Autumn in DPRK – Last Day
วันนี้ตื่นแต่เช้าเพราะไฟลท์กลับปักกิ่งคือแปดโมงครึ่ง
ไกด์นัด 6.30 น. ที่ล็อบบี้ มีเรากับพอลที่กลับเครื่องบินวันนี้
แมกนัสกับแอนก็กลับวันนี้ แต่กลับรถไฟ ส่วนที่เหลือคือเที่ยวต่อ... อิจฉามาก

เปิดหน้าต่างสูดอากาศยามเช้าเป็นครั้งสุดท้าย กวาดตามองดูเมืองเปียงยางเพื่อจะเก็บความประทับใจนี้เอาไว้



วันนี้ไกด์ที่จะพาเราไปสนามบินเปลี่ยนคนค่ะ เป็นสองสาววัยเดียวกับลี
ช่างพูดช่างคุยดีแฮะคนนี้ แต่เราต้องตื่นเช้าไง เลยอึน ๆ มึน ๆ กัน ไม่งั้นจะรัวคำถามห้าร้อยชุดแน่ ไม่มีไกด์อาวุโสอยู่ด้วยแบบนี้... Smiley

เรานั่งมองถนนหนทาง วันที่มาเรามืดมนว่าเรากำลังจะมาในดินแดนที่ลึกลับ
เราเคยไปพม่า เคยไปเวียตนาม ที่เป็นประเทศสังคมนิยม แต่ก็ไม่เหมือนมาที่นี่เพราะมีข้อมูลให้ค้นคว้าค่อนข้างเยอะ
แต่ที่นี่... มืดมนมาก
แต่พอวันนี้ วันที่นั่งรถกลับเราไม่รู้สึกว่าเราอยู่ในดินแดนลึกลับเลย
และเช้านี้ก็เช่นเคย ทุกอย่างดำเนินไปอย่างมีชีวิตชีวา 

นั่งรถมาแป๊บเดียวก็ถึงสนามบิน ทุกอย่างเป็นไปอย่างรวดเร็ว ไกด์พาไปเช็คอิน
พอลแอบหันมากระซิบว่า quick service... Smiley
มีพนักงานของสนามบินมาตั้งโต๊ะขายเบเกรี่และเครื่องดื่มด้วย แต่จริง ๆ ร้านกาแฟให้นั่งชิลเค้าก็มีนะ

พอเช็คอินเสร็จก็ต้องเดินไปหา immigration เป็นอีกจุดที่เรากังวล
ก็ได้ยินมาว่าเค้าจะตรวจกล้องกับมือถือด้วย และถ้าเจอรูปที่ไม่ผ่านเค้าก็จะลบออก
แล้วเราน่ะแอบซุบซิบกันตั้งแต่ในทริปแล้วว่าทำไมมันไม่เหมือนที่คิดไว้ ทำไมไม่มีใครห้ามไม่ให้ถ่ายรูป
คืออยากถ่าย ถ่ายไป อยากถ่ายวิด๊โอ ก็เอาสิ พวกเราแอบคุยกันว่าหรือเค้าแบบประมาณอยากถ่ายก็ถ่ายไปเฮ้อะ เพราะถึงเวลาก็ต้อง delete all อยู่ดี ก็ลุ้นกันล่ะค่ะ

แต่ไม่เป็นดังคิด จนท ที่ immigration เราจำได้ว่าเป็นคนที่เดียวกับตอนที่เรามาแน่ ๆ ก็แค่ตรวจพาสปอร์ต สแตมป์ แล้วก็ปล่อยเรามาอย่างรวดเร็วและง่ายดาย
ไม่เห็นจะโหดอย่างที่ว่า
เราคิด ณ ตอนนั้นเลยว่า เราคิดถูกจริง ๆ ที่เรามาที่นี่ ไม่งั้นเราก็คงไม่เห็นอะไรดี ๆ แล้วเราก็คงอยู่ในมโนอันมืดมนของเราต่อไป

