฉลา เปิ้ลและเฉลากรีดร้องเซล้มกันไป ฟ้าใสแสยะยิ้ม เปิ้ลโกรธมากโวยวายลั่น
“ต๊าย ขับรถประสาอะไรเนี่ย”
เปิ้ลประคองเฉลาลุกขึ้น เฉลายังมองตามรถนั้นอย่างคุ้น
“คุณพี่เป็นอะไรรึเปล่าคะ”
“ไม่เป็นไร นั่นมันรถนัง...”
“รถใครคะ”
ทันใดนั้นเสียงน้องหมาเห่าอยู่ไม่ไกล หันขวับไปตามเสียง
“ลูกแม่”
ทั้งสองวิ่งเข้าไปที่ลานจอดเห็นจ๊ะจ๋ากอดน้องหมาตัวสั่นเทาอยู่ ทั้งสองมาจากด้านหลังน้องหมาเห่าตลอด จ๊ะจ๋าพยามปลอบ
“ไม่ต้องกลัวแล้วนะ ไม่เป็นไรแล้ว”
เฉลาเข้ามา
“น้องบาร์บ เธอ นั่นหมาฉันรึเปล่า”
จ๊ะจ๋าหันไป
“อ้าว ยายจ๋า”
เฉลารับน้องหมามากอดไว้
“ลูกแม่เป็นยังไงบ้างลูก หลุดออกมาจากกรงได้ยังไงเนี่ย”
เฉลาเอะใจ มองจ๊ะจ๋านิ่ง จ๊ะจ๋าหน้าซีดไม่กล้าสบสายตา
“แล้วเธอมาทำอะไรที่นี่”
“คือ”
เฉลาเสียงเครียด
“เธอทำอะไรลูกฉัน เธอเป็นคนปล่อยออกมาจากกรงใช่ไหม”
จ๊ะจ๋าพูดไม่ออก เฉลาส่งหมาไปให้เปิ้ลอุ้ม จับไหล่ของจ๊ะจ๋าเขย่าอย่างแรง
“พูดมา เมื่อกี้ฉันเห็นรถของนังฟ้าใส แกร่วมมือกับมันทำร้ายลูกฉันใช่ไหม”
“หนูเปล่าค่ะ”
“อย่ามาโกหก สารภาพมาซะดีๆ”
จ๊ะจ๋าร้องไห้โฮ
“ไม่ต้องมาร้อง พูดมา ฉันบอกให้พูดไง”
ขณะเดียวกันนั้น รถของอินทรแล่นมาจอด อินทรและมะปรางรีบลงจากรถเข้ามาสมทบ
“เรื่องอะไรกันครับ จำเป็นยังไง”
เฉลามองหน้าอินทรอย่างไม่พอใจ มะปรางดึงจ๊ะจ๋าที่ร้องไห้สะอึกสะอื้น ไปกอดไว้ เฉลามองหน้าอินทรอย่างไม่พอใจ
“นายเป็นใคร อย่ามายุ่งได้ไหม นี่เรื่องของฉันกับนังจ๋า”
“จ๋าเป็นเพื่อนผม ยังไงก็ต้องยุ่งครับ”
“ยายนี่ร่วมมือกับนังฟ้าใส จะฆ่าหมาฉัน”
“จ๋าถูกยายฟ้าใสบังคับครับ”
มะปรางรีบช่วยยืนยันอีกคน
“ค่ะ จ๋าโทรมาหาเราเมื่อกี้บอกว่าถูกบังคับจริงๆ”
เฉลามองหนุ่มสาวทั้งสามอย่างเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง อินทรหันไปมองหน้าจ๊ะจ๋า
“จ๋า ถึงเวลาแล้วที่เธอต้องพูดความจริงทุกอย่าง”
เฉลาแปลกใจ
“ความจริงอะไร”
“เรื่องนี้ต้องคุยกันยาวครับ ผมมีเรื่องจะขอร้องเจ๊ด้วย”
เฉลามองทั้งสามอย่างไม่วางใจนัก

รุ้งระวีและทูนอินทร์นั่งกินของว่างอยู่ด้วยกัน รุ้งระวีอ่านหนังสือพิมพ์ที่ยังลงข่าวเรื่องของตน
“นี่ค่ะ เล่มนี้บอกว่ารุ้งระวียังหายตัวลึกลับ ลือหึ่งว่าแอบไปเมืองนอก เพื่อทำแท้ง ใครนะที่ให้ข่าว”
“แล้วจะแก้ข่าวไหมครับ หรือจะเลยตามเลย”
“เอาไงดีละคะ ตอนนี้คุณเป็นเหมือนผู้จัดการส่วนตัวของฉันแล้วนี่”
“เป็นผม จะเลยตามเลย แล้วจะออกมายอมรับหลังจากนี้สักครึ่งปี”
“ยอมรับว่าอะไรคะ”
“ยอมรับว่าท้องจริงน่ะซีครับ กับนายทูนคนนี้”
“บ้า คุณนี่”
รุ้งระวีทุบไหล่ทูนอินทร์ ทั้งสองหัวเราะกันอย่างรักใคร่ แสงหล้าแอบดูอย่างปลื้มใจ
“วันนี้แม่จะทำอาหารให้ลูกทานเป็นมื้อสุดท้ายแล้ว”
แสงหล้าหลบไป

