All Blog
แม่ยายที่รัก ตอนที่ 12 (ต่อ)



เช้าวันใหม่ ที่หน้าบ้านติรกา มัทรีเดินถือกระเป๋าแต่งหน้าออกมา ส่วนติรกาถือกระเป๋าใส่แอสเซสเซอรี่ เตือนใจเดินตามออกมา วันรบเดินเข้ามาด้วยสีหน้าสดชื่นมาก และเดินเข้าช่วยถือของให้ติรกากับมัทรีทันที
“ผมถือให้ครับ มีของแค่นี้เองเหรอมัท”
“หลานยาย สวยเบาๆ จ๊ะ ไม่ต้องเยอะ” เตือนใจบอก
“เบาสิคะ เพราะที่เหลือทั้งหมดอยู่ที่นี่” เสียงพุทราดังไล่หลังมา
วันรบหันไปมองเห็นพุทราถือกระเป๋าใหญ่มือหนึ่ง อีกมือถือชุดแต่งงาน บนหลังมีสารพันข้าวของกล่องรองเท้าอย่างเพียบ เดินออกมาอย่างยากลำบาก
“มันน่ายื่นเรื่องกับกรมแรงงานจริงๆ” พุทราบ่น
“ยัยติ แม่คันมืออยากยื่นซองขาวจริงๆ”
พุทรากระตือรือร้นทันที
“คุณรบคะ เปิดท้ายรถเลยค่ะ พุทราอยากทำงานม๊ากมาก”
พุทรารีบวิ่งไปที่รถวันรบทันที วันรบพูดกับมัทรี
“เมื่อคืนนอนหลับไหม”
“ไม่ค่อยหลับค่ะ ตื่นเต้น..ทำไมคะดูโทรมเหรอ”
“ดูสวยต่างหาก”
“พี่รบก็หล่อมากค่ะ” มัทรีพูดแล้วยิ้มหวาน
ติรกาเดินแทรกเข้ามาตรงกลางแล้วถามขึ้น
“แล้วแม่ล่ะ”
“สวยที่สุดเลยครับ/ค่ะ” วันรบกับมัทรีพูดขึ้นพร้อมกัน
“แน่นอนอยู่แล้ว นี่พ่อเขาไปเตรียมสถานที่ตั้งนานแล้วนะ รีบไปเถอะ ไปก่อนนะคะแม่”
“จ๊ะ แต่เสร็จแล้วต้องรีบกลับมานะ แม่จะทำกับข้าวรอ”
“ค่ะ”
เตือนใจเดินเข้าไปในบ้าน ติรกา พุทรากับมัทรีกำลังจะขึ้นรถ เสียงมือถือติรกาดัง ติรกากดรับ
“กระแตกับลูกกำลังออกจากบ้านแล้วค่ะ”
“อะไรนะคะ” น้ำเสียงติรกาแสดงความตกใจ
ทุกคนหันไปมองกระแตอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

สวนที่ถูกจัดสวยงามเพื่อเป็นสถานที่ถ่ายรูปแต่งงานของมัทรีกับวันรบในรีสอร์ตคุณแก้วเมื่อวานถูกทำลายเละเทะ กลีบดอกไม้กระจายเกลื่อนไม่มีชิ้นดี รชานนท์, ติรกา, พชร, คุณแก้ว, วันรบ, มัทรี, พุทรา มองดูแล้วอึ้งไปด้วยความแปลกใจ
“ใครทำแบบนี้” มัทรีถามขึ้น
“ที่สวนมีกล้องวงจรปิดไม่ใช่เหรอครับ” วันรบถาม
“รปภ.ว่าเมื่อคืนจู่ๆ ไฟก็ดับ พอไฟมาสวนก็กลายเป็นแบบนี้แล้วค่ะ กล้องก็เลยใช้ไม่ได้” คุณแก้วบอกกับทุกคน
พุทราเข้าไปจับช่อดอกไม้ตั้งดูแต่ก็ตั้งไม่ได้
“นี่ขยี้กันกะให้ใช้งานไม่ได้เลยนะคะเนี่ย”
“ฉันว่าฤกษ์ไม่ดีแล้วว่ะ ไว้ถ่ายวันอื่นไหม” พชรบอก
มัทรีหน้าเสียจะร้องไห้ รชานนท์มองมัทรีอย่างสงสาร วริษราที่แอบมองอยู่มุมหนึ่งสะใจกับผลงานตัวเอง
“ถ่ายวันนี้แหล่ะพี่” รชานนท์บอก
“จะถ่ายยังไงล่ะคะนนท์ มันเละขนาดนี้แล้วเนี่ย” ติรกาว่า
“กระแตจ๊ะ ลูกเขยกับสามีคุณน่ะสถาปนิกมืออาชีพนะจ๊ะ เรื่องครีเอทีฟน่ะ จิ๊บๆ ครับ” รชานนท์พูดแล้วมองที่พื้นแล้วพูดถาม
“ชุดที่จะถ่ายส่วนใหญ่ก็เป็นชุดขาวใช่ไหม กระแตจ๊ะ พาลูกไปเปลี่ยนชุดสิจ๊ะ พี่นีรออยู่ที่ห้องแต่งตัวแล้วจ๊ะ”
“พ่อคะ”
“เชื่อพ่อสิ ไอ้รบ ไปเปลี่ยนชุดไป”
“ครับ ป๋า”
“พุทรามาช่วยผมเอาพวกก้านที่ตั้งช่อเอาออกไปก่อน” รชานนท์สั่ง
“ค่ะๆ”
“พี่ระ เตรียมกล้องเลยพี่”
วริษราเห็นพชรเตรียมกล้องก็สงสัยว่ารชานนท์จะทำอะไร

บริเวณหน้าห้องน้ำชาย วันรบเปลี่ยนชุดเสร็จและเดินออกมาพอดี เจอวริษรายืนดักรออยู่
“ทำไมพี่รบไม่โทรกลับริษ”
“พี่ไม่มีอะไรจะคุย... ขอตัวนะ”
“แต่ริษมี...”
วันรบนิ่งไปรอฟังวริษราพูด
“ที่ริษบอกพี่รบไปวันนั้น ริษพูดจริง ๆ นะคะ ริษรัก...”
วันรบพูดแทรกขึ้นทันที
“พี่จะถือว่าริษไม่เคยพูดเรื่องนั้นกับพี่”
วันรบจะเดินไปแต่วริษรารั้งตัวไว้
“แต่ริษรักพี่รบจริงๆนะคะ รักมานานแล้ว รักก่อนผู้หญิงคนนั้นด้วยซ้ำ”
“ฟังนะริษ ผู้หญิงคนนั้นคือคนรักของพี่ คนที่พี่กำลังจะแต่งงานด้วย ไม่ว่าริษจะพูดอีกกี่ครั้ง พี่ก็ยืนยันว่าพี่รักมัทรีคนเดียว”
วริษราพยายามพูดและจับมือวันรบ
พี่รบไม่คิดถึงเวลาที่ผ่านมาของเราบ้างเหรอคะ.. ริษมีแต่พี่รบคนเดียว”
วันรบกระชากมือตัวเองออกแล้วบอก
“พี่ก็มีมัทรีคนเดียวเหมือนกัน เลิกพูดในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ซะที”
“แต่...”
“ถ้าริษไม่หยุด แม้แต่ความเป็นพี่น้องของเราก็จะไม่เหลือ”
วันรบน้ำสียงเด็ดขาดแล้วเดินออกไปทันที วริษราชะงักแล้วมองตามวันรบไป มือกำแน่นด้วยความแค้น

วันรบมารอที่หน้าประตูห้องที่มัทรีเปลี่ยนเสื้อผ้าพร้อมส่งเสียงบอก
“ผมแต่งตัวเสร็จแล้วครับ”
“ทางนี้ก็เสร็จแล้วเหมือนกัน” ติรกาบอก
มัทรีในชุดเก๋ๆ สีขาวหันกลับมา ผมมีประดับดอกไม้ดอกเล็ก ๆ น่ารัก วันรบมองยิ้มปลื้มๆ คุณแก้วเข้ามามองอย่างชื่นชม
“น่ารักจังเลยค่ะคุณมัท แก้วต้องขอโทษจริงๆ นะคะที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น”
“ไม่เป็นไรค่ะ มัทต่างหากที่ต้องขอโทษที่ทำให้คุณแก้วต้องวุ่นวาย”
“วันนี้เชิญตามสบายเลยนะคะแก้วสั่งให้พนักงานมาดูแลคุณมัทกับคุณรบเป็นพิเศษเลย...มานู่นแล้วค่ะ”
วริษราเดินเข้ามาอย่างยิ้มแย้ม วันรบเห็นวริษราก็เมินหน้าหนีไปทางอื่น วริษราอึ้งแต่พยายามเก็บอาการที่โดนวันรบเมินใส่ไว้ในใจ

