เธอทำให้ฉันเห็นวันพรุ่งนี้ ตอนที่ 14
เจนมักคิดว่าเขาเป็นเด็กมีปัญหาตั้งแต่วัยเยาว์ คิดว่าพ่อแม่ไม่รัก เมื่อเทียบกับครอบครัวของเพื่อนๆ แล้ว เขาดูห่างเหินหรือไม่ค่อยสนิทกับคนในครอบครัวนัก คงจะมีแต่เพียงจ๋าพี่สาวต่างแม่คนเดียวที่เขาไว้ใจและสามารถพูดคุยได้ในหลายๆ เรื่อง จ๋าเองก็ไม่ได้สนิทกับพ่อมากเท่าไรนัก แต่ด้วยความเป็นผู้หญิง พ่อจึงค่อนข้างใส่ใจและห่วงมากกว่าลูกชาย

หลายคนอาจมองเจนจากภายนอกเป็นคนแข็งกร้าว หรือบางคนอาจจะคิดว่าเขาก้าวร้าวด้วยซ้ำ โดยเฉพาะครูที่โรงเรียน เขาเป็นเด็กดื้อเงียบ และถ้าถึงคราวโกรธสุดๆ แล้วละก็ เขาจะแสดงออกอย่างไม่ใยดีใครเอาเสียเลย จนเคยโดนทำทัณฑ์บนมาแล้ว สมัยเรียนมัธยมปลายเขาเคยขี่มอเตอร์ไซค์ในซอยแถวบ้าน แล้วมีลูกสาวของครูสอนภาษาไทยอายุราว 3-4 ขวบวิ่งตัดหน้ารถ เขาเบรกรถตัวโก่งจนเกือบล้ม แต่ไม่ได้ชนเด็ก ขณะที่เด็กตกใจจนล้มลงร้องไห้จ้า ครูโกรธมากโวยวายว่าเจนขับรถชนลูกของเธอ ทั้งที่เด็กไม่มีบาดแผลใดๆ นอกจากเปื้อนดิน เขาถูกชี้หน้าด่าหนัก
“เธอขับรถประสาอะไร ถ้าลูกฉันเป็นอะไรขึ้นมานะ ฉันเอาเรื่องเธอหนักแน่นายเจน” ครูตวาดใส่หน้าเสียงดังลั่นซอย แล้วรีบอุ้มลูกสาวขึ้นมา ขณะที่เด็กน้อยยังไม่หยุดร้อง
“เดี๋ยวครับครู ลูกครูวิ่งตัดหน้ารถผมเองนะครับ แล้วผมก็ยังไม่ได้ชนลูกครูด้วย” เขาเถียงกลับเสียงดังไม่แพ้กัน
“ไม่รู้ล่ะ เดี๋ยวฉันจะพาลูกไปเช็คสมอง ถ้ากระทบกระเทือนในสมอง เธอได้ออกจากโรงเรียนแน่”
“ครูไม่คิดโทษตัวเองบ้างเหรอครับ นี่มันถนนสาธารณะไม่ใช่สนามเด็กเล่นในบ้านครู ปล่อยลูกมาวิ่งเล่นกลางถนนได้ยังไง ถ้าผมผิดผมก็ยอมรับ แต่นี่ผมขับของผมมาดีๆ ครูควรดูแลลูกให้ดีกว่านี้ สงสารน้องเขานะครับที่มีแม่ละเลยความปลอดภัยของลูกแบบนี้”
“ว้ายยยย นายเจน นี่เธอมาสั่งสอนฉันเหรอ ถือดียังไง ฉันเป็นครูเธอนะ สังวรไว้ด้วย”
“ก็เพราะครูเป็นครูไงครับ ผมถึงพูด ถ้าครูเป็นคนอื่นๆ ผมด่าครับ ไม่ได้พูด”
“โอ๊ยยยไอ้เด็กคนนี้ คอยดูนะ ฉันจะเอาเรื่องเธอ ถูกไล่ออกอย่าร้องแล้วกัน”
“ตามสบายครับ ผมว่าไปเช็คสมองทั้งคู่ก็ดีนะครับ” พูดจบ เจนบิดคันเร่งขับออกไปทันที ไม่ทันฟังเสียงสาปส่งจากครูของเขา