เข้าไปรอด้านในหลังผ่านจาก immigration นั่งคุยกับพอล เราถามพอลคำถามนึง มันจะเป็นจริงหรือเปล่าที่เค้าพูดกันว่าทุกอย่างที่เค้าโชว์ให้นักท่องเที่ยวเห็นคือการเฟค
พอลบอกว่าเค้าไม่คิดอย่างนั้น เราออกไปต่างจังหวัดด้วยใช่ไหม ก็มันเป็นประเทศกสิกรรม จะให้รวยกันขนาดไหน 
เราเห็นด้วยกับพอลนะ เพราะอย่างเราออกไปต่างจังหวัดเมืองไทย หรือเวียตนาม มันก็เหมือน ๆ กัน
การทานอะไรบางอย่างที่เราไม่ทานกัน ไม่ได้หมายความว่าประเทศนั้นอดอยาก
ลองออกไปดูต่างจังหวัดบ้านเราสิ ทุกวันนี้เรายังมีการขอบริจาคเสื้อผ้าให้เด็ก ๆ กันอยู่เลย
และไม่ต้องไปไกล เอาเด็กในกรุงเทพฯเนี่ย อยากให้กระทรวงศึกษาเทียบอัตราการไม่เรียนหนังสือของเด็กดูจริง ๆ ว่าเป็นสัดส่วนเท่าไหร่ของเด็กทั้งหมด
เอาที่เรียนจริง ๆ นะคะ ไม่ใช่แค่ "มีชื่อ" อยู่ในโรงเรียน
ไม่รวมถึงปัญหาสังคม พ่อกูใหญ่ แม่กูรวย อะไรทำนองนั้นอีก
ปัญหาหาบเร่แผงลอย ปัญหาเศษขยะเกลื่อนเมือง ปัญหามีสิทธิ์มีเสียงจนเกินพอดี สัดส่วนคนรวยคนจน ชาวนาปลูกข้าวไม่ได้ แล้วยังปัญหาอะไรต่อมิอะไร
ที่พูดนี่ไม่ได้บอกว่าประเทศเรามันแย่ แล้วไปชื่นชมประเทศคอมมิวนิสต์ไปแล้ว
แต่แค่อยากจะบอกว่า... ในเมื่อเรายังไม่ได้จะดีเลิศอะไร ก็อย่าไปวิจารณ์คนอื่นเลย

พอลบอกอีกว่าสำหรับพอลแล้วทุกอย่างดีเหนือความคาดหมาย พอลบอกว่าอาจเพราะพวกเราดูจากสื่อมากเกินไป แล้วสื่อก็มักจะเขียนถึงประเทศนี้ในทางลบ
เราบอก... อื้อ... หรือไม่อีกทีคือพวกเราโดนล้างสมองไปแล้วอ่ะ
มองหน้ากันแลกอีเมล์กัน เรามาแยกกับพอลที่ปักกิ่ง

สนามบินของที่นี่สวยใช้ได้ อาจเพราะยังใหม่ แต่เรื่องความสะอาด ประเทศนี้เค้าเลิศอยู่แล้ว
แต่ที่ขำหนักคือ อย่างที่บอก ของฝากสุดฮิตที่นอกเหนือจากโสมแล้วก็คือหนังสือพิมพ์ The Pyongyang Times
พอลซื้อเยอะมากอ่ะที่สนามบิน เพราะฉบับล่าสุดที่เป็นเกี่ยวกับงานฉลองมันหมดเกลี้ยงเลยที่โรงแรม
พอมาเจอที่นี่ ก็เลยซื้อไปกัน ฉบับนึงก็ 1 ยูโร
แต่ปรากฏว่าพอบอร์ดดิ้ง มีแจกฟรีจ้าตรงทางขึ้นเครื่องเลย มองหน้ากัน โห่... จะเสียเงินทำไมเนี่ย... Smiley







