เธอทำให้ฉันเห็นวันพรุ่งนี้ ตอนที่ 9
ระมิงค์เองก็พยายามเปิดใจตามที่หมอแนะนำ เพื่อให้ลบเลือนภาพจำเก่าๆ และปลุกหัวใจให้อยากรักอีกครั้ง สองปีให้หลังเธอไม่ค่อยปฏิเสธใครที่เข้ามาคุยด้วยนัก คุยมาก็คุยตอบ ดีมาก็ดีไป แต่ยังไม่มีใครที่เข้าตาเลยสักคน เธออาจจะยังเปิดใจไม่มากพอ หรือยังคงคิดถึงรักเก่าที่ไม่วันกลับก็เป็นได้

ก่อนหน้านี้พ่อม่ายลูกติดระดับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่มาก้อร่อก้อติกอยู่พักหนึ่งอายุอานามประมาณห้าสิบต้นๆ ลูกชายของเขาเพิ่งจะเรียนจบปริญญาตรีมาติวกับเธอเพื่อสอบบรรจุเป็นข้าราชการ หน้าตาฐานะอาชีพก็ไม่เลวร้าย นิสัยสุภาพบุรุษเหลือเกิน แต่...หญิงสาวกระอักกระอ่วนใจ เพราะเธอเป็นติวเตอร์ของลูกชายเขา

ช่วงก่อนสอบบรรจุ ลูกชายของเขาแชทมาในแอปพลิเคชันไลน์ สอบถามเกี่ยวกับข้อสอบอยู่เรื่อยๆ เธอก็ตอบในฐานะติวเตอร์ “หากมีปัญหาด่วนก็โทรมาได้นะคะ” แต่คนที่โทรมาไม่ใช่ลูก กลับเป็นพ่อแทน

“สวัสดีครับอาจารย์มิ้ง”
“สวัสดีค่ะ”
“ผมพ่อของการัณย์นะครับ ขอโทษด้วยที่ผมโทรมารบกวน”
“อ๋อ สวัสดีค่ะคุณพ่อ”
“เท่าที่อาจารย์สอน อาจารย์คิดว่าลูกชายของผมจะสอบได้หรือเปล่าครับ” ผู้เป็นพ่อถามโดยไม่คาดหวังคำตอบ แต่ต้องการเปิดประเด็น เพื่อชวนคุยกับติวเตอร์ของลูกชาย
“ถ้าตั้งใจจริงๆ ก็ต้องได้ค่ะ คุณการัณย์เขาตั้งใจเรียนและอ่านหนังสืออย่างมุ่งมั่น มีข้อสงสัยอะไรก็ถามตลอด จริงๆ เขาถามคุณพ่อก็ได้นะคะ คุณพ่อก็เก่งมีความรู้มากกว่าดิฉันอีก”
“ไม่หรอกครับ ผมแก่แล้ว พ่อสอนลูก ลูกไม่ฟังแล้วครับ เขาเบื่อจะฟังแล้ว”
“ไม่น่าจะเป็นอย่างนั้นนะคะ เขาดูเป็นคนน่ารักมีสัมมาคารวะออก”
“เอ่อ...ถ้าเขาสอบได้ ผมอยากจะเชิญอาจารย์มาทานข้าวเป็นการเลี้ยงขอบคุณน่ะครับ”
“อืม...ไม่เป็นไรค่ะ ถ้าสอบได้ ดิฉันก็ยินดีด้วย”
“นะครับอาจารย์ ผมอยากขอบคุณจริงๆ”
“เดี๋ยวนะคะ ยังไม่ทันสอบเลย”
“ฮ่าๆๆ เออจริงด้วยครับ แต่อาจารย์สัญญานะครับ”

ระมิงค์ได้แต่รับปาก “ค่ะๆ” ไปเท่านั้น ไม่ใช่แค่พ่อของการัณย์หรอกที่อยากจะเลี้ยงข้าวเธอหลังจากสอบได้ แต่ลูกศิษย์อีกจำนวนมากก็เช่นกัน แต่เธอไม่เคยไปสักครั้ง เพราะคิดว่างานของเธอ คือธุรกิจ จ่ายค่าติวมาเธอก็ติวให้ ไม่ใช่ติวฟรี ไม่ใช่งานการกุศล จึงไม่ต้องการสิ่งอื่นใดนอกเหนือจากรายได้

แต่สำหรับพิธานพ่อของการัณย์แล้ว เขาไม่ได้ต้องการแค่ขอบคุณ เขาอยากเจอตัวจริง อยากรู้จักระมิงค์มากกว่านั้น ที่ผ่านมามีเพียงลูกชายที่คอยเป็นพ่อสื่อให้

กระทั่งการัณย์สอบบรรจุได้จริงๆ พิธานออกจะดีใจมากกว่าลูกชายเสียด้วยซ้ำที่ลูกชายสอบได้ด้วยความสามารถของตนเอง โดยที่ไม่ได้ใช้เส้นสายของเขาเลย เขารีบโทรหาระมิงค์ทันทีที่ทราบผล

“อาจารย์มิ้งครับ สะดวกไปทานข้าวกับผมวันไหนครับ”
“เอ่อ...ไม่เป็นไรมั้งคะ” ระมิงค์ปฏิเสธ
“แต่คุณตอบรับคำเชิญผมแล้วนะครับ...นะครับ...ผมกับลูกชายอยากขอบคุณอาจารย์ด้วยตัวเองจริงๆ”
น้ำเสียงอันสุภาพนุ่มนวลทั้งที่เธอก็ไม่เคยเจอเขามาก่อน ทำให้เธอใจอ่อน และยอมไปเจอกับพ่อของลูกศิษย์ตัวเองเป็นครั้งแรก

แต่ใครจะไปรู้ว่าเมื่อถึงวันนัดเขามาคนเดียว!

