เก็บรักไว้ ให้หัวใจที่รอ ตอนที่ 30
ตอนที่ ๓๐

ธรรมรินมาราชการที่กรุงเทพฯ สองสามวัน จึงแวะกลับบ้านที่กรุงเทพฯ ในรอบหลายปี เขาพาต้นไผ่ลูกชายวัยซนมากราบคุณปู่คุณย่า แต่พิมระวีไม่ได้มาด้วย เพราะตั้งใจว่าสงกรานต์ที่จะถึงนี้ จะมาที่นี่พร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้ง แต่เขาไม่รู้มาก่อนว่าน้องสาวตัวดีของเขา ไม่อยู่บ้านพักใหญ่แล้ว พอธรณีบอกถึงรู้ข่าว
“ทำไมแม่ไม่บอกผมล่ะ ว่าลักษณ์ไปอยู่นั่นแล้ว ไอ้เราก็คิดว่าอกหักเบาๆ ไม่เห็นไปสงขลาอย่างเคย”
“แม่ก็ไม่อยากให้แกต้องเป็นกังวล น้องมันโตแล้ว แม่เป็นคนบอกให้มันไปเองแหละ”
“โธ่แม่ แม่ปล่อยให้ลักษณ์ไปอยู่อย่างนั้นได้ยังไง” เขาอดที่จะเป็นห่วงน้องสาวคนเดียวไม่ได้ “ป่านนี้โดดน้ำปิงตายหรือยังไม่รู้”
“ดูแช่งน้องเข้าสิ ยัยลักษณ์มันไม่เป็นไรหรอกน่า ถึงมันจะขี้ร้องแต่มันก็เด็ดเดี่ยว มันโทรมาหาอยู่เกือบทุกวัน แต่วันนี้ไม่ยักกะโทรแฮะ”
“น่านไง...” ธรรมรินส่ายหน้า แล้วก็ล้วงเอาโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงกดเบอร์เพื่อโทรหาณลักษณ์ทันที

“ฮัลโหล ลักษณ์”
“ว่าไงพี่ริน” ณลักษณ์เสียงสดใสเมื่อรู้ว่าพี่ชายโทรมา
“แม่เพิ่งบอกพี่ว่าลักษณ์ไปเป็นยมบาลที่ตาก” เขาแซวน้องสาวก่อนจะหัวเราะเอง
“ฮ่าๆๆ พยาบาล ไม่ใช่ยมบาล” น้องสาวช่วยตบมุก
“เออ นั่นแหละ กลับมาได้แล้ว พี่อยู่กรุงเทพฯ พาเจ้าต้นไผ่มาเยี่ยม ดันไม่อยู่ซะนี่”
“เหรอ เสียดายจัง พี่รินจะกลับเมื่อไหร่ ลักษณ์จะกลับสิ้นเดือนนี้แล้ว”
“ไม่ทันหรอก มะรืนนี้พี่ก็กลับแล้ว พี่มาราชการน่ะ”
“ว้า...อดเลย”
“เป็นไง สบายดีนะไม่มีใครทำไรน้องพี่ใช่มั้ย”
เมื่อได้ยินคำถามนี้จากพี่ชาย คนฟังถึงกับอึกอักพูดไม่ออก มันช่างแทงใจดำน้องสาวเสียเหลือเกิน จนน้ำตาเอ่อท้นขอบตา “อื้ม...สบายดี” ณลักษณ์ตอบเสียงกระเส่า
“ทำไมน้ำเสียงไม่ดีเลยอ่ะ ต้องมีอะไรแน่ๆ เลย” เขาจับสังเกตได้
“ไม่มี้...” ณลักษณ์ปฏิเสธเสียงสูง
“ยิ่งปฏิเสธ ยิ่งมีพิรุธ”
“โธ่ พี่รินก็...”
“แม่เล่าพี่หมดแล้วล่ะ แม่ฝ่ายนั้นไม่ปลื้มเราใช่ป่ะ จริงๆ มันเป็นเรื่องของคนสองคนนะลักษณ์ น้องต้องหาโอกาสคุยกับปริญสองต่อสองให้ได้ ถึงแม้เขาจะยังจำเราไม่ได้ก็ตาม แต่การได้คุยกัน ความทรงจำเก่าๆ มันก็ต้องกลับมาบ้างล่ะ”
ณลักษณ์น้ำตาร่วงเผาะก่อนตอบ “ยังไม่มีโอกาสนั้นเลย และคงไม่มีโอกาสแล้วด้วยพี่ริน”
“ถ้าเชื่อมั่นในความรักมันต้องเป็นไปได้สักวัน เข้มแข็งนะน้องพี่ ไม่ไหวก็มาหาพี่ โอเค...พี่ไม่กวนแล้ว ไปเป็นยมบาลต่อเหอะ”
ธรรมรินวางสายไป ส่วนณลักษณ์เช็ดน้ำตาที่ไหลเปื้อนแก้ม เพราะที่ผ่านมาเธอแทบไม่เคยรู้สึกว่าพี่ชายจะมาสนใจเรื่องจุกจิกของผู้หญิงนัก แต่วันนี้กลับทำให้เธอสัมผัสได้ถึงไออุ่นและความห่วงใยจากพี่ชายที่ไม่ค่อยแสดงออกคนนี้จนล้นออกตา

