All Blog
แม่ยายที่รัก ตอนที่ 14 จบบริบูรณ์



ห้าวันต่อมา วันรบกับพชรมาช่วยรชานนท์ขนกระเป๋าเดินทางขึ้นไปไว้ท้ายรถพชร มัทรีโผเข้าไปกอดรชานนท์ด้วยความเศร้า
“พ่อต้องดูแลตัวเองดี ๆนะคะ”
“มัทห่วงป๋ามาก เพราะป๋าอายุเยอะแล้ว” วันรบบอก
รชานนท์ต่อยไหล่วันรบ ปึ้ก!
“แต่หมัดกับไขข้อฉันยังดีนะเว้ย ไอ้รบฉันฝากดูแลมัทกับกระแต คุณแม่ด้วยนะ”
“สุดชีวิตเลยป๋า”
นลินีมองหาติรกา
“แล้วติรกาไม่ไปส่งนนท์เหรอ”
รชานนท์หน้าถอดสี แววตาเศร้า ๆ ทุกคนสบตากันเลิกลั่ก สงสารรชานนท์
“คุณยายโทรมาบอกว่ายังไม่เสร็จธุระค่ะแล้วก็ฝากอวยพรให้พ่อเดินทางปลอดภัย”
“แล้วแม่เขาฝากอะไรถึงพ่อไหม” รชานนท์ถาม
“มัทไม่ได้คุยกับแม่ค่ะ เห็นคุณยายบอกว่าแม่กำลังคุยกับคุณสมภพเรื่องจะไปเจรจากับตัวแทนงานโอท็อปโลกน่ะค่ะ”
“บ้างานพอกันทั้งผัวทั้งเมียเลยนะ” พชรบอก
รชานนท์สีหน้าน้อยใจ นลินีหยิกพชรเข้าให้
“พูดทำไมเนี่ย”
“ก็มันจริงนี่”
“พ่อคะ...มัทเชื่อว่าแม่อยากมาส่งพ่อนะคะ แต่มันจำเป็นจริงๆ”
รชานนท์ยิ้มรับ แต่พูดไม่ออก
“รีบไปกันเถอะไอ้นนท์ กว่าจะอ้อมกรุงไปถึงสนามบิน เดี๋ยวก็ตกเครื่องกันพอดี” พชรบอก
รชานนท์มองมัทรีอย่างเป็นห่วง
“พ่อต้องไปแล้ว....มัท”
“พ่อไม่ต้องห่วงนะคะ มัทจะดูแลแม่กับน้องเหมือนพ่อดูแลเองเลยค่ะ”
รชานนท์กอดมัทรี
“พ่อรักมัทนะลูก”
มัทรีกอดรชานนท์แน่น
“มัทก็รักพ่อค่ะ พ่อของมัท”
รชานนท์ค่อยๆ ผละจากมัทรี ไปขึ้นรถกับพชรและนลินี มัทรีมองรชานนท์น้ำตาคลอ วันรบจึงเข้าไปกอดปลอบมัทรีไว้ มัทรีมองรถพชรแล่นออกไป ด้วยความอาลัย

บนรถของพชร รชานนท์นั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง นลินีแอบมองแล้วสะกิดพชร พชรมองทางกระจกหลัง
“ไอ้นนท์ตั๋วกับพาสปอร์ตแกเรียบร้อยแล้วใช่ไหม”
“ครบทุกอย่างแล้วพี่” รชานนท์บอก
“ไม่ได้ลืมอะไรแน่นะ” นลินีถาม
“ของน่ะไม่ลืมหรอก แต่ที่ลืมคงจะลืม..หัวใจ”
รชานนท์ยิ่งสะเทือนใจ รชานนท์พูดเบา ๆกับตัวเอง
“กระแต”

