All Blog
แม่ยายที่รัก ตอนที่ 12 (ต่อ)



หลังอาหารเช้าที่บริเวณหน้าบ้านติรกา วันรบเปิดประตูรถให้มัทรีขึ้นไปนั่ง มัทรีหันมาหาติรกากับเตือนใจ
“ มัทไปก่อนนะคะ”
ติรกากับเตือนใจชูสองนิ้วสู้ ๆ ให้ มัทรีชูสองนิ้วกลับแล้วขึ้นรถ วันรบมองท่าทีของติรกา เตือนใจ มัทรีอย่างงง ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น
“รีบไปเถอะค่ะพี่รบ”
วันรบขับรถออกไป ติรกาพูดกับเตือนใจ
“หนูไม่อยากให้ลูกเสียใจเลยค่ะแม่”
“ถ้ามันเป็นความจริงก็ต้องยอมรับ ก็ได้แต่ภาวนาล่ะน่ะว่ามันจะไม่จริง”
เตือนใจตบไหล่ติรกาเบาๆ ให้ใจเย็น ๆ เตือนใจพยักหน้าให้ติรกากลับเข้าบ้าน ทั้งคู่กำลังจะเดินเข้าบ้าน
จังหวะนั้น รถแล่นเข้ามาจอด เอี๊ยด! ติรกากับเตือนใจหันหลังกลับไปมอง เห็นสมภพกับธงฉานวิ่งเข้ามา
“คุณอาติคร้าบ น้องมัทล่ะครับ” ธงฉานพูดขึ้น
“ไปกับคู่หมั้นเขาแล้วค่ะ ส่วนเกินจะถามหาทำไมอ่ะคะ” พุมราชิงตอบ
“ก็ถามไว้ให้หมาสงสัยอ่ะครับ”
พุทราจะหยิบนกหวีดมาเป่า แต่ติรกาปรามไว้
“พุทรา พอได้แล้วยัยมัทไม่อยู่ค่ะ”
“มัทไม่อยู่ไม่เป็นไรหรอกครับ แต่ผมมีเรื่องจะขอร้องคุณติครับ”
ติรกามองอย่างสงสัยว่า มีเรื่องอะไรกันนักหนา
ยามเช้าในเวลาต่อมา มัทรีกับวันรบลงจากรถที่หน้ารีสอร์ตคุณแก้ว มัทรีมองวันรบแล้วคิด
“พี่รบคะ”
“ว่าไงจ๊ะ”
“วันก่อนมัทได้คุยกับน้องวริษราน่ะค่ะ เขาน่าสงสารนะคะ มาทำงานตัวคนเดียวที่นี่ ญาติก็ไม่มี”
“อืม..เขาก็คงมีเพื่อน มีแฟนบ้างล่ะ”
“ถ้าแฟนเขาดี น้องเขาคงไม่บ่นน้อยใจหรอกค่ะ เห็นน้องเขาบอกว่าแฟนเขากำลังจะแต่งงานกับคนอื่น”
วันรบชักรู้สึกว่าแหม่งๆ กับคำพูดของมัทรี วันรบรีบเปลี่ยนเรื่องทันที
“มัทอยากจะไปเช็กงานที่โซนไหนจ๊ะ”
“พี่รบไม่สงสารน้องเขาบ้างเหรอคะ”
“พี่ก็ไม่ได้รู้จักสนิทอะไรกับเขานี่จ๊ะ อย่าไปคิดมากเรื่องคนอื่นเลย ไปทำงานกันดีกว่านะ นี่พี่ระยิกๆ อยู่ว่าจะมีโปรเจ็กต์ใหม่มา ตกแต่งรีสอร์ทแถว ๆ ภูเก็ต แต่เขาจะให้เราพักตอนงานแต่งก่อนนะแล้วค่อยบินไปภูเก็ตจะได้ฮันนีมูนด้วยเลยดีไหม”
มัทรีกลืนไม่เข้าคายไม่ออกแต่พยายามฝืนยิ้มรับ วันรบมองหน้ามัทรีที่จ๋อยไป
“มัทเป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมดูหน้าซีดๆ ไม่สบายเหรอ”
วันรบเอามือแตะที่หน้าผากจับแก้มของมัทรี ฝ่ายมัทรีจับมือวันรบไว้
“มัทไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ เข้าไปกันเถอะค่ะ”
วันรบจับมือมัทรีเดินเข้าไปในรีสอร์ต มัทรีสีหน้าเศร้า วริษราแอบมองอย่างอิจฉา

