All Blog
แม่ยายที่รัก ตอนที่ 11



ทางด้านวริษราได้พาสมภพกับธงฉานมาในมุมสวนสวยที่ไม่มีคนเดินผ่านไปผ่านมา

“พี่รบเป็นญาติฉันและเราก็สนิทกันมาก” วริษราบอก
สมภพดูอาการของวริษราแล้วพอสรุปเรื่องราวได้ สมภพพูดเยาะเย้ย
“แต่ก็ไม่มากพอที่จะเปลี่ยนจากญาติเป็นคนรัก”
วริษราถึงกับอึ้งไปที่โดนพูดแทงใจดำ
“นังหน้าจืดมันแย่งพี่รบไป”
“ไม่จริง ไอ้หน้าจืดต่างหากที่แย่งน้องมัทไป” ธงฉานบอก
วริษรากำลังจะเถียงอีก แต่สมภพรีบขัดไว้ก่อน
“พอได้แล้ว ใครจะหน้าจืด ใครจะแย่งใครฉันไม่สน แต่ตอนนี้ฉันต้องการให้เธอแย่งวันรบกลับไปให้ได้ อย่าให้มีงานแต่งงานเกิดขึ้นเด็ดขาด”
วริษรานิ่งและเริ่มใช้ความคิด
“พวกคุณมีจ่ายให้ฉันเท่าไหร่”
“ทำไมต้องจ่าย ริซซี่ก็อยากได้ไอ้วันรบ ส่วนผมก็อยากได้น้องมัท” ธงฉานพูดขึ้น
“ค่าปิดปากไง ถ้าไม่อยากให้ฉันเอาแผนชั่วของพวกคุณไปบอกคนอื่น”
“แล้วเธอไม่กลัวฉันไปบอกคนอื่น.. เรื่องงานเสริมของเธอบ้างเหรอ” สมภพพูดเบรก
วริษราถึงกับอึ้งไปที่โดนสวนกลับ สมภพพูดกล่อมต่อ
“คิดดูดี ๆ ว่าจะร่วมมือกัน ต่างคนต่างได้ประโยชน์ หรืออยากจะให้ฉันแฉ”
วริษรามองสมภพกับธงฉานอย่างลังเลใจแล้วตัดสินใจ
“จะเอายังไงก็ว่ามา”
สมภพยิ้มร้าย
“หน้าอย่างอามีแผนเด็ดๆ กับเขาด้วยเหรอ” ธงฉานว่า
สมภพเบิ๊ดหัวธงฉาน
“ไปตามรุจีมา งานนี้ยิงนัดเดียวต้องกินรวบ”
ธงฉานกับวริษรามองสมภพด้วยความอยากรู้ว่าแผนของสมภพคืออะไร

ชานนท์กับวันรบเข้ามาในห้องพักที่ตกแต่งเรียบร้อยสวยงามในรีสอร์ตคุณแก้วในคืนนั้น เพื่อตรวจเช็กความเรียบร้อย
“พรุ่งนี้ห้องที่ตกแต่งก็เรียบร้อยทั้งหมด ก็คงส่งมอบแล้วก็ปิดจ็อบ”
“เสร็จเรื่องรบก็เหลือแต่เรื่องรักนะป๋า ที่ป๋ามาตื้อ ๆ แม่ยายผมนี่ ป๋าวางแผนไว้ว่ายังไง”
“ฉันเหรอ...ฉันก็อยากจะกลับมาอยู่กับครอบครัวฉัน ดูแลลูกเมียชดเชยกับที่ฉันทอดทิ้งเขาไป”
“แต่วันไหนถ้าแม่ยายความจำกลับมา เราจะตายหมู่นะป๋านะ”
“ฉันไม่กลัวหรอกว่ะ แกไม่เคยได้ยินเหรอ ความรักชนะทุกอย่าง”
“หืม..ไม่คิดนะว่าป๋าจะเลี่ยนขนาดนี้”
“รักเปลี่ยนคนได้เว้ย เมื่อกลางวันตอนที่คุณแก้วเจ็บท้องจะคลอด ฉันเห็นสามีคุณแก้วตื่นเต้นฉันยิ่งเสียดาย เมื่อวันที่มัทเกิด ฉันไม่ได้จับมือกระแต ไม่ได้อุ้มมัท ฉันทำให้ลูกต้องเสียใจ ขาดความอบอุ่น ทำให้เมียต้องลำบาก”
“เป็นผู้ชายที่แย่จริงๆ”
“ใช่..” รชานนท์รับคำแล้วนึกได้
“เฮ้ย ไอ้รบ ฉันพ่อตาแกนะ”
“ก็ล้อเล่น..แต่ป๋ายอมรับว่าเป็นพ่อตาผมแล้ว ยกมัทให้ผมแล้วใช่ไหม เย้ๆ”
“ฉันเชื่อใจแก แต่ฉันก็ห่วงลูก มัทเคยเสียใจเพราะฉันมาแล้ว ฉันไม่อยากให้ลูกต้องเสียใจเพราะแก มัทรักแกมากนะ”
“ป๋าก็รู้ว่าผมรักมัทมาก ผมจะไม่ทำให้มัทเสียใจแน่นอน ถ้างั้นเราก็ต้องสู้ต่อไปนะป๋าเพื่อผู้หญิงที่เรารัก”
วันรบยื่นมือ รชานนท์มองแล้วชกเบาๆ อย่างลูกผู้ชาย รชานนท์ยิ้ม
“แน่นอน”
พนักงานเคาะประตูแล้วเปิดเข้ามา
“คุณวันรบคะ มีคนมาขอพบค่ะ”
วันรบมองหน้ารชานนท์

วันรบเดินออกมาที่สวนสวย บริเวณนั้นไฟสลัว วันรบมองหาไม่เห็นใคร
“ไหนว่ามีคนมาพบ”
“พี่รบ”
วันรบหันไปยังไม่ทันตั้งตัว วริษราก็โผเข้ากอดวันรบทันที วันรบตกใจพยายามจะผลักวริษราออก แต่วริษราร้องไห้บีบน้ำตา วันรบถึงกับชะงัก
“ริษร้องไห้ทำไม”
“แม่รู้ว่าริษทำงานกับเจ๊กุ๊ก แม่โกรธริษมาก”
“ริษ...”
วริษรายังกอดวันรบแน่นแล้วร้องไห้หนักขึ้น
“ขอริษอยู่แบบนี้สักพักนะคะพี่รบ”
วันรบใจอ่อนโอบปลอบวริษราไว้หลวม ๆ แชะ แชะ แชะ ภาพถูกบันทึกไว้แล้ว

