เก็บรักไว้ ให้หัวใจที่รอ ตอนที่ 13
ตอนที่ ๑๓

นับเป็นครั้งแรกที่ณลักษณ์ที่รู้สึกหัวใจเต้นรัวเมื่อชายหนุ่มบอกรัก เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกคิดถึงเขาเมื่อไม่เห็นหน้า และเป็นครั้งแรกที่เธออกหักเมื่อมีอีกคนเข้ามาคั่นกลางระหว่างเขาและเธอ หนำซ้ำเธอยังตกเป็นมือที่สามไปโดยไม่รู้ตัว ทำให้เธอรู้ซึ้งถึงคำว่า “รัก” อย่างกระจ่างแจ้ง กว่าจะรู้จักและเข้าใจคำๆ นี้ก็สายไปแล้ว

ณลักษณ์ไม่สามารถข่มตาให้หลับได้เลยตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ขึ้นในคืนนั้น เธอระบายความรู้สึกให้บัณฑูรและธรณีฟังด้วยใบหน้าซีดเซียว ทั้งคู่ไม่ต่อว่าลูกสาวสักคำ ได้แต่ให้กำลังใจและเป็นห่วงเป็นใยอย่างใกล้ชิด แต่เธอก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะลุกขึ้นมาสร้างกำลังใจด้วยตนเองขึ้นมาได้ในช่วงเวลาสั้นๆ

หญิงสาวทานข้าวทานปลาไม่ลง ไม่ว่ามื้อไหนๆ ทานได้เพียงคำสองคำก็วางช้อน แล้วกลับไปนอนนิ่งๆ เก็บตัวอยู่ในห้อง นับแต่คืนแรกที่รู้ความจริง เธอยังคงอึ้งๆ งงๆ เบลอๆ แยกไม่ออกว่ามันเป็นความฝันหรือเป็นความจริงจึงร้องไห้ไม่ออก ทั้งที่มันอัดอั้นเต็มทนแล้ว กระทั่งเมื่อเธอตัดสินใจโทรศัพท์ไปคุยกับฤทัยเพื่อนสนิทสมัยเรียนปริญญาตรีด้วยกัน ฤทัยเป็นคนที่พูดจาตรงไปตรงมาที่สุดแล้ว
“ฤทัย แกช่วยด่าฉันทีสิ ฉันไม่ต้องการคำปลอบใจ ด่าเลย ด่าแรงๆ เลย” เธออ้อนวอน
และเมื่อเพื่อนสาวเอ่ยขึ้นมาว่า “ก็เพราะแกโง่ไงลักษณ์ แกไม่รู้ทันความรัก แกไม่รู้ทันผู้ชาย แกไม่ต้องเสียใจที่บอกรักเขาช้าไป แต่แกควรจะดีใจที่แกยังไม่บอกรักเขาไปด้วยซ้ำ” ณลักษณ์รู้สึกสะใจกับคำด่านั้นอย่างบอกไม่ถูก

จากนั้นภาพต่างๆ มากมายที่เกิดขึ้นระหว่างณลักษณ์กับสิโรธรผุดขึ้นสลับไปมา รวมทั้งภาพเหตุการณ์ในโรงพยาบาลคืนนั้นถาโถมเข้ามาในสมองโดยไม่ลำดับเวลาทำให้บ่อน้ำตาของเธอระเบิดออกมาจนหยุดไม่ได้ ราวกับเขื่อนแตก มันเป็นการเสียน้ำตาให้กับความรักครั้งแรกในชีวิต

วันจันทร์ซึ่งเป็นวันทำงาน ณลักษณ์ลาป่วยด้วยทนดูสภาพตัวเองในกระจกไม่ได้
“พ่อคะแม่คะ วันนี้หนูลาป่วยไม่ไปทำงานนะ” ณลักษณ์พูดจบก็ทิ้งตัวลงนอนบนโซฟารับแขกโดยที่ยังไม่อาบน้ำ ธรณีไม่ว่าอะไรที่เห็นเธออยู่ในสภาพดังกล่าว ได้แต่ลูบศีรษะเบาๆ
“แล้วจะลาป่วยกี่วันล่ะ”
“ไม่รู้เหมือนกันค่ะแม่ หนูอยากนอน แต่นอนไม่หลับ หนูเพลียมากเลย” ณลักษณ์ตอบไปน้ำตาก็ไหลอีกครั้ง
“ไปเดินเลือกซื้อต้นไม้กับพ่อมั้ยลูก” บัณฑูรชวนเปลี่ยนกิจกรรมเพื่อให้ลูกสาวมีชีวิตชีวาขึ้นบ้าง แต่ณลักษณ์ส่ายหน้า
“หนูไปไม่ไหวค่ะพ่อ”
“ลักษณ์ต้องทานข้าว ลูกจะได้มีแรง” บัณฑูรบอก
“พ่อคะ แม่คะ หนูอยากไปหาพี่รินที่สงขลา”

