Culture Shock ที่ปักกิ่ง
ไฟลท์จากเปียงยางของเรามาถึงปักกิ่งประมาณ 9 โมงกว่าและไฟลท์จากปักกิ่งกลับไทยของเราคือหนึ่งทุ่มครึ่ง
หลังจากผ่าน immigration แล้วเรากะว่าจะออกไปเดินชมเมืองปักกิ่งซะหน่อยเพราะมีเวลาเหลือเฟือ
ก่อนไปบอกน้องชายว่าจะเข้าเมืองช่วงรอ น้องชายสนับสนุน (น้องเราไปจีนอยู่เรื่อย ๆ ค่ะ)

จริง ๆ แล้วเราไม่เคยคิดจะเที่ยวเมืองจีนเลยนะ ไม่ได้มีเหตุผลอะไรมากไปกว่ายังไม่เป็นที่น่าสนใจสำหรับเรามากพอ
แต่ลึก ๆ แล้วเราค่อนข้างรำคาญคนจีนที่มาเที่ยวไทยด้วยแหละ
เรารำคาญคนที่ไม่พยายามที่จะเรียนรู้มารยาทของคนชาติอื่นเวลาไปเยือนประเทศนั้น ๆ น่ะค่ะ

แต่เราก็เป็นประเภทไม่ปิดตัวเองเช่นกัน
เมื่อมาถึงที่นี่แล้วและมีเวลาตั้ง 6 ชั่วโมงก่อนเช็คอิน ใครจะมาอยู่ในสนามบินไม่ไปเปิดหูเปิดตา... Smiley
ก็แวะหาอะไรรองท้องที่ KFC ที่แอร์พอร์ตนั่นแหละ




แล้วก็นั่งรถ shuttle bus ฟรีของสนามบินจาก Terminal 2 ไป Terminal 3
แล้ว... นะ... สนามบินปักกิ่งนี่มันเป็นอะไรที่กว้างมากกกกก
เราเอากระเป๋าไปฝากไว้ที่ Left Luggage ที่ชั้น 1 บอกว่าจะมาเอาตอน 5 โมง

หลังจากนั้นไปซื้อแก้วสตาร์บัคส์เพราะมันอยู่แถวนั้นพอดี
พนักงานให้รายละเอียดดีมากพอเราถามเป็นภาษาอังกฤษ ตอบอย่างเดียว sorry sorry และ sorry แล้วก้มหน้าหัวเราะอาย ๆ
คือแบบประมาณว่าเราต้องมายืนตั้งสตินิดนึง ที่นี่จีน ไม่พูดภาษาอังกฤษเป็นต่อยหอยเหมือนเกาหลีเหนือ
โอเค... เดินเข้าไปใหม่ หยิบแก้วมั่นใจ ยื่นให้คนขายพร้อมเครดิตการ์ด ได้มาละเรียบร้อย
ไม่ต้องพูดอะไรเลยคือดีที่สุด... Smiley

เราเดินไปด้านบนเพื่อขึ้นรถไฟ Airport Express เข้าเมือง 25 หยวน
ระหว่างอยู่ในรถไฟ เรานั่งดูรายละเอียดของ Lama Temple ที่เราปริ๊นท์ไปอยู่ ก็มีผู้ชายคนนึงยืนตรงที่เก็บกระเป๋าน่ะค่ะ ตรงหลังเรา
แล้วผู้ชายคนนั้นก็ทำเสียงครืดคราด ๆ ในลำคอ แล้วแบบคนจีน ไม่นิยมทำอะไรค่อย ๆ เนาะ
ผู้ชายเอเชียตัวไม่สูง แล้วเราก็ตัวไม่เตี้ย เสียงครืดคราด ๆ ดังขึ้น ๆ เรื่อย
เริ่มไม่ไว้ใจหัวตัวเองว่าถ้าถึงป้าย มันจะมีของแถมอะไรติดหัวเรามาด้วยไหม
ส่งข้อความบอกน้องชายว่าต้องมีคนขากถุยลงหัวเราแน่ ๆ... Smiley
น้องขำ ส่งข้อความบอกว่าเราเข้าถึงเมืองจีนแล้วจริง ๆ... Smiley

ตอนแรกเรากะว่าเราจะไปจัตุรัสเทียนอันเหมิน แล้วต่อไปกู้กง
แต่พอหา ๆ ข้อมูลไป เอ๊ะ... Lama Temple นี่ดูน่าสนใจนะ แถมมันมีทางเดินต่อไปทะเลสาบ ซึ่งต้องผ่านหมู่บ้านเก่า ๆ อีก
ว้าววว... นี่แหละ สิ่งที่ใช่ ปริ๊นท์รายละเอียดต่าง ๆ ของที่นี่เลย

พอถึงสถานี Dongzhimen เราก็ต้องต่อรถไฟสาย 2 ไป 1 สถานี
รถไฟที่นี่ดูง่ายดีค่ะ มีป้ายบอกชัดเจนเหมือนที่ญี่ปุ่น เราก็เดินตามป้ายไปเรื่อย ๆ
แต่คราวนี้พอเราคิดจะซื้อตั๋วจากตู้อัตโนมัติ กดอะไรเรียบร้อย ใส่แบงค์ 1 หยวนเข้าไป อ้าวว... แบงค์คืนกลับออกมา
เราลองเปลี่ยนแบงค์แล้วก็พยายามอีก 2-3 รอบ เป็นเหมือนเดิม... Smiley
หันซ้ายหันขวาเหลือบไปเห็น จนท ยืนอยู่ เลยเข้าไปถาม จนท ชี้ไปที่บูทขายตั๋ว
สรุปคือ ใช้ได้แต่เหรียญ... เอ้อ... แล้วมีช่องใส่แบงค์ไว้ทำไม... Smiley

