เธอทำให้ฉันเห็นวันพรุ่งนี้ ตอนที่ 15
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นหลังจากเจนยกของขึ้นรถเพื่อเตรียมส่งให้ลูกค้าเสร็จ
“ว่าไงพี่จ๋า”
“แม่อยากเจอเจนอ่ะ”
“แม่ไหน” เขาถามอย่างงงๆ
“อ้าว ไอ้นี่ ก็แม่แกไง”
“อยากเจอทำไมตอนนี้”
“เออ ว่างมั้ยล่ะ กลับมาบ้านหน่อย”
“ไอ้นั่นมันอยู่บ้านมั้ย” เขาหมายถึงบอยแฟนแม่
“เออ มาเหอะน่า” จ๋าไม่ยอมบอกว่าเกิดอะไรขึ้น

เย็นวันเดียวกันหลังปิดร้าน เจนบึ่งรถกลับไปบ้านแบบไม่ได้คาดหวังอะไรนัก แต่ไปเพราะอยากรู้เช่นกันว่าทำไมจู่ๆ แม่ถึงอยากเจอเขา

เขาสาวเท้าเข้าบ้านอย่างรวดเร็ว เหมือนอยากจะให้วันนี้พ้นๆ ไป
“ไหนล่ะ” เขาตะโกนเข้ามาในบ้าน เมื่อเห็นจ๋านั่งดูทีวีอยู่กลางบ้าน
“น้าคะ เจนมาแล้ว” จ๋าตะโกนเรียกแม่ของเจนซึ่งอยู่ชั้นสองของบ้าน

ครู่หนึ่ง แม่ของเขาสวมชุดดำลากกระเป๋าใบเขื่องลงมาด้วย ใบหน้าอิดโรยเหมือนคนอดนอน
“อ้าว จะไปไหน” เจนถาม แต่แม่ไม่ตอบ
“จะให้ไปส่งที่ไหนล่ะ” เขาถามคำถามใหม่ เพราะเข้าใจว่าที่เรียกเขามาก็เพราะอยากจะให้ไปส่งแม่ที่ไหนสักแห่ง
“แกฟังแม่ก่อน อย่าเพิ่งถาม” จ๋าเอ็ดน้องชาย เจนเบ้ปากใส่

แม่ค่อยๆ หย่อนตัวลงบนโซฟา
“เจน บอยเขาตายแล้วนะ” แม่พูดเสียงเรียบๆ เป็นที่มาของการสวมชุดดำ
“ห๊า!” เจนตกใจ เพราะคาดไม่ถึงว่าจะได้ยินข่าวนี้
“อืม...เขาถูกรถชนตายเมื่อวานซืน เผาไปเรียบร้อยแล้วเมื่อบ่ายวันนี้”
ทุกคนในบ้านพร้อมใจกันเงียบไปชั่วขณะ มีเพียงเสียงข่าวภาคค่ำจากเครื่องรับโทรทัศน์ดังอยู่เท่านั้น

“แล้วแม่จะไปไหน” เจนถามอีกครั้ง
“จะกลับไปอยู่ต่างจังหวัด แม่อยากพัก แม่คุยกับจ๋าแล้ว จ๋าเขาอยู่คนเดียวได้”
“เจน...” จ๋าเรียกน้องชายให้หันมาเพื่อจะเล่ารายละเอียด “จริงๆ แล้วที่ผ่านมา บอยไม่ได้มาอาศัยที่บ้านนี้ถาวรหรอกนะ เขามาเป็นพักๆ เพราะเขาเกรงใจเจน และเกรงใจพี่ เมื่อวานซืนเขาไปเล่นดนตรีที่ต่างจังหวัด แล้วเกิดอุบัติเหตุตอนขากลับมากรุงเทพฯ”
เจนหน้าชาเมื่อได้ยินเรื่องราวที่เกิดขึ้น ขอบตาเขาร้อนผ่าวเมื่อเห็นหน้าแม่ของตนหม่นเศร้า นึกเกลียดตัวเองขึ้นมาทันที คำพูดในวันที่เขาเดินออกจากบ้านไปแล่นกลับมาในหัวอีกครั้ง ใช่...เขาไม่เคยทำให้แม่มีความสุขเลย จนวันนี้วันที่แม่ทุกข์อีกครั้ง เขาก็ยังไม่รู้ว่าจะปลอบใจแม่อย่างไรดี เพราะความที่ไม่เคยได้คุยเปิดใจกันมาก่อน