มัทรีกับวันรบเข้ามาที่หน้าล็อบบี้ วริษราเดินเข้ามาหาพร้อมกับเสิร์ฟน้ำ
“อรุณสวัสดิ์ค่ะ พี่รบ พี่มัท มาแต่เช้าเลยนะคะทานน้ำตะไคร้เย็น ๆ นะคะของพี่มัทค่ะ ของพี่รบค่ะ” วริษราพูดพลางส่งแก้วน้ำตะไคร้ให้มัทรีกับวันรบ
วันรบยื่นมือมารับ วริษราทำเหมือนว่าแก้วจะหลุดมือ วันรบตกใจ วริษราเอาสองมือจับมือวันรบที่จับแก้ว
“เกือบไปแล้วนะคะ” วริษราพุดแล้วยิ้ม
มัทรีมองสองมือนั้นอย่างเจ็บแปลบในหัวใจ วันรบทำหน้าไม่ถูกที่ถูกวริษราจับมือ วันรบรีบดึงมือออกจากมือวริษราทันที
“เดี๋ยวพี่ค่อยกลับมากินดีกว่านะ ไปเถอะมัท”
เมื่อวันรบจะเดินไป วริษราทำเป็นทำหน้ามืด และร้อง “โอ้ย” ขึ้นเบาๆ วันรบชะงักหันมาถาม
“เป็นอะไรหรือเปล่า”
มัทรีที่มองวันรบด้วยสายตาระแวง วริษราเห็นเข้าพอดี
“ไม่เป็นไรค่ะ ริษแค่หน้ามืดนิดหน่อยค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ”
วริษราเดินไป วันรบมองตามอย่างเป็นห่วง มัทรีสะเทือนใจแต่ยังพยายามเก็บอารมณ์นิ่งอยู่
“ไปดูที่ห้องทางปีกซ้ายก่อนแล้วกันนะคะพี่รบ”
วันรบเห็นวริษราแล้วอดห่วงไม่ได้
“มัท ผมขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ เดี๋ยวผมตามไป ปีกซ้ายใช่ไหม”
“ค่ะ”
วันรบปล่อยมือจากมัทรี มัทรีมองตามวันรบที่เดินไปอย่างสะเทือนใจ

ในเวลาต่อมา ติรกากับสมภพ ธงฉานเดินเข้ามาในรีสอร์ตคุณแก้วโดยมีพุทราเดินตามหลังมา
“ผมต้องขอโทษจริงๆ ที่ต้องรบกวนคุณติเร่งด่วนแบบนี้”
“คุณอาต้องรีบปรับปรุงรีสอร์ตก่อนปีใหม่น่ะครับ จะได้พร้อมรับนักท่องเที่ยว”
“แล้วคุณนนท์จะช่วยเหรอคะคุณติ ถ้ารู้ว่าผู้ว่าจ้างเป็นใคร” พุทราถามขึ้น
“ก็เพราะแบบนี้ล่ะครับถึงต้องรบกวนคุณติให้ช่วยพูดกับคุณนนท์ให้หน่อย ผมทราบว่าคุณนนท์เป็นมือหนึ่งเรื่องการทำรีสอร์ต”
“แล้วคุณทราบได้ยังไงคะว่านนท์อยู่ที่นี่”
ธงฉานหลุดปาก
“ก็ผมพามา โอ้ย”
ธงฉานโดนสมภพตบปากผัวะ!
“แมลงเกาะปากแกน่ะคือ ผมโทรมาถามพนักงานที่นี่เขาว่าเห็นคุณนนท์มาค้างเมื่อคืนน่ะครับ”
พุทรากระซิบกับติรกา
“คุณนนท์มาค้างที่นี่ทำไมไม่บอกคุณติล่ะคะ ตานี่มั่วแน่ๆ”
“แล้วเขาอยู่ห้องไหนล่ะคะ” ติรกาถาม
สมภพทำเป็นมองๆ
“เห็นว่าห้อง...ทางนี้ครับ”
สมภพเดินนำติรกาไป

