All Blog
แม่ยายที่รัก ตอนที่ 1




ภายในห้องจัดเลี้ยงของสวนผึ้งรีสอร์ท VTRในจอสไลด์กำลังขึ้นภาพกราฟฟิคแผนที่ประเทศไทยพร้อมๆ กับเสียงบรรยาย

“ด้วยคุณภาพของดินชั้นดี ลวดลายที่ละเอียดอ่อน ภายในระยะเวลาแค่ห้าปี สินค้าของเราเป็นที่รู้จักมากขึ้นในตลาดต่างชาติ”
VTR ภาพประเทศไทยค่อยๆ ซูมออกจนกลายเป็นภาพทวีปเอเชีย ลูกศรโยงจากประเทศไทยไป ญี่ปุ่น จีน อินเดียและหลายๆ ประเทศทั่วเอเชีย พร้อมเสียงบรรยายต่อ
“ทั้งใน เกาหลี ญี่ปุ่น จีน อินเดีย และอีกหลายประเทศทั่วเอเชีย”
แขกที่มาร่วมงานเลี้ยงต่างสนใจกับภาพVTR นั้น เตือนใจ แม่ของติรกา ซึ่งอยู่ในชุดสบาย ๆ ตามวัย แต่งหน้าอ่อน ๆ ใส ๆ มองไปที่ภาพ VTR อย่างตื่นเต้นและภูมิใจ
ภาพ VTR ยังคงฉายต่อไป จอภาพที่เคยเป็นทวีปเอเชียถูกซูมออกจนเห็นทุกทวีปในแผนที่โลก มีลูกศรกราฟิกโยงจากประเทศไทยไปในหลายๆ ประเทศทั่วโลก
“หนึ่งในสินค้าภูมิปัญญาไทยก้าวไกลสู่การยอมรับจากทุกทวีปทั่วโลก ทั้ง ยุโรป อเมริกา และแอฟริกา”
ภาพ VTR แผนที่โลกค่อยๆกลายเป็นภาพลูกโลกแล้วหมุนรอบตัว แล้วลูกโลกนั้นก็หมุนกลายเป็นรูปโลโก้ทีมฟุตบอลไทย
“เรา...ผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ ฟุตบอลทีมชาติไทย”
แขกที่มาร่วมงานต่างก็ตื่นเต้นดีใจกับข่าวที่ได้ยิน
“จากนี้ไป ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนบนโลกใบนี้ คุณจะได้เห็นภาคภูมิใจของพวกเรา”
VTR จากแผนที่โลกกลายเป็นภาพ โอ่งมังกรใบใหญ่ พร้อมโลโก้
“โอ่งแม่เตือน”
สอดรับกับบริเวณเวที ซึ่งพลุกระดาษปะทุขึ้นจากด้านข้างของเวที เสียงดังปัง ปัง! เศษพลุกระดาษปลิวว่อนตกกระจายไปทั่วเวที และที่กลางเวทีมีโลโก้โอ่งแม่เตือนติดอยู่ แขกที่มาร่วมงานตื่นเต้นไปกับเสียงพลุกระดาษ
บรรยากาศภายในห้องจัดเลี้ยงวันนี้ถูกตกแต่งไปด้วยโอ่งมังกรขนาดต่างๆ และแขกที่มาร่วมงานนี้ ทางเจ้าของงานได้แจกโอ่งมังกรไซส์เล็กเป็นของชำร่วย

พุทรา เลขาคนเก่งของติรกามองนาฬิกาข้อมือของตัวเองแล้วสั่งการบางอย่างผ่านทางสายหูฟังของวอล์คกี้ทอล์คกี้อยู่ข้างเวที
“ได้เวลาปล่อยอินทรีขึ้นฟ้าแล้ว”
เสียงทุ้มของชายหนุ่มยังคงบรรยายต่อไป
“แขกผู้มีเกียรติครับ... โอ่งแม่เตือนภูมิใจนำเสนอผลงานล่าสุด ภายใต้คอนเซ็ปท์ โอ่งแม่ เตือน..กว้างไกล เก็บน้ำ..ทั่วโลก”
ทันทีที่เสียงบรรยายจบลง ดนตรีประกอบก็ดังกระหึ่มขึ้น พร้อมๆกับดรายไอซ์ที่ปล่อยมาเต็มเวที เสียงปรบมือจากแขกในงานดังเกรียวกราว ไฟสปอตท์ไลท์จับไปที่กลางเวที ขณะที่โอ่งมังกรต้นแบบใบใหญ่ค่อยๆเลือนออกมาที่กลางเวที โดยมีโอ่งไซส์เล็กที่ถูกจัดวางประกอบเพิ่มลูกเล่นทางด้านหน้าเพื่อประดับให้โอ่งมังกรดูโดดเด่นยิ่งขึ้น โอ่งมังกรค่อยๆหมุนรอบตัวเองเพื่อให้เห็นลวดลายของโอ่งมังกรทั้งใบ
โอ่งมังกรต้นแบบใบใหญ่นั้นมีลวดลายสมัยใหม่ พื้นลายเป็นรูปแผนที่โลก โดยมีตัวมังกรห้าเล็บโอบล้อมรอบทับแผนที่โลก ที่มุมหนึ่งมีโลโก้โอ่งแม่เตือนอยู่ด้วย
“และขอเสียงปรบมือต้อนรับคนสำคัญที่ทำให้โอ่งแม่เตือนเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก...คุณติรกา
หาญการไกล” สคริ๊ปคำบรรยายเปิดงานเมื่อดำเนินมาถึงตรงนี้ โอ่งหยุดหมุน ดราย์ไอซ์ยิงเข้ามาที่กลางเวทีอีกครั้ง โอ่งมังกรต้นแบบค่อยๆเปิดออก โดยเห็นติรกายืนโพสท่าสวยเชิดกับโอ่งมังกรของจริงขนาดมาตรฐาน นักข่าวต่างกรูเข้าไปรุมถ่ายรูปติรการาวกับเป็นนางงาม
พุทรายืนมองตริกาอย่างปลาบปลื้ม รปภ.แจ่มที่พุทราพามาด้วยเดินเข้ามายืนด้านหลังพูดวิทยุสื่อสารว๊อกกี้ - ท็อกกี้
“กะลาเรียกหมา..กะลาเรียกหมา”
พุทรามือแตะที่หูฟัง แล้ววอ.ตอบ
“หมาทราบแล้วเปลี่ยน...เฮ้ย”
พุทรานึกได้หันมาเจอรปภ.แจ่มแล้วทำหน้าเหวี่ยงใส่ทันที
“ไอ้แจ่ม! ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่ารหัสฉันคือญาญ่าไม่ใช่หมา” พุทราบอก
“ก็คุณพุทราเหมือนหมามากกว่าญาญ่านี่ครับ”
พุทราบิดหูรปภ.แจ่มทันที
“ไอ้แจ่ม!ฉันให้แกเฝ้าหน้างานเข้ามากวนฉันทำไมหะ”
“สายที่ถนนหลวงแจ้งว่าแกะดำกำลังมาครับ” รปภ.แจ่มรายงาน
พุทราตกใจเวอร์ทันที พร้อมกับใช้วิทยุสื่อสารสั่งการ
“แย่แล้ว! รปภ.ทุกคนมารวมที่หน้าทางเข้าด่วน”
พุทรามองติรกาอย่างหวั่น ๆ แล้ววิ่งออกไปทันที

