All Blog
แม่ยายที่รัก ตอนที่ 13 (ต่อ)



เช้าวันรุ่งขึ้น วันรบเดินเข้ามาในบ้านพชรก็ต้องชะงักที่เห็นวริษรานั่งรออยู่
“ริษ...ริษมาที่นี่ทำไม”
พชรกับนลินีเดินออกมาพอดี นลินียิงคำถามใส่วันรบทันที
“ตารบ ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงบอกว่ารบเป็นพ่อของเด็กในท้องแล้วหลานพี่ล่ะ ทำไมรบทำแบบนี้”
“ใจเย็น ๆ สิคุณ” พชรเตือน
“จะเย็นยังไงไหว มัทรีจะเสียใจแค่ไหนที่เจอเรื่องแบบนี้”
“ใจเย็น ๆ นะครับ” วันรบบอกแล้วหันมาหาวริษรา
“ริษ..อย่าให้พี่หมดความอดทนนะ”
“พี่รบสัญญาแล้วว่าจะดูแลริษ”
วันรบอารมณ์ขึ้นปรี๊ดทันที
“กลับไป! ไปให้พ้นหน้าพี่”
“พี่รบ”
นลินีได้ฟังที่วันรบพูดกับวริษราก็ได้ข้อสรุปแล้วหันไปหาพชร
“ตารบมาแรงนะคุณแสดงว่าตารบไม่ใช่พ่อเด็กแน่”
“อีแบบนี้ตั้งใจมาจับไอ้รบแน่”
“พี่ไม่ใช่สามีไม่ใช่พ่อของเด็ก ถ้ายังพูดไม่เข้าใจก็ไม่ต้องมาเจอกันอีก เดือดร้อนก็ไม่ต้องมา”
“ริษรักพี่รบนะคะ”
“แต่พี่ไม่รักริษแล้วริษก็ไม่มีสิทธิ์มาทำลายความรักของพี่”
นลินีตีมือกับพชรอย่างสะใจ วริษรามองพชรอย่างไม่พอใจ
“พี่รบสัญญาแล้วว่าจะดูแลริษ”
“แผ่นเสียงตกร่องหรือไงน้องพูดซ้ำอยู่ได้ วันรบเขามีคู่หมั้นแล้วน้องจะมาตื้อทำไม ใครทำท้องก็ไปร้องให้เขารับสิคะมายัดเยียดคนอื่นแบบนี้เขาเรียกหน้าอะไรนะคุณ” นลินีพูดขึ้น
“หน้า..ไม่อายน่ะเหรอจ๊ะ” พชรบอก
“อย่ายุ่ง” วริษราตวาดเสียงดัง
“หยุดนะอย่าก้าวร้าวที่นี่ กลับไปได้แล้ว”
“นี่พี่รบไล่ริษเหรอ”
วันรบหันไปพูดกับพชรและนลินี
“ผมไม่ไหวแล้วพี่ ช่วยพาเขาออกไปทีนะครับ”
พูดจบวันรบเดินเข้าห้องไปอย่างหัวเสีย
“พี่รบ เรายังพูดกันไม่รู้เรื่องนะ”
“น้อง..พี่ว่ากลับบ้านไปดีกว่านะ” พชรบอกวริษรา
“อย่ามายุ่ง”
“นี่ อย่ามาขึ้นเสียงกับผัวฉันนะ ไม่งั้นจะตบให้ลูกเล็ดเลย กลับเข้าป่าไปเลยนังชะนีไป ไป๊”
วริษราหันไปจะสู้แต่นลินีง้างมือรอด้วยท่าทางเอาจริงมาก
“ออกไป๊”
วริษราเห็นท่าว่าสู้ไม่ได้แน่ วริษราจึงรีบสะบัดหน้าออกไป
“นังนี่มันร้ายนะคะคุณ”
“อีแบบนี้ หลานมัทจะสู้ไหวหรือเปล่าเนี่ย”
นลินีมองพชรด้วยสีหน้าเครียด

มัทรีนั่งซึมพิงหน้าต่างด้านหนึ่ง มัทรีมองออกไปด้านนอกแล้วน้ำตาไหล ซึม เช่นเดียวกับวันรบที่นั่งพิงหน้าต่างอยู่อีกด้านด้วยสีหน้าเศร้า เจ็บปวดจนไม่รู้จะทำยังไงดี ต่างคนต่างฟุบหน้าลงที่ฝ่ามือ มัทรีร้องไห้เจ็บปวด แต่วันรบเครียดจนไม่รู้จะหาทางออกกับเรื่องนี้อย่างไร

ยามเช้าในเวลาต่อมา รชานนท์กับติรกาเดินมาที่หน้าห้องแล้วพูดขึ้น
“นนท์คะ ลูกจะยอมฟังเหรอ”
