เธอทำให้ฉันเห็นวันพรุ่งนี้ ตอนที่ 22
อาจจะเรียกไม่ได้ว่าเป็นการพาผู้ชายเข้าบ้าน แต่ก็พาผู้ชายไปพบปะพูดคุยกับแม่เรียบร้อยแล้ว อย่างน้อยก็ได้เห็นปฏิกิริยาของทั้งคู่ว่าแสดงออกต่อกันอย่างไร ระมิงค์ก็เบาใจไปเปราะหนึ่งที่แม่ไม่ได้ตั้งแง่กับเจนเหมือนที่เธอตั้งแง่ในเรื่องของอายุกับเขา แต่เธอยังพะวงอยู่ว่าเจนจะคิดเช่นไร จะมองว่าเธอเร่งเร้าหรือไม่

หลังจากบรรจุสินค้าลงกล่องพัสดุเตรียมส่งให้ลูกค้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว เธอนั่งลงตรงปลายเตียง แล้วหงายหลังลงบนฟูก มองเพดานอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์ของอ้อ

“ฉันไม่สบายใจเลยอ้อ” ระมิงค์ระบายความรู้สึกทันทีที่เพื่อนสนิทรับสาย
“เรื่องตาเจนอีกล่ะสิ”
“อืม...นี่เขาเงียบไปเลยอ่ะ สงสัยจะหายไปเลยมั้ง”
“กี่วัน” อ้อถามเพื่อน
“วันเดียว”
“บ้าเอ๊ย แค่วันเดียว นึกว่าสี่ซ้าห้าวัน”
“ก็ไม่รู้ดิ บอกไม่ถูก ใจหวิวๆ ชอบกล”
“แกก็ลองติดต่อเขาไปดิ”
“บ้าเหรอ ฉันเป็นผู้หญิงนะ”
“แล้วไง กฎข้อไหนที่ห้ามผู้หญิงติดต่อไปก่อน” อ้อย้อนถามทำให้ระมิงค์ก็ไม่รู้จะตอบอย่างไร เธอกลัวจะถูกมองว่ากดดันเขามากเกินไป เขาเองอาจจะอยากเงียบหายไปเฉยๆ ก็ได้ แล้วที่ผ่านๆ มาระหว่างเธอกับหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ทั้งหลาย เธอก็ไม่เคยเป็นฝ่ายติดต่อก่อนเลยสักคนเดียว
“คนนี้จะเป็นคนแรกที่ฉันติดต่อก่อนงั้นเหรอ”
“แกกลัวอะไรถามจริงๆ”
“ไม่รู้” ระมิงค์ไม่กล้าตอบคำถามเพื่อน เพราะเธอก็ไม่แน่ใจในความรู้สึกของตัวเอง
“กลัวเขาหายไป...” อ้อทาย
“อาจจะใช่มั้ง”
“สรุปแกชอบเขาแล้วเช่นกัน และอาจจะชอบมากด้วย” อ้อสรุป
“อย่าเพิ่งพูดงั้นสิ ให้ฉันเผื่อใจไว้บ้าง ฉันไม่อยากตกหลุมรักใครง่ายๆ”
“เพราะอะไรวะ”
“ฉันกลัวฉันปีนขึ้นไม่ไหว ฉันแก่แล้ว”
“แกนี่มันตีตนไปก่อนไข้ว่ะ ยังไม่ทันเริ่มต้นเลย แกก็ทำท่าจะถอยแล้ว”
“ที่ฉันพาเขาไปเจอกับแม่ ก็ถือว่าเริ่มต้นแล้วนะเว้ย ฉันก็อายอยู่นะที่ทำแบบนี้โดยที่เขาไม่เคยขอเจอแม่ฉันมาก่อนเลย”
“งั้นพามาเจอฉันบ้างดิ ฉันอยากรู้จัก” อ้อว่า
“ห๊า!! จะดีเหรอ”
“เออดี โทรไปบอกเขาเลยว่าฉันอยากเจอ”
“จะบ้าหรือไง จะให้ฉันพูดตรงๆ แบบนั้นฉันไม่กล้าหรอก”
“ฉันรู้แกทำได้!” อ้อทิ้งการบ้านให้เพื่อนไปทำ ระมิงค์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เธอเข้าใจในความหวังดีของเพื่อนที่อยากจะให้เธอมีความมั่นใจและเปิดใจยอมรับความรู้สึกของตัวเองมากกว่านี้