ก่อนจะเก็บกระเป๋า ณลักษณ์โทรหาจิรอรเพื่อสารภาพว่าเธอไม่สามารถไปทำงานได้ เพราะเธออยู่ในสภาพที่ย่ำแย่มาก
“ถ้าลักษณ์ตายได้ตอนนี้ ลักษณ์คงตายไปแล้ว” ณลักษณ์บอกไปสะอื้นไป
“บ้า อย่าพูดแบบนั้นสิ พี่เป็นห่วงนะ แล้วจะกลับมาทำงานเมื่อไหร่ล่ะ”
“อาทิตย์หน้าก็คงกลับ” ณลักษณ์รู้ว่าตัวเองกำลังพูดปดกับจิรอร “ฝากบอกหัวหน้าด้วยนะคะ แต่อย่าบอกนะว่าลักษณ์อกหักมาทำงานไม่ได้ ขายหน้าคนอื่นเปล่าๆ”
“โอเคจ้ะ ไม่มีปัญหา ดูแลตัวเองให้ดีๆ ละกันนะน้อง แล้วยังไงก็ส่งข่าวคราวมาเรื่อยๆ ละกัน สู้ๆ เวลาจะทำให้เราดีขึ้นเอง”

บัณฑูรมาส่งณลักษณ์ที่สนามบินเพื่อขึ้นเครื่องไปหาพี่ชายที่รอต้อนรับน้องสาวด้วยความเต็มใจอยู่ที่สงขลาแล้ว
“เข้มแข็งนะลูกรัก พ่อหวังว่ากลับมาแล้วลูกจะเป็นลูกสาวที่น่ารักของพ่อคนเดิม” ณลักษณ์น้ำตาไหลพรากสวมกอดผู้เป็นพ่อแน่นราวกับจะพลัดพรากไปนาน
“ฝากดูต้นไม้แทนหนูด้วยนะคะ แล้วหนูจะกลับมาเป็นลักษณ์คนเดิมของพ่อให้ได้ค่ะ” เธอหอมแก้มบัณฑูรก่อนเดินทาง

ณลักษณ์บอกใครๆ ว่าจะกลับสัปดาห์หน้า แต่เธอรู้ว่าใจเธอยังไม่พร้อมที่จะทนเห็นที่ภาพเก่าๆ ที่เคยมีสิโรธรมารอรับเธอที่ทำงานทุกวันโดยไม่รู้สึกอะไรเลย จึงตั้งใจจะอยู่กับพี่ชายอย่างไม่มีกำหนดจนกว่าความบอบช้ำจะทุเลาลง และกลับมาเข้มแข็งเหมือนที่ทุกคนรวมทั้งตัวเองอยากให้เป็น ซึ่งไม่รู้มันจะต้องใช้เวลากี่วัน กี่สัปดาห์ กี่เดือน หรือกี่ปี

ธรรมริน พิมระวี และต้นไผ่มารอรับณลักษณ์ที่สนามบินหาดใหญ่ ต่างฝ่ายต่างดีใจเข้าสวมกอดกันทันทีที่ได้เจอหน้า
“เป็นไงเรา โทรมเชียว” ธรรมรินทักทายน้องสาวที่พวงแก้มมีแต่คราบน้ำตา ณลักษณ์ยิ้มเจื่อนๆ ไม่ตอบอะไร
“ดูทักน้องสิ ไม่เป็นไร มาคราวนี้เดี๋ยวพี่พิมจะพาไปทำสวยเอง” พิมระวีลูบแขนให้กำลังใจน้องสะใภ้
“เป็นไงต้นไผ่ ไม่เจอกันนาน โตขึ้นเยอะเลยนะ” ณลักษณ์ก้มลงไปหอมแก้มหลานชายวัยห้าขวบ แล้วดึงเข้ามากอด
ทั้งธรรมรินและพิมระวีต่างรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับณลักษณ์ แต่ไม่มีใครพูดหรือซักถามเรื่องราวให้เธอต้องสะเทือนใจอีก ดูจากสีหน้าและอาการของณลักษณ์ก็รู้แล้วว่าแย่อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ธรรมรินโทรบอกพ่อและแม่เพื่อให้สบายใจว่าน้องสาวมาอยู่กับเขาแล้ว และสัญญาว่าจะดูแลน้องสาวให้ที่สุด

