Photo Copyright @ "JUM"
Group Blog
 
<<
มกราคม 2550
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
12 มกราคม 2550
 
All Blogs
 
Chocolate & Rasberry Mousse Cake (Part I)

เมื่อวันเสาร์จุ๋มไปเดินสยามพารากอนมาคะ เพื่อนให้พาไปร้านหนังสือคิโนฯ ไปที่สาขาสยามพารากอนก่อน แต่เพื่อนไม่ได้หนังสือ เค้าจะซื้อหนังสือเกี่ยวกับปลาคราฟ ส่วนจุ๋มก็ไปเลือกหนังสือเบเกอรี่ ตรึม เยอะมาก เลือกไม่ถูก อยากได้ไปหมด สรุปไม่ได้ซื้อสักเล่ม ไปสาขาที่อิเซตันต่อ เพื่อนก็ไม่ได้หนังสืออีก เลยเดินเล่นในห้าง ก็ไปตรงซุปเปอร์ เจอ Blackberry กล่องนึง 295 บาทแนะ แพงแต่ก็ซื้อ ฮ่าฮ่าฮ่า ก็แพงธรรมดาของผลไม้เมืองนอกนะคะ


แล้วก็เดินดูพวกตู้เค้กเก็บไว้เป็นไอเดีย เจอเค้กของร้าน Hobby Cake ด้วย ซึ่งได้เคยซื้อกินหลายรสแล้วเหมือนกัน ตั้งแต่ยังทำเค้กไม่เป็นเลย คราวก่อนซื้อ Chocolate and Rasberry Mousse Cake มาชิ้นนึง อร่อยดี แรงบันดาลใจจุ๋ม เลยมาทำบ้าง แต่ของเค้าทำเป็นวงรี ๆ ชิ้นเล็ก ๆ ค่ะ 70 บาท ที่จุ๋มทำนี้เป็นกลม ๆ แล้วกัน จากเค้ก 2 ปอนด์ ขี้เกียจนั่งกดและห่ออันเล็ก ๆ ทีละอัน


ค่าสมัครสมาชิกร้านคิโนฯ 500 บาทต่อปีแน่ะ ใครมีบัตรยืมบ้างสิคะ ฮ่าฮ่าฮ่า


วันนี้ภาพเยอะมากค่ะ เป็นร้อยภาพ เพราะตั้งใจถ่ายทำ (พูดยังกับหนัง) อย่างละเอียด เห็นหลาย ๆ คนยังพลาดการทำ Mousse กัน แต่ทุกอย่างมาจาก "Learning by doing" ของจุ๋มนะคะ ไม่ได้จากการเรียนจากสถาบัน บางอย่างมันคงไม่ถูกไม่ต้องบ้าง ยังไงเสียจุ๋มก็ยังคิดว่าคนที่ได้ร่ำเรียนมาโดยตรงคงจะมีความรู้มากกว่าจุ๋มเยอะแยะคะ


"Chocolate & Rasberry Mousse Cake" ของจุ๋มหน้าตาแบบนี้นะคะ















ส่วนผสมตัวเค้ก (จุ๋มเอาสูตร Chocolate Chiffon Cake ของคุณแหม่ม Tiara มาทำค่ะ)
แป้งเค้ก 100 กรัม
เบคกิ้งโซดา 1/4 ช้อนชา
ผงโกโก้ 20 กรัม
นมผง (หางนม) 8 กรัม
น้ำตาลทรายป่น (1) 120 กรัม
เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
น้ำ 100 กรัม
น้ำมันพืช 50 กรัม
ไข่แดง 50 กรัม จุ๋มใช้ไข่เบอร์ 2 จำนวน 3 ฟองค่ะ
ไข่ขาว 100 กรัม จุ๋มใช้ไข่เบอร์ 2 จำนวน 3 ฟองค่ะ
น้ำตาลทรายป่น (2) 66 กรัม
ครีมออฟทาร์ทาร์ 1/4 ช้อนชา
กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา


หางนมมีขายที่ร้านวัตถุดิบเบเกอรี่ใหญ่ ๆ คะ กิโลละ 70 บาท แบ่งขาย 1/2 กิโลค่ะ ใครอยู่ใกล้ ๆ จุ๋มอยากทำมาขอแบ่งได้คะ จุ๋มมีเยอะค่ะ ใช้ทีละนิดเดียวเองคะ





เตรียมพิมพ์ไว้ก่อนคะ จุ๋มใช้พิมพ์ 8 นิ้ว ปูกระดาษไข ไม่ต้องทาไขมันค่ะ ที่เห็นเป็นรอยทาที่ก้นพิมพ์เพื่อให้กระดาษไม่ปลิวค่ะ พอดีกระดาษมันม้วน ๆ ค่ะ





วอร์มเตาอบ 180 องศาเซลเซียส ไฟล่างอย่างเดียวคะ





ร่อนแป้งเค้ก โซดา นมผง โกโก้ เข้าด้วยกัน 2 ครั้งคะ





เทของที่ร่อนไว้เมื่อกี้ใส่ชามผสม





เทน้ำตาลทรายป่น (1) และเกลือป่นตามลงไป





ใช้ตะกร้อมือคนให้เข้ากันแล้วทำหลุมตรงกลางค่ะ พักไว้แบบนี้ก่อน เมื่อก่อนจุ๋มไม่ได้ทำแบบนี้ คือไม่พักไว้แบบนี้ แต่เทน้ำมันพืช น้ำ ไข่แดง และกลิ่นวานิลลาลงไปในนี้เลย แล้วใช้ตะกร้อมือผสมให้เข้ากันโดยใช้ระยะเวลาสั้น แต่ตอนหลังจุ๋มเปลี่ยนวิธีใหม่ตั้งแต่ทำเค้กชอคโกแลตหน้านิ่ม (เด้ง) เป็นต้นมา เพราะรู้สึกว่าการที่ส่วนผสมของเหลวให้เข้ากันก่อนแล้วมารวมกับของแห้งมันดีกว่ากันค่ะ





คราวนี้มาทำส่วนของของเหลวกัน วิธีแยกไข่แดงไข่ขาวของจุ๋ม

ไข่ไก่ จำนวนตามที่จะใช้
ชามผสม 2 ใบ
ถ้วยเล็ก ๆ 1 ใบ
ช้อน 1 คัน





ตอกไข่ใส่ถ้วยใบเล็ก ๆ อย่ารุนแรงมากไป ระวังไข่จะแตกตั้งแต่อยู่ในถ้วย





แล้วก็ทำแบบนี้ค่ะ ใช้ช้อนกันไข่แดงไว้ ปล่อยให้ไข่ขาวลงไป จริง ๆ แล้วจุ๋มใช้มือซ้ายจับถ้วย มือขวาจับช้อนกันไข่แดงไว้นะคะ แต่ในภาพต้องเห็นเป็นแบบนี้เพราะจุ๋มทำเองถ่ายภาพเอง


ถามว่าทำไมไม่ใช้ที่แยกไข่โดยเฉพาะ เคยใช้ค่ะ แต่ถ้าไข่ไม่สดมาก บางทีไข่แดงมันลอดช่องลงมาเลย กลายเป็นไข่แดงแตก เสียไปเลย ทำชิฟฟ่อนเค้กไม่ได้


ถามว่าทำไมไม่ใช้เปลือกไข่แยกกันเอง จริง ๆ แล้วจุ๋มทำได้ค่ะ แต่บางทีเผลอ ๆ กรอกไข่กลับไปกลับมาในเปลือกไข่ รอยฟันปลาตอนตอกไข่เจาะไข่แดงแตกอีก


ถามว่าทำไมไม่ใช้มือ จริง ๆ แล้วใช้มือดีค่ะ สะดวกด้วย แต่มือก็จะเลอะ แล้วก็ต้องใช้ตอกไข่ใบใหม่อีก เสร็จแล้วล้างมืออีก ยังไง ๆ ก็ต้องล้างเครื่องมืออื่น เพิ่มแค่ถ้วย 1 ใบกับช้อน 1 คันแค่นั้นเองค่ะ เลยเลือกวิธีนี้มาตลอด





