All Blog
แม่ยายที่รัก ตอนที่ 9



เตือนใจกับพุทราเดินกลับเข้ามาที่โต๊ะอาหารที่วันรบกับมัทรีจัดทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว รชานนท์จูงมือของติรกาจากชั้นบนลงมาที่โต๊ะอาหาร
“โอ้โห...วันนี้สั่งอาหารจากโรงแรมมาเหรอครับคุณแม่” รชานนท์ว่า
“วันนี้หลานเขยแม่ลงมือทำเองทุกอย่างเลย เขาจะเอาใจว่าที่แม่ยายน่ะ” เตือนใจพูดแล้วมองไปที่ติรกาอย่างสังเกต
ติรกาหน้าตึงขึ้นทันที
“ใครเป็นแม่ยายแก!”
ทุกคนบนโต๊ะอาหารชะงักและหันไปมองหน้าติรกาเป็นสายตาเดียว ติรกาเห็นสายตาทุกคนที่มองมาก็นึกได้ว่าตัวเองยังความจำเสื่อมอยู่นี่นา
“เอ่อ..ติพูดอะไรไปคะเนี่ย มันวูบๆ มาน่ะค่ะ” ติรการีบพูดกลบเกลื่อน วันรบถึงกับโล่งใจทันที
“อ๋อ..งั้นเชิญคุณแม่ยายนั่งเลยครับ วันนี้ผมโชว์ฝีมือเต็มที่”
รชานนท์ขยับเก้าอี้จะให้ติรกานั่งข้างตัวเอง ขณะที่ฝั่งตรงข้ามวันรบกำลังขยับเก้าอี้ให้มัทรีลงนั่ง ติรกาเดินข้ามไปจับที่เก้าอี้ซึ่งวันรบจะขยับนั่งข้างซ้ายของมัทรี วันรบมองติรกา เห็นสีหน้าติรกาขมึงตึงก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มแล้วบอก
“ฉันขอนั่งตรงนี้นะ “
“ได้ครับ” วันรบจะขยับไปนั่งเก้าอี้ตัวด้านขวามัทรี ติรกามองแล้วขยับไปตัวจับเก้าอี้ตัวที่วันรบจะนั่งชิดมัทรี ติรกายิ้มใส่วันรบอีกแล้วหันไปเรียกเตือนใจ
“คุณแม่มานั่งข้างยัยมัทสิคะ”
วันรบมองหน้าติรกาแบบอึ้งๆ
“มาสิคะคุณแม่”
เตือนใจเดินมานั่งตามที่ติรกาบอก วันรบต้องระเห็จไปนั่งข้างรชานนท์ที่ฝั่งตรงข้าม ทุกคนมองอย่างงงๆ ติรการู้สึกว่าทุกคนมองอยู่
“ฉันใจหายน่ะค่ะที่ลูกเพิ่งหมั้นไปวันนี้ อีกไม่นานมัทก็ต้องห่างแม่ ลืมแม่”
มัทรีจับมือติรกาแล้วกอดติรกา
“มัทไม่มีทางลืมแม่หรอกค่ะเพราะมัทรักแม่ที่สุดเลย”
ติรกากอดมัทรีด้วยความรักที่ไม่ต่างกัน วันรบไม่สงสัย รชานนท์มองภาพมัทรีกอดติรกาอย่างประทับใจ
“แม่ก็รักมัทนะลูก แม่จะไม่ให้ใครทำร้ายดวงใจของแม่แน่นอน”
เตือนใจสะกิดใจเงยหน้ามองติรกา ติรกาสบตากับเตือนใจเห็นสายตาที่จ้องจับผิดจึงหลบสายตาไปทางอื่นไม่ยอมสบตาด้วย
“ทานข้าวเถอะมัท นี่ฝีมือวันรบคนเดียวเลยเหรอ” ติรกาถาม
“มัทก็ช่วยด้วยนะคะแม่ ตอนอยู่คอนโด มัทเป็นลูกมือช่วยพี่รบบ่อยๆ”
สีหน้าติรกาสะเทือนใจทันที แล้วพึมพำเบาๆ
“คอนโด”
ภาพของวันที่ติรกาและทุกคนไปที่คอนโดฯของวันรบฉายภาพและเสียงเข้ามาหาติรกา คำพูดของมัทรีที่บอกว่า

“พี่รบกับมัทเราเป็นสามีภรรยากันมานานแล้วและมัทก็เต็มใจ”
“โกหก”
“มัทไม่ได้โกหก ทุกคนรับทราบไว้เลยนะคะว่าคอนโดที่ทุกคนยืนอยู่เป็นคอนโดที่มัทกับพี่รบซื้อร่วมกัน”

บนโต๊ะอาหาร ติรกากำแก้วแน่นจนแก้วร้าว...เปรี๊ยะ! ทุกคนตกใจ พุทราสะดุ้งหนักกว่าเพื่อน
ติรการู้สึกตัวพลางว่า
“อุ้ย..แก้วมันบางแบบนี้ อันตรายนะคะ”
พุทรายกแก้วตัวเองขึ้นดู แก้วไม่ได้บางอย่างที่ติรกาบอกแต่อย่างไร
“บาง..ตรงไหน?”
รชานนท์รีบจับมือติรกาขึ้นมาดู
“มือคุณเป็นอะไรหรือเปล่าครับ กระแต”
“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวฉันเอาแก้วไปทิ้งก่อนนะคะ” ติรกาบอก
“เดี๋ยวผมจัดการให้”
“ไม่เป็นไรค่ะ ให้ฉันจัดการเองนะคะ..นะคะ”
รชานนท์ยอมปล่อยมือ ติรการีบเก็บแก้วแล้วเดินไปที่ครัว
พุทรารีบขยับมากระซิบเตือนใจ
“คุณเตือนว่ายังไงคะ”
เตือนใจไม่ตอบแต่ลุกตามติรกาไปในห้องครัว
“คุณยายจะไปไหนคะ” มัทรีถามขึ้น
“ยายจะไปดูแม่เราหน่อย”
พุทราจะลุกตาม แต่เตือนใจขึงตาใส่ว่าไม่ต้อง พุทราจำต้องนั่งตามเดิม เตือนใจเดินไปที่ครัวทันที

ภายในห้องครัว ติรกาทิ้งแก้วร้าวลงในถังขยะ
“เกือบไปแล้ว” ติรกาพูดขึ้น
เตือนใจย่องเข้ามาด้านหลังเบาๆ
“เกือบโดนจับได้ว่าความจำกลับคืนมาแล้วน่ะเหรอ”
ติรกาไม่ทันระวังตัวตอบ
“ก็ใช่น่ะสิคะ”
ติรกาหันกลับมาเจอกับเตือนใจถึงกับตกใจตั้งตัวไม่ทัน
“คุณแม่”
“แกจำทุกอย่างได้แล้วใช่ไหม ยัยติ”
ติรกายังพยายามจะทำเนียนๆใส่เตือนใจ
“คุณแม่พูดเรื่องอะไรคะ”
“เรียกฉันว่าแม่ ก็รู้ใช่ไหมว่าแม่น่ะรู้จักลูกดียิ่งกว่าตัวลูกเองอีก”
ติรกามองเตือนใจแล้วก็ยอมรับด้วยการนิ่งเงียบไป
“แกจำได้แต่ไม่อาละวาด แกคิดจะทำอะไรบอกแม่ได้ไหม”
“หนู..หนูก็ไม่รู้ว่าทำไมหนูถึงไม่อาละวาด”
เตือนใจขยับเข้าไปใกล้ติรกาเพื่อมองค้นหาในแววตาลึกคู่นั้น
“เพราะติยังรักรชานนท์ไงลูก”
ติรการู้สึกและ เถียงไม่ออก
“หนู...หนูอยากรู้ว่าทำไมเขาถึงทิ้งหนูไป หนูอยากรู้ว่าเขากลับมาเพื่ออะไร หนูอยากรู้ว่าเขาเข้ามาใกล้ลูกเพราะอะไร ในหัวหนูมันมีแต่คำถาม”
“ถ้าติต้องการคำตอบ แม่จะจัดให้ แต่ตอนนี้ ติเนียนๆไปก่อน อย่าให้ใครรู้แม้แต่ยัยพุทราว่าติจำได้แล้ว บางทีติอาจจะได้คำตอบกับความจริงบางอย่างที่ติไม่เคยรู้ก็ได้นะ”
ติรกามองเตือนใจพยายามค้นหาความหมายในคำพูดนั้น เตือนใจได้แต่ยิ้ม