วันรบกับวริษราโพสท่าเก๋ๆ บนพื้นหญ้าสีเขียวที่มีกลีบดอกไม้ที่กระจายเป็นสีๆ อยู่รอบๆ ราวกรอบรูป พชรกดชัตเตอร์อย่างมันส์มือ ในขณะที่รชานนท์เอาแผ่นเบาท์แสงช่วยเบาท์หน้าให้กับวันรบ มัทรี ภาพดูเนียน สวย
“สวยมาก จมูกชนกันหน่อย”
มัทรีกับวันรบจมูกแตะกันตามคำขอ โดยมีติรกา พุทรา นลินีและวริษรายืนดูอยู่ไม่ห่าง
“ก็เก๋ไปอีกแบบนะ นั่งถ่าย ยืนถ่ายมันก็เฝือแล้ว นอนถ่ายก็สวยไปอีกแบบ” นลินีบอก
“นั่นสิคะ ต้องขอบใจมือมืดที่ทำลายช่อดอกไม้พวกนั้นจริงๆ ช่วยให้ได้รูปสวยที่แตกต่าง จริงไหมคะคุณติ”
ติรกายิ้ม วริษรายืนมองด้วยสีหน้าแค้น นึกเจ็บใจที่การทำลายดอกไม้กลายเป็นมมุมตรงข้ามที่ช่วยให้ดีขึ้นมาได้อีก

วันรบและมัทรีอยู่ในชุดลำลองแล้วโพสท่าให้พชรถ่ายรูปอยู่ วริษราเดินเข้ามาพร้อมพนักงานอีกคน
“พักดื่มน้ำกันก่อนมั้ยคะ... พี่มัทกับพี่รบจะได้ซับหน้าด้วย” วริษราพูดขึ้น
ทุกคนพักถ่ายรูปแล้วเดินมาที่วริษรา วริษราหยิบแก้วน้ำส่งให้วันรบ แต่วันรบไม่รับกลับหยิบแก้วจากถาดแล้วเดินไปนั่งพักทันที วริษราปั้นหน้าพยายามเก็บอาการไม่พอใจไว้แล้วส่งแก้วน้ำให้มัทรี
“ขอบคุณนะคะ”
“วันนี้พี่มัทสวยมากเลยค่ะ น่าอิจฉาจัง ริษก็อยากมีโอกาสถ่ายรูปแต่งงานเก๋ๆ บ้าง”
“สวยๆ อย่างน้องริษ ต้องมีโอกาสแน่จ๊ะ” มัทรีบอก
วริษรายิ้มแต่พอมัทรีหันไปทางอื่น สายตาของวริษราก็เปลี่ยนไปราวกับจะกินเลือดกินเนื้อมัทรีอย่างนั้น
พุทราถือรองเท้าส้นเตี้ยอีกคู่เข้ามาให้มัทรี
“คุณมัทขา คุณติให้เอารองเท้ามาเปลี่ยนค่า”
มัทรีถอดรองเท้าส้นสูงแล้วเปลี่ยนใส่คู่ที่พุทราถือมา
“โอ๊ย”
มัทรีร้องแล้วรีบชักเท้าออกจากรองเท้าทันที พุทราตกใจ
“เป็นอะไรคะคุณมัท”
เท้าของมัทรีมีเลือดออก พุทราหยิบรองเท้ามาดูแล้วตกใจร้องลั่น
“เศษแก้ว”
พุทราหยิบเศษแก้วขึ้นมามองอย่างอึ้งๆ วริษรายิ้มร้ายแล้วรีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นตกใจทันที
“พี่มัทเป็นอะไรมากมั้ยคะ”
วริษรากำลังจะเข้าไปประคองมัทรีแค่วันรบวิ่งเข้ามาถึงตัวมัทรีก่อน
“ไปนั่งก่อนดีกว่ามัท” วันรบบอก
วันรบประคองมัทรีออกไปอย่างเป็นห่วง
“ไปโรงพยาบาลทำแผลก่อนไหม”
“ไม่เป็นไรค่ะ มัทอยากถ่ายรูปให้เสร็จ แผลแค่นี้เอง”
“งั้นเดี๋ยวโหลดรูปเซ็ทนี้ลงคอมแล้วถ่ายต่อนะ”
วริษรามองด้วยสายตาไม่พอใจ วริษราเห็นพนักงานถือถาดเหยือกน้ำกับแก้วน้ำเข้ามาเสิร์ฟพอดี พนักงานกำลังเดินไปทางพชรที่ต่อกล้องกับโน้ตบุ๊กเพื่อโหลดภาพ
“เดี๋ยวริษไปเอากล่องทำแผลให้นะคะ” วริษราบอก
วริษราหันหลังแล้ววิ่งไปชนพนักงานอย่างจงใจ
“ว้าย”
พนักงานเสียหลักเซล้มไปหาพชรที่นั่งอยู่ เหยือกน้ำกับแก้วน้ำในถาดหกรดใส่กล้องถ่ายรูปกับโน๊ตบุ๊กอย่างเต็ม ๆ ทุกคนอึ้งและเหวอไป ยกเว้นวริษราที่แอบยิ้มสะใจ

วริษราสะอึกสะอื้นรีบยกมือไหว้ขอโทษพชร
“ริษขอโทษจริงๆค่ะคุณพชร ริษไม่ได้ตั้งใจ”
“คุณไม่ได้ตั้งใจ ไม่เป็นไรหรอกครับ” พชรบอก
“ไม่เป็นไรได้ไงพี่ระ กล้องพี่พังเลยนะ” รชานนท์ว่า
“นั่นซิซ่อมได้รึเปล่าก็ไม่รู้” นลินีพูดขึ้นเหมือนกัน
วริษราแกล้งทำเป็นรู้สึกผิดมากกว่าเดิม ตามมาด้วยเสียงร้องไห้สะอื้น
“โดนน้ำแค่นี้เองซ่อมได้อยู่แล้วเมียจ๋า”
“ให้ริษชดใช้ค่าเสียหายนะคะ ค่าซ่อมกล้องเท่าไหร่คุณพชรแจ้งมาเลยนะคะ” วริษราบอก
“ไม่ต้องหรอกครับ ไม่เท่าไหร่หรอก”
“โอเค กล้องซ่อมวันหลังได้ แต่ถ่ายรูปมันต้องถ่ายวันนี้” รชานนท์บอก
พชรถอนใจเฮือกใหญ่
“กล้องพังแล้วจะเอาอะไรถ่ายวะ”
เสียงหวอๆๆ ดังมาจากหน้ารีสอร์ท ทุกคนหันมองตามเสียง พนักงานคนหนึ่งพูดขึ้นว่า
“มีอุบัติเหตุที่หน้ารีสอร์ทครับ เฮียปอ นักข่าวมากันตรึมเลย”
รชานนท์ปิ๊งไอเดียทันที
“พุทราไปตามเจ้าบ่าวเจ้าสาวมาสิ ผมจะถ่ายรูปต่อ”
“แต่กล้อง” ติรกาพูด
“ผมไม่ได้มีดีแค่หล่อนะ สมองก็มีมากด้วย”
ทุกคนมองเพราะอยากรู้ว่า รชานนท์ว่าจะจัดการกับการถ่ายรูปอย่างไรต่อ

มัทรีนั่งน้ำตาซึม ขณะที่วันรบกำลังทำแผลที่เท้าให้มัทรี
“วันนี้มันวันอะไร ทุกอย่างถึงเป็นแบบนี้”
“มันก็แค่วันๆนึงแหละมัท อย่าคิดมากเลย”
“ไม่ให้คิดมากได้ยังไง เรากำลังจะเริ่มชีวิตคู่ด้วยกัน แต่ไม่ทันไรก็มีแต่ปัญหา”
“แต่ถ้าเราผ่านปัญหาพวกนี้ไปได้ มันก็จะเป็นภูมิคุ้มกันให้ความรักของเรา”
มัทรียังเสียใจอยู่ แล้วขมวดคิ้วเครียดๆ
“มัทมองโลกในแง่ดีตลอดเวลาอย่างพี่รบไม่เป็นหรอก”
“งั้นก็ไม่ต้องมองโลก แล้วมองแต่ผมคนเดียวก็พอ”
วันรบพูดจบก็แกล้งส่งจูบปากจู๋ให้มัทรี
มัทรีขำขึ้นมาทันที
“ พี่รบอ่ะ มัทเครียดอยู่นะ”
“เครียดทำไม ถ้าวันนี้ถ่ายไม่ได้ก็ถ่ายวันอื่น แค่รูปpre-weddingเอง”
มัทรียังขมวดคิ้วกลุ้มใจอยู่
“มัท..ต่อให้วันนี้เป็นวันแต่งแล้วมันจะวุ่นวายกว่านี้สิบเท่า ผมก็ไม่แคร์ ขอแค่มีมือมัทให้ผมจับก็พอ”
มัทรียิ้มใจอ่อนให้กับความคิดของวันรบ
“ทำไมมัทถึงยอมให้พี่รบได้ทุกเรื่องเลยนะ”
วันรบยิ้มกวนๆแล้วบอก
“เพราะผมหล่อไง”
“แหวะ คนหลงตัวเอง”
“อ้าว... ผมหล่อจริงๆนะ”
วันรบแกล้งโพสท่าเก็กหล่อแบบเวอร์ ๆ
“คิดว่าทำได้คนเดียวหรือไง”
มัทรีโพสท่าเก็กสวยแต่ทำหน้าตลกๆใส่วันรบ พุทราวิ่งเข้ามาพอดี
“คุณรบคะ คุณนนท์ให้มาตามไปถ่ายรูปต่อแล้วค่ะ”
“แล้วเอากล้องมาจากไหน” วันรบถาม