เตือนใจยิ้มภาคภูมิใจในตัวลูกสาวอยู่ที่ข้างเวทีแล้วหยิบไอโฟน 4 ซึ่งถ่ายรูปได้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เตือนใจนึกลังเลกับระบบของไอโฟน 4 อยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถ่ายรูปติรกา
“กดปุ่มนี้”
เสียงดังแชะ! เตือนใจมองภาพที่จอแต่กลายเป็นภาพเตือนใจซะเอง
“อ้าว”
เตือนใจกดถ่ายอีกครั้งก็ดันถ่ายตัวเองอีก
“นี่ ฉันจะถ่ายรูปลูกฉัน ไม่ใช่ถ่ายตัวเอง” เตือนใจพูดกับไอโฟนตรงหน้า เตือนใจกดอีกสองสามครั้งยังคงเป็นรูปตัวเองจนโมโหและเริ่มทะเลาะกับไอโฟนเครื่องใหม่
พูดไม่รู้เรื่องหรือไง..ฉันจะถ่ายรูปลูกฉัน”
“หนูช่วยถ่ายรูปให้มั้ยคะ” เสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นทางด้านหลัง
เตือนใจหันไปทางต้นเสียง มัทรียืนยิ้มหวานให้เตือนใจอยู่ เตือนใจดีใจที่เห็นหลานสาว ลูกสาวของติรกา
“ยายมัท”
มัทรีรับไอโฟนจากเตือนใจมากดๆ ดู แล้วกดถ่ายรูปติรกาแล้วส่งให้เตือนใจ เตือนใจเห็นภาพติรกาแล้วก็หันไปทะเลาะกับไอโฟนต่อทันที
“ทีกับยัยมัทล่ะเชื่อฟังจังนะ”
มัทรียิ้มขำๆ
“คุณยายไปตั้งค่าไว้ใช้กล้องด้านหน้าโทรศัพท์น่ะค่ะ ก็เลยถ่ายคุณแม่ไม่ได้”
“เฮ้อ..ใช้ยากใช้เย็นปวดหัว.. ว่าแต่มาทันเห็นแม่เราออกจากโอ่งไหม”
“ทันจ๊ะ โอ่งยักษ์สวยดีนะจ๊ะยาย”
“ลองพูดว่าไม่สวยสิ คนออกแบบมันจะได้งอนให้เราง้อตายเลย” เตือนใจยิ้มแซว
“ยายอ่ะ”
จู่ๆมัทรีก็รู้สึกขนลุก พลางมองซ้ายมองขวาอย่างระแวง จนเตือนใจผิดสังเกตและถามขึ้น
“มองหาอะไรยัยมัท”
“จู่ ๆมัทก็ขนลุก คิ้วกระตุกด้วยจ๊ะยาย” มัทรีเอานิ้วแตะที่คิ้วขวา
เตือนใจตกใจแล้วพูดขึ้น
“ลางร้ายรุมหลานยายขนาดนี้ แสดงว่า...”
ยังไม่ทันที่เตือนใจพูดจบประโยค เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
“น้องมัท”
มัทรีกับเตือนใจหันไปตามเสียง
ธงฉานใส่สูทผูกเนคไทกำลังสไลด์ตัวเข้ามาคุกเข่าเงยหน้ามองมัทรี
“ว้าว ว้าว ว้าว สวย...กระแทกใจพี่” ธงฉานเอามือขึ้นแตะอก อกกระตุกขึ้นลงราวกับจะเป็น “บี้เดอะสตาร์” เลยทีเดียว
มัทรีกับเตือนใจถอยกรูดทันทีเมื่อเห็นทุกคนจ้องมองกันมาเป็นทางเดียว มัทรีอาย แต่ธงฉานกลับไม่สะทกสะท้านกลับยกมือขึ้นมาปาดผมให้เข้าทรงด้วยคิดว่าหล่อแล้วตรงเข้าไปดึงตัวมัทรี
“น้องมัท..ไปครับ ไปหาเครื่องดื่มกัน”
มัทรีขืนตัวทันที
“นี่ ๆ หลานฉันไม่ใช่ไก่สดนะ เอะอะลากลงน้ำ” เตือนใจโพล่งขึ้น
“ธงฉานไม่ใช่กระต่ายนะครับคุณยาย”
“กระต่ายที่ไหนกินไก่ ไอ้ที่กินน่ะมัน..หะ”
มัทรีรีบยกมือห้ามเตือนใจทันที เตือนใจทำหน้าเซ็งจนมัทรีต้องยิ้มปลอบ
“หยุดแค่นั้นค่ะคุณยาย เด็กชมเยอะนะคะ”
“พี่ธงฉานขอยืนด้วยคนนะครับ ถ้าน้องมัทไม่รังเกียจ”
“รังเกียจ” มัทรีวางหน้าตาเฉยแล้วบอกน้ำเสียงนิ่ง
ธงฉานผงะนิดหนึ่งแล้วป้อต่อ
“ไม่เป็นไรครับ แรก ๆ ก็รังเกียจ เดี๋ยวก็รักเองครับ”
เตือนใจ ถลึงตามอง แล้วโพล่งขึ้น
“สุดๆ จริงๆ”
“หล่อใช่ไหมครับ”
“หน้าด้านน่ะ” เตือนใจว่า
ธงฉานไม่สะดุ้งสะเทือนกับคำเปรียบเปรยของเตือนใจแม้สักนิดกลับทำหน้าระรื่นพูดต่อ
“ขอบคุณครับที่ชม”
เตือนใจกับมัทรีมองธงฉานที่ยืนกระดี๊กระด๊าอย่างเซ็งๆ เตือนใจหันไปพูดเบา ๆ กับมัทรี
“ยัยมัท..แล้วเด็กเราจะมาหรือเปล่า”
“มัทขอไม่ให้มาน่ะค่ะ..กลัวโอ่งแตก” มัทรีบอก
มัทรีพูดแล้วยิ้มอย่างปลง ๆ พลางมองไปทางติรกา เตือนใจมองมัทรีอย่างเข้าใจ

ติรกามองจากบนเวทีเห็นมัทรีเข้ามาที่งานเลี้ยงพอดี จึงรีบคว้าไมค์แล้วประกาศทันที
“เมื่อสักครู่ทุกท่านได้เห็นลวดลายโอ่งแบบใหม่ล่าสุดไปแล้ว คนที่ออกแบบลวดลายนี้ก็ไม่ใช่ใคร ลูกสาวคนเดียวของดิฉันเองค่ะ”
ด้านล่างทั้งมัทรีกับเตือนใจต่างก็ทำหน้าเหวอ ไม่คาดคิดว่าติรกาจะจู่โจมแบบที่ทุกคนคาดคิดไม่ถึง
“น้องมัทครับ คุณแม่ให้น้องมัทขึ้นไปบนเวทีน่ะครับ” ธงฉานบอก
“คุณยาย ไหนตกลงกันแล้วไงว่าจะไม่พูดเรื่องคนออกแบบ” มัทรีพูดกับเตือนใจ
“แม่เขาคงอยากให้แขกในงานเห็นความสามารถของมัทน่ะลูก” เตือนใจพูดอย่างเสียไม่ได้ทั้งที่รู้เรื่องนี้อยู่แก่ใจ
“แต่มัทไม่ได้...”
มัทรียังไม่ทันได้พูดอะไร จู่ๆก็โดนธงฉานลากตัวไปแล้ว

ภายในรถของวันรบดูสะอาดสะอ้าน รถกำลังวิ่งอยู่บนถนนด้วยความเร็ว วันรบวางนิ้วแตะที่พวงมาลัยเคาะตามจังหวะเพลงสนุก ที่มุมปากระบายยิ้มอย่างอารมณ์ดี วันรบมองไปที่ช่อดอกไม้สองช่อที่วางอยู่ข้างเบาะ แล้วเท้ารีบเหยียบคันเร่ง รถพุ่งตัวไปอย่างรวดเร็วบนท้องถนนยามกลางวัน

ลานถนนด้านหน้าของสวนผึ้งรีสอร์ต พุทรากับ รปภ.แจ่มวิ่งออกมา รปภ.คนอื่นๆวิ่งมาจากมุมต่าง ๆ มายืนตั้งแถวเรียงหน้ากระดานเตรียมพร้อม รถของวันรบเข้ามาจอดเทียบ วันรบก้าวลงมาจากรถด้วยรองเท้าเท่ห์กริ๊บ ทันทีที่พุทราเห็นวันรบยิ่งตกใจหนักกว่าเดิม ถึงกับหยิบนกหวีดที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อ โดยมีสายคล้องคออยู่เป่าปรี๊ด
“เตรียมตั้งค่าย!” พุทราออกคำสั่ง
รปภ.มองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่เข้าใจว่า ตั้งค่ายอะไรและทำไม !? รปภ.แจ่มหันไปพูดกับพุทรา
“ตั้งไม่ได้หรอกครับ ไม่ได้พกเต๊นท์มา”
“เหรอ” พุทรานึกได้จึงหันมาโวยกับกลุ่มรปภ.
“เว้ย ไอ้บ้า ไม่ใช่ค่ายพักแรม ฉันหมายถึงกั้นอย่าให้นายแกะดำนั่นเข้ามาเร็ว”
“ไม่ทันแล้วล่ะครับ”
“ทำไม”
พุทราหันไปเจอวันรบในระยะประชิดกำลังจะเดินเข้า พุทราตกใจรีบดึงชายเสื้อวันรบ
“ไม่ได้นะ”
วันรบหันกลับมา พุทราชะงัก เมื่อวันรบใช้นิ้วแตะที่ริมฝีปากของพุทรา พุทราอึ้ง วันรบดึงนิ้วกลับมาแตะที่ปากตัวเองให้พุทราเงียบ พุทราถึงกับเคลิ้มไปทันที วันรบยิ้มแล้วเดินเข้าไปในบริเวณห้องจัดงานทันที
พุทรายังอยู่ในอาการเคลิ้มราวต้องมนตร์ เชิดหน้าห่อปากปากจุ๊บ พริ้มสายตา รปภ.แจ่มมองพุทราอย่างเซ็ง ๆ