รชานนท์นั่งอยู่กับติรกา วันรบเอาผลไม้มาวางตรงโต๊ะรับแขก มัทรียกน้ำส้มมาให้ติรกา พุทรานั่งอยู่กับเตือนใจอีกมุมสังเกตการณ์ พุทราพูดเบาๆ กับเตือนใจ
“ตกลงคุณติจำได้หรือยังคะ”
“ยังนี่ หล่อนคิดมากไปเอง”
พุทรายังไม่หายสงสัย
“เหรอคะ อืม...”
วันรบเลื่อนจานสาลี่ให้ติรกา
“ผลไม้ครับคุณแม่ มัทบอกว่าคุณแม่ชอบทานสาลี่ ผมก็เลยจัดมาให้”
“แล้วก็น้ำส้มอีกแก้วนะคะคุณแม่”
“เอาใจกันขนาดนี้ ถ้ายัยติหุ่นพังจะทำยังไงเนี่ย” เตือนใจพูดขึ้น
“กระแตจะเป็นยังไงผมก็รักครับ” รชานนท์พูดแล้วมองกรุ้มกริ่ม
ติรกาพยายามแอบเก็บยิ้มที่รชานนท์หวานใส่
“พูดจริงเหรอคะ”
“จริงสิครับ ต่อให้นางสาวไทยมายืนตรงหน้ายังสู้กระแตไม่ได้เลย”
รชานนท์ทำท่าจะโอบ มัทรีกระแอมใส่ รชานนท์ชะงักรีบเก็บมือกลับมาเหมือนเดิมทันที รชานนท์ จิ้มสาลี่จะป้อน “ทานผลไม้นะครับ”
ติรกาอึกอักด้วยไม่คุ้นเคย เตือนใจกระแอมเตือน ติรกามองเตือนใจแล้วอ้าปากรับผลไม้และพยายามเก็บอาการกระดากไว้
“แหม..คุณยายกับคุณหลานอะไรติดคอเหรอคะ” พุทราแซวขึ้น
เตือนใจยกมะเหงกให้พุทรา
“ชัดเลย...ไม่น่าปากไวเลย พุทราเอ๊ย”
มัทรีจิ้มสาลี่จะป้อนให้วันรบ
“พี่รบทานผลไม้สิคะ เหนื่อยทั้งทำอาหารทั้งล้างจาน”
ติรกากระแอม ...อีกคน
“ให้รบมันกินเองก็ได้ มือไม่เป็นอะไรสักหน่อย” รชานนท์พูดแทรกขึ้น
“มัทเป็นคู่หมั้นรบ จะป้อนกันก็ไม่เห็นจะเป็นไร”
วันรบมองรชานนท์และติรกา
วันรบจับไม้จิ้มมากินเอง
“แบบนี้ดีกว่านะ”
วันรบเหลือบมองติรกา
“เกรงใจคุณแม่จ๊ะ”
“ดึกแล้ว ไม่กลับบ้านเหรอไอ้รบ” รชานนท์ ถาม
“อย่าเพิ่งกลับเลยค่ะรบ”
วันรบรู้ว่ากำลังกลายเป็นเครื่องมือให้พ่อลูกใช้ทะเลาะกัน
“ผมเพลียๆ น่ะมัท ผมกลับดีกว่า สวัสดีครับคุณแม่”
วันรบหันไปทางรชานนท์แล้วเรียก
“คุณพ่อ”

ถ้าไม่เกรงใจ รชานนท์อยากจะเดินถีบวันรบสักที
“พี่รบไม่ควรเรียกป๋าแบบนั้นนะคะ เพราะเขาไม่ใช่...” มัทรียังพูดไม่ทันจบ เตือนใจก็ขัดจังหวะขึ้นทันที
“ยัยมัท”
ติรกามองรชานนท์ที่กำลังหน้าเสียที่มัทรีไม่ยอมรับ
“มัทไปส่งผมที่รถหน่อยสิครับ” วันรบบอก
มัทรีลุกขึ้นและเดินตามวันรบออกไป ติรกาลุกขึ้นพร้อมกับมัทรีทันที
“กระแตจะไปไหนครับ” รชานนท์ถาม
“ห้องน้ำน่ะค่ะ” ติรกายิ้มแล้วเดินไป
“แต่ห้องน้ำไม่ใช่ทางนั้นนะครับ” รชานนท์บอกแล้วทำท่าจะลุกตามไป พุทราทำท่าจะตามไปอีกคน
“พุทราขอน้ำขิงให้ฉันถ้วยสิ ตานนท์ทานผลไม้ให้หมดก่อนสิ เสียดายนะ” เตือนใจบอก
รชานนท์นั่งลงกับที่อย่างเดิม
“ครับ”
เตือนใจมองตามติรกาไป อยากรู้ว่า ติรกาจะทำอย่างไร

วันรบเดินนำมัทรีมาที่รถซึ่งจอดอยู่ภายในบ้านของติรกา
“พี่รบมีอะไรจะคุยกับมัทใช่ไหมคะ” มัทรีถามขึ้น
ติรกาเดินเข้าหามุมแอบฟังทันที
“ผมขอมัทได้ไหม ถึงมัทจะไม่ยอมรับป๋าก็อย่าถึงขนาดทำร้ายจิตใจป๋าเลยนะครับ”
“พี่รบคะ ผู้ชายคนนั้นทำร้ายแม่ ทอดทิ้งมัท มัทลืมไม่ได้หรอกค่ะ”
“แต่มัทอภัยให้เขาได้ไม่ใช่เหรอครับ ถ้ามัทอภัย มัทก็จะไม่ทุกข์นะ ผมรู้นะว่าที่มัททำแบบนี้มัทก็ไม่มีความสุขหรอก เพราะมัทรู้เต็มอกว่าป๋าคือพ่อของมัท”
มัทรียังดื้อดึง
“ไม่พูดเรื่องนี้ได้ไหมคะ”
“มัท..ถือว่าผมขอร้องได้ไหม”
“มัทไม่รับปากได้ไหมคะ”
“งั้นถึอว่าแลกกันได้ไหมครับ แลกกับที่มัทให้ผมโกหกป๋ากับทุกคนว่าเราเป็นสามีภรรยากัน ทั้งที่ความจริงเราไม่เคยทำผิดแบบนั้นเลยแม้แต่ครั้งเดียว”
ติรกาตะลึงที่ได้รู้ความจริง
“แต่นั่นมันจำเป็นนะคะไม่งั้นแม่จะแยกเราจากกัน”
“นี่ก็จำเป็นเหมือนกันครับ เพราะป๋าก็เจ็บใจคิดว่า ผมทรยศป๋าทำลายมัทที่เป็นลูกเขา ถ้ามัทยังมึนตึงใส่ป๋าก็อาจจะไม่ยอมรับผมอีกคน มัทคิดว่าผมจะมีความสุขไหมถ้าต้องอยู่ในครอบครัวที่ไม่มีใครยอมรับผมเลย”
คำพูดของวันรบทำให้มัทรีถึงกับอึ้งไป วันรบจับมือมัทรี
“มัทครับ เราจะสร้างครอบครัวด้วยกันก็ต้องรับฟังเหตุผลของกันและกันนะครับ ป๋าไม่ใช่คนเลว ผมเชื่อว่ามันจะต้องมีเหตุผลบางอย่างที่ทำให้ป๋าต้องทิ้งมัทกับคุณแม่มัทไปด้วยความไม่ตั้งใจ ให้โอกาสป๋าได้ไหมครับมัท เปิดใจแล้วค้นหาความจริง คำตอบมันอาจจะทำให้ทุกคนมีความสุขในตอนท้ายก็ได้นะ”
มัทรีมองวันรบอย่างลำบากใจ
“มัทจะพยายามแล้วกันค่ะ”
วันรบบีบจมูกมัทรีเบา ๆ
“มัทน่ารักแบบนี้ ผมถึงเลิกรักไม่ได้สักที”
“ถ้าเลิกนะ..มัทเอาตายแน่”
วันรบตะเบ๊ะรับ
“ครับผม..ครับแม่” วันรบล้อเล่นกับมัทรี
มัทรีกับวันรบยิ้มให้กันอย่างเข้าใจ ติรกามองวันรบกับมัทและคิดตามคำพูดที่วันรบพูดกับมัทรี

ติรกานั่งครุ่นคิดถึงคำพูดของวันรบอยู่ที่ระเบียงบ้าน คำพูดของวันรบก้องอยู่ในสองหูของติรกา
“ป๋าไม่ใช่คนเลว ผมเชื่อว่ามันจะต้องมีเหตุผลบางอย่างที่ทำให้ป๋าต้องทิ้งมัทกับคุณแม่มัทไปด้วยความไม่ตั้งใจ ให้โอกาสป๋าได้ไหมครับมัท เปิดใจแล้วค้นหาความจริง คำตอบมันอาจจะทำให้ทุกคนมีความสุขในตอนท้ายก็ได้นะ”
ติรกาถอนใจเบาๆ ขณะที่เตือนใจโผล่หน้ามาข้างๆติรกาอย่างใกล้มากจนติรกาตกใจ
“คิดเรื่องอะไรเหรอยัยติ”
“ว้าย คุณแม่มาเงียบๆ ใจหายหมด”
“ใจหายไปอยู่ที่ใครล่ะ สามีหรือเปล่า”
“อดีตสามีค่ะคุณแม่”
“แล้วปัจจุบันล่ะ” เตือนใจถามขึ้นด้วยความอยากรู้
“ลองมาแตะหนูสิคะ จะยิงเป้ากระจุยเลย”
“ยัยมัทกลัวมากเลยนะ กลัวแกจะเสียท่า เอ..นี่ตานนท์เขาไม่เคยแตะแกเลยเหรอ”
“ไม่นี่คะ เท่าที่จำได้ไม่มีนะคะแม่”
“แปลกจัง อยู่ในห้องนอนสองต่อสองไม่น่าจะรอดนะ อืม...ไม่รู้ว่าเป็นสุภาพบุรุษหรือว่าลูกแม่ไม่เร้าใจ”
ติรกาอารมณ์ขึ้นทันที
“คุณแม่ หนูแย่ขนาดนั้นเลยเหรอคะ”
“ก็แกบอกแม่เองว่าผู้ชายอย่างตานนท์ เจ้าชู้ ไว้ใจไม่ได้ พูดตรงๆ นะถึงจะนานเป็นชาติแล้วก็เถอะ ผู้หญิงผู้ชายอยู่ใกล้กันมันต้องสป๊าคกันบ้างสิ นี่ไม่อึ๊ไม่แอะเลย มันน่าสงสัยนะ แต่แม่ก็เข้าใจนะ แกปล่อยตัวมากไปรึเปล่า พูดแล้วก็ไปมากส์หน้าก่อนนอนดีกว่า กลัวเหมือนแก”
เตือนใจทิ้งระเบิดไว้แล้วเดินลั้นลาออกไป ติรกามองตามแล้วหันมองตัวเองในกระจก ติรกาใช้มือแตะที่หน้ามองซ้ายมองขวาอย่างพินิจคิดหนัก ต้องพิสูจน์อะไรบางอย่างซะแล้ว

