All Blog
ทองประกายแสด ตอนที่ 1




ทองประกายแสด ตอนที่ 1

ที่ร้านขายอาหารตามสั่งเล็กๆ แห่งนั้น ทองดี เด็กสาววัย 17 ปี นั่งดูละครโทรทัศน์อยู่ในอาการเคลิ้มคล้อย เพราะนึกว่าตัวเองเป็นริสา นางเอกของเรื่องที่วิ่งร้องไห้ แล้วพระเอกก็วิ่งตามมาร้องเรียกงอนง้อเธอ

“ริสา..ฟังผมก่อน”
ริสาไม่ฟัง วิ่งต่อไป พระเอกรีบวิ่งเข้ามาคว้าเอวริสา ล้มกลิ้งไปที่ริมทะเล คลื่นซัดเข้าหาทั้งสองที่จ้องตากัน นางเอกน้ำตาไหล
“ริสา คุณอย่าหนีผมอีกเลยนะ”
“คนอย่างริสามันไม่มีค่ากับใครหรอกค่ะ”
“ริสามีค่ากับผมมากที่สุด”
“แต่…”
“ไม่มีแต่อะไรอีกแล้ว..ผมรักคุณ...ผมรักคุณ...”
ริสาดีใจ ยิ้มทั้งน้ำตา พระเอกจูบริสา…
ขณะเดียวกัน ทองดีในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้น มือบิดหนังสือประเภทซุบซิบดาราไป ยิ้มไป มองในจอโทรทัศน์เห็นพระเอก นางเอก จับมือกันลุกขึ้น มองตา แล้วกอดกัน และขึ้นคำว่า จบบริบูรณ์ที่กลางจอ
แล้วเสียงดังราวกับฟ้าผ่าของแม่ก็ขัดจังหวะขึ้น
“อีทองดี!”
ทองดีสะดุ้ง หันไปทางหน้าร้าน มีลูกค้านั่งกินกาแฟ และข้าวอยู่หลายโต๊ะ ด้านหน้าร้านมีมุมขายข้าวตามสั่ง อีกด้านขายกาแฟ ซึ่งขณะนี้แม่ยืนเท้าเอวถือตะหลิวอยู่หน้าเตา ถลึงตามองมา ทองดีพ่นลมทางปากอย่างเซ็งๆ

ทองดีเดินสะบัดๆไม่พอใจมาหาแม่ ที่ยืนท้าวเอวรออยู่
“ดูทีวีทั้งวันนะมึง งานการไม่ทำ ลูกค้าแหกปากสั่งผัดกระเพราให้ลั่นน่ะ ได้ยินไหม”
“แม่ได้ยินแล้วทำไมไม่ทำเลยล่ะ ถ้าไม่มัวด่าฉันป่านนี้ผัดได้สองจานแล้ว”
“อีทองดี อีดอกกระทือ อีลูกทรพี! กูไม่น่าเอามึงมาเลี้ยงเลย ปากแบบนี้ปล่อยให้อดตายอยู่กับพ่อแม่มึงซะดีก็หรอก”
พูดจบแม่ก็เงื้อมือจะตี ทองดีรีบกระโดดหลบจนไปชนกับลูกค้าชายที่เดินมาหน้าร้านพอดี
“โอ๊ะๆๆ” ลูกค้าประคองทองดี “โธ่ เจ๊ จะตีทองดีมันทำไม เดี๋ยวผิวสวยๆก็ช้ำหมด”
ลูกค้าชายยังจับทองดีไว้ไม่ยอมปล่อย จนทองดีต้องสะบัดแขนออกด้วยความไม่พอใจ
“ถุย ผิวสวยๆ หนังหนาอย่างกับหนังแรด เอ้าอีนี่ ยังจะมัวยืนสำออย อ่อยผู้ชายอยู่ได้ พอกูบอกว่าแรดนี่ ทำตัวกลมกลืนทันทีเลยนะ”
ทองดีฉุน
“โอ๊ยยยย แม่...จะด่าอะไรนักหนาเนี่ย”
“หนอยอีทองดี มึงวิเศษมาจากไหนกูถึงด่าไม่ได้”
ลูกค้าที่รอกินข้าวอยู่ในร้าน ทนไม่ไหวตะโกนขึ้นมา
“เจ๊ ผัดกระเพราได้ยัง รอนานแล้วนะ”
“ฝากไว้ก่อนเถอะมึง เดี๋ยวกูจะมาด่าต่อ”
แม่หันกลับไปผัดข้าว ทองดีหันมาก็เจอลูกค้าชายส่งยิ้มรออยู่ก่อน
“แล้วพี่จะเอาอะไร”
“ยกล้อแก้วนึงจ้ะทองดี”
ลูกค้าสั่งแล้วเดินมานั่งที่โต๊ะที่ใกล้ทองดีที่สุด ทองดีเดินไปชงกาแฟ ลูกค้าชายก็มองสำรวจรูปร่างทองดีอย่างลืมตัว โดยไม่รู้ว่าทองดีมองอยู่อย่างเคืองๆ ทองดีเอาช้อนเคาะแก้ว แก๊งๆๆ ลูกค้าสะดุ้ง
“มองอะไร”
“มองคนสวยไง ทองดีนี่สวยอย่างหาที่ติไม่ได้เลยนะ แถมยังสวยขึ้นทุกวันทุกวันเลยนะ”
ทองดียิ้ม ชม้ายชม้ายตา
“จริงเหรอ ฉันสวยขนาดที่พอจะเป็นดาราได้ป่ะ”
“ไม่ใช่ดาราธรรมดาๆนะ ต้องนางเอกเท่านั้น”
ทองดีเขินอายหยุดชง แม่ที่ผัดกระเพราราดข้าวเสร็จก็ถือจานรอ พอเห็นทองดีถูกจีบอยู่ก็โมโห
“มึงจะชงจนชั่วลูกชั่วหลานเลยใช่ไหม”
ทองดีรีบคนๆโอเลี้ยงในแก้ว ตักน้ำแข็งใส่แก้วเทโอเลี้ยงใส่แล้วส่งให้ลูกค้า ลูกค้ายิ้มเจ้าชู้ให้ทองดีก็ยิ้มตอบ แล้วรีบเดินไปรับจานข้าวที่แม่ผัดเสร็จไปวางส่งให้ลูกค้า