ติรกาบนเวทียังประกาศกับแขกในงานต่อ
“ขอเสียงปรบมือให้กับบัณฑิตป้ายแดง เกียรตินิยมอันดับหนึ่งจากคณะสถาปัตยกรรม สาขาออกแบบผลิตภัณฑ์... มัทรี หาญการไกล”
แขกในงานปรบมือกันเกรียวกราว มัทรีจำใจเดินขึ้นมาบนเวทีแล้วพนมมือไหว้แขกในงานอย่างนอบน้อม
“ลูกสาวฉันเองค่ะ” ติรกาบอกกับแขกอีกครั้ง
ติรกาเดินเข้าไปยืนข้าง ๆ มัทรีเพื่อให้ช่างภาพถ่ายรูป มัทรีได้จังหวะกระซิบกับติรกา
“ตกลงกันแล้วนี่คะว่าจะไม่พูดเรื่องการออกแบบ”
ติรกายังยิ้มหวานให้ช่างภาพถ่ายรูปอยู่ แต่ก็แอบกระซิบคุยกับมัทรีไปด้วย
“ก็แม่อยากให้ทุกคนเห็นว่าแกเก่ง”
“แม่ไม่รักษาสัญญา”
“ไม่ใช่เวลาที่แกจะมาดื้อกับแม่นะยายมัท”
ติรกาเห็นมัทรีกำลังจะเถียงจึงรีบประกาศกับแขกในงานต่อ
“พูดถึงผลงานการออกแบบชิ้นนี้ของลูกหน่อยสิจ้ะมัทรี”
ติรกาจ้องหน้ามัทรีนิ่ง ถึงติรกาจะยิ้มให้มัทรี แต่แววตาที่จ้องไปยังมัทรีหมายจะสั่งให้มัทรีทำตาม มัทรีจำใจรีบไมโครโฟนมาจากมือติรกา
“สำหรับผลงานชิ้นนี้... มัทคงพูดอะไรไม่ได้ค่ะ เพราะมัทไม่ได้เป็นคนออกแบบ”
ทุกคนในงานได้ยินถึงกับอึ้งไป
“อะไรของแกยายมัท!! แกพูดอะไร แกจะไม่ใช่คนออกแบบได้ยังไง”
“มัทพูดความจริงค่ะแม่ มัทไม่ได้เป็นคนออกแบบ คนที่ออกแบบโอ่งใบนี้คือ...”
“ผมเองครับ” เสียงของวันรบดังขึ้น
ทั้งติรกากับมัทรีถึงกับชะงัก ทุกคนหันไปมองต้นตอของเสียง
วันรบยืนอยู่ในชุดสุดเท่ห์ที่ประตูทางเข้าห้องจัดเลี้ยงพร้อมช่อดอกไม้ 2 ช่อใหญ่ วันรบเดินเข้าผ่านแขกในงานเพื่อเข้าไปหามัทรี ในช่วงที่วันรบเดินผ่านแขกในงาน ทุกคนถึงกับอ้าปากค้างอึ้งทึ่งหลงใหลในความหล่อของวันรบ วันรบเดินเข้ามาหยุดตรงหน้ามัทรี
“ช่อนี้สำหรับนางฟ้าของผมครับ”
มัทรียิ้มเขินแล้วรับช่อดอกไม้มาจากวันรบ
“ขอบคุณค่ะวันรบ”
แขกในงานกรี๊ดกร๊าดกับวันรบกับมัทรีจนมัทรีเขินมากขึ้น ติรกามองนิ่งตาขวาง พูดพลางกระซิบกับติรกา
“ส่วนช่อนี้.. แขกมองอยู่นะครับ รับนะครับ..คุณแม่”
“ใครเป็นแม่แก”
ธงฉานเดินไปหาวันรบและร้องเรียกรปภ.
“รปภ...มาเอาตัวไอ้คนนี้โยนออกไปเดี๋ยวนี้เลย”
“ใครก็โยนผมออกไปไม่ได้หรอกครับ เพราะผมมาแสดงความยินดีกับผู้หญิงที่ผมรัก”
คนในงานมองกันอย่างฮือฮา
ธงฉานหันไปพูดกับติรกา
“นี่แฟนน้องมัทเหรอครับ”
“ไม่ใช่ ...พุทรา โยนมันออกไป” ติรกาสั่ง
พุทราวิ่งเข้ามาประจำที่รับคำสั่ง เป่านกหวีดพลางชี้ไปที่วันรบ รปภ.จะเข้ามาหาวันรบ แต่มัทรีเข้าขวางไว้
“ห้ามยุ่งกับรบนะคะ เพราะรบเป็นแฟนมัท”
“ยัยมัท” ติรการ้องเสียงหลง
วันรบ มองที่โอ่ง แล้วบอกกับติรกา
“คุณแม่ครับ..ผลงานชิ้นนี้ ผมทำสุดฝีมือเพื่อคุณแม่เลยนะครับ”
ติรกาจ้องมองวันรบด้วยแววตาโกรธเกลียดเคียดแค้น
“แกออกแบบโอ่งใบนี้ใช่มั้ย”
“ใช่ครับ”
วันรบหันไปพูดกับแขกในงาน
“ผม วันรบ แคล้วคลาดภัย เป็นคนออกแบบโอ่งยักษ์ใบนี้เองครับ”
ทุกคนปรบมือให้วันรบ ยกเว้นธงฉานที่ส่ายหน้าไม่ชอบใจ
“แกตาย”
ติรกาคว้าโอ่งเล็กที่อยู่ข้างมือขว้างใส่วันรบทันที วันรบรับไว้อย่างแม่นยำแล้ววางข้างตัวราวกับแสดงโชว์ ติรกาไม่ยอมแพ้หยิบโอ่งเล็กที่ใกล้มือทั้งหมดเขวี้ยง ๆ ๆ ๆ วันรบก็รับ ๆ ๆ ๆ แถมวางเรียงไว้ข้างตัวอย่างสวยงาม
คนในงานตบมือกันอย่างทึ่งๆ วันรบโค้งรับเสียงตบมือหันมาหาติรกา ติรกาแค้นมากมือจับที่ปากโอ่ง
“อ๊ะ คุณแม่..มันหนักนะครับ คุณแม่ยกไม่ไหวหรอก”
ติรการาวกับมีพลังมหาศาลยกโอ่งขึ้น
“เหวอ” วันรบตกใจร้องลั่นพร้อมกับรีบหลบให้พ้นทางโอ่ง
โอ่งมังกรถูกติรกาเหวี่ยงเฉียดร่างวันรบกระแทกพื้นแตกเพล้ง!จนแขกในงานตกใจกรี๊ดลั่น

ทุกคนในงานเลี้ยงวิ่งหนีตายกันออกมาด้านนอก พุทรากับรปภ.แจ่ม วิ่งตามเก็บโอ่งเล็กด้วยความเสียดาย พุทราเป่านกหวีดปรี๊ดๆแล้วบอก
“อย่าเหยียบโอ่งค่า แจ่มแกเก็บเร็วๆ สิ ไม่งั้นคุณติหักตังค์หมดตัวแน่แก”
วันรบวิ่งหนีออกมาจากงานด้วย โอ่งไซส์เล็ก ไซส์กลางกลิ้งไล่ตามหลังมา ธงฉานวิ่งตามมาเกาะวันรบออกมาด้วย ขณะเดียวกันเสียงคึ่ก ๆ ๆก็ดังไล่มาจากด้านหลัง วันรบกับธงฉานหันกลับไปมองมองเห็นโอ่งยักษ์กำลังกลิ้งเข้ามา
“เหวอ” วันรบและธงฉาน ร้องขึ้นพร้อมกัน
วันรบหันกลับและวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต ธงฉานจะวิ่งตามแต่สะดุดขาตัวเองล้มไปนอนกับพื้น ธงฉานเงยหน้าขึ้นมองเห็นโอ่งกลิ้งเข้ามาด้วยความเร็ว
“ม่าย” ธงฉานร้องเสียงดัง
โอ่งกลิ้งผ่านตัวธงฉานไป ธงฉานนอนแบนเป็นอึ่งอ่างโดนรถเหยียบนอนแนบไปกับพื้น ขณะที่คนในงานต่างวิ่งกันวุ่นวายอลหม่านไปทั้งงาน

คุณแก้วที่กำลังท้องและสามีนั่งอยูในห้องประชุมของบริษัทพชรอาคิเทค ภายในห้องเต็มไปด้วยบรรยากาศของการพรีเซ้นต์งานสถาปัตย์ มีโมเดลของรีสอร์ทวางอยู่ด้านข้าง พชรเดินออกมาด้วยสีหน้ายิ้มต้อนรับแก้วกับสามี
“พชรอาคิเทค.. ภูมิใจนำเสนอสุดยอดโครงการออกแบบประจำปีนี้ครับ” พชรกล่าวนำ
พชรผายมือแล้วเดินออกไป ไฟในห้องแสงหรี่ลงเล็กน้อย แสงฟอลโล่ขนาดเล็กส่องไปยังโมเดลขนาดเล็กของรีสอร์ทด้านหน้า เสียงเพลงดนตรีอินโทรใส ๆ เย็น ๆ สบาย ๆ เสียงรชานนท์ดังขึ้น
“วันนี้ผมขอเสนอรีสอร์ทพักตากอากาศสำหรับคนรุ่นใหม่ เพียง 3 ห้องในโฮมรีสอร์ทส่วนตัว .. Happy Home Pool Villa เพียบพร้อม.. หลากหลาย..สมบูรณ์ เติมเต็มความสุข.. อย่างที่คุณฝันไว้”
จอวิดีโอมอนิเตอร์สว่างขึ้น ภาพคอมพิวเตอร์กราฟฟิคตัวอย่างห้องพักPool Villa ขนาด 3 ห้องนอนสวยงามและทันสมัย เสียงเพลงดนตรีอินโทรหยุดลง รชานนท์เดินเข้ามาที่ข้างจอ ยิ้มที่มุมปากอย่างมีเสน่ห์.. คุณแก้วยิ้มรับ ถึงกับหลงไปกับรอยยิ้มนี้ของรชานนท์ รชานนท์ผายมือออกด้านข้าง พชรส่งกีต้าร์อูคูเลเลให้
รชานนท์เริ่มเล่นอูคูเลเล่เพลง Home ของ ธีร์ ไชยเดช พร้อมกับเดินเข้าไปหาเจ้าของโครงการทั้งสองคน รชานนท์ร้องเพลง ...ดอกไม้ ประตู แจกัน ดินทรายต้นไม้ใหญ่ ...
ภาพสไลด์เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ตามเพลงที่รชานนท์ร้องเพื่อให้เห็นทุกๆส่วนในห้องPool Villa รชานนท์นั่งบนโต๊ะประชุมและร้องเพลงไปด้วย
...แก้วน้ำ จานชาม บันได โคมไฟที่สวยงาม...
...ขอบรั้วและริมทางเดิน ต้นหญ้าอยู่ในสนาม...
ภาพสไลด์เปลี่ยนไปเป็นภาพสวนส่วนตัวของห้องพัก
...บ้านนี้จะมีความงามได้ มีเธอ... ก็เพราะว่าใจของเธอคือบ้าน... ของฉัน
รชานนท์เห็นอาการของทั้งสองคนก็ยิ้ม
“เราเซ็นสัญญาจ้างงานกันวันไหนดีครับ” รชานนท์ ถามขึ้น
“วันนี้!!” คุณแก้วและสามีพูดขึ้นพร้อมกัน
พชรซึ่งยืนอยู่มุหนึ่งกำหมัดอย่างดีใจ
“เยส!”
พชรชูนิ้วโป้งให้รชานนท์ ดีใจที่ขายงานได้สำเร็จ รชานนท์ยิ้มภูมิใจในความเก่งกาจของตัวเอง

