เก็บรักไว้ ให้หัวใจที่รอ ตอนที่ 34
ตอนที่ ๓๔

ปริญยืนอยู่ท้ายสุด เขาเอามือไพล่หลัง จ้องมองหญิงสาวที่เขาตามหาอย่างไม่ละสายตา เสียงหัวใจของณลักษณ์เต้นแรงจนแทบจะกระเด็นออกจากอกเมื่อเห็นสายตาคู่นั้นของเขา

ชายหนุ่มเดินมาตรงหน้าเธอ ยื่นช่อลิลลี่สีชมพูให้พร้อมผลิยิ้ม พวงแก้มของหญิงสาวค่อยๆ อุ่นขึ้นจนเป็นสีชมพูระเรื่อ ก่อนจะรับช่อลิลลี่นั้นมาโอบไว้ในอ้อมแขน
“ผมมาขอโทษ”
“เอ่อ...ขอโทษเรื่องอะไรคะ” เธอแปลกใจกับคำขอโทษของเขา
“ทุกเรื่องที่ผ่านมา ที่ทำให้คุณต้องเสียใจ”
“แต่ฉันไม่ได้โกรธคุณเลย”
“แต่คุณก็หายไป...”
“เอ่อ...คือว่า...” ณลักษณ์หันไปมองหน้าพ่อแม่ของตนอย่างเลิกลั่ก พูดต่อไม่ออก จึงเบี่ยงประเด็น “ดอกลิลลี่สีชมพูนี่มีความหมายอะไรหรือเปล่าคะ”
“ที่สุดของหัวใจที่ฉันตามหา” คำตอบของเขาราวกับเตรียมไว้แล้ว
“แน่ใจหรือคะ” เธอหยั่งเชิง
เขาพยักหน้าก่อนว่าต่อ “ผมดีใจที่ค้นหาจนเจอความรักที่ดีที่สุด และผมจะไม่ยอมปล่อยให้หลุดหายไปไหนอีก” เขาตอบอย่างหนักแน่น จนคนฟังที่ยืนอยู่รายรอบอมยิ้มตามๆ กัน
ณลักษณ์หายใจไม่ทั่วท้อง น้ำตาคลอหน่วย ขบริมฝีปากแน่นเพื่อข่มความรู้สึกตื้นตันตัวเอง
“เราเข้าไปนั่งกันก่อนดีมั้ยคะ ยืนนานจะเมื่อย” พิมระวีขัดจังหวะ เมื่อเห็นทุกคนยืนนิ่งเป็นหุ่นคอยลุ้นไปกับการกระทำของสองหนุ่มสาว