“พี่ริน พี่พิม ลักษณ์มีเรื่องจะรบกวน” ณลักษณ์เอ่ยปากระหว่างนั่งรถกลับไปยังบ้านในตัวเมืองสงขลา
“อะไรล่ะ ว่ามาสิ” ธรรมรินถาม
“ลักษณ์ขออยู่กับพี่ไปจนกว่าลักษณ์จะดีขึ้นได้มั้ย” ณลักษณ์ตอบเสร็จ น้ำตาเธอไหลอีกรอบ ซึ่งไม่รู้เป็นรอบที่เท่าไรของวันแล้ว
“อ้าว แล้วไม่กลับไปทำงานเหรอ” ธรรมรินแปลกใจ
“ลักษณ์คงไม่สามารถกลับไปทำงานได้แล้วล่ะ” ณลักษณ์ไม่กล้าอธิบายเหตุผลที่ต้องการหนีภาพเก่าๆ ของตัวเอง
“ยังไม่ได้บอกพ่อกับแม่ใช่มั้ย” ธรรมรินถามต่อ
“ยัง กลัวพ่อกับแม่เสียใจ พี่รินไม่ว่าลักษณ์นะ” เธอพูดไป สะอื้นไป
“อืม งั้นก็อยู่ไปจนกว่าสบายใจแล้วค่อยกลับแล้วกัน” ธรรมรินไม่ต้องการขัดใจน้องสาว
“งั้นดีเลย อยู่ช่วยสอนภาษาอังกฤษให้ต้นไผ่นะ” พิมระวีเสนอ
“ได้ค่ะ ยินดีเลยพี่ ตกลงมั้ยต้นไผ่” ณลักษณ์หันไปถามหลานชายซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ เขารีบพยักหน้ารับปาก
“แล้วอาลักษณ์ร้องไห้ทำไมครับ” ต้นไผ่ถามด้วยความไร้เดียงสาเมื่อเห็นอาของเขาที่นั่งอยู่ข้างๆ กันน้ำตาไหลไม่หยุด
“อ๋อ อาลักษณ์ไม่สบายค่ะ” ณลักษณ์รีบปาดน้ำตา
“ไม่สบายเป็นอะไร” เด็กชายยังซักต่อ
“มันรู้สึกเจ็บอ่ะ” ณลักษณ์หันไปตอบ
“ไม่มีใครตีสักหน่อย เจ็บตรงไหนฮะ” ต้นไผ่สงสัย ณลักษณ์ยิ้ม
“เจ็บข้างในใจ” ณลักษณ์จับที่หน้าอกข้างซ้ายของตัวเอง
“โอ๋ๆๆๆ ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวต้นไผ่กอดก็หาย” หลานชายโผซบอกของอาสาวเพื่อปลอบใจเหมือนที่เขาเคยได้รับเวลาที่บาดเจ็บหรือเสียใจ ทำเอาณลักษณ์น้ำตาร่วงหนักกว่าเดิม เธอไม่คิดว่าแค่อ้อมกอดเล็กๆ ของเด็กวัยห้าขวบจะทำให้รู้สึกตื้นตันใจอยู่ไม่น้อย เธอก้มลงจูบศีรษะหลานชายด้วยความเอ็นดู
ธรรมรินและพิมระวี หันมาดูภาพประทับใจที่เบาะหลัง สามีภรรยาสบตากันด้วยความซาบซึ้ง



Create Date : 01 กรกฎาคม 2557
Last Update : 5 ตุลาคม 2560 10:04:14 น.
Counter : 718 Pageviews.

1 comments
: ผลักไส : กะว่าก๋า
(27 พ.ย. 2564 06:00:58 น.)
ช่างตัดผมเม้าท์ Alex on the rock
(26 พ.ย. 2564 20:03:20 น.)
ชวนไปชิมอาหาร ร้าน VP park ค่ะ อาจารย์สุวิมล
(25 พ.ย. 2564 21:38:47 น.)
ขุนช้าง ขุนแผน ตอนที่ 17/7 ขุนแผนขึ้นเรือนขุนช้าง ได้นางแก้วกิริยา 0000
(23 พ.ย. 2564 05:51:18 น.)
  
สนุกๆๆคะ
โดย: Tim IP: 1.10.213.81 วันที่: 11 กรกฎาคม 2557 เวลา:20:22:44 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Magnolia.BlogGang.com

BlogGang Popular Award#17



Alex on the rock
Location :
มหาสารคาม  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 41 คน [?]

บทความทั้งหมด