แม่ยืนผัดข้าวให้ลูกค้าเด็ก ที่จอดจักรยานรออยู่หน้าร้าน ลูกค้าที่จีบทองดีดื่มยกล้อหมดแก้ว แล้วลุกเดินมาส่งตังค์ให้ทองดียี่สิบ
“พี่ชอบยกล้อของทองดีมากเลยรู้ไหม”
ทองดียิ้ม
“ชอบก็ให้ฉันเพิ่มอีกยี่สิบสิ”
ลูกค้าหน้าเสีย
“แฮ่ะๆ พี่ไม่รวยขนาดแจกเงินใครได้หรอก แต่พี่ก็มีหัวใจให้ทองดีนะ”
ทองดีชักสีหน้าทันที
“ไปไหนก็ไปเลยไป”
ลูกค้าหน้าจ๋อยเดินออกไป แล้วชายหญิงที่ทานข้าวก็เรียก
“ทองดี เก็บเงินโต๊ะพี่ด้วย”
ทองดีนับจานและน้ำ
“ร้อยนึงพอดี”
หญิงลูกค้าหยิบเงินมานับเป็นแบงก์ยี่สิบห้าใบ ส่งให้ทองดีแล้วลุกไปทั้งคู่ ทองดีมองแม่ที่ผัดข้าว มองไปที่ในร้านที่โต๊ะเตี่ยก็ไม่เห็นมีเตี่ย ทองดีแอบดึงแบงก์ยี่สิบพับใส่กระเป๋ากางเกง
“เก็บเงินเสร็จแล้วก็เอามาสิ”
ทองดีสะดุ้งหันไปที่โต๊ะก็เห็นเตี่ยเดินไอออกมาจากห้องน้ำมานั่งที่โต๊ะเก็บเงิน