ทั้งหมดเข้ามานั่งคุยกันในร้านอาหาร อินทร มะปราง จ๊ะจ๋า นั่งอยู่ตรงหน้าเฉลาที่หน้าเครียดอุ้มน้องหมาอยู่
“อะไรนะ นังฟ้าใสนอนกับนายอิทธิ เพื่อหวังจะย้ายค่าย”
จ๊ะจ๋าพยักหน้า
“ค่ะ”
เฉลาเหล่มอง
“แน่ใจนะที่เล่ามาทั้งหมดเป็นเรื่องจริง”
“จริงทุกอย่างค่ะ จ๋าเห็นกับตาตัวเอง”
เฉลาหันไปถามอินทร
“แล้วที่ว่ามีเรื่องจะขอร้องฉัน เรื่องอะไร”
“ผมจะขอให้เจ๊ช่วยพูดกับเสี่ยดำรง ผมจะขอตัวจ๋ามาอยู่สังกัดค่ายเพลงของผม”
เฉลาครุ่นคิด

รุ้งระวีออกมาเดินเล่นที่เฉลียงบ้านกับทูนอินทร์
“ทูนคะ เราจะจัดการเรื่องนาย อิทธิยังไงดี ฉันยังมีสัญญาทาสอยู่”
“ทนายผมกำลังหาทางอยู่ ผมจะเล่นงานมันทั้งเรื่องลิขสิทธิ์เพลงที่ถูกขโมย ทั้งเรื่องที่มันหลอกลวงคุณทั้งหมด”
รุ้งระวีวิตกกังวล
“เราต้องไม่แพ้นะคะทูน”
ทูนอินทร์ดึงมากอด
“รับรองครับ”
ทันใดนั้นมีเสียงเพลงแว่วมาจากในครัว รุ้งระวีแปลกใจ
“ใครร้องเพลงคะ”
“ท่าจะป้าแสงน่ะครับ บอกแล้วว่าแกเป็นนักร้องเก่า”
“ทำไมเสียงคุ้นหูจัง เหมือน...”
“เหมือนใครครับ”
“เดี๋ยวนะคะ”
รุ้งระวีนิ่งฟังแล้วอุทานออกมาเบาๆ
“แม่”
รุ้งระวีผละไปทันที ทูนอินทร์มองตามก่อนจะตามไป
แสงหล้ากำลังทำครัวอยู่ ฮัมเพลงของรุ้งระวีเบาๆ รุ้งระวีเข้ามามองอย่างคุ้นในน้ำเสียงโดยที่แสงหล้ายังไม่รู้ตัว รุ้งระวีก้าวเข้ามาในห้องครัว
“ป้าแสงคะ”
แสงหล้าชะงักตะลึงนิ่งไปไม่กล้าหันไปมอง รุ้งระวีพยายามมองแต่เห็นแค่เสี้ยวหน้า
“ร้องเพลงเพราะจัง เพลงอะไรคะ”
ทูนอินทร์เดินข้ามโถงมาหน้าห้องครัว
“รุ้งมีอะไรเหรอ”
รุ้งระวีหันไปมองเดินพ้นประตูครัวมาหาเขาจังหวะนี้ แสงหล้ารีบหลบออกจากครัวไปทันที รุ้งระวีกระซิบบอก
“ทูนคะ เสียงป้าคนนี้เหมือน”
“เหมือนใครครับ”
“เหมือนแม่มากเลย ตอนที่แม่ร้องเพลงกล่อมลูกให้ฉันฟังทางมือถือ คือเสียงนี้แหละ”
ทั้งสองรีบกลับเข้าไปในห้องครัวทันที แต่แสงหล้าอันตรธานไปเสียแล้ว
แสงหล้ารีบหลบออกมาที่สวนหลังบ้าน แล้วแอบอยู่หลังพุ่มไม้ ทูนอินทร์และรุ้งระวีตามออกมา
“ป้าแสงครับ ป้าแสง เอ ไปไหนแล้ว”
“ทำไมต้องหลบหน้าฉันด้วยละคะ”
“แสดงว่ารุ้งยังไม่เคยเจอหน้าป้าแสงเลยเหรอครับ”
“ไม่เคยเลยค่ะ”
“เอ ผมเข้าใจว่าเคยเจอกันแล้วเสียอีก”
“เป็นไปได้ไหมว่าป้าแสง คือแม่แสงหล้า”
“รุ้ง เป็นไปไม่ได้หรอกครับ แม่แสงหล้าจะกล้าเข้ามาอยู่ในบ้านผมได้ยังไง”
“แต่เสียงคล้ายเหลือเกิน”
“เสียงอาจจะคล้ายกันก็ได้นี่ครับ”
“นั่นซี”
“ขึ้นบ้านเถอะ”
ทูนอินทร์โอบขึ้นบ้านไป รุ้งระวียังอ้อยอิ่งอยู่ที่ระเบียง แสงหล้าหลบอยู่หลังพุ่มไม้ น้ำตารื้นมองลูกสาวที่ระเบียง
“งั้นอยู่ใกล้ลูกเกินไปแล้ว ถ้าไอ้คำรณมันรู้เข้า มันต้องทำร้ายลูกแน่ๆ แม่อยู่กับลูกไม่ได้แล้วละ แม่ลานะรุ้งระวี ขอให้มีความสุข แล้วเราคงได้พบกันอีก”







Create Date : 11 กุมภาพันธ์ 2555
Last Update : 11 กุมภาพันธ์ 2555 9:32:43 น.
Counter : 148 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  

มิกัง
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]