ลุงยศ ผู้ปลูกต้นไม้ด้วยอัฐิคนตาย ใช่ค่ะ คุณอ่านไม่ผิดหรอก กระดูกคนตาย! นั่นแหละค่ะ

 

ลุงยศ ผู้ปลูกต้นไม้ด้วยอัฐิคนตาย
ใช่ค่ะคุณอ่านไม่ผิดหรอก
กระดูกคนตาย! นั่นแหละค่ะ



ลุงยศ ผู้ปลูกต้นไม้ด้วยอัฐิคนตาย ใช่ค่ะ
คุณอ่านไม่ผิดหรอก กระดูกคนตาย! นั่นแหละค่ะ
วันนี้แอดจะพาท่านผู้อ่านทุกท่านไปรู้จักกับ
ชายคนหนึ่งอุทิศชีวิตทุ่มเทให้กับการปลูกต้นไม้
ซึ่งเป็นเวลากว่า 30 ปีแล้วที่ลุงยศตระเวนปลูกต้นไม้ในพื้นที่ต่างๆแล้วก็ไม่ได้ปลูกในพื้นที่ส่วนตัวนะคะ มีต้นไม้นับล้านต้นที่เกิดและเติบโตขึ้นจากการปลูกของลุงยศและเครือข่าย




แต่ว่าสิ่งที่น่าสนใจนั่นก็คือวิธีการปลูกต้นไม้ของลุงยศนั้นไม่ได้ปลูกเหมือนกับคนทั่วๆไปเขาปลูกกัน เพราะลุงยศมีการใช้เถ้ากระดูกของผู้ที่เสียชีวิตเข้ามาเป็นส่วนประกอบหรือเข้ามาใช้ในการปลูกต้นไม้ด้วยซึ่งเรื่องนี้ดูเหมือนว่าจะขัดกับความเชื่อขนบธรรมเนียมประเพณีของไทยนะคะ ที่จะต้องเอาเถ้ากระดูกของคนตายไปลอยอังคารหรือเอาไปใส่โกศ ใส่เจดีย์เอาไว้







🤔จุดเริ่มต้นที่ทำให้ "ลุงยศ เหล่าอัน"
ปลูกต้นไม้แบบนี้ก็ คือ
“แต่ก่อนผมรับราชการครูนะครับเป็นครูสอนโรงเรียนประถมศึกษาตั้งแต่ปอ 1 ถึงปอ 6 อยู่ที่ โรงเรียนบ้านโสกภารา ต.หนองคูขาด อ.บรบือ จ.มหาสารคาม ผมปลูกต้นไม้มาตลอดควบคู่กับชีวิตการรับราชการ "
"ในตาเรามองเห็นว่าปัจจุบันนี้สภาพสิ่งแวดล้อมไม่ว่าจะเป็นภูเขาป่าไม้อากาศต่างๆมันถูกทำลายไปมากผู้คนไม่หันมาเอาใจใส่ดูแลสิ่งแวดล้อมในการทำให้สิ่งเหล่านี้ได้รับความเสียหายไปมากกว่านี้
ก็เลยทำให้เราหันมาเอาใจใส่ดูแล ที่เห็นผลก็คือป่าไม้เพิ่มขึ้นต้นไม้เพิ่มขึ้นความอุดมสมบูรณ์"
"์ในเรื่องกลับคืนมา ก็ใช้เวลามากเหมือนกันนะค่อนอายุคนเหมือนกันขนาดนั้นก็ยังเปลี่ยนแปลงความคิดความอ่านของผู้คนยาก เปลี่ยนจากความกลัว ก็นำเถ้าถ่านอัฐิมาสร้างให้เป็นประโยชน์”




🌟การปลูกต้นไม้ 5 ปี 10 ปีได้กินผล
แต่การเปลี่ยนแนวคิดของคน ของมนุษย์
อาจจะใช้เวลาเป็น 50 60 หรือเป็นร้อยปีก็ได้🌟


ทุกพื้นที่ที่ยศไปปลูกป่าก็จะมีสิ่งก่อสร้างเล็กๆ
ซึ่งลุงยศเรียกว่า หอเถ้าถ่านของผู้วายชนม์
ซึ่งข้างในก็จะเถ้ากระดูกที่ถูกส่งมาจากทั่วประเทศ ส่งมาเป็นประจำเดือนนึงก็ตกประมาณ
ไม่ต่ำกว่า 2-3 ร้อยห่อถ้านับเป็นคนก็2-3ร้อยคนนั่นแหละค่ะ