บริเวณมุมหนี่งในรีสอร์ต นักข่าวที่ใส่เสื้อกั๊กที่สกรีนคำว่า “อาชญกรรม” เป็นตากล้องถ่ายรูปให้กับวันรบและมัทรี รชานนท์ ติรกาและพุทรายืนมองอย่างโล่งใจ นลินีเห็นแล้วอดหวั่นใจไม่ได้
“นนท์ ได้ถ่ายรูปมันก็ดี แต่ตากล้องอาชญากรรมเนี่ยนะ “
“ดูเป็นฤกษ์ดีมากๆ” พุทราพูดแทรกขึ้น
“รักต้องสู้ไงพี่นี อุปสรรคเยอะดีนัก มันต้องถึงลูกถึงคนกันหน่อย ไม่ต้องคิดมากหรอกครับ เห็นไหมครับว่ามัทมีความสุขแค่ไหน”
วันรบเอากระดาษทิชชู่ซับหน้าให้มัทรี ดูแลใกล้ชิดและห่วงใยมาก ๆ
“จะว่าไป... ว่าที่ลูกเขยคนนี้ก็ใช้ได้เหมือนกันนะ”
รชานนท์พยักหน้าเห็นด้วย ทุกคนยิ้มอย่างมีความสุข วริษรายืนมองที่มุมหนึ่งด้วยความแค้น จู่ๆ วริษราก็มีอาการคลื่นไส้ วริษราจึงเดินหลบออกไป

วริษรารีบวิ่งมาที่หน้าห้องน้ำและรีบผลักประตูห้องน้ำเข้าไปทันที คุณแก้วที่เดินเข้ามาเห็นเข้าพอดี เมื่อเดินผ่านหน้าห้องน้ำ คุณแก้วก็ได้ยินเสียงโอ๊กอ๊ากอาเจียนของวริษรา คุณแก้วตัดสินใจเข้ามาในห้องน้ำเห็นวริษราอาเจียนอย่างรุนแรง คุณแก้วเข้าไปช่วยลูบหลัง วริษราตกใจ
“คุณแก้ว”
“ไม่สบายเป็นอะไร”
“มันเวียนหัวแล้วก็คลื่นไส้น่ะค่ะ”
“นี่ถ้าเธอแต่งงานแล้ว ฉันต้องคิดว่าเธอท้องแน่ๆ อาการเหมือนฉันตอนแพ้ท้องเปี๊ยบ”
วริษราอึ้งไปอย่างคิดหนัก
“คุณแก้วคะ ริษไม่ค่อยสบาย ขอลากลับก่อนนะคะ”
“ไปหาหมอให้เรียบร้อย อย่าปล่อยให้เป็นหนักนะ”
“ค่ะ”
วริษรารีบเดินออกออกจากห้องน้ำทันที

ภายในห้องพักของวริษราในเวลากลางคืน วริษราเปิดประตูห้องน้ำออกมา แต่พอเดินมาได้แค่ไม่กี่ก้าวก็ทรุดลงไปกองกับพื้นน้ำตาคลอไหลอาบแก้ม ในมือของวริษราถือชุดตรวจการตั้งครรภ์อยู่

ในเวลาเดียวกัน วันรบนั่งดูรูปที่ถ่ายอยู่ภายในรีสอร์ทคุณแก้ว เสียงมือถือวันรบดังขึ้น วริษราโทรเข้ามาพอดี
“ริษ” วันรบพึมพำเบาๆ
วันรบลังเลที่จะรับสายและตัดสินใจกดสายวริษราทิ้งไป
“พี่จะไม่ใจดี ทำให้เราคิดกับพี่เกินกว่าพี่น้องอีกแล้ว”

ภายในห้องพัก วริษราร้องไห้สะอึกสะอื้นเสียใจที่วันรบตัดสายทิ้ง
“พี่รบ... พี่รบช่วยริษด้วย”
วริษรากดโทรหาวันรบอีกแต่โดนตัดสายทิ้งเหมือนเดิม วริษรายิ่งร้องไห้หนักขึ้น
เสียงมือถือวริษราดังขึ้น วริษรารีบรับสายทันที
“ว่าไงแก ติดต่อพี่ต้นได้มั้ย”
“ไม่มีใครติดต่อแฟนเก่าแกได้ซักคน สงสัยเฮิร์ทมากจนหนีเตลิดเปิดเปิงไปแล้ว”
วริษราอึ้งไปอีก
“แล้วเรื่องท้องแกจะทำยังไง...”
วริษรายิ่งร้องไห้มากขึ้นเพราะไม่รู้จะหาทางออกยังไง

ภายในห้องนอนของวันรบ วันรบนั่งแต่งรูปชุดแต่งงานที่ถ่ายคู่กับมัทรีในคอมพิวเตอร์อยู่ วริษราโทรเข้ามาอยู่เรื่อย ๆ แต่วันรบตัดสายทิ้งตลอด จนวริษราตัดสินใจส่งข้อความมาหาวันรบแต่วันรบไม่สนใจแล้วนั่งแต่งรูปต่อ จนวันรบพักจากการแต่งรูปแล้วลุกขึ้นบิดขี้เกียจ
“ถ้าแต่งรูปเสร็จทันพรุ่งนี้เช้า มัทต้องเซอร์ไพรส์แน่ๆ”
วันรบเหลือบเห็นมือถือแล้วนึกได้
“ริษส่งแมสเสจมานี่หว่า”
วันรบหยิบมือถือมาเปิดดูข้อความของวริษรา วริษราส่งไฟล์วีดีโอมาให้วันรบ
“พี่รบ... ริษขอโทษนะคะ ริษไม่ได้ตั้งใจจะให้มันเป็นแบบนี้”
วันรบเบือนหน้าหนีไม่อยากดูวีดีโอต่อเพราะเข้าใจว่า วริษราหมายถึงเรื่องที่บอกรักตัวเอง

วริษรากำลังบันทึกวิดีโอตัวเองกับมือถือที่จะส่งให้วันรบ เธอกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง ท่าทางสะลึมสะลือแต่ร้องไห้สะอึกสะอื้น
“ริษฝากพี่รบกราบขอโทษพ่อกับแม่ให้ริษด้วย... บอกท่านด้วยนะคะว่าริษรักพ่อกับแม่มาก”

วันรบเอะใจรีบปิดไฟล์วีดีโอ แล้วโทรกลับหาวริษราทันทีแต่ไม่มีคนรับสาย วันรบลองโทรไปอีกครั้งแต่ก็ไม่มีคนรับสาย วันรบเริ่มหวั่นใจ
วันรบขับรถไปตามทางด้วยความเป็นห่วงวริษราและพยายามโทรหาวริษราด้วย
“รับสายพี่สิ”
วริษราไม่รับสาย วันรบยิ่งเป็นห่วงมากขึ้น วันรบรัวเคาะประตูห้องวริษราเสียงดัง
วันรบ ริษ นี่พี่เองนะเปิดประตูให้พี่หน่อย...ริษ”
วริษรายังไม่ยอมเปิดประตูห้องให้วันรบ วันรบตัดสินใจพังประตูห้องเข้าไปทันที วันรบเข้ามาในห้องเห็นวริษรานอนหลับอยู่บนเตียง วันรบเข้าไปเขย่าตัวปลุกวริษรา
“ริษ...ริษ ริษ”
วันรบมองไปรอบๆ ห้อง เห็นแผงยาที่แกะทานเกลื่อนพื้นอยู่ วันรบหยิบแผงยาขึ้นมาดูแล้วอึ้งไป
“ริษ”
วันรบรีบอุ้มวริษราแล้วพาออกไปจากห้องทันที

