เธอทำให้ฉันเห็นวันพรุ่งนี้ ตอนที่ 23
อ้อเป็นผู้หญิงที่ดูทะมัดทะแมงจนหลายคนมองว่าเธอน่าจะเป็นทอม แต่ความจริงแล้วจิตใจเธออ่อนโยนเหมือนผู้หญิงทั่วไป เลี้ยงแมวไว้เป็นเพื่อนเพื่อปลอบประโลมหัวใจตนเอง อ้อเคยมีแฟนเมื่อหลายปีก่อน รักกันมานานกว่าเจ็ดปีตั้งแต่สมัยเรียน พออายุเข้าเลขสามก็คิดว่าอยากมีลูก จึงบอกให้แฟนมาขอเธอแต่งงานเสียที แต่แฟนกลับบอกว่าไม่พร้อมทั้งเรื่องงานและเรื่องเงิน ทั้งที่อ้อก็ไม่ได้ต้องการเงิน แค่ต้องการความเป็นครอบครัวและสถานภาพที่ชัดเจน ซึ่งความจริงแล้วไม่ใช่เรื่องของงานหรือเงินของเขาหรอก แต่เป็นเพราะแฟนเก่าของอ้อเป็นผู้ชายหวงความโสดมากกว่า ขี้เหงาอยากมีแฟน แต่ไม่อยากแต่งงาน

ในเมื่อไม่อยากแต่งก็ต้องเลิกรากัน เธอไม่อยากเสียเวลาไปมากกว่านี้ ทั้งที่เจ็บปวดไม่น้อย แต่เธอไม่ใช่คนที่ฟูมฟายกับความผิดหวังนานนัก ให้กำลังใจตัวเองว่าชีวิตต้องเดินไปข้างหน้า พร้อมกับแมวตัวเมียตัวหนึ่ง แม้จะรู้ว่าอาจต้องอยู่คนเดียวไปจนตายก็ตาม อ้อนับเป็นหนึ่งในกำลังใจที่ดีของระมิงค์ตั้งแต่รู้ว่าเพื่อนป่วยเธอก็ไม่เคยทอดทิ้ง ทั้งที่ตัวเองก็เกือบเอาตัวไม่รอดจากความรักเช่นกัน เพียงแต่เธอลุกขึ้นยืนได้ก่อนระมิงค์เท่านั้น

อ้อถึงกับหัวเราะก๊ากเมื่อได้ยินเพื่อนเล่าถึงการบ้านที่ทำไป เพราะไม่คิดว่าเพื่อนจะจริงจังและดำเนินการเร็วขนาดนั้น

“เห็นมั้ยฉันบอกแล้วว่าแกทำได้ ฮ่าๆๆๆ”
“อย่าแซวดิ ฉันเขินนะเว้ย แม่ฉันก็แซว แล้วตอนนั้นสภาพฉันก็ทุเรศมากแก หัวเหอฟูไปหมดเพราะนอนอยู่ เขาก็มาแบบไม่บอกล่วงหน้า เขารับนัดก็บุญแค่ไหนแล้ว”
“สภาพแกตอนทุเรศก็ยังดีกว่าฉันตอนแต่งหน้าล่ะ”
“นี่ฉันมัดมือชกเขาหรือเปล่า มันดูรีบๆ ยังไงไม่รู้ว่ะ”
“เออ เวลาล่วงเลยมาเยอะแล้ว รีบๆ น่ะถูกแล้ว”

และแล้ววันนัดก็มาถึง คนที่ตื่นเต้นกลับไม่ใช่เจนหรือระมิงค์ เพราะนี่ไม่ใช่เดทแรกของทั้งคู่ แต่เป็นอ้อ ที่ลุ้นกับเพื่อนสาวให้เปิดใจมาตลอด ทั้งที่เธอเองก็เป็นสาวโสด โสดชนิดที่ไม่มีใครเข้ามาเลยสักคนนับตั้งแต่อกหักมาหลายปี จึงตื่นเต้นเป็นธรรมดาที่จะได้เห็นหนุ่มคนพิเศษของเพื่อนสนิท