มัทรีกำลังหอบหมอนของตัวเองจะออกจากห้องนอนตัวเอง ทันทีที่เปิดประตูห้องก็ต้องชะงักที่เห็นเตือนใจยืนกอดหมอนอยู่หน้าห้อง
“ยายนอนไม่ค่อยหลับ ขอยายนอนด้วยคนนะ”
“แต่มัทกำลังจะไปนอนกับคุณแม่นะคะ”
“แม่เขาไม่เป็นไรหรอก แต่ยายจะ...”
เตือนใจใช้แผนทำตัวอ่อนเทันที
“...จะเป็นลม...”
มัทรีเข้าไปประคองเตือนใจแล้วร้องเรียก
“คุณยายคะ..คุณยาย”
มัทรีจำต้องพาเตือนใจเข้าห้อง เตือนใจแอบยิ้มชอบใจ

คืนนั้นเมื่อรชานนท์เดินเข้ามาในห้องนอนของติรกาก็ต้องยืนตะลึง เพราติรกาสวมชุดนอนสีขาวดูเซ็กซี่แปลกกว่าทุกครั้ง ติรกายิ้มต้อนรับก่อนจะเดินเข้าไปช่วยแกะกระดุมเสื้อ
“มาแล้วเหรอคะนนท์ อาบน้ำก่อนนะคะ”
รชานนท์ขนลุกซู่ทันที
“เอ่อ...กระแต ทำไม”
“ทำไมคะ”
ติรกาเงยหน้า คางแตะอยู่ที่อกรชานนท์ทำเซ็กซี่ใส่สุดฤทธิ์
“ไม่ชอบเหรอ”
รชานนท์ขนลุกอีกเป็นรอบที่สอง
“ชอบจ๊ะ...อุ๊ย”
ติรกาค่อยๆแกะกระดุมทีละเม็ด จนรชานนท์สะดุ้งทุกทีที่กระดุมแต่ละเม็ดถูกปลด รชานนท์เงยหน้าขึ้นสูดลมหายใจเข้าออกพึมพำ พุท..โธ...พุท..โธ
ติรการุกอีกด้วยการใช้นิ้วจิ้มไปที่แผงอกรชานนท์เบาๆ รชานนท์กับตัวเองเบาๆ “ไม่ไหวแล้ว” รชานนท์ดันตัวติรกาออกและพูดตัดบท
“กระแตครับ..ผมขออาบน้ำก่อนนะครับ ผมร้อน”
รชานนท์ไม่รอให้ติรกาตอบแต่รีบเข้าไปในห้องน้ำทันที
ติรกามองตามรชานนท์อย่างไม่พอใจแล้วเดินไปส่องกระจกทันที
“นี่ทำเป็นคนดีหรือฉันโทรมกันแน่เนี่ยะ”

ภายในห้องน้ำในห้องนอนของติรกา รชานนท์อยู่ใต้ฝักบัว น้ำจากฝักไหลหลั่งลงรดตัวรชานนท์ที่กำลังตั้งสมาธิอย่างเต็มที่
“ยุบหนอ..ไม่พองหนอ...ยุบหนอ..ยุบสิโว้ย...โอ้ย กระแตเป็นอะไรของเขานะ จะไม่ไหวแล้วนะเนี่ย”
สีหน้ารชานนท์เริ่มคิดหนัก
เมื่อรชานนท์อาบน้ำเรียบร้อยออกมาจากห้องน้ำก็ต้องยิ่งตะลึงมากขึ้นเมื่อเห็นติรกานอนอยู่บนเตียงยิ้มหวานใส่
“ดึกแล้ว นอนเถอะค่ะนนท์”
“นอน..นอนครับ” รชานนท์น้ำเสียงตะกุกตะกัก
รชานนท์ขยับขึ้นเตียง ติรกาขยับตัวไปนอนชิดแล้ววางมือบนแขนรชานนท์ พร้อมกับทำปูไต่ไล้ไปตามแขน รชานนท์ขนลุกซู่จนต้องจับมือติรกาไว้ แล้วนอนกอดติรกาไว้ ติรกายิ้มพอใจแล้วใช้มือขวาขยับไปจับปลายปืนที่วางพิงรอไว้โดยที่รชานนท์ไม่ทันสังเกต ติรกาค่อยๆจับปลายปืนแน่นกะฟาดเต็ทที่
“นี่ไง...ใครบอกฉันไม่มีเสน่ห์ แต่...ถ้าคิดจะฟันฉัน ฉันทุบหัวแบะแน่” ติรกาคิดครุ่น
แล้วจู่ๆ รชานนท์ก็พลิกตัวนอนหงายปล่อยมือจากติรกา รชานนท์หายใจเข้าออกลึก ๆเหมือนสงบใจได้ ติรกางงว่าเกิดอะไรขึ้นอีก รชานนท์หันตะแคงมามองหน้าติรกา
“นอนเถอะครับ ดึกแล้วนะ”
ติรกาเหมือนจะสูญเสียความมั่นใจไปอีก สีหน้าของติรกาทำให้รชานนท์แปลกใจ
“กระแต..คุณเป็นอะไรหรือเปล่า”
ติรกาผิดหวังและน้อยใจ จนพูดไม่ออก ติรกาพลิกตัว หันหลังให้รชานนท์
“ฉันไม่มีเสน่ห์เลยใช่ไหม คุณถึงได้...”
“ไม่ใช่นะกระแต มันไม่ใช่แบบนั้นนะ กระแต”
รชานนท์พลิกตัวติรกากลับมา
“ไม่ใช่ว่าคุณไม่มีเสน่ห์ คุณยังสวย สวยมากก...แต่..ตอนนี้คุณยังไม่สบายอยู่ ผมไม่อยากเอาเปรียบคุณ”
ติรกามองรชานนท์อึ้งไปกับความคิดรชานนท์
“ผมไม่อยากทำให้คุณเสียใจอีก ถ้าคุณหายดีเมื่อไหร่..เมื่อนั้นผมถึงจะกล้า...รักคุณ”
“นนท์คะ...คุณเคยมีคนอื่นนอกจากฉันไหม” ติรกาถามด้วยความอยากรู้
“ผมจะไม่โกหกนะมีหลายคนพยายามจะแทนที่คุณ แต่ผมก็รู้ตัวเองดีว่าหัวใจผมไม่เคยมีใคร นอกจากคุณคนเดียว”
“แต่ฉันอายุเยอะแล้วนะ สู้เด็กๆ สาวๆ ไม่ได้หรอก”
รชานนท์ยิ้มแล้วใช้นิ้วแตะที่จมูกติรกาเบาๆ
“แม้ว่าเธอจะแก่กว่านี้ จะเหี่ยวกว่านี้จะหง่อมกว่านี้ซักเท่าไร ผมเธอจะหงอกจะขาว เคี้ยวข้าวแทบไม่ไหวยังไง ก็รักเธอยัยแก่”
ติรกางอนตั้งท่าพลิกตัวหนีที่โดนแหยบว่าแก่ รชานนท์จับตัวติรกาพลิกกลับมา
“บอกเอาไว้วันนั้นฉันก็..แก่”
รชานทท์เอาจมูกแตะจมูกติรกาเบาๆ
“เชื่อผมนะ”
ติรกาไม่ตอบแต่ทำเป็นเบือนหน้าไปทางอื่นอย่างงอน ๆ
“น้า...”
ติรกาทำหน้าเหมือนเสียไม่ได้ พยักหน้าเหมือนไม่ค่อยเต็มใจ รชานนท์ยิ้มกอดติรกาไว้ในอ้อมแขน ติรกาสีหน้าอ่อนโยนลงยอมให้รชานนท์กอดอย่างเต็มใจ ทว่าความรู้สึกก็ยังสับสนลังเลอยู่นั่นเอง

ในช่วงเวลาเดียวกัน ที่บ้านสมภพ สมภพกำลังสนทนาอยู่กับธงฉาน
“จัดการเรื่องรุจีเรียบร้อยแล้วใช่มั้ย”
“ไม่มีปัญหาครับ”
“รู้แล้วใช่มั้ย.. ว่าพรุ่งนี้รุจีควรจะอยู่ที่ไหน”
“ที่ ๆ จะเป็นอุปสรรคมหาศาล ต่อความรักระหว่างคุณอาติรกากับนายรชานนท์ครับ”
ทั้งธงฉานและสมภพยิ้มพอใจเป็นอย่างมาก