เตี่ยนั่งนับเงิน ทองดียืนมองอยู่ข้างๆ
“หกสิบ แปดสิบ ร้อยนึง...แล้วของโต๊ะที่อีกินโอยั๊วะล่ะ”
เตี่ยจ้องหน้า ทองดีตีหน้าซื่อ
“ไม่ครบเหรอเตี่ย” ทองดีทำเป็นค้นกระเป๋า “อ้าว...อยู่นี่เอง”
“ลื้อคิดจะอมตังค์ใช่ไหม”
“แหม...เตี่ย ก็มันลืมอ่ะ”
“อย่าให้รู้นะ ว่าลื้อคิดจะขโมยเงินอั๊ว”
ทองดีหน้ามู่ทู่ มองดูเตี่ยพับเก็บเงินแยกไว้อย่างดีแล้วเก็บลงลิ้นชัก
“เตี่ย ขอตังค์ไปซื้อรองเท้าแตะหน่อยสิ มันเก่าแล้วอ่ะ”
เตี่ยมองไปที่รองเท้าแตะเก่าๆดำๆของทองดี
“ก็ยังใส่ได้อยู่นี่ จะซื้อของใหม่ไปทำไม...เปลือง”
“นี่เตี่ย...รองเท้าแตะกี่บาทกันเชียว เตี่ยจะงกไปทำไม”
“เรื่องของอั๊ว งกแล้วรวย มันจะเสียหายอะไร ใช้ไม่คิดอย่างลื้อน่ะสิจะล่มจม ไปๆๆไปเก็บจานไปล้าง ล้างจานเลยไป”
ทองดีดูเตี่ยล็อกกุญแจลิ้นชักด้วยความเจ็บใจ เลยเดินสะบัดไปหลังร้านอย่างไม่พอใจ

ทองดีหน้าหงิกหน้างอโยนจานช้อนใส่กาละมัง ส่วนแก้วก็วางใส่อีกกาละมันอย่างไม่ค่อยใยดี แล้วใช้เท้าเขี่ยเก้าอี้พลาสติกมานั่ง ใช้เท้าเลื่อนกาละมังใส่แก้วมาให้ตรงกับก๊อกก่อนเปิดน้ำใส่กาละมัง แล้วเอามือควักผงซักฟอกใส่เยอะๆ
“งกกันนักใช่ไหม”
ทองดีตีฟองเยอะๆท่วมอ่าง แล้วล้างอย่างลวกๆ แกว่งๆ ในน้ำผงซักฟอกแล้วเอารองน้ำจากก๊อกหนเดียวก็วางในถังอีกใบเลย ช่วงที่เอาแก้วใบที่สองล้างน้ำก่อนเอาใส่ถังทองดีก็หยิบมาดูเงาตัวเอง ระหว่างที่ลากกาละมังมา เปิดสายยางใส่กาละมังจนน้ำเกือบเต็ม ปิดก๊อกน้ำ พอจะล้างแก้ว ก็เห็นเงาตนในแก้วน้ำ เหม่อคิดไปถึงที่ผู้ชายเคยชม...
“ทองดีนี่สวยอย่างหาที่ติไม่ได้เลยนะ”
“.. สักวันเถอะ อีทองดีคนนี้จะไปจากที่นี่ ไปเป็นดาราดัง มีเงินเป็นล้านๆ มีบ้านหลังใหญ่ๆแล้วใครๆก็ต้องเรียกฉันว่าคุณทองดี”
ทองดีมองเงาในแก้ว กัดริมฝีปากด้วยความเจ็บใจ

ทองดีหิ้วถังสองใบใส่แก้วถังหนึ่งใส่จานช้อนถังหนึ่ง ขึ้นมาจากจุดล้างจาน
“เดี๋ยวเอ็งไปจ่ายตลาดให้หน่อย” แม่หยิบกระดาษจดรายการ และเงินจากกระเป๋า
ผ้ากันเปื้อนส่งให้ “เอ้านี่ เหลือเท่าไหร่ทอนให้ครบนะ”
“รู้แล้วน่า”
ทองดีวางถังสองใบลงตรงหน้าแม่ เช็ดมือที่เปียกกับกางเกง แล้วรับเงินมาแล้วรีบออกไปทั้งๆที่ทำงานค้าง แม่มองถังที่วางกองอยู่ แม่ตะโกนไล่หลัง
“อีทองดี งานมึงยังไม่เสร็จเลย”
ทองดีเดินไปไม่สนแม่เรียก แม่มองถังจานแก้วแล้วโมโห ตะโกนด่า
“แหม อีเด็กบ้า ให้ไปตลาดทีไร มันต้องระริกระรี้ทุกที อย่าให้กูรู้นะว่าแอบนัดผู้ชายเอาไว้ จะเอาเลือดหัวออกเลยคอยดู”