บริเวณมุมหนึ่งของรีสอร์ต วริษราเดินเซๆ เข้ามาตามทางเดิน วันรบตามหลังเข้ามา
“ริษ”
วริษราแอบยิ้มชอบใจแล้วทำเป็นจะล้ม วันรบตกใจรีบเข้ามารับตัววริษราไว้ มัทรีขยับมาเห็นและยืนมองวันรบโอบวริษราไว้ในอ้อมแขน มัทรีตัดสินใจยืนฟังทั้งคู่สนทนากัน
“มันยังมึนๆ อยู่เลยค่ะ”
“แล้วทำไมไม่นอนพักมาทำงานทำไม”
วริษราเห็นจากกระจกสะท้อนว่ามัทรีมาหลบยืนฟังอยู่ วริษราพูดต่อ
“ริษเกรงใจคุณแก้วน่ะค่ะ ถ้าริษขาดงานไปบ่อยๆ จะโดนไล่ออก ริษคงลำบาก”
“ไม่ต้องฝืนขนาดนี้หรอก น้องคนเดียวพี่เลี้ยงได้ที่สำคัญต้องระวังลูก”
“ค่ะ..ริษจะเชื่อพี่รบเพื่อลูกของเรา”
มัทรีได้ยินแล้วถึงกับอึ้งและหน้าสลดลงทันที
“ริษ...”
“งั้นริษจะกลับบ้าน โอ๊ะ” วริษราทำเป็นเดินเซอีกจนได้
“เดี๋ยวพี่ไปส่ง”
“ริษเกรงใจพี่มัท”
“ให้มัทเขารอแป๊บนึงคงไม่เป็นไร พี่เป็นห่วงริษน่ะ ไปเถอะไป”
วันรบประคองวริษราที่แอบยิ้มสะใจไป มัทรีมองตามวันรบน้ำตาร่วงและเดินออกไปอีกทาง

ฝ่ายสมภพพาติรกาเข้ามาที่หน้าห้องพัก พุทราตามเข้ามา
“ที่พนักงานบอกก็ห้องนี้ล่ะครับ”
สมภพบอกแล้วทำเป็นเคาะประตูเรียก
“คุณนนท์ครับ”
ภายในห้อง รชานนท์ที่หลับอยู่เริ่มขยับรู้สึกตัว สมภพพยายามเคาะประตูแต่ไม่มีเสียงตอบรับ
“ไม่ตอบแบบนี้คงไม่ใช่ล่ะมั้งคะ” พุทราว่า
“แต่เด็กบอกว่าห้องนี้จริง ๆ นะครับ” สมภพยืนยัน
ธงฉานทำเป็นลองบิดที่ลูกบิด
“ไม่ได้ล็อคนี่ครับ อา”
ธงฉานเปิดประตูเข้าไป ที่พื้นห้องเสื้อผ้ารชานนท์กับรุจีถอดเกลื่อน ทุกคนไล่สายตาไปบนเตียงเห็นรชานนท์นอนอมีผ้าห่มคลุมตัวอยู่
“นั่นไงครับ คุณนนท์อยู่ที่นี่จริงๆด้วย” ธงฉานพูดขึ้น

มัทรีเดินมาพอดีได้ยินเสียงติรกาเข้าพอดี
“นนท์คะ”
มัทรีมองไปทางต้นเสียง เห็นติรกากับพุทรายืนอยู่หน้าห้อง
“แม่”
มัทรีเดินเข้าไปที่ห้อง ติรกาเข้าไปปลุกรชานนท์
“นนท์ นนท์คะ”
รชานนท์งัวเงียมองเห็นติรกา
“กระแต”
“ทำไมนนท์มานอนที่นี่ได้คะ”
รชานนท์มองรอบห้อง
“ที่นี่ ที่ไหน”
“ก็ที่รีสอร์ตไงคะคุณนนท์หายมาทั้งคืน คุณติห่วงมากรู้ไหมคะ” พุทราว่า
ใต้ผ้าห่มข้างๆ ขยุกหยิกอยู่สักครู่แล้วเปิดพรึ่บ! ขึ้นมา
“โอ้ย..จะอู้กันหยังแต่เช้า เฮาง่วงอู้ก่อ” รุจีปรากฏตัวขึ้น
ทุกคนถึงกับอึ้งไป
“ยัยรุจี คุณนนท์” พุทราพูดเสียงดัง
รชานนท์ลุกขึ้นตั้งสติได้มองไปรอบ ๆ เห็นรุจีที่กึ่งเปลือย รชานนท์มองตัวเองแล้วตกใจร้อง “เฮ้ย”
รชานนท์มองรุจี แล้วมองมองติรกา
“นี่มัน..กระแต”
ติรกาเดินออกไปทันที รชานนท์มองไปที่หน้าห้องเห็นมัทรียืนอยู่
“กระแตเดี๋ยวก่อน... มัท”
มัทรีมองรชานนท์อย่างผิดหวัง
“แม่คะ”
มัทรีรีบวิ่งตามติรกาไป รชานนท์จะวิ่งตาม ทั้งที่มีผ้าห่มพันตัวอยู่
“คุณนนท์คะ อย่าเพิ่งไปค่ะ” พุทราเรียกจนรชานนท์ชะงักหันมา พุทรายื่นกางเกงให้
“ออกไปทั้งแบบนี้คงไม่ดีมั้งคะ”
รชานนท์คว้ากางเกงมาแล้ววิ่งไปด้วยใส่ไปด้วยอย่างทุลักทุเล ร้องเรียก
“กระแต..มัท”
พุทรารีบวิ่งตามไป เหลือแค่รุจี ธงฉานกับสมภพสามคนที่ยืนนิ่งดูอยู่ ธงฉานกับสมภพหัวเราะสะใจ ตีมือกันอย่างสนุกสนาน รุจีมองทั้งคู่แล้วถาม
“ฝีมือพวกแกใช่ก๋า ไอ้เลว”
“เธออู้อันหยัง เฮาบ่อฮู้เรื่อง” ธงฉานอู้คำเมืองล้อเลียนรุจี
“ฉันจะแฉแก ไอ้สารเลว”
รุจีจะเดินออกไป
“เอาสิ ถ้าอยากให้พี่สาวเธอตาย”
รุจีชะงัก ไม่รู้ความหมายของสมภพ