เมื่อก่อนต้องไปหามาเองแต่เดี๋ยวนี้ไม่ต้องไปหาเองแล้วเพียงแต่บอกว่าพี่น้องประชาชนที่เคารพครับ ครูยศจะทำการปลูกป่าที่ตำบลนั้น ตำบลนี้ พื้นที่นั้น พื้นที่นี้ ห่อเถ้าถ่านอัฐิก็จะส่งมาให้เลย
🤔ทำไมถึงคิดเอาเถ้าถ่านอัฐิมาปลูกต้นไม้


“ความเชื่อของพี่น้องประชาชน เข้าใจว่าเวลามีญาติพี่น้องหรือว่าวายชนม์ลงไปเมื่อเผาแล้วฌาปนกิจแล้วจะต้องนำเถ้าถ่านอัฐิไปลอยอังคาร ไปโปรยในแม่น้ำ"
"แต่ปีนั้นผมจำได้ มันแล้งมากเลยแม่น้ำชี
แห้งขอดคนสามารถเดินข้ามได้ แต่คนก็ยังนำเอาเถ้าถ่านอัฐิไปโปรยตามร่องน้ำตามแอ่งน้ำ
ซึ่งคนเดินข้ามได้ เรามองเห็นเป็นเศษกระดูก
เศษถุงพลาสติก เศษถุงปุ๋ยแล้ว เราเกิดความสงสาร ทำไมภาพเหล่านี้มันเกิดความอุจาดตาเหลือเกิน "
"คือบางทีเวลาไปโปรยเถ้าอัฐิลงแม่น้ำ ก็โยนถุงปุ๋ยลงไปด้วย ถุงพลาสติกลงไปด้วย เกิดความไม่สบายใจเราถึงจะคิดโครงการนี้ขึ้นมา ถ้าเรานำเอาเถ้าถ่านอัฐินี้ไปทำอย่างอื่น เช่น ไปขุดหลุมเอาเถ้าถ่านอัฐิลงไปในหลุมแล้วปลูกต้นไม้จะไม่ดีกว่าหรือเป็นความคิดของผมรำพึงรำพันด้วยความสงสาร"





🤔แล้วทำไมถึงต้องเป็นปลูกต้นไม้
ทำไมไม่ไปทำอย่างอื่น
“ สิ่งที่ โดยเฉพาะที่จังหวัดมหาสารคามเป็นจังหวัดที่อาภัพมากครับไม่มีภูเขาและป่าไม้น้อยที่สุดครับ ผมก็มองว่าถ้าเรานำเอาเถ้าถ่านอัฐิ
ินำมาแปรสภาพเป็นเป็นมวลสารหรือว่าเป็นเชื้อในการปลูกต้นไม้จะเป็นการเพิ่มต้นไม้กับจังหวัดมหาสารคามคิดอย่างนี้ ปลูกต้นไม้หนึ่งเดือน 1 2 3 ครั้ง "
จากที่แอดเคยอยู่จ.มหาสารคาม 3 ปีกว่า
จ. มหาสารคาม เป็นแบบลุงยศว่าจริงๆค่ะ
มีหลายหน่วยงานก็จัดโครงการปลูกป่า
เพื่อเพิ่มปริมาณต้นไม้. เพิ่มพื้นที่ป่าให้มากขึ้น
เพื่อให้ระบบนิเวศมีความอุดมสมบูรณ์





"ต้นกล้าไม้ที่นำไปปลูกส่วนหนึ่งก็คือชมรมอนุรักษ์มหาสารคามเพาะพันธุ์เองอีกส่วนหนึ่งก็ได้จากศูนย์พัฒนาลุ่มน้ำชี อ.บรบือ จ.มหาสารคามให้ความอนุเคราะห์มาบริจาคมา ศูนย์เพาะชำกล้าไม้มหาสารคามและก็ส่วนราชการเขาให้มา"





ก่อนที่จะทำการปลูกลุงยศก็จะไปขอเถ้าอัฐิของคนตายในเมรุของพื้นที่นั้นๆเพื่อไปใช้เหมือนเป็นประธานในพิธี และจะมีพระสงฆ์มาสวดทำพิธีก่อนปลูก






“การที่เรานำเอาเถ้าถ่านอัฐิของคนในพื้นที่ให้ไปปลูกต้นไม้ในพื้นที่เนี่ยจะทำให้ความขัดแย้งทางความคิดตลอดจนความกลัวความไม่ไว้วางใจอะไรต่างๆของประชาชนในพื้นที่ในหาย เพราะว่าทุกคนก็รู้ทุกคนรู้ว่าใครเป็นพ่อเป็นแม่ใครเป็นญาติ แล้วคนในพื้นที่จะยอมรับ แล้วส่วนเท่าที่ส่งมาจากทางอื่นดีก็ก็มาลงในพื้นที่นั้นได้เลยปลูกได้เลย”





“ในการปลูกหลุมต้องลึก 50x50 ซม. ไม่ใช่ว่าสักแต่ว่าทำ มันก็ไม่รอดเปลืองงบเฉยๆ ปลูกร้อยต้นพันต้นก็ไม่รอดเลย แต่ถ้าปลูกสูตรของผมมีร้อยต้นรอดร้อยต้น กระดูกมนุษย์เป็นสารอาหารที่มีแร่ธาตุมากที่สุดเลย ใส่ต้นไม้เข้าไปนี่ต้นไม้จะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างดีเลยนะครับ”






“สมัยก่อนเนี่ยผมเป็นเด็กวัด สมัยก่อนเมรุเผาศพทำเป็นกองฟอนเอาไม้กองกันมาเหมือนกับคอก เวลาเผาก็เอาโลงศพไปวางไว้บนกองฟอนเลย เราเผาศพเรียบร้อยแล้วเศษเถ้าถ่าน เศษกระดูกอะไรต่างๆเขาเขี่ยเข้าป่าหรือว่าใกล้บริเวณกองฟอน ต้นไม้ หรือเมล็ดต้นไม้ พวกมะค่าแต้ มะค่าโมงหล่นไปใส่เถ้าถ่านอัฐิ พอมันงอก แล้วมันงาม ต้นไม้สวยงามเราก็จดจำสิ่งที่เคยเห็นมานี้ว่าน่าจะนำเถ้าถ่านอัฐิมาเป็นส่วนผสมในการปลูกต้นไม้”





"กว่าจะเกิดภาพแบบนี้มาได้ คือผมต้องลงทุนลงแรงเยอะใช้เวลาสั่งสมมาเป็นเวลาหลายปี
กว่าจะเกิดภาพแบบนี้มาได้ คือผมต้องลงทุนลงแรงเองทำเองขุดเองหาพันธ์ไม้เองไม่มีก็หาซื้อต้นกล้ามาเองอย่างนี้เพราะพันธุ์กล้าไม้เองกว่าจะเดินทางมาถึงวันนี้"
“ความเชื่อของชาวบ้านในตอนแรกเขาก็ว่าเราเป็นบ้าว่า ว่าเราไม่เหมือนคนอื่นคือพูดง่ายๆว่าแต่งตัวก็ไม่เข้าท่า หาปลูกป่า ปลูกอะไรไปตามประสาแทนที่จะเอาเวลาไปทำอย่างอื่น เราก็ไปเป็นบ้าปลูกป่าอยู่คนเดียวอะไรประมาณนี้”
“ผมไม่โกรธเขา ไม่เคยโกรธเขาเลยครับ ยิ่งเขาด่ายิ่งเขานินทาเรายิ่งมีความพยายามสูงในการที่จะปลูกป่าในการที่จะทำให้ต้นไม้เพิ่มปริมาณและจำนวนมากขึ้นครับ เนี่ยคือสิ่งที่เราสู้กับเขา เขาจะว่าอะไร เราไม่ต้องไปโต้เถียงกับเขา”






"ไปแอบนำเอาเถ้าถ่านอัฐิที่เราลองเอามาทดลองปลูกต้นไม้ดูครับเผื่อมันแทนปุ๋ยการอะไรต่างๆ
โดยเอามาเป็นส่วนประกอบในการปลูกต้นไม้ผลปรากฏว่าเราเอามาทำเรียบร้อยสวยงามเลยทีเดียว หลังจากที่ผมปลูกต้นไม้ได้เป็นจำนวนหลายร้อยหลายพันหลายหมื่นต้น "
"ผมเปิดโครงการ พูดก็พูดไปก็คิดถึงคุณแม่เพราะคุณแม่ตัวเองได้เสียชีวิตลงเราก็ทำพิธีฌาปนกิจเผาเหมือนกันชาวบ้านเผาธรรมดา ผมก็นำเถ้าถ่านของท่านมาปลูกต้นไม้ เอามาใส่ไว้ในต้นไม้ที่ปลูกในที่นาของตนเองเลย ต้นไม้ก็สวยงาม ผมก็เขียนเขียนป้ายชื่อ นางวรรณดี เหล่าอัน เลย
คนก็งงสิ สงสัยครูยศไม่ได้บ้าเล่นๆบ้าจริงๆ
ขนาดเถ้าถ่านอัฐิแม่ของตัวเองเอามาปลูกไว้ที่นาของตัวเองเลย"





"พอคนมองเห็นต้นไม้ความสวยงามและคนเกิดความเชื่อ ที่นี้แหละผมเลยเปิดเผยเลยว่าต้นไม้ที่ผมปลูกตามวัด ตามโรงเรียน ตามที่สาธารณะประโยชน์ ส่วนหนึ่งมาจากการนำเถ้าถ่านอัฐิมาปลูกทั้งนั้น"
🌟ความรู้สึกของชาวบ้านที่มาช่วยกันปลูกต้นไม้กับลุงยศ🌟






"ตอนแรกที่เคยไปเห็นแกก็ชาวบ้านน้อยๆ 5-6คน
ตอนนี้มาเป็นหมู่บ้านเลย"






"ตอนแรกๆชาวบ้านก็คิดคิดๆกลัวๆกันอยู่แต่พอเห็นแกทำแล้วมันได้ประโยชน์จริงๆ ก็ดีกว่าเราจะไปลอยอังคารทิ้ง พี่ว่ามันถูกแล้วชาวบ้านน่าจะทำตามแกไปเรื่อยๆ"





"ก็เป็นแนวคิดที่เป็นกุศโลบายที่ลึกซึ้ง คนเราเวลาปลูกต้นไม้นี่ถ้าเป็นเถ้ากระดูกของบรรพบุรุษ
เถ้ากระดูกของคนในหมู่บ้านเขาก็จะรักษาดีๆ"

1
ต้นไม้ทดแทนคนตาย 1 คน
1 ต้นไม้เราเอามาปลูกแทนคนหนึ่งคน
แต่การปลูกป่าในใจคน ซึ่งคนเห็นกิจกรรมที่เราทำให้เขาก็กระจายปลูกให้เราอีกจาก 1เพิ่มเป็น5ต้น 10ต้น คือการเพิ่มปริมาณเพิ่มคุณค่า





"ถ้าอยากจะให้เห็นเป็นอนุสรณ์เป็นสิ่งที่ดีงาม
หรือระลึกถึงผู้วายชนม์ เราก็ทำป้ายขึ้นมา
ประวัติคนนี้เป็นยังไงสามารถตรวจสอบจาก
ต้นไม้ต้นนี้ได้ "
"เขียนชื่อให้ท่านเขียนวันเดือนปีเกิดให้ท่าน
ใส่วันมรณะเข้าไป ใส่อายุท่านก็ไปก็ถือว่าเป็นเกียรติครับ "
"เป็นเจดีย์ที่มีชีวิต"
🌟อยู่ใกล้ชิดกับความตายได้เรียนรู้อะไรบ้าง🌟






“ได้เห็นสัจธรรมของชีวิต ก็คือช่วยก็เห็นความจริงอยู่ข้างในของเราก็คือพวกความโลภ ความโกรธ ความหลง ที่เคยมีมาก่อนแบบ พูดง่ายๆว่าแบบดิบๆให้มันผ่อนคลายลงไปความโลภความโกรธความหลงในมันรู้สึกผ่อนคลายทำให้จิตใจเราเบาสบายขึ้น เปลี่ยนให้เป็นคนที่อยู่ง่ายกินง่ายๆพูดง่ายๆว่าความอิจฉาตาร้อนมันหายไป
เคยมี แต่ว่าทุกวันนี้มันหายไป”
“สุดท้ายแล้วมนุษย์ก็เหลือเท่านี้เหลือความตายทุกคนเดินทางไปสู่ความตายเหมือนกันหมดทุกคน ก็ไม่รู้จะโลภโมโทสัน ไม่รู้จะโกรธ ไม่รู้จะอิจฉาริษยาไปทำไม นี่คือสิ่งที่เราได้รับจากการอยู่ใกล้ชิดกับความตายได้รับจากอิทธิพลการปลูกป่าด้วยเถ้าถ่านอัฐิผู้วายชนม์ "
"มันเป็นความรักเป็นความเคยชินแล้วเป็น
วิถีชีวิตที่เราปฏิบัติอย่างนี้แล้ว คือเราอยากจะมอบพูดได้ง่ายว่ามอบแนวคิด เพื่อให้เป็นประโยชน์ เพื่อให้เป็นตำนานกับสังคมประเทศชาติและโลก "
"เราก็เลยชีวิตมาขนาดนี้แล้วอายุขนาดนี้แล้วก็มอบสิ่งดีๆให้กับโลกไปให้กับแผ่นดินไปน่าจะดีกว่าอยู่เฉยๆ คุณมาจากดินกลับสู่ดิน นี่คือสิ่งที่ผมคิดครับ”





ตลอด 30 กว่าปีที่ลุงยศปลูกป่ามาแน่นอนว่าก็ต้องนี้มีการเติบโตของต้นไม้ และลุงยศก็จะแวะเวียนไปดูต้นไม้ที่ปลูกไว้เสมอ
“แวะเวียนไปเยี่ยมต้นไม้เก่าๆที่ปลูกอยู่ แน่นอนครับมันเป็นความคิดถึงความห่วงหาอาทรก็เหมือนกับเขาเป็นเพื่อนเรา เขาให้ความร่มรื่นกับเราคิดถึงเขาเราก็เข้ามาเข้ามาดูแลมาตรวจสอบต้นไม้ เป็นเชื้อราเป็นอะไรเราก็จะดูแลรักษาให้หากต้นไหนกิ่งเขาหักลงไปในเราก็ตัดแต่งอะไรให้ประมาณนี้ แต่ถ้าต้นไม้อุดมสมบูรณ์แล้วก็จะดูแลเรื่องการรดน้ำพรวนดินเสริมต่างๆให้ มีพื้นที่แบบนี้เยอะมากเยอะมากเลยทีเดียว ทั้งโรงเรียน
ที่สาธารณประโยชน์”





🌟ความรู้สึกเวลาลุงยศได้ไปเยี่ยมต้นไม้🌟
“ มันเป็นความภูมิอกภูมิใจ เป็นความปิติ อีกอย่างหนึ่งมันเป็นความสุขที่ไม่ได้ซื้อหา ตอนนี้ไม่ใช่แค่ลุงปลูกอย่างเดียว ลุงขยายไปถึงคนอื่นด้วย
เราถ่ายทอดแนวคิดไว้ทั้งสถานศึกษา ในหมู่บ้าน ในชุมชน ในโรงเรียน ในวัดเรากระจายความคิดนี้ออกไปเพื่อให้คนนำเอาการปลูกต้นไม้ปลูกป่า การขยายความสดชื่นความสีเขียวเนี่ย ให้กระจายออกไปทั่วทุกชุมชนทั่วทุกสังคมที่เราทำ”






“แนวคิดที่เราคิดขึ้นมาเนี่ยมันสามารถถ่ายทอดและก็สื่อไปให้ชุมชนหรือไปให้สังคมรวมทั้งประเทศชาติได้เห็นความสำคัญการปลูกป่าด้วยเถ้าถ่านอัฐิของผู้วายชนม์นี้เป็นเพียงกุศโลบายหนึ่งเท่านั้น จริงๆแล้วเราอยากให้คุณได้ปลูกป่าในขณะที่คุณยังมีชีวิตอยู่เนี่ย แต่เถ้าถ่านอัฐิซึ่งเป็นสิ่งสุดท้ายของชีวิตเราไม่เคยปลูกต้นไม้ไม่เคยทำอะไรให้กับแผ่นดินเลยมันยังเหลือสิ่งสุดท้ายอยู่นี่ควรจะนำสิ่งสุดท้ายนี่แหละคืนให้กับแผ่นดิน เพื่อนำมาปลูกป่าก็ได้”





ชีวิตของคนเรานั้นมันสั้นไม่ได้ยืนยาวเป็นอมตะ
เกิดมาแล้วก็จากไป สิ่งที่มันจะยังอยู่ก็คือผลงานหรือว่าคุณความดีที่จะฝากไว้บนโลกใบนี้
1
การปลูกต้นไม้ของลุงยศก็เหมือนกับการสอนให้เราได้เรียนรู้ในการเป็นผู้ให้ ให้โลกใบนี้ได้มีพื้นที่สีเขียวเพิ่มมากขึ้น ให้โลกใบนี้ได้มีออกซิเจนมากกว่าที่เคย ให้คนได้รู้คุณค่าของต้นไม้และสิ่งแวดล้อม





ใช้ต้นไม้เป็นสัญลักษณ์แทนตัวตนของผู้วายชนม์
สัมผัสจับต้องได้ กอดได้ ใครก็ไม่กล้ามาตัด แถมยังได้ประโยชน์หลายอย่างเลย


การจะเพิ่มพื้นที่สีเขียวได้อย่างยั่งยืน
จะต้องมีทั้งการปลูกป่า และพื้นฟูป่า
“การปลูกป่า” หมายถึง การสร้างพื้นที่สีเขียว
โดยการปลูกต้นไม้ชนิดใดลงก็ได้ลงบนพื้นที่เคยถูกทำลาย การปลูกป่าจึงเป็นได้ตั้งแต่พื้นที่ปลูกป่าชุมชน การทำวนเกษตร รวมไปถึงการปลูกไม้เศรษฐกิจต่างๆ ด้วย
ปลูกแล้วก็ต้องหมั่นไปดูแลเอาใจใส่ด้วย
เพราะหากแค่ปลูกไว้แล้วปล่อยให้มันเป็นไป
ตามยถากรรม มันก็คงจะไม่รอด
มีหลายหน่วยงานเลยล่ะค่ะที่ทำโครงการปลูกป่า ก็ปลูกป่าจริงๆนั่นแหละ ปลูกแล้วปลูกเลยไม่ได้สนใจว่าต่อไปมันจะเติบโตขึ้นไหม เลยไม่ได้ไปดูแลต่อ สุดท้ายต้นไม้ก็ไม่รอด
ส่วน “การพื้นฟูป่า” หมายถึง การสร้างพื้นที่ป่าที่ถูกทำลายให้มีสภาพใกล้เคียงกับพื้นที่ป่าที่เคยมีอยู่เดิมให้มากที่สุด โดยมุ่งเน้นที่จะสนับสนุนกระบวนการพัฒนาตัวเองของระบบนิเวศ ดังนั้น การฟื้นฟูป่าจึงเป็นอะไรที่ซับซ้อนมากกว่าการปลูกป่าธรรมดา






เราจำเป็นต้องทำทั้ง2อย่าง ถึงจะเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวได้อย่างยั่งยืน ก็เหมือนกับที่ลุงยศพูดไว้นั่นแหละค่ะ การปลูกต้นไม้ด้วยเถ้าถ่านอัฐิเป็นเพียงกุศโลบายอย่างหนึ่งเท่านั้น แต่จุดประสงค์จริงๆคือต้องการให้มีการปลูกป่าและดูแลรักษาป่าให้อุดมสมบูรณ์ และการจะทำแบบนั้นได้ก็
"ต้องปลูกต้นไม้ในใจคน"
ปลูกต้นไม้ในใจคน คือต้องเข้าใจว่าเราปลูกต้นไม้ทำไมต้องให้เห็นประโยชน์ว่าประโยชน์คืออะไร จำเป็นต่อชีวิตอย่างไร และการปลูกต้นไม้ก็เป็นการปลูกจิตสำนึกเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดินน้ำลมไฟที่อยู่รอบตัวเรา
ดังพระราชดำรัสตอนหนึ่งของ
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อครั้งเสด็จฯไปยังหน่วยงานพัฒนาต้นน้ำทุ่งจ๊อ พ.ศ.2519 ความว่า “…ควรจะปลูกต้นไม้ในใจคนเสียก่อน แล้วคนเหล่านั้นก็จะพากันปลูกต้นไม้ลงบนแผ่นดินและรักษาต้นไม้ด้วยตนเอง…”
1
นับเป็นแนวพระราชดำริที่บ่งบอกแนวคิดในการปกป้องธรรมชาติเป็นอย่างดี โดยทุกครั้งที่เสด็จฯไปยังพื้นที่ใดก็ตาม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช จะทรงปลูกต้นไม้ไว้ทุกครั้ง ถือเป็นสัญลักษณ์ทางใจให้ประชาชนได้รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์





Cr. ไทยรัฐออนไลน์
ภาพต้นสัก ต้นไม้ทรงปลูกลำดับแรกๆ
ณ สวนรุกขชาติถ้ำจอมพล จังหวัดราชบุรี
ในเวลานี้โลกเปลี่ยนแปลงไปมาก สภาพอากาศแปรปรวน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าส่วนหนึ่งก็เพราะธรรมชาติถูกทำลาย ถึงเวลาแล้วหรือยังที่มนุษย์ควรตระหนักถึงผลกระทบต่างๆที่เราได้รับซึ่งส่วนใหญ่ล้วนเกิดจากน้ำมือของมนุษย์เอง
ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่เราจะปลูกป่า
ทั้งในใจและในดิน "แม้ไม่ปลูกก็ไม่ควรทำลาย "
ปลูกต้นไม้ในสวนในบ้านก็ถือเป็นการเพิ่มเครื่องฟอกออกซิเจนให้โลกใบนี้แล้ว
เรียบเรียง
~มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่เข้าใจยาก~



ขอบคุณภาพและข้อมูลจากรายการคนค้นฅน
https://youtu.be/EGSZGCbbloU

https://www.blockdit.com/posts/5d907a44807c430edd224107





 
 

เพื่อนคิดกันหรือยังคะ ว่าเราตายไป
จะให้ลูกหลานทำอย่างไงกับงานศพ และ
จะให้เอาอัฐิ ไปไว้ที่ไหน ?