จากเหตุการณ์วันนั้น เขาไม่ได้ถูกไล่ออกจากโรงเรียน เพราะผลสอบสวนและผลตรวจร่างกายของเด็กพบว่าเขาไม่ผิด แต่เขาต้องเผชิญหน้ากับครูคนเดิมในวิชาภาษาไทย เขาจึงตัดสินใจบอกกับพ่อว่าเขาไม่อยากเรียนต่อจนจบม. 6 อีกแล้ว เขารู้ว่าถ้าเรียน เขาก็ต้องได้เกรด 0 วิชาภาษาไทยแน่ๆ นั่นก็หมายถึงเขาไม่จบอยู่ดี
“ไม่เรียนแล้วมันจะสอบเข้ามหาลัยได้ยังไงล่ะ”
“ก็ลาออกไปเรียนกศน.เอาก็ได้นี่พ่อ”
“แกก็คิดง่ายเนอะ”
“จะยากไปทำไมล่ะพ่อ เรียนกศน.ก็ได้วุฒิม.6 เหมือนกัน จบแล้วผมไปเรียนต่อก็ได้” เจนดูมั่นใจกับความคิดของตนเอง
“ไหนว่าอยากเรียนวิศวะ”
“กศน.ก็ต่อวิศวะได้นะพ่อ ผมดูมาแล้ว” เขาต้องการแค่วุฒิ เพราะคณิตศาสตร์เป็นเรื่องง่ายสำหรับเขาอยู่แล้ว
“ถ้าแกคิดดีแล้ว ก็ตามใจ” พ่อปิดการสนทนาด้วยการตามใจเขาเช่นเคย

เจนไม่ได้ถูกเลี้ยงแบบสปอยล์ แต่เขาถูกเลี้ยงแบบให้คิดเองตัดสินใจเองมาตลอดมากกว่า พ่อไม่ใช่คนช่างซัก ขณะที่แม่ไม่ต้องพูดถึงแทบจะไม่ได้คุยกับเขาเลย กลับคุยกับจ๋ามากกว่าเขาเสียด้วยซ้ำ แม้ว่าเขาจะโตเป็นหนุ่มแล้ว แต่แม่ก็ยังอยากได้ลูกผู้หญิงอยู่ดี แต่จะให้เขาเป็นกะเทย แม่ก็ไม่ต้องการอีกเช่นกัน ดังนั้นแม่ก็ต้องทนกับเพศสภาพที่ไม่ถูกใจแม่อย่างนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าแม่จะยอมรับได้

.............................

หลังจากพ่อของเจนเสียชีวิตไป ไม่นานแม่ของเขาก็มีแฟนใหม่ เป็นหนุ่มผมยาวประบ่า ผอมสูง ผิวคล้ำ อายุมากกว่าเจนนิดหน่อย แฟนใหม่ของแม่เป็นนักดนตรีในร้านอาหารกลางคืน เขารู้ว่าแม่คงเหงาแต่ก็ไม่ควรจะเลือกเด็กหนุ่มคราวลูกมาเป็นแฟนใหม่

และมันยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ของสองแม่ลูกแย่ไปกว่าเดิมเพราะเจนรับไม่ได้ และเคยต่อว่าแม่ไปแล้วกับเรื่องนี้ แม่เองก็ไม่พอใจที่เจนมายุ่งเรื่องส่วนตัวของเธอ ทั้งคู่ทะเลาะกันหนัก เจนไม่สามารถอยู่บ้านได้หลังจากที่แม่เอาผู้ชายคนใหม่เข้าบ้านมาแทนพ่อของเขา
“ทำไมแม่ต้องเลือกคนนี้ คนอื่นที่เหมาะสมกว่ามีเยอะแยะถมเถไป” เจนต่อว่าแม่
“แกไม่เข้าใจความเหงาหรอก”
“ทำไมผมจะไม่เข้าใจ ผมเลิกกับเมียผมก็เหงา” เจนเถียงทันควัน
“มันไม่เหมือนกัน แกไม่เคยใช้ชีวิตกับใครสักคนนานๆ พอวันหนึ่งเขาไม่อยู่แล้ว มันก็เหมือนขาดอะไรไปในชีวิต”
“แต่แม่ก็ยังมีผม แม่ไม่ได้อยู่คนเดียว”
“แกเป็นลูก ไม่ใช่คู่ชีวิต” แม่พูดคำนี้ออกมา ทำให้เขานิ่งไปครู่หนึ่ง รู้สึกจุกในลำคอ กลืนน้ำลายก่อนที่จะพูดต่อ
“แล้วแม่จะเอาคนคราวลูกมาเป็นคู่ชีวิตเหรอ วันหนึ่งมันก็ไปเจอคนที่สาวกว่า สวยกว่าแม่ มันก็ทิ้งแม่อยู่ดี”
“ให้มันถึงตอนนั้นก่อนเหอะ ตอนนี้แม่มีความสุขมากที่มีเขาอยู่ใกล้ๆ” เจนได้ยินคำตอบก็รู้ว่า เขาดื้อเหมือนใคร
“ถ้าแม่เอามันมาอยู่ในบ้าน ผมก็จะออกไป” เขาพูดจบสะบัดหน้าใส่แม่ทันที
“อย่าเรียกพี่เขาว่ามัน เขาคือคนที่ทำให้แม่มีความสุข”
“ผมไม่เคยทำให้แม่มีความสุขเลยใช่มั้ย” แม่ถึงกับอึ้งเมื่อได้ยินคำตัดพ้อของลูกชาย
“แกอย่าเอามาปนกัน มันคนละเรื่อง” แม่ขึ้นเสียง
“ผมถาม ทำไมไม่ตอบผม” เขาขึ้นเสียงกลับ
“หรือแกไม่อยากให้แม่มีความสุข” แม่ย้อนถามเจนโดยไม่ตอบคำถามก่อนหน้านี้
“โอเค แม่อยากมีความสุขก็เชิญตามสบาย เราจะไม่คุยเรื่องนี้กันอีก จนกว่าผมจะไม่ได้เห็นหน้ามัน” เขาระเบิดอารมณ์ทิ้งท้ายก่อนขึ้นไปเก็บของแล้วออกจากบ้านนับแต่นั้น

บอยแฟนใหม่ของแม่ ไม่ได้เลวร้ายนักเขาไม่ได้คิดจะมาปอกลอกฝ่ายหญิงอย่างที่เจนคาด และยังเข้าใจความสัมพันธ์ของสองแม่ลูกโดยไม่เข้าไปก้าวก่ายเรื่องในครอบครัว แม้เขาจะไม่ได้แสดงตัวว่าเป็นคนรักใหม่ของแม่อย่างออกนอกหน้า แต่เจนก็อึดอัดและไม่ชอบใจอยู่ดี จากวันที่เจนออกจากบ้านไป เขาไม่คุยกับแม่นานเป็นเดือน ลามเป็นปี จนกลายเป็นความเคยชินที่ทั้งคู่จะเงียบใส่กัน ถ้าไม่จำเป็นหน้าก็ยังไม่มองกันแม้ในวันที่ทำบุญครบรอบวันตายของพ่อ

เจนกลายเป็นคนมองโลกในแง่ร้ายมากขึ้น จนเขาเองไม่มีความสุขกับชีวิต และมันก็อาจจะเป็นอีกหนึ่งสาเหตุของอาการนอนไม่หลับเรื้อรังจนกระทั่งได้มาพบกับระมิงค์ เจนอยากจะเล่ารายละเอียดชีวิตต่ำตมของเขาให้ระมิงค์ฟังมากกว่านี้ แต่ก็กลัวเธอจะรำคาญ เพราะเรื่องของเธอเองก็ไม่ได้ดีไปกว่าเขาสักเท่าใดนัก

ความจริงแล้วเจนเริ่มชินกับการที่ไม่ได้เจอกับแม่มานาน เขาเคยพูดเล่นกับเพื่อนสนิทที่ถามถึงครอบครัวเขาว่า “แม่เป็นอย่างไรบ้าง” เขาตอบอย่างเย็นชาว่า “ไม่รู้เหมือนกัน แค่รู้ว่ามีแต่มองไม่เห็น” ใครได้ยินก็คงคิดว่าเขาอกตัญญูอย่างร้ายกาจที่คิดและพูดถึงบุพพการีเช่นนี้ แต่ถ้าไม่เจอกับตัวจะไม่รู้หรอกว่าเขาเจ็บปวดกับการเกิดเป็นลูกชายมากน้อยแค่ไหน