ในเวลาต่อมา ติรกาเข้ามาในบ้าน มัทรีตามมาติดๆ เตือนใจรีบเดินออกมารับ
“เป็นไงบ้างยัยติ เจอตานนท์ไหม”
ติรกาไม่ตอบน้ำตาคลอ
“เป็นอะไร เกิดอะไรขึ้น”
รชานนท์ตามเข้ามาพร้อมๆกับ พุทรา
“กระแต”
ติรกาไม่หันกลับมามองรชานนท์เดินขึ้นข้างบนทันที ชานนท์ตามขึ้นไปทันที
“กระแต ฟังผมก่อนนะ”
เตือนใจหันมาหาพุทรากับมัทรี
“นี่มันเรื่องอะไรกัน ยัยมัทแล้วนี่ตารบล่ะ”
แค่ได้ยินชื่อวันรบ มัทรีก็น้ำตาร่วงร้องไห้โฮเข้ากอดเตือนใจ
“เอ้า..ร้องหนักกว่าเจ้าของเรื่องอีก” พุทราว่า
“ใจเย็น ๆ นะมัท”
เตือนใจมองมาทางพุทรา
“เล่ามาสิ นี่มันเรื่องอะไรกัน”
สีหน้าของพุทราพร้อมเล่าทุกรายละเอียดเป็นอย่างมาก

ที่ห้องนอน ติรกาปิดประตูดัง ปัง! ใส่รชานนท์ รชานนท์ตามเข้ามาเคาะให้ติรกาเปิดประตู
“กระแตฟังผมก่อนนะ ผมไม่ได้มีอะไรกับรุจีนะ”
ติรกาเข้ามายืนอยู่กลางห้องนอน มือกำแน่นด้วยความโกรธ
“เมื่อวานมีรถตู้มาจับตัวผมกับรุจี ผมโดนยาสลบ ตื่นอีกทีก็เป็นอย่างที่คุณเห็นแล้ว จริงๆ นะกระแต”
ติรกาหันหน้าไปทางประตูที่ยังปิดอยู่
“ทำไมฉันถึงต้องเชื่อคุณ”
“เพราะผมรักคุณไง กระแตกว่าเราจะได้อยู่ด้วยกันมันยากแค่ไหน คุณก็รู้ ผมจะโง่ทำลายทุกอย่างเพราะผู้หญิงอื่นเชียวเหรอ กระแต..ผมรักคุณ รักลูก ผมไม่มีวันทำลายครอบครัวเราด้วยการมักง่ายกับผู้หญิงอื่น แล้วถึงผมจะทำ คุณคิดเหรอว่าผมจะให้คุณจับได้ง่ายๆ แบบนี้ ในเมื่อก็รู้กันอยู่ว่าคุณเป็นแม่เสือปืนไว กระแตฟังผมอธิบายก่อนได้ไหม”
ติรกาคิดๆ หันไปรอบห้องสายตาหยุดที่กีต้าร์ของรชานนท์ ติรกานึกถึงภาพที่รชานนท์ร้องเพลง รอวันฉันรักเธอ ติรกาสูดลมหายใจลึกก่อนตัดสินใจเดินไปเปิดประตู รชานนท์ดีใจมาก
“อธิบายมา ว่าไอ้ที่หายไปหนึ่งคืนไปทำอะไรมา”
รชานนท์ยิ้มเตรียมอธิบาย

เตือนใจและพุทราทราบจากมัทรีเรื่องวันรบกับวริษรา สีหน้าของพุทราตกใจอย่างเวอร์
“หะ! นี่คุณรบมีเมียแล้ว เมียกำลังท้องด้วยเหรอคะ”
“แล้วแม่เราไปเจอตานนท์อยู่บนเตียงกับแม่ต๊อนย่อนเหรอ”
“ฮ้า! คุณแม่คุณลูกโดนหักหลังทั้งคู่เลยเหรอคะ ตายแล้ว ๆ เอิ๊กก” พุทราทำท่าจะเป็นลม
พุทราตัวจะเอนไปทางเตือนใจ เตือนใจดันให้ล้มไปทางอื่น จนพุทราล้มตัวลงไปบนโซฟาแล้วกลิ้งไปนอนแอ๊กกับพื้น เตือนใจหมั่นไส้
“เยอะเนอะ”
“ค่ะ..เยอะ”
“แล้วมัทจะทำยังไงต่อลูก”
“มัทตัดสินใจแล้วค่ะคุณยาย”
“ตัดสินใจว่ายังไงลูก”
มัทรีนิ่งมองเตือนใจกับพุทรายังไม่อยากตอบ รชานนท์กับติรกาเดินลงมาพอดี
“ผมจะไปตามรุจีมาอธิบายให้คุณฟังว่ามีคนวางแผนทำเรื่องนี้แน่นอน”
“ค่ะ แต่ฉันยังข้องใจที่คุณบอกว่าคิดเหรอว่าทำแล้วจะให้ฉันจับได้ง่าย ๆ คุณคิดจะทำใช่ไหม”
“เปล่านะครับกระแต แต่คิดดูสิก่อนที่เราจะแต่งงานกัน ผมก็เป็นเพลย์บอยมาก่อน ถ้าผมคิดจะมีกิ๊กจริง ๆผมจะทำให้คุณสงสัยหายไปไม่บอกเหรอ มันเป็นไปไม่ได้ จริงไหม”
“ก็จริง”
“ดังนั้นคิดได้อย่างเดียวว่างานนี้มีคนจัดฉากแน่ๆ”
“จัดฉากเหรอคะ” มัทรีพูดแทรกขึ้น
“ใครคะจะอยากแยกคุณนนท์กับคุณติ แต่ก็มีนะคะไอ้คน ๆ นั้นน่ะ”
พุทราพูดขึ้นในจังหวะที่สมภพเดินเข้ามาพอดี
“คุณติครับ”
ทุกคนหันไปเห็นสมภพกับธงฉานที่กำลังเดินเข้ามา พุทราพูดกับทางเตือนใจ
“ไอ้คน ๆ นั้นก็โผล่มาทันที”
พุทราหันไปทางสมภพแล้วถาม
“ใครจุดธูปเรียกคะเนี่ย มาไวเชียว”
“พุทรา! คุณสมภพขอโทษทีนะคะที่กลับมาก่อน ถ้าจะคุยเรื่องงานกับนนท์”
“เรื่องนั้นไม่เป็นไรหรอกครับ ผมว่าเคลียร์เรื่องในครอบครัวให้จบก่อนเถอะครับ”
สมภพขยับออก รุจีก้าวเข้ามาอีกคน
“รุจี” รชานนท์เรียก
“คุณคนนี้อยากจะมาหาคุณนนท์น่ะครับไ ธงฉานบอก
“มาก็ดีเลยรุจี อธิบายให้กระแตฟังทีสิว่าเมื่อวานเราเจออะไร”
ทุกคนมองและรอฟังคำอธิบายจากรุจี รุจีตัดสินใจนั่งคุกเข่าลงที่พื้นยกมือไหว้ติรกา
“คุณติเจ้า รุจีกราบขอโทษที่รุจียะหื้อคุณติต้องเสียใจ๋”
“ไม่เป็นไร ฉันอยากรู้ความจริงว่าเมื่อวานเธอกับนนท์โดนจับตัวไปจริงหรือเปล่า”
“คุณนนท์อู้กับคุณติจะอั้นเหรอเจ้า”
“ใช่สิ ก็ที่รถตู้มาจับเราสองคนไปไง” รชานนท์ว่า
รุจีตัดสินใจพูด
“คุณนนท์เจ้า อย่าหลอกคุณติอีกเลยเจ้า”
“เธอหมายความว่ายังไง พูดให้ชัดๆ สิ”
รุจีสบตากับสมภพแล้วสูดลมหายใจลึก
“รุจีเป็นเมียของคุณนนท์เจ้า เมื่อวานคุณนนท์นัดให้รุจีมาหา แล้วเราก็ยะการบ้านกันทั้งคืนเจ้า”
“การบ้าน” ติรกาสงสัยในความหมาย
“การบ้านบนเตียง เฮากับคุณนนท์มีอะไรกันน่ะเจ้า”
ทุกคนอึ้งไป ยกเว้นรุจีกับสมภพ สมภพแยงขึ้นทันที
“โอ้ว...ถ่านไฟเก่ามันร้อนน” ธงฉานพูดแซว
“รอวัน..รื้อฟื้น” สมภพกับธงฉานพูดพร้อมกัน
เตือนใจกับพุทราหมั่นไส้สมภพกับธงฉานมาก เตือนใจพยักหน้าให้พุทรา ทั้งคู่พร้อมใจกันหยิบส้มที่อยู่ใกล้มือยัดเข้าปากสมภพกับธงฉานจนร้อง “อื้อๆๆ” พูดไม่ออก
“รุจี คุณโกหกทำไม”
“รุจีบ่ทนแล้วเจ้า รุจีไม่อยากหลบๆ ซ่อนๆ ทำไมรุจีต้องยอมในเมื่อรุจีเป็นเมียคนหนึ่งของคุณเหมือนกัน”
รชานนท์หันมองติรกาที่ยืนตะลึง
“ไม่จริงนะกระแต รุจีโกหก”
เพี๊ยะ! ติรกาใช้ฝ่ามือตบเข้าที่หน้ารชานนท์จนหน้าหัน รชานนท์หันกลับมาเห็นติรกาน้ำตาคลอเบ้า
“ทั้งที่ฉันพยายามจะเชื่อใจคุณ”
“กระแต”
“ออกไปจากบ้านฉัน”
“กระแต..ฟังผมก่อน”
“ออกไปเดี๋ยวนี้ ไปสิ”
“ผมไม่ไป ผมไม่ได้ทำผิดต่อคุณ”
ติรกาอึ้งไป
“คุณไม่ไปใช่ไหม ได้”
ติรกาวิ่งออกไปจากบ้าน สมภพวิ่งตาม
“คุณติครับ คุณติ”
ติรกาขึ้นรถ สมภพกระโดดขึ้นตามอย่างรวดเร็ว ติรกาออกรถไป
“กระแต”
รุจีคว้ามือรชานนท์ไว้
“อย่าไปเจ้าคุณนนท์ อย่าทิ้งรุจีไป”
รชานนท์มองรุจีอย่างหัวเสีย รชานนท์มองเตือนใจ มัทรี พุทราที่มองมาด้วยสายตาตำหนิ
“มัท...คุณแม่”
มัทรีร้องไห้ทันที
“มัทไม่คิดเลยว่าพ่อจะกล้าทำกับแม่แบบนี้ ทำไม..ทำไม”
มัทรีวิ่งออกไปอีกทาง
“ยัยมัท” เตือนใจร้องเรียก
“คุณนนท์ใจร้ายที่สุดเลยค่ะ” พุทราพูดก่อนจะวิ่งตามมัทรีกับเตือนใจไป
รชานนท์ร้องเรียก “มัท” แล้วพยยามสะบัดมือที่รุจีจับอยู่
“ปล่อยผม! คุณทำครอบครัวผมพังหมดแล้ว “
รุจีมองรชานนท์ด้วยความเสียใจ
“คุณนนท์เจ้า”
“ผมไม่รู้ว่าคุณทำไปเพื่ออะไรแต่ผมไม่อยากเห็นหน้าคุณอีก ออกไปให้พ้น ไป”
รุจีร้องไห้แล้วบอก
“รุจีขอโทษเจ้าคุณนนท์ รุจีจำเป็น”
รชานนท์สะดุดหูทันที
“หมายความว่ายังไง จำเป็น”
รุจีไม่ตอบรีบวิ่งหนีออกไป
“รุจี รุจี อะไรของเขาเนี่ย”
รชานนท์คิดๆ แต่ยังไม่ได้คำตอบ
“กระแต”
รชานนท์รีบขึ้นรถและขับออกไปทันที

