เธอทำให้ฉันเห็นวันพรุ่งนี้ ตอนที่ 8
ครบกำหนดหมอนัด เจนใจระทึกเหลือเกินที่จะได้ไปคลินิกจิตเวชของโรงพยาบาล ผิดจากเมื่อก่อนที่ไม่มีกะจิตกะใจจะไปหาจิตแพทย์เลย แม้อยากจะหายแต่เบื่อบรรยากาศในโรงพยาบาลที่มองไปทางไหนก็มีแต่ความหดหู่ชอบกล แต่ทุกวันนี้แค่นึกถึงหน้าระมิงค์ก็อยากจะให้ถึงวันนัดไวๆ เสียเหลือเกิน ทั้งที่ฝ่ายหญิงไม่ได้ตื่นเต้นสักนิดเลย เขานึกแช่งตัวเองให้นอนไม่หลับไปเรื่อยๆ จะได้ไปคลินิกเป็นประจำและได้เจอกับเธอ ขณะเดียวกันกลับอยากให้ระมิงค์หายจากโรคซึมเศร้าที่คุกคามเธออยู่

“อ้าว สวัสดีครับคุณมิ้ง เจอกันอีกแล้วนะครับ” เขาเดินมาทักทายหญิงสาวทำทีว่าเป็นเหตุบังเอิญ ความจริงแล้วเขามาก่อนล่วงหน้าเป็นชั่วโมงเพื่อเฝ้ารอ พอเห็นหญิงสาวเดินมาถึงจึงรีบปรี่เข้าหาเธอทันที จนหญิงสาวสะดุ้ง

“อุ้ย!! สวัสดีค่ะคุณ...โทษทีนะพี่ลืมชื่อคุณไปแล้ว” ระมิงค์เกาหน้าผากตัวเองแก้เก้อ เจนนึกน้อยใจนิดหน่อยที่ฝ่ายหญิงจำชื่อเขาไม่ได้ แสดงว่าเขาไม่ได้อยู่ในใจของเธอเลยแม้แต่น้อย ผิดกับเธอที่มาวิ่งอยู่ในใจเขาตลอดเวลา
“เจนครับผม” เขาตอบพลางนั่งเคียงกัน
“เออ ใช่คุณเจน คราวหน้าพี่จำได้แน่นอนค่ะ”
“ผมจำชื่อคุณมิ้งได้ขึ้นใจเลย” เขาหยอด
“ขนาดนั้นเลยหรือคะ เอ...ว่าแต่ทำไมชื่อเจนล่ะคะ ชื่อเหมือนผู้หญิง ชื่อจริงชื่อเจนนี่หรือเปล่า หึๆ” ระมิงค์เย้า
“ฮ่าๆๆ ชื่อจริงก็ชื่อเจนครับผม ตอนท้องแม่ผมอยากได้ลูกผู้หญิงมาก ก็อยากให้ชื่อเจนนี่นั่นล่ะครับ แต่ผมดันไม่ใช่ผู้หญิง เลยให้ชื่อเจนอย่างเดียวพอ”
“เอ่อ...แล้วเป็น...หรือเปล่าคะ” เธอถามด้วยความไม่มั่นใจ
“ฮ่าๆๆ ว่าแล้วคุณต้องสงสัย ไม่เป็นครับ พอแม่ได้ลูกผู้ชายแม่ก็ผิดหวัง แต่ไม่ได้พยายามเลี้ยงผมให้เป็นผู้หญิงหรอกครับ เขาเลี้ยงแบบทิ้งๆ ขว้างๆ แทน”
“อ้าว ทำไมไปว่าแม่อย่างนั้นล่ะคะ”
“ไม่ได้ว่าครับ แต่เป็นอย่างนั้นจริงๆ เขาไม่ได้รักหรือสนใจอะไรผมมากนัก ทั้งที่ผมเป็นลูกคนเดียวของเขานะ พ่อผมจะใส่ใจผมมากกว่า ทั้งที่พ่อผมก็เมียเยอะ แม่ผมเนี่ยเมียคนที่สองแล้วเป็นคนที่จดทะเบียนด้วย ยังมีที่ไม่มีลูกด้วยกันอีก 2-3 คน” เขาเล่าอย่างเปิดเผย ทั้งที่เพิ่งเจอกันที่โรงพยาบาลเป็นครั้งที่สองเท่านั้น ระมิงค์ก็แปลกใจ “หรือคนป่วยทางจิตแบบพวกเราจะต้องการคนฟัง” เธอตั้งข้อสังเกตในใจ เพราะเธอก็ไม่ได้ปิดบังเรื่องราวของตนเองเช่นกัน แต่ไม่ได้เล่าพร่ำเพรื่อนอกจากจะมีคนถาม
“ดูคุณไม่ค่อยโอเคกับครอบครัวเลยนะ” เธอลองสรุป
“จะว่างั้นก็ได้นะครับ ผมไม่ค่อยโอเค เพราะผมไม่ชอบที่แม่ผมตำหนิผมว่าไม่เก่งอะไรเลย เขาจะเปรียบเทียบกับลูกคนอื่น ผมว่ามันก็ไม่แฟร์กับผมนะ ผมไม่ได้ทำไรผิด ทำไมต้องเปรียบเทียบกันด้วย” คำตอบของชายหนุ่มค่อนข้างเครียดสะกดให้หญิงสาวนิ่งตั้งใจฟัง
“ก่อนหน้านี้ผมไปอยู่เมืองนอกมาไม่กี่เดือน พ่อตายไม่นาน แม่ผมมีแฟนใหม่แล้ว ไม่บอกผมสักคำ อยู่ๆ ผมมารู้อีกทีว่าแม่จะแต่งงานใหม่กับหนุ่มรุ่นน้องที่อายุมากกว่าผมไม่กี่ปี ผมก็ช็อกสิครับ แม่ไปคบกับเขาตอนไหน ผมล่ะงง ตอนพ่อยังไม่ตายเหรอ” เจนยิ่งเล่าเรื่องส่วนตัวยิ่งขึ้นเสียงด้วยความหงุดหงิดจนคู่สนทนาสังเกตได้
“เหตุการณ์นานหรือยังคะเนี่ย ทำไมคุณถึงยังดูเคืองแม่อยู่เลย” เธอซักด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เผื่อเขาจะสงบอารมณ์ลงบ้าง
“สามสี่ปีแล้วมั้งครับ แต่นึกถึงทีไรก็ไม่สบอารมณ์ทุกที” พูดจบเขาก็ก้มหน้าลง รู้สึกผิดเล็กน้อยที่เผลอใส่อารมณ์กับคู่สนทนา “ผมขอโทษฮะไม่น่าเสียมารยาทบ่นเรื่องตัวให้คุณฟังเลย ทำให้คุณเสียอารมณ์ตามไปด้วย”
“ไม่เป็นไรค่ะ พี่เข้าใจ แต่ก็นานพอสมควรแล้ว อย่าหัวเสียอีกเลยนะคะ” เธอบอกอย่างใจเย็น เจนพยักหน้ารับคำ เขารู้สึกถึงความเป็นผู้ใหญ่กว่าในตัวหญิงสาว
“นี่หรือเปล่าที่เป็นสาเหตุที่ทำให้คุณเจนนอนไม่หลับ” ระมิงค์สันนิษฐาน
“หมอก็ว่างั้นครับ มันเป็นความเครียด ความแค้นที่อยู่ในใจมานานน่ะครับ แต่ก็บวกกับพฤติกรรมอื่นๆ ของผมด้วยแหละ”

ไม่ทันได้คุยต่อ เสียงพยาบาลเรียกชื่อเขาเข้าห้องตรวจ มาขัดจังหวะการทำความรู้จักกันเอะไรตอนนี้...เจนนึก
“คุณมิ้งครับ ผมอยากเล่าให้คุณฟัง อยากคุยกับคุณอีก คุณรีบกลับหรือเปล่าครับ”
“เอ่อ...” หญิงสาวตั้งตัวไม่ทัน ไม่รู้จะตอบกลับว่าอย่างไรดี
“เอางี้ เดี๋ยวผมตรวจเสร็จ ผมจะนั่งรอคุณตรงนี้นะครับ” เขารวดรัดก่อนเดินเข้าห้องตรวจไป ปล่อยให้ระมิงค์ออกอาการงุนงงว่าตัวเองอยากจะคุยกับเขาด้วยหรือ

................................

แล้วเจนนั่งคอยระมิงค์อยู่หน้าห้องตรวจจริงๆ หลังจากที่หมอตรวจเธอเสร็จเรียบร้อย
“รับยาหรือเปล่าครับ”
“ค่ะ แต่รอบนี้บอกหมอว่าไม่อยากกินยาเอ๋อแล้ว”
“ยาอะไรครับยาเอ๋อ”
“กินแล้วมันจะเอ๋อๆ หน่อยค่ะ พี่รู้สึกตัวเองพูดจาไม่รู้เรื่อง มันมึนๆ งงๆ ง่วงๆ ตลอดเวลา ทำงานไม่ได้ วันไหนถ้ารู้จะต้องทำงานก็ไม่กินเลย” เจนฟังแล้วก็เห็นใจแต่ก็อดยิ้มไม่ได้กับชื่อยา
“แล้วจะหายหรือครับ”
“ไม่หายค่ะ ฮ่าๆๆ กลับมาเศร้าอีก หมอก็ปรับยาให้ค่ะ”

หลังจากรับยาเสร็จแล้ว ทั้งสองเดินออกจากคลินิกพร้อมกัน
“นี่คุณรอเพื่อจะคุยกับพี่จริงๆ เหรอคะ”
“เอ้า จริงสิครับ ผมก็อยากคุยกับคุณมิ้งต่อ เดี๋ยวขาดตอน คราวหน้าคุณมิ้งก็ลืมอีก”
“ฮ่าๆๆๆ เป็นโรคซึมเศร้าค่ะ ไม่ได้เป็นอัลไซเมอร์”
“ฮ่าๆๆ ครับผม คุณหิวมั้ยครับ ไปหาอะไรทานกันมั้ย ผมเลี้ยงเอง”
“คุณจะไม่ถามเลยเหรอว่าพี่มีธุระหรือเปล่า”
“เออจริง หรือว่าคุณมีธุระ ไม่สะดวกหรือครับ ผมก็ใจร้อน”
“หึๆ เปล่าค่ะ ไม่ได้มีธุระที่ไหน ว่างค่ะ ดีเหมือนกันไม่ค่อยได้ทานข้าวนอกบ้านนานมากแล้ว แต่พี่ไม่มีรถนะคะขอติดรถไปด้วยละกัน”
“ยินดีครับ แถวนี้มีร้านอาหารอร่อยๆ อยู่ ผมเคยทาน ไปกันครับ”
“เดี๋ยวพี่ขอโทรหาแม่ก่อนนะ แกจะได้ไม่ต้องรอ”
“ครับผม” ชายหนุ่มหัวใจพองโตที่หญิงสาวรุ่นพี่ตอบรับคำชวนแบบกะทันหัน สำหรับเขามันคือเดทแรกในรอบหลายปี แต่สำหรับหญิงสาวแล้ว ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรเหมือนกัน

ระหว่างมื้ออาหารค่ำ ทั้งคู่ไม่ได้คุยกันเรื่องมรสุมชีวิตอย่างที่คุยกันในคลินิกเพราะเกรงว่าจะทำลายบรรยากาศการทานอาหารแสนอร่อยไปเสียหมด บทสนทนาส่วนใหญ่จึงเป็นเรื่องของรสชาติอาหารและข่าวสารบ้านเมืองทั่วไปมากกว่า กระทั่งเรียกพนักงานเก็บเงิน
“จริงๆ พี่เป็นผู้ใหญ่กว่า พี่ควรจะเลี้ยง”
“ไม่เป็นไรครับ ผมเป็นคนชวน และคุณก็จะเป็นลูกค้าผมด้วย ถือเป็นการขอบคุณลูกค้า”
“อย่างนี้ต้องเลี้ยงลูกค้าทุกคนหรือเปล่าคะเนี่ย”
“ฮ่าๆๆ ไม่หรอกครับ เฉพาะลูกค้าคนพิเศษมากกว่า”
“หึๆๆ พิเศษนี่หมายความว่าไงคะ ป่วยเป็นพิเศษอย่างงั้นเหรอ”
“ไม่ใช่ครับ ไม่บอกดีกว่า” เขาอมยิ้มบวกกับสายตากรุ้มกริ่มก่อนจ่ายเงินค่าอาหาร “เราไปนั่งคุยกันต่อในเรื่องที่ค้างไว้ดีมั้ยครับ”
“ทำไมคุณถึงอยากเล่าจริงจังจังเลยละคะ”
“คุณมิ้งรำคาญผมหรือครับ” เขาเริ่มลังเลว่าตัวเองจะรุกมากเกินไป
“เปล่าๆ ค่ะ พี่กำลังสงสัยว่า ทำไมคุณไว้ใจพี่ มันเป็นเรื่องส่วนตัวมากๆ นะ”
“ไม่รู้สิครับ ผมอยากให้เล่าให้คุณฟัง และพร้อมที่จะฟังเรื่องของคุณเช่นกัน คุณอยากเล่าให้ผมฟังบ้างมั้ย”
หญิงสาวมองหน้าเขาไม่ตอบอะไร ก้มหน้ายิ้มและเดินนำไปร้านกาแฟที่อยู่ติดกัน เจนใจชื้นขึ้นมาหน่อยที่ระมิงค์ไม่ปิดโอกาส
เขาอนุมานเอาเองว่า ตอนนี้ระมิงค์น่าจะยังโสดและอยู่กับแม่เพียงสองคน หลังจากที่เธอเคยเปรยให้ฟังคราวก่อนถึงสาเหตุของการป่วย เขาจึงคิดว่าการรุกของเขาจึงไม่น่าเกลียดถ้าอีกฝ่ายยังไม่มีใคร



Create Date : 07 กุมภาพันธ์ 2565
Last Update : 7 กุมภาพันธ์ 2565 11:06:56 น.
Counter : 583 Pageviews.

0 comments
: รูปแบบของพระเจ้า : กะว่าก๋า
(18 พ.ค. 2567 04:36:22 น.)
: รูปแบบของงานศิลปะ : กะว่าก๋า
(15 พ.ค. 2567 05:13:31 น.)
เวลวที่หายไป - บทที่ 33 ดอยสะเก็ด
(14 พ.ค. 2567 21:00:14 น.)
No. 1265 ค้างในป่าแม่วิน (ตอน 3) ไวน์กับสายน้ำ
(14 พ.ค. 2567 06:35:03 น.)
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Magnolia.BlogGang.com

Alex on the rock
Location :
มหาสารคาม  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 42 คน [?]

บทความทั้งหมด