แค่ขับรถผ่านก็ตกหลุมรัก... Oboke @ Tokushima


อย่างที่บอกค่ะ ทริปนี้เราได้ตั๋วโปรฯไปโอซาก้า แต่เราไม่อยากอยู่ที่โอซาก้า
ก็เลยตัดสินใจไป Shikoku ตามคำแนะนำของเพื่อนสาว เล่าไปแล้วเนอะ

มีหลายคน (รวมทั้งเรา) เคยกล่าวไว้ว่าถ้าไม่จำเป็นจะไม่ไปเที่ยวไหนช่วงฝนตก
แต่ที่นี่ Shikoku… ไปเถอะช่วงมีฝน แล้วจะฟิน... เชื่อเรา!! Smiley

ทำไมน่ะเหรอคะ?? ไปดูคำตอบกันเลยเถอะ

จริง ๆ Shikoku เป็นเกาะที่อยู่ตรงติ่ง ๆ มาทางคันไซ ถ้าดูตามแผนที่นะคะ
จะประกอบด้วย 4 prefecture : Kagawa, Tokushima, Kochi แล้วก็ Ehime
ลักษณะภูมิประเทศจะเป็นภูเขาค่ะ
คาดว่าคงจะเคยได้ยินกันมาเนอะว่าถ้าจะทานอุด้งต้องเป็นที่คากาวะ......

(อืมม... เดี๋ยวนะ... ตอนนี้เราเริ่มสงสัยตัวเอง จะยกตัวอย่างอะไรแต่ละทีทำไมต้องเป็นเรื่องอาหาร Smiley)

ถ้าเป็นโคจิ ก็ต้องเป็น คัตสึโอะ (ปลาที่เคยเป็นพระเอกของบล็อกก่อนหน้าของเราน่ะค่ะ)
ถ้าเป็นโทคุชิมะ ก็จะเป็นน้ำวนนารุโตะเนอะ (ออกจากอาหารได้บ้าง รู้สึกดูดีขึ้นมานิดนึง แหะๆๆ)
แต่ถ้าเป็นเอฮิเมะ... ไม่แน่ใจแฮะ ไม่เคยได้ยินอะไรค่ะ แหะๆๆ

เรามีเวลาน้อย ก็เลยไปได้แค่ โคจิ กับ โทคุชิมะ
แล้วจริง ๆ แล้วที่เที่ยวของภูมิภาคนี้ไปกระจุกรวมกันอยู่ที่ คากาวะ กับ เอฮิเมะ

ซึ่ง... เราไม่ได้ไป Smiley

ก็มัวแต่ไปชื่นชมความสงบที่ Ashizuri Misaki มาก็งี้ เหอะๆๆ
แถมวันนึงที่แพลนว่าจะไปคากาวะ ก็ไม่ได้ไปไหนค่ะ
ไม่ได้ขี้เกียจนะคะ แต่ใต้ฝุ่นเข้า เลยติดแหงกอยู่โรงแรม ไปไหนไม่ได้ค่ะ
เสียเวลาเที่ยวไปหนึ่งวันเต็ม Smiley

และเพราะใต้ฝุ่นเข้านี่แหละ ฝนเลยตกเกือบทุกวัน
แต่ฝนญี่ปุ่นน่ะนะคะ ถ้าไม่นับว่าใต้ฝุ่นมานี่ก็จะตกแบบพอเดินตากฝนได้แบบชิว ๆ

ทริปนี้... ที่ ๆ เราชอบที่สุด คือ Oboke ที่ Tokushima ค่ะ
เราไม่ได้เจาะจงไปหรอกนะคะ แค่ขับรถผ่านตอนกลับจาก โคจิ มาที่ โทคุชิมะ

แต่... เราถึงกับหลงรัก Smiley

ก็จะไม่ให้หลงรักได้ไงเนาะ
เราชอบภูเขาเขียว ๆ เราชอบหมู่บ้านเล็ก ๆ ในหุบเขาเราชอบแม่น้ำที่ไหลผ่านหุบเขาสีเขียว
เวลาไปญี่ปุ่นแล้วต้องนั่งรถที่ขึ้นไฮเวย์ ออกนอกเมือง
มองลงมาจากไฮเวย์จะเห็นหมูบ้านที่ล้อมรอบด้วยภูเขา และมีแม่น้ำไหล
คือสวย คือชอบ อยากลงไปยืนถ่ายรูปมากมาย แต่ผิดกฎหมายใช่มั้ย??

คราวนี้พอออกมาจากโคจิ เริ่มมานอกเมือง สีเขียวของธรรมชาติก็เริ่มมีให้เห็นมากขึ้น
และเมื่ออยู่ในดินแดนของภูเขาและหุบเขา สิ่งนี้ก็มาปรากฎให้เห็นต่อหน้า

ชอบมากกกก Smiley

เริ่มเห็นสถานีรถไฟค่ะ



เราชอบนะ สถานีรถไฟนอกเมือง มันจะดูน่ารัก แต่นาน ๆ ทีจะมาขบวนนึงฮะ ก็รอกันไป Smiley

มาถึง SA ใกล้สถานีโอโบเกะค่ะ
เช่นเคย เป็นคนที่เห็น SA ไม่ได้ แวะมันตลอด ที่เสียเวลาก็น่าจะเพราะเหตุนี้นะ ฮ่าๆๆ



มีจุดที่มองเห็นแม่น้ำ Yoshinogawa ที่เป็นแม่น้ำหลักของแถว ๆ นี้



SA ตรงนี้เป็นจุดบริการนักท่องเที่ยวด้วยนะคะ เข้าไปถามรายละเอียดการท่องเที่ยวได้ค่ะ
และกิจกรรมสำหรับแถว ๆ นี้ก็ไม่พ้นพวกเทรคกิ้ง ล่องเรือ คายัค ประมาณนี้ค่ะ