รุจีเดินในจังหวะต๊อนยอน ร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ในวัด
“ฮือๆๆ คุณนนท์ รุจีขอโทษ...รุจีจำเป็นจริงๆ”

รุจีย้อนนึกถึงคลิปของทรงสุดากับต้นที่สมภพเปิดให้ดู แล้วบอก
“ถ้าเราไม่ได้เงินจากติรกา พวกมันไม่ปล่อยพี่สาวเธอแน่”
“คุณต้องช่วยปี้ดานะ ช่วยปี้ดา”
“ก็ฉันหาเงินอยู่นี่ไง ถ้าเธออยากช่วยพี่สาวเธอก็ต้องร่วมมือกับฉัน”
รุจีมองสมภพอย่างคิดหนัก
รุจีนั่งร้องไห้ด้วยความเสียใจหาทางออกให้กับชีวิตไม่ได้

รชานนท์ขับรถเข้ามาที่บ้านพักของพชร ขณะที่พชรกับวันรบกำลังเดินออกมาจากบ้าน
“ป๋า...ป๋าเจอมัทไหม มัทบอกผมว่าจะดูงานที่รีสอร์ตแล้วก็หายไปไหนไม่รู้ โทรไปก็ไม่รับ”
“อยู่ที่บ้าน”
วันรบจะรีบตามไป แต่รชานนท์ดึงคอเสื้อวันรบไว้
“เดี๋ยว ตอนนี้ไม่มีปัญหาแต่ฉันนี่เต็มๆ”
“หน้าเซ็งโลกแบบนี้ พกปัญหามาชัวร์” พชรบอก
“ผมกับกระแตทะเลาะกัน กระแตหนีออกไปกับไอ้สมภพ ผมเป็นห่วง พี่ช่วยผมตามหากระแตหน่อย” รชานนท์บอก
“ไม่มีปัญหา” พชรบอกทำท่าจะไปแล้วก็หยุดดื้อๆซะงั้น
“แต่ว่า..แกต้องบอกมาก่อนว่าทะเลาะกันเรื่องอะไรอีก” พชรพูดต่อ
รชานนท์สีหน้าลำบากใจ
“กระแตเจอผมกับรุจีนอนอยู่บนเตียงเดียวกัน”
“เฮ้ย ไหนแกว่าจะมีติรกาคนเดียวไง”
“ผมก็มีกระแตคนเดียว แล้วงานนี้ผมโดนจัดฉาก”
พชรกับวันรบฟังรชานนท์และมองอย่างสนใจ
“เล่ามา วิเคราะห์มาให้ฉันฟังสิว่ามันยังไง”
รชานนท์สีหน้าเครียดทันที

มัทรีร้องไห้จนหลับไปกับตักของเตือนใจ เตือนใจมองอย่างสงสาร
“ร้องไห้จนหลับไปเลยค่ะ” พุทราบอก
“เวรกรรมอะไรเนี่ย พ่อกับแฟนมีผู้หญิงอื่นพร้อมๆ กัน ใจหลานฉันไม่แหลกหมดแล้วเหรอเนี่ย”
พุทราครวญเพลงขึ้น - - “ดั่งแก้วบาง..เขาทุบทิ้งแตก ใจฉันแหลกเพราะน้ำมือเธอ”
เตือนใจรำคาญจึงดึงหูพุทราให้หยุด
“โอ้ยๆๆ คุณยายขาเจ็บนะคะ”
“เจ็บสิดี มันใช่เวลาสนุกสนานของหล่อนไหมเนี่ย”
“ก็ไม่ได้ว่าสนุกอะไรค่ะ พอดีมันเข้าเพลงได้ก็เลยเผลอ ว่าแต่คุณติไปกับนายสมภพจะเป็นอะไรไหมคะ” พุทราถามขึ้น
“ยัยติเอาตัวรอดได้แน่ แล้วยิ่งตอนนี้ถ้าไอ้สมภพมันแหยมนะ ตายแน่ โอ้ย..เมื่อไหร่จะสงบสุขสักทีนะ ครอบครัวฉันเนี่ย” เตือนใจว่า
เตือนใจยังคงมองมัทรีด้วยความสงสาร

