เธอทำให้ฉันเห็นวันพรุ่งนี้ ตอนที่ 20
แต่แผนการเดินทางไปหาแม่ของเจนยังไม่ใช่เร็วๆ นี้ เพราะระมิงค์ติดเป็นติวเตอร์ค่อนข้างยาว เนื่องจากเป็นช่วงสอบบรรจุของข้าราชการหลายหน่วยงานติดๆ กัน ระมิงค์จึงเสนอว่า ไหนๆ ก็ยังไม่ได้ไปนครพนม ก็มาเจอแม่ของเธอพลางๆ ก็แล้วกัน ถือเป็นการเปิดตัวให้แม่ได้ทำความรู้สึกกับผู้ชายที่มาติดพันลูกสาวแทน

เจนรีบรับโทรศัพท์ทันทีที่เห็นชื่อระมิงค์ปรากฏขึ้น
“พี่ขอโทษด้วยนะคะคุณเจนที่ทำให้คุณเสียเวลารอ พอดีช่วงนี้พี่ยุ่งมากเลย” เธอโทรไปขอโทษหลังจากที่ไม่ได้เจอกันพักหนึ่ง “จะไลน์ไปบอกก็ดูจะเสียมารยาท เลยโทรมาขอโทษดีกว่า”
“ไม่เป็นไรครับคุณมิ้ง ผมรอได้” เจนตอบแต่ในใจก็อยากเจอเธอเต็มทน
“คุณเจนเลยไม่ได้ไปเยี่ยมแม่สักที งั้นมาเยี่ยมแม่พี่แทนมั้ยคะ หึๆๆ พรุ่งนี้วันเกิดท่าน ว่าจะพาท่านไปวัด ไปด้วยกันมั้ย” ระมิงค์ชวนดื้อๆ แต่ไม่ทันคิดว่าแม่จะเออออห่อหมกกับลูกสาวด้วยหรือไม่ และเจนจะคิดว่าเธอหลอกใช้เขาให้ขับรถพาไปหรือเปล่า
“เอ่อ...พี่ไม่ได้ซีเรียสนะคะ ถามเล่นๆ เผื่อว่างตรงกัน” เธอรีบพูดดักคอก่อนที่เขาจะเข้าใจผิด
“ว่างครับ” เขารีบรับปาก “ผมอยากไปด้วย กี่โมงดีครับ เดี๋ยวผมจะไปรับคุณมิ้งกับแม่คุณที่บ้าน”
โอ้! แย่แล้ว ระมิงค์ไม่ได้นัดแนะกับแม่ของเธอไว้ก่อนว่าจะมีสถานการณ์นี้เกิดขึ้น เธอพลั้งปากไปโดยไม่ทันคิดคำตอบ แค่ความรู้สึกส่วนตัวที่อยากจะเจอเขา และหวังจะให้แม่กับเขาได้เจอกัน

..............................

เช้าวันรุ่งขึ้น เจนขับรถมาจอดหน้าบ้านของระมิงค์ตามนัด หญิงสาวใจเต้นรัวเมื่อได้ยินเสียงแตรรถ ทั้งที่ไม่ใช่ครั้งแรกของการเดทกัน แต่ตื่นเต้นเพราะแม่ของเธอจะได้เจอกับชายหนุ่มที่ทำให้ใจระรัว เป็นครั้งแรกต่างหาก

“แม่คะ คุณเจนมาถึงแล้วนะคะ” ระมิงค์ตะโกนเรียกแม่ของเธอ แม่ค่อยๆ เดินออกมาในชุดผ้าซิ่นสุโขทัยกับเสื้อลูกไม้สีครีม ดูไม่มีท่าทีตื่นเต้นใดๆ ผิดกับลูกสาวที่ออกอาการลนลาน
เจนเดินลงจากรถ ถือวิสาสะเปิดประตูรั้วเข้ามาในบ้าน “สวัสดีครับคุณป้า” เขาพนมมือไหว้อย่างนอบน้อมทันทีที่เห็นหน้า แต่ไม่รู้จะใช้สรรพนามเรียกหญิงสูงวัยที่อยู่ตรงหน้าว่าอย่างไรดี จะเรียกแม่ก็คงเร็วเกินไป
“สวัสดีค่ะคุณเจน”
“ไม่ต้องเรียกคุณเจนหรอกครับ เรียกว่าเจนเฉยๆ ดีกว่า”
“อ้าว เห็นยัยมิ้งเรียก ป้าก็เลยเรียกตาม”
“ผมบอกคุณมิ้งหลายหนแล้วว่าไม่ต้องเรียก แต่ก็ยังเรียก ผมก็เป็นผู้ชายซนๆ ธรรมดานี่แหละฮะ เพื่อนๆ เรียกไอ้เจนด้วยซ้ำไปครับ”
“ได้ๆ งั้นป้าเรียกเจนละกันนะ” พูดจบแม่ก็อดที่จะสำรวจรูปลักษณ์ภายนอกของเขาไม่ได้ ทั้งรอยสักที่แพล่มออกจากแขนเสื้อโปโล และติ่งหูที่มีร่องรอยของการใส่ต่างหูมาก่อน เจนเห็นสายตาคู่นั้นจับจ้องมาทำให้เขาเกร็งอยู่ไม่น้อย
“เจนสบายดีหรือยังจ๊ะ” แม่รู้ดีว่าเขาและลูกสาวเจอกันในคลินิกจิตเวชนอกเวลาจึงถามถึงอาการป่วยของเขา
“ดีขึ้นเยอะแล้วฮะ คิดว่าน่าจะหยุดยาและหยุดหาหมอได้เร็วๆ นี้”
“หายไวๆ นะ ยังหนุ่มยังแน่น ต้องใช้ชีวิตอีกนาน”
“ขอบคุณมากๆ ครับ” เขายกมือไหว้ “คุณป้าขึ้นไปนั่งรอในรถก่อนมั้ยฮะ แอร์เย็นๆ”
“ไม่เป็นไรจ้ะ เดี๋ยวไปพร้อมกันนี่แหละ วันนี้ป้ารบกวนหน่อยนะ ความจริงแล้วไม่น่าจะต้องลำบากเลย เราสองคนไปกันเองได้ ยัยมิ้งก็ไม่น่าจะไปบอกเจน”
“ไม่เลยครับคุณป้า ผมเต็มใจมาก และดีใจด้วยที่คุณมิ้งชวนผม โน่นออกมาพอดี เชิญครับ ไปกัน”
ทั้งสามขึ้นรถ และเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางคือ วัดขนาดกลางที่ไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวแถบชานเมือง

หลังจากเสร็จการทำบุญวันเกิดของผู้เป็นแม่เรียบร้อยแล้ว เจนขออนุญาตเป็นเจ้ามือเลี้ยงฉลองวันเกิดให้ที่ร้านอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยา แม้ระมิงค์จะพยายามปฏิเสธ แต่ก็ไม่อาจทัดทาน ความปรารถนาดีของเขาได้

สายลมโชยอ่อนๆ จากแม่น้ำสลับกับลมจากพัดลมภายในร้าน ทั้งสามเลือกนั่งโซนที่ไม่ใช่ห้องแอร์เพราะวันนี้อากาศไม่ร้อนนัก
“เห็นมิ้งบอกว่าเจนเคยแต่งงานมาแล้ว” แม่โพล่งขึ้น
“อ่อ...” เจนเกือบสำลักข่าว ไม่คิดว่าจะเจอคำถามนี้เป็นคำถามเปิดตัว “ครับผม” เขาหยิบแก้วน้ำขึ้นมาจิบเพื่อให้กลืนข้าวคล่องคอขึ้น
“ป้าขอโทษที่ถาม แต่ก็ไม่รู้เราจะได้เจอกันอีกหรือเปล่า อยากรู้ก็ถามเลยละกัน”
“ไม่เป็นไรฮะ ไม่ใช่ความลับอะไร ตามที่คุณมิ้งเล่าล่ะครับ ผมแต่งงานหลายปีก่อน เพราะวัยรุ่นใจร้อนฮะ ตอนนี้ก็ไม่ได้ติดต่อกันแล้ว เพราะเธอก็ไปมีครอบครัวที่สมบูรณ์แล้วครับ”
“แล้วตั้งใจจะแต่งงานอีกมั้ย หรือว่าเข็ดกับความรัก” แม่ถามอีกรอบ คราวนี้ระมิงค์สำลักบ้างเพราะเธอก็ไม่คาดคิดว่าแม่จะจู่โจมเจนขนาดนี้ โดยที่ไม่ได้ให้คิวกันก่อน
“อ๋อ ตั้งใจครับผม ผมยังไม่เข็ดหรอกครับ ความรักมันไม่ได้เป็นผู้ร้ายเสมอไป แต่ที่เลวร้ายคือคนนำมันไปใช้มากกว่า ถ้าเอาความรักมาล้อเล่น มันก็แค่สนุกชั่วครู่ชั่วยามอาจจะให้โทษกับเราได้ แต่ถ้าเราจริงจัง ผมว่าความรักจะให้คุณค่ากับชีวิตครับ อย่างน้อยก็ทำให้เราชุ่มชื่นหัวใจในยามที่เราท้อแท้ครับ” พูดจบเจนก็เหลือบไปมองหญิงสาวฝั่งตรงข้ามที่นั่งก้มหน้าก้มตาเคี้ยวข้าวแก้มตุ่ยๆ ไม่กล้าเงยหน้ามาสบตาเขา ทำเป็นไม่ได้ยินบทสนทนาโต๊ะอาหาร เขาชอบใจเมื่อเห็นเธอแก้มแดงระเรื่อเหมือนเด็กสาวโดนหนุ่มจีบ
“ตอบเป็นพระเอกเลยนะจ๊ะ” แม่แซว แต่ก็ชื่นชมในมุมมองความรักของเขาอยู่ในใจ เขาดูเป็นผู้ใหญ่เกินอายุ และความคิดดูดีกว่าภาพลักษณ์ภายนอก
“ฮ่าๆๆ แม้ผมจะอายุไม่เยอะ แต่ผมเชื่อว่าประสบการณ์หลายๆ อย่างสอนผมให้โตเป็นผู้ใหญ่ได้เร็วครับ เข้าใจว่าคุณมิ้งคงเล่าเรื่องผมให้คุณป้าฟังบ้างแล้ว”
“เล่าหมดจ้ะ” แม่บอก ทำเอาหญิงสาวก้มหน้าต่ำกว่าเดิมจนเกือบจะชิดกับข้าวในจาน เจนอมยิ้มเมื่อเห็นอากัปกิริยานั้น ซึ่งเขาไม่ค่อยเห็นระมิงค์อายจนม้วนบ่อยนัก
“ป้าถามตรงๆ อีกสักเรื่องนะ จีบลูกสาวป้าเหรอ” หนนี้เจนสำลักข้าวจริงๆ ส่วนระมิงค์ทำจวักตกระหว่างที่กำลังตักต้มยำหม้อไฟ
“อุ๊ย! ขอโทษค่ะ”
“อ้าวๆๆๆ ยัยมิ้ง ซุ่มซ่ามอีกแล้ว” แม่เอ็ด ขณะที่เจนก็ไอแคกๆ พอดี
ผู้เป็นแม่รู้ว่าทั้งคู่มีอาการประหม่าเมื่อเจอคำถามนี้ แต่ทำอย่างไรได้ ลูกสาวของแม่ก็ไม่ใช่สาวรุ่นที่จะมาเสียเวลากับเรื่องแบบนี้ และเพิ่งจะหายป่วยจากโรคซึมเศร้าด้วย ถ้าต้องมาผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันคงไม่ดีแน่ เธอจึงตัดสินใจในฐานะแม่ฝ่ายหญิงรวบรัดตัดความเสียเลย
“เอ่อ...จะว่าอย่างนั้นก็ได้ครับ”
“แม่คะ หนูขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ” ระมิงค์ลุกพรวดออกไปจากวงสนทนา เพราะไม่กล้าฟังคำตอบของเจน สองคนที่เหลืออยู่ หันมองตามไปอย่างงงๆ