“สวัสดีครับอาจารย์มิ้ง” หนุ่มใหญ่เดินตรงรี่เข้ามาทักหญิงสาวในเดรสเข้ารูปสีเทาอ่อนติดกิ๊บประดับมุกเล็กๆ บนเรือนผม ซึ่งยืนรออยู่หน้าคอมมูนิตี้มอลล์กลางเมือง
“เอ่อ...สวัสดีค่ะคุณพ่อ” เธออนุมานว่าเขาน่าจะใช่พ่อของการัณย์ ซึ่งดูหนุ่มกว่าที่คิดไว้มาก รูปร่างสูงโปร่ง ลักษณะเหมือนคนที่ดูแลตัวเองอยู่เสมอ
“เรียกผมว่าพิธานก็ได้ครับ” เขายิ้ม
“ค่ะ คุณพิธาน เอ่อ...ทำไมถึงรู้ว่าเป็นดิฉันล่ะคะ” ระมิงค์สงสัยเพราะทั้งคู่ไม่เคยพบหน้ากันมาก่อน
“หึๆๆ การัณย์เขาเล่าให้ผมฟังตลอดครับ แล้วก็ให้ผมดูรูปจากโปรไฟล์ของคุณก่อนหน้านี้แล้ว”
“เหรอคะ” เธอดูออกจะเขินๆ สักหน่อย “ดิฉันเลยเสียเปรียบเลย ไม่เคยเจอคุณมาก่อน”
“ไม่เสียเปรียบหรอกครับ เพราะผมก็เพิ่งเคยเห็นตัวจริงของอาจารย์ สวยกว่าในรูปโปรไฟล์อีกนะครับ” เขาชมอย่างเปิดเผย
“ขอบคุณค่ะ” ระมิงค์อมยิ้ม “แล้วคุณการัณย์ล่ะคะ” เธอถามพลางชะเง้อมองหาลูกชายของเขา
“เดินทางไปรายงานตัวแล้วครับ”
“อ้าว...” เธอรู้สึกเหมือนถูกหลอกให้มาเจอกับผู้เป็นพ่อสองต่อสอง
“อาจารย์ไม่โอเคหรือครับ” เขาแสดงสีหน้ากังวล
“เอ่อ...เปล่าค่ะ ดิฉันคิดว่าจะได้เจอเขา เพราะมีของขวัญแสดงความยินดีให้เขาด้วยน่ะค่ะ” เธอล้วงไปในกระเป๋าสะพาย หยิบกล่องของขวัญขนาดไม่ใหญ่นักส่งให้พิธาน “รบกวนฝากคุณพิธานให้เขาด้วยนะคะ บอกว่าดิฉันยินดีด้วย”
“ได้ครับอาจารย์” เขารับไว้ “ขอบคุณแทนการันย์ครับ”
“เอ่อ คุณพิธานไม่ต้องเรียกดิฉันว่าอาจารย์ก็ได้นะคะ คือดิฉันก็เป็นแค่ติวเตอร์ ไม่ได้มีตำแหน่งแห่งหนอะไร เรียกมิ้งเฉยๆ ก็ได้ค่ะ”
“โอเคครับคุณมิ้ง งั้นคุณมิ้งไม่ต้องแทนตัวเองว่าดิฉันก็ได้นะครับ ผมว่ามันดูเป็นทางการจนเกินไป”
“หึๆๆ ได้ค่ะ มิ้งเองก็ไม่ค่อยได้ใช้คำนี้กับใครนัก พอดีเห็นว่าคุณพิธานเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ก็เลยไม่รู้จะแสดงออกยังไงดี”
“สบายๆ ครับ เวลานี้ไม่ใช่เวลางาน เป็นเวลาสบายๆ ของเรา เป็นตัวของตัวเองได้เลยครับ ผมก็ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งตลอดเวลา ไม่มีหัวโขนบ้าง มันก็ผ่อนคลายดี”
“ขอบคุณนะคะ” ระมิงค์คลี่ยิ้มบางๆ จนทำให้หัวใจของงหนุ่มใหญ่เต้นรัวอีกครั้ง หลังจากที่ไม่ได้รู้สึกเช่นนี้มาหลายสิบปีแล้ว เขานึกขอบใจลูกชายที่แนะนำให้พ่อรู้จักกับผู้หญิงสวยๆ อย่างระมิงค์ที่ไม่ได้เข้าหาเขาก่อนเหมือนสาวๆ ที่ผ่านมาซึ่งมักหวังผลประโยชน์จากหน้าที่การงานของเขามากกว่าความจริงใจ



Create Date : 14 กุมภาพันธ์ 2565
Last Update : 14 กุมภาพันธ์ 2565 14:49:57 น.
Counter : 520 Pageviews.

0 comments
หัวหินหรรษา ใจป๋าพาเที่ยว EP2 จันทราน็อคเทิร์น
(17 พ.ค. 2567 09:42:56 น.)
หนังสือไฮกุ "THE BRITISH MUSEUM HAIKU" haiku
(17 พ.ค. 2567 09:21:24 น.)
RIP เนติพร​ เสน่ห์​สังคม​ (บุ้ง)​ ปรศุราม
(16 พ.ค. 2567 14:10:19 น.)
Wir wandelten, Op. 96, no. 2 by Johannes Brahms ปรศุราม
(14 พ.ค. 2567 12:05:45 น.)
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Magnolia.BlogGang.com

Alex on the rock
Location :
มหาสารคาม  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 42 คน [?]

บทความทั้งหมด