“แม่อยากเจอเจนเป็นครั้งสุดท้าย” จ๋าพูดแทนแม่
“ทำไมต้องครั้งสุดท้าย” เจนถามเสียงเครือ
“ก็เจนไม่อยากเจอหน้าแม่แล้วไม่ใช่เหรอลูก” แม่ถามลูกชายก่อนที่น้ำตาจะไหลออกมา
“ผม...” เขาไม่รู้จะตอบแม่ว่าอย่างไรดีให้เป็นคำตอบที่ไม่เสแสร้ง และให้แม่รู้สึกดีกว่านี้
“เจนไปส่งแม่ขึ้นรถที่ขนส่งนะลูกนะ แม่จะเดินทางคืนนี้”
“แต่เรายังไม่ได้คุยอะไรกันเลย” เจนปาดน้ำตาที่เปื้อนแก้มตัวเอง
“เดี๋ยวเราคุยกันในรถก็ได้นี่ลูก...เออ กินข้าวมาหรือยังล่ะ พอดีสองสามวันมานี้แม่กินข้าวไม่ค่อยลง เลยไม่ได้ทำกับข้าวอะไรไว้ ไม่รู้พอจะมีอะไรเหลือบ้าง”
“ผมไม่หิว”
เจนทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าเขาจะแสดงออกอย่างไรดี ตะขิดตะขวงใจที่จะพูดกับคนที่เคยหมางเมินกันเป็นปี บวกกับความสับสนที่เกิดขึ้นกะทันหัน จนอธิบายความรู้สึกของตัวเองไม่ได้ เขาเดินไปยกกระเป๋าเดินทางของแม่ขึ้นรถโดยไม่พูดอะไร

“แม่จะไปนานแค่ไหน” เขาถามระหว่างทางขับรถไปส่งแม่ที่สถานีขนส่งสายอีสาน
“ที่นั่นบ้านแม่ แม่จะอยู่นานแค่ไหนก็ได้” เธอตอบโดยไม่มองหน้าลูกชาย
“แล้วงานล่ะ ไม่ทำงานแล้วเหรอ”
“แม่ลาออกตั้งแต่ปลายปีที่แล้วแล้วล่ะ แต่ไม่ได้บอกแก”
“แล้วจะไปอยู่กับใคร”
“ก็อยู่กับญาติๆ ที่ยังมีชีวิตอยู่”
“พูดเหมือนตัวเองแก่มาก”
“ห้าสิบกว่าแล้วก็ถือว่าแก่แล้วล่ะ เพื่อนทยอยตายกันปีละคนสองคนแล้ว”
เจนไม่รู้จะพูดอะไรกับแม่ต่อ บรรยากาศในรถเงียบลงได้ยินแต่เสียงแอร์หึ่งๆ การจราจรที่เคยติดขัดใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงกว่าจะถึงสถานีขนส่ง วันนี้มันกลับคล่องตัวมากกว่าเก่า เจนจึงขับรถถึงที่หมายเร็วขึ้น