ในตลาด ทองดีเดินมาอย่างสวยเริ่ดเชิดมั่น ชาวบ้านทั้งหญิง และชาย ต่างก็มองทองดีเป็นตาเดียว โดยเฉพาะผู้ชายที่มองอย่างเจ้าชู้ บางคนก็จุ๊ปาก บางคนมองหัวจรดเท้า เท้าจรดหัว เหลียวหลังจนเมียด่า
ทองดียิ้มพอใจ สะบัดผมหนึ่งที แล้วเสียงบีบแตรปิ๊นๆก็ดังขึ้นด้านหลัง ทองดีตกใจ หันไปเห็นคนเข็นเข่งผักบีบแตรพร้อมร้องตะโกน
“หลบหน่อยๆ”
“ว้าย” ทองดีรีบหลบคนเข็นผัก แล้วร้องด่า “คนเดินอยู่ไม่เห็นหรือไง”
คนเข็นผักหยุดแล้วหันมายิ้มให้
“เห็นสิจ๊ะ ใครๆก็เห็นทองดีทั้งนั้นล่ะ ทองดีมาทีไร ตลาดสดชื่นขึ้นมาทันทีเลย เสียดายวันนี้พี่รีบ เดี๋ยววันหลังจะไปคุยที่ร้านนะ”
คนเข็นผักยิ้มแล้วรีบเข็นไป ทองดีมองตามด้วยสายตาดูถูก
“ใครเขาอยากคุยกับแก ลูกเจ้าของตลาดก็ไม่ใช่”

ทองดีรับของจากแม่ค้า เบิ้มซึ่งรู้จักกันมานาน วิ่งเข้ามาหาอย่างดีใจ
“ทองดี”
“พี่เบิ้ม แม่ใช้มาจ่ายตลาดเหรอ”
“ใช่ ..แล้วเลยมารับเพื่อนด้วย”
“เหรอ..แล้วไหนล่ะเพื่อนพี่”
เบิ้มชี้ไปที่พิสุทธิ์
“นั่นไง”
พิสุทธิ์เดิมยิ้มสะพายกีตาร์เดินเข้ามาอย่างเท่ห์ ทองดีกับพิสุทธิ์มองหน้ากัน ทองดียิ้มเขินโดนใจ
“พิสุทธิ์มันเรียนที่เดียวกับพี่ในตัวจังหวัด” เบิ้มบอก
“ชื่อทองดีเหรอครับ”
“จ้ะ”
“ทองดีซื้อของเสร็จยัง กลับพร้อมกันไม๊”
ทองดียังยิ้มเขิน
“ไม่เป็นไรหรอก ฉันกลับเองได้ ยังซื้อของไม่ครบ ไปก่อนนะ แล้วเจอกันทองดีแยกออกไป พิสุทธิ์ก็ยังมองตาม ไม่ละสายตา”
“มองตามตาไม่กระพริบเลยนะมึง...คนนี้น่ะสวยที่สุดในอำเภอบ้านกูเลยนะ บ้านเป็นร้านขายข้าวขายกาแฟ อยากไป กินกาแฟร้านทองดีไหมล่ะ”
พิสุทธิ์ไม่ตอบอะไร ได้แต่ยิ้มๆ เบิ้มมองอย่างรู้ทัน ทองดีหันกลับมามองยิ้มให้

