เก็บรักไว้ ให้หัวใจที่รอ ตอนที่ 23
ตอนที่ ๒๓

อีกไม่กี่วันก็จะถึงเทศกาลลอยกระทงแล้ว เมื่อปีกลายณลักษณ์ได้รับมอบหมายให้ไปเขียนสารคดีเทศกาลลอยกระทงตามประทีป ที่ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร พระนครศรีอยุธยา แต่มาปีนี้บรรณาธิการเว็บไซต์ให้เธอเลือกระหว่างงานเผาเทียนเล่นไฟที่สุโขทัย กับงานลอยกระทงสายไหลประทีปพันดวงที่ตาก ได้ยินแค่ชื่อจังหวัด หญิงสาวก็หัวใจพองโตขึ้นอีกเท่าตัวและไม่ลังเลที่จะตัดสินใจ มีหรือที่เธอจะไม่เปิดโอกาสให้ตัวเองได้เผชิญหน้ากับโลกความจริงแทนที่จะเป็นเพียงการสื่อสารผ่านตัวอักษรเท่านั้น เธอเลือกที่จะไปจังหวัดตาก เพื่อหวังว่าจะได้พบกับปริญ แต่จนป่านนี้แล้วเขาก็ยังไม่ติดต่อกลับมา ณลักษณ์ตั้งใจว่าตกเย็นจะรีบไปยังศูนย์บริการตามที่พ่อแนะนำเพื่อถามหาเบอร์โทรศัพท์ที่ต้องการ แต่หัวหน้าเรียกประชุมด่วนจนต้องล้มเลิกความตั้งใจ

แต่แล้ว...การรอคอยที่แทบจะหมดหวังของณลักษณ์สิ้นสุดลง เมื่อช่วงหัวค่ำชายหนุ่มโทรมาหาเธอหลังจากที่เขาได้อ่านโปสการ์ดใบล่าสุด ขณะที่เธอกำลังเก็บกระเป๋าเดินทาง
“ฮัลโหล” เธอหนีบหูโทรศัพท์ไว้ด้วยแก้มกับไหล่แล้วจัดเสื้อผ้าไปพลาง
“สวัสดีครับ ขอสายคุณลักษณ์ครับ” ณลักษณ์ยิ้มออกทันที เธอจำเสียงของเขาได้
“กำลังพูดค่ะ คุณปริญใช่มั้ย” เธอถามกลับอย่างมั่นใจในคำตอบ
“ครับผม ผมขอโทษด้วยนะที่เพิ่งติดต่อมา พอดีเพิ่งได้อ่านโปสการ์ดน่ะครับ คุณลักษณ์ยุ่งอยู่หรือเปล่าครับ ผมโทรมารบกวนมั้ย”
“อ๋อ เปล่าค่ะ คุยได้ ตอนนี้อยู่บ้าน ดีใจนะที่คุณติดต่อมา”
“ผมก็ดีใจที่ได้คุยกับคุณเสียที คุณสบายดีนะครับ” น้ำเสียงของทั้งคู่บ่งบอกว่าต่างฝ่ายต่างดีใจไม่แพ้กัน
“ค่ะสบายดี คุณปริญ ฉันมีเรื่องจะบอกล่ะ” ณลักษณ์ตื่นเต้น
“เรื่องอะไรครับ เป็นข่าวดีหรือข่าวร้าย”
“สำหรับฉันมันเป็นเรื่องดีค่ะ คือ พรุ่งนี้ฉันเดินทางไปจังหวัดตากค่ะ”
“ฮึ!...คุณพูดจริงๆ เหรอ” เขาตื่นเต้นไม่น้อยไปกว่ากัน
“จริงสิคะ กำลังเก็บกระเป๋าอยู่เลย บก.ให้ฉันไปทำสารคดีงานลอยกระทงสายและสถานที่ท่องเที่ยวที่นั่นสามวัน”
“งั้นมันเป็นเรื่องดีของผมด้วยสิครับ คุณจะให้ผมไปรับมั้ย” เขาอาสาโดยไม่ลังเล
“ห๊า! จริงดิ คุณว่างเหรอคะ” น้ำเสียงของณลักษณ์สดใสมากยิ่งขึ้น
“จะว่าว่างก็คงไม่เชิง ผมก็ทำงาน แต่ถ้าคุณนั่งรถทัวร์มาถึงตอนเย็นผมก็เลิกงานพอดี ไปรับได้ครับ”
“ดีใจจัง ฉันโชคดีที่คุณโทรมาคืนนี้ เพราะฉันไม่รู้จะติดต่อคุณยังไง พรุ่งนี้เช้าถ้าฉันขึ้นรถแล้วจะโทรหาคุณนะ”
“ได้ครับ แล้วจองที่พักหรือยังล่ะครับ”
“เรียบร้อยแล้วค่ะ รีสอร์ทบ้านแพรว”
“เฮ้ย! พูดเป็นเล่นไป” เขาตกใจ
“ฮ่าๆๆ ล้อเล่นน่ะค่ะ พักโรงแรมในตัวเมืองนั่นแหละ”
“ครับๆ เล่นเอาใจหายหมดเลย ดีใจจังที่ตัดสินใจโทรหาคุณวันนี้พอดี”
“ฉันก็ดีใจค่ะ”
“โอเค งั้นคุณเก็บกระเป๋าต่อและรีบพักผ่อนเถอะครับ พรุ่งนี้ต้องเดินทางไกล ผมไม่รบกวนแล้ว แล้วค่อยเจอกันนะครับ อ้อ...อย่าทำโทรศัพท์ตกน้ำอีกนะครับ” เขาเย้าทิ้งท้ายให้เธอได้อมยิ้มก่อนวางสาย