“จะให้ผมลงไปนั่งรอเป็นเพื่อนมั้ย กว่ารถจะออกอีกตั้งนาน” เจนหันมาถาม
“ไม่ต้องหรอก แกกลับไปเถอะ” เจนเดาไม่ถูกว่าแม่พูดด้วยความเกรงใจเขาหรือไม่มีเรื่องจะคุยกับเขาแล้วกันแน่
“เราไม่มีอะไรจะคุยกันจริงๆ เหรอแม่” เจนถาม แต่ผู้เป็นแม่ไม่ตอบ
“แม่...ไม่ไปได้มั้ย ไปอยู่กับผมที่ร้านชั่วคราวก็ได้” เขาดูเขินๆ ที่จะพูดออกไปเหมือนพยายามจะแก้สถานการณ์
“แม่อยากอยู่ที่ที่แม่สบายใจ”
เจนฟังแล้วรู้สึกเจ็บปวดลึกๆ แม่คงกำลังหมายถึงการที่มีเขาอยู่ด้วยทำให้แม่ไม่สบายใจ แต่ก็ไม่นึกโกรธเคืองเหมือนเก่า เพราะเขารู้ดีว่าที่ผ่านมา เขาก็ไม่ได้ทำให้แม่ภูมิใจหรือมีความสุขได้จริงๆ เลย เขาจึงอยากใช้ช่วงเวลาที่แม่กำลังเสียใจได้ทำหน้าที่ลูกบ้าง แม้จะไม่ใช่การแสดงความรักที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติก็ตาม

เมื่อแม่ก้าวลงจากรถ พร้อมกับลากกระเป๋าเดินทางเข้าประตูไปช้าๆ เจนมองร่างเล็กๆ บางๆ ของแม่ที่ค่อยๆ ห่างจากเขาไปเรื่อยๆ อย่างอาวรณ์ ตอนที่เขาเดินออกจากบ้าน เขารู้สึกเด็ดเดี่ยวและไม่สนใจความรู้สึกของใครๆ ในบ้านเลย คงเช่นเดียวกับแม่ตอนนี้ที่เดินไปโดยไม่หันหลังกลับมามองเขาแม้แต่น้อย ทิ้งให้เขาทอดสายตาจนแม่หายลับตาไป เขาทำได้เพียงแค่เอ่ยคำลาและยกมือไหว้โดยที่แม่ไม่ได้ยินแล้วอยู่ในรถคนเดียว “เดินทางปลอดภัย หวังว่าเราจะได้เจอกันอีกนะแม่ หวัดดีครับ”

นอกจากเขาไม่เคยแสดงออกถึงความรักกับแม่แล้ว เขายังไม่เคยมีโอกาสทดแทนบุญคุณเลยสักครั้ง ขนาดคำขอโทษจากเขาสักคำยังไม่หลุดออกจากปาก จนถึงวันนี้ วันที่แม่เขาน่าจะต้องการความรักจากใครสักคนมากที่สุด เขาก็ยังไม่สามารถให้แม่ได้เลย เจนตำหนิตัวเอง “ไอ้ลูกเลว!” แม้แต่จะพูดว่า “แล้วเจอกันนะแม่” เขายังไม่กล้าที่จะพูดต่อหน้า

ชายหนุ่มปาดน้ำตาทิ้งก่อนขับรถออกจากที่นั่น เขาไม่รู้ว่าน้ำตาที่ไหลมาจากความเสียใจที่แม่ไม่ให้โอกาสเขา หรือเจ็บใจที่ตัวเองไม่ได้ทำในสิ่งที่ควรทำมากกว่า ภาพเก่าๆ ในวันวานแล่นปรู๊ดเข้ามาในหัว ตั้งแต่เด็กจนอายุเท่านี้ เขาแทบจำไม่ได้เลยว่าแม่เคยกอดเขา หรือเขาเคยกอดแม่บ้างหรือเปล่า รูปถ่ายด้วยกันยังหาไม่ค่อยเจอ เพราะอะไร? เพราะแม่ไม่รักเขา หรือเขาไม่รักแม่ เขารู้เพียงว่าอยากบอกใครสักคนว่าเขาเจ็บปวดกับความผิดครั้งนี้ และการกระทำที่ผ่านมาของตัวเองมากเพียงใด ซึ่งคนแรกที่เขานึกถึงก็คือระมิงค์