เวลาเย็นต่อมา ภายในมุมหนึ่งของบริษัทพชรอาคิเทค พชรเดินกอดคอรชานนท์ด้วยความชอบใจที่ชนะใจลูกค้าได้
“สุดยอดจริง ๆ ฉันยอมรับในตัวแกจริง ๆ รชานนท์”
“ถ้ารชานนท์ตั้งใจซะอย่าง ไม่มีคำว่าพลาด โปรเจ็คท์นี้ผมขอพิเศษค่าพรีเซ้นต์ด้วยนะพี่”
“ฝันไปเถอะ”
“งั้นผมเข้าไปบอกคุณแก้วว่างานนี้ผมบายดีกว่า”
“ไอ้นนท์” พชรร้องเรียก รชนานนท์ยังไม่หยุดเดิน
“เออ..ก็ได้”
แต่รชานนท์ยังไม่หยุดเดิน
“แถมโบนัสอีก”
“สิบเปอร์เซ็นต์ด้วย..พอใจยัง” พชรบอก
รชานนท์หันกลับมายิ้มและกลับมาหาพชร
“ค่อยน่าฟังหน่อย แล้วจู่ ๆ วันนี้ไอ้รบตัวแสบไปไหนล่ะครับ”
“ทำไมมันเบี้ยวไม่มาพรีเซ้นต์ซะอย่างนั้น”
“มันลาไปทำภารกิจของหัวใจ พยายามเอาใจว่าที่แม่ยายในอนาคต” พชรบอก
“ฮ่า ๆ อย่างไอ้รบ.. ไม่เห็นจำเป็นต้องเอาใจเลย บอกตามตรงนะครับ ผมยังไม่เคยเห็นผู้หญิงที่ไหนไม่ชอบมันสักคน สาวเอ๊าะ สาวแก่ เห็นหน้ามันทีไร หลงใหลในเสน่ห์ไอ้รบทุกราย” รชานนท์พูด

เย็นวันเดียวกัน ติรกากับมัทรีหันหน้าเข้าหากันด้วยความฉุนเฉียวและระเบิดอารมณ์ใส่กันทันทีภายในห้องนั่งเล่นของบ้านติรกา โดยมีเตือนใจนั่งอยู่กับพุทรา ส่วนวันรบยืนอยู่อีกด้านหนึ่ง ติรกามองวันรบอย่างเหม็นขี้หน้า มัทรีเข้าขวางปกป้องไว้ ติรกาชี้หน้าวันรบและพูดขึ้น
“มันทำให้งานวันนี้พัง”
“ผมแค่ไปแสดงความยินดี ไม่คิดว่าคุณแม่จะวัยทองนี่ครับ” วันรบเอ่ยขึ้นอย่างหน้าระรื่น
“ไอ้รบ”
“คร้าบ...คุณแม่”
ติรกาโกรธจัดจนอยากจะร้องกรี๊ดเสียงดัง
“ยัยมัท แกต้องเลิกกับไอ้บ้านี่ ไม่งั้นแม่ไม่ยอม”
“แม่คะ..รบเขาทำอะไรแม่ถึงได้เกลียดเขานักหนา” มัทรีถามติรกา
“นั่นสิครับคุณแม่...ผมก็สงสัย”
ติรกาจ้องมองวันรบ วันรบมองกลับทำหน้าซื่อ
“มหาวิทยาลัยปีสอง เทอมหนึ่ง แกคบกับยัยมัทแล้วแกยังคบกับลีดเดอร์วิทยาลัยทีเดียวสองคนใช่ไหม”
วันรบอ้าปากจะตอบแต่มัทรีชิงตอบแทนเสียก่อน
“สองคนนั้นมาตามตื้อรบต่างหาก มัทเป็นคนไปเคลียร์กับผู้หญิงสองคนนั้นเอง”
“ปีสองเทอมสอง อาจารย์สาวย้ายมาใหม่แกก็ไปกิ๊กเขา เอาดอกไม้ไปให้”
“ดอกไม้นั่นรบซื้อให้มัท อาจารย์เขาเข้าใจผิดคิดว่ารบให้เขา รบไม่อยากให้อาจารย์เสียหน้า มัทก็เลยให้เลยตามเลย”
ติรกาท่าทางฮึดฮัดแต่ไม่ยอมแพ้
“เด็ก..ใช่...ปีสามเทอมสอง เด็กม.4 แกก็ไม่เว้น หลอกจนเด็กมาหาแกทุกวัน”
“น้องเขามาเรียนพิเศษต่างหาก”
“แต่มันอยู่กันสองต่อสอง”
“สามค่ะ เพราะมัทอยู่ด้วยทุกครั้ง ไม่มีเรื่องชู้สาวแน่นอน”
ติรกาอึ้งกับการแก้ต่างของมัทรี
“ตีตกทุกข้อกล่าวหา..ท่าเราจะแพ้นะคะคุณ”
ติรกาหันขวับ พุทราก้มหน้างุดทันที วันรบพูดเบา ๆ กับเตือนใจ
“ผมพ้นทุกข้อกล่าวหานะครับคุณยาย”
ติรกาหันขวับมองไปที่วันรบ วันรบปัด แขนเสื้อตัวเองแล้วยิ้ม
“เอ่อ..ขาวสะอาดจริง ๆ”
ติรกาตั้งท่าจะจับหนังสือใกล้มือ เตือนใจรีบตัดบททันที
“พ่อรบ..กลับไปก่อนไป”
“แต่...มัท”
“มัทกลับเองได้ค่ะ” มัทรีบอก
วันรบอึกอัก แต่เตือนใจส่งสายตาขอร้องแกมบังคับ
“งั้น..สวัสดีครับคุณยาย คุณแม่”
วันรบยังไม่ทันลดมือลงจากการไหว้ก็ต้องวิ่งหนีไปโดยมีหนังสือปลิวตามหลังไป ติรกาหันมาทางมัทรี สองคนมองกันอย่างไม่มีใครยอมใคร เตือนใจมองด้วยความเป็นห่วง ขณะที่พุทรารู้สึกหวั่นๆกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

วันรบเดินออกมาหยุดที่หน้าบ้านของติรกาแล้วหันไปมองห่วง ๆ มัทรี จังหวะนั้นเสียงมือถือวันรบดัง วันรบหยิบมาดู
“ว่าไงครับป๋านนท์...ฉลอง?”

ภายในบ้าน มัทรีพยายามจะเจรจากับติรกาเกี่ยวกับวันรบ
“ตั้งแต่มัทคบกับรบ รบไม่เคยมีเรื่องผู้หญิงให้มัทเสียใจ”
“มันเป็นพวกกะล่อน ถ้าแกไว้ใจมันแกจะต้องเสียใจ”
“เขาอาจจะเคยเจ้าชู้ แต่ตอนนี้เค้ามีมัทคนเดียว”
“แม่ไม่มีวันเชื่อใจผู้ชายอย่างไอ้รบ”
“มัทสงสัยมานานแล้ว ทำไมแม่ถึงเกลียดผู้ชายเจ้าชู้นัก แม่บอกมัทได้ไหมคะว่าทำไม”
ติรกาถึงกับอึ้งและเงียบไปในทันที มัทรีพูดต่อ
“ถ้าแม่มีเหตุผลเพียงพอ มัทจะฟังแม่ แต่แม่ต้องอธิบายให้มัทเข้าใจว่าเหตุผลคืออะไร บอกมัทสิคะแม่...แม่คะ”
ติรกาได้แต่น้ำตาคลอ อึดอัดไม่สามารถบอกเหตุผลกับมัทรีได้ว่าเพราะอะไร เตือนใจเห็นอาการติรกาก็ให้เกิดความรู้สึกสงสารจับใจ เพราะรู้ว่าติรกากำลังเจ็บปวดกับอดีต
“แม่คะ...”
“ไม่มีเหตุผล แม่ไม่ชอบไอ้รบ มัทต้องเลิกกับมัน”
“งั้นมัทก็ไม่มีเหตุผลเหมือนกัน รบคือคนที่มัทรักค่ะแม่”
“แต่แม่ไม่อนุญาต แม่จะขัดขวางแกให้ถึงที่สุด”
“แม่ไม่คิดถึงใจมัทบ้างเลย แม่ไม่อยากให้มัทมีความสุขเหรอคะ”
ติรการู้สึกสะเทือนใจขึ้นมาทันที
“ยัยมัท แกเตรียมตัวย้ายกลับราชบุรี แกเรียนจบแล้วต้องกลับมาทำงานที่บ้าน แม่ไม่ยอมให้แกอยู่กรุงเทพฯ ได้ใกล้ชิดกับไอ้กะล่อนวันรบอีกเด็ดขาด”
มัทรีถึงกับน้ำตาคลอเมื่อได้ยินคำสั่งเด็ดขาดของแม้ ติรกาถึงกับอึ้งที่เห็นความผูกพันของมัทที่มีต่อวันรบ
“มัทกลับก่อนนะคะ...สวัสดีค่ะยาย..สวัสดีค่ะแม่”
มัทรีก้าวเดินออกไป ติรกาเดินออกไปอีกทาง เตือนใจสั่งพุทรา
“พุทรา ตามไปส่งคุณมัทด้วย”

พุทรารับคำสั่งแล้วรีบเดินออกไป เตือนใจมองตามติรกาด้วยความเห็นใจทั้งคู่
ตะวันคล้อยต่ำ บอกเวลาเย็นย่ำแล้ว ภายในมุมหนึ่งของบ้าน ติรกากำลังทอดสายตาเหม่อล่องลอยออกไปนอกบ้าน คิดถึงคำพูดของมัทรี