“ยังไงก็ต้องลอง ผมเชื่อว่าไอ้รบไม่ทรยศลูกเรา แล้วมัทก็รักไอ้รบมาก ผมไม่อยากให้ลูกกับไอ้รบเสียรู้ผู้หญิงคนนั้น หรือคุณคิดว่าไอ้รบไม่ซื่อ” รชานนท์มองติรกาเป็นเชิงขอความเห็น
“พูดยากค่ะ ฉันเชื่อว่าวันรบรักลูกเรา แต่เรื่องที่มัทเจอก็คงเลวร้าย ลูกถึงได้ตัดสินใจถอนหมั้นวันรบทั้งที่ต่อสู้กับฉันมาจะเป็นจะตาย”
“งั้นเชื่อความคิดผมสักครั้ง ช่วยให้มัทกับไอ้รบปรับความเข้าใจกัน”
“ค่ะ”
รชานนท์กับติรกากำลังจะเคาะประตูแต่ มัทรีเปิดประตูออกมาซะก่อน รชานนท์เห็นมัทรีแต่งตัวจะออกไปข้างนอก
“ลูกจะไปไหน”
“มัทเบื่อๆ ค่ะจะไปเดินเล่น”
“มัท..เรื่องไอ้รบ”
“มัท....ขอโทษนะคะพ่อ มัทอยากอยู่เงียบๆ ..คนเดียว”
มัทรีพูดตัดบท ติรกาจับมือรชานนท์แล้วดึงไว้เป็นเชิงบอกว่าอย่าตาม มัทรีเดินออกไป ติรกากับรชานนท์มองด้วยความเป็นห่วง

ทันทีที่มัทรีขับรถเลี้ยวออกจากบ้านและเหยียบด้วยความเร็ว จู่ๆ วริษราก็กระโดดออกมาขวางรถไว้ มัทรีรีบเหยียบเบรกเอี๊ยด! ทันที ร่างวริษราร่วงลงไปกับพื้น มัทรีตกใจรีบลงมาจากรถ เข้าไปประคองร่างวริษรา
“วริษรา ริษ”
บริเวณถนนหน้าบ้านติรกา มัทรีพยายามจะปลุกวริษรา
“ริษ..ริษ”
วริษราทำเป็นเพิ่งฟื้น
“พี่มัท”
“นี่เธอทำบ้าอะไร กระโดดมาขวางรถแบบนี้ได้ยังไง”
“ริษไม่อยากอยู่แล้ว ริษอยากตาย”
“นี่มีเรื่องอะไรต้องถึงกับฆ่าตัวตายเลยเหรอ”
“พี่รบ..พี่รบเขา”
“ทำไม พี่รบทำไม”
วริษราตีหน้าเศร้ามาก มัทรีมองวริษราอย่างรับฟัง

ในเวลาต่อมา ตอนกลางวัน พชรกับนลินีกำลังพาวันรบออกมาที่หน้าบ้านเพื่อจะไปขึ้นรถเพื่อไปพบมัทรีที่บ้านติรกา
“ถ้ามันเป็นอย่างที่รบว่า พี่ว่าพูดต่อหน้าหลานมัทให้มันรู้เรื่องกันไปเลย เราไม่ได้ทำอะไรผิดทำไมต้องเจอเรื่องแบบนี้ ไปเลย พี่ช่วยพูดเอง” นลินีบอก
เสียงมัทรีดังขึ้นมาพอดี
“พูดที่นี่ก็ได้ค่ะ ป้านี”
มัทรีประคองวริษราเข้ามา ทุกคนหันไปมองอย่างตกใจคาดไม่ถึง
“มัท นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมริษถึงมากับมัท”
“พี่รบคะ ผู้หญิงคนนี้กระโดดขวางทางรถของมัทคิดจะฆ่าตัวตายค่ะ”
ทุกคนมองวริษรา
“ถ้าริษกับลูกจะไม่มีพี่รบ ริษตายซะดีกว่า”
วันรบได้ยินวริษราถึงกับโกรธทันที
“พอได้แล้ว เลิกโกหกทุกคน ถึงไม่มีมัทพี่ก็ไม่มีวันเลือกริษ ยิ่งริษคิดจะทำลายความรักของพี่ พี่ยิ่งเกลียดริษ”
วริษราทำเป็นสะอึกสะอื้นร้องไห้ด้วยความเจ็บปวด
“แต่ริษรักพี่รบ รักพี่รบคนเดียว”
“มัทต้องเชื่อผมนะผมไม่เคยนอกใจมัท ริษท้องกับคนอื่นแล้วขอให้ผมรับเป็นพ่อเด็ก”