อ้อเห็นสองหนุ่มสาวต่างวัยเดินมาด้วยกัน ขณะที่เธอนั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหารก่อนหน้านี้ไม่นานนัก
“ทางนี้จ้า...” หญิงสาวโบกมือให้ทั้งคู่ ระมิงค์โบกมือตอบทันที
“สวัสดีครับคุณอ้อ” เจนทักทาย โดยไม่ได้ยกมือไหว้ หรือเรียกพี่ เพราะเขาไม่อยากให้สองสาวรู้สึกแปลกแยกแตกต่างกันนัก
“สวัสดีค่ะคุณเจน ยินดีที่ได้เจอนะคะ”
“เช่นกันครับ”
ระมิงค์เกิดอาการลังเลว่าเธอควรจะนั่งฝั่งไหน ระหว่างเพื่อนสาวกับชายหนุ่มที่มาด้วยกัน แต่เมื่อสบสายตากับเพื่อนแล้ว สายตานั้นบอกให้เธอนั่งฝั่งเดียวกันกับเจน
“สั่งอาหารยังอ้อ” ระมิงค์ถามแก้เขิน
“เรียบร้อยแล้ว คุณเจนสั่งอะไรเพิ่มมั้ยคะ” อ้อยื่นเมนูให้
“ตามนั้นล่ะครับ ผมง่ายๆ ทานได้ทุกอย่าง”

บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเป็นไปอย่างเป็นกันเองมีแต่เสียงหัวเราะราวกับว่าเพื่อนสาวกับหนุ่มรุ่นน้องรู้จักกันมาก่อนหน้านี้แล้ว เพราะอ้อเป็นผู้หญิงคุยเก่ง อารมณ์ดี มองโลกในแง่บวกจนเจนนึกแปลกใจว่าทำไมเธอถึงไม่มีแฟน จะว่าหน้าตาก็ไม่น่าจะเป็นปัญหา แม้ว่าจะไม่ใช่เป็นผู้หญิงสวยสะดุดตา แต่อ้อก็เป็นผู้หญิงแต่งตัวมีสีสันดีเมื่อเทียบกับระมิงค์ที่เน้นสีเอิร์ธโทนกับพาสเทล

“อิ่มหรือเปล่าคะคุณเจน” อ้อถามขึ้น
“พอสมควรเลยครับ อร่อยนะครับร้านนี้ผมเพิ่งเคยมาครั้งแรก วันหลังเรามากันอีกนะครับ”
“เรา???” อ้อชี้ไปที่สามคน
“ครับผม คุณอ้อก็มาด้วยสิครับ คุณอ้อคุยสนุกดีออก”
“มากันสองคนเถอะค่ะ เปิดโอกาสให้พี่ไปกินข้าวกับคนอื่นบ้าง เดี๋ยวพี่จะขึ้นคานเสียก่อน” อ้อแซวตัวเอง
“ฮ่าๆๆๆ” เจนกับระมิงค์หัวเราะพร้อมกัน
“คุณสองคนนี่สมเป็นเพื่อนสนิทกันนะครับ อารมณ์ดีทั้งคู่ ถ้าเพื่อนผมยังโสด ผมจะแนะนำให้รู้จักคุณอ้อเลยฮะ”
“ห๊า ยังมีเพื่อนโสดเหลืออีกเหรอคะ”
“เอ่อ ตอนนี้ไม่เหลือฮะ แต่ถ้ามีจะรีบบอกคุณอ้อคนแรกเลย”
“โธ่...แล้วมาพูดให้ความหวังกันทำไม” อ้อทำเสียงงอน
“ไหนว่าอยากได้ผัวฝรั่ง” ระมิงค์ทัก
“ณ จุดนี้ ชาติไหนก็เอาหมดล่ะค่ะ ยกเว้นชาติหมา”
“ฮ่าๆๆๆ” เจนหัวเราะเสียงดัง “โอเคครับ ผมจะพยายาม”