ทั้งบัณฑูร ธรณี วารี ปริญ และณลักษณ์นั่งพร้อมหน้าพร้อมตากันที่เก้าอี้ในสวน พิมระวียกน้ำเย็นมาเสิร์ฟ ธรรมรินเดินออกมาสมทบเพิ่มอีกคน แต่ละคนดูขัดๆ เขินๆ ไม่รู้ใครจะเริ่มเจรจาก่อน วารีทนไม่ไหว จึงเปิดการสนทนา
“ลักษณ์ แม่มาขอโทษหนูที่แม่ทำไม่ดี พูดไม่ดีกับหนูมาตลอดเลย” วารีเปลี่ยนสรรพนามแทนตัวเองโดยปริยาย
“คุณป้าไม่ต้องขอโทษหนูหรอกค่ะ”
“เลิกเรียกว่าป้าเหอะจ้ะ เรียกแม่ดีกว่านะ” วารีบอก
“หือ...” ณลักษณ์ออกอาการงงงวยที่ทุกคนเปลี่ยนไป โดยเฉพาะวารี “เอ่อ...จะดีเหรอคะ” หญิงสาวเอ่ยอย่างเกรงใจ
“ดีสิจ๊ะ”
“ค่ะ...แม่...” ณลักษณ์เอ่ยเบาๆ วารียิ้มอย่างพอใจเมื่อได้ยิน
“หนูไม่โกรธแม่ใช่มั้ย” วารีถามนำ
“ไม่เลยค่ะ หนูไม่ได้โกรธ หนูเข้าใจค่ะว่าคุณป้า เอ๊ย คุณแม่รักลูกชายมากแค่ไหน” ณลักษณ์รีบออกตัว
“ใช่จ้ะ แม่รักปริญมาก เขาเป็นลูกชายคนเดียวที่แม่หวังจะเห็นเขามีความสุข โดยเฉพาะมีความสุขกับคนที่ปริญรัก” แต่ละคนตั้งใจฟัง
วารีถามณลักษณ์อย่างตรงไปตรงมา “ลักษณ์ หนูยังรักปริญอยู่หรือเปล่าลูก” และมีข้อเสนอต่ออีกว่า “ถ้ายังรัก แม่อยากให้หนูกลับไปดูแลปริญที่ตากนะลูกนะ”
ทุกคนในวงสนทนาได้แต่อึ้งกับคำพูดของวารี โดยเฉพาะณลักษณ์ที่หูอื้อไปชั่วขณะ เธอรู้สึกวิงเวียนหน้ามืดขึ้นมาอย่างกะทันหัน
“เอ่อ...แม่คะ คือหนู เอ่อ...” เธอพูดตะกุกตะกักไม่เป็นภาษา เหงื่อเริ่มซึมออกตามใบหน้า แล้วอาการมือไม้เย็นก็ตามมา พิมระวีเห็นสีหน้าท่าทางของน้องสาวไม่ค่อยดีนักจึงกุมมือเธอไว้เพื่อให้ผ่อนคลายและกระซิบถามเบาๆ “ไหวมั้ยลักษณ์”

“ตอนนี้ผมจำคุณได้แล้วนะ ผมอ่านจดหมายทั้งหมดที่เราเขียนถึงกันหมดแล้ว มันช่วยกระตุ้นความทรงจำของผมได้เป็นอย่างดี รวมทั้งงานวันลอยกระทงด้วย” ปริญเสริมขึ้นมา

เขาสบตาทุกคนในวงสนทนา แล้วพูดต่อ “ผมกล้าบอกทุกคนในที่นี้เลยว่า ณลักษณ์มีความหมายกับผมมาก หลายปีที่ผ่านมา แม้เราจะเจอกันเพียงครั้งเดียวก่อนที่ผมจะประสบอุบัติเหตุ แต่ความรู้สึกดีๆ ที่มีให้กันมาตลอด และความทรงจำในช่วงเวลานั้น มันดีที่สุดสำหรับผม ผมมีความสุขที่ได้นึกถึงมัน ณลักษณ์เป็นผู้หญิงที่อยู่ในความคิดของผมเสมอไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่ผมทุกข์หรือสุข ผมรักผู้หญิงคนนี้ครับ และผมอยากชวนเธอมาอยู่กับผม”
“ห๊า??? อะไรกันนี่???” เสียงอุทานของณลักษณ์กระชากอารมณ์ของคนที่อยู่ในวงสนทนา
“โอ๊ย... เดี๋ยวๆ นะ ไปโดนวางยาอะไรกันมาหรือเปล่าคะ หนูงงไปหมดแล้ว ตั้งตัวไม่ทัน” เธอสับสนลนลานจนต้องลุกขึ้นยืน หัวใจของเธอเต้นรัวเหมือนกลองด้วยความตื่นตระหนก ธรรมรินเห็นอาการลุกลี้ลุกรนของน้องสาว ถึงกับกลั้นหัวเราะไม่ได้ จนผู้เป็นแม่ต้องหยิกเข้าที่ต้นขาของเขาจึงยอมสงบ
“ใจเย็นๆ จ้ะลักษณ์” พิมระวีดึงแขนณลักษณ์เพื่อให้นั่งลง

