Autumn in DPRK – Day 5
มีคนบอกว่าเราเขียนบล็อกเรียกร้องความสนใจ
โอ่ะ... จริงดิ?? เราก็เขียนของเรามาแต่ไหนแต่ไรน้าา... Smiley
ก็ไม่เป็นไร... เรียกร้องต่อไป... Smiley

เช้านี้ตื่นเช้ามาก เพราะอยากดูดซึมบรรยากาศ อากาศหนาว แต่สดชื่น









เสาไฟกับแผงโซล่าร์บนยอดทำให้เรานึกถึงอะไรบางอย่าง
สังเกตเห็นมั้ยคะจากรูปตึกที่เราโพสต์ ๆ ไปเอนทรี่ก่อน ๆ ตึกเค้าไม่มีคอมเพรซเซอร์แอร์ยื่นออกมาแฮะ แต่จะมีแผงโซล่าร์เนี่ย
แต่เราก็ไม่ได้ถามไกด์หรอกนะ ลืม... Smiley




ทานข้าวเช้าพร้อมเม้ามอยกันเสร็จ ใช้เวลานานโขอยู่ แฮปปี้อี๊ตติ้งได้ทุกสถานการณ์มาก... Smiley

เราชอบบ้านเมืองนี้มากนะ ดูธรรมชาติดี เหมือนเค้าอนุรักษ์ไว้ให้เป็นเมืองเก่า ๆ คนเกาหลีเหนือเองก็มาเที่ยวที่นี่เยอะค่ะ
อ้อ... ที่ Kaesong นี่เป็น World Heritage ของ UNESCO ด้วยนะคะ แล้ว Kaesong นี่ก็เป็นเมืองหลวงของเกาหลีสมัยราชวงศ์ Koryo ค่ะ






เรานั่งรถกันไปเยี่ยมสุสานของกษัตริย์คงมินกับราชินีของราชวงศ์ Koryo (Hyonjongrung Royal Tomb)
สุสานนี้เคยถูกญี่ปุ่นเข้ามารุกรานด้วย พยายามจะขุดลงไปที่เสาด้านหลัง แต่จริง ๆ แล้วประตูลับจะอยู่ใต้โต๊ะวางของเซ่นไหว้












แล้วหลังจากนั้นเราก็ไป Panmunjom ที่เป็นที่ตั้งของเขต Demilitarized Zone หรือ DMZ ที่มีเส้นแบ่งเขตเกาหลีทั้งสองน่ะค่ะ
Panmunjom เป็นหมู่บ้านชายแดน แต่ตอนนี้ไม่มีคนอยู่แล้ว 






มาถึง ณ จุดนี้ อีกเช่นเคย ถ่ายรูปได้เฉพาะด้านที่เราเดินทางมา แต่ห้ามถ่ายรูปด้านที่เรากำลังจะไป
ถามว่าเราอึดอัดมั้ยกับข้อห้ามโน่นนี่
ตอบเลยว่าไม่... คือได้ยินกิตติศัพท์ตั้งแต่แรกอยู่แล้วเกี่ยวกับประเทศนี้ โหดงั้นงี้ เรื่องทางลบนี่ขอให้บอก ได้ยินมาเพียบ ยังไม่เห็นมีข้อดีเลย
แต่... เราก็ยังอยากรู้ว่าบ้านเมืองเค้าเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้น เราเชื่อว่าคนที่มาที่นี่เค้าจะทำใจไว้แล้ว
แล้วเอาจริง ๆ ก็ไม่ใช่เฉพาะที่เกาหลีเหนือหรือเปล่าที่มีข้อห้ามเรื่องถ่ายรูป แม้กระทั่งไปญี่ปุ่น เค้าก็มีข้อห้ามในการถ่ายรูปเช่นกัน
เพราะงั้นเราชิว ๆ เราไม่งอนคุณกังดัวยนะ เพราะเราเข้าใจ
และอย่างที่บอกน่ะค่ะ เราชอบเรียนรู้วัฒนธรรมของที่อื่น ๆ เวลาเราไปที่ไหน เราจะพยายามทำตัวให้กลืนไปกับวัฒนธรรมที่นั่นมากที่สุด
และนี่คือการเที่ยวในแบบของเรา
แล้วสำหรับเรา ตั้งแต่เที่ยวมา (ก็ไม่กี่ที่หรอกนะ) เรารู้สึกว่าที่นี่เราคุ้มสุด
ที่เค้าบอกว่า Travel is the only thing you buy that makes you richer. เรามารู้สึกก็ตอนเที่ยวที่นี่นี่แหละ... Smiley