วริษราแหกปากเสียงดังขึ้นมาทำราวกับวันรบทำให้เสียใจมากมาย
“พี่รบ ทำไมพี่รบถึงได้ใจร้ายกับริษแบบนี้”
นลินีคันไม้คันมือมากจะโผเข้าไป พชรจึงต้องจับยื้อไว้
“ปล่อยฉันน่ะคุณ ขอยันยัยนี่ซะทีเถอะ เห็นมันสะตอแล้วฉันคันเท้า”
“คุณไปทำแบบนั้น วริษราก็จะยิ่งเรียกคะแนนสงสารจากหลานมัทนะ นิ่งไว้เถอะคุณ” พชรเตือน
นลินีพยายามข่มใจสุดชีวิต
“มัท..ผมช่วยเพราะเห็นว่าริษเป็นน้อง ผมไม่เคยรักริษ ผมรักคุณคนเดียวนะมัท”
วริษราทรุดตัวลงไปกอดเข่าวันรบประหนึ่งทาสรัก
“พี่รบอย่าทำแบบนี้ อย่าทิ้งริษกับลูก มัท..ช่วยริษด้วย”
วันรบสุดทนแกะมือวริษราผลักออกไปทันที
“เลิกบ้าซะทีริษ ถ้าไม่หยุดพี่จะไม่ทนอีกแล้วนะ”
วันรบหันหน้ามาทางมัทรีแล้วพูดต่อ
“มัท..ริษโกหกมัททุกเรื่อง”
“ผู้หญิงคนนี้บอกมัทว่าเขายอมเป็นเมียเก็บพี่รบจนท้อง ตอนนี้เขาอยากให้พี่รบรับผิดชอบเขากับลูก”
“แต่ผมไม่ได้”
“ตอนนี้มัทไม่รู้จริง ๆว่าใครพูดเรื่องจริงใครโกหก ที่มัทถอนหมั้นพี่รบเพราะมัทไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นมือที่สามของใคร”
“ระหว่างผมกับมัท ไม่เคยมีใครแทรกกลางระหว่างเราได้ วริษราต่างหากที่เป็นมือที่สาม”
“พี่รบ” วริษราร้องเรียกขึ้น
มัทรีหันมามมองตาขวางใส่วริษรา
“อยู่เงียบๆได้ไหมริษ พี่กับพี่รบเคลียร์กันอยู่”
วริษราเห็นสายตาเอาจริงของมัทรีจึงจำเป็นต้องเงียบ
“ผมพร้อมจะตอบทุกคำถามนะมัท”
“แต่มัทไม่มีอะไรจะถามเพราะตอนนี้มัทกับพี่รบ เราจบกันไปแล้ว”
“มัท”
มัทรีถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย
“มัทเหนื่อยค่ะ มัทไม่อยากเวียนว่ายในวัฎจักรชิงรักหักสวาทเราสามคนแบบนี้ มัทอยากมีความรักที่สบาย ๆ มีแค่เราสองคนที่เข้าใจและอยากอยู่ด้วยกัน”
“มันเป็นแบบนั้นมาตลอดและมันจะเป็นอย่างนั้นตลอดไป แค่มัทเชื่อใจผม”
“นั่นล่ะค่ะที่สำคัญ ถ้ามัทคิดจะเลือกใครมาเป็นผู้นำชีวิต เขาต้องทำให้มัทศรัทธาในตัวเขา อย่างไม่มีข้อสงสัย ที่ผ่านมา พี่รบโกหกว่าไม่รู้จักริษทั้งที่จริง ๆ แล้วพี่กับริษเป็นญาติกันตั้งแต่เด็ก พี่รบยอมลงชื่อรับเป็นพ่อของเด็กแต่ไม่ยอมบอกมัทปล่อยให้มัทรู้เอง พี่รบไปหาริษที่คอนโดกลางดึกและสุดท้ายพี่รบอยู่ที่ไหนคะตอนที่ครอบครัวมัทมีปัญหา”
“ริษตั้งใจวางยานอนหลับผม ผมขอโทษผมไม่รู้จริงๆ ว่าริษจะกล้าทำกับผมขนาดนี้”
มัทรี พชร นลินีหันไปมองวริษรา วริษราเข้าไปเกาะแขนมัทรีและพยายามอ้อนวอนให้เชื่อมาก
“ไม่จริงนะคะพี่มัท พี่รบโกหก พี่มัทเชื่อริษนะคะ”
“นางร้ายแท้ๆ นะเนี่ยคุณ” พชรพูดขึ้นแล้วเห็นนลินีจะโผเข้าหาวริษราอีกจึงรีบจับไว้