“แม่ไม่คิดถึงใจมัทบ้างเลย แม่ไม่อยากให้มัทมีความสุขเหรอคะ”
สีหน้าของติรกาเครียดขึ้นมาทันที และเมื่อหวนคิดถึงเรื่องของตัวเองที่เคยเกิดขึ้นในอดีต สีหน้านั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นความเศร้าขึ้นมาทันที

ภาพแห่งความหลังเมื่อ 20 ปีก่อนเข้ามาก่อกวนความรู้สึกของติรกาอีกครั้ง วันนั้น ติรกาไปฟังผลการตรวจครรภ์ที่โรงพยาบาล ติรกานั่งอยู่หน้าหมอหนุ่มที่ยิ้มแย้มด้วยความยินดีกับคนไข้
“หมอขอแสดงความยินดีด้วย…คุณกำลังจะมีลูก”
ติรกาสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ
“อะไรนะคะ”
“คุณตั้งครรภ์ได้สองเดือนแล้วครับ”
ติรกาหน้าเสียขึ้นมาทันทีเพราะ เธอยังไม่พร้อมจะมีท้องในเวลานี้ หมอเห็นอาการของติรกาแล้วก็อดนึกสงสัย
“มีปัญหาอะไรรึเปล่าครับ”
“ปละ..เปล่าค่ะ”
“ต่อไปนี้คุณต้องดูแลตัวเองให้ดี ทานยากับวิตามินตามที่หมอสั่งและจะให้ดี.. พาแฟนมาหาหมอด้วย หมอจะได้แนะนำเค้าว่าควรจะดูแลคุณยังไง”
“เอ้อ..ค่ะๆ”
สีหน้าติรกาเต็มไปด้วยความกังวล ไม่สบายใจที่ท้องก่อนวัยอันควร


สายตาของติรกายังคงเหม่อลอย และรำพึงเสียงเบาๆว่า
“มัทรีต้องไม่พลาดเหมือน...แม่”

มัทรีออกรถจากราชบุรีเข้ากรุงเทพฯโดยมีพุทรานั่งรถตามมาด้วย ห้องพักของมัทรีเป็นคอนโดมิเนียมห้องชุดขนาดใหญ่ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ พื้นที่ตรงกลางเป็นส่วนของห้องนั่งเล่น โดยมีห้องครัวแยกเป็นสัดส่วนอยู่อีกด้านหนึ่ง
มัทรีเปิดประตูเข้ามาเปิดสวิทช์ไฟและเดินไปยังห้องรับแขก โดยมีพุทราตามเข้ามาติดๆ
“ขอบคุณนะคะพี่พุทราที่ตามมาส่ง”
“น้องมัทหายโกรธคุณแม่หรือยังคะ”
“มัทไม่โกรธคุณแม่ค่ะ มัทแค่ไม่เข้าใจ จริงๆ เมื่อกี้มัทก็รู้ว่าพูดแรงไป แต่แม่ไม่เคยฟังมัทเลย”
“คุณติรักน้องมัทมาก ไม่อยากให้น้องมัทเสียใจ”
“พี่พุทราคิดว่ารบจะทำให้มัทเสียใจเหรอคะ”
“พี่ก็ไม่รู้หรอกค่ะ อยู่มาจะสามสิบปีแล้ว ยังไม่เคยมีผู้ชายตกถึงท้องเลยค่ะ แต่พี่เชื่อว่า พวกผู้ชายไว้ใจไม่ได้หรอกค่ะ ตอนโปรโมชั่นก็เห็นเราเป็นนางฟ้า หมดโปรกลายเป็นนางมารซะงั้น คุณติพูดให้พี่ฟังน่ะค่ะ”
“แต่รบไม่ใช่คนแบบนั้นแน่นอนค่ะ”
“อะไรทำให้น้องมัทมั่นใจขนาดนั้นคะ”
มัทรีถึงกับอึกอักเมื่อเจอคำถามนี้จากพุทรา
“เอ่อ...มัดเชื่อใจคนที่มัทรักค่ะ”
พุทราพยักหน้ารับอย่างไม่ติดใจอะไร พุทรามองไปที่ประตูห้องเห็นลูกบิดมีผ้าหุ้มเป็นลายคิตตี้ หน้าประตูติดป้ายห้ามรบกวนแต่หวานแหววน่ารักมาก
“ว่าแต่...รูมเมทน้องมัทยังไม่กลับเหรอคะ เขาทำงานอะไรคะ...ทำไมมาทีไรพี่ไม่เคยเจอสักที”
“เขาก็ทำงานออกแบบเหมือนมัทนี่แหล่ะค่ะ แต่ช่วงนี้เขาไปดูงานที่ภูเก็ต”
“อ๋อ..”
“มัทว่าพี่พุทรารีบกลับเถอะค่ะ กว่าจะถึงราชบุรีจะดึกเกิน”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ”
“ไปเถอะค่ะ...ไปเถอะ”
พุทราจำต้องออกไปอย่างเสียไม่ได้ หลังจากที่มัทรีปิดประตูแล้วก็เดินไปนั่งเครียดที่โซฟา มัทรีใช้นิ้วโป้งคลึงที่หว่างคิ้วตัวเอง

รชานนท์ใช้นิ้วโป้งคลึงที่หว่างคิ้วตัวเอง ด้วยท่าทางเดียวกันกับมัทรีไม่มีผิดเพี้ยน ! ที่ศาลาริมสระว่ายน้ำในบ้านของพชร ในช่วงเย็นวันเดียวกันแล้วพูดกับตัวเอง
“อย่าเครียด ๆ ไอ้นนท์ อย่าเครียด”
รชานนท์ วันรบและพชรนั่งดื่มเหล้ากันอยู่ที่ศาลาริมสระว่ายน้ำ วันรบมองท่าทางของรชานนท์อย่างแปลกใจ
“ป๋าจะเครียดทำไม ผมสิต้องเครียด” วันรบเอ่ยขึ้น
รชานท์มองวันรบแล้วส่ายหน้า
“ฉันว่ายากแบบนี้ เปลี่ยนแฟนง่ายกว่า” รชานนท์บอก
“ป๋านนท์พูดแบบนี้ได้ไง คนนี้ผมรักจริงนะ”
“รักจริงก็เอาไว้บนหิ้ง หาแบบกุ๊งกิ๊งงุ๊งงิ๊งไว้ขำ ๆ ก็ได้” พชรบอก
“ใช่เลยพี่ระ หาวันไปกันมั้ย เดี๋ยวป๋าจัดเต็ม ฮ่าๆๆ” รชานนท์เห็นด้วย
วันรบส่ายหน้าไม่ไป
“ไม่เอาพี่ ผมเลิกเที่ยวแล้วจริงๆ”
“อะไรวะไอ้รบ ตั้งแต่คบแฟนคนนี้มาทำไมแกเปลี่ยนไปขนาดนี้วะ” รชานนท์ถาม
“ผมอธิบายยังไงป๋าก็ไม่เข้าใจหรอก ถ้าป๋ายังไม่เจอคน ๆ นั้น” วันรบบอก
“คนไหนวะไอ้รบ?” พชรถาม
“ก็คนที่ใช่ไงพี่... อย่างพี่ก็พี่นี ของผมคือมัท” วันรบตอบ
วันรบหันไปพูดกับรชานน์อย่างจริงจัง
“จริง ๆ นะป๋านนท์... วันนึงถ้าป๋าเจอคนที่ใช่ ป๋าจะเข้าใจผม”
“คนที่ใช่...อยากเจอจริงๆ” รชานนท์บอก