“จีบทำไมล่ะ มิ้งอายุมากกว่าเจนเกือบสิบเชียวนะ ผู้หญิงแก่ง่ายตายยาก ยิ่งแก่กว่าขนาดนี้จะมีประโยชน์อะไร” แม่ลองหยั่งเชิง
“ผมไม่ได้สนใจเรื่องอายุหรอกฮะ ผมสนใจความคิดและจิตใจของคุณมิ้งมากกว่า”
“เพราะงี้เจนถึงไม่เคยเรียกมิ้งว่าพี่เลย” แม่สรุป
“ครับผม ผมไม่อยากให้เขามองผมเป็นน้องชายครับ” เจนดูชัดเจนกับคำพูดของเขามากขึ้น
“อืม ป้าเข้าใจนะ แต่ป้าแค่อยากถามเพื่อให้มั่นใจว่าเธอไม่ได้มาเล่นๆ มิ้งบอบช้ำมาเยอะแล้ว ป้าเองก็อยากให้เขามีคู่ครอง มีใครสักคนดูแลในบั้นปลายชีวิต ไม่ต้องมีลูกกันก็ได้เพราะอายุไม่น้อยแล้ว แต่อยากให้มีคู่ชีวิตที่ดีที่ดูแลกันตลอดไป”
“ครับ ผมจริงจังครับ” เจนตอบอย่างมั่นอกมั่นใจ



Create Date : 20 เมษายน 2565
Last Update : 20 เมษายน 2565 15:10:53 น.
Counter : 404 Pageviews.

0 comments
งานบุญ ทำบุญวันมหาสงกรานต์ ผ้าถุง ผ้าโสร่ง 2567 เทพต่อ
(18 พ.ค. 2567 20:44:59 น.)
Oh!! my sassy boss ตอนที่ 24 หน้า 3 unitan
(17 พ.ค. 2567 06:44:15 น.)
แนะนำการเลือกคอมพิวเตอร์ ปัญญา Dh
(15 พ.ค. 2567 00:02:32 น.)
เวลวที่หายไป - บทที่ 33 ดอยสะเก็ด
(14 พ.ค. 2567 21:00:14 น.)
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Magnolia.BlogGang.com

Alex on the rock
Location :
มหาสารคาม  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 42 คน [?]

บทความทั้งหมด