ไข่ขาวจะตกลงไปในชามผสมด้านล่างที่เรารองไว้นะคะ





ไข่แดงก็จะอยู่คาถ้วยแบบนี้





จัดการเอาไข่แดงเทใส่ชามผสมอีกใบซะ





ทำไปเรื่อย ๆ ตามจำนวนไข่ที่ต้องการ ก็จะได้ไข่แดง





และไข่ขาวนะคะ





เอาชามผสมของไข่แดงมาค่ะ ใส่น้ำมันพืชลงไป





ตามด้วยน้ำ





และวานิลลา





ใช้ตะกร้อมือคนให้เข้ากัน





แล้วก็เอาส่วนของเหลวไปเทใส่ส่วนของแห้งค่ะ





เทลงไปให้หมดเลยคะ






ใช้ตะกร้อมือผสมของแห้งและของเหลวให้เข้ากัน โดยใช้ระยะเวลาสั้น จะคนแบบน้ำเซาะตลิ่ง คือจากข้างในออกมาข้างนอกช้า ๆ หรือจะคนเร็วแรงก็แล้วแต่จะถนัดนะคะ แล้วพักไว้ก่อน





ชามผสมของไข่ขาวที่เราแยกไว้เมื่อกี้ ใส่ครีมออฟทาร์ทาร์ลงไปเลยคะ





ใช้เครื่องตีไข่ตีด้วยความเร็วสูงจนเป็นฟองละเอียด





ใส่น้ำตาลทรายป่น (2) ลงไป จุ๋มแบ่งใส่ 3 ครั้งค่ะ ตีต่อด้วยความเร็วสูงเหมือนเดิม





จนไข่ตั้งยอด หยุดค่ะ ถ้าตามหลักการแล้ว สมัยก่อนให้ตีจนตั้งยอดแข็งแล้วตีความเร็วต่ำเพื่อตัดฟองอากาศ จนส่วนผสมเป็นเงามัน แต่การตีจนตั้งยอดแข็งมากทำให้เนื้อเค้กหยาบ และตอนนำไปผสมกับส่วนผสมอีกส่วนที่เราเตรียมไว้จะทำให้เข้ากันยาก ถึงแม้จะได้ปริมาตรเค้กเยอะ


สำหรับจุ๋มแล้วจุ๋มตีให้ตั้งยอดอ่อนเกินมาหน่อย แต่ก่อนที่จะตั้งยอดแข็งนะคะ





แล้วก็นำไปผสมกับส่วนผสมที่เราเตรียมไว้เมื่อกี้ จุ๋มแบ่งเป็น 2 ครั้งค่ะ





แล้วแต่จะถนัด บางคนถนัดใช้พายยาง บางคนถนัดใช้ตะกร้อมือ ไม่มีใครถูก ไม่มีใครผิดในเรื่องการใช้อุปกรณ์ แต่หลักก็คือเบามือและระยะเวลาสั้นนะคะ ไม่ได้คนวน ๆ เป็นวงกลม แต่ตะล่อมจากล่างขึ้นมาบน บนลงไปล่างคะ





พอไข่ขาวส่วนแรกที่แบ่งมาผสมพอเข้ากันกับส่วนของไข่แดงแล้ว ก็ใส่ไข่ขาวส่วนที่เหลือลงไปผสมต่อจนเข้ากันดีนะคะ ถ้ามีไข่ขาวเป็นก้อนจะมีผลทำให้เค้กมีฟองอากาศขนาดใหญ่คะ





แล้วก็นำเทลงพิมพ์ที่เตรียมไว้ พิมพ์ 8 นิ้วที่เตรียมไว้มันไม่พอใส่คะ สำหรับ Chiffon Cake เค้กแล้วจุ๋มจะใส่ประมาณ 2/3 ของพิมพ์ เมื่อคืนก็เลยเอาพิมพ์ 1 ปอนด์มาใส่ส่วนที่เหลือค่ะ จริง ๆ ส่วนที่เหลือใช้พิมพ์ 1/2 ปอนด์ก็พอแล้วคะ แต่จุ๋มไม่มีค่ะ





แล้วก็เคาะก้นพิมพ์ไล่ฟองอากาศเล็กน้อยก่อนนำเข้าเตาอบค่ะ นี่ค่ะเครื่องมือเคาะก้นพิมพ์ของจุ๋ม ไขควง ฮ่าฮ่าฮ่า ที่บ้านมีเยอะมากเพราะไว้ไขน๊อตตอนซ่อมคอมฯ แต่อันนี้เนี่ยโจรเอามาค่ะ ต้องบอกว่าโจรเพราะโจรในคราบลูกค้าแอบเอาเข้ามาในร้าน คงหวังว่าจะขโมยอะไหล่คอมฯ แต่วันนั้นจุ๋มนั่งจ้องมันเลยลืมไขควงไว้