ฟ้ามืดแล้ว ติรกาลงมาจากชั้นบนพร้อมกับเอกสารเพื่อจะมานั่งทำงานในห้องรับแขก จังหวะที่กำลังจะนั่งนั้น บังเอิญมือไปปัดโดนกรอบรูปที่ตั้งอยู่บนโต๊ะตกลงที่พื้น ติรกาก้มลงหยิบขึ้นมาดู ภาพของมัทรีวัยเด็กที่กำลังกอดคอและหอมแก้มติรกา สองแม่ลูกยิ้มร่าให้กันอย่างมีความสุข
ติรกาหยิบกรอบรูปบานนั้นวางไว้ที่เดิมแล้วมองไปรอบ ๆ ห้อง ที่รายล้อมไปด้วยถ่ายคู่ระหว่างเธอกับมัทรีในวัยต่าง ๆ ตั้งแต่ทารกแรกเกิด, เด็กเล็ก, วัยมัธยมฯ จนเข้ามหาวิทยาลัย ทุกภาพมีแต่สองแม่ลูกและเตือนใจที่ยิ้มแย้มอย่างอารมณ์ดี
เตือนใจยื่นมือวางแก้วน้ำส้มตรงหน้าติรกา ติรกาเงยหน้าขึ้นมองเตือนใจ
“น้ำส้มหน่อยไหมจะได้สดชื่น” เตือนใจพูดพลางยิ้มกับติรกา
ติรกาไม่รับน้ำส้มแก้วนั้นขึ้นดื่ม กลับเสียงแข็งขึ้นทันที
“ถ้าแม่จะมาเจรจาแทนยัยมัท ติบอกเลยว่าไม่ได้ผลหรอกแม่”
เตือนใจ ร้องเพลงขึ้นมาซะอย่างนั้น
“เจ็บแค้นเคืองโกรธโทษฉันไย ฉันทำอะไรให้เธอเคืองขุ่น...หะ ยัยติ มาเหวี่ยงใส่แม่ทำไมเนี่ย”
“หนูปวดหัวจังแม่ ทำไมลูกไม่ฟังหนูเลย”
“เป็นไงล่ะ ทำกับแม่ไว้เยอะ..ผ่านมาเยอะ เจ็บมาเยอะ คิดซะว่าชดใช้ให้แม่ดีไหม”
“แม่..ซ้ำเติมหนูเหรอ”
“แค่เตือน แกก็เคยมีความรักมาก่อน น้ำเชี่ยวเอาเรือขวางได้ที่ไหน ติแรงใส่ยัยมัท ยัยมัทก็แรงกลับแบบนี้แหล่ะ”
“แม่ไม่ได้ยินที่ยัยมัทพูดเหรอ ยัยมัทหาว่าหนูไม่อยากให้แกมีความสุข หนูฟังแล้ว..” ติรกายังพูดไม่ทันจบ
“แม่ทุกคนอยากเห็นลูกตัวเองมีความสุขทั้งนั้น แม่รู้ว่าติห่วงลูก แต่ติน่าจะลองเชื่อสายตายัยมัท ให้โอกาสวันรบบ้าง เฮ้อ..”
เตือนใจหยิบน้ำส้มแก้วนั้นมาดื่มเอง ติรกามองเตือนใจตาปริบๆ
“แม่ นั่นน้ำส้มหนูไม่ใช่เหรอ”
เตือนใจ มองแก้ว น้ำส้มหมดแล้ว
“เออ...ลืม ก็ติให้แม่พูดยาว แม่ก็คอแห้งน่ะสิ”
ติรกาขำ
“ซะงั้น...แม่..วันรบเหมือนเขา เหมือนมาก..ถ้ายายมัทยังขืนคบกับผู้ชายแบบนั้นต่อไปจะต้องโดนมันทำร้ายจิตใจจนต้องเจ็บปวดไปตลอดชีวิตแน่ ๆ”
“ติกับมัท..มันคนละคนกันนะลูก ชีวิตใครก็ปล่อยให้เขาจัดการเองเถอะ”
“ยัยมัทเป็นแก้วตาดวงใจของหนูจะให้หนูปล่อยให้ลูกเดินทางผิด หนูทำไม่ได้หรอกแม่”
“อนาคตมันยังมาไม่ถึงไม่มีใครรู้ปลายทางหรอก ยัยมัทอาจจะเดินทางถูก แต่เป็นติที่เดินทางผิดก็ได้ จริงไหม”
“หนูเหนื่อย...หนูไปนอนก่อนนะแม่”
ติรกากอดเตือนใจ เตือนใจกอดตอบ
“ฝันดีนะลูก”
“แม่ด้วยนะ”
ติรกาหอมแก้มเตือนใจแล้วเดินขึ้นห้องไป
“เมื่อไหร่จะลืมซะทีนะลูกเอ้ย”

รชานนท์นั่งดื่มเหม่อ ๆ อยู่ที่เดิมคนเดียวจนพชรเข้ามาตบบ่าไหล่ รชานนท์เงยหน้ามองทันที
“ไอ้รบล่ะ”
“กลับไปตั้งนานแล้ว เห็นแกเงียบคิดว่าหลับมันก็เลยไม่กวน แล้วแกเป็นอะไรเงียบเชียว” พชรถาม
“แค่..คิดอะไรเรื่อยเปื่อย”
พชรมองอาการรชานนท์อย่างมีข้อสงสัยในใจ
“คุยอะไรกันอยู่คะ” เสียงของนลินีดังขึ้น
ทั้งสองคนหันไปทางต้นตอเสียง เห็นนลินีกำลังเดินมาพอดี

“ผมกำลังสงสัยจ๊ะเมียจ๋า ว่านนท์มันกำลังคิดถึงใครอยู่” พชรเอ่ยขึ้น
“ต้องถามว่าคนไหนมากกว่า นนท์น่าจะหาแฟนตัวจริงได้แล้วนะ อายุก็ไม่น้อยแล้ว” นลินีบอก
“พี่นีครับ น้องพี่ยังหน้าอ่อนขนาดนี้ยังลั้นลาได้อีกนานน่ะพี่” รชานนท์เฉไฉเกลื่อนเรื่องในใจ
นลินีมองอย่างรู้ทัน
“ยังคิดถึงแม่กระแตอะไรนั่นอยู่ล่ะสิ”
รชานนท์ถึงกับชะงักไปทันที
“เมียจ๋า” พชรเรียกนลินี
“พี่ล่ะอยากเห็นหน้าจริงๆ ผู้หญิงที่หักอกน้องพี่จนเสียศูนย์ หน้าตาเป็นยังไง ถ้าเจอนะฮึ่ม” นลินีว่า
พชรเห็นรชานนท์สะเทือนใจจึงสะกิดนลินีและเรียกอีกครั้ง
“เมียจ๋า”
“นนท์ต้องทำตัวเป็นเพลย์บอยไม่กล้ามีใครเพราะกลัวจะเจ็บอีกใช่ไหมล่ะ ถ้าไม่ใช่แบบนั้น น้องนีคงแต่งงานไปตั้งนานแล้ว” นลินีพูด
“ผมไม่ได้กลัวที่จะเจ็บ..แต่ไม่มีใครมาแทนที่กระแตได้” รชานนท์ว่า
พชรกับนลินีมองหน้ากันด้วยความเห็นใจรชานนท์ที่ลืมรักแรกไม่ได้สักที
รชานนท์ทอดสายตาเหม่อลอยคิดถึงความหลัง

รชานนท์นั่งอ่านกระดาษโน้ตที่อยู่ในมือ “เจอกันที่เดิม เวลาเดิมนะคะ” ขณะที่นั่งอยู่ที่ม้านั่งในสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง รชานนท์มองนาฬิกาข้อมือของตัวเองแล้วมองซ้ายมองขวาแต่ยังไม่เห็นใคร !? ติรกาแอบมองรชานนท์จากมุมหนึ่งทางด้านหลัง จากนั้นจึงค่อยๆเดินไปหยุดอยู่ด้านหลังรชานนท์แล้วปิดตารชานนท์ไว้
“แฮปปี้เบิร์ทเดย์ค่ะนนท์”
รชานนท์รู้ได้ทันทีว่า มือคู่ที่ปิดตาอยู่คือมือของติรกาจึงยิ้มดีใจ
“วันเกิดปีนี้ ขอให้นนท์มีแฟนที่น่ารักแบบแตไปตลอดชีวิตนะ”
รชานนท์ค่อยๆแกะมือของอีกฝ่ายแล้วหันมามองหน้าติรกา
“ขอบคุณครับที่รัก”
รชานนท์ยิ้มให้ติรกา

รชานนท์แววตาเศร้าสีหน้าอมทุกข์ ทอดถอนใจกับเรื่องในอดีตอยู่ภายในห้องนอนส่วนตัวพลางบอกกับตัวเองว่า
“เลิกคิดถึงเรื่องเก่า ๆ ได้แล้วไอ้นนท์ ผู้หญิงคนนั้นออกไปจากชีวิตแกนานเกินกว่าจะคิดถึงแล้ว...”
ว่าแล้วรชานนท์ก็ทิ้งตัวลงบนเตียงนอน นอนหลับตาโดยพยายามไม่นึกถึงเรื่องในอดีต