“ใจเย็นคุณ”
“ออกไปจากที่นี่ ไม่งั้นฉันตบลูกเล็ดแน่” นลินีพูดขึ้นอย่างสุดทน
วันรบกระชากวริษราแล้วผลักไปให้ไกลจากมัทรี
“ไปให้พ้น อย่ามาให้พี่เห็นหน้าอีก”
มัทรีเบื่อถึงขีดสุดจะเดินขึ้นรถแต่วันรบตามไปดึงไว้ วริษราเข้ากอดขาวันรบไว้ไม่ให้ไป
“พี่รบ อย่าทิ้งริษ พี่รบ”
มัทรีแกะมือวันรบ นลินีรีบเดินเข้าไปหามัทรี
“มัท ฟังป้าก่อนนะมัท”
“หลานมัท เรื่องนี้ลุงกับป้านีอธิบายได้นะ ยัยนี่มันแต่งเรื่องมาหลอกมัทนะ”
“จริงหรือไม่ ไม่สำคัญเท่า..พี่รบทำลายความไว้ใจที่มัทมีต่อพี่รบ”
วันรบถึงกับหน้าเสีย มัทรีมองหน้าวันรบ
“มัทขอให้ตัวมัทได้อยู่นิ่งๆ สักพักนะคะ อย่าให้ใครมากระโดดขวางรถมัทอีกนะคะ มัทไม่อยากเป็นฆาตกร” มัทรีขึ้นรถแล้วขับรถแล่นออกไป นลินีร้องเรียกตาม
“มัทรี มัท”
วันรบสะบัดจนหลุด วริษราเรียก
“พี่รบ”
วริษราเห็นไม่ได้การก็ทิ้งตัวลงกับพื้นทำแกล้งสลบไปเลย
วริษราตอนล้มลงกระแทกพื้นแต่หัวดันไปโขกกับหินแรงไปหน่อย ทำเอาวริษราสลบวูบไปจริงๆ
“อ้าว นี่อย่ามาสำออยแถวนี้ นี่” นลินีเข้าไปเขย่าตัววริษราแล้วบอกพชร
“คุณ ยัยนี่แน่นิ่งไปเลย”
พชรเดินเข้ามาดู)
“สงสัยสลบจริงนะคุณ เอาไงดี”
นลินีหงุดหงิดเล็กน้อยแต่ไม่รู้จะทำอย่างไรดี
“อุ้มเข้าไปในบ้านก่อนคุณ”
นลินีมองวันรบที่ยืนนิ่งอยู่แล้ว นลินีหยิบมือถือมากดออกทันที
“คุณจะโทรไปไหน”
“รายงานตานนท์..ฉันไม่ยอมให้เรื่องเป็นแบบนี้แน่” นลินีบอก

ในเวลาต่อมา ที่บ้านของติรกา รชานนท์ ติรกา เตือนใจ พุทรากำลังปรึกษากัน
“นี่ถึงขั้นถอนหมั้นกันเลยเหรอ ก็ไหนตานนท์บอกว่าตารบไม่ได้โกหกไง” เตือนใจถามขึ้น
“ผมเชื่อว่าไอ้รบไม่ได้โกหก แต่มัทรีไม่เชื่อนี่ครับ เมื่อกี้นี้พี่นีกับพี่ระก็โทรมาว่า มัทพาวริษราไปให้วันรบ แถมยังประกาศจบอย่างเด็ดขาดแล้วด้วย”
“แล้ววริษราไปกับยัยมัทได้ยังไง” ติรกาถามด้วยความสงสัย
“เห็นว่าวริษราจะกระโดดให้รถยัยมัทชนน่ะครับ เพราะว่าโดนไอ้รบไล่มา”
“อื้อหือ..ตามตำรานางร้ายเขาเรียกมารยาสาไถยนะคะเนี่ย ถ้าคุณรบไม่ใช่พ่อของเด็กจริงๆ ยัยวริษรานี่ก็นางร้ายตัวแม่เลยนะคะ แบบนี้คุณมัทแย่แน่ๆ” พุทราบอก
“โอ้ย แม่ไม่ยอม ถ้าตารบเลวจริงเลิกกันแม่ไม่ว่า แต่ถ้ายัยมัทกับตารบจะมาเลิกกันเพราะมือที่สามปั่นแบบนี้ไม่ได้” เตือนใจบอก
“พุทรา ปืน!” ติรกาสั่ง
พุทราส่งปืนให้ติรกาทำท่าจะไปแต่รชานนท์ดึงไว้
“กระแตจะไปไหน”
“จะไปสอบสวนแม่วริษราว่าจริงหรือเปล่า”
“ถ้าจริง” เตือนใจถามขึ้น
“วันรบไส้กระจุยแน่”
“แล้วถ้าไม่จริง” เตือนใจพูดหยั่งเชิง