ณลักษณ์นั่งแปลเอกสารอยู่จนเกือบสี่ทุ่ม ก่อนจะเดินไปปิดไฟเข้านอน เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นจนเธอสะดุ้งเพราะไม่คิดว่าจะมีใครโทรมาป่านนี้ เบอร์โทรศัพท์นั้นเป็นเบอร์จากวารี ปกติแล้ววารีไม่เคยโทรหาเธอดึกๆ เช่นนี้ ทำเอาใจคอผู้รับสายไม่ค่อยดี
“สวัสดีค่ะ”
“ลักษณ์ ฉันมีเรื่องด่วนจะรบกวนเธอ”
“มีอะไรคะคุณป้า”
“พี่สาวฉันป่วยหนักอยู่เชียงใหม่ พรุ่งนี้เช้ามาที่บ้านสัก 6 โมงได้มั้ย พาฉันไปส่งขึ้นรถทัวร์หน่อย ฉันจะไปเยี่ยมพี่สาว”
“อ๋อ ได้ค่ะ แล้วคุณปริญล่ะคะ ไปด้วยกันมั้ย”
“ไม่ได้ไป ฉันจะให้เธอมาเฝ้าที่บ้านสักหนึ่งคืน ถ้าไม่มีไรแล้ว มะรืนนี้ฉันจะกลับ”
“ค่ะๆ คุณป้าไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ หนูจะดูแลคุณปริญเองค่ะ”
ณลักษณ์รับปากอย่างโล่งใจ ที่ไม่ใช่ข่าวร้ายที่เกิดขึ้นกับคนรัก แต่ก็ภาวนาอย่าให้เกิดเรื่องร้ายๆ กับป้าของปริญเช่นกัน เพราะเธอไม่อยากเห็นแม่ของเขาเป็นทุกข์ไปมากกว่านี้
.......................................

หลังจากณลักษณ์ส่งวารีขึ้นรถไปเชียงใหม่ และจัดแจงเรื่องข้าวปลาอาหารมื้อเช้าแทนวารีให้ปริญเรียบร้อยแล้ว จู่ๆ ก็นึกถึงคำพูดของพี่ชายเมื่อคืนขึ้นมา และนี่คือโอกาสเดียวที่เขาและเธอจะได้อยู่ด้วยกันสองต่อสอง
เธอแตะที่ตัวเขาเบาๆ ก่อนจะพูดขึ้นว่า “คุณปริญ อากาศข้างนอกดี๊ดี ไม่หนาวมาก คุณอยากไปเที่ยวมั้ยคะ ฉันจะพาไป”
“อื้ม ไปสิ” ปริญพยักหน้าแสดงความตื่นเต้น “ผมอยากไปเที่ยว ผมไม่ได้ออกไปไหนเลย เบื่อจะแย่แล้ว”
“เราไปเที่ยวน้ำตกกันดีมั้ย”