เธอสูดลมหายใจเข้าปอดอย่างแรง เกาศีรษะแกรกๆ ก่อนจะบ่นต่อ “มันอะไรยังไงคะ หนูไม่เข้าใจ ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมสถานการณ์มันพลิกได้ขนาดนี้คะ”
“ปริญเขากำลังจะขอแกแต่งงานไงล่ะ” ธรณีสรุปความ “เป็นนักเขียนยังไงเนี่ย ตีความแค่นี้ก็ไม่ออก” เธอแหย่ลูกสาวเพื่อให้บรรยากาศไม่ตึงเครียดมากนัก
“โอ๊ะ!!! แต่งงานเหรอคะ” หญิงสาวยกสองมือขึ้นทาบอก “หนูไม่มีงานประจำทำ รีดผ้าก็ไม่เรียบ ทำกับข้าวก็ไม่อร่อย ว่ายน้ำก็ไม่เป็น สวดมนต์ก็ไม่ถูก โอ๊ย...หนูทำไม่ได้หรอกค่ะ มันยากอ่ะ” ณลักษณ์ทำหน้าเหยเก สร้างความขบขันด้วยความเอ็นดูให้แก่คนที่มองอยู่
“ก็ทำเหมือนที่หนูเคยทำมานั่นแหละจ้ะ ปริญเขาก็รักอย่างที่หนูเป็นหนู” วารีช่วยสรุปอีกคน
“ว่าแต่หนูยังรักลูกชายแม่อยู่หรือเปล่า” วารีถามให้แน่ใจแทนลูกชาย ณลักษณ์มองหน้าแต่ละคนที่จับจ้องรอฟังคำตอบจากเธอ ก่อนหลบสายตาทุกคนด้วยความอายแล้วตอบเบาๆ ว่า “รักค่ะ”

“ถ้าคุณรักผม แล้วคุณจะกังวลอะไรล่ะครับ ไอ้ที่คุณว่ามาไม่เป็นปัญหาสักอย่างสำหรับผม ผมเป็นข้าราชการ รีดผ้าเองได้ ทำกับข้าวก็เป็น ว่ายน้ำเก่งเพราะเป็นนักกีฬาเก่า สวดมนต์คล่องเพราะบวชเรียนมาแล้ว แถมยังผมดูแลคุณได้ด้วย ขอแค่คุณแต่งงานและไปอยู่กับผมที่โน่น อาทิตย์หน้าผมจะกลับไปทำงานเหมือนเดิมแล้ว เรากลับไปตากพร้อมกันนะครับ” ปริญจัดการขมวดประเด็นเสร็จสรรพ จนทุกคนอึ้ง ณลักษณ์เหลือบไปมองหน้าพ่อและแม่ของเธอ ทั้งคู่ยิ้มและพยักหน้าส่งสัญญาณให้เธอตัดสินใจเอง
“ทำไมมันรวดเร็วขนาดนั้น แล้วพ่อกับแม่ล่ะคะ จะอยู่ยังไง”
“พ่อกับแม่ก็อยู่กันสองคนต่อไป แกก็ต้องมีชีวิตของแก จะมาผูกติดกันอย่างนี้ตลอดไปไม่ได้ ถ้ารอพ่อกับแม่ตายแล้วค่อยออกเรือน แกก็คงต้องขึ้นคานล่ะ เพราะพ่อกับแม่น่ะตายยาก” ธรณีพูดจบทุกคนในวงสนทนาหัวเราะครืน ส่วนณลักษณ์ยิ้มแหยๆ แก้เก้อ ปริญมองดูคนรักที่นั่งอยู่ตรงหน้า จากนั้นจึงลุกไปยืนใกล้ๆ
มือข้างหนึ่งของเขาโอบไหล่เธอซึ่งนั่งตัวแข็งเกร็ง ขณะที่อีกข้างหนึ่งเอื้อมไปกุมมือหญิงสาวไว้แน่น มือของเขาอุ่นต่างจากมือของเธอที่เย็นเฉียบ แต่เพียงครู่เดียวมือของทั้งคู่ก็อุ่นเท่าๆ กัน