วันรบขับรถเข้ามาที่โรงพยาบาลแล้วรีบอุ้มวริษราลงจากรถ บุรุษพยาบาลเข้ามารับตัววริษราขึ้นเตียงแล้วเข็นออกไป โดยมีวันรบตามไปติดๆ
บุรุษพยาบาลเข็นร่างวริษราเข้าไปในห้องฉุกเฉิน หมอพยาบาล วิ่งเข้ามาอย่างโกลาหล วันรบจะตามเข้าไปแต่พยาบาลกันวันรบไว้ด้านนอก วันรบนั่งรออยู่หน้าห้องฉุกเฉินอย่างร้อนใจ
วันรบนั่งรออยู่ที่หน้าห้องฉุกเฉิน จนหมอเดินออกจากห้องมาหาวันรบ
“น้องสาวผมเป็นยังไงบ้างครับ”
“โชคดีที่คนไข้ทานยานอนหลับไปได้ไม่นาน ร่างการยังดูดซับยาไปไม่เยอะ ตอนนี้ปลอดภัยทั้งคนไข้และลูกในท้อง”
“ลูก”
“ครับ... คนไข้ตั้งท้องได้ประมาณ 10 สัปดาห์แล้วครับ”
วันรบรู้สึกอึ้งและช็อกไปที่รู้ว่าวริษรากำลังตั้งท้อง
วันรบเข้ามาหาวริษราในห้องฉุกเฉิน วริษรายังหลับอยู่บนเตียง วันรบลูบหัววริษราอย่างเป็นห่วง วริษรารู้สึกตัวตื่น ทันทีที่วริษราเห็นวันรบก็ร้องไห้ วริษรานึกได้
“พี่รบ...ลูก”
“หมอบอกว่าลูกของริษปลอดภัยดี”
วริษราโล่งอกแล้วสะอึกสะอื้นและรู้สึกผิดกับการกระทำของตัวเอง
“ลูกทั้งคนริษทำร้ายแกได้ยังไง”
“ริษขอโทษค่ะ ริษจนหนทางจริงๆ”
“แล้วริษติดต่อแฟนเก่าริษรึยัง”
วริษราส่ายหน้า
“ริษไม่รู้จะทำยังไง ริษไม่กล้าบอกแม่ พี่รบดูแลริษได้ไหมคะ”
“พี่ดูแลริษได้ในฐานะพี่ชายเท่านั้น เปลี่ยนเป็นอย่างอื่นไม่ได้”
“ต่อจากนี้ไปริษจะตัดใจจากพี่รบ เราจะเป็นแค่พี่น้องกัน แต่พี่รบอย่าทิ้งริษไปนะคะ ริษไม่เหลือใครแล้ว”
“ถ้าริษสัญญากับพี่ว่าริษจะไม่ทำร้ายตัวเองแบบนี้อีก พี่ก็สัญญาว่าพี่จะดูแลน้องสาวของพี่ให้ดี”
“จริงเหรอคะพี่รบ... พี่จะไม่ทิ้งริษไปแล้วใช่มั้ย”
วันรบพยักหน้าให้ วริษราดีใจยันตัวขึ้นกอดวันรบแล้วยิ้มทั้งน้ำตา
“สัญญานะคะ”
“จ้ะ”
วันรบกอดแล้วลูบหัววริษราด้วยความเอ็นดู วริษรายิ้มทั้งน้ำตาแล้วเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มร้ายอย่างมีแผนการ

เช้าวันรุ่งขึ้น วันรบประคองวริษราออกจากห้อง
“พี่รบมาอยู่เป็นเพื่อนริษทั้งคืนแบบนี้ พี่มัทไม่ว่าเหรอคะ”
“พี่ยังไม่ได้บอกมัทเลย”
“ตายจริง... ระวังพี่มัทจะคิดมากนะคะ ถ้ายังไงให้ริษคุยกับพี่มัทดีมั้ยคะ”
“แต่ว่า”
“เรื่องแบบนี้ให้ผู้หญิงด้วยกันคุยกันดีกว่าค่ะ”
วันรบนิ่งและคิดตาม...
“ช่วงนี้พี่คงวุ่นเรื่องงานแต่งงาน ไว้ค่อยคุยก็ได้ค่ะ”
“ริษพักผ่อนเยอะๆนะ แล้วอย่าลืมทานยาให้ครบตามที่หมอสั่งด้วย”
“แล้วนัดหมอครั้งหน้า... พี่รบจะมาด้วยมั้ยคะ”
“มาสิ... หลานพี่ทั้งคนนะ”
วริษราโผเข้ากอดวันรบอีกครั้ง
“ขอบคุณอีกครั้งนะคะพี่รบ”

เวลาต่อมา วันรบขับรถเข้ามาจอดหน้าที่พักวริษรา
“ขึ้นไปดื่มกาแฟที่ห้องริษก่อนไหมคะ”
“ไม่จ๊ะ พี่มีนัดน่ะ”
“กับพี่มัทเหรอคะ”
วันรบนิ่งไม่อยากตอบ วริษราคิดๆ แล้วก็ทำเป็นเสียงอ่อน
“งั้นพี่รบก็รีบไปเถอะค่ะ เดี๋ยวพี่มัทจะรอ”
วริษราขยับตัวแล้วร้องขึ้นเบาๆ
“โอย...”
“เป็นอะไรน่ะริษ”
“มันยังมึนๆ น่ะค่ะ”
“แล้วจะขึ้นห้องไหวเหรอ”
“ก็คงไหวน่ะค่ะ”
“เดี๋ยวพี่ช่วย”
วันรบลงจากรถจะอ้อมมาเปิดประตูช่วยพยุง จังหวะที่วันรบลงจากรถ วริษราหยิบถุงยาออกมาหนึ่งถุงแล้วยัดข้างที่เลื่อนเบาะ วันรบเปิดประตู วริษราก็รีบก้าวเอาขาลง พอลงจากรถได้ก็รีบปิดประตูทันทีท วันรบประคองวริษราพาขึ้นที่พัก วริษราเหลือบมองที่รถแล้วยิ้มร้าย

วันรบขับรถมารับมัทรีตามนัดหมาย
“เมื่อคืนมัทโทรหาตั้งหลายรอบ ไม่เห็นรับสายเลย”
วันรบอึกอักแล้วบอก
“ผม... ทานยาแก้หวัดไปน่ะ เลยหลับสนิททั้งคืนเลย”
มัทรีจ้องหน้าวันรบ
“อย่างพี่รบเนี่ยนะทานยาโดยที่มัทไม่ต้องบังคับ”
วันรบอึกอักแต่พยายามเก็บอาการแล้วรีบแก้ตัว
“ก็... ผมไม่อยากให้มัทเป็นห่วงนี่”
“ขอบคุณนะคะที่นึกถึงมัท” มัทรีพูดแล้วยิ้ม
“ครับ”
มัทรีเอื้อมมือไปกุมมือวันรบแล้วรู้สึกอะไรบางอย่าง
“พี่รบแอบเอารถไปรับสาวที่ไหนมารึเปล่าคะ”
วันรบอึ้งไปอีกแต่พยายามเก็บอาการไว้
“เปล่าจ้ะ... ทำไมเหรอ”
“มีคนปรับเบาะที่นั่งของมัท”
วันรบอึกอักอีกแล้วบอก
“สงสัยผมเลื่อนเบาะตอนขนของน่ะ”
มัทรีไม่เอะใจอะไร แล้วเอื้อมมือไปปรับเลื่อนเบาะที่นั่ง แต่อยู่ๆ มัทรีก็อึ้งนิ่งไป มัทรีก้มลงมองไปทางมือของตัวเอง ข้างๆเบาะมีซองยาจากโรงพยาบาลอยู่ หน้าซองยาจ่าชื่อ “น.ส.วริษรา รักมั่นคง” และที่รายละเอียดยา “วิตามินบำรุงครรภ์” มัทรีอึ้งช็อกไปที่เห็นซองยาของวริษรา มัทรีเหลือบมองไปทางวันรบสีหน้านิ่ง วันรบมองหน้ามัทรีแล้วยิ้มให้เพราะไม่รู้ว่ามัทรีเจอยาบำรุงครรภ์ของวริษราที่ตกอยู่ในรถ มัทรีทั้งช็อกทั้งสงสัยแต่พยายามเก็บอาการไว้
ในเวลาต่อมา ทางด้านสมภพ ธงฉาน เดินคุยกันมาด้วยสีหน้าเครียดภายในรีสอร์ตของสมภพ
“โธ่..อา ผมขอแค่ล้านเดียวเอง เบนซ์อีคลาสราคานี้หาไม่ได้ง่ายๆ”
“บาทเดียวก็ไม่มีเว้ย”
“อะไรกันอา รีสอร์ตเราคนมาพักฟรีหรือไงถึงไม่มีเงิน”
สมภพดีดหูธงฉานอย่างหมั่นไส้ดัง ผัวะ!
“ ถามไม่คิด หนี้ตั้งยี่สิบล้าน กินใช้ ค่าเงินเดือน ค่าน้ำ ค่าไฟ รีสอร์ตมีอยู่ไม่กี่สิบห้อง มันจะพอได้ยังไง ดอกเบี้ยมันไล่จี้ก้นอยู่ทุกวัน เมื่อไหร่แกจะแต่งกับยัยมัทได้ซะที ไม่ได้เรื่อง”
“ผมคนเดียวซะเมื่อไหร่ อาก็จับคุณติรกาไม่ได้เหมือนกัน ไม่ดีกว่ากันหรอก” ธงฉานเถียง
สมภพชะงัก ธงฉานผวาคิดว่าสมภพโกรธ ธงฉานรีบบอก
“ผมล้อเล๊น.... อาอย่าเหวี่ยงผมน๊า”