ไม่รู้ว่าจะเป็นความบังเอิญหรือโชคชะตา เพราะณลักษณ์ไม่คาดคิดว่าการที่เธอเลือกไปตากครั้งนี้จะทำให้เธอเจอกับปริญง่ายดายขนาดนี้ ก่อนหน้านี้เธอเพียงแค่หวังว่า ต่อให้ไม่ได้เจอกัน แต่ก็ยังได้ไปในจังหวัดที่เขาอยู่ และจะได้มีเรื่องราวที่เธอพบเจอตามสถานที่ต่างๆ ของจังหวัดนั้นให้ได้พูดคุยกัน นอกเหนือจากเรื่องลมฟ้าอากาศหรือต้นไม้อย่างที่ผ่านมา
หลังจากเตรียมสัมภาระเรียบร้อย ก่อนเข้านอนณลักษณ์เดินมาบอกกับธรณีที่นั่งดูละครโทรทัศน์พร้อมรอยยิ้มที่หุบไม่ลงว่าปริญติดต่อกลับมาแล้ว และพรุ่งนี้เขาจะมารับเธอที่ปลายทาง
“อืม ถ้าเขารับปากว่าจะมารับแสดงว่าอาจจะยังไม่มีลูกมีเมีย” ธรณีสรุป
“หนูว่าจะถือโอกาสนี้ไปถามเขาตรงๆ นี่แหละแม่”
“งั้นดูแลตัวเองดีๆ ละกัน หวังว่าไปครั้งนี้คงได้รู้หัวใจตัวเองว่ารู้สึกยังไงกับเขา”
“แล้วแม่ไม่คิดจะห้ามหน่อยเหรอ หนูจะไปเจอกับคนแปลกหน้านะ”
“แกแก่แล้ว ตัดสินใจเองได้ เรียนสูงซะขนาดนี้ คิดไม่ได้ก็เรื่องของแก”
ผู้เป็นแม่ตอบไปทั้งที่ในใจก็พะวงอยู่ว่าลูกสาวจะไปเจอในสิ่งที่เหนือความคาดหมายกลับมาอีก แต่เข้าใจดีว่า ห้ามไปก็ทำร้ายจิตใจลูกเปล่าๆ เพราะเธอเชื่อว่าการปล่อยให้ลูกได้ตัดสินใจและเรียนรู้ทั้งความผิดหวังและสมหวังบ้าง ก็เพื่อความอยู่รอดเมื่อวันหนึ่งไม่มีพ่อและแม่ที่คอยให้คำปรึกษาแล้ว ณลักษณ์จะอยู่ในสังคมได้อย่างเข้มแข็งเพียงลำพัง

..................................

