เธอทำให้ฉันเห็นวันพรุ่งนี้ ตอนที่ 32
ระหว่างทางไปจากกรุงเทพฯ ถึงปากช่อง สองหนุ่มสาวพูดคุยเรื่องสัพเพเหระกันไปเรื่อยๆ ทั้งเรื่องลมฟ้าอากาศ เรื่องราวในอดีตของแต่ละคน การนั่งรถไปด้วยกันคราวนี้มันยาวนานกว่าทุกครั้งเป็นไหนๆ เจนเล่าเรื่องสมัยที่เขาอยู่อเมริกาว่ามันท้าทายชีวิตมาก เขาเป็นคนเล่าเรื่องสนุกตื่นเต้นราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ จนระมิงค์ยิ้มและหัวเราะไปกับเรื่องเล่าของเขาหลายๆ เรื่อง

“เราจะแวะทานสเต๊กกันดีมั้ยครับ” เขาถามขึ้นเมื่อเหลือบดูนาฬิกาที่คอนโซลรถเลยเที่ยงมานิดหน่อย
“ดีค่ะ พี่ชักหิวแล้วเหมือนกัน”
“อ้าวหรือครับ งั้นต้องรีบแล้ว เพราะเวลาผู้หญิงโมโหหิวแล้วน่ากลัวมาก”
“ดูพูดเข้า” หญิงสาวตีแขนชายหนุ่มเบาๆ ที่เย้าเธอ ก่อนเจนก็เลี้ยวรถเข้าไปร้านสเต๊กในบรรยากาศร่มรื่นริมถนนมิตรภาพ
“จริงๆ ผมทำสเต๊กอร่อยมากนะครับ สมัยอยู่เมืองนอกได้สูตรเท็กซัส เอาไว้มีโอกาสผมจะลองทำให้คุณทาน”
“ได้ค่ะ พี่จะรอชิมนะ” ได้ยินคำตอบก็ทำให้ชายหนุ่มมองเห็นภาพตัวเองยืนทำอาหารโดยมีหญิงสาวยืนเป็นลูกมืออยู่ข้างๆ ทันที

...........................

ทั้งคู่ตัดสินใจตีรถยาวไปถึงนครพนมภายในวันเดียว เพราะไม่อยากเสียเวลาพักระหว่างทาง แม้จะใช้เวลานานหน่อย แต่ยังดีที่มีคนนั่งข้างๆ เป็นคนที่ต่างก็อยากนั่งไปด้วยกัน ระมิงค์หลับบ้างตื่นบ้างเป็นพักๆ จากอาการนอนไม่พอ เจนชอบหันไปมองหญิงสาวเวลาเธอหลับ จากสาววัยสามสิบกว่าดูคล้ายสาวรุ่นน่าทะนุถนอมไปเสียอย่างนั้น เขาเองอยากจะก้มไปจูบแก้มนวลๆ นั้นเต็มทน แต่ก็ห้ามใจไว้ไม่อยากให้ความสัมพันธ์ที่กำลังจะเริ่มต้นด้วยดีต้องล่มไปเพราะความอยากใกล้ชิดจนเกินพอดี