สมภพไม่ได้สนใจธงฉาน แต่มองผ่านเข้าไปในห้องของตัวเอง เห็นสมุนพ่อเลี้ยง กำลังรื้อค้น และพังห้องทำงานจนกระจุยกระจาย ธงฉานตะโกนขึ้นเสียงดัง
“เฮ้ย!..หยุด”
พวกสมุนพ่อเลี้ยงหันมองนิดนึงแล้วรื้อต่อ ธงฉานฮึดเสียงดังอีก
“ไม่หยุด...อยากตายหรือไงวะ”
สมภพถึงกับหน้าเสียบอก
“ธงฉาน..เงียบ”
“ทำไมล่ะอา อารู้จักพวกมันเหรอ ไอ้พวกนี้มันเป็นใคร”
ธงฉานกับสมภพหันมองไปที่เสี่ยจิวที่แต่งชุดคาวบอยเต็มขั้น ข้างเอวมีปืนสองกระบอกคาดเอวอยู่ เสี่ยจิวเดินเข้ามา ธงฉานจะเดินเข้าไปมองหน้าเสี่ยจิว
“ไอ้หน้ากระดาษทิชชู่เปียกนี่ใครอ่ะอา”
สมภพตกใจร้องห้าม
“ไอ้ธงฉาน”
“ไอ้เตี้ย วอนตายซะแล้ว” เสี่ยจิวบอก
เสี่ยจิวชักปืนทั้งสองกระบอก ควงๆๆ ปืนลั่นเสียงดังปังๆๆ ! กระสุนปลิวไปทั่วห้อง สมภพกับธงฉานและลูกน้องเสี่ยกระโดดหลบกันกระจาย
“หยุดครับเสี่ยหยุด”
เสี่ยจิวหยุดควง ทุกคนพากันโล่งอกไปตามๆกัน
“เสี่ยจิวครับ ควงไม่เป็นก็อย่าควงเลยครับเสี่ย มันอันตราย” ลูกน้อยบอก
เสี่ยจิวใช้หลังมือที่ถือปืนตบลูกน้องเข้าให้
“ไอ้แหวง อั๊วบอกแล้วอย่าเรียกอั๊วเสี่ยจิว พวกลื้อต้องเรียกอั๊ว...”
เสี่ยจิว ยกปืนขึ้นมาเป่าที่ปากกระบอก เพราะคิดว่าเท่ห์มากแล้วพูดต่อ
“พ่อเลี้ยงจรัล..ว่าไงอาสมภพ”
“เสี่ยจิวครับ ผม...” สมภพเสียงสั่น
เสี่ยจิวยิงที่พื้นข้างตัวสมภพ เปรี้ยงๆๆ สมภพกระโดดเหย็งๆ
“อั๊วชื่ออะไร”
“พ่อเลี้ยงจรัลครับ”
“ดีมาก”
เสี่ยจิวควงปืนจะเก็บแต่พอเสียบลงซองปืน เสียงดังปัง! ทุกคนหลบตกใจ
“พวกมึงไม่ต้องหลบ ไม่มีใครโดนลูกปืน..นอกจากเท้ากู โอ้ย”
ลูกน้องวิ่งเข้ามาหาเสี่ยจิว ธงฉานเดินเข้ามากระซิบกับสมภพ
“ไอ้เสี่ยติงต๊องนี่ อย่าบอกนะว่าเป็น”
“เจ้าหนี้นอกระบบของเรา...” สมภพพูดเฉลย
“เมิงคุยอะไรกันวะ เรียกหมอมาสิเว้ย กูเจ็บ”
“ครับๆๆ”
ทุกคนวุ่นวายกับการยกเสี่ยจิวไปนั่งที่โซฟา

ภายในห้องทำงานของสมภพ ทั้งสมภพและธงฉาน ถูกเหวี่ยงเข้าหากันจนหัวโขกกันเอง
“เสี่ย..เอ๊ย พ่อเลี้ยงครับ เห็นใจให้เวลาผมหน่อยเถอะครับ”
“เผียด (พูด)กับอั๊วก็มองหน้าอั๊วสิเว้ย”
“ผมก็มองหน้าพ่อเลี้ยงอยู่นี่ไงครับ”
สมภพกับธงฉานไม่กล้ามองหน้าพ่อเลี้ยงเลี่ยงไปมองเท้าพ่อเลี้ยงที่วางบนเก้าอี้พักเท้าแทน
“นั่นส้นเตียน(ตีน) ไม่ใช่หน้า”
“พวกมันว่าพ่อเลี้ยงหน้าเหมือนส้น...”
ลูกน้องพ่อเลี้ยงจรัลสอพลอขึ้น … พ่อเลี้ยงจรัลหลังมือเข้าที่หน้าลูกน้องทันที
“ไม่ต้องแปล อั๊วฉลาด”
พ่อเลี้ยงจรัลหันไปพูดกับสมภพกับธงฉาน
“ถ้าไม่อยากตายใช้หนี้อั๊วมา”
“เอ่อ คือ ผมกำลังจะไปคุยกับพ่อเลี้ยงเรื่องขอผ่อนผัน”
“จะผ่อนยันชาติหน้าเลยรึไง”
“รอบนี้ผมไม่เบี้ยวแน่นอน ขอเวลาผมอีกหน่อยเถอะพ่อเลี้ยง”
“ในฐานะที่ลื้อเป็นลูกหนี้ดีเด่น อั๊วมีเซอร์ไพรส์มากกว่าให้เวลาอีก”
พ่อเลี้ยงจรัลพยักหน้าบอกสมุน สมุนคนที่สองเปิดคลิปจากมือถือให้สมภพดู
“ว้าว ...กู้เงินแถมคลิปด้วยอ่ะอา” ธงฉานน้ำเสียงตื่นเต้น
ในคลิป ...ทรงสุดากับลูกนั่งกอดกันร้องไห้อยู่ในมุมแคบของโกดังแห่งหนึ่ง
“ปล่อยฉันกับลูกไปเถอะ อย่าทำอะไรเราเลย” ทรงสุดาพูด
“ฮือ... แม่ครับ ผมกลัว”
“ทรงสุดา ตาต้น”
สมภพกับธงฉานตกใจมาก เมื่อเห็นทรงสุดากับลูกชายถูกจับตัวไป
“ถ้าลื้อไม่เอาเงินมาใช้หนี้ทั้งหมดภายในสามวัน ... อั๊วจะยึดรีสอร์ท และลื้อก็จะไม่ได้เห็นหน้าลูกเมียอีกต่อไป”
พ่อเลี้ยงจรัลขู่อย่างอารมณ์ดี แล้วเดินจากไปพร้อมลูกน้อง
“เดี๋ยวก่อนครับพ่อเลี้ยง พ่อเลี้ยง”
สมภพตะเกียกตะกายคลานตามพ่อเลี้ยงจรัล แต่พ่อเลี้ยงจรัลไม่เหลียวหลังมาสนใจ

วริษรานั่งอ่านหนังสืออยู่ที่ล็อบบี้ของโรงพยาบาลแล้วมองนาฬิกาอย่างใจเย็น มัทรีเดินเข้ามานั่งที่ล็อบบี้ วริษราลดหนังสือลงมองแล้วยิ้มอย่างพอใจ พยาบาลคนหนึ่งเข้ามาหามัทรี
“ว่ายังไงโอ้ เช็คได้มั้ย”
“นี่ถ้ามีใครรู้ ว่าฉันแอบดูประวัติคนไข้ฉันตายแน่” เพื่อนมัทรีบอก
“รับรองฉันไม่บอกใครแน่ บอกมาเถอะโอ้”
“คุณวริษราท้องจริง ๆ เพิ่งฝากครรภ์กับโรงพยาบาลเมื่อเช้า”
“เมื่อเช้า..รู้ชื่อพ่อของเด็กในท้องมั้ย”
เพื่อนของมัทรีนิ่งไปแล้วมองหน้ามัทรีอย่างลังเลใจ

มัทรีเดินเข้ามาในมุมทางเดินในโรงพยาบาลที่ไม่มีคน พิงกำแพงอย่างคนอ่อนล้า เครียดทั้งสีหน้าและจิตใจ นึกถึงคำพูดของโอ้
“ในประวัติคนไข้… เค้ากรอกไว้ว่าพ่อเด็กชื่อ...วันรบ แคล้วคลาดภัย”
มัทรียังช็อกอยู่ น้ำตาคลอเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น ในที่สุดมัทรีทนไม่ได้ต้องร้องไห้ออกมาอย่างน่าสงสาร ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง ผู้หญิงคนหนึ่งส่งผ้าเช็ดหน้าให้มัทรี
“อย่าร้องไห้เลยค่ะพี่มัท”
มัทรีเงยหน้าขึ้นมองแล้วอึ้งไปเห็นวริษราเป็นคนยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ วริษราแสร้งบีบน้ำตาคลอเบ้าเช่นกัน
“วริษรา”
“พี่มัทรู้เรื่องทั้งหมดแล้วใช่มั้ยคะ”
“เธอกับพี่รบ”
“ริษขอโทษค่ะ ทั้งที่พี่รบบอกเลิกกับริษแล้ว เพื่อจะแต่งงานกับพี่มัท แต่ริษก็มาท้องซะก่อน”
“บอกเลิก! เธอกับพี่รบคบกันตอนไหน ในเมื่อเธอกับพี่รบเพิ่งเจอกันไม่ถึงเดือนด้วยซ้ำ”
“ริษรู้จักกับพี่รบก่อนพี่มัทด้วยซ้ำค่ะ”
“ก่อนฉัน”
“พี่รบกับริษเราอยู่บ้านใกล้กันสนิทกันมาตั้งแต่เด็ก พี่รบดูแลริษมาตลอด จากพี่น้องจนกลายเป็นของกันและกัน แต่พอพี่รบเจอพี่มัท เขาก็เปลี่ยนไป ริษกลายเป็นกิ๊กที่พี่รบจะมาหาก็ต่อเมื่อพี่มัทไม่ว่าง”
“ตลอดเวลาที่พี่รบกับฉันคบกัน”
“พี่รบคบกับริษมาตลอดจนกระทั่งพี่รบจะแต่งงาน”
มัทรีฟังอย่างเจ็บปวด มัทรีหวั่นไหวกับคำพูดของวริษรา แต่พยายามกลั้นน้ำตาไว้
“ไม่จริง พี่รบไม่มีทางทรยศฉัน เขาต้องไม่โกหกฉัน ฉันจะฟังความจริงจากพี่รบเท่านั้น”
มัทรีเดินออกไป วริษราตกใจที่ไม่เป็นไปตามแผน และรีบเดินตามไป