ปลายทางของการออกเดทแบบปัจจุบันทันด่วนของทั้งคู่คือ น้ำตกพาเจริญ โดยมีณลักษณ์เป็นต้นคิดและสารถี สร้างความตื่นเต้นให้เขาและเธอไม่แพ้กัน ฝ่ายปริญตื่นเต้นที่จะได้ไปน้ำตก ซึ่งเขาจำไม่ได้แล้วว่าเคยไปครั้งสุดท้ายเมื่อใด ขณะที่ฝ่ายณลักษณ์ตื่นเต้นที่จะได้ลักพาตัวชายหนุ่มคนรักไปเที่ยวโดยไม่บอกใคร
ตลอดเส้นทางของการมุ่งหน้าไปยังปลายทาง ปริญมีสีหน้าแช่มชื่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่ต่างจากณลักษณ์ที่ยิ้มไม่ยอมหุบจนทำให้ปริญมองอย่างประหลาดใจ
“คุณมีความสุขใช่มั้ย” เขาถาม
“ใช่ค่ะ”
“ผมไม่เคยเห็นคุณยิ้มอย่างนี้เลย” เขาทัก
“จริงหรือ”
ปริญพยักหน้าก่อนจะพูดต่อ “เดี๋ยวนะ คุณหันมาทางนี้อีกทีซิ” ณลักษณ์หันไปยิ้มให้เขาตามคำสั่ง
“ผมว่าผมเคยเห็นแล้วล่ะ” เขายิ้มตอบ แล้วไม่พูดอะไร ได้แต่ฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี กระทั่งถึงน้ำตกพาเจริญ

ณลักษณ์เดินจับมือปริญไปยังน้ำตก เธอรู้สึกอบอุ่นจนไม่อยากปล่อยมือนั้นเลย ทั้งคู่นั่งบนขอนไม้ท่อนใหญ่ที่พาดขวางลำธาร แล้วแช่เท้าแกว่งไปมาอยู่ในน้ำที่ใสจนมองเห็นปลาตัวเล็กๆ แหวกว่ายอยู่รอบๆ
ลมหนาวพัดอ่อนๆ ใบไม้กวัดแกว่งไปมา
“หนาวมั้ย” หญิงสาวถามขึ้น
“ตอนแรกไม่หนาว แต่ตอนนี้หนาวแล้ว”
“งั้นรอแป๊บนะ ฉันไปเอาเสื้อมาคลุมให้”

หญิงสาวหายไปครู่หนึ่ง กลับมาพร้อมเสื้อแจ๊กเก็ตสีเทาดำของปริญที่ติดมาด้วย
“อ้าว ของคุณล่ะ”
“ฉันมีผ้าพันคอแล้วค่ะ” เธอชูให้ดู
“นึกว่าจะมาห่มด้วยกัน” เขาพูดพร้อมกางเสื้อแจ๊กเก็ตที่ถืออยู่ออก ณลักษณ์ยิ้มบางๆ ด้วยความดีใจที่เขาแสดงออกเช่นนั้น ในใจเธอได้แต่รำพันว่า “ถ้าคุณจำฉันได้ ก็คงดีสินะ ฉันจะไม่รอช้าที่จะโผเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนของคุณ”
ปริญสูดหายใจเอากลิ่นอายของป่าเข้าไปเต็มปอด แล้วบอกว่า
“ผมเคยเข้าป่า...”
“ใช่ค่ะ คุณเคยเป็นคนป่า เพราะคุณทำงานป่าไม้”
“ผมเคยมาที่นี่แล้ว” เขาว่า
“คุณจำได้...”
ปริญพยักหน้างึ่กๆ ก่อนจะก้มลงไป แล้ววักน้ำมาลูบหน้า ณลักษณ์ปลื้มใจอย่างบอกไม่ถูก ความเชื่อที่ไม่มีเหตุผลของเธอมันกลับมาอีกแล้ว
“อากาศบริสุทธิ์จัง เห็นอะไรเขียวๆ แล้วเย็นตาดี อยากกลับไปทำแล้วล่ะ” เขาเปรยถึงหน้าที่การงานที่เคยทำก่อนหน้านี้
“อีกไม่นานหรอกค่ะ” เธอให้กำลังใจเขาทั้งที่รู้ว่านั่นเป็นสัญญานของเวลาที่ใกล้จะหมดลง
“คุณล่ะ พอผมไปทำงานแล้ว คุณจะทำงานอะไรต่อ” เขาหันมาถามด้วยความใส่ใจ
“หึๆๆ” หญิงสาวหัวเราะในลำคอ พร้อมส่ายหน้า “ยังไม่รู้จะทำงานอะไรเลยค่ะ”
“ทำงานที่ร้านต้นไม้ต่อมั้ย ผมจ้างเอง”
“อยากให้ฉันอยู่นี่อีกเหรอ”
ชายหนุ่มพยักหน้าจริงจังแทนคำตอบ เธอฟังแล้วได้แต่ยิ้มมุมปาก แม้จะไม่รู้ว่าเขาอยากจะให้เธออยู่ในฐานะอะไร แต่การแสดงออกของเขาก็ไม่ทำให้ณลักษณ์คิดไปเองฝ่ายเดียว