“สามเดือนที่คุณไปอยู่ดูแลผมที่โน่น คุณอึดอัดมั้ยล่ะ” เขาโน้มตัวลงไปถามข้างๆ หูจนเธอขนลุกซู่ หญิงสาวพลางส่ายหน้าปฏิเสธ
“แล้วมีความสุขมั้ย” ชายหนุ่มถามต่อ เธอพยักหน้าแทนคำตอบ
“งั้นแต่งงานกันนะ” เขาย้ำอีกรอบ
“คุณแน่ใจนะว่าคุณอยากจะแต่งงานอีกครั้ง” เธอเหลียวหน้าไปถาม
“ถ้าคิดว่าอยู่กับใครแล้วมีความสุข เราจะต้องรอพิสูจน์อะไรอีกล่ะครับ ผมไม่อยากให้อดีตมาตัดสินใจอนาคตของผม ปัจจุบันผมรู้สึกยังไงผมก็ทำตามความรู้สึกของผมดีกว่า” น้ำเสียงของปริญแน่นหนักจนณลักษณ์ไม่กล้ามองหน้าเขา ได้แต่น้ำตารื้น
“เอ้า ร้องอีกแล้วน้องสาวผม” ธรรมรินแซว ทำให้หญิงสาวปิดปากด้วยสะเทิ้นอาย

วารีสังเกตเห็นสีหน้าและดวงตาที่เปี่ยมสุขของลูกชาย ก็พลอยยิ้มระรื่นตามไปด้วย ก่อนจะเอ่ยว่า “ถ้าทั้งสองตกลงจะแต่งงานกันจริงๆ เราจัดงานหมั้นกันเล็กๆ เลยดีมั้ยจ๊ะ เพื่อความสบายใจของทั้งสองฝ่าย ไหนๆ ก็อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแล้ว”
“ไม่เร็วไปหรือครับ” บัณฑูรรั้งไว้
“ไม่เร็วหรอกพ่อ” ธรรมรินชิงรวบรัด “กว่าพวกเราจะว่างพร้อมกันแบบนี้ มันไม่ใช่เรื่องง่ายนะ อีกอย่างยัยลักษณ์ก็ตกงาน เอ๊ย ไม่ได้ทำงานประจำแล้ว ไม่มีอะไรต้องห่วง ถ้ารอศึกษาดูใจกัน ไม่รู้เมื่อไหร่จะได้ลงเอยสักที อยู่กันคนละทิศละทาง เจอกันปีละหนสองหน กว่าจะได้แต่งก็แก่งั่กกันพอดี”
บทสรุปโดยไม่อ้อมค้อมของธรรมริน เรียกเสียงฮาได้ทั้งวง

“แล้วเรื่องสินสอด...” วารีเริ่มกังวล
“อ๋อ เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วงครับ ตามที่ปริญสะดวกเลย” บัณฑูรว่า
“ใช่ค่ะ แค่ปริญเอายัยลักษณ์ไปดูแล พ่อกับแม่ก็ตายตาหลับแล้ว” ธรณีเย้าลูกสาว
“อ้าว แม่...ผลักภาระเหรอ” ณลักษณ์หน้างอ
“เอาไปแล้วไม่รับเปลี่ยนหรือคืนนะครับ” ธรรมรินช่วยแซวต่อ
“โธ่ อะไรกันนี่” ณลักษณ์เบะปากใส่พี่ชาย
“แม่ผมดีใจยิ่งกว่าถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ ๕ อีกนะครับ ยัยลักษณ์จะได้เลิกอกหักพักบ้านนี้เสียที ผู้หญิงอะไร๊...อกหักได้ทุกปี” พี่ชายยังแหย่น้องสาวไม่หยุดปาก
“พอแล้วตาริน ว่าน้องอยู่นั่นแหละ” ธรณีปราม ก่อนจะหันไปพูดต่อกับวารี “เอาที่สบายใจแล้วกันค่ะ เราก็ไม่ได้กังวลเรื่องนั้น” ธรณีตอบพลางตบตักของลูกสาวเบาๆ
“ครับ ตามนั้นครับ” บัณฑูรเห็นชอบตามภรรยา
“ง่ายไปมั้ยแม่...” ณลักษณ์พึมพำพร้อมกับดึงชายเสื้อของธรณี แต่ธรณีทำทีเป็นปัดมือออก