ทางด้านสมภพเมื่อกลับเข้ามาในบ้านก็ทิ้งตัวนั่งลงตรงโซฟาด้วยความเครียด ธงฉานตามมานั่งข้าง ๆ แตะแผลที่มุมปากเจ็บซี้ด
“คราวนี้พ่อเลี้ยงจรัลเอาจริง พวกเราต้องไม่รอดแน่เลยอา”
สมภพยิ่งคิดยิ่งเครียด ลุกขึ้นโวยวายเรียกหาคนรับใช้
“คนบ้านนี้หายหัวไปไหนหมด จนป่านนี้ยังไม่เอาน้ำมาให้ฉัน”
สาวใช้รีบยกน้ำเข้ามาเสิร์ฟให้สมภพ สมภพยกแก้วน้ำขึ้นดู แล้วกระแทกลงบนโต๊ะ
“ฉันชอบดื่มโซดาเย็น ไม่ใช่น้ำเปล่า แล้วผ้าเย็นอยู่ไหน ทำไมไม่เตรียมมาด้วย”
“เดี๋ยวหนูไปเอามาให้ค่ะ”
“ไม่ต้องเอามาแล้ว จะไปไหนก็ไป... ไป”
คนใช้หน้าตาตื่นเดินออกไปด้วยความกลัว
“ปกติอาทรงสุดาเป็นคนทำให้ทุกวัน เด็กมันจะไปรู้เรื่องอะไร ถ้าอาทรงสุดาอยู่ ป่านนี้คงรีบหาน้ำท่า หาหยูกยามาจัดการให้อาแล้วเนอะ”
สมภพยิ่งเครียด คิดถึงทรงสุดาเคยทำให้กับตน ธงฉานพูดลอย ๆ อย่างรู้ทัน
“เริ่มเป็นห่วงอาทรงสุดากับตาต้นแล้วใช่มั้ยล่ะ”
“ฉันคิดว่าจะหาเงินที่ไหนมาเคลียร์หนี้ไม่ให้รีสอร์ตถูกยึดต่างหาก โอ๊ยๆๆ ยิ่งคิดยิ่งเครียดโว้ย”
รุจีหิ้วกระเป๋าเพราะเพิ่งกลับจากปฏิบัติธรรมมา รุจีเดินเข้าบ้านมา
“รุจี นี่เธอไปไหนมา เรื่องไอ้รชานนท์ไปถึงไหนแล้ว”
“ฉันจะบ่ยะตามที่คุณสั่งอีกต่อไปแล้ว”
“แกกล้าขัดคำสั่งฉันเหรอ”
“กล้า” รุจีเสียงแข็ง
สมภพกับธงฉานถึงกับสะดุ้ง
“ฉันบ่ยอมทำผิดกับคุณนนท์อีก ฉันจะบอกคุณนนท์ว่าแกมันเลวแค่ไหน”
รุจีพูดจบก็ออกจากบ้านไปทันที
“เฮ้ย อา ปล่อยไปทำไม เกิดรุจีไปแฉเราก็ตายสิอา” ธงฉานทักท้วง
“ฉันไม่ยอมให้มันได้ทำอย่างนั้นแน่”
สมภพสีหน้าร้ายกาจ

รชานนท์ขับรถเข้ามาที่หน้ารีสอร์ตคุณแก้ว ทันใดนั้นรุจีก้าวออกมาขวางหน้ารถรชานนท์ รชานนท์เบรกรถเอี๊ยด!
“รุจี”
รชานนท์ลงมาจากรถ รุจีรีบเข้ามาหา
“รุจี คุณหายไปไหนมา ผมตามหาคุณจนทั่ว”
“รุจีขอโทษคุณนนท์ ที่รุจียะเรื่องร้ายๆ กับคุณแบบนั้น มีคนสั่งฮื้อรุจียะจะอั้น”
“ใคร”
รถตู้แล่นเข้ามาจอดปาดหน้ารถรชานนท์ ลูกน้องสมภพลงมาจากรถตรงเข้าไปล็อคตัวรชานนท์กับรุจีไว้ทันที
“พวกแกจะทำอะไร!”
ลูกน้องสมภพเอาผ้าโปะยาสลบโปะรชานนท์ รชานนท์พยายามดิ้นสุดชีวิต รุจีร้องขึ้น
“คุณนนท์”
รชานนท์เห็นลูกน้องสมภพเอาผ้าอีกผืนโปะหน้ารุจี รุจีที่ดิ้นรนค่อย ๆ หมดแรง

มัทรีเดินหนีออกมาทางมุมหนึ่งของโรงพยาบาล วริษราเดินตามแอบมองมัทรีที่สับสนเสียใจด้วยสายตาจิกร้ายแต่ยังมีแววแอบเศร้า
“ริษพูดความจริงไปหมดแล้ว แต่ถ้าพี่มัทไม่เชื่อ ริษก็จะให้พี่มัทเห็นค่ะ”
มัทรีมองวริษราอย่างอยากรู้ว่าความหมาย

เวลากลางคืน วันรบมองโทรศัพท์มือถือแล้วทิ้งตัวลงนั่งข้างพชรที่กำลังนั่งเล่นไอแพดอย่างเซ็ง ๆ
“เป็นอะไร ไอ้รบ หน้าเป็นตูดเชียว”
“ก็มัทน่ะสิพี่ระ บอกง่วงแล้วก็ปิดมือถือไม่คุยกับผม เป็นอะไรก็ไม่รู้”
“คงเหนื่อยล่ะมั้ง ใกล้เป็นเจ้าสาวก็แบบนี้แหล่ะวะ ทำหลายอย่าง..ก็ให้พักบ้างเถอะ จะจุ๊กจิ๊กอะไรกันทุกวัน”
วันรบทำหน้าเซ็ง ขณะนั้นเสียงมือถือวันรบดังขึ้น วันรบลุกขึ้นกดรับและเดินออกไปคุยห่าง ๆ พชร
“ว่าไงริษ... ริษเป็นอะไร ร้องไห้ทำไม” วันรบน้ำเสียงตกใจ

ในเวลาเดียวกัน วริษราส่งเสียงตกใจกลัวคุยกับวันรบ
“เลือดค่ะ พี่รบ ริษเลือดออก ริษกลัวค่ะพี่รบ พี่รบช่วยริษด้วย”
“ริษใจเย็น ๆ นะพี่จะรีบไปเดี๋ยวนี้”
วันรบรีบเดินออกไปทันที พชรมองตามอย่างงงๆ
“แกจะไปไหน ไอ้รบ” ...
วริษราสีหน้าเหี้ยมก่อนตัดสินใจหยิบมีดขึ้นมาแล้วมองที่แขน...รอยเลือดหยดอยู่ที่ขา วริษราค่อยๆลดมีดลง และยิ้มพอใจกับผลงานตัวเอง