“วันรบก็ไส้กระจุยอยู่ดี”
ทุกคนร้อง “อ้าว!” ขึ้น
“ก็หนูไม่ทำร้ายผู้หญิงแล้วยิ่งท้องด้วย จะโทษก็ต้องโทษวันรบที่ทำให้วริษรามาวุ่นวายกับยัยมัท ทำให้ยัยมัทเสียใจ พูดแล้วมันขึ้น...ตายซะเถอะ”
เตือนใจกับรชานนท์ต้องกอดติรกาดึงยื้อไว้ไม่ให้ไป
“เรื่องนี้แค่บ้านเราคงรับมือไม่ไหว มันต้องขอความช่วยเหลือจากทุกฝ่ายแล้วล่ะ” เตือนใจบอก
“ทุกฝ่าย...แม่หมายถึงใครเหรอคะ” ติรกาถาม
เตือนใจยิ้มเจ้าเล่ห์

วริษรายังไม่ฟื้น วันรบยืนมองสีหน้าเครียด นลินีกับพชรนั่งอยู่ที่โต๊ะ
“นี่คุณมาสลบไสลไม่ฟื้นแบบนี้ จะเนียนมาอยู่กับตารบเลยหรือเปล่าเนี่ย” นลินีพูดขึ้น
“ไอ้รบไม่ยอมหรอกหรือคุณยอม” พชรว่า
“ไม่มีทาง แต่ตอนนี้ฉันว่าตานนท์หรือติรกาต้องมาจัดการเรื่องนี้แล้วนะ ปล่อยไว้หลานมัทกับรบได้เลิกกันจริง ๆแน่”
“ตอนนี้หลานมัทฟังใครที่ไหนเห็นไอ้นนท์ว่าใครพูดก็เดินหนีเลย”
“ถ้ายัยนี่ยังมาปั่นมาป่วนอยู่แบบนี้ ตารบจะเอาเวลาไหนไปง้อหลานเราล่ะต้องแยกยัยนี่ออกไป”
“เออ..เอางี้มะ ผมจะเสียสละตัวเองให้น้องริษเกาะแทน ไอ้รบจะได้เป็นอิสระ”
นลินีดึงหูพชรทันที
“ที่พูดนี่คิดแล้วใช่ไหม”
“เมียจ๋า...สามีล้อเล่น เล่นเกาะไอ้รบเป็นตุ๊กแกแบบนี้ ต้องมือชั้นเซียนเท่านั้นแหสะถึงจะเอาอยู่”
“แล้วใครล่ะมือชั้นเซียนคนนั้น”
เสียงกริ่งดังขึ้นที่หน้าบ้านพชร นลินีพูดขึ้นก่อนเดินไปเปิดประตู
“คงไม่มีสาวอุ้มท้องมาโผล่หน้าบ้านอีกนะ”
นลินีเปิดประตู วันทนีย์กับกระถินก้าวเข้ามา นลินีกับพชรต่างตาโตมองกันไปมาแล้วพูดขึ้นพร้อมกัน
“มือชั้นเซียน”
วันทนีย์กับกระถินมองกันอย่างงงๆ ไม่รู้ว่านลินีหมายถึงอะไร พชรรีบไปลากวันรบมา วันรบถึงกับแปลกใจ
“แม่ มาได้ยังไง”
“ออกมานี่เดี๋ยวนี้”
วันทนีย์ลากวันรบออกไปกับกระถิน พชรกับนลินีจะตามไป แต่วันทนีย์ยกมือห้ามแล้วชี้ไปที่ห้องที่วริษรานอนอยู่
“เฝ้าไว้อย่าให้ตามมาได้”
พชรกับนลินีได้แต่หันมองวริษราที่ยังหลับอยู่ในห้อง

วันทนีย์กับกระถินลากวันรบออกมาเจอรชานนท์และติรกาที่รออยู่หน้าบ้านพชร วันรบหันไปมองวันทนีย์
“ป๋า คุณแม่ยาย นี่มันอะไรกันครับ”
ติรกาชักปืนขึ้นมา
“ฉันต่างหากที่ต้องถามว่านายทำบ้าอะไร ทำลูกฉันร้องไห้อยากตายใช่ไหม”
รชานนท์ต้องคว้าปืนติรกาให้หลบไปทางอื่น
“กระแต ระวังครับ เสียงดังเดี๋ยววริษรารู้ตัว”
“อ้าว! ไม่ได้กลัวผมตายเลยเหรอป๋า” วันรบบอก
รชานนท์กระชากคอเสื้อวันรบ
“ลูกฉันตาบวมร้องไห้จนทำอะไรไม่ได้ แกคิดว่าฉันยังจะห่วงแกอีกเหรอ ไอ้รบ”
“กระถินไม่ยอมนะพี่รบ เมียพี่รบถ้าไม่ใช่พี่มัทก็ต้องเป็นกระถินเท่านั้น” กระถินบอก