รชานนท์กำลังหันหลังให้ประตูตรวจความเรียบร้อยภายในห้องพักเดิม มีเสียงประตูเปิดเข้ามา รชานนท์พูดขึ้นขณะที่ยังไม่ได้หันหลังกลับไปมอง
“ใครมาหาแกล่ะ”
รชานนท์หันมาก็ชะงักที่เห็นเป็นรุจีในชุดไทยเซ็กซี่
“รุจี...คุณมาที่นี่ทำไม”
รุจีปิดประตูเดินเข้าหารชานนท์ รชานนท์ถอยทันที
“คุณนนท์เจ้า รุจี...”
“รุจี ออกไปดีกว่านะ”
รุจีตัดสินใจโผเข้าหารชานนท์แล้วดันให้ล้มไปบนเตียง
“คุณนนท์..รุจีฮักคุณนะเจ้า..ฮักมาก”
รชานนท์พยายามจะผลักรุจีออกไป แต่รุจีไม่ยอมกอดรชานนท์แน่น รชานนท์ดันพลิกตัวขึ้นมาคร่อมร่างรุจี รชานนท์ใช้สองมือยึดมือรุจีไว้ … แชะ แชะ แชะ ภาพนี้ถูกบันทึกไว้แล้ว
“เลิกทำบ้าๆซะที”
รชานนท์ลุกขึ้นไปเปิดประตูจะออกจากห้อง แต่รุจีรีบวิ่งเข้าไปกอดด้านหลังรชานนท์
“คุณนนท์”
บริเวณหน้าห้อง รชานนท์ปลดมือรุจีออกแล้วดันรุจีให้ออกห่าง
“ผมจะไม่ทรยศคนที่ผมรัก ผมไม่เคยรักคุณนะรุจี ผมรักกระแตคนเดียวเท่านั้น อย่าทำแบบนี้อีก ไม่งั้นระหว่างเราจะไม่เหลือแม้แต่ความเป็นเพื่อน”
รชานนท์พูดแล้วเดินไป
“คุณนนท์..คุณนนท์ รุจีขอโทษ”
รุจียืนร้องไห้น้ำตาไหลพรั่งพรูอย่างอึดอัด

เช่นเดียวกับวันรบที่พยายามดันวริษราออกไปให้ห่าง
“เรื่องคุณน้าไว้พี่จะคุยให้นะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ ริษแค่กลุ้มใจอยากระบาย ตอนนี้ริษสบายใจแล้ว ขอบคุณนะคะพี่รบริษ..กลับก่อนนะคะ”
“แล้วมีเงินหรือเปล่า”
วริษราทำเป็นนิ่ง หน้าเสีย วันรบหยิบกระเป๋าเงินดึงเงินออกมาให้วริษรา
“ติดตัวไว้ใช้นะ”
“ขอบคุณค่ะ ริษไปนะคะ”
วริษราเดินออกไปขณะที่วันรบมองตามด้วยความหนักใจ
วันรบจะกลับไปที่ห้องพักก็เห็นรชานนท์เดินตามมาติดๆ
“อ้าว..ป๋า เช็คงานเรียบร้อยแล้วเหรอ”
“อืม...คิดถึงเมีย กลับบ้านดีกว่า”
“คิดถึง...ไม่ได้เกลียมัวใช่ไหม”
“ระดับป๋าไม่กลัวเมียเว้ย..แต่เกรงใจมาก”
วันรบกับรชานนท์หัวเราะแล้วเดินออกไปด้วยกัน

เสียงไก่ขันยามเช้าดังขึ้นพร้อมๆกับเสียงโทรศัพท์มือถือของมัทรีและติรกาที่ดังขึ้นมาพร้อมกัน ติรกา รชานนท์ มัทรี วันรบ และเตือนใจ นั่งทานข้าวเช้ากันอยู่ พุทราหยิบมือถือมาส่งให้มัทรีกับติรกา
“ไม่โชว์เบอร์ทั้งสองเครื่องเลยค่ะ” พุทรารายงาน
ติรกากับมัทรีรับมือถือมาแล้วกดรับสาย
“สวัสดีค่ะ...”
“เช็กอีเมลซะจะได้ตาสว่างซะที” เสียงผู้หญิงดังขึ้นบอกกับติรกาและมัทรี
พูดแล้ว … ปลายสายวางหูทันที
ติรกากับมัทรียัง “ฮัลโหลๆ” อยู่ ก่อนจะหันหน้ามามองกันอย่างงงๆ
“มีอะไรเหรอกระแต” รชานนท์ถาม
“มัทใครโทรมาเหรอ” วันรบถาม
ติรกากับมัทรีไม่ตอบแล้วมองหน้ากันนิ่งๆแล้วลุกเดินออกไปเช็กอีเมลทันที

ติรกาและมัทรีเปิดอีเมล์จากโน้ตบุ๊คของตัวเอง รชานนท์กับวันรบแปลกใจกับท่าทีของคนรัก
“ตกลงมีอะไรกัน” รชานนท์พูดขึ้น
“เกี่ยวกับคนที่โทรมาเมื่อกี้ใช่มั้ย”
ติรกาและมัทรีหันมามองหน้ารชานนท์กับวันรบนิ่งๆแล้วไม่พูดอะไร
“นิ่งขนาดนี้ อย่าเพิ่งถามอะไรเลย” เตือนใจบอก
“เพื่อความปลอดภัยของทุกคนค่ะ” พุทราต่อข้อความให้สมบูรณ์
อีเมลเป็นไฟล์ภาพนิ่งถูกส่งมาจากบุคคลนิรนาม เมื่อเปิดเมล์โหลดไฟล์จนเสร็จ ทั้งติรกาและมัทรีคลิ๊กเปิดไฟล์ทันที ติรกาและมัทรีอึ้งช็อกไปเมื่อเห็นภาพ
รชานนท์ วันรบ เตือนใจและพุทราถึงกับอึ้งและช็อกไปเช่นกัน
รชานนท์และวันรบถึงกับร้อง “เฮ้ย”
ติรกาและมัทรีหันมามองรชานนท์กับวันรบทั้งโกรธทั้งตกใจกับสิ่งที่เห็น วันรบกอดกับผู้หญิงคนหนึ่ง ขณะที่รชานนท์คล่อมอยู่บนร่างของรุจี