สมัยเป็นเด็กเจนเคยถามจ๋าว่า ทำไมแม่ถึงอยากได้ลูกสาว ถึงขั้นไม่สามารถทำใจรักลูกชายได้ เขาสงสัยมานานแล้วแต่ไม่เคยกล้าถามแม่ด้วยตนเองเลยสักครั้ง ขณะที่จ๋าพอจำได้เลาๆ ตอนที่กำลังท้องเจนอยู่แม่เล่าว่า “แม่แกมีน้องชายอีกคน ก็เป็นน้าแก่นั่นแหละแต่เขาตายไปนานแล้ว ตอนที่น้องชายเกิดมาก็น่ารักอยู่หรอก แต่พอเริ่มโตเป็นวัยรุ่นดันไปติดยาเสพติด เสพยาเกินขนาดตายคาเข็มอยู่ในบ้าน ยายของแกเสียใจมากก็ตรอมใจตาย ทิ้งแม่ไว้ให้อยู่กันสองคนกับตาแก ตาก็เครียดสุดท้ายเป็นโรคประสาทต้องไปอยู่โรงพยาบาลพักใหญ่ แม่แกต้องหาเงินเรียนเองจนจบแล้วก็รับตากลับมาอยู่บ้านด้วย ปรากฏว่าตาหนีออกจากบ้าน จนทุกวันนี้ก็ไม่เคยเจอกับตาอีกเลย ฟังดูเหมือนนิยายนะ แต่มันคือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับแม่แก แม่แกถึงอยากได้ลูกสาวมากกว่าลูกชาย เพราะฝังใจว่าลูกชายมักทำให้พ่อแม่เสียใจ”

“แล้วผมก็ทำให้พ่อแม่เสียใจจริงๆ” เจนตบท้ายหลังจากจ๋าเล่าจบ
“อย่าโทษตัวเองเลยว่ะเจน ไม่ใช่ความผิดของแกหรอก”
“แม่เขารักพี่จ๋ามากกว่าผมด้วยซ้ำ”
“เขาแค่เอ็นดู เพราะพี่ไม่มีแม่แล้วต่างหาก”
“ผมอยากให้เขาเอ็นดูผมแบบพี่จ๋าบ้าง”
“แม่เขาคงรักแกนั่นแหละ แต่อาจจะเขินถ้าต้องแสดงออก เพราะมีบางอย่างติดอยู่ในใจเขา”

ถือเป็นคำปลอบประโลมใจจากพี่สาวต่างแม่ที่ทำให้เจนเชื่อมาตลอดว่าแม่น่าจะรักเขาอยู่บ้าง แต่หลายอย่างๆ ทำให้เขาหมดความเชื่อนั้นไปเรื่อยๆ จนบางครั้งก็ลืมไปแล้วว่ามีแม่อยู่ด้วย




Create Date : 21 มีนาคม 2565
Last Update : 21 มีนาคม 2565 10:39:28 น.
Counter : 487 Pageviews.

1 comments
สมาธิกับใบไม้ บูรพากรณ์
(17 พ.ค. 2567 21:14:05 น.)
๏ ... ฮาร์ดคอร์ จ้อ จนเพ้อ >< ซอฟต์เว่อร์ เพาเเวร์ ... ๏ นกโก๊ก
(16 พ.ค. 2567 19:59:52 น.)
อนงค์ สมาชิกหมายเลข 3881305
(16 พ.ค. 2567 02:54:52 น.)
RIP เนติพร​ เสน่ห์​สังคม​ (บุ้ง)​ ปรศุราม
(16 พ.ค. 2567 14:10:19 น.)
  
โดย: บูรพากรณ์ วันที่: 21 มีนาคม 2565 เวลา:12:40:02 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Magnolia.BlogGang.com

Alex on the rock
Location :
มหาสารคาม  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 42 คน [?]

บทความทั้งหมด