ทุกคนร้อง “เฮ้ย” พร้อมกันเพราะตกใจ
“ก็มันจริงนี่จ๊ะ กระถินยอมแพ้ความดีของพี่มัทถึงได้ยอมตัดใจ ถ้าจะมีหมาคาบพี่รบไปกิน กระถินไม่ยอม”
“นายคงไม่รู้ตัวว่ายัยมัทให้โอกาสนายครั้งแล้วครั้งเล่า หวังว่านายจะไม่โกหกแต่นายก็ทำให้ลูกฉันผิดหวัง และไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร จำไว้ว่าโกหกก็คือโกหก” ติรกาน้ำเสียงเข้มจริงจัง
“ไม่คิดว่าจะแกจะซื่อบื้อขนาดนี้” กำนันเรืองใส่วันรบบ้าง
“ซื้อบื้อไม่พอแบบนี้ต้องเรียกโง่ น่าตีให้ตายนัก” วันทนีย์เสริม
“คุณแม่ยายครับ ผมรักมัทผมไม่อยากสูญเสียมัทไป ช่วยผมด้วยนะครับ”
“กลับเถอะค่ะนนท์” ติรกาบอก
วันรบเดินไปคุกเข่าตรงหน้าติรกา
“ผมสำนึกผิดแล้ว ผมจะไม่ทำให้มัทต้องเสียใจอีกให้โอกาสผมนะครับ”
“ถ้าฉันให้โอกาส นายต้องทำตามที่ฉันสั่งทุกอย่างตกลงไหม” ติรกาว่า
“ครับ ผมจะทำตามทุกอย่าง”
“อย่าใจอ่อนให้คนที่สร้างปัญหาให้เรา” เตือนใจบอก
“ครับ ผมจะไม่ใจอ่อน”
“จะทำงานให้ฉันฟรี ๆ ไม่คิดเปอร์เซนต์” รชานนท์บอก
“ครับ ผมไม่คิดเปอร์เซนต์...หือ แล้วป๋าเกี่ยวอะไรด้วย”
“ไม่เกี่ยวหรอก แต่อยากข่มแกมั่ง หรือจะหือ” รชานนท์บอก
วันรบจำยอม
“ไม่หือครับ”
“กระแตจ๊ะ ผมอนุมัติให้ที่ประชุมช่วยไอ้รบคืนดีกับลูกเรา”
“แต่ตอนนี้มัทไม่ยอมฟังผมเลย” วันรบบอก
“ไม่มีแก่ใจฟังหรอกตราบใดแม่มือที่สามยังเกาะตารบแจเป็นตุ๊กแกขนาดนี้ ต้องกำจัดตุ๊กแกซะก่อน”
เตือนใจหันไปยิ้มกับวันทนีย์ วันทนีย์ยิ้ม วันรบไม่เข้าใจว่าจะจัดการกับวริษราอย่างไร

ในห้องนอนของวันรบ วริษราตื่นขึ้นในเวลากลางคืนเห็นวันรบที่นั่งอยู่ข้างเตียงกุมมือวริษราอยู่จนวริษรารู้สึกแปลกใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของวันรบ
“พี่รบ”
“ริษเป็นยังไงบ้าง”
“ริษ..ยังมึนๆ นิดหน่อยค่ะ”
“พี่ขอโทษนะริษ ที่พี่ทำให้ริษต้องเสียใจ ต่อไปนี้พี่จะให้ความสำคัญกับริษและลูกมากกว่านี้ ยกโทษให้พี่นะริษ”
“พี่รบ พี่จะดูแลริษกับลูกไม่ทิ้งไปไหนใช่ไหมคะ”
“จ๊ะ”
วริษราเข้าสวมกอดวันรบทันที สีหน้าหน้าวริษรายิ้มสะใจ
“ ริษดีใจที่สุดเลยค่ะ ริษรักพี่รบนะคะ”
“ต่อไปนี้ริษไม่ต้องไปทำงานแล้วนะ”
วริษรามองวันรบอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง

เช้าวันใหม่ วันรบถือกระเป๋าพาวริษราเข้ามาที่บ้านกำนันเรือง วริษราถึงกับหน้าเสีย
“ทำไมต้องให้ริษมาอยู่ที่บ้านลุงกำนันด้วยจ๊ะ”
“ก็ที่นี่เป็นบ้านพี่ ถ้าริษจะอยู่กับพี่ก็ต้องเข้ากับครอบครัวพี่ให้ได้จริงไหมจ๊ะ”
“แต่...”