ขณะนั้น... มัทรีจอดรถซุ่มอยู่หน้าที่พักของวริษราด้วยอาการกระวนกระวายใจ นึกถึงคำพูดของวริษราที่เจอกับมัทรีที่โรงพยาบาล
“พี่รบกับริษเราอยู่บ้านใกล้กันสนิทกันมาตั้งแต่เด็ก พี่รบดูแลริษมาตลอด จากพี่น้องจนกลายเป็นของกันและกัน แต่พอพี่รบเจอพี่มัท เขาก็เปลี่ยนไป ริษกลายเป็นกิ๊กที่พี่รบจะมาหาก็ต่อเมื่อพี่มัทไม่ว่าง”
สีหน้ามัทรีร้อนรน พยายามสะกดข่มจิตตัวเอง
“ไม่จริงๆ พี่รบต้องไม่ทรยศมัท พี่รบต้องไม่มา ไม่มา”
รถวันรบแล่นเข้ามาจอดพอดี มัทรีตกใจ มัทรีเห็นวันรบลงมาจากรถและรีบวิ่งขึ้นที่ห้องของวริษราทันที มัทรีได้แต่ตะลึงมองตาค้าง
วันรบวิ่งมาที่หน้าห้องแล้วเคาะประตูเรียก
“ริษ..พี่มาแล้ว..ริษ”
เสียงของวริษราดังจากภายในห้องออกมา
“พี่รบ..ช่วยริษด้วย”
วันรบร้อนใจลองบิดลูกบิดดู ปรากฎว่าไม่ได้ล็อก วันรบรีบเปิดเข้าไปในห้องทันที วันรบตกใจที่เห็นวริษราสวมเสื้อแขนยาวนั่งอยู่ที่พื้น ตรงช่วงขาของวริษรามีเลือดไหล วันรบรีบเข้าไปประคองวริษรา
“ริษ เป็นยังไงบ้าง”
วริษราเข้ากอดวันรบ
“ริษปวดท้องแล้วเลือดมันก็ไหลออกมา ริษกลัวค่ะ กลัวว่าลูกริษจะเป็นอะไร”
“งั้นไปหาหมอไหม”
วริษราชะงักไปทันที เพราะกลัวเสียแผน
“ไม่ต้องหรอกค่ะพี่รบ”
วันรบมองหน้าวริษราอย่างงงๆ
“ทำไมล่ะ เช็กให้แน่ใจไง”
“หมอบอกริษว่าอาจจะมีเลือดออกบ้าง ถ้าไม่เยอะก็เป็นเรื่องปกติ”
“อ้าว..แล้วทำไม”
“ที่ริษโทรหาพี่รบ เพราะริษตกใจ มันเพิ่งเคยมีเลือดออกมาครั้งแรกน่ะค่ะ ริษขอโทษนะคะที่รบกวนพี่รบ”
“ตกลงจะไม่ไปโรงพยาบาลแน่นะ”
“ค่ะ”
“งั้นพี่กลับก่อนนะ”
วริษราจับแขนวันรบไว้แล้วบอก
“เดี๋ยวค่ะ พี่รบอยู่เป็นเพื่อนริษจนกว่าริษจะหลับแล้วค่อยกลับได้ไหมคะ ริษนอนไม่หลับมาหลายคืนแล้วค่ะ”
วันรบมองหน้าวริษราอย่างหนักใจและไม่อยากอยู่ วริษราอ้อนจนวันรบใจอ่อน
“นะคะพี่รบ”
“ก็ได้”
“งั้นริษไปล้างตัวก่อนนะคะ จะได้นอนเลย”
วันรบพยักหน้าอย่างเสียไม่ได้ วริษราเดินเข้าไปในห้องน้ำปิดประตูและยิ้มอย่างสะใจ มัทรีนั่งอยู่ในรถมองที่หน้าตึกอย่างรอคอย มัทรีมองนาฬิกาในรถเห็นว่าเป็นเวลาห้าทุ่ม มัทรีรอจนถึงเวลาตีหนึ่งก็ยังไม่มีวี่แววว่าวันรบจะลงมาจากข้างบน
วริษรานอนอยู่บนเตียง วันรบนั่งดูทีวี วริษรามองนาฬิกาเห็นว่าตีหนึ่งแล้วจึงบอก
“พี่รบคะ ปิดไฟได้ไหมคะ”
“ได้สิ”
วันรบเดินไปดับไฟแล้วกลับมานั่งดูทีวีต่อ
บริเวณหน้าที่พักของวริษรา มัทรีเห็นว่าห้องวริษราดับไฟแล้ว มัทรีทนไม่ไหวจึงรีบกดโทรศัพท์โทรหาวันรบทันที
วริษรานอนมองวันรบในความมืด เสียงมือถือวันรบดังขึ้น วันรบมเห็นว่าเป็นมัทรีโทรมาจึงรีบรับ วันรบหันไปมองวริษรา วริษราทำเป็นหลับตา
“ว่าไงครับมัท”
“พี่รบอยู่ที่ไหนคะ”
วันรบลำบากใจที่จะตอบโกหก แต่เพื่อความสบายใจ
“ผมอยู่บ้านพี่ระไงจ๊ะ ดึกป่านนี้แล้วจะไปอยู่ที่ไหนได้”
วริษราลืมตาแล้วยิ้มอย่างพอใจ ขณะที่มัทรีเสียใจน้ำตาร่วง
“เหรอคะ”
“แล้วมัทเป็นไงบ้างครับ หายเหนื่อยหรือยัง ผมเป็นห่วงมัทนะ”
“พี่รบห่วงมัทจริงเหรอ”
“จริงสิ ผมรักมัทก็ต้องห่วงมัทสิครับ ความจริงจากใจล้วนๆ”
วริษราหมั่นไส้ทำเป็นส่งเสียงโอดโอยเบาๆ
วันรบมองไปที่วริษราที่นอนอยู่บนเตียงว่าเป็นอะไร วริษรายิ่งแกล้งบิดตัวให้ดูเจ็บปวดแล้วส่งเสียงดังขึ้น
“โอยย”
มัทรีได้ยินเสียงวริษราแทรกเข้ามา มัทรีสะเทือนใจ วันรบตกใจกลัวว่าวริษราจะเป็นอะไร จึงรีบตัดบทการสนทนา
“มัทครับ ดึกแล้วมัทไปนอนพักเถอะนะ พรุ่งนี้ผมจะไปหาที่บ้านตอนเช้า เบรกฟาสท์ด้วยกันดีไหม”
“ค่ะ..แค่นี้นะคะ”
มัทรีกดวางสาย น้ำตาร่วงพรู วันรบเดินเข้ามาที่ข้างเตียงดูวริษรา
“เป็นอะไรหรือเปล่าริษ”
วริษราคว้ามือวันรบไว้
“มันปวด ๆ ที่ท้องนิดหน่อยค่ะ พี่รบ ริษกลัวจังเลยค่ะ”
“ไม่ต้องกลัวนะ พี่จะอยู่ข้าง ๆ จนกว่าริษจะหลับนะ”
วริษราจับมือวันรบส่งสายตามองวันรบด้วยความรัก วันรบเมินหน้าเดินกลับไปดูทีวี วริษราชักสีหน้าเล็กน้อยก่อนจะมองวันรบอย่างมีเป้าหมาย ส่วนมัทรีร้องไห้ด้วยความเสียใจ มัทรีตัดสินใจออกรถไป

ภายในบ้านของติรกายามค่ำ ติรกากดมือถือโทรหารชานนท์ แต่ติดต่อไม่ได้ “เลขหมายที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้ค่ะ” ติรกาหัวเสียทันที
“นนท์นะนนท์ หายไปไหนเนี่ย”
เตือนใจเดินออกมาเห็นติรกายังพยายามกดโทรศัพท์อยู่
“โทรไปถามพชรหรือยังล่ะ”
“ถามแล้วค่ะแม่ คุณระบอกว่านนท์ไม่ได้เข้าไปที่รีสอร์ตคุณแก้ว คุณระโทรตามก็ติดต่อไม่ได้เหมือนกัน”
“เอ..ตานนท์ไม่เคยเหลวไหลแบบนี้นี่”
“นั่นสิคะ หนูชักเป็นห่วงแล้วนะเนี่ย มัทก็อีกคนหายไปไหนก็ไม่โทรบอก”
ติรกาพูดยังไม่ทันขาดคำ รถของมัทรีก็แล่นเข้ามาจอดเอี๊ยด!จนติรกากับเตือนใจตกใจ มัทรีก็ยังนั่งนิ่งบนรถไม่ลงมาสักที ติรกาเป็นห่วงเดินไปที่รถมัทรี แล้วเคาะที่กระจกรถเรียก
“มัท...ยัยมัท..เป็นอะไรหรือเปล่า”
มัทรีเปิดประตูลงมาจากรถ พอเห็นติรกากับเตือนใจเข้ามารุมก็อึ้งไป
“มัท..ร้องไห้ทำไมลูก”
มัทรีหมดความอดทนกอดติรการ้องไห้ไม่หยุดจนติรกากับเตือนใจตกใจ
“ยัยมัท..เกิดอะไรขึ้น”
มัทรีไม่ตอบเอาแต่ร้องไห้ ติรกากับเตือนใจสบตากันอย่างกังวลว่าต้องมีเรื่องอะไรแน่ๆ

ติรกาโอบมัทรีไว้อย่างปลอบโยน เตือนใจจับมือมัทรี
“ใจเย็น ๆนะมัท มันอาจไม่ใช่อย่างที่ลูกคิดก็ได้”
“แต่พี่รบโกหกมัทนะคะแม่ โกหกว่าไม่รู้จักวริษรา แล้วคืนนี้พี่รบก็โกหกมัทอีกว่าอยู่บ้านทั้งที่มัทเห็นกับตาว่าเขาอยู่ที่ห้องของวริษรา มัทเจ็บค่ะแม่”
“ตารบอาจจะมีเหตุผลที่ต้องโกหกก็ได้นะลูก ทำไมมัทไม่ถามตารบล่ะว่าเพราะอะไร” เตือนใจบอก
“แต่ว่ามัท”
“ยัยมัท..ผู้หญิงคนนั้นคือคนอื่น แต่ตารบคือคนที่มัทจะแต่งงานจะใช้ชีวิตร่วมกับเขาไม่ใช่เหรอลูก”
มัทรีมองติรกา
“ลองให้โอกาสวันรบอีกสักครั้งไหม ถามเขาหรือทำยังไงก็ได้เพื่อพิสูจน์ว่าเขานอกใจมัทจริงหรือเปล่า ถ้าได้ผลลัพธ์แล้วค่อยตัดสินใจอีกที”
มัทรีเกิดความลังเลใจ
“มัทรู้ดีที่สุดว่าตารบเป็นคนยังไง มัทเชื่อไหมว่าตารบทำแบบนั้น” เตือนใจถาม
“มัทไม่เคยเชื่อจนกระทั่งมัทเห็น”
“แล้วตอนนี้ล่ะ”
“มัทยังไม่อยากจะเชื่อเลยค่ะยายว่าเขาจะใจร้ายกับมัทแบบนี้”
“ลองดูสิลูก ให้มันรู้ไปเลยว่าเราดูคนผิดหรือเปล่า” เตือนใจบอก
มัทรีคิดตามที่เตือนใจพูด