หลังจากไกด์จัดการเรื่องเช็คพอยนท์อะไรเรียบร้อย เราก็รอกรุ๊ปอื่น พอมาครบก็เข้าไปที่เขต DMZ
การเข้า เราต้องนั่งรถเข้าไป มีทหารคุมไปด้วยบนรถค่ะ
ในเขต DMZ เค้าเหมือนเมืองเมืองนึงนะ ก็มีการทำกสิกรรมกันไป ทุ่งนาสวยทีเดียวเชียว

มาถึงพิพิธภัณฑ์ที่เราฟังชื่อแล้วหันไปมองหน้ากัน North Korean Peace Museum ค่ะ








คือแบบงง peace เนี่ยนะ แล้วด้านในมีแต่เรื่องราวของผู้นำทั้งสามกับภารกิจด้านการป้องกันประเทศ
มัน peace ตรงไหนเนี่ย... หันไปหาลี ลีอธิบายให้เราฟังว่า คนเราทุกคนต้องการสันติภาพ พวกเราเองก็ต้องการ
แล้วลีก็อธิบายถึงเหตุผล... เราคุยกันเรื่องนี้กับลีประมาณนึง เราเข้าใจที่ลีพูดนะ 
เคยมีคนสอนเราว่า อยากเข้าใจใครให้เอาตัวเองไปอยู่ในสถานการณ์ของคน ๆ นั้น
ตอนนี้เราอยากเข้าใจที่ลีพูด เราก็เลยทำแบบนั้นเช่นกัน
แต่... เนื่องจากบล็อกของเราเป็นบล็อกท่องเที่ยว เป็นไดอารี่ที่เก็บบันทึกความประทับใจ (และไม่ประทับใจ) เราก็จะไม่พูดถึงมัน... ฮ่าๆๆ... ง่ายดีไหม... Smiley

และเมื่อมาถึงตรงนี้ โทรศัพท์เราที่ตายสนิทมาตั้งแต่เหยียบเข้ามาที่นี่ก็สั่นขึ้น เราก็งง หยิบมาดู



detect สัญญาณจากฝั่งเกาหลีใต้ได้เฉย โธเบียสบอกส่งข้อความเลยเร็ว เช็คอินในเฟซบุคได้มั้ย... Smiley
พอเหอะ แค่เรื่องถ่ายรูปก็โดนมองว่าเป็นสายสืบ ขืนจะส่งข้อความ ไม่ต้องกลับประเทศกัน... Smiley

แล้วเราก็เดินเข้าไปดูเส้นแบ่งเขต Military Demarcation Line ซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตระหว่างเกาหลีทั้งสอง
ถ้าจากเส้นแบ่งเขต วันนี้เราจะไม่เห็นทหารของฝั่งเกาหลีใต้ใช่มั้ยคะ
เพราะเค้ามีข้อตกลงกันว่าถ้าวันไหนมีนักท่องเที่ยวของฝั่งไหนมาเยี่ยม อีกฝั่งต้องถอนทหารไป
จริง ๆ เค้าก็เข้ากันได้ดีนะเราว่า... Smiley
พอเข้ามาที่นี่ ทุกคนก็ตื่นเต้น รีบเข้าไปนั่งที่โต๊ะ พอลหันมาถาม ดูโตีะกับเก้าอี้นี่มันตื่นเต้นขนาดนี้เลยเหรอ
แหม่... อินหน่อนสิคะอินหน่อย... Smiley
แล้วโต๊ะที่ว่าก็จะมีเส้นแบ่งเขต ก็ไม่ใช่อะไร สายไมค์นั่นแหละ... Smiley
ฝั่งขวาของทหารเป็น DPRK และฝั่งซ้ายเป็นเกาหลีใต้ เวลาเค้าเซ็นสัญญากันต่างคนต่างก็นั่งฝั่งของใครของมัน
เราก็เลยก้าวเข้าไปยืนถ่ายรูปจากฝั่งเกาหลีใต้... เราไปเกาหลีใต้มาแล้วน้าา... ตั้ง 1 ก้าว... Smiley







พอขึ้นไปดูข้างบนตัวตึก เห็นธงเกาหลีใต้อยู่ลิบ ๆ
เราก็ถ่ายรูปไปเรื่อย ถ่ายแบบถ่ายไปงั้น ๆ เพราะเรากำลังพยายามครุ่นคิด หลังจากยืนมองธงสองประเทศ
คุณกังเห็นเราไม่ค่อยรื่นเริงมั้ง ก็เลยไปลากพี่ทหารมาถ่ายรูปกับเรา... Smiley



คุ้มละ กลับบ้านนอนหลับฝันดี... ฮ่าๆๆ

หลังจากนั้น ทหารที่พามาก็ส่งพวกเรากลับ แต่ไม่ขึ้นมาบนรถด้วยแล้ว
เด็ก ๆ (เพื่อนร่วมทริป) ไม่ยอม งอแงจะเอาทหารมาด้วย โธเบียสบอกเพื่อความปลอดภัย
มันจะมีอะไรไม่ปลอดภัยเนี่ย ทุ่งนาออกจะเหลืองสะพรั่ง มองไปก็เห็นแต่ทุ่งนา... Smiley