วริษรายังไม่ทันจะพูดอะไรต่อ เสียงวันทนีย์ก็ดังเข้ามา
“ไอ้หมา”
วันทนีย์รีบออกมาเข้ามากอดวันรบ
“แม่กำลังรอเอ็งอยู่เลย”
วันทนีย์หันมาหาวริษราแล้วลงดาบแรกทันที
“ว่าไงนังลิ้นจี่”
วริษรายกมือไหว้
“ป้าวันคะ หนูเปลี่ยนชื่อเป็นวริษราแล้วค่ะ เรียกหนูริษก็ได้ค่ะ”
วันทนีย์ยิ้มเฉือนแล้วบอก
“แหม ไม่ว่ายังไงเอ็งก็เป็นลิ้นจี่ของป้า ต้นไม้ในสวนจะไปโตที่ป่าคอนกรีต เปลี่ยนชื่อเริ่ดหรูขนาดไหน กำพืดมันก็อยู่สวนเหมือนเดิมล่ะจริงไหม”
วริษราถึงกับสะอึก วันรบเห็นว่าวันทนีย์ชักมันส์ปากจึงรีบห้ามด้วยการกระซิบเบาๆว่า
“แม่!แรงไปแล้ว”
“ก็มัน...”
วันรบรีบพูดแทรกขึ้นทันที
“ผมจะพาริษมาฝากน่ะครับแม่ ริษเขากำลังท้อง”
“ได้สิ ได้ ลูกหลานมาพึ่งพาข้าจะไม่ให้พึ่งพิงได้ยังไงถูกไหม”
“ผมอยากให้ริษเข้ากับครอบครัวเราได้ ริษก็ไม่ได้เจอกับพ่อแม่ตั้งหลายปี”
กำนันเรืองเดินออกมาพอดี
“ไม่ต้องห่วงไอ้หมา แฟนเอ็ง..พ่อกับแม่จะดูแลให้ ดีนะคนคุ้นเคยกันลูกๆ หลานๆ”
“งั้นผมไปนะครับพ่อ แม่”
วริษราหันมาจับมือวันรบ
“พี่รบจะไปไหน ไม่อยู่กับริษเหรอ”
“พี่ต้องไปดูงานที่ภูเก็ต ริษอยู่กับแม่พี่สักสองสามอาทิตย์นะแล้วพี่จะรีบกลับมาหา”
กระถินหมั่นไส้ทนไม่ได้ตรงเข้าจิกผมวริษราจนหน้าหงาย
“อย่าเซ้าซี้พี่รบสิจ๊ะ ลิ้นจี่” กระถินพูดด้วยน้ำเสียงแค้นมาก
“นังกระถิน” วันทนีย์เสียงดังปรามให้กระถินรู้สึกตัว
“โอ้ย ตายจริงลืมตัว อยากสนิทกับแฟนพี่รบเร็ว ๆน่ะจ๊ะ”
“ผมไปก่อนนะครับแม่”
วริษราจับแขนวันรบ ไม่อยากให้ไป
“แต่ว่า..”