วันหยุดทั้งวันหญิงสาวนั่งหน้าจอจ้องโทรศัพท์ แทนที่จะหยิบจับงานเย็บปักถักร้อยอย่างที่เคยทำ จนตนเองรู้สึกหงุดหงิดใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นสักนิดเลย ในแอปพลิเคชันไลน์ก็ไม่มีข้อความจากเขาเช่นกัน มันผิดปกติเกินไปสำหรับคนที่เคยคุยกันประจำ แม้จะไม่ทุกวันก็ตาม “แต่นี่เพิ่งจะพาไปเจอแม่มานะ มันต้องมีฟีดแบคบ้างสิ” เธองึมงำคนเดียว “จะเป็นโรคซึมเศร้าอีกหรือเปล่าวะเรา”

เสียงรถยนต์มาจอดหน้าบ้าน แต่ระมิงค์ไม่ได้ใส่ใจ
“มิ้งไปดูสิใครมาจอดรถหน้าบ้าน” แม่ตะโกนเรียก ขณะที่เธอกำลังเคลิ้มๆ เกือบจะหลับแหล่มิหลับแหล่อยู่แล้ว

ระมิงค์เดินหน้ามู่ทู่หัวฟูออกไปเพราะวันนี้แดดค่อนข้างแรง เมื่อถึงรั้วบ้านถึงกับสะดุ้ง “คุณเจน!”
“สวัสดีครับคุณมิ้ง” เขากดกระจกฝั่งคนนั่งลงเพื่อทักทายหญิงสาวที่ยังไม่ได้เปิดประตูให้เขา
ระมิงค์ดีใจยิ้มแก้มปริ โดยไม่ได้สนใจสภาพผมเผ้าของตัวเองขณะนั้น
“สวัสดีค่ะคุณเจน มาได้ไง กำลังคิดถึงอยู่พอดีเลย” เธอเผลอหลุดปากออกไปไม่ทันรู้ตัว
“คิดถึงผมหรือครับ ดีใจจัง” เขาตะโกนกลับมา
“ห๊า เอ่อ....ไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่แบบนั้น” เธอรีบปฏิเสธ
“อ้าว แล้วกัน”
เขาดับเครื่องยนต์ แล้วลงจากรถ
“จอดตรงนี้ จะไม่โดนทุบรถใช่มั้ยครับ”
“ฮ่าๆๆ ไม่ค่ะ จอดได้” เธอเปิดประตูรั้วให้เขา
“วันนี้ทำไมถึงผ่านมาทางนี้ได้ล่ะคะ”
“ไม่ได้ผ่านครับ ตั้งใจจะมา ขอโทษด้วยที่ไม่ได้บอกล่วงหน้า คิดว่าถ้าคุณไม่อยู่ แม่ก็น่าจะอยู่” เขาถือวิสาสะเรียกแม่ของฝ่ายหญิงว่าแม่ด้วยเลย
“ทำไมไม่โทรมาก่อนละคะ” ระมิงค์ถามกลายๆ ทำนองว่าหายไปเลย
“มือถือผมเสียครับ ผมทำตกน้ำแล้วมันรวนไปหมด เลยไม่ได้ติดต่อมา คิดถึงผมหรือครับ” เขาถามย้ำหลังจากที่ได้ยินประโยคก่อนหน้านี้จากระมิงค์
“เอ่อ...ไม่ใช่หมายความว่าอย่างนั้นค่ะ ก็เป็นห่วงเฉยๆ นึกว่าเป็นอะไรไปเสียอีก”
“อ๋อ สบายดีครับ กลับจากทำบุญวันนั้นก็หลับสบาย และคิดถึงคุณมิ้งเลยแวะมาหา ผมเอาของมาฝากแม่คุณมิ้งด้วย” หญิงสาวหัวใจเต้นแรงขึ้นเมื่อได้ยินคำว่าคิดถึงจากปากของเขา
“ตรงนี้แดดแรงค่ะ เข้าบ้านก่อนเหอะ” เธอแสร้งพูดเรื่องอื่นเพื่อลดอาการประหม่าของตัวเอง