ไกด์พาไปอีก 2-3 ที่ แต่ส่วนมากจะเป็นบนเนินเพื่อให้ชมเมืองในมุมสูง
เราว่าอากาศสดชื่นดี แล้วสิ่งที่เราแปลกใจอีกอย่างคือคนที่นี่เค้าใช้ภาษาอังกฤษกันได้ดีจัง
มีที่นี่ที่เราชอบ เหมือนเป็นสถานศึกษาในสมัยนั้นชื่อว่า Songkyongkwan Academy
ที่นี่ก็มีเรื่องราวนะคะ ตอนนี้เค้าจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ค่ะ











เราชอบอันนี้ เป็นโมเดลจำลองของชีวิตผู้คนสมันราชวงศ์ Koryo ค่ะ







ส่วนรูปปั้นผู้นำนี้อยู่บนเขา เพราะงั้นไม่ว่าอยู่ที่ไหนในเมืองก็จะมองเห็น แล้วตอนกลางคืนจะสวยมาก






และต่อไปเป็นที่ Sariwon ตามแพลนคือเราจะไปร่วมงานเทศกาลที่นี่ แต่ด้วยความที่แอนเริ่มไม่สบาย พวกเราก็เลยกลับเปียงยางดีกว่า เพราะวันถัดมาแอนต้องนั่งรถไฟกลับปักกิ่งด้วย








ขากลับเข้ามาเปียงยาง ผ่าน Arch of Reunification ก็เลยขอคุณกังลงไปถ่ายรูป คุณกังจัดให้... Smiley



อนุสาวรีย์นี้เป็นสัญลักษณ์ของการรวมสองเกาหลี
(แต่เราว่ามันไม่ใช่รวมอ่ะ แต่ว่าน่าจะเป็นการมีข้อตกลงบางอย่างร่วมกัน ถ้าจะรวมคงอีกนาน) 
เป็นผู้หญิง 2 คน หมายถึงเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ ถือกฎบัตร 3 อันมี มีอะไรบ้าง ตามวิกิพี่เดียไปเลยจ้า... แหะๆๆ

แล้วเราก็กลับมาเปียงยาง ส่งแอนที่โรงแรม แต่มันยังมีเวลาก่อนทานอาหาร เด็ก ๆ งอแงอีกแล้ว... Smiley
คุณกังเลยบอกว่าจะพาไปเที่ยว Fun Fair ละกันนะ ไปสวนสนุกกัน... เด็ก ๆ ดีใจ แอนอยากตามมาด้วย แต่ทุกคนบอกว่าจงพักผ่อนไป สภาพยูเริ่มจะแย่แล้วนะ


















ให้ทายว่าใครสนุกสุด... ถูกแล้ว โธเบียส ไม่ได้จะเล่นเยอะหรอกนะ แต่ฮีตื่นเต้นมาก ไอซ์แลนด์ไม่มีแบบนี้ ฮีว่างั้น... Smiley
คนอื่นแค่อย่างเดียวเพราะพอดูแล้ว... นะ... ถ้าเราเกิดขาสั่นหรือวิ่งเข้าห้องน้ำนี่ จะอายเด็กเกาหลีเหนือนะ... Smiley

โรลเลอร์โคสเตอร์ผ่านไป จากทีแรกที่คนนั้นคนนี้อยากเล่นนั่นนี่เริ่มกลัว
กำลังมองหน้ากัน ก็มีเสียงร้องกรี๊ดผ่านหน้าเราไป เลยคุยกันว่าเราไปเล่นม้าหมุน แมรี่-โก-ราวนด์กันก็ได้มั้ย... Smiley
ก็เดินดูบรรยากาศ พอผ่านรถบั๊ม ดูเซฟหน่อย คราวนี้เลยเล่นกันใหญ่เลย... Smiley
แต่เราเป็นคนเดียวที่ยังไม่เล่นอะไร บอกตรง ๆ ว่ากลัวระบบเซฟตี้เค้าง่ะ เล่น ๆ อยู่มันจะตกลงมามั้ย 
แล้วบวกกับที่ทั้งทริป เราจะเป็นคนที่เงียบที่สุด อย่างที่บอกน่ะค่ะ กับคนที่ไม่คุ้นเราจะชอบฟังมากกว่าพูด แล้วเวลาไปเที่ยวไหน เราไม่ค่อยชอบพูดด้วย ชอบดื่มด่ำกับบรรยากาศ รีแล็กซ์ ผ่อนคลายมากกว่า