วันทนีย์เข้ามาแกะมือวริษราออกจากแขนวันรบ
“ไอ้หมาต้องไปทำงานหาเงินมาเตรียมสำหรับเอ็งคลอดลูกนะ ลิ้นจี่ อย่างอแงงี่เง่า”
วันทนีย์ส่งสายตาโหดใส่วริษราแล้วเริ่มลดเสียงให้หวานขึ้น
“สิจ๊ะลูก”
“พี่ไปนะ”
“เดี๋ยวสิพี่รบ”
วริษราจะตามวันรบไป แต่กระถินกับอาไทรีบวิ่งมาขวางปิดทางวริษาไว้
“พวกแกมาขวางฉันทำไมเนี่ย”
“ก็แม่จ๋าอยากให้พี่ลิ้นจี่อยู่กับแม่จ๋าที่นี่..นี่จ๊ะ” อาไทบอก
“ใช่..เธอต้องอยู่ที่นี่” กระถินบอก
“หลบไป”
“ไม่หลบ”
วริษราพยายามจะดันแต่กระถินไม่ยอม วริษราตบผัวะ!เข้าที่หน้ากระถิน อีกฝ่ายสวนทันที เพี๊ยะ! จนสองคนตบกันชุลมุนตะลุมบอน วริษราสู้อย่างเอาเป็นเอาตาย ฝ่ายกระถินกระโดดตบสุดตัวจนวริษราลงไปกองกับพื้น กระถินขึ้นคล่อม สติหลุด
“จะแย่งพี่รบจากพี่มัทเหรอ นังลิ้นจี่ นี่ๆๆ”
วันทนีย์ดูเพลินจนออกแนวเชียร์ จนอาไทต้องสะกิด
“ตี ๆๆ อย่างนั้น”
“แม่จ๋า ห้ามสิจ๊ะ อย่าเชียร์”
วันทนีย์รู้สึกตัว
“เออ จริง..นังกระถิน”
วันทนีย์ต้องเข้าไปลากกระถินออกมา วริษราลุกขึ้น
“นี่ให้ริษมาอยู่ที่นี่เพราะมัทรีใช่ไหมจ๊ะ”
“ไม่ใช่อย่างนั้น นังกระถิน ข้าเตือนแล้วใช่ไหมว่าไอ้หมามันรักใครเอ็งต้องรักด้วย อย่าลำเอียง ขอโทษนังลิ้นจี่ซะ”
กระถินจะไม่ยอมแต่เห็นสายตาวันทนีย์ที่จ้องนิ่งมาอย่างเอาเรื่อง
“ฉันขอโทษ หวงพี่รบมากไปหน่อย”
วันทนีย์สั่งกระถิน
“พานังลิ้นจี่ไปพัก ไป แล้วอย่าก่อเรื่องอีกนะ ไปพักเถอะ หลานแม่จะได้พักด้วยนะ”
วริษรามองวันทนีย์ที่ยิ้มแต่ปาก แต่สายตาคุกคามมากอย่างหวั่น ๆ

วันทนีย์ยืนอยู่ตรงดงกล้วยในเย็นวันนั้น มีกำนันเรืองกับอาไทนั่งยองๆ รอ กระถินรีบวิ่งเข้ามาพลางมองหลังอย่างระแวดระวัง
“นังกระถิน..ยัยลิ้นจี่เป็นยังไงบ้าง มันสงสัยเราไหม” วันทนีย์ถามขึ้น
“ไม่จ๊ะ กระถินจ๊ะจ๋าเป็นอย่างดี”
“โอ้ย! แม่จ๋าไม่ต้องห่วงหรอกจ๊ะ พี่กระถินเวลาสอพลอน่ะ แม่จ๋ายังเชื่อเลย” อาไทบอก
“อาไท” กระถินพูดพลางดึงหูอาไท
“นี่ฉันชมนะเนี่ย”
“เลิกอวยกันได้แล้ว ที่ข้าเรียกประชุมเพราะว่ามีภารกิจที่เราต้องทำอย่างเร่งด่วน เพื่อขยายครอบครัว” วันทนีย์บอก
“งั้นขึ้นห้องกันเลย” กำนันเรืองว่า
“ขึ้นห้องมันเกี่ยวอะไรด้วยพ่อจ๋า”
“เอ้าก็บอกว่าเร่งด่วน ข้าก็จะปั้นน้องให้ไอ้หมาน่ะสิ”
“พ่อจ๋าอ่ะ บ้า! ฉันไม่ได้บอกว่าจะปั้นน้ำให้เป็นตัว แต่จะขยายครอบครัวด้วยการทำให้หนูมัทรีแต่งงานกับไอ้รบให้ได้”
“รู้แล้วน่า พ่อล้อเล่น”
“ว่าแต่ว่าแม่จ๋าจะให้ยัยลิ้นจี่มาเป็นสะใภ้แม่จ๋าจริงๆรึ” อาไทถาม
“ไม่มีทางลูกสะใภ้ของข้าต้องเป็นหนูมัทคนเดียวเท่านั้น”
“งั้นแม่จ๋าจะให้พวกเราทำยังไง บอกมาเลยจ๊ะ” อาไทถามขึ้น
“ตอนนี้นังลิ้นจี่มันกำลังใช้เด็กในท้องเรียกคะแนนสงสาร”
“แม่อย่าบอกนะว่าจะทำร้ายเด็ก” กระถินว่า
“เรื่องบาปกรรม ข้าไม่ข้องแวะอยู่แล้ว แต่กรรมใดใครก่อกรรมนั้นย่อมตามสนอง เราต้องต่อสู้เพื่อความถูกต้อง”
ทุกคนมองหน้าวันทนีย์ที่ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์








Create Date : 04 เมษายน 2555
Last Update : 4 เมษายน 2555 10:41:03 น.
Counter : 172 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

มิกัง
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]