ภายในคอนโดของมัทรีในช่วงเวลาเดียวกัน มัทรีกำลังหอบผ้าที่ใส่แล้วมากองไว้ที่มุมหนึ่งของห้องนั่งเล่น จากนั้นจึงเดินไปเปิดประตูห้องนอนอีกห้องหนึ่ง ภายในห้องมีแต่ตุ๊กตาคิตตี้ ตุ๊กตาหมีน่ารักๆและข้าวของเครื่องใช้เป็นสีชมพู มัทรีมองข้าวของภายในห้องแล้วยิ้ม ๆ มัทรีหยิบเสื้อผ้าในตะกร้าที่จะซักออกมาจากห้องเอามากองรวมกันไว้ มัทรีลงนั่งที่โซฟา เห็นกองผ้าที่พับแล้ววางอยู่ 2กอง กองหนึ่งเป็นของมัทรี ส่วนอีกกองหนึ่งมีผ้าเช็ดตัวลายคิตตี้ เสื้อยืดลายการ์ตูน2-3ตัว และกางเกงชาวเลสีชมพู
เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น มัทรีมองไปทางประตูห้องแล้วแปลกใจ
“ปกติก็มีกุญแจห้องนี่... หรือว่าเป็นคนอื่น”
มัทรีรีบเอาผ้ากองรวมกันไว้แล้วรีบเดินไปที่ประตูห้อง
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีก
“ใครคะ?”
“ผมเอง”
มัทรีจำได้ว่าเป็นเสียงวันรบก็รีบเปิดประตูให้
วันรบถือถุงกับข้าวอาหารสดเข้ามาด้วย
“นึกว่าจะคุยกับป๋านนท์จนเช้าซะแล้ว”
“ผมจะปล่อยให้นางฟ้าอยู่คนเดียวได้ยังไง แล้วคุณทานอะไรหรือยัง”
“ทานนมแล้วค่ะ”
“ทานแค่นั้นไม่พอหรอก เดี๋ยวผมทำข้าวต้มให้ทานนะ”
วันรบจะเดินเข้าไปที่ครัวแต่มัทรีห้ามไว้
“รบ เดี๋ยวมัททำเองดีกว่า รบกลับมาเหนื่อยๆ”
“แต่ผมไม่อยากให้ทำ บอกแล้วไงว่าผมจะดูแลเทคแคร์มัทเอง”
วันรบเหลือบไปเห็นกองผ้าที่มัทรีพับค้างไว้
“มัท บอกแล้วไงว่าไม่ต้องพับผ้าให้ผม เดี๋ยวผมจัดการเอง”
วันรบรีบหยิบกองผ้าที่มีลายคิตตี้ขึ้นมาถือไว้ แล้วหยิบผ้าเช็ดตัวลายคิตตี้พาดบ่าตัวเอง มัทรีมองวันรบที่รวบรวมหยิบเสื้อผ้าของตัวเองแล้วอดขำไม่ได้
“บอกตามตรงนะรบ มัทไม่ชินจริง ๆ ที่เห็นคุณใช้ของพวกนี้”
“แล้วกัน... ถ้าผมไม่ใช้ของแบบนี้ แม่คุณก็จับได้สิว่าเราอยู่ห้องเดียวกัน”
วันรบเดินไปเปิดประตูห้องแล้วเอาของเข้าไปเก็บในห้องตัวเอง มัทรีเดินตามวันรบเข้าไปในห้องนอนวันรบ แต่วันรบหันมาเบรกไว้โดยใช้มือตีที่หน้าผากมัทรีเบา ๆ
“ห้องผู้ชาย... ผู้หญิงห้ามเข้าครับ (คำพูดติดปาก) เรารักกันด้วยใจ...ไม่ล่วงเกินทางกาย ชิงสุกก่อนห่าม”
มัทรียิ้มๆ แล้วก้าวถอยหลังออกมาจากห้องวันรบ
“ความจริงมัทอยากให้แม่รู้เหมือนกันนะ บางทีแม่อาจจะเลิกวุ่นวายกับมัทไปเลยก็ได้”
“ไม่มีทางหรอกมัท... ถ้าแม่คุณรู้ว่าเราอยู่ด้วยกัน ท่านลากคุณกลับไปราชบุรีแน่นอน ผมคงไม่มีโอกาสได้พิสูจน์ตัวเองแน่ๆ”
วันรบยิ้มแย้มเดินออกมาจากห้องตัวเองแล้วเดินหลบเข้าไปทางห้องครัว มัทรีมองตามด้วยสายตาเต็มไปด้วยความรักผู้ชายคนนี้
จังหวะนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือมัทรีที่วางอยู่มุมหนึ่งของห้องดัง มัทรีเดินไปหยิบขึ้นมามองเห็นชื่อตริกาจึงรีบรับทันที
“คะคุณแม่...มีอะไรเหรอคะ”
“มัทอยู่ไหน...ทำไมโทรไปแล้วไม่รับสาย”
มัทรีเดินอยู่ในห้องนั่งเล่น พยายามทำเสียงเป็นปกติเหมือนไม่ได้ทะเลาะกับแม่มาเมื่อตอนเย็นที่ผ่านมา
“อยู่คอนโดฯ นี่แหละค่ะ หนูขึ้นไปนั่งเล่นบนดาดฟ้าแต่ไม่ได้เอามือถือขึ้นไปค่ะ โธ่...หนูจะโกหกคุณแม่ทำไมคะ”
มัทรีเดินต่อไปได้ยินเสียงสับหมูในห้องครัว เพราะวันรบกำลังทำกับข้าวให้
ติรกาไม่เชื่อยังจับผิดมัทรีต่อไป
“ขึ้นไปบนดาดฟ้าทำไมตั้งชั่วโมงกว่า ออกไปหาไอ้วันรบใช่มั้ย
มัทรีสะดุ้งนิดหนึ่ง แล้วรีบบอกเนียนๆ
“ปละ...เปล่าค่ะ หนูจะออกไปทำไมหารบทำไมคะแม่ แหม..เพิ่งเจอกันในงานเมื่อตอนกลางวันนี้เอง”
มัทรีเดินไปจนลับเหลี่ยมมุมห้อง เมื่อมองเข้าไปในห้องครัวแล้วสะดุ้งตกใจร้อง ลืมไปว่าคุยโทรศัพท์กับติรกาอยู่
“ว้าย”
วันรบแกล้งยืนโพสท่าเป็นเทพีสันติภาพ แต่ถือทัพพีแทนคบเพลิง และถือกระทะแทนแผ่นจารึกคำประกาศอิสรภาพ สวมผ้ากันเปื้อนลายการ์ตูนคิตตี้ และมีหมวกกุ๊กใบเล็ก ๆ ใส่อยู่บนหัว
“ยายมัทเป็นอะไรลูก” ติรการ้องถาม
วันรบแกล้งหรี่ตาทำหน้าตาเซ็กซี่แกล้งมัทรี มัทรีจากที่อึ้งเหวออยู่ถึงกับหลุดหัวเราะออกมาทันที
“มีอะไรยายมัท”
มัทรีพยายามกลั้นหัวเราะไว้
มัทรีหันกลับมาคุยกับโทรศัพท์ต่อไป
“ไม่มีอะไรค่ะ เอาอย่างนี้... เพื่อเป็นการยืนยันว่ามัทอยู่ที่ห้องจริง ๆ มัทจะเอาโทรศัพท์คอนโดโทรไปหาแม่ รอแป๊บนะคะ”
ทันทีที่มัทรีวางสาย ทั้งมัทรีและวันรบก็หัวเราะกันลั่น
“รบอ่ะ เล่นอะไรบ้า ๆ ก็ไม่รู้ เดี๋ยวมัทต้องโดนคุณแม่ซักแน่ ๆ ว่าขำอะไร”
“ผมไม่อยากให้มัททำหน้างอเวลาคุยกับแม่”
“ก็มัทเบื่อ ไม่รู้แม่จะโทรมาเช็คอะไรกันนักกันหนา”
มัทรีทำหน้ามุ่ยไม่พอใจกับการกระทำของแม่
“ไม่เอา... ไม่เครียดนะ”
วันรบใช้นิ้วโป้งคลึงที่หว่างคิ้วของมัทรี
“ไม่เครียดๆ”
มัทรีเริ่มยิ้มออก
“คนสวยของผมยิ้มออกแล้ว...งั้นไปโทรหาว่าที่แม่ยายผมได้แล้ว ท่านจะได้ไม่ห่วง”

มัทรีหนีบโทรศัพท์คอนโดฯ ไว้ที่คอเพื่อคุยกับติรกา ขณะที่มือกำลังจัดโต๊ะอาหาร ในมือมัทรีถือทั้งผ้ารอง จานและช้อนส้อม
“ถ้าดึก ๆ มัทหลับไปแล้ว ก็ต้องตื่นมารับสายแม่อีกเหรอคะ”
มัทรีเอาของทั้งหมดวางลงบนโต๊ะ วันรบรีบเข้ามาหามัทรี ทำท่าให้รู้เป็นทำนองว่าจะจัดโต๊ะให้เอง มัทรีทำท่าจะไม่ยอมแต่วันรบดันตัวมัทรีให้พ้นไปจากโต๊ะอาหาร
วันรบจัดโต๊ะอาหารเสร็จก็รีบเข้าครัวเขเไปทำอาหารต่อ มัทรีมองวันรบยิ้มๆ แล้วก็เปลี่ยนสีหน้าด้วยความเซ็งพูดโทรศัพท์กับติรกาต่อ
“มัทไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะคะ ที่จะโกหกแม่เพื่อแอบหนีไปเที่ยว”
เสียงมือถือมัทรีดังขึ้น มัทรีหยิบมือถือมากดดู เห็นว่าธงฉานส่งข้อความมาหา
“นี่แม่ใช้คุณธงฉานส่งข้อความมาหามัทเหรอ”
วันรบได้ยินชื่อธงฉานก็หันมามองมัทรีทันที มัทรียื่นมือถือให้วันรบดู ธงฉานส่งมาว่า
“คืนนี้อากาศดี ไปหาที่นั่งชิล ๆ มั้ย พี่ธงจะไปรับ”
วันรบเห็นข้อความก็ทำหน้าทำตาไม่พอใจขึ้นมาทันที
“ถ้าแม่ไม่ได้ใช้คุณธงฉานก็ไม่เป็นไรค่ะ...มัทขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะคะ วันนี้มัทเหนื่อยมาก อยากพักแล้วค่ะ บ๊ายบายค่ะ”
มัทรีกดวางสายพร้อมกับถอนใจเฮือกใหญ่
“เฮ้อ... มัทมีแม่หรือผู้คุมกันแน่”
“แม่คุณไม่เท่าไหร่หรอก แต่ไอ้คุณธงฉานเนี่ยสิ เมื่อไหร่จะเลิกยุ่งกับมัทซะที”
วันรบขมวดคิ้วทำหน้ามุ่ยไม่ชอบใจที่ธงฉานมาตามติดมัทรี มัทรียิ้มดีใจที่เห็นว่าวันรบหวงตัวเอง
“ไม่เอาไม่เครียดนะคะรบ” มัทรีพูดเลียนแบบวันรบบ้าง
มัทรีใช้นิ้วโป้งคลึงที่หว่างคิ้วของวันรบ แต่วันรบยังยิ้มไม่ออก
“คุณยายมัทเคยบอกน๊า เวลาทำกับข้าวถ้าพ่อครัวอารมณ์เสีย กับข้าวจะไม่อร่อย”
“ตกลงห่วงผมหรือห่วงกับข้าว”
“ทั้งสองอย่างค่ะ แต่อย่างหลังห่วงมากกว่านิดนึง... วันนี้ให้มัทช่วยทำกับข้าวนะคะ”
ทั้งสองคนต่างยิ้มแย้มให้กันอย่างมีความสุขแล้วเดินเข้าครัวไปทำกับข้าวด้วยกัน