“เสียดายที่มีเวลาน้อย ไม่งั้นฉันจะพาไปแช่น้ำพุร้อนที่แจ้ซ้อนเลยนะ อาการบาดเจ็บที่เท้าและที่อื่นๆ ของคุณอาจจะหายไวขึ้นก็ได้”
“อยากไปจัง เราไปกันมั้ย” เขารบเร้า
“ไม่ได้หรอกค่ะ พรุ่งนี้แม่คุณก็กลับมาแล้ว”

บ่ายแก่ๆ หนุ่มสาวกลับเข้าเมือง เพื่อไม่ให้ถึงบ้านค่ำ ระหว่างนั่งรถกลับในสมองของปริญเกิดภาพซ้ำขึ้น เขารู้สึกคุ้นชินกับภาพการเดินทางของเขาและเธอเป็นอย่างมาก
“เราเคยมาด้วยกันหรือเปล่า”
“ยังไงคะ”
“ทำไมผมคุ้นๆ ว่าผมเคยนั่งรถกลับคุณอย่างนี้แหละ คุณก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ตลอดเวลาอย่างนี้ด้วย”
“ก็ขาไปไงคะ”
“ไม่ใช่ๆ นั่นผมจำได้ แต่ผมว่าก่อนหน้านี้เราก็เคยนั่งรถกันอย่างนี้ใช่มั้ย”
ณลักษณ์ตาโตเมื่อได้ยินเขาถาม “คุณหมายถึงตอนที่คุณขับรถไปส่งฉันที่นครวรรค์” เธอดีใจจนพูดไม่ออก ได้แต่พยักหน้าแล้วนิ่งไปพักหนึ่ง

ก่อนเข้าบ้าน หญิงสาวขับรถพาชายหนุ่มเวียนรอบเมือง ผ่านโรงเรียนอนุบาลประจำจังหวัด ทำให้เขาต้องเหลียวมอง
“ผมเคยอยู่โรงเรียนนี้นะ”
“คุณจำได้ถึงขนาดนั้นเลยแล้วเหรอเนี่ย” ณลักษณ์ประหลาดใจกับสิ่งที่ปริญพูดขึ้นมา
“อื้ม ผมจำได้ว่าเกือบโดนซ้ำชั้น แต่แม่ซื้อพัดลมให้โรงเรียน ผมก็เลยได้เลื่อนชั้น” เขาเล่าหน้าตาย
“ฮ่าๆๆๆ” เธอหัวเราะออกมาเสียงดัง “โตไปไม่โกงนะคะ”
“แต่ถ้าเป็นลูกผม ผมจะให้ซ้ำชั้นนะ ณลักษณ์ว่าไง”
“หือ???” ณลักษณ์ชะงัก มองหน้าเขาแต่ไม่กล้าตอบ เพราะกังขาในคำถาม
“ว่าไงล่ะ” เขาถามซ้ำ
“เอ่อ...ก็คงให้ซ้ำกันเหมือนกัน” เธอตอบโดยไม่รู้ว่าเขาหมายถึงลูกของเขาหรือลูกของเรา แต่แอบเหมาเข้าข้างตัวเองเอาว่า เป็นลูกของเราไปแล้ว