ภายในห้องนอน มัทรีเดินดูรูปของมัทรีกับวันรบ ตั้งแต่อดีตในชุดนักศึกษาที่ถ่ายด้วยกันอบบตลก ๆ ภาพวันหมั้น ภาพหวานๆในวันวานซ้อนเข้ามาในความคิด มัทรีร้องไห้อย่างสับสนไม่รู้ควรจะทำยังไงดี จนถึงภาพวันรบที่เอาเงินสิบล้านบุกเข้ามาพยายามจะขอหมั้นมัทรีให้ได้ มัทรีนึกถึงคำพูดของเตือนใจ
“มัทรู้ดีที่สุดว่าตารบเป็นคนยังไง มัทเชื่อไหมว่าตารบทำแบบนั้น”
มัทรีคิดๆแล้วตัดสินใจ

เช้าวันรุ่งขึ้น ติรกานั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร เตือนใจเดินเข้ามาวางแก้วน้ำส้มคั้นให้ติรกา
“ยัยมัทล่ะ” เตือนใจถามด้วยความเป็นห่วง
“ยังไม่ลงมาเลยค่ะ เมื่อกี้หนูไปเคาะห้อง แกอาบน้ำอยู่”
เตือนใจ ถอนหายใจอย่างกลุ้มๆ
“แล้วนี่ตานนท์กลับมาหรือยัง”
“ยังเลยค่ะ แล้วก็ยังติดต่อไม่ได้ด้วย”
พุทราโผล่เข้ามาพอดี
“ซุบซิบอะไรกันคะ” พุทราพูดด้วยความอยากรู้
เตือนใจ ตาขวางใส่ทันที
“เจ้านายจะคุยกันใช่เรื่องที่ต้องรู้ไหม”
“ค่ะ”
เตือนใจ ง้างมือจะเขกกระโหลก พุทรารีบหลบ
“อุ้ย..ไม่รู้ก็ได้ค่า”
มัทรีเดินลงมาจากข้างบน สีหน้าดูเป็นปกติ
“หิวจังเลยค่ะแม่ มีอะไรทานบ้างคะ”
“มัทจะทานอะไรล่ะ เดี๋ยวยายจัดให้” เตือนใจบอก
“อะไรก็ได้ค่ะ ถ้าเป็นฝีมือยาย มัทฟาดเรียบ”
วันรบเข้ามาพอดีตามที่นัดหมายกับมัทรีไว้เมื่อคืน
“อรุณสวัสดิ์ครับ คุณแม่ คุณยายสวัสดีครับ”
ติรกากับเตือนใจรับไหว้ พลางมองไปทางมัทรีที่ยิ้มแจ่มใสอยู่
“พี่รบ...จะทานอะไรดีคะ คุณยายจะจัดให้”
“อะไรก็ได้ครับ ถ้าเป็นฝีมือคุณยาย ผมฟาดเรียบ”
“แหม คุณนนท์พูดเหมือนกับที่คุณมัทพูดเมื่อกี้เปี๊ยบ สมกับเป็นคู่ใกล้แต่งงานเลยนะคะ ใจตรงกัน” พุทราแซวขึ้นทันที
มัทรีนิ่งเงียบไปจนวันรบกับพุทราแปลกใจ ติรกากับเตือนใจมองหน้ากัน
“มีอะไรหรือเปล่าครับ” วันรบถามขึ้น
“ไม่มีค่ะ พี่รบคะ พามัทไปที่รีสอร์ตคุณแก้วหน่อยสิคะ มัทอยากไปเช็คงานนิดหน่อยน่ะค่ะ เพื่อความเรียบร้อย”
“ได้สิ ทานเสร็จแล้วค่อยไปนะ”
“ค่ะ พี่รบรอแป๊บเดียวนะคะ เดี๋ยวมัทไปคั้นน้ำส้มให้”
“จ๊ะ”
มัทรีเดินเข้าไปด้านใน ติรกากับเตือนใจรีบตามไป วันรบกับพุทรามองตามอย่างงงๆ
“เขามีอะไรกันเหรอครับ”
“เรื่องเจ้านาย พุทราไม่ทราบจริงๆ ค่า”

มัทรีเข้ามาที่มุมหนึ่งของห้องครัว หยิบส้มมาคั้นอย่างรุนแรง ติรกากับเตือนใจตามเข้ามา
“มัท”
“คะแม่”
“มัทตัดสินใจยังไงเรื่องวันรบน่ะ”
มัทรีมองเตือนใจกับติรกาด้วยท่าทีเข้มแข็ง
“มัทจะให้โอกาสพี่รบอีกครั้งค่ะแม่ มัทจะพาพี่รบไปถามต่อหน้าวริษราเลยว่าจริงไหม”
“แต่แม่ว่า”
“มัทควรจะรู้ไม่ใช่เหรอคะว่ามัทดูคนผิดหรือเปล่า” มัทรีพูดแทรกขึ้น
เตือนใจมองมัทรีที่หยิบส้มมาคั้นๆๆ อย่างพยายามสะกดอารมณ์ เตือนใจจับมือมัทรีให้หยุด แล้วเทน้ำส้มที่มัทรีคั้นยื่นให้มัทรีจิบ มัทรีสงสัย
“ชิมดูสิ”
ทันทีที่มัทรีชิมน้ำส้มที่ตัวเองคั้นก็หน้าเสีย
“มันขมจังเลยค่ะยาย”
เตือนใจหยิบส้มลูกเดียวกับที่มัทรีมาคั้นอย่างใจเย็น แล้วเทให้มัทรีชิม
“ชิมใหม่สิ”
มัทรีชิมส้มที่เตือนใจคั้น
“ ลูกเดียวกันทำไมซีกนี้ถึงไม่ขมล่ะคะ”
เตือนใจหยิบกากส้มที่คั้นของมัทรีกับของเตือนใจขึ้นมาเทียบให้มัทรีดู
“มัทเห็นไหมว่าซีกที่มัทคั้นกับซีกที่ยายคั้นต่างกันตรงไหน”
มัทรีมองกากส้มอย่างพิจารณา
“ของมัท ทั้งช้ำทั้งเละ แล้วก็เนื้อส้มเหลือทิ้งเยอะเลยค่ะ แต่ของคุณยายเนื้อวนไปทางเดียว เหลือแต่กากไม่มีเนื้อให้คั้นอีกแล้วค่ะ”
“ก็เราน่ะทั้งกดทั้งบี้จนส้มมันเละ น้ำในเปลือกลงไปผสมก็ขมน่ะสิ มันต้องค่อย ๆ ใช้จังหวะวางกดเล็กน้อย แล้วบิดด้วยแรงสม่ำเสมอ กับตารบก็เหมือนกัน”
“มันเกี่ยวอะไรกับวันรบด้วยคะแม่”
“ก็ถ้าคิดจะเอาความจริงด้วยการบีบให้มั่นคั้นให้ตาย มัทได้ความจริง แต่ความรู้สึกของตารบจะเละและขมเหมือนน้ำส้มแก้วนั้น แต่ถ้ามัทใช้สมอง วางแผนถามไม่ให้รู้ตัว มัทอาจจะได้ความจริง แต่ความรู้สึกของตารบจะยังคงหวานเหมือนน้ำส้มแก้วนี้” เตือนใจอธิบาย
“แต่มัทกลัวว่าพี่รบจะโกหก”
“มัทอย่าลืมนะลูก..ว่าเรื่องผู้หญิงคนนั้นมันอาจจะจริงหรือไม่จริงก็ได้ ถ้ามันไม่จริงเท่ากับมัทระแวงและไม่ไว้ใจตารบ ความรู้สึกของตารบที่เสียไปมัทก็เรียกกลับคืนมาไม่ได้นะลูก คิดให้ดี”
เตือนใจยื่นมือหยิบแก้วที่ขมให้มัทรีกิน
“รู้รสชาติมันแล้วก็เลือกเอานะว่าจะทำแบบไหน”
มัทรีชิมแก้วที่ขมอีกแล้วทำหน้ายี้เพราะขมมาก มัทรีวางแก้วน้ำส้มคู่กัน เตือนใจกับติรกามองมัทรีอย่างหวังว่าจะคิดได้ มัทรีมองน้ำส้มทั้งสองอย่างตัดสินใจ









Create Date : 02 เมษายน 2555
Last Update : 2 เมษายน 2555 23:33:10 น.
Counter : 125 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

มิกัง
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]