หลังมื้ออาหารนั้น เจนบอกกับระมิงค์ระหว่างทางที่ขับรถไปส่งที่บ้านว่า “คุณมิ้งโชคดีมากนะครับที่มีเพื่อนอย่างคุณอ้อ ผมว่าเธอช่วยให้คุณสบายใจได้มากๆ เลย”
“ค่ะ อ้อเป็นเพื่อนสนิทที่นิสัยดี ตักเตือนพี่เสมอ ไม่ได้แค่ให้กำลังใจอย่างเดียว ถ้าเราทำอะไรไม่ถูกต้อง อ้อจะบอกตรงๆ ไม่อ้อมค้อม”
“รักษาไว้ให้ดีเลยนะครับเพื่อนแบบนี้”
“คุณพูดเหมือนแม่พี่เลยค่ะ แม่รักอ้อเหมือนลูกคนหนึ่ง เพราะตอนที่พี่ป่วยหนักๆ อ้อมันเป็นเพื่อนที่ใส่ใจเราที่สุด มันไม่เคยรำคาญหรือบ่นเลยที่เราขอความช่วยเหลือหรือต้องการที่ระบาย แถมมันก็ด่าด้วยถ้าเรางี่เง่าเกินไป อาจจะเป็นเพราะอ้อเป็นคนตรงๆ อย่างนี้ล่ะมั้งคะ เลยหาแฟนยากหน่อย”
“จริงๆ ก็มีผู้ชายที่ชอบผู้หญิงแบบนี้นะครับ”
“แต่แค่ยังหากันไม่เจอ” ระมิงค์เสริม
“ใช่ครับ ไม่เหมือนเรา...เจอกันแล้ว”
“หือ???” ระมิงค์เสียงสูง หันไปมองหน้าคนขับ คนขับทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้กับคำพูดของตัวเอง
“คุณมิ้งจะไปไหนอีกหรือเปล่าครับ” เขาเปลี่ยนเรื่อง
“ไม่ล่ะค่ะ”
“ผมดีใจนะครับที่คุณมิ้งเปิดโอกาสให้ผมได้รู้จักกับแม่ และเพื่อนสนิทของคุณ”
“โลกของพี่ก็มีอยู่ไม่กี่คนนี่ล่ะค่ะ มีอีกคนชื่อพิชา สนิทเหมือนกัน แต่ไม่ใช่เพื่อนกลุ่มเดียวกับอ้อ เดี๋ยววันหลังจะแนะนำให้รู้จักนะคะ ไม่รู้คุณเจนเบื่อมั้ย”
“ไม่หรอกฮะ ผมยินดีรู้จักทุกคนที่อยู่ในโลกของคุณ เอ...ว่าแต่วันนี้คุณอ้อเขาไม่เห็นคุยเรื่องจิตแพทย์ที่คลินิกเลยนี่ฮะ ไหนว่าจะไปปรึกษา”
“ห๊า!” ระมิงค์ลืมสนิทว่าบอกอะไรกับเขาไว้ก่อนหน้านี้ “อ๋อ...สงสัยจะหายแล้ว แฮ่ๆๆ” เธอหัวเราะแก้เก้อ
“อ๋อ ผมก็ว่างั้นล่ะครับ ดูเขาไม่น่าจะว่ามีปัญหาอะไรนะครับ อารมณ์ดีมากๆ สุขภาพจิตดีสุดๆ”
“หึๆๆ ค่ะ” ระมิงค์ไม่รู้จะพูดอะไรต่อดี กลัวเขาจะจับได้ว่าตัวเองปั้นเรื่อง

....................................