“สรุปเมื่อไหร่ดีคะ หรือว่าต้องดูฤกษ์ก่อน” พิมระวีกระวีกระวาด
“ฤกษ์สะดวกดีที่สุดครับ” ปริญว่า
“งั้นเดี๋ยวพิมจัดการเรื่องสถานที่เอง ในสวนบ้านเรานี่แหละนะ จะได้เอาคนงานที่บ้านมาช่วยด้วย”
“เสาร์ที่จะถึงนี้เลยเป็นไงครับ” ธรรมรินเสนอ
“ก็ดีจ้ะ เพราะวันอาทิตย์เราจะได้เดินทางกลับกัน ส่วนงานแต่งจะเอายังไงก็ค่อยว่ากันอีกที ไปหาฤกษ์หายามก่อน” วารีว่าตาม
“เสาร์นี้???” ณลักษณ์อุทาน แต่ไม่มีใครสนใจ
วารีหันไปถามความเห็นของบัณฑูรกับธรณี “คุณทั้งสองว่าไงคะ”
“ฉันว่าแต่งก่อนไปอยู่ตากดีมั้ยคะ จะได้ไม่น่าเกลียดอยู่ในฐานะภรรยาดีกว่าในฐานะคู่หมั้น” ธรณีตอบ
“ผมไม่มีปัญหาครับ ยิ่งเร็วเท่าไหร่ยิ่งดีครับ” ปริญรับปากโดยไม่ต้องคิด
“ผมว่าไปแต่งที่ตากเลยดีกว่ามั้ย พวกเราจะได้ไปส่งยัยลักษณ์และได้เที่ยวด้วยเลย” ธรรมรินออกความคิด ซึ่งตรงใจทุกคน มีเพียงณลักษณ์คนเดียวที่ขมวดคิ้วจนเกือบเป็นโบสับสนกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้ชนิดที่แทบไม่ทันได้ตั้งตัว



Create Date : 08 กันยายน 2557
Last Update : 16 ตุลาคม 2560 9:46:27 น.
Counter : 638 Pageviews.

4 comments
I can't breathe - บทที่ ๕ (YURI) นิ้วนาง-เดียนา
(26 พ.ย. 2564 15:52:03 น.)
ช่างตัดผมเม้าท์ Alex on the rock
(26 พ.ย. 2564 20:03:20 น.)
: ถือดี ไม่ดี : กะว่าก๋า
(24 พ.ย. 2564 05:37:02 น.)
: แบกความรุ่มร้อน : กะว่าก๋า
(22 พ.ย. 2564 05:54:06 น.)
  
พาปริญกับณลักษณ์กลับมาแล้วนะคะ

งานหลักไม่ได้ทำเลย มัวแต่เขียนนิยาย อิอิ
โดย: Alex on the rock วันที่: 8 กันยายน 2557 เวลา:15:08:44 น.
  
ชอบมากค่ะ happy ending
โดย: Is IP: 125.25.19.132 วันที่: 8 กันยายน 2557 เวลา:20:45:32 น.
  
ซาบซึ้งจังเลย....จะรอให้ผมความจำเสื่อมอีกครั้งหนึ่ง....พระเอกใจร้อนละ
โดย: Napai IP: 1.46.198.211 วันที่: 9 กันยายน 2557 เวลา:9:32:38 น.
  
happy ไปกับ ปริญ กับณลักษณ์ด้วย :)
โดย: ทันย่า IP: 192.99.14.34 วันที่: 10 กันยายน 2557 เวลา:4:34:05 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Magnolia.BlogGang.com

BlogGang Popular Award#17



Alex on the rock
Location :
มหาสารคาม  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 41 คน [?]

บทความทั้งหมด