“คุณอยากให้ฉันอยู่ด้วยจริงๆ เหรอ” หญิงสาวถือโอกาสถามย้ำเพื่อความมั่นใจ
“อยากสิ” เขาตอบทันควัน “อยากไปเที่ยวด้วยกันแบบนี้ทุกวัน” ณลักษณ์ตื้นตันทั้งที่ไม่แน่ใจว่าเขาพูดด้วยอาการทางสมองหรือพูดจากความรู้สึกกันแน่
“แล้วจำได้มั้ยว่าเราเคยไปลอยกระทงด้วยกัน”
ชายหนุ่มทำท่าครุ่นคิดก่อนจะส่ายหน้าช้าๆ หญิงสาวน้ำตาคลอกลืนน้ำลายด้วยความผิดหวังที่เขาจะจำเหตุการณ์เก่าๆ ยังไม่ได้ แต่ก็ซึ้งใจไม่น้อยที่เขายังเห็นความสำคัญของเธออยู่บ้าง

นี่เป็นวันเดียวที่ทั้งคู่มีเวลาอยู่ด้วยกันยาวนานที่สุดนับตั้งแต่เธอมาเป็นพยาบาลจำเป็นให้เขา รวมทั้งอาหารมื้อค่ำมื้อแรกและมื้อเดียวที่เธอมีโอกาสแสดงฝีมือทำกับข้าวให้เขาทาน พร้อมกับคำชมว่า “อร่อย” ทั้งที่มันเป็นเมนูง่ายๆ อย่างไข่เจียวหมูสับ สร้างความสุขมากที่สุดให้หญิงสาวตลอดระยะเวลาเกือบสามเดือนที่ผ่านมา

ปริญทานยาและหลับไปพักหนึ่งแล้วตั้งแต่หัวค่ำ ขณะที่ณลักษณ์นอนบนโซฟาในห้องรับแขก แต่ไม่ว่าจะพลิกซ้ายหรือขวาก็ไม่ยอมหลับเสียทีจนเกือบเที่ยงคืน ด้วยความกระวนกระวายใจที่กลัวจะถึงพรุ่งนี้ เธอรู้สึกเสียดายช่วงเวลา 8 ชั่วโมงที่นอนหลับไปโดยไม่รู้สึกตัวว่ากำลังอยู่กับเขา เธอไม่อยากเห็นแสงอาทิตย์โผล่ขึ้นมาเลย เพราะหมายถึงเวลาที่วารีจะกลับมาแล้ว

แต่แล้วพระอาทิตย์ก็ยังคงทำหน้าที่ของมัน...



Create Date : 20 สิงหาคม 2557
Last Update : 10 ตุลาคม 2560 10:19:17 น.
Counter : 588 Pageviews.

2 comments
100 สิ่งที่เราชอบ: 001 - กลิ่นของป่า LittleMissLuna
(11 ต.ค. 2564 23:42:03 น.)
: งูกินหาง : กะว่าก๋า
(8 ต.ค. 2564 05:36:43 น.)
แม่นยำทะลุใจ ไกรศรี
(8 ต.ค. 2564 13:23:10 น.)
:: กะว่าก๋าแนะนำหนังสือ - รักเกินร้อย :: กะว่าก๋า
(7 ต.ค. 2564 05:32:27 น.)
  
สนุกๆๆคะ
โดย: Tim IP: 1.10.213.183 วันที่: 22 สิงหาคม 2557 เวลา:14:13:03 น.
  
ดีใจจังที่ยังมีคนติดตามอยู่
โดย: Alex on the rock วันที่: 23 สิงหาคม 2557 เวลา:20:30:01 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Magnolia.BlogGang.com

BlogGang Popular Award#17



Alex on the rock
Location :
มหาสารคาม  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 41 คน [?]

บทความทั้งหมด