เคาะก้นพิมพ์เพื่อไล่ฟองอากาศแล้วก็นำเข้าเตาอบเลยคะ





เค้กสุกก็นำออกจากเตา กระแทกพิมพ์เบา ๆ 1 ทีให้โครงสร้างอยู่ตัว วางผึ่งไว้บนตะแกรงจนอุ่น เอามีดแซะออก ลอกกระดาษไขที่ก้นเค้กออกค่ะ การนำเค้กออกจากพิมพ์นี้ แต่ละคนอาจจะทำไม่เหมือนกัน บางคนเอาออกจากพิมพ์เลย บางคนรออุ่น บางคนรอเย็น ไม่รู้เหมือนกันแบบไหนถูกและแบบไหนผิด ลองทำกันเอาเองนะคะ แต่จุ๋มเคยเอาออกจากพิมพ์เลยแล้วมันแฟบมากผิดปกติคะ เลยไม่ได้ทำแบบนั้น


จริง ๆ แล้ว Chiffon Cake เช็คสุกโดยการเอามือจับผิวเค้ก ถ้าผิวเค้กสปริงกลับสู่มือดี ไม่ทิ้งรอยบุ๋ม แสดงว่าเค้กสุกแล้ว บางครั้งก็แอบเอาไม้จิ้มจิ้มเพื่อความชัวร์ค่ะ เค้กพิมพ์เล็กของจุ๋มสุกที่ 11 นาที พิมพ์ใหญ่ 23 นาทีค่ะ





เค้กอุ่นแล้วจุ๋มนำออกจากพิมพ์ ใช้มีดมรดกแซะขอบ แล้วดึงกระดาษไขออก รอเย็น ก็นำมา slice วันนี้ได้ 3 ชั้นค่ะ จริง ๆ จะ 4 ชั้นแบบเค้กปีใหม่ของจุ๋มก็ได้ แต่มันจะบางไปสำหรับทำ Mousse Cake 2 ชั้น 3 ชั้นนี้ได้ชั้นละประมาณ 1 เซนติเมตรนะคะ ซึ่งจะใช้เค้ก 2 ชั้น เหลือ 1 ชั้น ส่วนในพิมพ์เล็กก็หนาประมาณ 1.5 เซนติเมตรค่ะ


เดี๋ยวนี้ slice เก่งแล้ว ไม่เบี้ยว ๆ แล้วก็ทำแป๊บเดียว ถ้าความพยายามของจุ๋มเป็นสิ่งดี อยากให้หลาย ๆ คนยึดเอาสิ่งดีอันนี้เป็นตัวอย่างนะคะ ฮ่าฮ่าฮ่า


เค้กอุ่นแล้วจุ๋มนำออกจากพิมพ์ ใช้มีดมรดกแซะขอบ แล้วดึงกระดาษไขออก รอเย็น ก็นำมา slice วันนี้ได้ 3 ชั้นค่ะ จริง ๆ จะ 4 ชั้นแบบเค้กปีใหม่ของจุ๋มก็ได้ แต่มันจะบางไปสำหรับทำ Mousse Cake 2 ชั้น 3 ชั้นนี้ได้ชั้นละประมาณ 1 เซนติเมตรนะคะ ซึ่งจะใช้เค้ก 2 ชั้น เหลือ 1 ชั้น ส่วนในพิมพ์เล็กก็หนาประมาณ 1 เซนเหมือนกันคะ





แล้วจุ๋มก็เตรียมเค้กไว้ก่อน พอดีจุ๋มมีพิมพ์ทำ Mousse Cake โดยตรง เรียกว่าพิมพ์วงแหวนแบบขยายข้างได้ แต่มันแพงคะ ไม่สนับสนุนให้ซื้อ บอกตามตรงซื้อมา 990 บาท ขนาดสูง 6 เซนติเมตร ถ้าสูง 5 เซนติเมตร 920 บาท หรือไงเนี่ย แต่มันเป็นสแตนเลสค่ะ ปาหัวคนแตกได้เลย