พิสุทธิ์นั่งดูดชาเย็น มองทองดีที่ยิ้มเขินอยู่ตรงข้าม เบิ้มแกล้งดูดน้ำแข็งก้นแก้วแรงๆขึ้นขัดอารมณ์ ทองดี พิสุทธิ์หันมามองเบิ้ม
“จะคุยอะไรก็คุยซะทีสิคร้าบ มัวแต่มอง จะรู้เรื่องไหมเนี่ย”
พิสุทธิ์ถามยิ้มๆ
“มีแฟนหรือยังครับ”
“เฮ่ย มานิ่มๆแต่โดนจังๆเลยว่ะ” พิสุทธิ์หันไปมองทองดี “ว่าไงจ๊ะทองดี”
“ยังไม่มีหรอก”
แม่ที่ผัดข้าวอยู่ ตักข้าวใส่จานเสร็จ เห็นทองดีนั่งคุยกับผู้ชาย ก็ตะโกนด่า
“อีทองดี มาเอาข้าวผัดออกไป มัวแต่อ่อยผู้ชายอยู่ได้”
ทองดีเดินกระฟัดกระเฟียดไปหาแม่
“แม่อ่ะ เรียกดีๆหน่อยได้ไหม ฉันไม่ได้อ่อยซะหน่อย พี่เบิ้มเขาพาเพื่อนมากินข้าวฉันก็ไปคุยด้วยเฉยๆ”
“อย่ามาสตอ กูเห็นมึงชม้อยชม้ายตาให้ท่าไอ้หน้าหล่อนั่นอยู่ ถ้าโดนเขาหลอกฟันล่ะมึงเอ๊ย...”
เบิ้มรีบขัด
“ป้าจ๋าใจเย็นๆ ไม่มีอะไรอย่างนั้นหรอก พ่อแม่เขาเป็นข้าราชการอยู่ในจังหวัด ขืนทำอะไรไม่ดี ก็เสียชื่อหมดสิ”
แม่เปลี่ยนท่าที ชะโงกหน้าถามพิสุทธิ์
“อ่อ เป็นลูกข้าราชการหรอกเหรอ” พิสุทธิ์ยิ้มรับพยักหน้า แม่จึงหันไปพูดกับทองดี “งั้นมึงก็เอาข้าวไปส่ง แล้วค่อยมาคุยกับเพื่อน”
“จ๊ะ”ทองดียิ้ม
“แต่กูให้มึงคุยได้แป๊บเดียวนะ”
“จ้า...” ทองดีหยิบจานข้าว หันมองพิสุทธิ์แว่บนึง ยิ้มแล้วออกไป
พิสุทธิ์มองตามทองดีอย่างหลงใหล

ค่ำคืนนั้น...พิสุทธิ์กึ่งนั่งกึ่งนอนใจลอยเกากีตาร์ตรงโต๊ะญี่ปุ่นซึ่งมีกองหนังสือวางอยู่เต็ม โดยมีเบิ้มก้มหน้าอ่านหนังสืออยู่ ครู่หนึ่งเบิ้มเงยหน้ามองพิสุทธิ์
“เฮ้ย ตกลงจะติวกันไหมวะเนี่ย กูอ่านจบไปสองเล่มแล้วนะ”
“มึงก็อ่านไปก่อนเถอะน่ะ”
“เฮ้อ ไม่น่าเลยกู”
“ไม่น่าอะไร”
เบิ้มส่ายหน้า...
“ก็ไม่น่าแนะนำให้รู้จักทองดีน่ะสิ อุตส่าห์ถ่อจากจังหวัดมาหากูถึงนี่ แล้วเป็นไง เห็นหญิงดีกว่าเรื่องเรียน”
“เฮ้ย...มึงหยุดบ่นเถอะว่ะ กูฟังแม่กูบ่นจนเบื่อแล้ว”
“เออๆ เรื่องของมึงแล้วกัน”
เบิ้มอ่านหนังสือต่อ พิสุทธิ์วางกีต้าร์ ลุกขึ้น
“ไงกูก็ขอบใจมึงแล้วกัน”
“ขอบใจอะไรวะ”
“ก็...ก็ขอบใจที่ให้กูมานอนบ้านมึงไง กูไปนอนแล้ว”
พูดจบพิสุทธิ์ก็เดิน เบิ้มมองตามส่ายหน้าระอาใจ

เช้าวันใหม่...
ทองดีเปิดร้านออกมาเจอพิสุทธ์ยืนสะพายกีตาร์ยิ้มอยู่หน้าร้าน เบิ้มยืนอยู่ห่างๆ ทองดีทั้งตกใจ ทั้งดีใจ
“มาทำไมแต่เช้า”
พิสุทธิ์ยิ้ม
“ก็...อยากเจอ”
“แล้วไม่ไปเรียนเหรอ”
“ไปครับ แต่ขอมาเจอหน้าทองดีก่อน”
ทองดีเขิน
“เจอแล้วไง”
“เจอแล้วก็อยากเจออีก”
“บ้านฉันก็อยู่ที่นี่ มาหาพี่เบิ้มเมื่อไหร่ก็แวะมาได้”
“จริงนะ ทองดีสัญญานะ”
ทองดีพยักหน้ารับ ทั้งสองมองหน้ากันยิ้มให้กัน
“เฮ้ย คุยเสร็จยัง เดี๋ยวตกรถไปสอบไม่ทันกันพอดี”
“ผมต้องไปมหาลัยแล้ว ไว้ผมจะมาหาอีกนะ”
สองหนุ่มเดินออกไป เบิ้มเดินจ้ำเร็วๆพิสุทธิ์เดินไป ก็ยังหันกลับมามองโบกมือให้ทองดี”
ทองดียืนยิ้ม หัวใจพองโตตาเป็นประกาย