ในเวลาเดียวกัน ในห้องสัมนาของโรงแรมแห่งหนึ่ง สมภพ ธงฉานกำลังคุยกับตัวแทนรัฐ
“คุณสมภพนี่ก็ใกล้จะได้เวลาเปิดการประชุมกับทางตัวแทนต่างประเทศ แล้วตัวแทนของทางคุณมาถึงหรือยัง” ตัวแทนรัฐถามขึ้น
“ กำลังเดินทางมาจะถึงภายในสิบนาทีนี้ครับ” สมภพบอก แล้วหันไปบอกกับธงฉาน
“แกรีบโทรไปตามทางคุณติรกาด่วนเร็วเข้า”
“ครับอา”
พิธีกรขึ้นมาบนเวที
“ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่งานสัมนาระหว่างผู้ประกอบกิจการและตัวแทนของผู้จัดงานWorld OTOP ตัวแทนจากภาคเหนือ ล้านนาเฟอร์นิเจอร์ไม้สัก คุณวราวุฒิ ผ่องไทย ตัวแทนจากภาคอีสาน...”
ตัวแทนเดินเข้ามาพร้อมกับเสียงปรบมือ
ธงฉานเดินออกจากสมภพตรงไปหาหญิงสาวในชุดไทยสวยงาม
“ทางโอ่งเตือนใจถึงไหนแล้ว”
หญิงสาวหันมา กลายเป็นกระถินที่ยิ้มสวย
“มาถึงแล้วค่ะ กำลังขึ้นมา ใจเย็น ๆ นะคะพี่ธงฉาน”
“จ๊ะ.” กระถินขยิบตาให้กันสุดฤทธิ์

ลานจอดรถของสนามบิน สุวรรณภูมิในเวลาต่อมา รชานนท์ยกกระเป๋าลงจากรถพชร นลินีกับพชรจะเดินตามเข้าไปด้วย
“พี่นี่ พี่ระไม่ต้องเข้าไปหรอกครับ ผมจะเช็กอินแล้วขึ้นเครื่องเลย”
“เดินทางปลอดภัยนะนนท์”
“ดูแลตัวเองนะพี่นี พี่ระห้ามหนีพี่นีเที่ยวนะพี่ ไม่งั้นอดได้หลานผมไม่รู้ด้วย”
พชรส่งซองให้รชานนท์
“พอไปถึงที่เยอรมันแกก็ไปตามที่อยู่ที่ฉันให้ไว้กุญแจอยู่ในซองนี่แล้ว เรื่องกินอยู่ไม่ต้องห่วง เขาจัดแม่บ้านไว้ให้แกแล้ว ฝรั่งสาวๆ แกคงไม่เหงาหรอก”
นลินีหยิกพชรแล้วบอก
“น้องนีไม่ได้หื่นอย่างคุณนะ”
“โธ่คุณ ผมก็ล้อเล่นน่า”
รชานนท์ถอนใจยาว
“ผมไปก่อนนะครับ”
พชรจับไหล่รชานนท์
“การไปคราวนี้จะดีกับอนาคตของแก เชื่อพี่”
รชานนท์พยักหน้ารับอย่างซังกระตายโบกมือแล้วเดินไป พชรกับนลินีสบตากันแล้วยิ้มมองตาม

ภายในโรงแรม ที่ห้องสัมนา พิธีกรพูดต่อ
“ตัวแทนจากภาคกลางคุณวันรบ แคล้วคลาดภัย ...ผู้บริหารหนุ่มไฟแรงของผลิตภัณท์โอ่งแม่เตือนครับ”
เสียงปรบมือต้อนรับจากผู้เข้าร่วมสัมนาดังขึ้น สมภพ กระถินและธงฉานปรบมือและผิวปากวี้ดวิ้วอย่างชื่นชม
มัทรีตามเข้ามายืนสมทบกับทั้งสาม บอกเสียงหอบ
“เหยียบมิดเลยค่ะ เกือบมาแทบไม่ทันแล้ว”
“รชานนท์รู้เรื่องไหม” สมภพถาม
“น่าจะไม่นะคะ” มัทรีบอก
“ผมว่าพอถึงที่โน่นคงช็อคตาตั้งแน่” ธงฉานว่า
มัทรี กระถิน สมภพ ธงฉานหัวเราะขำที่แผนทุกอย่างสำเร็จ

เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมันนีตอนกลางวันของอีกวันหนึ่ง รชานนท์เดินทางมาถึงที่พัก รชานนท์ลากกระเป๋ามาที่หน้าห้อง พลางหยิบกระดาษที่อยู่ออกมาเปรียบเทียบ รชานนท์เปิดประตูเข้าไปในห้อง ภายในห้องรชานนท์ได้กลิ่นหอม
“กลิ่นเหมือนผัดกระเพรา...” รชานนท์พูดกับตัวเอง
รชานนท์ปิดประตูแล้วลากกระเป๋าเข้ามาวาง รชานนท์เดินไปที่โต๊ะอาหารเห็นข้าวเปล่ากับผัดกระเพรา ไข่ดาว แกงจืดฟักวางอยู่บนโต๊ะ
“นี่แม่บ้านที่นี่เตรียมพร้อมแบบนี้เลยเหรอ อืม...” รชานนท์ว่า
“มาแล้วเหรอคะ”
“ครับ” รชานนท์รับแล้วก็ชะงักที่เสียงคุ้นหู รชานนท์หันมาอย่างรวดเร็ว ติรกาถือน้ำส้มยืนยิ้มให้อย่างน่ารัก
“กระแต”
“ทำไมมาถึงช้าจังคะ กระแตนึกว่าอาหารฝีมือกระแตจะเป็นหมันซะแล้ว มาถึงเหนื่อยๆ ดื่มน้ำส้มก่อนสิคะ รับรองเย็นชื่นใจ”
รชานนท์กอดกระแตด้วยความดีใจ
“กระแต...นี่คุณจริง ๆ ใช่ไหม ผมไม่ได้คิดถึงคุณจนหลอนใช่ไหม”
ติรกาผละออกจากรชานนท์ แล้วใช้สองมือหยิกแก้มรชานนท์อย่างแรง “นี่.....”
“โอ้ยๆๆ”
“เชื่อหรือยังคะว่านี่กระแตของจริง”
“แล้วกระแตมาที่นี่ได้ยังไง รู้ได้ยังไงว่าผมอยู่ที่นี่” รชานนท์ถามแล้วนึกขึ้นได้
“พี่ระ พี่นีใช่ไหม”
“ไม่ใช่แค่คุณระกับคุณนีนะคะ”
รชานนท์ตาโต
“นี่อย่าบอกนะว่าไอ้รบ มัทรี พุทรา”
“ถูกต้องแล้วค่า”
“บินกลับไปเล่นงานให้ครบทุกคนจะดีไหมเนี่ย” รชานนท์ว่า
“จะเล่นงานแม่ด้วยหรือเปล่า” เสียงเตือนใจดังเข้ามา
รชานนท์ยิ่งตกใจหนักที่หันกลับไปเห็นเตือนใจเดินออกมาพร้อมกับจานผลไม้
“คุณแม่! นี่..ผมไม่อยากจะเชื่อเลย”
“แม่แก่แล้วก็อยากมาเปิดหูเปิดตามั่งสิ”
“แล้วโรงงานล่ะกระแต เมื่อวานคุณต้องไปงานสัมนาโอท็อปโลกนี่”
“ก็ยัยติมีลูกเขยแล้วจะทำเองให้เหนื่อยทำไมที่เหนื่อยสร้างกันมาก็ตั้งใจจะยกให้ยัยมัทอยู่แล้วนี่” เตือนใจบอก
รชานนท์เข้าไปไหว้เตือนใจ
“ขอบคุณนะครับคุณแม่ ผมมั่นใจว่าที่กระแตมาอยู่ที่นี่ตอนนี้ เป็นเพราะคุณแม่ช่วยผมขอบคุณครับคุณแม่”
รชานนท์หันไปหาติรกา
“คุณแน่ใจนะว่าไม่เสียดายเรื่องงาน”
“ค่ะ..กระแตอยากทำหน้าที่ภรรยาของคุณ ดูแลคุณ”
รชานนท์กอดติรกา
“ขอบคุณ ที่คุณยอมเสียสละเพื่อผม..ผมจะดูแลคุณกับลูกให้ดีที่สุด”
ติรกากอดรชานนท์พลางสบตากับเตือนใจ เตือนใจยิ้มพลอยมีความสุขไปด้วย