รชานนท์ดึงตัวติรกามาคุยทันที
“กระแตผมอธิบายได้นะ”
“คุณนอกใจฉัน”
มัทรีเดินเข้าไปหาวันรบด้วยอารมณ์โกรธไม่แพ้ติรกา
“พี่รบ มัทไม่คิดเลยว่าพี่จะทำกับมัทแบบนี้”
“มัท ฟังผมก่อนนะ ผมกับผู้หญิงคนนี้ไม่ได้มีอะไรกัน”
“กอดกันขนาดนี้ยังจะโกหกมัทอีกเหรอ”
“พุทรา” ติรกาเรียกเสียงแข็ง พุทรารู้หน้าที่ส่งปืนให้ติรกาทันที
“วิ่ง” เตือนใจเสียงดังสวนทันที
รชานนท์กับวันรบใส่เกียร์ออกวิ่ง ติรกายิงปืนตามไป ปังๆๆ! รชานนท์กับวันรบหลบอยู่ที่หน้าบ้าน
“กระแต ฟังผมก่อนสิครับ”
“ภาพมันฟ้องขนาดนี้ยังจะให้ฟังอีกเหรอ ฉันให้โอกาสคุณ ยอมให้คุณเข้ามาอยู่ที่นี่เพราะคิดว่าคุณจะกลับตัวได้ แต่คุณมันเป็นจอมโกหก หลอกลวงไม่ต่างจากยี่สิบปีก่อน คนเลว”
วันรบได้ยินดังนั้นก็ชะงักทันที
“ป๋า คุณแม่ยายเขา”
“กระแต..นี่คุณจำเรื่องทุกอย่างได้หมดแล้วเหรอ” รชานนท์ถาม
“ใช่”
พุทรารีบเสนอหน้าทันที
“ตั้งแต่เมื่อไหร่คะคุณติ”
“นั่นสิ แม่จำได้ตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”
ติรกาอึ้งหันไปมองเตือนใจ เตือนใจเบือนหน้าหนีไม่ช่วยซะอย่างนั้น
ติรกาทำอะไรไม่ถูกได้แต่กลบเกลื่อนด้วยน้ำเสียงอันดัง
“ฉันจะจำได้ตอนไหนไม่ต้องสนใจ แต่ตอนนี้ฉันรู้เช่นเห็นชาติพวกคุณหมดแล้ว ออกไปให้พ้นจากชีวิตฉัน ไป”
ติรกายังคงยิงปืนใส่เป็นระยะแบบไม่ยั้ง
วันรบดึงรชานนท์ แต่รชานนท์จะไม่ยอมไป
“ไปหาที่ตั้งหลักก่อนเถอะป๋า”
“แต่...”
“เอาชีวิตรอดก่อนเถอะ”
ติรกาหระหน่ำยิงซ้ำอีก วันรบลากรชานนท์ออกไปจนได้
“พุทรา ต่อไปนี้อย่าให้สองคนนั้นเข้ามาในบ้านได้อีก”
ติรกาสั่งด้วยเสียงกร้าวแต่น้ำตาร่วงด้วยความเสียใจ
สองแม่ลูกกอดกันด้วยความผิดหวัง เตือนใจกับพุทรามองติรกากับมัทรีด้วยความสงสาร

ในห้องทำงานภายในรีสอร์ตของสมภพ เขาพับหน้าจอโน๊ตบุ๊คลงแล้วยิ้มสะใจ โดยมีธงฉานและวริษรานั่งอยู่ใกล้ๆ
“ป่านนี้คนบ้านนั้นคงดูภาพเรียบร้อยแล้ว”
“แน่ใจเหรออาว่าภาพพวกนั้นได้ผลชัวร์” ธงฉานถามขึ้น
“ภาพมันมัดตัวขนาดนี้ ไม่มีใครจับได้แน่”
“แล้วถ้าไอ้รบมันบอกว่าริซซี่เป็นใคร”
“ในรูปไม่เห็นหน้าฉันนี่ ฉันไม่รับไม่พูด พี่รบก็ทำอะไรไม่ได้” วริษราบอก
“งั้นอีกไม่นานพวกเราคงได้ข่าวดีจากโรงงานโอ่งแม่เตือนแน่ ๆ”
สมภพกับวริษรายิ้มร้ายมั่นใจในแผนการ
ภายในบ้าน ติรกาและมัทรีนั่งเศร้า ๆ มุมหนึ่ง เตือนใจยืนมองลูกหลานอย่างสงสารแล้วตบมือเรียกสติ
“เอาล่ะ..เศร้าสะเทือนใจกันพอแล้ว ถึงเวลาใช้สติแล้ว ยายถามหน่อย มัทเชื่อเหรอลูกว่าตารบจะทรยศมัทจริงๆมัทรี ภาพมันฟ้องนะคะคุณยาย”
“อ่ะ..พูดถึงภาพที่ไม่รู้ว่าส่งมาจากใคร ขนาดเจ้าของภาพยังไม่ยอมเปิดเผยตัวเอง แสดงว่าเรื่องนี้มันไม่ชอบมาพากลหรือเปล่า”
“คุณยายคะ”
“เพิ่งจบบทเรียนเรื่องกระถินไปหยก ๆ จำได้ไหมลูก”
มัทรีชะงักคิด
“แม่จะให้ยัยมัทใจอ่อนอีกเหรอคะ หนูไม่ยอมนะคะ”
“ยัยติ..ตลอดเวลาที่ตานนท์อยู่ที่นี่ กับสิ่งที่ตานนท์พยายามทำเพื่อลูกเพื่อยัยมัท มันยังพิสูจน์ตัวตานนท์ไม่ได้อีกเหรอ”
ติรกาอึ้งไป
“เอาล่ะ..เรื่องของคนสองคนแม่ไม่ชี้นำ แต่เรื่องที่ใครเป็นคนส่งมานี่มากกว่าที่น่าสนใจ เพราะส่งรูปแบบนี้มา”
“หมายความว่าจะตีเราให้บ้านแตกแน่ค่ะคุณติ” พุทราบอก
“ไม่ว่าลูกเขย หลานเขยฉันจะทรยศจริงหรือไม่จริง ฉันก็ต้องรู้ให้ได้ก่อนว่ารูปพวกนี้ฝีมือใคร”
เตือนใจบอกแล้วเดินไปนั่งที่หน้าโน้ตบุ๊กมองรูปอย่างพินิจ ติรกากับมัทรีมองหน้ากัน
“ก็จริงนะคะแม่ มัทก็อยากรู้เหมือนกันว่าใครส่งมา แล้วพี่รบทรยศมัทจริงหรือเปล่า”
ติรกาคิด ๆ แล้วเดินไปนั่งข้างๆเตือนใจ มัทรีรีบตามไป พุทราตามประกบ
“แม่พุทรา รู้ไหมว่าที่นี่มันที่ไหน” เตือนใจถาม
“ไม่คุ้นเลยค่ะคุณเตือน”
“นี่มันที่รีสอร์ทคุณแก้วนี่คะ” มัทรีบอก
เตือนใจลุกพรวดขึ้นทันที แล้วสั่ง
“แม่พุทรา เอารถออก”
“คุณแม่จะไปไหนคะ”
เตือนใจ ยิ้มแล้วบอก
“สืบจากสถานที่น่ะสิ”