วันรุ่งขึ้น ตอนกลางวัน รชานนท์กับพชรเดินมาที่ห้องอาหารในรีสอร์ต รชานนท์ท่าทางเซ็ง ๆ จนพชรรู้สึกได้
“ทำหน้าเซ็งเรื่องอะไรวะ เซ็งที่ลูกสาวกับลูกเขยนัดกันไปกินข้าวเหรอ ไอ้หมาหวงลูก”
“เซ็งพี่นี่แหละ พูดมากเกินทน ทำไมต้องพากันออกไปกินข้าวข้างนอก..ลีลามาก เรื่องเยอะ...ไม่เข้าใจเลย”
รชานนท์พูดแล้วก็หันไปเจอกับรุจี ที่อยู่ในชุดไทยภาคเหนือจัดเต็มทั้งหน้าผม รุจียิ้มหวานให้รชานนท์
รชานนท์กับพชรถึงกับอึ้งมองอย่างงง ๆ
“สวัสดีเจ้าคุณนนท์ คุณพชร”
“คุณมาได้ยังไง แล้วมาทำอะไรที่นี่” รชานนท์ถาม
รุจีเดินเข้ามาหารชานนท์ แต่รชานนท์ถอยหนี รุจีไม่ยอมเลยคล้องแขนรชานนท์ไว้แน่น
“เฮายะข้าวกลางวันมาฮื้อคุณนนท์ทานอย่างเคยไงเจ้า”
“อย่างเคย” พชรพูดขึ้น
เจ้า... อย่างเคย คุณนนท์จำตอนที่เรายะการยะงานที่เชียงใหม่ต้วยกันได้ก่อ”
รชานนท์อึ้งเหวอไปทันทีเพราะจำไม่ได้
“ตอนนู้นที่แกไปรับจ็อบให้กรมที่ดินที่เชียงใหม่ไง ตอนนั้นรุจีเป็นเลขาของใครสักคน”
รชานนท์นึกได้
“อ๋อ...แล้วทำไมพี่จำได้ล่ะ”
“ฉันรู้ว่าแกจะจำไม่ได้ไง ฉันเลยจำแทน” พชรว่า
รุจีหุบยิ้มทันทีแล้วหันไปทำหน้าเบ้ใส่พชรที่ยุ่งไม่เข้าเรื่องแล้วหันกลับมายิ้มหวานให้รชานนท์ต่อ
“จำบ่อได้บ่อใช่ปัญหาเจ้า... เพราะรุจีมั่นใจว่าอาหารมื้อนี้จะยะฮื้อคุณนนท์จำเรื่องของเฮาได้”
รุจีพารชานนท์มานั่งที่โต๊ะทานข้าวที่มีขันโตกจัดไว้เรียบร้อย พชรเดินตามมาจะลงนั่งด้วย แต่รุจีดึงเก้าอี้ออก พชรพลาดล้มก้นจ้ำเบ้ากับพื้น
“โอ๊ย!”
“โต๊ะนี้สำหรับสองที่เจ้า”
รุจีสะบัดหน้าใส่พชรแล้วหันมายิ้มหวานให้รชานนท์ต่อ รุจีหยิบข้าวเหนียวมาพอดีคำแล้วจิ้มกับน้ำพริกหนุ่มมาจะป้อนรชานนท์
“น้ำพริกหนุ่มของโปรดคุณนนท์เจ้า”
รุจีจะป้อนแต่รชานนท์จับมือรุจีไว้
“ผมทานเอง”
“แต่รุจีอยากป้อน”
“แต่ผมไม่อยากทาน”
รุจีพยายามจะป้อนรชานนท์ให้ได้ แต่รชานนท์ไม่ยอมใช้สองมือจับมือรุจีไว้
“นนท์คะ!”
เสียงติรกาดังขึ้น อึ้งไปกับภาพของรชานนท์กับรุจีตรงหน้า โดยมีสมภพกับธงฉานยืนยิ้มสะใจอยู่ใกล้ๆ
“ดูสิครับคุณติ จับมือถือแขนผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้” สมภพบอก
“ใช่ครับๆ” ธงฉานบอก
รชานนท์หันมามองหน้ารุจี รุจีแกล้งเปลี่ยนท่าทีเป็นเป็นเขินอายที่รชานนท์กุมมือตัวเองไว้
“เฮ้ย!” รชานนท์ร้องขึ้น
รชานนท์รีบปล่อยมือจากรุจีแล้วลุกถอยหนีออกมาทันที ติรกายังยืนอึ้งอยู่
“กระแต... มันไม่ใช่อย่างที่เห็น ผมไม่ได้คิดอะไรกับรุจีเลยนะ”
สมภพกระซิบที่ข้างหูติรกา
“อย่าไปหลงกลนะครับคุณติ เห็นอยู่จะๆ ว่าอะไรเป็นอะไร”
ธงฉานกระซิบที่ข้างหูติรกาอีกข้าง
“ใช่ครับๆ”
พชรมองอาการของสมภพกับธงฉานแล้วหมั่นไส้
“ได้ที...เป่าหูกันใหญ่เลยนะ”
“ใช่ครับ” ธงฉานพูดขึ้นอย่างลืมตัว
ธงฉานรู้ตัวว่าหลุดปากก็หยุดพูดทันที
“กระแต.. เชื่อผมนะ ผมไม่ได้นอกใจคุณ รุจีเอาข้าวกลางวันมาให้แต่ผมไม่อยากทาน ผมเลยห้ามเธอ”
รุจีพูดกับติรกา
“แต่คุณนนท์จับมือรุจีเจ้า จับสองมือด้วย...คุณก็เห็นบ่ใช่ก๊า”
ติรกายังคงนิ่งไม่พูดอะไรแล้วหันไปมองหน้ารชานนท์ที่พูดกับรุจี
“ผมขอโทษที่ล่วงเกินคุณ แต่ที่ผมทำเพราะไม่ต้องการให้คุณมารำลึกความหลัง เพราะคุณกับผมไม่เคยมีอดีตร่วมกัน”
รุจีอึ้งน้ำตาคลอช็อกที่โดนรชานนท์ปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย
“คุณนนท์พูดแบบนี้กับรุจีได้ยังเจ้า”
“ผมพูดตามความรู้สึก ผมไม่อยากให้กระแตเข้าใจผิด”
รุจีวิ่งร้องไห้โฮออกไปทันที
ธงฉานส่งปืนลูกซองให้ติรกา ติรการับมาอย่างเคยชิน
“คุณติจัดการเลยครับ... เค้าทำให้ผู้หญิงคนนี้เสียใจ” สมภพบอก
“ยัง”
“ยังไม่ยอมรับอีกใช่ไหมครับ คุณนนท์เป็นผู้ชายที่ใช้ไม่ได้จริง ๆ” ธงฉานยังคงเป่าหูติรกาเต็มที่
“ยังไม่หยุดเป่าอีก ฉันรำคาญ”
ติรกากระชากขึ้นลำแล้วหันกระบอกปืนมาทางสมภพกับธงฉาน แล้วลั่นกระสุนทันที.. ปัง ! กระสุนเฉียดตัวสมภพกับธงฉานไปนิดเดียว ธงฉานกับสมภพยืนอึ้งช็อกทันที
“คุณอายิงผมทำไม” ธงฉานพูดเสียงสั่น
“ฉันมีตาเห็น ตัดสินเองเป็น ไม่ต้องแยง”
ติรกาขึ้นลำปืนแล้วยิงใส่สมภพกับธงฉานอีกทันที ปัง! สมภพกับธงฉานสะดุ้งเฮือก ติรกาขึ้นลำปืนอีกครั้ง สมภพกับธงฉานไม่รอช้าวิ่งหนีออกไปทันที สมภพกับธงฉานวิ่งหนีกระสุนจากปืนลูกซองของติรกาไปทั่วรีสอร์ท รชานนท์กับพชรวิ่งตามไปห้ามติรกาแต่ไม่ทัน สมภพกับธงฉานวิ่งหนีมาถึงที่รถแล้วขับรถออกไปทันที ติรกายังยิงปืนไล่ตามไปอีกสองนัด ปัง! ปัง!

มุมหนึ่งในรีสอร์ต ติรกาวางปืนลูกซองลงบนโต๊ะเสียงดัง โครม! รชานนท์สะดุ้งเฮือกเพราะปลายกระบอกปืนหันมาทางตัวเอง รชานนท์ค่อยๆใช้นิ้วดันปลายกระบอกปืนให้หันออกไปทางอื่น ติรกาถึงกับขำรชานนท์
“กลัวเหรอคะ”
“ไม่รู้ว่ากลัวหรือเปล่า แต่เห็นแล้วเสียว..กระแต ผมขอบคุณมาก ที่คุณไม่เชื่อสองคนนั้น”
ติรกายิ้มให้รชานนท์
“ก็คุณบอกให้ฉันเชื่อคุณ ฉันก็จะลองเชื่อไงคะ”
“ขอบคุณนะครับ...ที่รักของผม”
รชานนท์กับติรกากอดกันอย่างมีความสุข
“ฉันจะเชื่อคุณ แต่ถ้าวันไหนคุณโกหกฉัน ฉันจะยิงทิ้งให้ไส้แตกเลย”
รชานนท์สะดุ้งเล็กน้อยกับคำขู่
“ไหนๆ คุณก็ออกมาแล้ว เราไปหาอะไรทานกันสองต่อสองดีไหม”
ติรกายิ้มนิด ๆ
“ก็..ถ้าคุณว่าง”
“สำหรับกระแต ผมว่างเสมอ”
รชานนท์ยื่นมือให้ติรกา ติรกาวางมือลงบนมือรชานนท์ รชานนท์จูงมือติรกาออกไป

ในช่วงเวลาเดียวกัน วันรบกับมัทรีกำลังจะเดินเข้าไปในร้านอาหารเก๋ๆแห่งหนึ่ง เสียงมือถือวันรบดังขึ้น วันรบหยิบมากดรับทันที
“สวัสดีครับ”