ช่วงสาย...ทองดีซักผ้าอยู่หลังร้าน ร้องเพลงชิมิของบลูเบอร์รี่ ไปกับวิทยุเล็กๆวางอยู่บนโต๊ะ แล้วคิดถึงพิสุทธิ์ เธอยิ้มไปซักผ้าไป
“คนอย่างอีทองดี มันต้องได้เป็นผัวเรียนสูง เป็นลูกข้าราชการแบบนี้แหละถึงจะเหมาะสม”
เพลงในวิทยุจบ เสียงดีเจสาวก็พูดขึ้น
“เอาล่ะค่ะ ข่าวดีที่อุบไว้ตั้งแต่เบรกที่แล้ว ชาววิทยุชุมชน เสียงลูกทุ่ง เตรียมเฮได้เลยเพราะว่ากองถ่ายละคร เพลิงพิศวาส จะมาตั้งกองถ่ายกันที่ตลาดบ้านเราในวันพรุ่งนี้”
ทองดีหูผึ่ง หยุดซักผ้า ฟังอย่างตั้งใจ
“ใครที่อยากเห็นว่าเขาถ่ายละครกันยังไงก็ลองแวะไปดูได้ ดีเจก็ว่าจะไปดูสักหน่อย เผื่อมีผู้กำกับเห็นแววอาจจะชักชวนไปเป็นนางเอกก็ได้นะคะ”
ทองดีตาวาว
“กองถ่ายละครจะมาพรุ่งนี้”
ทองดีรีบเอาสายยางมาล้างแฟ้บออกจากมือ แล้วรีบกลับไปที่ห้องนอน คุ้ยเสื้อผ้าในตู้ หยิบตัวนั้นตัวนี้มาทาบแล้วก็ไม่ได้อย่างใจ หลายตัวดูแล้วก็โยนทิ้งๆ แล้วก็มานั่งเซ็งที่เตียง
“โอ๊ย ไม่มีเสื้อผ้าสวยๆเลยอ่ะ ทำไงดีวะ”
ทองดีเกาหัวอย่างหงุดหงิด

เตี่ยนั่งไอไม่หยุดอยู่ที่โต๊ะเก็บเงิน แม่วางมือจากจัดของหน้าร้าน มาดู
“เฮีย เป็นอะไรมากหรือเปล่า ไปหาหมอดีกว่า” ว่าแล้วก็ตะโกนเรียกทองดี “ทองดี
อีทองดี...มาช่วยกันพาเตี่ยไปหาหมอเร็ว”
เตี่ยโบกมือ
“ไม่ต้องๆเปลือง กินยาแก้ไอก็พอ”
“เฮียกินมาเป็นสิบขวดแล้วไม่เห็นจะหายเลย ไปหาหมอดีกว่าน่า”
“บอกว่าไม่ไปก็ไม่ไปสิ ค่าหมอแต่ละทีไม่ใช่น้อยๆนะ อั้วเสียดาย”
แม่เงอะงะ
“เอางั้นเหรอ เอ้าๆก็ได้”
ไปหยิบยากแก้ไอจากตู้ยามาให้ เตี่ยเปิดกินเข้าไปไม่ทันไร ก็ไอพรวดออกมา ขวดยาหล่นแตก
“เฮีย!”แม่ตกใจร้องลั่น