มัทรีสะดุ้งสะบัดมือทันทีเมื่อจับหูหม้อที่กำลังร้อน วันรบจับมือมัทรีมาจับที่หูตัวเอง ทั้งสองคนมองหน้ากันอย่างหวานๆ วันรบตักข้าวต้มใส่ชาม มัทรีเอาพริกไทยโรย วันรบเจอละอองพริกไทยจะจาม
“ฮะ...ฮะ..ฮะ...ฮัด..อุ๊บ”
มัทรีเอามือปิดปากวันรบ วันรบมองชะงักแล้วทำปากจูบกลางมือมัทรี มัทรีเอามือปาดปากวันรบซะเลย
“เค็มอ่ะ มัท”
“สม อยากฉวยโอกาสนัก”
วันรบกับมัทรีนั่งทานอาหารกันยิ้มมีความสุข
หลังทานอาหาร วันรบล้างจานทำความสะอาดที่ครัวจนเสร็จเรียบร้อย วันรบหันมาที่ห้องนั่งเล่น เห็นมัทรีนอนหลับอยู่ที่โซฟา
“มัท... มัท...เข้าไปนอนในห้องมั้ย”
มัทรียังหลับสนิทอยู่ วันรบมองมัทรียิ้ม ๆ ก่อนจะอุ้มมัทรีขึ้นแล้วพาไปที่ห้องนอนมัทรี
“วันนี้ขอผิดกฎ “ห้องผู้หญิงผู้ชายห้ามเข้า” หนึ่งวันนะครับ”
วันรบค่อย ๆ วางมัทรีลงบนเตียง มัทรียังหลับอยู่ไม่ยอมตื่น วันรับมองมัทรีที่หลับสนิทอย่างมีความสุขเพราะรู้สึกโชคดีที่ได้ดูแลมัทรี วันรบจัดการห่มผ้าให้มัทรีแล้วลงนั่งที่ข้างเตียง วันรบลูบแก้มมัทรีอย่างแผ่วเบาแล้วค่อย ๆ โน้มตัวไปจะจูบมัทรี มัทรีเอามือขึ้นมากันหน้าวันรบไว้ วันรบจะจูบกลางมืออีก แต่มัทรีรู้ทันเอามือบีบปากวันรบไว้แน่น
“อื้อ...อื้อ...อัท..มัทอ่ะ”
“เรารักกันด้วยใจ...ไม่ล่วงเกินทางกาย ชิงสุกก่อนห่าม” มัทรีบอกยิ้มๆและดันตัวเองให้ลุกขึ้น
“ขอบคุณนะคะที่มาส่งมัท ไปนอนเถอะค่ะ”
“มัท...คือ...แค่จุ๊บได้ไหม”
“ไม่ได้ค่ะ เดี๋ยวเลยเถิด”
“มัท..คือมัทน่ารักผมก็ไม่ไหวเหมือนกันนะ”
มัทรีส่งตาอ้อน
“รักมัทไหม”
“รักสิ”
“มัทไว้ใจคุณ อย่าให้มัทผิดหวังเลยนะคะ กลับไปนอนนะคนดี...”
“ครับ” วันรบแพ้ทาง
วันรบหยิบตุ๊กตาหมีที่อยู่ข้าง ๆ มัทรีมาจุ๊บแรงๆ มัทรีมองงง
“ผมไม่ได้ผิดกติกานะ นี่ๆๆ น่ารักดีนัก”
มัทรียืนมองวันรบขำ ๆ
วันรบจูบตุ๊กตาหมีจนสาแก่ใจจึงวางหมีไว้ที่เดิม หันมาหามัทรี
“ฝันดีนะครับคนสวย”
“ฝันดีค่ะ สุดหล่อ”
วันรบเดินออกไปนอกห้องปิดประตูให้ มัทรีหยิบหมีมาจุ๊บแบบไม่ยั้ง
“น่ารักนักเหรอเราน่ะ นี่ๆๆ”
จู่ๆ มีเสียงปึง! ดังมาจากข้างห้อง มัทรีเดินไปแนบหูฟังกำแพงด้านตัวเอง กำแพงอีกด้านในห้องนอนของวันรบกำลังตะกายกำแพงด้วยความอัดอั้น มือวันรบแทบจะขูดกำแพงแล้วพูดเบาๆ
“จะน่ารักไปถึงหนาย” ว่าแล้ววันรบก็ตะกายกำแพงใหญ่
มัทรีได้ยินยิ้มขำแล้วเดินกลับไปล้มตัวคว่ำลงบนเตียงนอนยิ้มมีความสุข
“อดทนนะคะคนดี...มัทไว้ใจคุณนะ”
อีกด้านวันรบทิ้งตัวลงบนหงายบนเตียง
“ทรมานชะมัด..ขืนเป็นแบบนี้ไปนานๆ เราตายแน่”

เช้าวันใหม่ที่ห้องทำงานพชร พชรเลื่อนข้อมูลรีสอร์ทให้กับรชานนท์กับวันรบ
“งานตกแต่งรีสอร์ท”
สองมือของวันรบตบโต๊ะดังปัง! พชรกับรชานนท์ถึงกับชะงัก
“ผมไม่ไหวแล้วครับพี่”
“ไม่ไหวก็ไปห้องน้ำสิวะ” รชานนท์บอก วันรบทำท่าจะลุกแต่นึกได้
“ครับพี่ ไม่ใช่ปวดท้อง ที่ว่าไม่ไหวคือรักผมมันจะจุกอกตายแล้วพี่ ผมอยากแต่งงานกับมัท”
“อยากฟันอย่างเป็นทางการว่างั้น” พชรว่า
วันรบหน้าตึงขึ้นทันที
“พี่ระ...แฟนผมน่ะอยู่บนหิ้ง”
“ขอโทษ ๆ ลืมไปว่าแกกราบไหว้สามเวลา ทุกวันนี้แกก็อยู่ด้วยกันอยู่แล้วนี่”
“สิ้นลายแล้วเหรอไอ้รบ ถึงกับคร่ำครวญจะแต่งงานเนี่ย” รชานนท์ถาม
“ผมยอมสิ้นลายถ้าไม่สิ้นรัก”
“ไอ้เน่า” พชรกับรชานนท์พูดขึ้นพร้อมกัน
“แหยว่ะไอ้รบ ผู้หญิงคนเดียวต้องคุมให้ได้สิวะ บอกว่าจะแต่งก็ต้องแต่ง เป็นแฟนต้องหงิม ๆ ถึงจะน่ารัก” รชานนท์บอก
“ไอ้นนท์ เป็นแกไม่ยอมทิ้งเขี้ยวเล็บล่ะสิเป็นแกไม่ยอม” พชรว่า
“แน่นอนพี่” รชานนท์บอก
“ไม่มีผู้หญิงคนไหนยอมหรอกพี่ สมัยนี้จะอยู่ด้วยกันมันต้องครึ่งๆ ขืนพี่ห้าว โดนทิ้งแน่” วันรบบอก
“ไม่สนหรอกเว้ย ระดับรชานนท์มีแต่ทิ้งหญิงไม่เคยหญิงทิ้ง”
“เหรอ” พชรหยอก
“ทำเสียงตุ๊ดไปป่ะพี่ระ ไม่เชื่อก็คอยดู” รชานนท์บอก
“เลิกนอกเรื่องเถอะพี่ ผมอยากได้รับการยอมรับ อยากแต่งงานได้ใช้ชีวิตคู่กับมัทจริงๆ”
“เออ!..เข้าใจแล้วบอกพวกฉันทำไม” รชานนท์ถาม
“พวกพี่ช่วยผมหน่อยสิ ช่วยให้แม่ยายผมยอมรับผมน่ะ พี่นีมีวิธีเอาใจว่าที่แม่ยายบ้างมั้ย ผมจนปัญญาแล้วจริงๆ”
“เข้าทางแม่ยายไม่ได้...ก็เข้าทางพ่อตาสิ” รชานนท์แนะ
“พ่อตาผมชิ่งไปเฝ้าเทวดาตั้งแต่มัทยังอยู่ในท้องแม่แล้วครับ”
พชรทำท่าคิดนิดหนึ่งแล้วดีดนิ้วคิดออก
“อ๋อ...ฉันรู้แล้ว อาการหวงลูกสาวเกินกว่าเหตุ มันมาจากชีวิตที่ขาดสีสัน ขาดสิ่งเร้าให้เกิดความกระชุ่มกระชวย แม่อินเลิฟ แกก็โลด” พชรออกความเห็น
“จริงด้วยพี่ระ... อาการแบบนี้ต้องจัดบุรุษไปจีบ” รชานนท์คุยสำทับทันที
สีหน้าวันรบเหมือนเจอทางสว่างแต่ก็กลับมาหน้าเหี่ยว
“พูดง่ายนะป๋านนท์ ใครจะกล้าจีบปีศาจโอ่งน้ำปลา ทั้งดุ ทั้งโหด ทั้งเขี้ยว”
ทั้งรชานนท์ พชรและวันรบต่างก็นึกไม่ออกว่าจะให้ใครไปจีบติรกา พชรเริ่มยิ้มอย่างมีพิรุธ
“มีคนนึง.. โสด... หน้าตาดี... มาเร็ว.. เคลมเร็ว.. รวบรัดเข้ากันง่าย” พชรบอก
“ใครพี่?”
พชรพยักเพยิดไปทางรชานนท์ รชานนท์สะดุ้งโหยง ปฏิเสธเสียงหลง โวยลั่น
“เฮ้ย !!! จะบ้าเหรอพี่ ผมไม่เอา”
“แกก็โสดอยู่นี่ ขำๆ ถือว่าช่วยน้องมัน”
“ไม่เอา...ไม่เด็ดขาด” รชานนท์ยืนยัน
“อนาคตผมนะพี่”
“ไม่มีทาง” รชานนท์ยืนยันอย่างหนักแน่น

วันรบมองรชานนท์ ตัดสินใจแล้วว่าต้องเป็นรชานนท์เท่านั้นที่จะจัดใส่พานไปให้ติรกา







Create Date : 12 มีนาคม 2555
Last Update : 12 มีนาคม 2555 1:33:29 น.
Counter : 396 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

มิกัง
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]