หนึ่งปีผ่านไป ภายในโรงงานโอ่งแม่เตือน คนงานกำลังลงลายโอ่งเป็นสีฟ้าสดใส วันรบยืนคุมการลงลายอย่างใกล้ชิด มัทรีเข้ามาพร้อมไอแพด
“พี่รบคะ ดูน้องมัทสิคะ”
มัทรีเอาไอแพดมาโชว์ หน้าจอเป็นภาพรชานนท์ ติรกา เตือนใจกับเด็กทารกหลายแอ็กชั่น
“น้องชายของมัท หน้าตาน่ารักจัง มัทล่ะอยากจะบินไปเยอรมันเดี๋ยวนี้เลย”
“งั้นอาทิตย์หน้าเราไปกันไหมมีวันหยุดยาวเราก็หยุดไปเที่ยวกัน”
“จริงๆ เหรอคะ”
“จริงสิ จะได้ฮันนีมูนรอบสองด้วย เดี๋ยวผมแก้ลายตรงนี้เสร็จแล้วเราไปทานข้าวกันนะ”
“แก้เยอะเลยเหรอคะ”
“ไม่เยอะหรอกจ๊ะ โชคดีที่รู้ก่อนยังมีเวลาแก้ไขทันก่อนส่งให้ลูกค้า”
มัทรีมองวันรบแล้วยิ้มปลื้ม วันรบพูดกับคนงาน
“โอเค ลงเน้นๆ อีกหน่อยก็เรียบร้อย”
วันรบหันมาเจอมัทรีมองอยู่
“ยิ้มอะไรครับ”
มัทรีจับมือวันรบเดินออกมา
“มัทกำลังคิดว่ามัทกับแม่โชคดีที่ยังมีเวลาแก้ไขข้อผิดพลาดของตัวเอง คุณยายเคยบอกว่าโอกาสมันไม่มีตัวตน แต่มันเป็นช่วงเวลาที่สามารถพลิกชีวิตของเราจากศูนย์ให้เป็นร้อยได้”

ที่เยอรมัน ในช่วงหนึ่งปีที่ป่านมา ติรกาดูแลรชานนท์กับเตือนใจ ช่วงเวลาแห่งความสุข รชานนท์เอาศีรษะแนบกับท้องของติรกาที่ใหญ่มาก เมื่อติรกาคลอดลูก รชานนท์กับติรกาช่วยกันเลี้ยงลูกด้วยกัน รชานนท์ป้อนนมให้ลูก
“มัทดีใจที่แม่เลือกจะคว้าโอกาสนั้นไว้”
มัทรีมองหน้าวันรบด้วยความรัก
“แล้วมัทก็ดีใจพี่รบให้โอกาสมัท ชีวิตคนเรานี่พลาดนิดเดียวก็อาจพังไปทั้งชีวิตเลยนะคะ”
“มันไม่สำคัญที่ผิดตรงไหน หรือผิดมากไหม แต่สำคัญที่เราพร้อมจะลุกขึ้นมาแก้ไขหรือเปล่า” วันรบบอกแล้วชี้ไปที่รูปของติรกากับรชานนท์
“นี่เป็นผลลัพธ์ของคนที่ลุกขึ้นมาแก้ไขแล้วนี่ก็เป็นรางวัล” วันรบหอมแก้มมัทรี
มัทรีกอดวันรบ
“มัทรักพี่รบนะคะ”
วันรบกอดมัทรีแน่นแทนคำตอบ

จบบริบูรณ์










Create Date : 12 เมษายน 2555
Last Update : 12 เมษายน 2555 15:49:47 น.
Counter : 218 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

มิกัง
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]