วริษรายิ้มร้ายคุยกับวันรบผ่านมือถือ
“พี่รบคะ ริษมีเรื่องอยากคุยกับพี่รบน่ะค่ะ”
“แต่ตอนนี้ผมกำลังจะทานข้าวน่ะครับ”
“แป๊บเดียวเองค่ะ แล้วริษก็อยู่หน้าร้านที่พี่รบอยู่แล้วด้วย”
วันรบชะงักส่ายสายตามองหาจนเห็นวริษรายืนคุยมือถืออยู่มุมหนึ่ง วริษราโบกมือให้วันรบ
“มัทจ๊ะ..มัทเข้าไปในร้านก่อนนะ เดี๋ยวผมขอคุยงานแป๊บนึง”
“งานไหนคะ” มัทรีถาม
“ฝิ่นน่ะจ๊ะ ไม่ใช่งานออฟฟิศ ผมหางบฮันนีมูนอยู่น่ะจ๊ะ”
“อ้อ..งั้นมัทไปรอข้างในนะคะ”
มัทรีเดินเข้าร้านไป วันรบรีบเดินไปหาวริษราทันที
“มาที่นี่ได้ยังไง... พี่เคยบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่ามีอะไรแมสเสจทิ้งไว้ แล้วพี่จะโทรกลับ”
วริษราก้มหน้าจ๋อยๆ อย่างรู้สึกผิด
“ขอโทษค่ะ ริษไม่อยากมากวนพี่ แต่ริษทะเลาะกับแฟน แล้วเค้าก็...”
วริษราสะอื้นร้องไห้พูดอะไรไม่ออก วันรบตกใจและเป็นห่วง
“เกิดอะไรขึ้น... แฟนเราทำอะไร”
“เค้า...”
วริษรากลัวจนพูดไม่ออกแล้วค่อยๆถอดแว่นตากันแดดออก บริเวณตาของวริษรามีรอยช้ำ วริษรารวบผมทัดหูเปิดให้ดู วันรบเห็นรอยช้ำที่แก้มและที่มุมปาก แก้มและบริเวณดวงตา
“พี่จะไปแจ้งความ”
“อย่านะคะพี่รบ... ริษไม่อยากให้เป็นเรื่องเป็นราว ริษหนีมาที่นี่เค้าคงตามมาไม่ถูก”
“พี่ว่าเราควรจะกลับบ้านนะ”
“แต่ริษกลับบ้านสภาพนี้ไม่ได้ ริษอยากไปหาหมอรักษาตัวให้หายก่อน แต่แฟนริษเอาเงินไปหมด ริษไม่รู้จะพึ่งใครแล้วค่ะพี่รบ”
วันรบหยิบเงินจากกระเป๋าตังค์จำนวนหนึ่งให้วริษรา
“ไปหาหมอแล้วกลับบ้านซะ”
“ถ้าหางานได้ ริษจะคืนให้นะคะ”
“ไม่ต้อง... รับปากพี่ก็พอว่าจะไม่กลับไปคบกับแฟนคนนี้อีก เค้ามาง้อยังไงก็ห้ามใจอ่อนรู้มั้ย”
“ค่ะพี่รบ... ริษจะพยายาม” วริษราพูดพลางสะอื้น
วริษราพยักหน้าเศร้า ๆ วันรบเห็นท่าทางของวริษราแล้วสงสารเลยลูบหัวปลอบใจ
“จำไว้นะ... แฟนที่ดี เค้าต้องรักดูแลและทะนุถนอมเรา ทั้งร่างกายและจิตใจ ถ้าไม่ใช่มันก็แค่ผู้ชายห่วยๆ”
วริษรายิ้มชื่นชมวันรบทั้งน้ำตา
ในช่วงเวลาเดียวกัน ภายในบ้าน สมภพกำลังโมโหมากอาละวาดใส่ทรงสุดา
“ห่วยที่สุด! น้องเธอมันไม่ได้เรื่อง แค่จับไอ้รชานนท์ยังทำไม่ได้ โง่!”
“จริง..ไม่ได้เรื่อง” ธงฉานพูดสนับสนุน
“ถ้าเฮาโง่เปิ้นก็กระบือล่ะ เป่าหูแม่หญิงผู้เดียวยังบ่มีปัญญา” รุจีบอก
“มีเหตุผล”
ธงฉานพูดแล้วหันไปทางสมภพ
“กระบือ!”
สมภพย้อนธงฉานทันที
“แล้วแกทำไมไม่ช่วยฉัน”
“ก็ผม...” ธงฉานอึ้งพูดไม่ออก
“โง่!” สมภพกับรุจีพูดประสานเสียงกัน
ธงฉานร้อง “เฮ้ย!” ขึ้นทันที
ธงฉานทำท่าจะหือ แต่สมภพกับรุจีที่กำลังโกรธยืดตัวมองด้วยสายตาเหยียดกด
“ยอมรับก็ได้... แล้วคุณอาคนเก่งจะเอายังไงต่อ”
“ก็ยังต้องใช้แผนนี้ น้ำหยดลงหินทุกวันหินมันยังกร่อน” สมภพบอก
ทรงสุดาซึ่งร่วมวงอยู่ด้วยถึงกับเคลิ้มไปชั่วขณะ
“แต่หัวใจอ่อนๆ ของเปิ้นยะด้วยจะได”
“ช่างบ่สะทกสะท้านเหมือนหัวใจบ่หวั่นไหวว่าไผที่ฮักที่รอ...” ทรงสุดากับรุจีเสริมเพลงต่อ
“ สิ้นลม...ลมหายใจของ..” ธงฉานกับทรงสุดารุจีประสานเสียงอีกประโยค จนสมภพทนไม่ได้ต้องเสียงดังขึ้น
“เว้ย...มันใช่เวลาไหมเนี่ย รุจี งานนี้เธอต้องจัดหนักซะแล้ว”
“จะยะจะใดก็อู้มา เวยๆ เวยๆ สิ อู้มา” รุจีบอก
สมภพยิ้มร้ายเก๊กหล่อจนรุจีต้องสะกิดเตือนอีก
“ให้อู้บ่ใช่ให้ยิ้ม เวยๆ สิเว้ย”
“เออ...รู้แล้ว”
ทุกคนรอฟังอย่างตั้งใจ

เย็นวันนั้น ติรกากับรชานนท์เดินเข้ามาในบ้าน เตือนใจกับพุทรารีบวิ่งออกมาดักที่หน้าบ้าน
“คุณติขาอย่าเพิ่งเข้าบ้านเลยนะคะ” พุทรา บอก
“ทำไม”
“คือ..” พุทราอ้ำอึ้ง
“บ้านเรามีแขกน่ะสิ ดูท่าทางไม่เต็มด้วย” เตือนใจบอก
“ใครครับ” รชานนท์ถามขึ้น
“ต่อนยอน..ต๊ะ..ตอนย้อน..ต๊ะ..ตอนยอน..ต๊อนยอน..ต๊อนยอน”
รุจีก้าวออกมาตามจังหวะ
“คุณนนท์เจ้า...”
รชานนท์ตกใจเพราะคิดไม่ถึง
“รุจี คุณมาที่นี่ทำไม”
“เมื่อตอนกลางวัน เฮายะบ่เหมาะบ่ควร เฮาก็เลยปิ๊กมาขอโทษคุณนนท์เจ้า”
“ไม่เป็นไรครับ ผมไม่ถือ”
รชานนท์โอบติรกาแล้วบอก
“ภรรยาของผมก็คงไม่ถือเหมือนกัน”
รุจีมองติรกาอย่างสะเทือนใจ
“แม่หญิงของคุณนนท์ งามแต๊ๆ นะเจ้า งามขนาดนักเจ้า คุณนนท์เปิ้นเป็นป้อจายที่ดีนักๆเจ้า คุณโชคดีแต๊ๆ นะเจ้าที่มีเปิ้นเป็นคู่ชีวิต”
“ค่ะ” ติรการับคำอย่างงงๆ
“รุจีไม่มีวาสนาจะได้เป็นเนื้อคู่ ได้ดูแลคุณนนท์ให้สมกับความฮักที่เฮามีต่อเปิ้น”
พุทรากระซิบเตือนใจ
“อื้อหือ..มาบอกเมียว่ารักผัวเขา กล้ามากก”
“แต่รุจีบ่กึ้ดแย่งของผู้ใด แม่หญิงที่คุณนนท์ฮัก เฮาก็จะฮักด้วย ขอให้เฮาได้ดูแลคุณกับแม่หญิงของคุณนนท์นะเจ้า”
“ดูแล” ทุกคนร้องขึ้นพร้อมกัน

