เก็บรักไว้ ให้หัวใจที่รอ ตอนที่ 32
ตอนที่ ๓๒

หญิงสาวหอบความเอาความผิดหวังกลับมาบ้านอย่างเดียวดาย ตลอดสามเดือนที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลามากพอเท่าที่เธอจะชดใช้ความผิดที่ทำให้เขาต้องประสบอุบัติเหตุจนเกือบเอาชีวิตไม่รอดแล้ว และการทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้แก่วารีก็ถือเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับการยุติความสัมพันธ์อันสั้นระหว่างณลักษณ์และปริญ

ณลักษณ์พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ลืมชายคนรักในเร็ววัน ทุกเช้าเธอจะทำหน้าที่ออกไปจ่ายตลาด สายๆ ก็ชวนบัณฑูรปลูกผักไว้กินเองบริเวณหลังบ้านโดยปลูกในถังซีเมนต์ที่ไม่ใช้แล้ว ช่วงบ่ายก็ปัดกวาดเช็ดถูบ้าน หรือไม่ก็อ่านหนังสือที่เคยซื้อมาแต่ยังไม่มีโอกาสได้อ่าน สลับกับเขียนหนังสือตามประสาคนว่างงาน ตกเย็นเธอปั่นจักรยานไปยังสวนสาธารณะแถวบ้าน พอเหนื่อยๆ จะได้เข้านอนแต่หัวค่ำ หวังว่าจะได้หลับให้สบายเพื่อลืมความทุกข์นั้นไป
ทั้งที่ความจริงแล้ว เธอหลับทั้งน้ำตาแทบทุกคืน

............................

ทุกสุดสัปดาห์จะมีซาเล้งมาแวะเวียนในหมู่บ้านเพื่อรับซื้อของเก่า ณลักษณ์รื้อข้าวของภายในห้องเพื่อจะคัดแยกขยะก่อนนำไปขาย รวมทั้งในกล่องลิ้นชักพลาสติกซึ่งบรรจุสมุดบันทึกสมัยที่ยังเรียนอยู่ เอกสารต่างๆ ที่หมดอายุ และจดหมายเก่าๆ ด้วย
เธอหยิบจดหมายออกมาสองสามฉบับ ลายมือที่จ่าหน้าซองทุกฉบับเป็นลายมือของปริญ หัวใจที่เคยเต้นตามปกติกลับมาเต้นรัวไม่เป็นจังหวะอีกหน เมื่อเปิดอ่านจดหมายฉบับหนึ่ง

สวัสดีครับ คุณลักษณ์
ผมต้องขอโทษด้วยที่ผมไม่ค่อยได้มีโอกาสตอบจดหมายคุณ จริงๆ แล้วถ้าผมจะโทรหาคุณเลยก็ได้แต่ผมกลับรู้สึกว่า ผมอยากเขียนหาคุณบ้าง หลังจากที่ได้รับโปสการ์ดจากคุณมาหลายฉบับแล้ว
ผมเพิ่งกลับออกจากป่ามาครับ เที่ยวนี้เข้าไปนอนในป่าอุ้มผางหลายคืนเลยทีเดียว เจอฝนอีก หนาวหนักเข้าไปใหญ่ เกือบเป็นไข้เลยครับ แต่ผมมีความสุขกับมันนะ นึกถึงตอนวัยรุ่นที่เข้าไปเที่ยวกับเพื่อนๆ ด้วยความคึกคะนอง ก็มันไปอีกแบบ แต่พอเข้าไปทำงานครั้งนี้ ทำให้ผมคิดว่านี่ล่ะคือชีวิตของผม รู้สึกตัวเองมีคุณค่ากับป่ามากขึ้นครับ
จริงๆ ผมก็เข้าป่าอยู่ตลอดนะ แต่คราวนี้มาร่วมกับชุมชนที่นั่นเพื่อช่วยจัดการเรื่องป่าชุมชน อยากให้ป่าอยู่ได้ คนอยู่ได้ด้วยครับ
ที่นี่อาจจะลำบากกว่าป่าอื่นๆ หน่อย แต่มันก็ช่วยให้เราฝึกสัญชาตญาณการเอาตัวรอดได้เป็นอย่างดี ผมถ่ายรูปน้ำตกทีลอซูมาฝากคุณด้วย เผื่อคุณอยากจะไปบ้าง ผมจะอาสาเป็นไกด์ให้คุณเอง ถ้าอยากไปเมื่อไหร่บอกมาเลยนะครับ ผมยินดีรับใช้ในฐานะเจ้าหน้าที่ป่าไม้และในฐานะคนที่คุณไว้ใจได้ รับรองว่าดูแลด้วยชีวิตครับ
อ้อ ส่วนอีกรูปผมฝากไว้เป็นที่ระลึก กลัวจะลืมหน้ากันไปเสียก่อน เท่ไม่เบาเลยใช่ไหมครับ แต่สำหรับหน้าคุณ ผมไม่เคยลืมนะ
คิดถึงครับ
ปริญ

น้ำใสๆ หยดลงบนกระดาษ ตรงคำว่า “คิดถึงครับ” หญิงสาวรีบปาดออกทันที เพราะเกรงว่ามันจะลบเลือนน้ำหมึกไป เธอมองภาพถ่ายชายหนุ่มในเครื่องแบบเต็มยศของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ นึกย้อนไปถึงครั้งแรกที่ได้เปิดอ่านจดหมายฉบับนี้ มันทำให้เธอยิ้มอย่างเป็นสุข ต่างจากวันนี้ที่เธอกลับร้องไห้ให้กับตัวอักษรเหล่านั้น ณลักษณ์อยากจะบอกเขาเหลือเกินว่า เธอไม่เคยลืมใบหน้าของเขาเลย ทั้งดวงตา จมูก ปาก รอยยิ้ม และน้ำเสียง แม้แต่กลิ่นกายของเขา เธอก็ยังคงจำได้เสมอ

ณลักษณ์พลิกรูปถ่ายใบนั้นเพื่ออ่านข้อความที่เขาเขียนสลักหลังไว้ว่า “ขอบคุณที่ทำให้ผมยิ้มได้” แม้มันออกจะเชยๆ เช่นหนุ่มสาวสมัยก่อนแสดงออกกัน แต่ประโยคนั้นก็ฝังใจเธอ จนทำให้หลงละเมอเพ้อพกตลอดมาว่านี่เป็นการสารภาพรักจากชายหนุ่มที่อยู่ในรูป

เสียงกรุ๊งกริ๊งจากโมบายดินเผาที่ชายคาบ้านดังพอให้หญิงสาวเหลียวไปมอง ข้างๆ กันนั้นเป็นกระถางแขวนที่เดิมเคยมีดอกพิทูเนียเบ่งบานเต็มต้นจากเมล็ดพันธุ์ที่ปริญเคยส่งมาให้ครั้งที่ยังไม่เคยเจอหน้าค่าตากันมาก่อน ตอนนี้เหลือเพียงกระถางเปล่าๆ หลังจากเจ้าของไม่มีเวลาดูแลเอาใจใส่ขยายกระถาง บวกกับอายุที่สั้นและความบอบบางของดอกไม้พันธุ์นี้ด้วย ชายคาบ้านจึงปราศจากสีสันของดอกไม้มาระยะหนึ่งแล้ว

เธอได้แต่ทอดถอนใจให้กับมัน พลางคิดในใจว่า “พิทูเนียดอกไม้แทนความไม่สิ้นหวังตายหมดแล้ว เราก็ไม่จำเป็นต้องหวังอะไรอีกสินะ” ก่อนจะหันกลับมาก้มดูจดหมายที่อยู่ในมือ ลังเลอยู่ว่าจะทิ้งจดหมายที่นั่งอ่านแล้วก็รังแต่จะนำความเศร้าหมองซ้ำซากให้แก่ชีวิตดีหรือไม่ แต่หลังจากไตร่ตรองดูแล้ว บางทีจดหมายจากเขาอาจจะเป็นประโยชน์ในอนาคตให้เธอได้ทดสอบความเข้มแข็งของจิตใจ และกลับมาหัวเราะให้กับมัน เมื่อห้วงความทุกข์นั้นได้ผ่านพ้นไป เธอจึงเลือกเก็บมันไว้ในลิ้นชักโต๊ะทำงานแทน ส่วนเอกสารอื่นๆ ที่ไม่ใช้แล้วก็ลงถังขยะไป

แม้ว่าจะเก็บเข้าลิ้นชักไปแล้วก็ตาม แต่ตัวอักษรในจดหมายเก่าๆ จากปริญ ยังวนเวียนอยู่ในหัวของณลักษณ์อยู่ตลอด เธอนึกโกรธตัวเองที่เผลอเปิดอ่านมันซ้ำ ทั้งที่รู้ว่าเป็นอันตรายต่อความรู้สึกเป็นอย่างมาก ความพยายามที่ผ่านมาพังครืนลงเพราะรูปถ่ายใบนั้นและประโยคบอกเล่าที่อยู่ในจดหมายหลายๆ ฉบับ ความเจ็บปวดแล่นเข้ามาจู่โจมหัวใจจนแปล๊บขึ้นมา เหมือนแผลที่สะเก็ดยังไม่ทันหลุด ก็ดันเผลอไปสะกิดให้เลือดไหลซ้ำอีก

