บันทึกอาบรังสีของ Marie Curie



 La Radiactividad - Marie Curie Pierre Curie Henri Becquerel - Física




Credit The Wellcome Trust


ในการค้นคว้าชีวประวัตินักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียง
การเข้าใจเข้าถึงผลงาน/ข้าวของในการทำงานของพวกท่าน
จัดว่าเป็นเรื่องสำคัญอย่างมากในการฟันฝ่าปัญหาอุปสรรคนี้
แต่เรื่องหนึ่งที่ยากที่สุดคือ ชีวประวัติของ  Marie Curie
นักวิทยาศาสตร์ที่ทำงานร่วมกับสามี Pierre Curie





ที่มา //google.com


ทั้งสองคนคือผู้ค้นพบธาตุกัมมันตรังสี  polonium กับ radium
และเป็นผู้ริเริ่มแนวคิดเรื่องอนุภาคฟิสิคส์ particle physics
แต่สมุดบันทึก เสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ ข้าวของสวยงามของเธอ
แม้ว่าจะได้รับการเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีที่บ้านชานเมืองปารีส
แต่ยังมีกัมมันตภาพรังสี  ที่มีช่วงอายุกว่า 1,600 ปีหรือมากกว่าตกค้างอยู่



ที่มา //bit.ly/1I44ZCa



บุตรสาวที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ฝรั่งเศสและได้รับรางวัล Noble ด้วยเช่นกัน



บุตรสาวที่เป็นนักเขียน นักข่าว นักเปียนโน และโอนไปถือสัญชาติอเมริกัน

ที่มา //google.com


สำหรับผู้ที่สนใจอยากจะอ่านเอกสารต้นฉบับลายมือ Marie Curie
จะต้องลงนามสละสิทธิ์ความรับผิดชอบ
กับ  France’s Bibliotheque Nationale
แล้วจึงจะสามารถเข้าถึงสมุดบันทึกเล่มนี้ได้
สมุดบันทีกเล่มนี้ที่ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีในกล่องบรรจุที่ทำด้วยตะกั่ว
เพราะยังมีกัมมันตภาพรังสี หรือ isotope  ของ radium-226 ตกค้าง
ช่วงครึ่งอายุหรือเพียง 1,601 ปีเท่านั้นเอง

เรื่องนี้ทำให้นึกถึงการ์ตูน/ภาพยนตร์เรื่อง Death Note
ที่เป็นเรื่องโปรดอีกเรื่องหนึ่งที่ชื่นชอบ
เพราะถ้าคนจับอ่านบันทึกเล่มนี้
แบบไม่มีอุปกรณ์ป้องกันกัมมันภาพรังสี
ก็ต้องรอวันตายที่จะมาเยี่ยมเยือนไม่เร็วก็ช้า



ที่มา //bit.ly/1hB7ozq


ครอบครัว Curies ต่างไม่รู้ถึงภยันตรายจากธาตุกัมมันตรังสี
และไม่รู้เกี่ยวกับกัมมันตภาพรังสีเลยก็ได้
งานวิจัยของพวกท่านพยายามที่จะค้นหาเกี่ยวกับ
ธาตุกัมมันตรังสี  ว่าเป็นมาเช่นใด ทำงานได้อย่างไร
และธาตุประกอบกัมมันตรังสีที่อันตรายอย่างมากเช่น
thorium, uranium, plutonium







ที่มาของภาพ  //google.com


ธาตุเหล่านี้ต่างถูกบรรจุไว้ในหลอดแก้วทดลองวิทยาศาสตร์
แล้ววางทิ้งอยู่ภายในห้องทำงาน/ในบ้านของพวกท่าน
พวกมันส่องแสงประกายแสงยามราตรี
ในความทรงจำ Marie Curie บอกเล่าว่า
" งดงามมาก มีแสงสลัว ๆ เหมือนแสงวิเศษของนางฟ้าในนิทาน ”
เรื่องนี้เธอเขียนไว้ในสมุดบันทึกส่วนตัว
Marie Curie ยังพกพาธาตุกัมมันตรังสีดังกล่าวไว้ภายในกระเป๋าของเธอ
ทั้งเธอกับสามีของเธอต่างสวมใส่เสื้อผ้าแบบทั่วไปในห้องปฏิบัติงาน
(ไม่ใช่ชุดทำงานที่มีการป้องกันรังสีในแบบปัจจุบันนี้)