คนรุ่นลูกหลาน เขาคงไม่เหมือนรุ่นสว. เราๆ ที่เก็บอัฐิ พ่อ แม่ ปู่ย่าตายาย
ไว้ที่ฮวงจุ้ย หรือ ที่บ้าน (โดยเฉพาะที่บ้าน คงไม่มีก่อนอยากเอาไว้) และ
หมดรุ่นนี้จะทำอย่างไร ขณะนี่รุ่นสว. บางกลุ่มก็ยังคิดว่าจะทำอย่างไรกับอัฐิ
บรรพบุรุษ เพราะหมดรุ่นเราๆแล้ว ลูกหลานเหลน ก็คงไม่ไปไหว้ ทุกปี
บางครอบครัวที่มีฮวงจุ้ย เริ่มคิดว่าจะขุดเอาอัฐิไปลอยอังคาร หรือไปไว้ที่วัด

พอดีอ่านเรื่องของลุงยศ เป็นความคิดที่ดีจริงๆ แต่จะไปไว้ในสวนของบ้าน
ลูก หลาน ก็คงไม่ชอบ หรือ อาจจะกลัว ก็ได้ คุยกับเพื่อนๆ บางคนก็บอกว่า
จะห่วงอะไร ตายแล้วไม่รู้เรื่อง ก็จริงอยู่ แต่การบอกไว้กับคนที่เขาต้องจัดการ
ให้ เขาจะได้ไม่ต้องมาลำบากใจว่าจะทำอย่างไรดี


วันก่อนที่นิวยอร์ก รุ่นพี่ทำงานศพให้สามี คิดว่าดีเหมือนกัน ไปทำที่สถานที่เผาเลย
เชิญเพื่อนๆและญาติ ไปที่เผาศพ (เขามีที่แยก บางแห่งมีที่ฝังด้วย แต่ต้องจ่ายเงิน
ประจำปี​และต้องจองล่วงหน้า อาจจะไม่มีว่าง) งานเรียบง่าย นิมนต์พระไปสวด
และวางดอกไม้ จากนั้นก็รำลาให้เขาจัดการเผา เชิญแขกไปทานอาหารที่ร้านอาหาร
บางบ้านก็จะมีสวดหนี่งวัน ที่ Funeral Home แล้วนำขบวนไปเผาที่ของเขามีไว้
ในวันรุ่งขี้น แต่ระยะนี้โรคระบาด ไม่ค่อยทำพิธีกันมาก ส่วนมากทำวันเดียวเลย

 





 
Education Blog
 
newyorknurse



Create Date : 01 กันยายน 2564
Last Update : 4 กันยายน 2564 7:03:48 น. 6 comments
Counter : 486 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณเซียน_กีตาร์, คุณหอมกร, คุณปรศุราม, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณเริงฤดีนะ, คุณSweet_pills, คุณทนายอ้วน, คุณThe Kop Civil, คุณtoor36, คุณสองแผ่นดิน, คุณhaiku


 
เซียนกระบี่ลุ่มแม่น้ำวัง

เป็นแนวคิดที่ดีมากเลยครับ

มีความสุข รักษาสุขภาพ ห่างไกลโควิด นะครับ


โดย: เซียน_กีตาร์ วันที่: 4 กันยายน 2564 เวลา:7:34:58 น.  

 
ไม่ไหวมั๊งคะพี่น้อย ความคิดแปลก
หน้าตาแกก็ดูแปลกๆ ยังไงไม่รู้ค่ะ



โดย: หอมกร วันที่: 4 กันยายน 2564 เวลา:7:45:01 น.  

 
สมัยนี้คนรุ่นหลังบางคนบางครอบครัวไม่เก็บกระดูกปู่ย่าตายายฯลฯ

ไปไห้วกันแล้วค่ะ เพราะเจอและเห็นบ่อยมากค่ะ


โดย: โอน่าจอมซ่าส์ วันที่: 4 กันยายน 2564 เวลา:8:51:51 น.  

 
ที่บ้านก็ไม่ได้เก็บค่ะ
เอาไว้ที่ระเบียงแก้วในวัด
วันพระวันบุญ ค่อยไปกราบ พรมน้ำ
นู่นนี่นั่น

แต่คุณอุ้มสี
เลี่ยมฟันแม่ ห้อยคอ



โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 4 กันยายน 2564 เวลา:10:24:22 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่น้อย

ความเชื่อต้องใช้เวลานะคะ
ลุงยศมีแนวคิดที่ดีและลงมือทำอย่างไม่ย่อท้อ
จนเวลาผ่านไปคนทั่วไปเห็นประโยชน์ก็ได้รับความร่วมมือมากขึ้น
ชื่นชมคุณลุงค่ะ



โดย: Sweet_pills วันที่: 4 กันยายน 2564 เวลา:13:12:47 น.  

 
ยุคสมัยเปลี่ยนไป ความเชื่อหรืออะไรหลายๆ อย่างก็เปลี่ยนไปตามกาลเวลาครับ


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 4 กันยายน 2564 เวลา:16:20:44 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#17


 
newyorknurse
Location :
ราชบุรี .. New York ... United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 154 คน [?]






เริ่มเขียนBlog
เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2553

ยินดีต้อนรับค่ะ

จขบ.บันทึกประสบการณ์ต่างๆ
ระยะเวลาทำงานและระยะเกษียณ
เพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำ

จขบ.พยายามใช้ชีวิตเกษียณให้มีคุณค่า
รักษาสุขภาพใจและกาย ท่องเที่ยวกับเพื่อนๆ
ทำสวนดอกไม้ ออกกำลังกาย
สมัครเป็นสมาชิก 24 Hrs Fitness
เพื่อให้ชีวิตที่เหลืออยู่มีคุณภาพ
จะได้ไม่เป็นภาระกับคนที่รักและห่วงใย

จขบ.เพิ่มบล็อกสุขภาพ
เพื่อจะได้นำสาระที่มีประโยชน์
เกี่ยวกับสุขภาพทั่วๆไป

จขบ.หวังว่าข้อมูลต่างๆช่วยให้
ทุกท่านที่มาอ่าน รักษาสุขภาพ
ไปตรวจเพื่อเป็นการป้องกัน
และได้รับการรักษาเนิ่นๆ เพื่อ
ชีวิตที่แข็งแรงและมีคุณภาพ

"A time to enjoy,
a time to spend time with your family
and a time to be with your friends
all comes with retirement"


*****


"Live The Moment"

อยู่กับปัจจุบันขณะ หยุดเสียใจกับสิ่งที่เกิดขี้น
ในอดีตและกลัวหรือกังวล
สิ่งทีเกิดขี้นในอนาคต "วันนี้" และ "ขณะนี้"
คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดของคุณ !!
ใช้มันให้ดีที่สุดให้เป็นช่วงเวลาทีมีคุณค่า
น่าจดจำเพราะว่าเวลาเป็นสิ่งที่ผ่านมา
และผ่านเลยไป เอาคืนไม่ได้และ
หาเพิ่มก็ไม่ได้เช่นกัน

Cr: เวปพระธรรมเทศนา
หน้าที่ของเราที่เกิดมาในโลกนี้ จึงเป็นการสะสมบุญบารมี คุณงามความดี สะสมธรรมะให้มาก เท่าที่จะสามารถทำได้ จนครบบริบูรณ์ เหมือนกับที่พระพุทธเจ้ากับพระอรหันตสาวกทั้งหลายได้สะสมกัน ถ้าทำได้ถึงขั้นนั้นแล้ว ก็จะอยู่เหนือกรรม กรรมจะตามเราไม่ได้อีกต่อไป ตามได้ก็เพียงแต่ชาตินี้ เป็นชาติสุดท้ายเท่านั้นเอง เพราะเมื่อเราตายไปแล้ว จะไม่มีกรรม ไม่มีวิบาก มาสร้างความทุกข์ให้กับเราได้อีก เพราะทุกข์ย่อมไม่มีกับผู้ไม่เกิด การแสดงเห็นว่าสมควรแก่เวลา
ขอยุติไว้เพียงเท่านี้


ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาค่ะ


*********


ขอบคุณ Bloggang ทำให้เราได้เขียนบล็อกต่างๆ
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวด
ทุกๆคะแนนค่ะ

BG Popular Award # 16


BG Popular Award # 15


BG Popular Award # 14


BG Popular Award # 13


BG Popular Award # 12


BG Popular Award # 11


BG Popular Award # 10


BG Popular Award # 9


BG Popular Award # 8

**********



ขอบคุณทุกหัวใจวาเลนไทน์ 2561
ที่เพื่อนๆมอบให้ค่ะ


ขอบคุณทุกหัวใจวาเลนไทน์ 2560
ที่เพื่อนๆมอบให้ค่ะ
Flag Counter
New Comments
Group Blog
 
<<
กันยายน 2564
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
1 กันยายน 2564
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add newyorknurse's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.