การตัดสินใจเดินทางจึงเกิดขึ้นอีกครั้ง แน่นอนว่าหนีไม่พ้น “สงขลา” จุดหมายปลายทางที่เธอคุ้นเคยมากที่สุด
เธอเคยเขียนถึงทะเลที่สงขลาไว้ในตอนหนึ่งของสมุดบันทึกว่า “หนุ่มสาวที่อกหักมักจะเลือกที่จะให้ทะเลช่วยสมานแผลใจ เพียงหวังว่าเกลียวคลื่นจะม้วนเอาความทุกข์ความเศร้าให้จมดิ่งสู่ก้นทะเล และสงขลาก็เป็นหนึ่งในสถานที่ที่พวกเขาต้องการพักพิงใจ”
นั่นคือ เหตุผลของการเดินทางในครั้งนี้
“แกไปสงขลาก็ดีนะ” ฤทัยแนะนำเพื่อนสาวทางโทรศัพท์ก่อนจะออกเดินทาง “อีกอย่าง การได้ไปอยู่กับหลาน จะช่วยให้สภาพจิตใจดีขึ้น พอได้เห็นความไร้เดียงสาของเขาจะทำให้เรารู้สึกเป็นเด็กตามไปด้วย เด็กจะไม่มีเรื่องให้คิดมาก แกสังเกตมั้ยล่ะ เด็กร้องไห้เสียใจแป๊บเดียวก็หาย หกล้มหัวเข่าแตกแล้วก็ลุกขึ้นวิ่งเล่นต่อ ใครๆ ก็เลยอยากกลับไปเป็นเด็กกันทั้งนั้น”

ณลักษณ์เห็นด้วยกับคำแนะนำของฤทัย เช่นเดียวกับคำคมของธรรมรินที่กินใจผู้เป็นน้องสาวยิ่งนักเมื่อรู้ว่าเธอกำลังจะไปหา “ชีวิตที่ไม่มีอุปสรรค ก็ไม่ทำให้เราแข็งแกร่งและเติบโตได้หรอก”

.............................

เมื่อถึงบ้านของพี่ชายที่สงขลา พิมระวีต้อนรับน้องสาวของสามีเป็นอย่างดีดังเช่นที่ผ่านมา เธอไม่เคยนึกรังเกียจเลยว่า ณลักษณ์จะมาที่นี่ด้วยเหตุผลใด หนำซ้ำยังเป็นห่วงความรู้สึกราวกับเป็นน้องสาวแท้ๆ ของตัวเองอีกด้วย

“อยากให้ลักษณ์มาอยู่ที่นี่ด้วยกันเลยจัง” พิมระวีเอ่ย
“นี่ก็มาแล้วไงคะ มาตามคำเรียกร้องของหัวใจช้ำๆ” ณลักษณ์พูดหน้าตาย เพื่อให้ตัวเองเคยชินกับความเจ็บปวด
“ดูพูดเข้าสิ” พิมระวีว่า
“จริงนี่คะ ลักษณ์คงเข็ดกับความรักแล้วล่ะ ขอที่นี่เป็นที่พักใจสักระยะก็พอค่ะ”
“อายุยังน้อย ยังมีเวลาอีกเยอะ” ธรรมรินแทรกขึ้นระหว่างการสนทนาของสองสาว
“ความรักมันไม่ใช่เรื่องของคนสองคนอย่างที่พี่รินว่าแล้วนะ เพราะเราไม่ได้อยู่กันเพียงสองคนบนโลกนี้” ณลักษณ์บอกพี่ชาย
“แล้วทางโน้นเขาติดต่อมาบ้างมั้ย” พิมระวีถามจี้ใจดำ
“ลักษณ์เปลี่ยนเบอร์หลังจากกลับมาแล้วค่ะ”
“แล้วเราไม่โทรไปสอบถามอาการเขาหน่อยเหรอ” พี่สะใภ้ยังซักต่อ
“ไม่ค่ะ พอแล้ว สัญญาก็ต้องเป็นสัญญา จบแบบไม่ค้างคาใจกันอีก” หญิงสาวตอบอย่างเด็ดเดี่ยว ถึงแม้ในใจอ่อนยวบยาบและยังคงอาวรณ์เขาอยู่ไม่คลาย
“อืม พี่เข้าใจ แกก็ทำดีที่สุดแล้วล่ะน้องรัก” ธรรมรินเขย่าศีรษะน้องสาวด้วยความเอ็นดู
“ลักษณ์มาทำงานแถวนี้มั้ย เดี๋ยวพี่ให้พ่อพี่หางานให้” พิมระวีเสนอ
“ขอบคุณค่ะพี่พิม แต่ลักษณ์ไม่อยากอยู่ไกลจากพ่อกับแม่มากนัก แอบเป็นห่วงอยู่”
“กลัวไม่มีใครทะเลาะด้วยล่ะซี่ หึๆๆๆ” ธรรมรินแซว เพราะรู้ดีว่าแม่กับน้องสาวเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาแต่ไหนแต่ไร จะมีช่วงที่บ้านเงียบลงบ้างก็ตอนที่มีมรสุมชีวิตของน้องสาวนี่แหละ