ภายในบ้านของพชร รชานนท์กับวันรบยิ่งเครียดจัดเมื่อมองภาพในโน้ตบุ๊ค
“อันนี้ที่ผมโหลดจากเมล์ของมัทกับของคุณแม่ยาย” วันรบบอก
“คาหนังคาเขา พวกแกมันไม่ได้เรื่อง หลบแฟนหลบเมียยังไงทำให้จับได้” พชรพูดขึ้น
“ผมไม่ได้นอกใจมัทนะพี่ระ”
“ผมก็ไม่ได้ทำ” รชานนท์บอก
“ไม่ได้ทำแล้วมันจะมีหน้าพวกแกในรูปได้ยังไง”
วันรบหันมองรูปอีกทีแล้วชะงัก
“รูปนี้มันเพิ่งถ่ายเมื่อคืนนี่ ที่รีสอร์ทคุณแก้ว”
รชานนท์ชะงัก ตั้งสติมานั่งมองอย่างพินิจ
“ ใช่ รูปของฉันก็ในห้องเมื่อคืนที่รุจีมาหา”
วันรบหันขวับแล้วถามทันที
“รุจีมาหาป๋าเหรอ”
รชานนท์หันไปมองวันรบแล้วถามเช่นกัน
“แล้วคนที่มาหาแกล่ะ”
“ลูกพี่ลูกน้องผมที่มีปัญหากับผมอยู่”
“เอ..มันบังเอิญไปหรือเปล่า ผู้หญิงมาหาทั้งคู่ แล้วก็มีรูป” พชรตั้งข้อสังเกต
“มันต้องเป็นแผนของใครสักคนแน่ๆ ผมต้องไปอธิบายกับกระแต”
พชรรีบลากตัวรชานนท์ไว้
“เดี๋ยว เรารู้ว่าเป็นแผนแต่พวกผู้หญิงจะยอมฟังเหรอ ถ้าไม่มีพยาน หลักฐานยืนยันน่ะ”
รชานนท์ชะงักมองหน้าวันรบ ทั้งสองคนสีหน้ากลับมาเครียดเหมือนเดิม
“ถ้างั้นผมจะไปหารุจีว่าทำแบบนี้เพื่ออะไร”
“งั้นผมจะไปหาฝั่งของผมเหมือนกัน”
“ลุยเพื่อเมียเว้ย” พชรพูดส่งสัญญาณ
รชานนท์กับวันรบรีบออกไปทันที

รชานนท์กับวันรบเดินออกมาที่หน้าบ้านพักของพชร มีพชรวิ่งตามมาติดๆ
“ออกศึกมันต้องมีขุนศึกคู่กาย พี่ชายคนนี้จะพาไปลุยเองทั้งคู่เลย ไป” พชรบอก
“ก็ดีเหมือนกัน” รชานนท์ว่า
“อืม..ไม่เลวนะพี่ระ เกิดมีบีบน้ำตาผมจะได้ไม่ใจอ่อนง่ายๆ” วันรบบอก
พชรเปิดประตูรถแล้วถาม
“ว่าแต่จะไปหาของใครก่อน”
“ป๋าก่อนก็ได้ คุณรุจีอยู่ที่ไหนล่ะป๋า” วันรบถาม
รชานนท์คิดแล้วก็ชะงัก
“เออว่ะ..รุจีอยู่ที่ไหนเนี่ย”
“อ้าว” พชรร้องขึ้น
“ก็ผมไม่เคยไปหาเขาก็เลยไม่ได้ใส่ใจว่าเขาอยู่ที่ไหน”
“งั้นไปหาคนของไอ้รบก่อน” พชรสรุป
“ขึ้นรถเลยพี่”

บริเวณหน้าคอนโดของวริษรา วันรบขึ้นไปหาวริษรา รชานนท์ยังยืนรออยู่อย่างกระวนกระวาย เดินกลับไปกลับมาจนพชรทนไม่ได้
“ไอ้นนท์ อยู่เฉยๆ ได้ไหมวะพี่เวียนหัว”
“จะให้อยู่เฉยได้ยังไงพี่ ผมไม่รู้ว่ารุจีอยู่ที่ไหนแล้วจะตามมาอธิบายกับกระแตได้ยังไง ทุกอย่างกำลังจะดีแท้ๆ”
“คนจะดีมารมักผจญแบบนี้แหล่ะไอ้น้อง”
วันรบเดินหน้าหงิกออกมา
“ว่าไงไอ้รบ” รชานนท์ถาม
“ริษไม่อยู่”
“ก็โทรหาสิวะ” พชรแนะนำ
“ผมโทรแล้วแต่เขาไม่รับ”
“ไม่มีพยาน มีแต่หลักฐานหาต้นตอก็ไม่ได้ นี่เราจนมุมแล้วจริงๆ เหรอวะไอ้รบ” รชานนท์ว่า
“เพิ่งเคลียร์เรื่องกระถินได้มาเจอเรื่องนี้อีก มีแต่เรื่องขนาดนี้ เมื่อไหร่ผมกับมัทจะได้จู๋จี๋กันซะที”
รชานนท์ร้อง “เฮ้ย”
“ผมหมายถึงหวานใส่กัน ป๋า..ผมไม่พูดถึงคนที่ผมรักให้เสียหายแบบพี่ระหรอก”
“อ้าวไอ้รบ” พชรพูดขึ้น
“อย่าเพิ่งตีกันเลยพี่ ช่วยกันคิดก่อนเถอะว่าจะเคลียร์กับเมียผมยังไงดี” รชานนท์ว่า
“คู่หมั้นผมด้วย”
“ยากว่ะ ผู้หญิงน่ะนะ เชื่อภาพที่เห็นมากกว่าคำพูดอดีตเสืออย่างพวกแกอยู่แล้ว”
ได้ยินอย่างนั้น รชานนท์กับวันรบถึงกับเครียดขึ้นมาอีก