ติรกาหลบมายืนอยู่ตรงบริเวณหน้าผาทอดมองไปข้างหน้าด้วยสีหน้าเครียด สมภพกับธงฉานเดินตามมาแล้วหยุดมอง
“เอาไงดีอา เดินเข้าไปแล้วผลักลงไปเลยมะ” ธงฉานพูดขึ้น
“ฉันว่าจับกลิ้งลงไปดีกว่าเร้าใจดี เว้ย ไอ้บ้า ไม่ได้จะหลอกมาฆ่านะเว้ย ผู้หญิงกำลังผิดหวังกับความหลัง ผู้ชายหน้าตาดีอย่างฉันต้องปลอบใจ”
“หร๋า”
“เออดิ ฉันต้องเป็นชายที่แสนดีเข้าปลอบใจในจังหวะนี้”
“อ่าฮ่า แล้วจากนั้นก็เอื้อมไปโอบไหล่ แล้วก็..แล้วก็” ธงฉานพูดภาพต่อ
สมภพยื่นหน้าเข้ามาใกล้ธงฉาน
“ถุย”
“อี๋ อาสกปรกอ่ะ”
“เลิกเพ้อเจ้อแล้วรอตรงนี้ ฉันจะเข้าไปคุยกับติรกา”
สมภพเดินเข้าไปหาติรกา
“ใจเย็นๆ นะครับคุณติ ผมเชื่อว่าคุณจะผ่านมันไปได้”
“ขอบคุณค่ะ ขอบคุณที่คุณคอยช่วยเหลือฉัน และดีกับฉันมาตลอด คุณเป็นเพื่อนที่ดีจริง ๆ ค่ะ คุณสมภพ”
“เพื่อน” สมภพทวนคำนี้ช้าๆ
“ค่ะ ถ้าคุณมีอะไรให้ฉันช่วยได้บ้างก็คงดี ฉันอยากจะตอบแทนคุณบ้าง”
สมภพนิ่งอึ้งไปกับคำว่าเพื่อน เหมือนมีสตินิดหนึ่งที่เคยคิดไม่ดีต่อติรกา
“คุณคงช่วยผมไม่ได้หรอกครับ ปัญหาของผมมันใหญ่เกินไป”
“คุณมีปัญหาเหรอ”
“ครับ” สมภพถอนหายใจอย่างกลัดกลุ้ม
“เรื่องอะไร เล่าให้ฉันฟังได้นะคะ”
“ผมบริหารงานผิดพลาด ผมต้องไปกู้เงินเสี่ยจิว”
“เสี่ยจิว นายทุนหน้าเลือดน่ะเหรอคะ”
“ครับ ดอกเบี้ยมันทบต้นทบดอกมหาศาล ตอนนี้รีสอร์ทของผมกำลังจะโดนยึดญาติผมก็ถูกพวกมันจับตัวไปถ้าผมหาเงินไปใช้หนี้ไม่ได้ พวกมันก็ขู่จะฆ่าทิ้ง”
ติรกาตกใจ
“รุนแรงขนาดนั้นเลยเหรอคะ”
“ผมไม่รู้จะบากหน้าไปพึ่งใคร หลายคนที่ผมเคยช่วยเหลือตอนเค้าเดือดร้อนก็หนีหน้าไม่สนใจ... ทำไมคนที่ถูกจับตัวไปไม่ใช่ผม ทำไม” สมภพตะโกนลั่นด้วยความคับแค้นใจ
ติรกาปรี่เข้าไปปลอบสมภพใกล้ ๆ ด้วยความเป็นห่วง
“ใจเย็น ๆ ค่ะคุณสมภพ ฉันยินดีช่วยคุณเต็มที่”
“คุณพูดจริงเหรอ”
สมภพมองหน้าติรกาอย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเอง ติรกายิ้ม
“ก็เราเป็นเพื่อนกันนี่คะ”
สมภพมองติรกาแล้วอึ้งไป

สมภพมาส่งติรกาที่หน้าห้องในรีสอร์ตแห่งหนึ่ง ติรกาพูดกับสมภพด้วยน้ำเสียงจริงจัง และจริงใจว่า
“ทำใจให้สบายได้แล้วค่ะ ไม่ต้องคิดมาก”
“คุณจะช่วยผมจริง ๆนะติรกา”
“เดี๋ยวฉันจะไปคุยกับทางธนาคารให้ ฉันจะค้ำประกันให้คุณเอง พรุ่งนี้ไปกันแต่เช้าเลย”
“แล้วเรื่องเอกสารของคุณ”
“เดี๋ยวฉันให้พุทราจัดให้ พรุ่งนี้เจอกันที่ธนาคารนะคะ”
สมภพยังไม่ทันพูดต่อ ติรกาเดินเข้าห้องไปแล้ว สมภพเดินกลับมาหาธงฉานที่รออยู่
“เอาไงอา ตุ๊ยท้อง..ตบจูบหรือว่า”
สมภพข่วนหน้าธงฉานแล้วบอก
“รีบไปเตรียมเอกสารให้ฉันด่วน”









Create Date : 02 เมษายน 2555
Last Update : 2 เมษายน 2555 23:34:12 น.
Counter : 141 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

มิกัง
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]