บนโต๊ะอาหารมื้อค่ำภายในบ้านของติรกา รุจีจัดเต็มด้วยอาหารจากภาคเหนือทั้งหมด อันได้แก่น้ำพริกอ่อง แกงโฮะ ไส้อั่ว รชานนท์ ติรกา เตือนใจ พุทรานั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร มัทรีกลับเข้ามาพอดี
“โอ้โห วันนี้ยกครัวทางเหนือมาเหรอคะ จัดเต็มเชียว”
ทุกคนในโต๊ะเงียบไม่มีใครตอบ
“เป็นอะไรกันคะ เงียบเชียว แล้วกับข้าวทั้งหมดนี่ฝีมือใครเหรอคะ”
บรรยากาศแห่งล้านนาล่องลอยมาตลบอบอวล เสียงรุจีดังขึ้น
“ข้าเจ้า เป็นสาวเชียงใหม่ แหมบ่ เต้าใด ก็จะเป็นสาวแล้ว”
มัทรีหันไปถามเตือนใจ
“ใครคะคุณยาย”
“อดีตกิ๊กคุณนนท์ค่ะ” พุทราสาระแนพูดขึ้นทันที
มัทรีหันขวับมองรชานนท์ทันที
“พ่อไม่เคยยุ่งกับเขาเลย” รชานนท์บอก
“แล้วทำไมเราไม่ไล่ไปล่ะคะคุณเตือน” พุทราเอ่ยถามขึ้น
เตือนใจถึงกับเซ็ง
“มาแนวขอความเห็นใจก็กลืนไม่เข้าคายไม่ออกกันน่ะสิ”
“ดูหน้าคุณติสิคะ จะระเบิดแล้วนะคะนั่น” พุทราบอก
บนโต๊ะอาหาร ติรกาหน้าตึงมาก ในขณะที่รุจีเข้าไปบริการตักโน่นนี่ให้กับติรกา
“คุณติเจ้าลองชิมน้ำพริกอ่องเจ้า เมนูนี้คุณนนท์ชอบนักๆ ไส้อั่ว คุณนนท์ก็บอกว่าฝีมือรุจีล้ำนักทานสิเจ้า”
ติรการำคาญจนสุดทน วางช้อส้อมดัง เคร้ง! ทุกคนชะงักทันทีเมื่อติรกาลุกขึ้น
“ติอิ่มแล้วค่ะ อยากพัก”
ติรกาไม่รอคำตอบเดินขึ้นห้องทันที
รุจียิ้มตีหน้าซื่อ
“ภรรยาคุณนนท์เปิ้นเป็นอันหยังเจ้า”
“ยังจะถาม” พุทราพูดขึ้น
รชานนท์รีบลุกตามติรกาขึ้นไปทันที รุจีหันมาหาเตือนใจ
“งั้นคุณยายชิมน้ำพริกหนุ่มนะเจ้า”
เตือนใจเหวี่ยงหน้าไปทางรุจี
“ขอโทษนะหนู แต่ฉันแพ้อาหารเหนือเวลากินแล้วมือไม้มันจะ … กระตุกน่ะจ๊ะ”
เตือนใจลุกไปอีกคน
พุทราหันขวับทางรุจีแล้วบอก
“ไม่มีคนกินก็ปิ๊กบ้านดีไหมจ๊ะ หรือจะให้ฉันช่วยปิ๊ก!” พุทราพูดพลางยกขาขึ้นบนเก้าอี้ขู่รุจี
“แต่ข้าเจ้า...”
ปรี๊ดด!! พุทราเป่านกหวีดใส่หน้ารุจี
“ไปแล้วเจ้า..ไปแล้ว”
รุจีรีบเดินออกไป พุทราเหลือบสายตามองไปทางชั้นบนแล้วพึมพำคนเดียว
“ระเบิดลงแน่”

รชานนท์ยืนเคาะประตูอยู่ที่หน้าห้องนอนของติรกา
“กระแต..เปิดประตูเถอะครับ กระแต...ผมไม่รู้เรื่องจริงๆ นะ ผมรักคุณคนเดียวนะกระแต ไหนคุณว่าจะเชื่อใจผมไง”
มัทรีเดินเข้ามาหารชานนท์
“คุณพาผู้หญิงคนนั้นเข้าบ้าน...ทำให้แม่เสียใจ”
“มัท..พ่อเปล่านะ รุจีเข้ามาเอง กระแตก็รู้ว่าพ่อเปล่า”
“ถ้าไม่ใช่แล้วแม่จะโกรธคุณแบบนี้ได้ยังไง”
“มัท..พ่อไม่เคยมีอะไรกับรุจีจริงๆนะ มัท..พ่อสาบานได้เลยนะ ว่าพ่อไม่เคยคบใครจริงจัง นอกจากกระแตคนเดียว” รชานนท์หันไปตะโกนใส่ประตู
“จริงนะกระแต เชื่อผมนะ”
ติรกาเปิดประตูออกมา
“กระแต..คุณ..”
รชานนท์พูดยังไม่ทันจบ ติรกาส่งผ้าห่มกับหมอนให้ รชานนท์ถึงกับหน้าเสียทันที
“กระแต คุณไม่เชื่อผมเหรอ”
“เชื่อค่ะ แต่ฉันหงุดหงิด ไม่อยากเห็นหน้าคุณตอนนี้”
ติรกาพูดจบแล้วปิดประตูใส่รชานนท์ทันที
“กระแต!”
รชานนท์หันมามัทรีที่เมินหน้าใส่แล้วเดินเข้าห้องตัวเอง รชานนท์มองหมอนกับผ้าห่มอย่างเครียด

ภายในเลานจ์แห่งหนึ่งใกล้กับตัวจังหวัดราชบุรีช่วงเวลากลางคืน พชรหัวเราะอย่างเมามันส์กับชีวิตรักของรชานนท์
“ฮะๆ โดนเมียไล่ออกนอกห้อง นี่ยังไม่ทันถึงเดือนเลยโดนซะแล้ว ฮะๆๆ ต่อไปก็โดนเจี๋ยนแน่”
“ฮะๆ แต่ผมว่าผมจะโดนเจี๋ยนเพราะพี่มากกว่า เมียผมงอนอยู่นะลากผมมาที่นี่ กะให้ผมตายแน่ใช่ไหมเนี่ย” รชานนท์พูดประชด
บรรยากาศภายในเลานจ์ สาวๆเซ็กซี่คอยเสิร์ฟเครื่องดื่มและนั่งดริ้งค์ดูแลลูกค้าในร้านอย่างเอาอกเอาใจ
“เอาน่า...พี่มาเซอร์เวย์หนนึงแล้ว เตรียมทีเด็ดไว้ให้แกสองคนด้วยนะ”
“ผมไม่เอา” วันรบกับรชานนท์บอก
พชรยิ้มแล้วบอก
“ไม่ทันแล้วว่ะ”
“สวัสดีค่ะคุณระ”
พชรหันไปมองทางต้นเสียง เจ๊กุ๊ก ชายอ้วนใจหญิง นายหน้าหาสาวไซด์ไลน์ให้ลูกค้าเดินถือกระเป๋าเฮอร์เมสเข้ามา หาพชร
“ลูกไก่ของกุ๊กกำลังมาค่ะ คัดพิเศษอย่างที่คุณระขอไว้”
พชรยิ้มแล้วหันไปหาวันรบกับรชานนท์
“ไอ้รบ..ของแกก่อนเลยนะ” พชรบอก
“ผมบอกแล้วไงว่าผมไม่เอา” วันรบบอก
เจ๊กุ๊กหันไปมองทางหนึ่งแล้วกวักมือเรียก
“ริษซี่”
วริษราเดินใส่เดรสสั้นรัดรูปเซ็กซี่นิดๆเข้ามา วริษราแต่งหน้าจัดโปรยยิ้มใส่ทุกคน ทันทีที่วริษราเห็นวันรบก็อึ้งไป วันรบก็อึ้งเช่นกัน
“พี่ระ..ผมขอคนนี้” วันรบบอก
“ไอ้รบ..แกคิดจะนอกใจลูกฉันเหรอไงวะ”
“ไม่ใช่อย่างงั้นป๋า เด็กคนนี้ญาติผม”
พชรกับรชานนท์มองวริษราแล้วอึ้งไปทันที

ภายในห้องพักของโรงแรมชั่วคราวแห่งหนึ่ง วันรบยืนกอดอกมองวริษราที่นั่งน้ำตาคลออยู่บนเตียง
“พี่รบเชื่อริษนะคะ... ริษไม่อยากทำจริงๆ”
“แสดงว่าเจ๊คนเมื่อกี้มันหลอกเราใช่มั้ย พี่จะได้ไปจัดการมัน”
วันรบจะเดินออกไปแต่วริษรารีบรั้งตัวไว้
“ไม่ได้นะคะพี่รบ อย่าเอาเรื่องเจ๊กุ๊กนะคะ”
“ทำไม อย่าบอกนะว่าเราเต็มใจ”
วริษราอึกอักพูดไม่ออก ได้แต่สะอื้น
“ไม่ใช่นะคะ ริษไม่อยากทำ แต่ริษไม่มีทางเลือก พี่กุ๊กให้ริษยืมเงินค่าเทอมมาหลายครั้ง ริษไม่รู้จะหาเงินจากไหนมาคืนแล้วถ้าริษไม่มีเงิน ริษก็ต้องออกจากมหาลัย ริษก็เลย...”
วริษราร้องไห้หนักขึ้น
“ริษขอโทษนะคะพี่รบ... ริษขอโทษ”
วันรบเห็นท่าทางของวริษราแล้วส่ายหน้าอย่างเห็นใจ
“ไม่ต้องขอโทษพี่ คนที่เราควรขอโทษคือพ่อกับแม่ต่างหาก”
วริษราตื่นกลัวขึ้นมาทันที
“พี่รบอย่าบอกพ่อกับแม่นะคะ... ริษขอร้อง”
“พี่จะไม่บอกป้าแป้นกับลุงทิน แต่ริษต้องเลิกทำงานนี้”
วริษราสะอื้นไห้พลางส่ายหน้า
“แล้วเงินเจ๊กุ๊ก แล้วไหนจะค่าเทอมอีก”
วันรบหยิบกระเป๋าสตางค์ขึ้นมา หยิบเงินออกมาหมดกระเป๋า
“เอาเงินไปให้เจ๊ บอกว่าพี่เหมาทั้งคืน ส่วนค่าเทอมถ้ายังหาไม่ได้จริง ๆ พี่จะออกให้เอง”
“จริงเหรอคะพี่รบ”
“จริง... แต่เราต้องสัญญากับพี่ว่าจะไม่ทำงานนี้อีก”
วริษรายิ้มทันที
“ ริษสัญญาค่ะ”
วันรบพยักหน้าให้ วริษรายิ้มทั้งน้ำตาแล้วโผเข้ากอดวันรบทันที
“ขอบคุณนะคะพี่รบ”
วันรบลูบหัววริษราอย่างเอ็นดู