เจนหยิบโทรศัพท์ขึ้นเตรียมจะกดเบอร์เพื่อโทรหาระมิงค์ แต่...เขาตัดสินใจวางลง เมื่อคิดได้ว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัวที่ไม่ควรเอาไปรกหูของเธอ จึงเปลี่ยนเป็นเปิดเพลงเฮฟวี่เมทัลเสียงดังลั่นรถ

เสียงโทรศัพท์ดังแทรกเข้ามา เป็นเบอร์ของจ๋า เขาเสียบสมอลล์ทอล์กเข้ากับหู
“ถึงขนส่งหรือยัง”
“อืม แม่ลงไปแล้วล่ะ มีอะไรเหรอ”
“เปล่า กลัวแกกับแม่จะทะเลาะกันน่ะสิ”
“ไม่หรอก เข้าใจกันแล้ว” เขาตอบทั้งที่รู้ว่า เขากับแม่ไม่มีวันเข้าใจกัน เพราะไม่เคยเปิดอกคุยกันด้วยซ้ำ
“แม่ไม่อยู่แล้ว จะกลับมาอยู่บ้านมั้ย” จ๋าถามเจน เพราะเธอต้องอยู่บ้านหลังนั้นเพียงลำพัง หลังจากทุกคนต่างแยกย้ายไปอยู่ที่อื่นกันหมดแล้ว
“คิดดูก่อนนะ อาจจะกลับไปนอนเป็นบางครั้งบางคราว พี่จ๋าอยู่ได้มั้ย”
“ไม่ได้ก็ต้องได้ล่ะ”
“แฟนล่ะ”
“ก็อยู่บ้านเขาดิ”
“ก็ชวนมาอยู่ด้วยกันเลย”
“เขาไม่เคยขอฉันแต่งงานเลยย่ะ”
“ไม่ต้องแต่งแล้ว มาอยู่ด้วยกันเลย สมัยนี้ใครเขาแต่งกัน พ่อแม่พี่จ๋าก็ตายหมดแล้ว จะเอาสินสอดไปให้ใครล่ะ”
“ฮ่าๆๆ เออ แกพูดเข้าท่าดีนะ งั้นแกก็หาเมียประเภทเดียวกับฉันนะ พ่อแม่ตายจะได้ไม่ต้องมีสินสอด”
“หาอยู่ แก่กว่าพี่จ๋า ใช้ได้ป่าว”
“มันเป็นรสนิยมของแกอยู่แล้วนี่ ฮ่าๆๆๆ” พี่สาวหัวเราะเสียงใสก่อนจะวางสายไป

เจนปรับอารมณ์จากเศร้าแทบไม่ทันเมื่อได้นึกถึงผู้หญิงที่นั่งในใจเขาตอนนี้
“เออ ทำไมเรารักแต่ผู้หญิงอายุมากกว่าวะ???” เขาถามตัวเองเบาๆ
“อยากรู้จัง คุณมิ้งทำอะไรอยู่ จะคิดถึงเราเหมือนที่เราคิดถึงเขามั้ยนะ”



Create Date : 25 มีนาคม 2565
Last Update : 25 มีนาคม 2565 9:45:26 น.
Counter : 647 Pageviews.

0 comments
:: Memento mori :: กะว่าก๋า
(11 มิ.ย. 2567 05:00:46 น.)
เาลาที่หายไป - บทที่ 37 ดอยสะเก็ด
(9 มิ.ย. 2567 17:09:49 น.)
๏ ... สั่ง ปะตัด วิมาน >< สาน ปฏิวัติ มั่ง ... ๏ นกโก๊ก
(9 มิ.ย. 2567 19:54:14 น.)
: อย่าละเลยตัวเอง : กะว่าก๋า
(8 มิ.ย. 2567 05:51:54 น.)
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Magnolia.BlogGang.com

Alex on the rock
Location :
มหาสารคาม  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 42 คน [?]

บทความทั้งหมด