นับเป็นการเดินทางไปต่างจังหวัดครั้งแรกที่เธอตื่นเต้นเป็นพิเศษ ที่ผ่านๆ มา เธอก็เดินทางคนเดียว และไม่มีอาการตื่นเต้นเท่าครั้งนี้เลย ตื่นเต้นถึงขั้นนอนไม่หลับทั้งคืนเลยทีเดียว กว่าจะหลับก็เกือบฟ้าสางแล้ว และต้องสะดุ้งเพราะเสียงนาฬิกาปลุกตอนเจ็ดโมงเช้า ความตื่นเต้นทำให้เธอลนลานจนเกือบตกรถเที่ยวแรก พอได้ขึ้นรถ เธอจึงโทรศัพท์บอกปริญทันที
“คุณปริญ ฉันได้ขึ้นรถแล้วนะคะ กว่าจะไปถึงโน่นประมาณห้าโมงเย็นค่ะ คุณเลิกงานหรือยังคะ”
“เลิกงานแล้วครับ แล้วเจอกันครับ”
เมื่อปริญวางสาย ณลักษณ์นั่งยิ้มอยู่คนเดียวด้วยความปลาบปลื้ม จนน้ำตารื้นขึ้นโดยไม่รู้ตัว แต่ต้องกลั้นความรู้สึกนั้นเอาไว้ เพราะมีผู้โดยสารนั่งเต็มรถ
กว่ารถทัวร์จะถึงสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดตาก ก็เสียเวลาไปเกือบชั่วโมงเพราะระหว่างทางรถเกิดปัญหาเล็กน้อย ณลักษณ์รู้สึกมึนศีรษะพอสมควรไม่เพียงเพราะการเดินทางบนท้องถนนราว 6 ชั่วโมงเท่านั้น แต่ยังเป็นผลจากการนอนไม่หลับทั้งคืนด้วย
เมื่อมาถึงปลายทาง สภาพค่อนข้างคึกคักตามลักษณะของช่วงเทศกาล มีทั้งไทยและฝรั่งเดินกันขวักไขว่
ณลักษณ์กำลังกดเบอร์โทรศัพท์ไปหาปริญ เป็นจังหวะเดียวกับที่ปริญโทรสวนเข้ามาพอดี
“คุณลักษณ์ คุณอยู่ไหนครับ” เขาถาม
“อ๋อ กำลังจะออกจากห้องน้ำในบขส.ค่ะ คุณรออยู่ที่ไหนคะ”
“นั่งรออยู่ที่พักผู้โดยสารนี่แหละครับ”
“ฉันใส่เสื้อยืดสีเหลืองนะ ถ้าคุณเห็นฉันคุณยกมือเลยนะ” เดินออกมาไม่กี่ก้าว ก็เห็นชายหนุ่มกำลังโบกมือให้และยิ้มให้เธอมาแต่ไกล
ชายหนุ่มรูปร่างสันทัดในชุดประจำตำแหน่ง ผิวคล้ำแดด ใบหน้าคมสันอย่างชายไทย เดินตรงมายังหญิงสาวร่างบางที่หัวใจเต้นตูมตามยืนตัวเกร็งด้วยความตื่นเต้น
“เหนื่อยมั้ยครับ” เขาถามขึ้นพร้อมช่วยหิ้วกระเป๋าให้
“เวียนหัวนิดหน่อยค่ะ พักผ่อนน้อย”
“ไม่ได้หลับบนรถหรือครับ”
“หลับบ้างค่ะ แต่ไม่สนิท เมื่อคืนนอนไม่หลับ”
“จริงเหรอครับ ผมก็นอนไม่ค่อยหลับเหมือนกัน” ณลักษณ์หันไปมองหน้าเขา นึกสงสัยในใจว่าจะนอนไม่หลับด้วยสาเหตุเดียวกันหรือไม่ แต่ไม่กล้าถามต่อ
“หิวมั้ยครับ ทานข้าวก่อนหรือไปที่พักก่อนดีครับ”
“เอาจริงๆ นะ หิวแล้วค่ะ แหะๆๆ” เธอยิ้มอย่างจริงใจ
“งั้นไปทานข้าวกันนะ” สิ้นคำจากชายหนุ่ม หญิงสาวพยักหน้างึกๆ แอบเลียลิ้นฝีปากอย่างลืมตัว
ปริญพาณลักษณ์ไปนั่งร้านอาหารริมน้ำปิง ลมแม่น้ำพัดโชยมาเบาๆ กระทบผิวให้ได้บรรยากาศของต้นฤดูหนาว ในร้านเปิดเพลงฝรั่งยุค 80’S คลอเบาๆ
“ฝั่งตรงข้ามนั่นล่ะครับที่เขาจะจัดงานลอยกระทงกัน” ปริญชี้ให้ดู ณลักษณ์มองตาม ยกกล้องถ่ายภาพขึ้นมาเก็บภาพแม่น้ำและบรรยากาศฝั่งตรงข้าม เป็นจังหวะเดียวกับที่บริกรมาเสิร์ฟอาหารพอดี
แม้จะเป็นการพูดคุยกันแบบเผชิญหน้าครั้งแรก แต่ความรู้สึกของทั้งคู่เหมือนคุ้นเคยกันมานาน ต่างคนต่างมีเรื่องเล่ามากมาย ทั้งเรื่องเก่าบ้างใหม่บ้าง ณลักษณ์เคยจินตนาการไว้ว่าปริญจะเป็นผู้ชายผิวคล้ำ ตัวใหญ่ ท่าทางดุดันเหมือนคนป่าอย่างที่เขาใช้นามแฝงแต่แรก เอาเข้าจริง เขากับเป็นผู้ชายที่ดูสุภาพ พูดจาไพเราะเช่นเดียวกับตัวอักษรที่เขียนมา นัยน์ตาอ่อนโยน ปราศจากความดุดัน แม้จะต่างจากภาพในใจอยู่พอสมควร แต่ณลักษณ์ก็ไม่ได้ผิดหวังที่เห็นเขาในลักษณะเช่นนี้