“ปวดหัวมั้ยครับ” เจนหันไปถามระมิงค์เมื่อเห็นสีหน้าเธอไม่สู้ดีขณะที่เขากำลังขับรถขึ้นเขาภูพาน
“เหมือนจะเวียนหัวค่ะ” เธอล้วงไปควานหายาดมในกระเป๋า
“ไหวมั้ย” เขาถามอย่างห่วงใย
“ไหวค่ะ แต่ไม่ชินกับการเดินทางนานๆ”
“คงอีกสามชั่วโมงนะ แต่ถ้าผ่านภูพานไปแล้วน่าจะดีขึ้น”
“ไม่เป็นไรค่ะ พี่ทนได้ คุณเจนขับรถเหนื่อยกว่าพี่นั่งเฉยๆ เยอะ”
“ไม่เป็นไรเหมือนกันครับ แค่คุณมิ้งนั่งข้างๆ ผมก็โอเคแล้ว” ชายหนุ่มหันไปยักคิ้วให้สาวรุ่นพี่ที่นั่งสูดยาดมอยู่จนเธอยิ้มออก
“ไม่ใช่แค่เวียนหัวอย่างเดียวแล้วค่ะ จะอ้วกด้วย” เธอว่า
“อ้าว จริงเหรอครับ จอดรถก่อนมั้ย” เจนแตะเบรกเบาๆ ด้วยความตกใจ
“อุ๊ย พูดเล่นน่ะค่ะ หมายถึงได้ยินที่คุณเจนพูดแล้วพี่จะอ้วกต่างหาก ฮ่าๆๆ”
“ฮ่าๆๆๆ คุณมิ้งนี่ ขนาดเวียนหัวนะ ยังฮาได้อีก”
“พูดแบบนี้บ่อยหรือเปล่าคะเนี่ย”
“พูดกับคุณมิ้งคนเดียวนี่แหละครับ”
“อย่าพูดแบบนี้กับสาวๆ บ่อยนะคะ ต่อให้คุณเจนไม่คิด แต่ผู้หญิงคิดค่ะ”
“แล้วคุณมิ้งคิดยังไงหรือครับ” เขายิงคำถามตรงๆ
“อืม...ก็คิดว่า...” ระมิงค์เริ่มอึกอัก เพราะเธอไม่ได้เตรียมคำตอบไว้
“ว่าไงครับ”
“ก็คิดว่า เราสำคัญกับเขาไงคะ”
“ก็คิดถูกแล้วนี่ครับ” เขาสรุป จนระมิงค์อึ้งไปครู่หนึ่ง เจนเหลือบไปมองคู่สนทนาแล้วยิ้มมุมปาก เขารู้ว่าระมิงค์คงจะเขินจนไปต่อไม่ถูก บทสนทนาเงียบลง ปล่อยให้เสียงเพลงในรถทำหน้าที่ขับกล่อมให้หัวใจที่กำลังเต้นรัวๆ ของทั้งคู่ทำงานต่อ

ฝนเม็ดบางค่อยๆ โปรยปรายลงมาเกาะกระจกรถ หญิงสาวมองดูข้างทางที่เต็มไปด้วยต้นไม้เขียว ชอุ่ม จากนั้นฝนหนาเม็ดขึ้นจนเธอรู้สึกกลัว
“ขับรถดีๆ นะคะถนนลื่น”
“ครับผม ผมยังอยากอยู่นานๆ เหมือนกัน”
“เอ๊ะ พูดแปลกๆ นะนี่” ระมิงค์หันไปขมวดคิ้วใส่
“ฮ่าๆๆ ผมก็ไม่ประมาทไง ยิ่งพาคุณมิ้งมาด้วย ผมระวังสุดชีวิตจนเกร็งไปหมดแล้ว”
“อ้าว สรุปดีหรือไม่ดีเนี่ย” หญิงสาวหน้าง้ำ
“อย่างอนสิครับ ผมล้อเล่นนะ”

ฟ้าเปิด พร้อมกับฝนซาลงแล้ว มีป้ายบอกทางว่ากำลังจะถึงพระตำหนักภูพานราชนิเวศ
“เปิดหน้าต่างนะครับ ผมอยากได้กลิ่นฝนกับไอดิน ผมชอบ” เจนหันมาบอกหญิงสาว ขณะที่เธอหน้าซีดลงกว่าเดิม ได้แต่พยักหน้าอย่างเดียว
“เอ้า คุณมิ้ง” เจนอุทาน “เป็นไรมากหรือเปล่าครับ”
“จะอ้วกจริงๆ แล้ว”
“งั้นเดี๋ยวเข้าไปแวะพักข้างในก่อนดีกว่านะครับ ผมเป็นห่วง หน้าคุณซีดมากเลย”