หนักกว่านั้น... พอมาถึงสถานี เค้ามีป้ายบอกทางไป Lama Temple เลยค่ะ เราก็แค่เดินตามป้ายไป
เดินพอประมาณ เพราะอากาศไม่เย็นด้วยค่ะ ก็ไปเจอวัด เราก็ไปซื้อตั๋ว 25 หยวน
ถามพนักงานเพื่อความแน่ใจอีกทีว่า 25 หยวนใช่ไหม พนักงานพูดอะไรไม่รู้เป็นภาษาจีน
เราไม่เข้าใจ ช่างมัน จ่ายไป 25 หยวน ถ้าไม่ใช่เดี๋ยวเค้าก็บอกเองแหละ
พนักงานเก็บตังไป ปาบัตรให้เรา (จริง ๆ มันคือธรรมดาของเค้าแหละ แต่เราไม่ชินไง)
เรายิ้ม ๆ คิดในใจ... อื้อ ปาใส่หน้าเลยก็ได้นะ ไม่ถือ... Smiley
(บัตรแอบไฮเทคอ่ะ มีสแกนบาร์โค้ดด้วย)

ผ่านตรวจกระเป๋า แล้วก็เดินเข้าไปในวัด สองข้างทางเดินเป็นต้นไม้เขียวที่สดชื่น แต่ไม่ได้ชื่นชมกับสองข้างทางหรอกนะ ก้มดูพื้นค่ะ กับระเบิดมีเป็นระยะ ไม่รู้เศษอะไรของใครบ้าง... Smiley




เข้าไปในตัววัด ก็ดีนะคะ ก็สวยดี กำลังชื่นชมเพลิน ๆ ความซวยบังเกิด
คือชมเพลินจนไม่ได้ดูสิ่งรอบข้าง แต่มีคนข้าง ๆ หันมาทางเราทำเสียงครืดคราดในลำคอดังมากอีกแล้วอ่ะ 
ด้วยสัญชาตญาณ เราหันไปมองพร้อมเอี้ยวตัวหลบ แต่สัญชาตญาณทำงานไม่เต็มร้อยลืมยกขาหนี
เรียบร้อยค่ะ... รองเท้าหนังกลับของอิฉัน คุณลุงท่านนั้นฝากรอยไว้ให้เรียบร้อย... Smiley

รีบเช็ด อี๋ๆๆ ด้วยทิชชูเปียก มีน้ำครึ่งขวดติดมาจากเกาหลีเหนือ มีทิชชูแห้งอีก 2 แพ็ค เอามาเช็ดรองเท้าตัวเองหมดเลยนี่แหละ
พอละ ไม่เอาละ ส่งข้อความบอกน้องชาย ขอยอมแพ้ ถ้าดวงจะชงกันกับเมืองจีนขนาดนี้ กลับไปฝังตัวอยู่ที่สนามบินก็ได้... Smiley
น้องขำก๊าก ส่งข้อความกลับมาบอกว่าคิดไว้แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้ เยาะเย้ยว่าเราไม่มีบุญได้กินแกะปิ้งเสียบไม้เมืองจีน... Smiley

ก็เลยรีบกลับสถานี ไปซื้อตั๋ว เหมือนเดิมที่เครื่องขายตั๋วใช้แบงค์ไม่ได้ มองหาบูทขายตั๋ว ปิดค่ะ เลยไปหา จนท ที่่ยืนอยู่แถวนั้น
เจ้าหน้าที่พูดภาษาจีนแล้วชี้ไปอีกทาง ไม่รู้เรื่องหรอก แต่น่าจะหมายถึงให้ไปทางนู้น
เราก็เดินมาตามชี้ เห็นบูทอีกอันก็ปิดอีก แล้วแบบนะ เมืองจีน ทำอะไรกว้างใหญ่ไว้ก่อนแม้แต่สถานีรถไฟ
เดินกันจนสุดทาง ถึงได้ตั๋วมาใบนึง เพื่อเดินทาง 1 สถานี... Smiley
ก็เลยกลับมานั่งเล่นที่สนามบิน แต่ก็ยังอยากลองทานแกะปิ้งเสียบไม้นะ ไว้พร้อมกว่านี้ค่อยไปทานละกันนะ... Smiley

ปิดท้ายกันด้วยรูปที่มีทั้งหมดที่จีนก็แล้วกันนะคะ แล้วเจอกันใหม่ทริปหน้าค่ะ... Smiley














Create Date : 19 ตุลาคม 2558
Last Update : 20 ตุลาคม 2558 16:57:18 น.
Counter : 408 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#13



melody_bangkok
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]



ก็แค่ผู้หญิงคนหนึ่ง ที่บางครั้งก็มีโลกส่วนตัวสูงมากมาย แต่ในบางครั้งก็พยายามจะยัดเยียดตัวเองเข้าไปในโลกส่วนตัวของคนอื่น... :P
ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ... ^^
Daisypath Vacation tickers
ตุลาคม 2558

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
All Blog