เตือนใจเดินนำติรกา มัทรี พุทราเข้ามาที่หน้าห้องเกิดเหตุ ภายในรีสอร์ตคุณแก้ว
“ห้องนี้ใช่ไหม” เตือนใจถามขึ้น
พุทราหยิบรูปที่ปริ๊นท์ออกมาเปรียบเทียบแล้วบอก
“ห้องนี้ไม่ผิดแน่ค่ะ เลขห้องตรงกันเด๊ะ”
“แม่คะ มาที่นี่มันจะสืบอะไรได้คะ” ติรกาถามเตือนใจ
เตือนใจกวาดสายตาไปทั่วห้องทั้งบนและล่าง
“จุ๊ ๆ ยัยติ ความมุ่งมั่นและละเอียดรอบคอบ จะทำให้เราเจอ..”
สายตาเตือนใจสแกนไปเรื่อย ๆ จนชะงักที่เห็นกล้องวงจรปิดติดอยู่แถวหน้าห้องอย่างเนียนโดยแฝงอยู่กับต้นไม้ เตือนใจชะงักเล็กน้อยแล้วยิ้ม
“หนทางแห่งความจริงเสมอ อยากรู้ความจริงไหมล่ะ” เตือนใจพูดต่อ
เตือนใจหันไปมองที่กล้อง ติรกากับมัทรีมองตาม
“พุทราจะจัดการให้ด่วนเลยค่ะ” พุทราบอก
“มัทไปช่วยคุยให้ค่ะ”
พุทรากับมัทรีรีบเดินออกไป
“แล้วถ้าความจริงมันเจ็บปวดล่ะคะแม่” ติรกาถาม
“ก็ให้มันรู้ไปว่าจริง ดีกว่ารู้ทีหลังว่าเสียโง่ให้กับเรื่องไม่จริง เจ็บกว่านี้ก็เคย..เสี่ยงไหมล่ะลูก”
ติรกาตัดสินใจ
“ค่ะ”
เตือนใจยิ้ม ฮัมเพลง “ขออีกที” ของ แจ้...ดนุพลอย่างอารมณ์ดี
“ยังเจ็บไม่พอจะขออีกสักที จะชั่วจะดีมันก็ต้องรอผล...”
ติรกามองที่กล้องด้วยสีหน้าเครียดเพราะกลัวจะรับไม่ได้กับความจริงที่เกิดขึ้น

ภายในห้องมอนิเตอร์ของกล้องวงจรปิด จอมอนิเตอร์เป็นภาพรุจีเข้ามาที่หน้าห้องแล้วเดินเข้าห้อง ติรกามองด้วยสีหน้าเครียด พุทรา เตือนใจ มัทรีมองติรกาอย่างหวั่นๆ
“หายใจลึกๆ นะลูก” เตือนใจบอกกับติรกา
“จะหายใจไม่ออกน่ะสิคะ เดินเข้าไปในห้องคาตาขนาดนี้” พุทราพูดแทรกขึ้น
เตือนใจหันมาขมึงตาดุใส่พุทรา สียงจากมอนิเตอร์ดัง
“คุณนนท์”
ทุกคนหันไปดูเป็นภาพรุจีรีบวิ่งเข้ามากอดด้านหลังรชานนท์ที่เปิดประตูออกมา รชานนท์ปลดมือรุจีออก แล้วดันรุจีออกห่าง
“ผมจะไม่ทรยศคนที่ผมรัก ผมไม่เคยรักคุณนะรุจี ผมรักกระแตคนเดียวเท่านั้น อย่าทำแบบนี้อีก ไม่งั้นระหว่างเราจะไม่เหลือแม้แต่ความเป็นเพื่อน”
รชานนท์เดินไป
“คุณนนท์..คุณนนท์! รุจีขอโทษ”
รุจียืนร้องไห้อย่างอึดอัด
ติรกาอึ้งไป มัทรี เตือนใจ พุทรามองติรกามองด้วยความอึ้งพอกัน
“ของยัยติ เคลียร์ ทีนี้ของยัยมัทบ้างนะ พุทรา”
“มุมนั้นมีกล้องวงจรปิดเหมือนกันค่ะ”
มอนิเตอร์เป็นภาพวันรบโดนวริษรากอด แต่ภาพในกล้องกลับเห็นแต่ด้านหลังและผมของวริษราเท่านั้น
“อึ๊ย..เต็มๆ” พุทราโพล่งขึ้น
ในมอนิเตอร์ วันรบดันวริษราออก
“เรื่องคุณน้าไว้พี่จะคุยให้นะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ ริษแค่กลุ้มใจอยากระบาย ตอนนี้ริษสบายใจแล้ว ขอบคุณนะคะพี่รบ ริษ..กลับก่อนนะคะ”
“แล้วมีเงินหรือเปล่า”
วริษราทำเป็นนิ่งหน้า วันรบหยิบกระเป๋าเงินดึงเงินออกมาให้วริษรา
“ติดตัวไว้ใช้นะ”
“ขอบคุณค่ะ ริษไปนะคะ”
วริษราเดินออกไป วันรบมองตามอย่างหนักใจ
วันรบจะกลับไปที่ห้อง รชานนท์เดินเข้ามา
“อ้าว..ป๋า เช็คงานเรียบร้อยแล้วเหรอ”
“อืม...คิดถึงเมีย กลับบ้านดีกว่า”
“คิดถึง...ไม่ได้เกลียมัวใช่ไหม”
“ระดับป๋าไม่กลัวเมียเว้ย..แต่เกรงใจมาก”
วันรบกับรชานนท์หัวเราะแล้วเดินออกไป
พุทราตั้งข้อสังเกตขึ้นทันที
“คุณรบให้เงินผู้หญิงด้วย ต้องกิ๊กกันแน่ ๆ เลยค่ะ”
เตือนใจ ตบปากพุทราเบาๆ
“เงียบ! จะพูดอะไรคิดถึงใจหลานฉันมั่ง”
ติรกา เตือนใจ และพุทราหันมองมัทรี มัทรีอึ้งถึงกับน้ำตาร่วง
“ยัยมัท”
“แบบนี้หมายความว่ายังไงคะแม่ เขาเลี้ยงดูผู้หญิงคนอื่น”
“ตั้งสติก่อนลูก หายใจเข้าลึก ๆ เมื่อกี้ที่ยายได้ยิน ผู้หญิงมาขอความช่วยเหลือตารบนะลูก” เตือนใจบอก