แต่พอผ่าน drop tower ทนไม่ไหวละ ขอลองเครื่องเล่นเกาหลีเหนือหน่อยเหอะ เลยเดินตามโธเบียสไป
ทุกคนก็งง เฮ้ยย... เราจะเล่นจริงเหรอ อย่าหัวใจวายตายนะ... Smiley
แต่เราชอบอันนี้ไง มันจะอยู่สูง ๆ ใช่มั้ยคะ แล้วเราจะเห็นสถานที่ในที่สูง
และที่นี่ก็ไม่ผิดหวัง พออยู่บนนั้น วิวเปียงยางตอนกลางคืนสวยมาก
โธเบียสที่พูดมาก ๆ เริ่มเงียบไป เราก็พูดของเราไปเรื่อย เอ๊ะ ทำไมคนข้าง ๆ เงียบ เลยหันไปดู
โธเบียสสารภาพอ่อย ๆ ว่า... ลืมไปว่ากลัวความสูง... Smiley
กรรมเวร มาถึงนี่แล้ว ลงไม่ได้แล้วด้วยง่ะ เลยชวนคุย นี่ ๆ ดูวิวดิ วิวสวยนะ แต่ถ้ามาเมืองไทยนะ ก็จะสวยเหมือนกัน แต่อากาศจะไม่ดีแบบนี้ นู่นนี่นั่นไป
พอลงมาถึงพื้น... โธเบียสตะโกนบอกเรา เฮ้ยยย ยูเท่มากอ่ะ ยูเป็นคนที่เท่ที่สุดในทริปนี้เลย
ฮะ??... แค่เล่น drop tower นี่ มันเท่ขนาดนี้เลยเหรอ... Smiley
หลังจากนั้นโธเบียสตามติดเรา นี่ ๆ ยูทำอะไรที่ไทยน่ะ เรารู้หมดแล้วนะว่าใครทำงานอะไร แต่เรายังไม่รู้เรื่องยูเลย ยูเป็นคนที่ลึกลับที่สุดในกลุ่มเลยนะ ยูทำงานอะไร ชอบสีอะไร ที่บ้านอยู่กับใคร จะไปไอซ์แลนด์มั้ยเดี๋ยวไปรับที่สนามบิน
เออ... อย่ารู้เลย... เหอะๆๆ... Smiley

พอทานข้าวเสร็จ กลับมาโรงแรม ก็เลยไปคาราโอเกะกัน
คาราโอเกะที่นี่น่ารักดี เค้าก็ร้องเพลง เต้นลีลาศกันสนุกสนาน ย้ำว่าเต้นลีลาศจ้ะ... Smiley



คืนนั้นเราขอตัวก่อน เพราะวันต่อมาเราต้องกลับปักกิ่ง แล้วเราอยากรู้ข้อมูลของปักกิ่งหน่อย พอเที่ยงคืนเลยบ๊ายบายทุกคน เพราะพรุ่งนี้จะไม่เจอกันแล้ว

เราว่าเราโชคดีนะที่เราเจอคนดี ๆ
ทุกคนน่ารักมาก แล้วประวัติการท่องโลกของแต่ละคนนี่นะ เราฟังแล้วก็อึ้ง
แต่อาจจะเพราะเค้าเป็นชาวตะวันตกที่เป็นตะวันตกจริง ๆ ถึงเวลาทำงานเค้าก็ทำสุด ๆ และพอฮอลิเดย์เค้าก็หยุดพักกัน
แต่ละคนไม่เคยใช้ทัวร์เวลาไปเที่ยวนะ แต่พอมาเจอกัน ทุกคนบอกว่าสนุกที่ได้แลกเปลี่ยนความเห็น ได้แชร์โมเมนท์ดี ๆ ได้ฟังพอลพูดภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกัน... Smiley
คืนนั้นแอบใจหาย นี่เราจะไม่ได้เจอพวกเค้าอีกแล้วเหรอ 
แต่ก็นั่นล่ะ... มีพบก็ต้องมีจาก แล้วเราก็ต้องกลับมาใช้ชีวิตปกติของเราที่เมืองไทยต่อไป

ไปล่ะ... นอนหลับฝันดีนะจ๊ะ... Smiley




Create Date : 19 ตุลาคม 2558
Last Update : 19 ตุลาคม 2558 10:47:58 น.
Counter : 600 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

melody_bangkok
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]



ก็แค่ผู้หญิงคนหนึ่ง ที่บางครั้งก็มีโลกส่วนตัวสูงมากมาย แต่ในบางครั้งก็พยายามจะยัดเยียดตัวเองเข้าไปในโลกส่วนตัวของคนอื่น... :P
ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ... ^^
Daisypath Vacation tickers
ตุลาคม 2558

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
All Blog