เจนหิ้วถุงพลาสติกภายในเป็นห่อกระดาษสีน้ำตาลลงจากรถเดินเข้าบ้านระมิงค์
“สวัสดีครับแม่”
“สวัสดีจ้ะเจน” แม่ออกอาการงงเล็กน้อยเมื่อเขาเรียกแม่ แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไร
“ผมเอาของมาฝากครับ”
“ของอะไรน่ะ ไม่น่าลำบากเลย วันหลังมาแต่ตัวก็ได้นะ”
“อ๋อ ไม่ได้ลำบากอะไรเลยครับ พอดีผมไปได้ชุดน้ำชาจากญี่ปุ่นมา เห็นว่าน่ารักดี แม่กับคุณมิ้งน่าจะชอบ”
“โอ๊ย เสียดาย ทำไมไม่เก็บไว้ขายที่ร้านล่ะคะ” ระมิงค์ว่า
“ผมอยากให้คุณนี่ครับ” เขาบอกดื้อๆ
“ขอบใจจ้ะ เจนทานอะไรมาหรือยังล่ะ น่าจะมาตอนเที่ยง จะได้ทานข้าวด้วยกัน” แม่ว่าพลางหันไปมองนาฬิกาก็บ่ายแก่ๆ แล้ว
“ไม่เป็นไรครับ ผมเรียบร้อยแล้ว”
ระมิงค์ยังงงตัวเองไม่หาย เมื่อสักครู่ยังรู้สึกเหมือนอาการซึมเศร้ากำเริบอยู่เลย ตอนนี้หน้าบานยิ้มไม่หุบ “แรงคิดถึงมันส่งถึงกันจริงๆ หรือ” เธอนึกสงสัยอยู่ในใจ เหลือบไปเห็นตัวเองในกระจกที่สะท้อนจากตู้โชว์ก็ตกใจ “อุ๊ยตาย!” เธอรีบเอามือลูบผมให้เข้ารูปเข้าทรงสักหน่อย

เจนค่อยๆ ยกชุดน้ำชาออกมาวางบนโต๊ะ แม่หยิบขึ้นมาชื่นชมอย่างทะนุถนอมและขอบใจเขาอีกครั้ง
“งั้นวันหลัง พี่จะเลี้ยงข้าวตอบแทนคุณเจนนะ” ระมิงค์ฉวยโอกาสชวนกินข้าวตามแผนที่อ้อให้การบ้านไว้
“ยินดีครับ วันไหนครับ” เขาไม่รีรอเช่นกัน
“เอ่อ...ไปพร้อมกับเพื่อนพี่อีกคนได้มั้ยคะ เพื่อนสนิทพี่เองแหละไม่ได้เจอกันนานแล้ว”
“ผมกลัวว่าจะรบกวนคุณกับเพื่อนสิฮะ นานๆ เจอกันทีด้วย”
“อ๋อ ไม่หรอกค่ะ พอดีเพื่อนพี่มันอยากจะถามเรื่องที่คลินิกด้วย มันอยากจะปรึกษาจิตแพทย์เหมือนกัน พี่คนเดียวอาจให้ข้อมูลไม่พอ คุณเจนน่าจะพอช่วยอีกแรง เพื่อนพี่แต่ละคนก็จิตๆ เหมือนพี่นี่แหละค่ะ” ระมิงค์อ้างไปเรื่อยเปื่อยทั้งที่ไม่ใช่เรื่องจริงเลย
“ฮ่าๆๆ ยินดีครับ บอกวันล่วงหน้าได้มั้ยครับ ผมไม่รู้ว่ามือถือจะซ่อมเสร็จเมื่อไหร่”
“เสาร์หน้าว่างมั้ยคะสักเที่ยงๆ” เธอรีบนัด ทั้งที่ไม่ได้นัดเพื่อนมาก่อนว่าว่างหรือเปล่า
“ได้ครับ งั้นผมมารับคุณมิ้งนะครับ” เขาเองก็รีบรวบรัดเช่นกัน ผู้เป็นแม่ได้แต่นั่งอมยิ้มกับบทสนทนาของหนุ่มสาว ดูทุกอย่างมันเร่งไปหมด



Create Date : 05 พฤษภาคม 2565
Last Update : 5 พฤษภาคม 2565 11:33:04 น.
Counter : 458 Pageviews.

0 comments
ร้านตี๋อ้วน ป.ปลา น้ำเต้าหู้: "บรรทัดทอง" ใช่ค่ะ!เราถือชอกโกแลตปั่นหวานๆ เข้าฟิตเนส peaceplay
(17 พ.ค. 2567 03:50:56 น.)
หนังสือไฮกุ "THE BRITISH MUSEUM HAIKU" haiku
(17 พ.ค. 2567 09:21:24 น.)
๏ ... Suno น้อย ... ๏ นกโก๊ก
(15 พ.ค. 2567 09:20:16 น.)
Wir wandelten, Op. 96, no. 2 by Johannes Brahms ปรศุราม
(14 พ.ค. 2567 12:05:45 น.)
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Magnolia.BlogGang.com

Alex on the rock
Location :
มหาสารคาม  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 42 คน [?]

บทความทั้งหมด