เช้าวันใหม่ วริษรานั่งดูรูปถ่ายของตัวเองกับวันรบสมัยวัยเด็ก ภาพนั้น...วริษราใส่ชุดเจ้าหญิง วันรบใส่ชุดเจ้าชาย รวมถึงภาพถ่ายร่วมกันขณะที่วันรบเป็นนักศึกษาแล้ว วันรบกับวริษราอายุห่างกันเจ็ดปี
“พี่รบคือเจ้าชายของริษ... ริษไม่ยอมให้ใครมาเป็นเจ้าหญิงของพี่เด็ดขาด”
วริษราพูดขึ้นด้วยสีหน้าดูมุ่งมั่นมาก ๆ

ในช่วงเวลาที่บรรดาหนุ่มๆพากันออกตระเวนราตรี เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ติรกาเดินลงมาข้างล่างเพื่อดื่มน้ำ ติรกา มองไปที่โซฟาไม่มีร่องรอยของรชานนท์นอนอยู่แต่อย่างใด
“ไปไหนของเขานะ” ติรกาพูดกับตัวเอง
ขณะนั้น พุทรากับเตือนใจเดินถือเครื่องดื่มออกมาจากห้องครัว
“คุณติมองหาใครเหรอคะ” พุทราถามขึ้น
“เปล่านี่..ฉันแค่ลงมาหาอะไรดื่มนิดหน่อย”
เตือนใจยิ้มอย่างรู้ทันแล้วพูดว่า
“ไล่เขา..แล้วก็มาตามหา..คงไม่ใช่หึงหรือหวงใช่ไหม”
“หมายถึงคุณนนท์ใช่ไหมคะ ออกไปหาคุณรบตั้งนานแล้วค่ะ” พุทรารายงานทันที
“โดนเมียไล่ออกนอกห้องก็เลยไปนอกลู่นอกทางซะเลยน่ะสิ” เตือนใจพูด
ติรกาหงุดหงิดทันที
“ก็จะได้รู้ไว้”
ติรกาเดินงอน เสียงดังปึงปังขึ้นไปข้างบนตามเดิม เตือนใจอดขำไม่ได้
“ไม่ทันไรก็หึงซะแล้ว”

คืนนั้น … รชานนท์กับวันรบช่วยกันประคองพชรที่เมากรึ่มกลับเข้ามาที่บ้านพักในรีสอร์ต
“ไอ้นนท์ ไอ้บ๊าเอ๊ย เมียฉันกลับกรุงเทพฯทั้งที แกจะรีบกลับทำไมวะเนี่ย ยังไม่หายมันส์เลย”
“รีบกลับก็ดีแล้วพี่ ผมง่วง” วันรบบอก
“ไอ้รบ ต่อหน้าพ่อตาทำเป็นคนดี โธ่เอ๊ย ใจแกไม่อยากกลับหรอก” พชรว่า
“พี่ระ ผมง่วงจริงๆ ผมละ..เลิกแล้วทุกอย่างเพื่อมัท”
“เสียสโลแกนกลุ่มหมด” พชรว่า
“สโลแกนว่าอะไรคะ” เสียงนลินีดังเข้ามา
“ตัณหาอยู่ที่ไหนความพยายามอยู่ที่นั่นไง” พชรพูดขึ้น นึกได้ว่า วันรบก็รชานนท์ที่ร่วมก๊วนเดียวกันน่าจะรู้นี่นา
“เอ๊ะ พวกแกก็รู้แล้วถามทำไมวะ”
“ผมไม่ได้ถาม” รชานนท์กับวันรบพูดขึ้นพร้อมกัน
“แล้วใคร...ถาม”
พชร หันมาทางต้นเสียง ทันทีที่เห็นนลินีก็ตกใจจนแทบจะหายเมา
“เมียจ๋า ไหนว่ากลับกรุงเทพฯไง”
“ถ้าฉันกลับกรุงเทพฯ แล้วฉันจะได้เห็นเหรอว่าคุณน่ะ หนีเที่ยว มานี่เลย” นลินีบิดหูพชรทันทีแล้วหันไปพูดกับรชานนท์และวันรบ
“จำไว้นะ โทษของการหนีเที่ยวจะต้องเป็นแบบนี้”
นลินีดึงหูพชรเข้าไปในบ้าน พชรร้องเสียงหลงขอความเมตตาดังแว่วออกมา
“อย่าทำผมเลย เมียจ๋า...”
“แกอย่าทำแบบนี้นะไอ้รบ อย่าให้มัทต้องนั่งรอแกกลับด้วยความเป็นห่วงและเสียใจที่รู้ว่าแกไปอยู่กับคนอื่น”
“ครับ...พ่อ” วันรบหน้าเป็นเข้ามาใกล้รชานนท์รับคำด้วยรอยยิ้ม
รชานนท์ผลักหัววันรบออกไปห่างๆ แล้วลุกขึ้น
“ป๋าจะไม่ค้างที่นี่เหรอ”
“ไม่ล่ะ...เดี๋ยวเมียฉันเป็นห่วง”
“ปลาไหลเกยตื้น หน้าตาเป็นแบบนี้นี่เอง”
“แต่ถ้าแกยังไหลอยู่ ฉันจับทำปลาไหลเจี๋ยนแน่”
วันรบยิ้มขำ รชานนท์เดินออกไป

ติรกานอนมองนาฬิกาที่บอกเวลาสี่ทุ่ม ติรกานอนกระสับกระส่าย ลุกเดินไปดูที่หน้าต่างกระวนกระวายจนนั่งไม่ลง ติรกา ถอนใจหงุดหงิด
“หายไปไหนเนี่ย”
เสียงรถของรชานนท์แล่นเข้ามาในบ้าน ติรการีบเดินไปดูที่หน้าต่างเห็นรชานนท์ลงจากรถเดินเข้าบ้าน ติรกานั่งที่เตียงแล้วนึกได้รีบวิ่งไปที่ประตูปลดล็อค แล้วปิดไฟ ติรกากระโดดขึ้นไปนอนบนเตียงอย่างรอคอย
รชานนท์เปิดประตูเข้ามาในห้อง ติรการีบหลับตาทำเป็นนอนหลับ รชานนท์เดินมานั่งลงที่พื้นมองติรกาที่นอนหลับอยู่ รชานนท์บ่นเบาๆกับตัวเอง
“ไอ้เราก็กลัวว่าจะเป็นห่วง รีบกลับมา..หลับไม่รอซะงั้น” รชานนท์เขี่ยจมูกติรกาเบาๆ รชานนท์พูดเบาๆกับติรกา
“ผมรักคุณคนเดียวนะกระแต อย่างอนผมเลยนะ”
รชานนท์หอมหน้าผากติรกาเบาๆ
“ฝันดีนะครับ”
รชานนท์ขยับเอื้อมไปหยิบหมอนลงมานอนที่พื้น รชานนท์นอนมองหน้าติรกา หลับตา และหลับไปในที่สุด ติรกาลืมตามองรชานนท์ยิ้มปลื้มกับคำพูดของรชานนท์

เช้าวันใหม่ รชานนท์ยังนอนหลับอยู่ที่เดิม ติรกาเข้ามาสะกิดจมูกรชานนท์
“นนท์..นนท์คะ”
รชานนท์ปัดอย่างรำคาญ
“อือ..พี่นี วันนี้ผมเข้างานสายพี่”
“ถ้านนท์ไม่ตื่น กระแตจะลงไปทานข้าวคนเดียวแล้วนะ” ติรกาบอก
“อือ...กระแต..กระแต” ..” รชานนท์พึมพำพลางนึกได้จึงรีบลืมตาขึ้นทันที
“กระแต”
ชานนท์เห็นติรกานั่งยิ้มอยู่
“ตื่นเถอะค่ะ กระแตหิวแล้ว”
รชานนท์เด้งตัวขึ้นมานั่งทันทีอย่างดีใจ
“กระแต หายงอนแล้วใช่ไหม”
“กระแตงอนนนท์ตอนไหนหรือคะ ไม่เห็นจำได้เลย แต่ถ้า..นนท์ลุกช้ากว่านี้ กระแตจะโมโหหิวแล้วนะ”
รชานนท์รีบลุกทันที
“ห้านาที อดใจรอห้านาทีนะ” รชานนท์พูดแล้วรีบวิ่งไปเข้าห้องน้ำและวิ่งกลับออกมา ติรกางง
“อะไรเหรอคะ”
รชานนท์ตรงเข้าหอมแก้มติรกาฟอดใหญ่แล้ววิ่งกลับเข้าห้องน้ำอีกที
“ลืมชื่นใจตอนเช้าจ๊ะ มีความสุขจริงโว้ย”
รชานนท์ปิดประตูห้องน้ำ ฮัมเพลง ติรกามองตามอย่างยิ้มๆ