ที่นี่มีพิพิธภัณฑ์ผี ๆ ชื่อ Yokai Museum ด้วยแหละ เห็นแล้วนึกถึงคิทาโร่ไงไม่รู้
แต่ข้างในเป็นยังไงก็ไม่ทราบนะคะ ไม่ได้เข้าไปดู ไม่ใช่แนวง่ะ Smiley



แต่นี่ต่างหากคือสิ่งที่เราสนใจ หึๆๆ
Lapis Oboke ค่ะ ทีแรกนึกว่าเป็นร้านขายหิน
แต่พอถามเจ้าหน้าที่ได้คำตอบว่าเป็นมิวเซียมของพวกแร่ธาตุแถบชิโกกุนี่
(เค้าใช้คำว่า mineral ซึ่งเราก็ยังเถียงเค้าอีกนะว่าเป็น stone -*-)

เราเดินดูเห็นมีจากประเทศอื่นด้วยค่ะ
และมีขายแบบสำเร็จ หรือจะเลือกหินมาร้อยเองก็ได้ เห็นขายเม็ดละไม่กี่สิบเยนยั้นเกือบพันเยนกันเลยทีเดียว
ด้วยความที่เป็นคนชอบกำไลลูกปัด ไม่ว่าจะเป็นหิน เป็นไม้ อะไรก็ตาม
ก็เลยได้มาหนึ่งอันค่ะ

 

อยู่นานไม่ได้ ต้องรีบไปค่ะ เดี๋ยวฝนจะตกหนัก ไม่ใช่ละค่ะ แหะๆๆ
กลัวว่าเดี๋ยวจะหมดตัว เลยรีบออกมา มันบ่าย ๆ แล้วด้วยค่ะ กลัวจะมืด

ก็ยังผ่านหมู่บ้าน ผ่านหุบเขา ฝนก็เริ่มตก
แต่พอฝนตกลงมา มันก็ทำให้อากาศเย็นและชุ่มฉ่ำ เกิดเป็นหมอก
บวกกับที่เราอยู่กันท่ามกลางภูเขาและหุบเขาเป็นบางช่วง
ให้ทายค่ะว่าเราเห็นอะไร??
เราเข้าใจแล้วที่เพื่อนสาวชาวญี่ปุ่นของเราพยายามเชียร์ให้เราไปคืออะไร

“เหมือนอยุ่บนสวรรค์” ... นางบอกพร้อมทำหน้าฟินหลังจากเรากลับมาแล้ว

แล้วก็รู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ ค่ะ มองไปทางไหนก็มีแต่หมอก...



หมอกสีขาว ๆ ค่ะ...



ขับผ่านหมู่บ้านก็เห็นแต่หมอก



และก็หมอก... หมอก... และหมอกค่ะ... Smiley



และทางมันจะค่อนข้างคดเคี้ยว พอเลี้ยวมาเจอนี่ ถึงกับกรี๊ด



ที่กรี๊ดไม่ได้โดนใครสาดน้ำมนต์ใส่ -*-
เรามองดูหมอก แต่เหลือบไปเห็นว่าข้างบนเขาน่ะค่ะ มีบ้านอยู่ เราอยากไปโฮมสเตย์บนเขาน่ะ
มันใช่เลย Smiley

กลับมารีบหาข้อมูลเลยทีเดียว เลยพบว่า โอโบเกะ มีที่ให้เยี่ยมชมเยอะเหมือนกัน
ไม่ว่าจะเป็นหมู่บ้านของคนท้องถิ่น หรือสะพานเชือกที่มีมายาวนานมาก
คืออันนี้แอบโมโหเพื่อนนิด ๆ ไม่บอกเราก่อนว้า เราจะได้เตรียมตัวหาที่เที่ยวก่อนไป
หนักกว่านั้น เพื่อนยังมาบอกว่าฤดูหนาวโอโบเกะก็มีอะไรเจ๋ง ๆ นะ
หิมะจะตกเลยล่ะ เราบอก ยี้ งั้นก็แฉะดิ

เพื่อนบอกว่า... แต่มันมีเรียวกังออนเซนเพียบเลยน้าาา... สนใจอ๊ะป่าววว... Smiley

เพื่อนสาวที่เชียร์เราไปตอนแรกก็ไม่น้อยหน้า... นี่ๆ ไปช่วงสปริงนะ ดอกไม้จะบานสะพรั่ง สวยเหมือนอยุ่บนสวรรค์เลยค่ะ

อ๊าาา... สวรรค์อีกละ Smiley
คือถ้าไม่ปล้นธนาคารก็คงต้องผลิตแบงค์กันเองล่ะค่ะ ขอเวลาทำงานหาเงินกันซักนิดเถอะนะคะ 
แล้วเราจะไปตกหลุมรักที่ Oboke อย่างเต็มตัวค่ะ
ก่อนไปขอฝากแผนที่ท่องเที่ยวไว้ก่อน แล้วเราจะไปตามเก็บค่ะ Smiley


Cr. ภาพแผนที่จากเว็บท่องเที่ยว Oboke & Koboke 




Create Date : 16 มกราคม 2560
Last Update : 16 มกราคม 2560 23:22:35 น.
Counter : 728 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#13



melody_bangkok
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]



ก็แค่ผู้หญิงคนหนึ่ง ที่บางครั้งก็มีโลกส่วนตัวสูงมากมาย แต่ในบางครั้งก็พยายามจะยัดเยียดตัวเองเข้าไปในโลกส่วนตัวของคนอื่น... :P
ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ... ^^
Daisypath Vacation tickers
มกราคม 2560

1
2
3
4
5
6
7
8
10
11
13
14
15
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog