การเลี้ยงดูและคำพูดแบบไหนทำให้เด็กๆเติบโตไปมีแนวโน้มไม่มั่นใจตัวเอง


การเลี้ยงดูและคำพูดแบบไหนทำให้เด็กๆ
เติบโตไปมีแนวโน้มไม่มั่นใจตัวเอง
#หมอมินบานเย็น
เข็นเด็กขึ้นภูเขา

 
 





#การเลี้ยงดูที่ทำให้เด็กไม่มั่นใจในตัวเอง

‘กล้า’ เด็กชายวัยรุ่นอายุ 14 ปี เรียนอยู่ชั้นมัธยมต้น เป็นเด็กหัวดี เรียนรู้เร็ว สอบได้คะแนนดีมาตั้งแต่ชั้นประถม ทุกอย่างดูดีไปหมด แต่สุดท้ายกล้าก็เล่าให้หมอฟังว่า สิ่งที่รบกวนใจของกล้าก็คือ ‘ความไม่มั่นใจในตัวเอง ไม่กล้าที่จะทำอะไรใหม่ๆ’

กล้ายกตัวอย่างว่า ไม่นานมานี้ กล้าสอบชิงทุนไปเรียนภาษาอังกฤษที่อเมริกา พ่อแม่สนับสนุนให้ไป แต่กล้าสุดท้ายกล้าปฏิเสธไม่ไป เพราะว่ากลัวการไปอยู่ต่างประเทศคนเดียว แม้เป็นช่วงเวลาสั้นๆ ก็ไม่อยากจะไป กล้าบอกว่า จริงๆ อยากไป รู้สึกเสียดายมาก แต่ความกังวลที่เกิดขึ้นทำให้ไม่กล้า

นอกจากเรื่องไปต่างประเทศ แม้แต่เรื่องอื่นๆที่ผ่านมา เช่น ได้รับเลือกเป็นตัวแทนห้องไปโต้วาทีของระดับชั้น กล้าก็ปฏิเสธ เพราะกลัวว่าจะทำผิด กลัวคนอื่นมองไม่ดี เมื่อถามว่าคิดว่าตัวเองมีข้อดีอะไรบ้าง กล้านั่งคิดอยู่นานแต่ตอบมาสั้นๆ ว่า “ไม่แน่ใจ อยากให้หมอลองถามแม่ดูว่ามีอะไรดีๆ บ้างไหม รู้แต่ข้อเสียของตัวเอง”

.

หมอพบว่าระหว่างการทำงานเป็นจิตแพทย์เด็ก มีเด็กกลุ่มหนึ่งที่หมอพบบ่อย นั่นก็คือเด็กที่กล้า ไม่เชื่อมั่น ไม่มีความมั่นใจในตัวเอง ทั้งที่ทำได้ มีความสามารถ เด็กหลายๆ คนมีสติปัญญา มีความสามารถ แต่ขาดความกล้า ความมั่นใจ ทำให้ไม่สามารถแสดงศักยภาพของตัวเองออกมาได้อย่างเต็มที่ จึงค่อนข้างน่าเสียดาย เพราะทำให้เสียโอกาสในชีวิตไปหลายๆ ครั้งเพราะไม่กล้าที่จะทำ หรือตัดสินใจ

พ่อแม่ที่มักจะพาลูกมาปรึกษาเรื่องความไม่มั่นใจของลูก มักจะถามหมอว่า เพราะอะไร ลูกจึงมีลักษณะที่ไม่กล้า ไม่มั่นใจ และบ่อยครั้งที่หมอพบว่า พ่อแม่ของเด็กๆที่ไม่มั่นใจเหล่านี้มักมีลักษณะการเลี้ยงลูกที่คล้ายคลึงกัน

.

ที่มักจะพบบ่อยมาก ก็คือ ‘พ่อแม่ที่ทำให้ลูกทุกอย่าง’ พ่อแม่ประเภทนี้จริงๆก็รักและปรารถนาดีต่อลูก อยากให้ลูกสบาย ก็จะทำทุกอย่างให้ หรือเพราะความเคยชินที่ทำให้ตั้งแต่เด็ก รู้สึกไม่มั่นใจว่าถ้าปล่อยให้เด็กทำเองจะทำได้ดีหรือไม่ ทั้งๆ ที่บางเรื่องเด็กควรจะทำเอง รับผิดชอบตัวเอง เช่น กินข้าวเองได้แต่ก็ยังป้อนข้าว เด็กก็จะรู้จักแต่โลกที่สบาย จนขาดทักษะในการช่วยตัวเอง

และเมื่อลูกไม่เคยทำอะไรเอง เพราะมีแต่คนทำให้ ลูกอาจจะสบายก็จริง แต่ลึกๆ ก็จะรู้สึกกลัวและไม่แน่ใจว่า ถ้าไปทำเองจะทำได้หรือไม่ เพราะมีคอยคนทำให้ตลอด และความรู้สึกแบบนี้ก็จะติดตัวไปจนโต จนถึงทุกๆเรื่องที่เขาจำเป็นต้องทำด้วยตัวเอง เขาก็จะไม่มั่นใจ ไม่กล้า เพราะไม่เคยได้รับการฝึกฝนให้ทำอะไรเองมาก่อน

.

นอกจากจะคอยทำอะไรให้ลูกไปเสียหมด ก็ไม่เว้นที่จะ ‘คิดและตัดสินใจแทนลูกไปทุกเรื่อง’

มีความกังวลว่าถ้าลูกคิดเองทำเองอาจจะไม่ดี ต้องเป็นแบบที่พ่อแม่คิดและตัดสินใจให้ เมื่อบ่อยครั้งเข้า ลูกก็จะเคยชินกับการที่ต้องพึ่งพาพ่อแม่ให้คิดและตัดสินใจแทนลูก แต่พ่อแม่ลืมไปว่า พ่อแม่ไม่สามารถอยู่กับลูกได้ตลอดไป

สุดท้ายต้องมีสักครั้งที่ลูกจะต้องพึ่งความคิดและการตัดสินใจของตัวเอง แต่เมื่อไม่เคยได้คิดและตัดสินใจเองในเรื่องเล็กๆ ทำให้เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ จึงทำให้เครียด ไม่กล้า กังวลง่าย ไม่มั่นใจในตัวเอง เมื่อถึงคราวที่ต้องคิดหรือตัดสินใจเอง

.

เมื่อมีความกังวลมาก เมื่อลูกได้ทำอะไรเองจริงๆ ก็จะมีลักษณะ ‘ช่างว่าและติ จับผิดลูกเป็นประจำ’ ถ้าไม่ดีถูกใจพ่อแม่ ก็จะเกิดการดุว่าตำหนิ

เช่น แม่บอกลูกว่า "ทำไมถึงไม่ทำแบบนี้..." หรือ "ถ้าทำแบบนั้นตามที่แม่บอก มันต้องดีกว่านี้" ลูกก็จะรู้สึกว่า ตัวเองคงไม่มีความสามารถเท่าไหร่ ทำอะไรก็ไม่ดีในสายตาพ่อแม่ นับประสาอะไรกับสายตาคนอื่น ลูกก็จะรู้สึกกลัวไปก่อนเวลาที่ต้องทำอะไรเอง ว่าคงจะออกมาไม่ดี คนอื่นจะต้องว่าต้องตำหนิแน่ๆ

.

แม้ว่าพ่อแม่จะเห็นว่าลูกทำได้ดีเหมือนกันนะ แต่ก็ ‘ไม่อยากชมเพราะกลัวว่าลูกจะเหลิง ต้องสรรหาข้อไม่ดีมาดุมาว่า คิดว่าน่าจะทำให้ลูกได้ดี’

แต่ในความเป็นจริง ลูกๆก็เหมือนต้นไม้ที่กำลังโต คำชมที่ได้อย่างเหมาะสมเมื่อลูกทำอะไรได้ดี ก็เหมือนปุ๋ยที่ทำให้ต้นไม้เจริญงดงาม ลูกจะนำเอาคำชมที่ได้รับไป ทีละเล็กทีละน้อย ว่าเขาก็มีความสามารถที่จะทำอะไรได้

ข้อดีต่างๆ ที่พ่อแม่บอกให้เขารับรู้ จะสะสมไว้ในจิตใจ และฟูมฟักจนกลายเป็นความภาคภูมิใจในตัวเอง เห็นคุณค่าที่ตัวเองเป็นและมีอยู่ และกลายเป็นคนที่เชื่อมั่นและมั่นใจในตัวเองต่อมาเมื่อเป็นผู้ใหญ่

.

หากพ่อแม่คนไหนเริ่มรู้สึกว่าตรงกับตัวเอง ก็ไม่สายเกินไปที่จะเปลี่ยนแปลง แต่ต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้ และตอนนี้

ต้องเข้าใจว่าความมั่นใจในตัวเองไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นภายในชั่วข้ามคืน ต้องใช้เวลา และต้องให้เด็กทำเอง

.

สำหรับกล้า หมอได้พูดคุยกับพ่อแม่ให้เข้าใจในความไม่มั่นใจของกล้าว่ามีความเป็นมาอย่างไร การเลี้ยงดูแบบไหนที่มีส่วนทำให้เด็กมีความมั่นใจหรือไม่มั่นใจ

โชคดีที่พ่อแม่เข้าใจและพยายามปรับเปลี่ยน หลังๆ กล้าก็เริ่มที่จะมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น รับรู้คุณค่าและสิ่งดีๆที่ตัวเองทำได้ และเริ่มอยากลองทำในสิ่งใหม่ๆที่เคยไม่ไม่มั่นใจที่จะทำมาก่อน

.

หมายเหตุ: เรื่องของกล้า เป็นชื่อที่สมมติขึ้น และดัดแปลงจากกรณีเคสในห้องตรวจจิตเวชเด็ก
# หมอมินบานเย็น



https://www.facebook.com/photo.php?fbid=793551686132573&set=a.562914199196324&type=3&mibextid=WC7FNe

 
Education Blog
 
newyorknurse



Create Date : 09 กุมภาพันธ์ 2567
Last Update : 9 กุมภาพันธ์ 2567 7:25:36 น. 8 comments
Counter : 331 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณอาจารย์สุวิมล, คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณโฮมสเตย์ริมน้ำ, คุณปัญญา Dh, คุณThe Kop Civil, คุณtuk-tuk@korat, คุณSleepless Sea, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณทนายอ้วน, คุณSweet_pills, คุณมาช้ายังดีกว่าไม่มา, คุณกะว่าก๋า, คุณtanjira


 
สวัสดี จ้ะ คุณน้อย

เป็นเวลานานเลยนะ ที่ไม่ได้คุยกับคุณน้อย สบายดีนะจ๊ะ
บล็อกนี้ของคุณน้อย เป็นประโยชน์ ให้ข้อคิดแก่พ่อแม่ที่
เลี้ยงลูกผิดวิธี แล้วยังมีประโยชน์ต่ออาชีพครูด้วยจ้ะ
โหวดหมวด สื่อการสอน


โดย: อาจารย์สุวิมล วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:8:21:11 น.  

 
สวัสดีค่ะ
ได้ใช้เวลาอยู่กับหลาน ๆ
ขอบคุณค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:12:20:00 น.  

 
สวัสดีครับ

เป็นเรื่องราวที่เป็นประโยชน์มากครับ
ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะครับ


โดย: Sleepless Sea วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:14:58:27 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่น้อย

ความไม่มั่นใจของลูก การเลี้ยงดูคงมีส่วนนะคะ
ให้ข้อคิดดีๆกับพ่อแม่ด้วยค่ะ
ขอบคุณบทความดีๆนี้ค่ะพี่น้อย



โดย: Sweet_pills วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:1:00:39 น.  

 
สวัสดีครับ


โดย: ปัญญา Dh วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:8:58:53 น.  

 
เห็นด้วยกับบทความเลยครับพี่น้อย
การเลี้ยงดูส่งผลกับการเติบโตของเด็กจริงๆครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:23:52:03 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับพี่น้อย



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:6:03:07 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณน้อย

เป็นประโยชน์มากค่ะ สำหรับพ่อแม่สมัยนี้



โดย: tanjira วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:6:41:02 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

newyorknurse
Location :
ราชบุรี .. New York ... United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 164 คน [?]






เริ่มเขียนBlog
เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2553

ยินดีต้อนรับค่ะ

จขบ.บันทึกประสบการณ์ต่างๆ
ระยะเวลาทำงานและระยะเกษียณ
เพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำ

จขบ.พยายามใช้ชีวิตเกษียณให้มีคุณค่า
รักษาสุขภาพใจและกาย ท่องเที่ยวกับเพื่อนๆ
ทำสวนดอกไม้ ออกกำลังกาย
สมัครเป็นสมาชิก 24 Hrs Fitness
เพื่อให้ชีวิตที่เหลืออยู่มีคุณภาพ
จะได้ไม่เป็นภาระกับคนที่รักและห่วงใย

จขบ.เพิ่มบล็อกสุขภาพ
เพื่อจะได้นำสาระที่มีประโยชน์
เกี่ยวกับสุขภาพทั่วๆไป

จขบ.หวังว่าข้อมูลต่างๆช่วยให้
ทุกท่านที่มาอ่าน รักษาสุขภาพ
ไปตรวจเพื่อเป็นการป้องกัน
และได้รับการรักษาเนิ่นๆ เพื่อ
ชีวิตที่แข็งแรงและมีคุณภาพ

"A time to enjoy,
a time to spend time with your family
and a time to be with your friends
all comes with retirement"


*****


"Live The Moment"

อยู่กับปัจจุบันขณะ หยุดเสียใจกับสิ่งที่เกิดขี้น
ในอดีตและกลัวหรือกังวล
สิ่งทีเกิดขี้นในอนาคต "วันนี้" และ "ขณะนี้"
คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดของคุณ !!
ใช้มันให้ดีที่สุดให้เป็นช่วงเวลาทีมีคุณค่า
น่าจดจำเพราะว่าเวลาเป็นสิ่งที่ผ่านมา
และผ่านเลยไป เอาคืนไม่ได้และ
หาเพิ่มก็ไม่ได้เช่นกัน

ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาค่ะ


*********


ขอบคุณ Bloggang ทำให้เราได้เขียนบล็อกต่างๆ
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวด
ทุกๆคะแนน นะคะ

BG Popular Award # 19


BG Popular Award # 18


BG Popular Award # 17


BG Popular Award # 16


BG Popular Award # 15


BG Popular Award # 14


BG Popular Award # 13


BG Popular Award # 12


BG Popular Award # 11


BG Popular Award # 10


BG Popular Award # 9


BG Popular Award # 8

**********



ขอบคุณทุกหัวใจวาเลนไทน์ 2561
ที่เพื่อนๆมอบให้ค่ะ


ขอบคุณทุกหัวใจวาเลนไทน์ 2560
ที่เพื่อนๆมอบให้ค่ะ
Flag Counter
New Comments
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2567
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
2526272829 
 
9 กุมภาพันธ์ 2567
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add newyorknurse's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.