ติรกาสงสารมัทรีพยายามจะช่วยปลอบใจ
“นั่นสิ แม่ว่ามัทให้ตารบอธิบายก่อนดีไหม แม่ดูท่าทีตารบแล้วไม่ได้สวีทหวานอะไรนะ”
พุทราหันไปพูดกับเตือนใจ
“ไม่น่าเชื่อ คุณติเข้าข้างว่าที่ลูกเขยล่ะค่าคุณเตือน”
“ฉันได้ยินนะ”
“อุ้ย”
“มัท..มัทรักวันรบไม่ใช่เหรอลูก ตอนกระถินก็ครั้งนึงแล้ว มัทเคยบอกวันรบว่าจะเชื่อใจก็ลองอีกสักตั้งไหมลูก...เพื่อความรัก..ยังเจ็บไม่พอจะขออีกสักที”
เตือนใจ ได้ทีร้องเพลงท่อนต่อที่ข้างๆ มัทรี
“จะชั่วจะดีมันก็ต้องรอผล”
พุทราแทรกร้องอย่างจริงจัง
ไม่แน่หรอกนะถ้าเจอะใครสักคน ไม่ต้องทนช้ำซ้ำซากอยู่กับเธอ”
ติรกา เตือนใจ มัทรีมองพุทราอย่างตำหนิที่ไม่รูกาละเทศะ พุทรารู้สึกตัวหน้าสลดลงทันที

รถเข้ามาจอดที่หน้าบ้านติรกา ในเวลาต่อมา มัทรี เตือนใจลงจากรถ ติรกาเดินลงจากรถไปตรงที่คนขับซึ่งพุทรานั่งอยู่
“พุทรา ลงมา”
พุทราลงมาอย่างตกใจ ติรกาจะขึ้นนั่งตรงที่คนขับแทน เตือนใจหันมาดึงติรกาและขวางรถไว้
“ยัยติ จะไปไหน”
“หนูจะไปตามนนท์กลับมา หนูต้องขอโทษเขา”
“แต่แกบอกเขาไปแล้วนะว่าแกจำเรื่องทุกอย่างได้หมดแล้ว ถ้าแกไปเขาก็รู้สิว่าแกแกล้งความจำเสื่อมมาเป็นเดือนแล้ว”
“หา” มัทรีกับพุทราร้องขึ้น
เตือนใจตกใจที่หลุดปากไปแล้ว
“แสดงว่าตั้งแต่คุณติกลับมาจากโรงพยาบาลก็จำเรื่องทุกอย่างได้หมดแล้วเหรอคะ” พุทราถาม
“เอ่อ..” ติรกาอ้ำอึ้งพูดไม่ออก
“แม่คะ...”
“แม่ขอโทษนะมัท ที่แม่ปิดลูกมาตลอด”
“แม่เขาอยากเห็นตัวตนที่แท้จริงของตานนท์กับตารบน่ะลูก แม่เขาห่วงมัท” เตือนใจบอก
“แล้วแม่ก็ยังรักป๋ามากใช่ไหมคะ แม่ถึงยอมให้เขาเข้ามาอยู่ในบ้านนี้” มัทรี ถาม
มัทรีเงียบ นิ่งไป ทุกคนเริ่มใจไม่ดี ติรกาลงมาจากรถเดินเข้าหามัทรีอย่างรู้สึกผิด
“มัท...แม่ทำผิดต่อมัท..แม่ขอโทษ”
มัทรีหันเข้าหาติรกาจับมือของติรกายิ้มอย่างอ่อนโยน
“แม่ไม่ผิดหรอกค่ะที่อยากจะอยู่กับคนที่แม่รัก เพราะมัทก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน ถ้าแม่เต็มใจจะอยู่กับป๋า มัทจะไม่ห้ามแม่อีก มัทรู้ว่าแม่อยากให้เราสามคนพ่อแม่ลูกอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัว มัทอยากให้แม่มีความสุขค่ะ”
ติรกาดีใจกอดมัทรี
“มัท...ว่าแต่ลูกหายโกรธพ่อเขาแล้วใช่ไหม”
“ที่เกาะนั่นทำให้มัทรู้ว่ามัทมีพ่อที่รักมัทจนยอมเจ็บแทนมัทได้ ความน้อยใจ เจ็บปวดมันหายไปตั้งแต่วันนั้นแล้วค่ะ”
“แล้วทำไมมัทถึงขวางพ่อเราตลอดเลย” เตือนใจถามขึ้น
“ก็มัทอยากแน่ใจก่อนนี่คะว่าป๋ารักแม่ แล้วแม่ก็รักป๋าอย่างเต็มใจ”
“ตอนนี้ก็แน่ใจแล้วว่าตานนท์ดีจริง ก็รีบไปปรับความเข้าใจกับแฟนทั้งแม่ทั้งลูกดีไหม”
ติรกากับมัทรีจะไป พุทราดันพูดแทรกขึ้นมา
“คราวนี้คุณนายติรกาคงได้เสียฟอร์มกันจริงๆ ตามไปง้อแถมยังต้องสารภาพว่าแกล้งความจำเสื่อมด้วย เฮ้อ...”
ติรกาชะงัก จนมัทรีกับเตือนใจแปลกใจ
“เป็นอะไรล่ะยัยติ”
“ก็หนูพูดไปซะเยอะ ถ้าไปก็คงเสียฟอร์มแย่”
“นั่นไง” เตือนใจหันไปดึงปากพุทรา
“หล่อนจะพูดทำไมเนี่ย”
“แต่ถ้าเป็นคนที่เรารัก ง้อกี่ครั้งก็ไม่มีคำว่าเสียฟอร์มหรอกค่ะแม่”
“จริงสินะ”
ติรกากับมัทรีกำลังจะขึ้นรถ
“คุณติ”
เสียงกระถินดังขึ้น ทุกคนหันไปมอง กระถินเดินหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าเข้ามา อีกมือถือชะลอมผลไม้ มัดเปียสองข้างราวกับเป็นพจมาน สว่างวงศ์ แห่งบ้านทรายทอง... เสียงเพลง “ นี่คือสถาน แห่งบ้านทรายทอง...” ดังแทรกเข้ามา กระถินวางกระเป๋าและชะลอม โผเข้ามากอดติรกาพลางร้องไห้สะอึกสะอื้น
“คุณติรกา.. กระถินมาแล้วค่ะ ฮือ”
พุทรากับเตือนใจ มัทรีถึงกับอ้าปากค้าง ติรกาอึ้ง พูดไม่ออก

ภายในบ้านของติรกา กระถินร้องไห้ไป สั่งน้ำมูกไป โดยที่ติรกานั่งนิ่งฟังอยู่
“หลังจากกลับไปที่บ้าน แม่จ๋าก็ไล่กระถินให้กลับไปอยู่บ้านกับแม่แท้ๆ ของกระถิน แต่พอแม่แท้ๆ ของกระถินรู้ว่ากระถินหลอกทุกคนว่าท้อง แม่ก็...” กระถินปล่อยโฮ สะอื้นด้วยความเสียใจมาก พุทรานั่งฟังอยูถึงกับอินจัดต่อประโยคให้กระถินเสร็จสรรพ
“ ตบ ต่อย เข่า ศอก กระทืบ”
เตือนใจต้องเบรกพุทราแล้วถามกระถิน
“พอๆ แม่พุท เยอะไป ...แม่เค้าทำอะไร”
“แม่ก็ไม่พูดกับกระถินอีกเลย”
“แค่เนี้ย” พุทรา เตือนใจ ติรกาพูดขึ้นพร้อมกัน
“กระถินเสียใจจนต้องหอบเสื้อผ้าออกมาจากบ้าน แต่กระถินไม่รู้จะไปไหน ในใจของกระถินนึกได้ถึงผู้มีเมตตากับกระถินที่มีเพียงคนเดียวในตอนนี้คือคุณติรกา”
กระถินคลานเข่าเข้ากราบแทบตักติรกาด้วยความซาบซึ้ง ทุกคนหน้าเหวอไปทันที
“กระถินขอบคุณที่คุณติรกาเมตตาเลี้ยงดูกระถิน กระถินจะอยู่รับใช้คุณติรกากับคุณมัทอย่างถวายชีวิต”
“ไม่ได้” ทุกคนพูดขึ้น
“ถ้าทุกคนระแวงว่ากระถินจะแย่งพี่รบอีกล่ะก็ กระถินสาบานได้เลยค่ะว่า กระถินไม่คิดจะแย่งพี่รบไปจากคุณมัทอีกแล้ว จิตใจที่ดีของคุณติรกาทำให้กระถินยอม ยอมยกพี่รบให้คุณมัท”
“เป็นคนดีแล้วจะดีให้ตลอดไหมแม่ติ..”
“ม่ได้ ฉันให้หล่อนอยู่ที่นี่ไม่ได้” ติรกาว่า
“แล้วกระถินจะไปอยู่ไหนคะ กระถินไม่มีที่ไปแล้ว”
กระถินร้องโฮด้วยความเสียใจ ติรกาสีหน้าเด็ดขาดและรู้ว่าจะพากระถินไปที่ไหน
-จบภาพที่สีหน้าเด็ดขาดของติรกา รู้ว่าจะพากระถินไปที่ไหน

รชานนท์ขับรถอย่างเร่งรีบ ขณะที่วันรบนั่งข้างๆ คุยโทรศัพท์อยู่กับเตือนใจ โดยมีพชรนั่งลุ้นอยู่เบาะหลัง
“ผมคงถึงสุพรรณช้ากว่ามัทประมาณสิบนาที ขอบคุณคุณยายที่โทรมาบอกนะครับ”
“ไม่เป็นไร ปรับความเข้าใจกันให้ดีแล้วกันนะ” เตือนใจวางสายไปแล้วก็ยังยิ้มชอบอกชอบใจอยู่คนเดียว
“พวกตานนท์ไม่รู้ความจริง ให้ตามไปง้อยัยติซะ ยัยติก็ไม่เสียฟอร์ม แถมได้ลูกเขยกลับมาบ้านด้วย”

ภายในรถ พชรถามวันรบด้วยความสงสัย
“กระถินยอมให้แม่ยายแกส่งตัวกลับสุพรรณเหรอ”
“คาดว่าคงมีการใช้กำลัง แต่ไม่อยากคาดว่าถ้าแม่ผมเจอกับแม่ยาย เวอร์ชั่นบู๊ล้างผลาญ สภาพจะเป็นยังไง” วันรบบอก
พชรครุ่นคิด ก่อนตะโกนเสียงดัง
“นึกออกแล้ว”
รชานนท์ตกใจ เบรครถเอี๊ยดกะทันหันเข้าข้างทาง จนทั้งสามหัวทิ่ม หน้าคะมำ วันรบหันไปโวย
“ป๋า.. ขับรถดี ๆ ผมยังไม่ได้แต่งเมีย ผมยังไม่อยากตาย”
“ก็ไอ้พี่ระมันเสียงดังซะตกอกตกใจ” รชานนท์บอก
“ฉันมีแผนพิชิตแม่ยายที่รักของไอ้รบแล้วโว้ย” พชรบอก
วันรบกับรชานนท์หันขวับด้วยความตื่นเต้น พชรยิ้มกริ่มอย่าางเจ้าเล่ห์

กระถินก้มหน้าสะอึกสะอื้นเบาๆ ไม่กล้าสู้หน้าวันทนีย์กับกำนันเรือง
“กระถินไม่ใช่ลูกฟุตบอลนะคะ จะได้โดนเตะไปทางโน้นที ทางนี้ทีไม่มีใครต้องการ ฮือๆ”
“แล้วทำไมไม่รับมันไว้ล่ะคุณนาย” วันทนีย์ถามติรกา
ติรกาอ้ำอึ้งสบตากับพุทราและมัทรี มัทรีรีบออกตัวแทนติรกา
“กระถินไปหาคุณแม่มัทเพราะไม่มีที่ไป แต่บ้านมัทไม่ใช่บ้านของกระถิน คุณแม่เลี้ยงกระถินมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย มัทเชื่อว่ากระถินอยู่ที่นี่ในฐานะสมาชิกคนหนึ่งของครอบครัว ที่นี่คือบ้านของกระถิน และกระถินอยากกลับบ้านมาอยู่ที่สุพรรรณมากว่าบ้านมัทแน่นอนค่ะ”
กระถินได้ฟังก็ยิ่งน้ำตาร่วงร้องไห้ปล่อยโฮ
กำนันเรืองมองกระถินที่ร้องไห้อย่างน่าสงสารก็นึกสมเพชเวทนา กำนันเรืองกระซิบกับวันทนีย์
“อภัยให้นังกระถินมันเถอะแม่จ๋า สมเพชมัน”
“นั่นสิจ๊ะแม่จ๋า ถือว่าสงสารลูกหมาซักตัวนะจ๊ะ” อาไทช่วยกำนันเรืองกล่อมวันทนีย์
กระถินหันขวับหาอาไท จนอาไทสะดุ้งเฮือก
“นี่อาช่วยพี่กระถินอยู่นะ”
วันทนีย์นิ่งเหมือนกำลังครุ่นคิดแล้วตัดสินใจ
“ฉันรู้สึกผิดอยู่เหมือนกัน ที่จู่ๆ จะผลักไสเด็กในบ้านให้ไปรบกวนคุณ”
วันทนีย์เมินกระถิน ยื่นมือไปแตะแขนติรกาเบาๆ อย่างผูกมิตร หลังจากที่ติรกาดีด้วยคราวก่อน ติรกาสะดุ้งเล็กน้อยอย่างถือตัว จนวันทนีย์ก็สะดุ้งไปด้วย
“ไม่เป็นไร” ติรกาพูดเสียงนิ่ง
“มาเหนื่อย ๆ พักดื่มน้ำ ทานข้าวที่บ้านฉันสักมื้อนะ”
วันทนีย์แตะแขนติรกาอีก ติรกาสะดุ้งอีกครั้ง
“ฉันไม่หิว”
“ฉันมาคิดๆ ดู สงสารนังกระถินมันอยู่เหมือนกัน ให้มันกลับมาอยู่ที่นี่อย่างเดิมก็ได้ ฉันขอบคุณก็แล้วกัน..ที่พาเด็กมาส่ง”
วันทนีย์แตะแขนติรกาอีก ติรกาก็สะดุ้งอีก อาไทที่อยู่ข้างๆ พลอยสะดุ้งไปด้วย
“ไม่เป็นไร”
กำนันเรืองเห็นวันทนีย์แตะติรกาจนสะดุ้งกันมาหลายหนก็ทนไม่ได้ เลยสะกิดวันทนีย์
“เลิกสะกิดเค้าสักทีได้มั้ย พ่อจ๋าสะดุ้งแทน”
“หมดธุระแล้วฉันขอตัวกลับ” ติรกาพูดตัดบท
ติรกาหันไปพยักหน้าสั่งมัทรีกับพุทราให้ลุกตามกันไป มัทรียกมือไหว้ลากำนันเรืองกับวันทนีย์อย่างล่ก ๆ จนกำนันเรืองกับวันทนีย์ได้แต่รับไหว้อย่างงง ๆ