“ถามได้มั้ย ว่าคุณอายุเท่าไหร่” ณลักษณ์เอ่ยถาม
“ปีนี้ก็ ๓๓ ครับ ดูแก่มั้ย”
“ไม่นะ ก็ดูสมวัยดี”
“เสียมารยาทมั้ยถ้าผมจะถามคุณบ้าง” เขาถามกลับ
“๒๘ ค่ะ ฉันไม่ถามหรอกนะว่า ดูแก่มั้ย เดี๋ยวคุณตอบว่า แก่ ฉันจะขึ้นรถกลับบ้านเลย” เธอรีบดักคอ ชายหนุ่มกลั้วหัวเราะ
“หัวเราะนี่หมายความว่าไงเนี่ย” เธอขมวดคิ้วถาม
“เปล่าๆ คุณคิดไปเองนะ”
“จะให้ฉันเรียกว่าพี่มั้ย” ณลักษณ์ถาม
“แล้วแต่คุณลักษณ์สิครับ อยากเรียกว่าอะไรก็ได้ครับ”
“งั้นเรียกน้าแล้วกัน” เจอหญิงสาวกวนประสาทเข้าให้ ทำเอาชายหนุ่มหัวเราะชอบใจใหญ่

ปริญไม่เคยจินตนาการว่าผู้หญิงที่เขียนจดหมายคุยกับเขาเป็นปีๆ นั้น จะมีรูปร่างลักษณะอย่างไร มีเพียงความรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้วนเวียนอยู่ในความคิดเสมอมาไม่ว่าเขาจะทำอะไรที่ไหนก็อยากจะเล่าสู่กันฟัง เมื่อได้เจอตัวจริงของณลักษณ์ ถึงแม้จะไม่ได้สวยโดดเด่นสะดุดตาจนถึงกับตกตะลึงตั้งแต่แรกเห็น แต่เขายอมรับกับตัวเองว่าเขารู้สึกถูกชะตาผู้หญิงคนนี้อย่างบอกไม่ถูก ยิ่งได้ฟังเธอพูด เธอคุย เธอแสดงความคิดเห็น หรือเล่นมุกอะไรที่ไม่ห่วงสวย ก็ยิ่งดูเป็นธรรมชาติผิดแผกไปจากผู้หญิงหลายคนที่เขาเคยรู้จักมาก่อนหน้านี้



Create Date : 31 กรกฎาคม 2557
Last Update : 5 ตุลาคม 2560 9:46:45 น.
Counter : 678 Pageviews.

3 comments
♥♥ I'm Running to You ♥♥ ทูน่าค่ะ
(26 พ.ย. 2564 10:56:24 น.)
ช่างตัดผมเม้าท์ Alex on the rock
(26 พ.ย. 2564 20:03:20 น.)
ทำงานบริษัท 2 วันต่อสัปดาห์ + ทำธุรกิจของตัวเอง mr.popsong
(25 พ.ย. 2564 12:11:26 น.)
เอกสารครบหมดแล้ว จันทราน็อคเทิร์น
(23 พ.ย. 2564 15:25:05 น.)
  
อ่านแล้ว ยิ้มเลย
โดย: พิน IP: 49.0.104.51 วันที่: 31 กรกฎาคม 2557 เวลา:18:25:12 น.
  
ดีใจจังที่มีคนนั่งยิ้ม
โดย: Alex on the rock วันที่: 31 กรกฎาคม 2557 เวลา:20:28:20 น.
  
เจอกันแล้ว ความสัมพันธ์คงค่อยๆพัฒนา
โดย: กระรอกเมือง วันที่: 1 สิงหาคม 2557 เวลา:3:43:02 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Magnolia.BlogGang.com

BlogGang Popular Award#17



Alex on the rock
Location :
มหาสารคาม  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 41 คน [?]

บทความทั้งหมด