ต้นไผ่วิ่งโผเข้ามากลางวง พร้อมกับส่งเสียงเรียกชื่อณลักษณ์ดังลั่น “น้าลักษณ์ครับ” เขาถือของเล่นชิ้นใหม่ที่เพิ่งได้เป็นของขวัญวันเกิดจากตากับยายมาอวดอาสาวด้วยความดีใจ “มาเล่นด้วยกันนะ”

..............................

อาการบาดเจ็บของปริญจวนจะหายเป็นปกติแล้ว เขาตั้งใจว่าจะกลับไปทำงานในเร็ววันนี้ ขณะที่ภารกิจทางใจเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น พร้อมกับกำลังใจจากผู้เป็นแม่ที่เปลี่ยนจากการห้ามปรามเป็นการสนับสนุนเพียงเพื่อต้องการเห็นความสุขของลูกชาย
ก่อนที่ปริญและวารีจะเดินทางไปตามหาณลักษณ์ที่กรุงเทพฯ เขาพยายามติดต่อไปยังหมายเลขโทรศัพท์เดิมอยู่หลายวัน แต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้ เวลานี้หัวใจของเขาว้าวุ่นจนแทบไม่เป็นอันทำอะไร
“นี่เราจะจากกันโดยไม่ล่ำลากันเลยหรือครับ” ชายหนุ่มตัดพ้อกับตัวเอง




Create Date : 01 กันยายน 2557
Last Update : 16 ตุลาคม 2560 9:44:37 น.
Counter : 634 Pageviews.

4 comments
แนะนำเว็บไซต์ Examvify.com ให้บริการเกี่ยวกับระบบจัดการฐานข้อมูลข้อสอบและจัดสอบออนไลน์ beerz01
(21 พ.ย. 2564 20:20:51 น.)
ถนนสายนี้มีตะพาบ หลักกิโลเมตรที่ 290 กิ่งฟ้า
(22 พ.ย. 2564 00:21:29 น.)
: ความสำเร็จและโอกาส : กะว่าก๋า
(18 พ.ย. 2564 05:52:04 น.)
ลุ้นกับเวลาทำงาน Alex on the rock
(18 พ.ย. 2564 21:09:33 น.)
  
เข้ามาลุ้น เมื่อไรอุปสรรคจะหมดไปเสียที รอลุ้นอยู่นะ
โดย: Napai IP: 58.137.102.50 วันที่: 1 กันยายน 2557 เวลา:15:21:11 น.
  
Nice story,i like and enjoy so much. The fact, i been reading since on mid August, that's day i was boring and lonely, i feel like to read love story, i clicked and saw your this story, i was reading till late my sleeping time, i wanted to comment on next day but i was busy and forgotten, am sorry, today i am comment, i do apologise , i say this because i am respect and polite person, i am living at overseas. The best, thank you very much to make me feel better after i has been read your this story.
Yours faithfully
Art.
โดย: Art IP: 192.99.14.36 วันที่: 1 กันยายน 2557 เวลา:17:41:25 น.
  
ซึ้งใจจังเลยค่ะ ทั้งคุณ Napai และคุณ Art ดีใจที่ทำให้ผู้อ่านมีอารมณ์ร่วมกับผู้เขียนได้

ติดตามกันจนจบนะคะ
โดย: Alex on the rock วันที่: 1 กันยายน 2557 เวลา:19:36:40 น.
  
จากกันอีกแล้ว เมื่อไหร่จะได้เจอกันแบบจำกันได้ล่ะนี่ สงสารทั้งคู่
โดย: กระรอกเมือง วันที่: 2 กันยายน 2557 เวลา:4:37:36 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Magnolia.BlogGang.com

BlogGang Popular Award#17



Alex on the rock
Location :
มหาสารคาม  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 41 คน [?]

บทความทั้งหมด