ติรกาเดินฉับ ๆ มาที่รถซึ่งจอดอยู่หน้าบ้านวันรบโดยมีมัทรี พุทราตามมาติด ๆ
“รีบกลับราชบุรีให้เร็วที่สุด” ติรกาสั่ง
“ว้าย” พุทราร้องขึ้น
“พุทรา หล่อนตะโกนใส่หูฉันทำไม”
“รถยางแบนค่ะแม่” มัทรีบอก
ติรกาหันมองตามมือมัทรี ตกใจที่เห็นยางรถตัวเองแบน
“มียางอะไหล่ก็เปลี่ยนได้”
“แต่มันแบนทั้งสี่เส้นเลยนะคะ”
วันรบ รชานนท์ พชรเดินเข้าทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้แบบกะล่อน
“รถยางแบนทั้งคันแบบนี้ จะมียางอะไหล่พอเหรอครับ” รชานนท์พูดขึ้น
ติรกากับมัทรีมองอย่างอึ้งๆ ติรกาดีใจทำท่าจะยิ้มแต่พุทรากระแอมดักคอซะก่อน ติรกาวางฟอร์มทำโกรธขึ้นมาทันที
“พวกคุณมาได้ยังไง”
วันรบมองติรกาอย่างหวั่น ๆ แต่รชานนท์สู้ตาย
“มาแบบเบลอๆ”
“เบลอว่ารักแถบ แบบว่ารักเธอ” วันรบบอก
“เลี่ยน คิดอย่างอื่นไม่เป็นแล้วหรือไง” ติรกาบอก
“ก็สมองผมมันมีไว้คิดถึงกระแต”
พชรร้อง “ฮิ้ว” รับเป็นลูกคู่ทันที
ติรกาจะหลุดยิ้ม แต่พุทราสะกิดไว้อีก พุทรากัดฟันบอก
“เขามาง้อเล่นตัวหน่อยสิคะ”
“เออ..จริง” ติรกานึกขึ้นได้
ติรกาพยายามสูดลมหายใจเพื่อสงบสติ แล้วทำเหวี่ยงทันที
“พวกคุณเจาะยางรถฉันใช่มั้ย”
พชรแอบทิ้งตะปูไปข้างหลัง ติรกาไม่ทันเห็น
“อ๊ะ ๆ ไม่มีหลักฐานกล่าวหากันไม่ได้นะครับ ศาลไม่รับฟ้อง แต่ถ้าน้องท้องพี่รับผิดชอบ”
ติรกาอึ้งกับท่าทีกวนประสาทของแก๊งค์รชานนท์
“มัทครับ”
พุทรากระแอมส่งสัญญาณอีก มัทรีทำเป็นไม่สนใจทันที
“จะมืดแล้วนะคะแม่ เราช่วยกันคิดดีกว่าว่าจะกลับราชบุรียังไง”
“ไม่ยากครับ” วันรบบอก

เย็นมากแล้ว เมื่อไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องยางรถได้ ทั้งหมดจึงกลับขึ้นมาที่บ้านของวันรบ มัทรีกับพุทรายกมือไหว้ขอบคุณกำนันเรืองกับวันทนีย์
“ขอบคุณนะคะ ที่ให้มัทกับแม่พักค้างคืนที่บ้าน”
“บ้านพ่อมีห้องหับเยอะแยะ ไม่ต้องเกรงใจ” กำนันเรืองบอก
ติรกาพูดอย่างเกรงใจ
“หาคนมาช่วยปะยางรถก็พอ ไม่เห็นต้องรบกวน”
“ป่านนี้ตาอ๊อดช่างปะยางคงเมาแอ๋ไปแล้วครับ พรุ่งนี้เช้าถึงจะสร่างตอกบัตรทำงาน”
“ให้ผมขับรถไปส่งก็ไม่เอา” รชานนท์พูดขึ้น
ติรกาเสียงอ่อนลง
“ที่จริง...”
“อะแฮ่ม ๆ” พุทราส่งสัญญาณอีก
ติรกาเปลี่ยนเป็นเสียงแข็งขึ้นมาทันที
“ฉันจะอดทนรอจนถึงพรุ่งนี้เช้า ดีกว่าไปกับคนอย่างคุณ”
ติรกาจ้องรชานนท์ด้วยความไม่พอใจ กำนันเรืองจึงพูดแทรกขึ้น
“นาน ๆ ทุกคนจะอยู่กันพร้อมหน้า วันนี้จะพาไปหม่ำของดีเมืองสุพรรณ”
“ลาภปากอีกแล้วครับ” พชรบอก
ติรกาเกรงใจรีบบอก
“ฉันขอตัวนะคะ”
“มัทก็...”
“ไปทานข้าวกับพ่อเถอะนะหนูมัท” กำนันเรืองพูดขึ้น
“ค่ะ” มัทรีไม่กล้าขัด
วันรบ รชานนท์ พชร สบตากันอย่างมีแผน











Create Date : 02 เมษายน 2555
Last Update : 2 เมษายน 2555 23:28:50 น.
Counter : 214 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

มิกัง
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]