แม่ประคองเตี่ยจะขึ้นไปข้างบน ผ่านห้องทองดีที่อยู่ข้างล่างใกล้บันได ทองดีนั่งคุดคู้เก็บเสื้อผ้าเข้าตู้ก็ด่า
“อีทอง ทำตะบักกตะบวยอะไรอยู่ เมื่อกี้กูแหกปากเรียกไม่ได้ยินเหรอ”
ทองดีหน้างอ
“ก็ฉันกำลังยุ่ง”
“ยุ่งอะไรของมึง แล้วนี่ ซักผ้าเสร็จหรือยัง ถึงมาหลบอยู่นี่”
“ก็...เกือบเสร็จ”
“เกือบเสร็จ แสดงว่ามึงยังซักผ้าไม่เสร็จ อีนี่...มึงแอบอู้ใช่ไหม”
ทองดีรำคาญ
“ก็จะไปเดี๋ยวนี้แล้ว”
“มึงรีบไปซักผ้าให้เสร็จ แล้วไปซื้อยาแก้ไอ้ให้เตี่ย กูจะพาเตี่ยมึงไปนอน”
ทองดีรีบเดินออกมาดูทันที
“เตี่ยเป็นอะไรอ่ะแม่”
“ก็ไอเหมือนเดิม บอกให้ไปหาหมอก็ไม่ไป”
“ได้จ้ะแม่ เดี๋ยวฉันไปซื้อให้ เอาตังค์มา”
“เงินนี่นับแล้วกูจะเอาไปเก็บ มึงไปเปิดเอาตังค์ ในเก๊ะที่ร้าน”
เตี่ยที่ไอ้อยู่หยิบกุญแจให้ทองดี
“หยิบแค่ห้าสิบบาทนะ”
“แหม...ไม่ต้องกลัวฉันขโมยหรอก”
“ไปหยิบเงินสิ แล้วเอากุญแจมาคืน”
ทองดีหน้างอเดินไปที่โต๊ะเก็บเงิน เห็นเงินในลิ้นชักที่ถูกวางแยกไว้อย่างเป็นระเบียบ เธอมองเงินอย่างใช้ความคิด เสียงแม่ดังขึ้น
“อีทอง เสร็จหรือยัง กูจะพาเตี่ยขึ้นข้างบน”
“จ้ะแม่”
ทองดีรีบหยิบเงินแล้วปิดลิ้นชักล็อคกุญแจ แล้วเดินกลับไปหาแม่กับเตี่ยส่งกุญแจให้เตี่ย
“เอาเงินไปเท่าไหร่”
ทองดีแบมือ
“ก็ห้าสิบบาทน่ะสิเตี่ย”
เตี่ยพยักหน้ารับรู้
“มึงไปตากผ้าให้เสร็จ แล้วรีบไปซื้อยาเลยไป”
แม่สั่ง ทองดีเดินหน้างอออกไปที่ราวผ้า นำผ้าที่ซักแล้วมาตาก แล้วหยิบเงินออกมาจากกระเป๋ากางเกง 300 บาท
“พรุ่งนี้ฉันจะต้องสวยที่สุด”
ทองดีมองเงินในมือแล้วยิ้มมีความสุข

ทองดีถือถุงยาในมือ ยืนอ่านหนังสือดาราภาพยนตร์ หน้าปกเป็นพระนางเรื่องเพลิงพิศวาส คนขายมาชวนคุย
“นี่ พรุ่งนี้กองถ่ายเพลิงพิศวาสเขาจะถ่ายกันที่นี่รู้หรือยัง”
“รู้แล้ว เมื่อเช้าวิทยุประกาศ”
“ทองดีจะไปดูหรือเปล่า”
“ไปสิ เผื่อเขาเห็นฉันแล้วจะชวนฉันไปเป็นดารา”
“ฝันสูงไปหรือเปล่าทองดี”
ทองดีปิดหนังสือหน้างอทันที
“ทำไม ไม่เคยได้ยินหรือไงดาราหลายคนเขาก็เป็นดารา เพราะไปยืนดูเขาถ่ายนี่แหละ”
คนขายหัวเราะ
“ก็เลยคิดว่าจะมีคนชวนไปเป็นดารากะเขาบ้างละสิ”
“ใช่ ก็ฉันสวยฉันก็คิดได้สิ ไม่ได้หน้าตาอย่างพี่นี่จะได้ไม่กล้าฝัน”
ทองดีกับคนขายจ้องหน้ากันอย่างไม่ยอมกัน
คนขายพูดห้วนๆ
“จะซื้อไหมเล่มนั้นน่ะ เดี๋ยวหนังสือพังหมด”
“ซื้อ...แต่จะไปซื้อร้านอื่น”

ทองดีวางหนังสือกระแทกลงแล้วเดินหนีไป คนขายมองตามด้วยความไม่พอใจ










Create Date : 10 กุมภาพันธ์ 2555
Last Update : 10 กุมภาพันธ์ 2555 20:08:01 น.
Counter : 703 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

มิกัง
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]