กรณีไม่มีพิมพ์วงแหวนแบบขยายข้างได้ให้ใช้พิมพ์กลมแบบถอดก้นได้นะคะ ขนาด 2 ปอนด์ประมาณ 120 บาท ซึ่งถ้าใช้พิมพ์กลมแบบถอดก้นได้จำเป็นที่จะต้องตัดเค้กออกให้เล็กลง หาถ้วยหรือชามใบเล็ก ๆ ที่ขนาดปากถ้วยหรือชามเล็กกว่าเค้กวางลงไป แล้วก็มีดกดตามรอยขอบชามค่ะ หรือไม่ก็กดมีดตามแนววงกลมพิมพ์เลยก็ได้ หรือถ้ามีพิมพ์สปริงฟอร์มใช้พิมพ์สปริงค์ฟอร์มได้เลยคะ


ถ้าใช้พิมพ์วงแหวนแบบจุ๋มกรุพิมพ์ด้านในด้วยพลาสติกพันรอบเค้ก แต่ถ้าใช้พิมพ์กลมถอดก้นได้หรือสปริงค์ฟอร์มไม่ต้องกรุพลาสติกพันรอบเค้กค่ะ แล้วก็เอาเค้กวางลงไป 1 ชั้นนะคะ จะวางบนถาด จาน หรือกระดาษรองเค้กก็ตามสะดวก แต่ให้จับยกไปแช่ตู้เย็นได้นะคะ พักเค้กไว้ก่อนนะคะ





ตอนนี้มาเตรียมทำ Mousse กัน ก็แล้วแต่ว่าจะต้องการ Mousse อะไร เมื่อคืนที่ทำเลือกด้านล่างเป็น Chocolate Mousse ค่ะ จริง ๆ เคยทำไปแล้วนะ แต่ไม่ได้โพสต์รายละเอียดให้ ตอนนั้นทำ Triple Chocolate Mousse Cake มีแต่ภาพตอนสำเร็จและสูตรใน blog นะคะ ก็ยึดอันนี้เป็นหลักเพราะมันอร่อยดี เอาสูตรที่น้องดาวให้มาปรับปรุงนิดหน่อยค่ะ น้องสาวคนสวยให้มา หวาน มัน


วันนี้เลือกเป็น Dark Chocolate Mousse ค่ะ


ส่วนผสม Dark Chocolate Mousse
Dark Chocolate 80 กรัม
Whipping Cream (1) 50 กรัม
Whipping Cream (2) 150 กรัม
น้ำตาลทราย 50 กรัม
ไข่แดง 2 ฟอง
เจลลาติน 1 แผ่น (เจลลาตินแผ่นสั้น)





เจลาตินแบบแผ่น ๆ มีขายเป็นซองแบบนี้ค่ะ ซองนึงมี 12 แผ่น ราคาประมาณ 39-45 บาท


ถ้าใครไม่มีแบบแผ่น ใช้แบบผงแทนได้ แต่ในสัดส่วนเท่าไรจุ๋มไม่แน่ใจ เคยอ่านเจอว่า 1 แผ่นเท่ากับแบบผง 2 ช้อนชา แต่จุ๋มเคยลองแล้วปรากฏว่าถ้าแบบนั้นแบบผงดึ๋งมากถ้าใส่ในตามสัดส่วนที่เค้าบอก ไม่น่าจะถึง 2 ช้อนชาคะ หรือหมายถึง 1 แผ่นยาวเท่ากับแบบผง 2 ช้อนชาก็ไม่ทราบได้ ไว้ลองก่อนคะแล้วจะมาบอกค่ะ





เจลลาตินตัดเป็นชิ้นเล็ก ๆ แช่น้ำไว้ก่อน น้ำธรรมดาค่ะ ไม่ต้องน้ำอุ่น แช่พอท่วมพอ น้ำไม่ต้องมากค่ะ แช่ให้เจลลาตินนิ่มก่อนค่ะ





Dark Chocolate หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ค่ะ ใส่ในภาชนะที่เป็นโลหะ จุ๋มใช้กะละมังสแตนเลส





ตั้งน้ำหม้อย่อม ๆ 1 หม้อ ก้นของกะละมังที่ใช้ใส่ Chocolate ไม่ควรสัมผัสกับน้ำในหม้อนี้นะคะ ไฟไม่ต้องแรงคะ แค่ให้น้ำร้อนตลอดแต่ไม่ต้องเดือด





เอากะละมังที่ใส่ Chocolate วางลงไปบนหม้อน้ำ ตุ๋นให้ Chocolate ละลายค่ะ ใช้ช้อนช่วยคน พอดีไม้พายไม่ว่างคะ Chocolate ละลายหมดแล้วก็ปิดเตา ยกลงมาพักไว้ก่อนคะ