เวลาต่อมา รชานนท์จูงมือติรกาเดินเข้ามาที่โต๊ะอาหาร เตือนใจนั่งหน้าหงิกอยู่ที่โต๊ะอาหาร
“เป็นอะไรคะแม่ ดูอารมณ์ไม่ดี” ติรกาถามขึ้น
เตือนใจมองชามขนมจีนน้ำเงี้ยว รชานนท์มองตามอย่างสังหรณ์ใจ
“น้ำเงี้ยว...คุณแม่อย่าบอกนะครับว่า” รชานนท์พูดยังไม่ทันจบประโยค รุจีก็เข้ามา...
“ต่อนยอน..ต๊ะ..ตอนย้อน..ต๊ะ..ตอนยอน..ต๊อนยอน..ต๊อนยอน”
รชานนท์กับติรกาหันไปเห็นรุจีกำลังเดินยิ้มร่าออกมาจากครัว
“อรุณสวัสดิ์เจ้า”
“เพิ่งสุขแหม๊บๆ ทุกข์มาเยือนอีกละ รุจี คุณจะมาทำไมเนี่” รชานนท์ถามขึ้น
“ข้าเจ้ามาดูแลคุณนนท์เจ้า” รุจีตอบหน้าซื่อ ยิ้มหวาน
“ฉันคอยดูแลนนท์อยู่แล้ว คงไม่ต้องรบกวนคุณหรอกค่ะ”
เตือนใจตบเข่าฉาด
“มันต้องอย่างนี้ ลูกแม่”
“โถ ถ้าอย่างนั้นคุณติคงลำบากขนาด ถ้าอย่างนั้นข้าเจ้าจะดูแลคุณติเองนะเจ้า คุณติจะได้มีแฮงดูแลคุณนนท์ต่ออีกทอดนึง”
“อื้อหือ..แม่คนใจบุญ ระวังบุญจะทับตั๋วตายเน้อ” เตือนใจพูดขึ้น
“ไม่จำเป็นหรอกครับ เพราะผมกับภรรยาดูแลกันและกันด้วยความรัก เราไม่เหนื่อยและไม่ต้องการมือที่สาม”
รุจีเจอคำพูดของรชานนท์เข้าเต็มๆถึงกับสะอึกสะอื้นคร่ำครวญ
“ข้าเจ้าบ่อได้กึ้ดจะเป็นมือที่สาม ข้าเจ้าแค่อยากดูแลคนที่ข้าเจ้าฮัก ข้าเจ้าเสียใจ๋” รุจีร้องไห้เสียงดังขึ้นทุกที
ติรกาทนไม่ได้
“อย่าร้องเลยค่ะ คุณอยากทำก็ทำไปเถอะ”
รชานนท์กับเตือนใจตกใจร้องขึ้น
“กระแต,ยัยติ”
“ ทำไมพูดแบบนั้นล่ะลูก” เตือนใจถาม
“ฉันเข้าใจนะคะว่าการต้องสูญเสียคนที่ตัวเองรักมันเจ็บปวดแค่ไหน ถ้าการที่คุณจะมาดูแลนนท์แล้วทำให้คุณทุกข์น้อยลง ฉันก็ยินดี” ติรกาบอก
รุจีสะเทือนใจ
“ขอบคุณเจ้า ที่คุณติเข้าใจข้าเจ้า คุณติช่างเป็นคนดีมีน้ำใจนักๆ ถ้างั้น ทานน้ำเงี้ยวนะเจ้า ข้าเจ้าเตรียมมาให้ตั้งแต่เช้า ลำขนาดเจ้า”
รุจีจัดเตรียมให้ขนมจีนให้ติรกากับรชานนท์ เตือนใจมองติรกาที่กินขนมจีนด้วยสีหน้าตึงเครียดก็เป็นห่วง

สมภพตบมือพอใจในผลงานของรุจี
“ดีมาก ที่ทำให้เข้านอกออกในบ้านนั้นได้อย่างสบาย” สมภพพูดขึ้น
“มันจะได้ผลเหรอครับอา คุณอาติก็ยอมซะขนาดนั้น แล้วจะทำให้แตกหักกับไอ้หน้าหล่อยังไง เผลอๆ กลายเป็นคนรุจีไปรับใช้ไอ้หน้าหล่อฟรีๆ ล่ะมั้ง” ธงฉานบอก
“แกนี่มันรอยหยักน้อยจริงๆ ผู้หญิงต่อให้มันใจกว้างยังไง ถ้ามีผู้หญิงอื่นมาเดินไปเดินมาตำตาในบ้านทุกวัน สักวันมันก็ต้องหมดความอดทน แล้วก็..บ้านบึ้ม! ถึงตอนนั้นรุจีก็จะแย่งไอ้หน้าหล่อไปจากติรกาได้แล้วติรกาก็จะ ฮึๆ ฮ่าๆๆ”
“ลากลูกซองยิงอาไส้กระจาย ฮึๆ ๆ ฮ่าๆๆ”
“ช่าย...เว้ย ไอ้บ้า! ติรกาต้องเป็นของฉันต่างหาก”
“แล้วปี้สาวข้าเจ้าล่ะ” รุจีถามขึ้น
“ถ้าไม่งี่เง่า ฉันก็จะเลี้ยงดูให้สบายไปชั่วชีวิต แต่ถ้าเรื่องมาก ฉันจะไสหัวออกจากบ้านไปทั้งแม่ทั้งลูก” สมภพว่า
“งั้นข้าเจ้าจะเลิก ข้าเจ้าบ่ยอมให้ปี้ดาเสียใจ๋” รุจีบอก
“งั้นก็เตรียมรับพี่สาวกับหลานแกไปเดี๋ยวนี้ได้แลย เลือกเอา” สมภพบอก
“อ้ายอย่าใจร้ายกับข้าเจ้านัก ข้าเจ้าภักดีกับอ้ายตลอดมาและจะเป็นอย่างนั้นตลอดไป” ทรงสุดาพูดขึ้น
สมภพถึงกับสะอึกและรู้สึกผิดนิดๆ ธงฉานปรบมือ
“ซาบซึ้งมาก คนดีอย่างพี่ดาไม่น่าได้ผัวเลวๆ แบบนี้เลย”
สมภพจิกกระชากหัวธงฉาน
“ให้มันน้อย ๆ หน่อยปากแกน่ะ ทำตามแผนฉันแล้วพี่สาวเธอจะสบาย”
รุจีมองสมภพอย่างเจ็บใจที่ต้องทำตามเพื่อช่วยทรงสุดา

วันรบคุยโทรศัพท์มือถืออยู่กับมัทรีที่บ้านของพชร
“ผมกำลังรีบไปครับ มัทเลือกดูของแบบการ์ดไปพลางๆ ระหว่างรอนะครับ ผมจะรีบเหยียบไปอย่างเร็วที่สุด” วันรบบอก
วันรบรีบเดินไป ระหว่างที่กำลังจะเปิดประตูรถ วริษราก้าวเข้ามา วันรบเงยหน้ามองแล้วถามขึ้น
“ริษ...มาหาพี่มีอะไรหรือเปล่า”
วริษราโผเข้ากอดวันรบ วันรบตกใจ
“ริษ...ริษเป็นอะไร”
วันรบรีบจับตัววริษราให้ห่างออกไป
“ริษ..ริษร้องไห้ทำไม”
“พี่รบ..พี่รบไม่แต่งงานได้ไหมคะ ริษรักพี่รบนะคะ”
วันรบถึงกับตะลึงทันที
“ริษ..เราเป็นญาติกันนะ”
“ก็แค่ญาติห่าง ๆ สายเลือดเราไม่ได้ใกล้กันเลย พี่รบ...ริษรักพี่รบมาตลอด รักมาตั้งแต่เด็ก ริษทนไม่ได้ที่พี่รบจะแต่งงานกับคนอื่น ริษทนไม่ได้”
วริษราตรงเข้ากอด วันรบถึงกับหน้าเครียดทันที

วันรบรีบเดินตรงเข้ามาหามัทรีที่กำลังดูการ์ดตัวอย่าง
“พี่รบคะ มัทคัดไว้สองแบบ ให้พี่รบช่วยตัดสินใจว่าแบบไหนดี แบบที่หนึ่งจะเป็นแบบทางการหน่อยก็ใช้กระดาษสาสีชมพูซ้อนกับกระดาษแข็ง แบบนี้ผู้ใหญ่คงชอบ แต่มัทชอบอีกแบบมากกว่าเป็นป๊อบอัพกางแล้วเป็นรูปถ่ายของเราสองคน แล้วก็เขียนชื่อที่ฐานป๊อบ-อัพ”
วันรบรับการ์ดมาดูอย่างเหม่อลอย พลางนึกถึงเรื่องราวเมื่อครู่

… วันรบรีบแกะมือของวริษราออก
“พี่ขอโทษนะริษ”
“เพราะว่าเราเป็นญาติกันใช่ไหม พี่รบติดแค่ตรงนั้นใช่ไหม”
“ม่ใช่...แต่ที่ติดคือ พี่ไม่ได้รักริษ พี่รักแฟนพี่ พี่ถึงแต่งงานกับเขา พี่ให้ริษได้แค่ความเป็นพี่น้อง พี่ขอว่าอย่าทำแบบนี้อี”
วริษราบีบน้ำตาทันที
“พี่รบรับรู้ไว้นะคะ ว่าริษรักพี่รบ และจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง”









Create Date : 24 มีนาคม 2555
Last Update : 24 มีนาคม 2555 1:44:55 น.
Counter : 172 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

มิกัง
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]