----------------------------------------

ถ้าเป็นคนที่รู้จักเรา คนรอบข้างเราจะรู้ว่าเราอยากไปที่นี่มานานมากแล้ว
หลาย ๆ คนบอกว่าประสาท ทำไมไม่ไปปราก ยุโรป ออสเตรเลียอะไร
เราก็บอกว่าเรายังไม่สนใจ แต่เราสนใจที่นี่ ก่อนหน้านั้นอยากไปลิเบียด้วยซ้ำ
ไม่ใช่อยากแปลกหรือแตกแยก แต่เพราะมันน่าสนใจ เราเคยดูนิตยสารที่มี จนท กระทรวงการต่างประเทศไปเที่ยวลิเบีย มันสวยมากนะ เลยอยากไป

ส่วนเกาหลีเหนือ อยากไปเพราะอยากเห็น อยากรู้จริง ๆ 
แล้วเราก็ได้เห็น ได้รู้ แต่ถามว่าคำถามมันหมดไปไหม ก็บอกเลยว่าไม่หมด แถมมันยังจะมีเพิ่มมาอีกนะ... Smiley

อย่างที่บอกว่าภาพพจน์ของเค้าจะออกแนวติดลบ อดอยาก เผด็จการ ประชาชนไม่มีการศึกษา
ไปดูจริง ๆ แล้วจะรู้ว่าที่พูด ๆ มาน่ะ มันไม่ใช่เลย เด็กที่นั่นใช้ภาษาอังกฤษได้ดีกว่าเด็กประเทศเราอีกนะ ไม่แค่ภาษาอังกฤษ ภาษาจีนก็ด้วย
เราไม่พูดเรื่องการเมืองนะ เพราะประเทศไหนก็เหมือน ๆ กัน มีการรุกราน มีการป้องกันประเทศ และมีการร้องขอความช่วยเหลือเป็นพันธมิตรกับประเทศอิทธิพลเหมือน ๆ กัน
และที่สำคัญ เราบอกแล้วว่าบล็อกเราเป็นบล็อกท่องเที่ยว โนการเมืองค่ะ... Smiley

แถมอีกนิดสำหรับประเทศนี้
เราคุยกันว่าเรามาเที่ยวถูกเวลานะ เรารู้สึกว่าเค้ากำลังจะเปิดประเทศ แต่ก็เปิดในแบบของเค้า
เพราะเดี๋ยวนี้การทำกสิกรรมไม่ได้ช่วยให้ประเทศก้าวหน้าพัฒนาไปได้เร็ว
เกาหลีเหนือเองก็มีอุตสาหกรรมต่าง ๆ เหมือนกันนะ 
มี industrial zone มีโรงงาน เราผ่านโรงงานผลิตและซ่อมแซมชิ้นส่วนรถยนต์ด้วย ก็งง ๆ กันไป
ผลิตภัณฑ์เจ๋ง ๆ ของที่นี่มีเยอะ และเค้ากำลังต่อยอด มีใครช่วยเหลืออยู่หรือเปล่าอันนั้นเราไม่รู้
แต่ที่แน่ ๆ ที่นั่นมีฟาร์มของคนอเมริกันอยู่ทางเหนือของเกาหลีเหนือ และคนนี้มี internet ใช้อีกต่างหาก... Smiley
และสำคัญหนักกว่านั้น ที่ทำเราตาลุกวาว เกาหลีเหนือกำลังเปิดประเทศต้อนรับนักลงทุนจากต่างประเทศจากทั่วโลก
พวกเราคุยกันเรื่องนี้ แต่เราก็มาสรุปสั้น ๆ ว่าลงทุนที่นี่มันคงไม่ง่าย ถ้าเรื่องธนาคารแล้วก็การทำธุรกรรมทางการเงินยังไม่เสถียรพอ
เรากลับมาเราคุยกับเพื่อนที่เริ่มลงทุนที่พม่า เพื่อนบอกแต่มันก็ไม่ยาก มันอาจจะเหมือนกับที่เค้ากำลังทำอยู่นี่ก็ได้