ทันทีที่ถึงบ้าน และเจนกลับไปแล้ว ระมิงค์เข้าห้องนอนตัวเองรีบคว้าโทรศัพท์ส่งข้อความทางไลน์หาอ้อทันที
“ไงบ้างอ่ะ” ระมิงค์เริ่มต้นบทสนทนาทางตัวอักษร
“งานดี” อ้อตอบทันที จนระมิงค์อ่านแล้วหัวเราะออกมาเสียงดัง
“ดียังไงวะ”
“หน้าตาดี มีเครานิดหน่อย แมนดี ดูเถื่อนแต่สุภาพ” อ้อให้ความเห็น
“5555 อีบ้า เอาดีๆ สิ”
“ก็พูดจริง จัดว่าดีนะ ฉันเชียร์” อ้อสนับสนุน “แต่ถ้าแกเรื่องมากเงื่อนไขเยอะแยะก็ยกให้ฉัน ฉันชอบ จะเป็นมือสองมือสามฉันไม่เกี่ยง”
“ยังก่อน ฉันยังไม่ตัดสินใจ แกรอไปก่อนนะ”
“เอ้า อีนี่ กั๊กอีกแล้ว” อ้อตอบตามด้วยสติกเกอร์โมโหกลับไป
“5555” ระมิงค์ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาและพิมพ์ตอบกลับไป
“แก ผู้ชายน่ะมันหายากขึ้นทุกวันนะเว้ย แกจะปล่อยไปทุกคนไม่ได้ ฉันขอร้อง แกควรจะเก็บไว้สักคน เพราะคนดีๆ จะไม่เหลือบนโลกใบนี้แล้ว แกเห็นมั้ยว่ามันฆ่ากันตายเพราะหึงหวงทุกวัน แล้วน้องเจนเขาก็น่ารักกรุบกริบ ไม่มีลอกแลก เขารู้จักแกมาเกือบปีแล้ว เขาก็ยังมั่นคงกับแก ทั้งที่แกบ้าๆ บอๆ แบบนี้ แถมแก่ลงไปทุกวัน เขาก็ยังไม่หนีหายไปไหนแลย”
“นี่แกหลอกด่าฉันนี่”
“ไม่ได้หลอก ด่าตรงๆ”
“5555” ระมิงค์พิมพ์ตอบกลับไปพร้อมกับระเบิดเสียงหัวเราะออกมาจริงๆ อีกครั้ง
“ที่ฉันพูดเนี่ย ไม่ได้อิจฉานะ แต่ก็ริษยาเล็กน้อย ทำไมไม่มีเด็กมาชอบมั่งวะ”
“อย่าว่าแต่เด็กเลย คนแก่ก็ยังไม่มี” ระมิงค์ได้ทีสำทับเพื่อน
“อีบ้ามิ้ง ชอบเอาความจริงมาพูดเล่นอยู่เรื่อยเลย” อ้อส่งสติกเกอร์โมโหไปให้
“ก็ดีแล้ว เก็บความบริสุทธิ์ไว้ให้กับคนที่แกรักและเขารักแกเป็นเรื่องที่ถูกต้อง” ระมิงค์พิมพ์ตอบ
“เหมือนประชด”
“พูดจริงๆ หายากจะตายในวัยที่นักข่าวเรียกเราว่าสาวใหญ่ แล้วยังบริสุทธิ์อยู่”
“5555 เออพูดดี ฉันควรภูมิใจสินะ” อ้อหัวเราะกับความคิดของตัวเอง “ว่าจะไปรับจ้างปักตะไคร้แล้ว แต่ใครจะกล้าจ้างวะ เขาคงไม่เชื่อ”
“มันต้องมีสักวันที่เป็นวันของแก” ระมิงค์ปลอบใจเพื่อนรัก
“จะให้ทำไงได้ ผู้ชายวัยนี้ก็มีเมียกันหมดแล้ว”
“นั่นล่ะ แกก็ต้องตามหาดราก้อนบอลที่หายไปให้เจอ”
“แหม เปรียบเทียบฉันซะเป็นโงกุนเลยนะ เปรียบเป็นรองเท้าแตะข้างที่หายไปก็ได้นะแก ฉันไม่ว่า”
“เออ หรือจะเป็นฟองน้ำข้างที่หายไป”
“ไม่เอาว่ะ เหลือข้างเดียว นมแฟบแย่เลย” อ้อรีบสวน
“55555”
“ฉันว่าแกลองให้ยัยพิชาดูตัวมั่งดิ เรื่องของมันน่าจะเป็น case study ให้แกได้”
“เออ ฉันก็คิดอยู่ แต่ไม่รู้จะบอกมันยังไงดี ฉันยังไม่เคยเล่ามันเลย เดี๋ยวฉันติดต่อมันก่อนนะ”



Create Date : 09 พฤษภาคม 2565
Last Update : 9 พฤษภาคม 2565 15:33:34 น.
Counter : 401 Pageviews.

0 comments
Oh!! my sassy boss ตอนที่ 24 หน้า 3 unitan
(17 พ.ค. 2567 06:44:15 น.)
อนงค์ สมาชิกหมายเลข 3881305
(16 พ.ค. 2567 02:54:52 น.)
RIP เนติพร​ เสน่ห์​สังคม​ (บุ้ง)​ ปรศุราม
(16 พ.ค. 2567 14:10:19 น.)
เวลวที่หายไป - บทที่ 33 ดอยสะเก็ด
(14 พ.ค. 2567 21:00:14 น.)
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Magnolia.BlogGang.com

Alex on the rock
Location :
มหาสารคาม  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 42 คน [?]

บทความทั้งหมด