ไข่แดง 2 ฟอง (วิธีการแยกไข่แดงเหมือนด้านบนโน้นนะคะ) น้ำตาลทราย เจลลาตินที่นิ่มแล้ว (น้ำที่แช่เจลลาตินไม่ต้องใส่มาค่ะ) และ Whipping Cream ส่วนที่ 1 (50 กรัม)ใส่หม้อใบย่อม ๆ ค่ะ (50 กรัมจุ๋มใช้ตวงเป็น 50 ซีซี ค่ะ)





นำไปตั้งไฟอ่อน ๆ เน้นว่าอ่อน ๆ และใช้ตะกร้อมือคอยคนตลอด ให้น้ำตาลทรายและเจลลาตินละลายให้หมด น้ำตาลทรายละลายง่าย เจลลาตินละลายยากกว่านะคะ ระวังอย่าไฟแรงไปไข่แดงมันจะสุกจนเป็นเม็ด เป็นสาเหตุนึงทำให้มูสที่ได้ไม่เนียนค่ะ ใส่ไข่แดงเพื่อช่วยให้มูสเซ็ทตัวดีขึ้น และมัน ขั้นตอนนี้เท่ากับพาสเจอร์ไรซ์ไข่แดงไปในตัวค่ะ น้ำตาลทรายและเจลลาตินละลายหมดแล้วปิดเตานะคะ ยกหม้อลง





แล้วก็เอาส่วนผสมในหม้อที่เพิ่งยกลงจากเตานี้ไปเทใส่ Chocolate ที่ตุ๋นเอาไว้เมื่อกี้ค่ะ





เทลงไปให้หมด อย่าให้หลงเหลือ จะได้เข้มข้นหวานมัน





แล้วก็คนให้ส่วนผสมเข้ากันดีค่ะ พักไว้ให้เย็น





ระหว่างนี้เตรียม Whipping Cream (2) 150 กรัม ใส่ชามผสม หัวตีใส่ไปในชามผสมเลย ข้างล่างหล่อด้วยน้ำแข็งคะ จะเตรียมไว้ก่อนหน้านี้สักพักก็ได้คะ





พอชามผสมเย็น Whipping Cream เย็น หัวตีเย็น ก็ตี Whipping Cream เลยคะ เริ่มต้นด้วยความเร็วสูง พอเริ่มข้นเมื่อไรเปลี่ยนเป็นปานกลางเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะตีพลาดจนกลายเป็นน้ำนะคะ อันนี้แล้วแต่เทคนิคค่ะ ตีจนได้วิปครีมฟู ๆ ฟู ๆ พอคะ ไม่ต้องตั้งยอดแข็ง ตั้งยอดแข็งมากไปมูสก็ไม่เนียนอีก





พอได้ Whipped Cream ที่ฟูแล้ว ก็เอาไปใส่ในส่วนผสม Chocolate เมื่อกี้นี้นะคะ บางทีการที่ส่วนผสมของ Chocolate มันเย็นเกินไปจนเริ่มจะจับตัวกันแล้วก็ไม่ดีค่ะ เพราะ Mousse ที่ได้เห็นชอคโกแลตเป็นเม็ด ๆ เลย ไม่เนียนอีก เอาเป็นว่าให้สังเกตเอา ถ้าส่วนผสมของ Chocolate มันหนืดจัดมาก ๆ ไม่ไหลตัวแล้ว เอาไปหล่อหรืออังน้ำร้อนให้มันอุ่นขึ้นค่ะ


สาเหตุที่ทำให้ได้ Mousse ไม่เนียน
1. ส่วนผสมของ Chocolate ร้อนเกินไป
2. ส่วนผสมของ Chocolate เย็นเกินไปจนเริ่มเซ็ทตัว
3. ตี Whipping Cream ตั้งยอดมากเกินไป
4. ผสมรุนแรงเกินไป





ใช้ไม้พายผสมส่วนผสมให้เข้ากัน เบา ๆ มือค่ะ





แล้วเอา Chocolate Mousse เทบนเค้กที่เตรียมไว้นะคะ ตอนที่จุ๋มทำนี้ตอนเท Mousse ไหลตัวได้ดีคะ มันไหลลงไปด้านข้างได้เองหมด ไม่ต้องเอาช้อนหรือสปาตูลาร์ช่วยปาดให้มันไหลนะ เสร็จแล้วเอาไพ่หรือช้อนหรืออะไรก็ได้เกลี่ย ๆ ให้เรียบเสมอกันค่ะ