ที่มาของภาพ  //bit.ly/1Jopb2x


Marie Curie มตะ(ตาย) ตอนอายุ 66 ปีในปี 1934(2477)
สาเหตุจากโรค aplastic anemia เกี่ยวเนื่องจากงานวิจัยธาตุกัมมันตรังสี
(โรคโลหิตจางจากไขกระดูกฝ่อ (aplastic anemia)
เป็นโรคที่ไขกระดูกไม่สามารถสร้างเซลล์เม็ดเลือดได้
ทำให้ผู้ป่วยมีปัญหาโลหิตจาง เลือดออกจากเกร็ดเลือดต่ำ
และติดเชื้อโรคง่ายจากเม็ดเลือดขาวต่ำ
โรคนี้จะพบในประชากรทางกลุ่มประเทศทางตะวันออกมากกว่าประเทศทางตะวันตก
ที่มา  //bit.ly/1h4ZSvF )



ที่มา  //google.com


อย่างไรก็ตามบ้านของเธอยังมีการใช้งานอยู่จนกระทั่งถึงปี 1978(2521)
โดย  สถาบันนิวเคลียร์ฟิสิคส์ปารีส คณะวิทยาศาสตร์ และมูลนิธิ Curie
Institute of Nuclear Physics of the Paris Faculty of Science and the Curie Foundation
หลังจากนั้นอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลรักษาอย่างเข้มงวดโดยพนักงานเจ้าหน้าที่รัฐ
เพราะตระหนักถึงภยันตรายจากกัมมันตภาพรังสีที่ยังตกค้างอยู่ภายในอาคาร
เพราะมีชาวบ้านละแวกใกล้เคียงบ้านหลังนี้
ต่างเป็นโรคมะเร็งมีอัตราจำนวนสูงมากกว่า
ชาวบ้านที่อยู่อาศัยในบริเวณอื่นห่างไกลจากบ้านหลังนี้
ตามรายงานของหนังสือพิมพ์  Le Parisien
ชาวบ้านแถวนี้ต่างกล่าวโทษว่ามาจากบ้านของ Curie
ที่มา  //bit.ly/1KDFnxP



ภายในสุสานรัฐ Panthéon ใน Paris  ที่มา //bit.ly/1hBbZS7


ห้องปฏิบัติการกับอาคารหลังนี้
ได้รับการขจัดกัมมันตภาพรังสีในปี 1991(2534)
หนึ่งปีหลังจากนั้นทรัพย์มรดกของ Marie Curie
ที่ประกอบไปด้วยบันทึกส่วนตัวและข้าวของต่าง ๆ
ได้ถูกนำออกมาจากบ้านของเธอ
เพื่อนำไปเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ



บ้านของ Marie Curie ที่มาของภาพ  //bit.ly/1PsWK82



ป้ายห้ามเข้า  ที่มาของภาพ  //bit.ly/1KDFnxP


ทำให้ชั้นหนังสือในท้องตลาดต่างเกาะกระแส
แล้วท่วมท้นไปด้วยหนังสือเกี่ยวกับเธอ เช่น
Marie Curie: A Life by Susan Quinn in 1995
Pierre Curie by Anna Hurwic in 1998
Curie: Le rêve scientifique by Loïc Barbo in 1999
Marie Curie et son laboratoire by Soraya Boudia in 2001
Obsessive Genius: The Inner World of Marie Curie by Barbara Goldsmith in 2005
Radioactive: Marie and Pierre Curie, a Tale of Love and Fallout by Lauren Redniss in 2011



ที่ฝังศพ Pierre Curie ที่มา //bit.ly/1hBbZS7


แม้ว่าเธอจะเสียชีวิตในวัย 66 ปี
แต่เธอเป็นสตรีคนแรกที่เปลี่ยนแปลงวงการวิทยาศาสตร์
Marie Curie คือสตรีคนแรกที่ได้รับรางวัล Nobel Prize
ร่วมกับสามี (รางวัลคนละครึ่ง) ในด้านฟิสิคส์ ปี 1903(2446)
และเป็นสตรีคนเดียวที่ได้รับรางวัลอีกครั้งด้านเคมี ปี 1911(2454)
ที่มา //bit.ly/1WMcoRF
สตรีคนแรกที่ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ที่
University of Paris-Sorbonne //bit.ly/1U7KFXl



ที่ฝังศพ Marie Curie  ที่มา  //bit.ly/1hBbZS7


สตรีต่างชาติคนแรกที่ได้รับการฝังที่  Panthéon ใน Paris
โดยได้รับเกียรติสูงสุดจากผลงานและชื่อเสียงของตนเอง
เธอได้โอนไปถือสัญชาติฝรั่งเศสตาม Pierre ในภายหลัง
โดยคำสั่งของประธานาธิบดี  Francois Mitterrand
ให้ย้ายกระดูกของเธอกับสามีที่ถูกฝังอยู่ที่สุสานในชานเมืองแถบชนบท
ให้ขนย้ายมาฝังที่สุสานรัฐ Panthéon ใน Paris
ที่ฝังศพผู้มีชื่อเสียงของฝรั่งเศสจำนวนมาก เช่น
Voltaire, Jean-Jacques Rousseau, Victor Hugo และ Emile Zola
ในวันที่ 20 เมษายน ปี 1995(2538) ที่มา //nyti.ms/1MLlCdB
วันดังกล่าวเป็นรัฐพิธีที่มีประธานาธิบดีโปแลนด์ Lech Walesa เข้าร่วมงานด้วย

ในปี 1907(2450) Marcellin Berthelot ได้ถูกฝังร่วมกับภริยา Sophie Berthelot
นับว่าเป็นสตรีคนแรกที่ได้รับการฝังที่สุสานหลวงแห่งนี้
แต่เธอได้รับเกียรติดังกล่าวเพราะผลงานของสามีเธอ



ที่มา //google.com


Marie Curie ต้องต่อสู้กับเรื่องราวภายในจิตใจอย่างมากมาย
หลังการเสียชีวิตของ Pierre สามีเธอในปี  1906(2449)
ที่ลื่นหกล้มหลังจากฝนตกบนท้องถนนที่วุ่นวายในปารีส
แล้วถูกล้อรถม้าลากรถบรรทุกเหยียบตาย





ที่มา //google.com



เรียบเรียง/ที่มา

//bit.ly/1V1ybCW
//bit.ly/1Jopb2x
//bit.ly/1PsY9LZ
//bit.ly/1WMcoRF
//bit.ly/1Jd3hQD

หมายเหตุ

ในยุคนั้น นักวิทยาศาสตร์ยังไม่เข้าใจ/รับรู้ถึง
ภยันตรายจากธาตุกัมมันตรังสี/กัมมันตภาพรังสี
จนกระทั่งปี 1938(2481) หลังการตายของ Marie Curie 4 ปี
จึงมีกฎหมายด้าน อาหาร ยา และเครื่องสำอาง  
ว่าห้ามใช้ธาตุกัมมันตรังสี/กัมมันตภาพรังสีกับสินค้าเหล่านี้
แต่ก็ยังล่าช้าเกินไปแล้วเพราะ
มีการผลิตและขายกันอย่างหลากหลายผลิตภัณฑ์

มีนักอุตสาหกรรมและนักกิจกรรมสังคม Eben Byers
ผู้พยายามทดสอบ/รักษาแขนข้างที่บาดเจ็บ
ด้วยขวดบรรจุน้ำที่แช่ธาตุเรเดียม กับ เมโซธอเลี่ยม
(radium&mesothorium-infused water) กว่า 1,400 ขวด
ทำให้ตอนที่เขาตายแล้วต้องฝังไว้ในโลงศพตะกั่ว



Eben Byers



น้ำยามหัศจรรย์



น้ำดื่มบำรุงร่างกาย



ยาเพิ่มพลังชีวิตจากธาตุเรเดียม



ผลิตภัณฑ์นมจากเรเดียม



ข่าวมตะ(ตาย) Eben Byers


แต่ทุกวันนี้มีการศึกษาและค้นคว้ากันอย่างต่อเนื่อง
จนสามารถทำความเข้าใจและใช้ประโยชน์จากธาตุกัมมันตรังสี
ในกิจการทางการแพทย์ พลังงานนิวเคลียร์ วัสดุต่าง ๆ
การถนอมรักษาอาหาร พืชและผัก(ฆ่าแมลง/เชื้อโรค)
ทดสอบคุณภาพ/ประสิทธิภาพโลหะ
ตรวจวัดอายุของโบราณตามธรรมชาติ
แม้กระทั่งอายุขัยของโลกเอง

เรียบเรียง/ที่มา

//bit.ly/1PsY9LZ
//bit.ly/1JqvmDj (ภาพและรายละเอียดเพิ่มเติม)

ภาพ Marie Curie บนแสตมป์ไม่ใช่ภาพจริง Marie Curie   //pantip.com/topic/31760907





Create Date : 22 กันยายน 2558
Last Update : 1 มีนาคม 2559 21:50:31 น.
Counter : 891 Pageviews.

1 comments
  
น่ากลัวเนาะ น้ำดื่มบำรุงกำลัง
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 30 กันยายน 2558 เวลา:20:14:54 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Ravio.BlogGang.com

ravio
Location :
สงขลา  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 30 คน [?]

บทความทั้งหมด