เรื่องการจ้างงาน คนเกาหลีเหนือถูกจ้างงานจากต่างประเทศเยอะนะ ส่วนมากจะเป็นที่จีน
แล้วเค้าก็ไม่ได้ห้ามด้วยว่าถ้าคนที่ออกจากเกาหลีเหนือไปจะไม่สามารถกลับไปเยี่ยมบ้านได้อีก 
ที่พูดนี่เพราะเห็นคนเกาหลีเหนือท่องเที่ยวออกนอกประเทศเหมือนกัน ขากลับ คนที่นั่งข้างเราก็เป็นคนเกาหลีเหนือ แล้วลีไกด์ของเรายังพยายามเก็บเงินไปเที่ยวอิตาลีเลย
แฟนของเรย์โก้ ทัวร์โคออดิเนเตอร์ของเราก็เป็นคนเกาหลีเหนือที่ย้ายไปเมืองจีน แต่เค้าก็กลับมาเยี่ยมญาติที่เกาหลีเหนืออยู่เรื่อย ๆ
เราว่ามันสำคัญที่คุณออกจากที่นั่นมายังไง ถ้าทำผิดหนีออกมาก็คงไม่อยากมีใครรับกลับหรอกมั้งคะ มันก็เหมือนกับประเทศอื่น ๆ หรือเปล่า

ถามว่ามีแต่สิ่งดี ๆ เหรอ สิ่งไม่ดีไม่มีซักนิดเลยเหรอ
มีค่ะ... แต่มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ ส่วนมากก็เป็นพวกกฏข้อห้าม ที่โดยปกติเราไม่ไปเที่ยวกับทัวร์ อยากทำอะไรก็ทำ
แต่ที่นี่ไม่ได้ ต้องมีกำหนด ไปไหนได้ ไปไหนไม่ได้ ซึ่งส่วนมากจะไม่ได้
ถามว่าคุยกับคนท้องถิ่นได้มั้ย ไกด์บอกได้ ๆ เอาเลย
แต่พอเอาเข้าจริง ๆ ก็คุยไม่ได้ แต่แอบคุยเอา อาศัยช่วงชุลมุน อย่างในงานเต้นรำ หรืองานฉลอง... Smiley
แต่ต้องเลือกคุยนะ ถ้าคุยกับเด็กหรือผู้หญิง ส่วนมากก็จะคุยกับเรา
แต่ถ้าคุยกับผู้ชาย อย่าได้ฝันว่าจะตอบ

ถามว่าอึดอัดไหมกับข้อห้ามพวกนี้ ก็อย่างที่บอก เรื่องเล็กค่ะ
เวลาเราจะไปที่ไหนเราทำการบ้านมากพอสมควร ถ้ากลัวอึดอัดก็คงไม่ไปแต่แรก

สรุป... ประทับใจสุด ๆ แต่ถ้าถามว่าจะไปอีกไหมตอนนี้ ก็บอกเลยว่ายัง
อย่างที่บอกค่ะว่าการพัฒนาของเค้ายังเป็นไปได้ช้า อาจจะไปใหม่อีก 3-4 ปีข้างหน้าค่ะ 



(แก้ไข 26.10.15/08.49 - เรื่องทำฟาร์มของคนอเมริกันค่ะ ตอนแรกเขียนว่าเป็นฟาร์มปศุสัตว์ แต่มาทราบข้อมูลอีกทีว่าไม่ใช่แค่เลี้ยงสัตว์ แต่ปลูกพืชไร่ด้วยค่ะ)



Create Date : 19 ตุลาคม 2558
Last Update : 26 ตุลาคม 2558 8:50:55 น.
Counter : 360 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

melody_bangkok
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]



ก็แค่ผู้หญิงคนหนึ่ง ที่บางครั้งก็มีโลกส่วนตัวสูงมากมาย แต่ในบางครั้งก็พยายามจะยัดเยียดตัวเองเข้าไปในโลกส่วนตัวของคนอื่น... :P
ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ... ^^
Daisypath Vacation tickers
ตุลาคม 2558

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
All Blog