เมื่อได้ลงเดินสูดอากาศบริสุทธิ์ของพรรณไม้นานาชนิดในพระตำหนัก ได้ดื่มน้ำหวานไปหน่อยก็ทำให้ระมิงค์ค่อยๆ ฟื้นจากอาการเมารถ

“ผมรู้สึกผิดเลยครับที่พาคุณมาทรมาน ผมขอโทษ” เจนเอื้อมไปจับข้อมือระมิงค์ขณะเดินกลับไปขึ้นรถ หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้สะบัดออก
“อ่อ ไม่เป็นไรค่ะ พี่อยากมาเองแหละ ไม่ต้องขอโทษหรอก แก่แล้วก็งี้แหละค่ะ ไม่ค่อยได้เดินทางไปไหนไกลๆ ร่างกายก็เลยต่อต้านเป็นธรรมดา”
“งั้นวันหลังเรานั่งเครื่องบินกันดีกว่านะครับ คุณมิ้งจะได้ไม่ทรมาน”
“แน่ใจนะว่ายังมีวันหลังอีก”
“อ้าว ทำไมล่ะครับ หรือคุณมิ้งเข็ดแล้วไม่อยากไปกับผมอีกแล้วเหรอ” เสียงเขาอ่อยลงทันที
“เปล่าๆๆ พี่คิดว่าคุณเจนน่าจะเข็ดที่ต้องมาดูแลวัยป้าอย่างพี่ต่างหาก มันจะน่าเบื่อหน่อยนะ”
“อย่าเรียกตัวเองอย่างนี้นะครับ ผมไม่เคยว่าคุณแก่หรือป้าเลย”
“ก็มันเรื่องจริงนี่นา”
“คำก็แก่สองคำก็แก่ คุณจะกังวลทำไมครับ ผมไม่เคยสนใจเรื่องนี้เลย ยังไงทุกคนก็ต้องแก่กันทั้งนั้น ผมเองก็ต้องแก่ ก่อนที่เราจะมาถึงวันนี้ผมก็รู้อยู่แล้วว่าวันหนึ่งคุณก็ต้องแก่ไปกว่านี้ แต่ผมก็รับได้และยินดีที่จะรับด้วย”
“ปลอบใจพี่ดีจังเลยนะคะ”
“ไม่เคยคิดจริงๆ ครับ ผมชอบคุณมิ้งในแบบที่เป็น ไม่ได้ชอบเพราะแก่หรือไม่แก่เลยครับ”
“พูดตรงไปมั้ยอ่ะ” หญิงสาวแก้มแดงระเรื่อจากที่ซีดๆ อยู่ก่อนหน้านี้
“ไม่ดีหรือครับ”
“ดีค่ะ ตรงดี” หญิงสาวยิ้มกว้างไม่กล้าหันไปสบตาเขา ขณะที่ปล่อยให้เขาจูงมือเธอไปถึงรถ

ช่วงเวลาโพล้เพล้ มาถึงตัวจังหวัดสกลนคร ทั้งคู่แวะทานมื้อค่ำกันที่นั่น ก่อนจะเดินทางต่อราว 90กิโลจึงจะถึงนครพนม



Create Date : 28 มิถุนายน 2565
Last Update : 28 มิถุนายน 2565 10:56:08 น.
Counter : 534 Pageviews.

0 comments
ฝนมาแล้ว หาอะไรหม่ำๆกันจ้า กาปอมซ่า
(18 พ.ค. 2567 16:42:09 น.)
๏ ... ฮาร์ดคอร์ จ้อ จนเพ้อ >< ซอฟต์เว่อร์ เพาเเวร์ ... ๏ นกโก๊ก
(16 พ.ค. 2567 19:59:52 น.)
RIP เนติพร​ เสน่ห์​สังคม​ (บุ้ง)​ ปรศุราม
(16 พ.ค. 2567 14:10:19 น.)
๏ ... Suno น้อย ... ๏ นกโก๊ก
(15 พ.ค. 2567 09:20:16 น.)
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Magnolia.BlogGang.com

Alex on the rock
Location :
มหาสารคาม  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 42 คน [?]

บทความทั้งหมด