จริง ๆ มีภาพตั้งแต่ตอนเทลงไปเลย แต่ขี้เกียจโพสต์คะ มันเยิ่นเย้อไปแล้ว แล้วก็เอาไปแช่ตู้เย็นไว้ก่อนเลยคะ





คราวนี้มาทำ Rasberry Mousse กันต่อ


ส่วนผสม Rasberry Mousse
เนื้อ Rasberry 120 กรัม
น้ำ 50 กรัม
น้ำตาลทราย 90 กรัม
เจลลาติน 3 แผ่น (เจลลาตินแผ่นสั้น)
Whipping Cream 200 ซีซี

ในรูปลืมหยิบ Whipping Cream มาวางค่ะ จริง ๆ มันอยู่ข้าง ๆ กัน





Rasberry มีขายแบบนี้นะคะ กล่องนึง 500 กรัม เท่าไรหว่า 12x บาทค่ะ ถ้าในแม็คโครถุงใหญ่มาก 1 กิโลได้คะ





Rasberry มันจะแช่แข็งมาค่ะ เอาออกมาให้น้ำแข็งละลายก่อน ตักเอาแต่เนื้อนะคะ เดี๋ยวมีน้ำติดมาเยอะจะไม่ได้สัดส่วนตามที่กำหนด





เจลลาตินตัดเป็นชิ้นเล็ก ๆ แช่น้ำให้นิ่มค่ะ





Rasberry เจลลาตินที่นิ่มแล้ว น้ำ และน้ำตาลทราย เทรวมกันใส่หม้อใบย่อม ๆ





นำไปตั้งไฟ จุ๋มใช้ไฟกลางคะ คน ๆ ให้น้ำตาลทรายและเจลลาตินละลายให้หมด แล้วก็ปิดเตาได้เลยคะ





พักไว้ให้เย็นคะ จะเห็นเม็ดราสเบอรี่ชัดเจนเลย





พอเย็นแล้วก็เอาไปใส่เครื่องปั่นน้ำปั่นให้ละเอียดเลยคะ ถ้าใครชอบ Mousse เนียนมาก ๆ แนะนำให้เอาส่วนผสมที่ปั่นนี้ไปกรองเอาเม็ด Rasberry ออกค่ะ แต่จุ๋มอยากกินได้ texture บ้างนะ ไม่กรองคะ





ช่วงก่อนหน้านี้ก่อนที่ Rasberry ที่ตั้งไฟไว้จะเย็น เตรียม Whipping Cream ใส่ชามผสม หัวตีด้วย และไปหล่อน้ำแข็งไว้ให้ Whipping Cream เย็นก่อนนะคะ





พอ Whipping Cream เย็นแล้วก็ตีให้ได้ Whipped Cream ฟู ๆ เหมือนตอนทำ Chocolate Mousse เลยคะ





แล้วก็เอา Rasberry ที่ปั่นไว้มาเทใส่ใน Whipped Cream ที่ฟู ๆ ค่ะ





ใช้ไม้พายคนให้ส่วนผสมเข้ากันดี เบามือนะคะ





ไปหยิบเค้กที่แช่เอาไว้ออกมาค่ะ เอาเค้กอีกชั้นวางลงไป





เอา Rasberry Mousse เทลงไปนะคะ Rasberry Mousse จะไม่ไหลตัวได้ดีเหมือน Chocolate Mousse เมื่อกี้นะคะ จริง ๆ แล้วจุ๋มเพิ่มน้ำไปหน่อยนึงด้วยซ้ำ ก็พยายามหาช้อนหรือสปาตูลาร์ปาดให้มันตกไปด้านข้าง ไม่เช่นนั้นด้านข้างจะโหว่ไม่สวย สอบตกอย่างแรง แล้วก็เกลี่ย Mousse ให้เสมอกันค่ะ นำไปแช่เย็นต่อ จุ๋มแช่ข้ามคืนค่ะ ตอนเมื่อเช้านี้ถึงทำเจลลี่ราดด้านบน





ตอนเช้ามาทำเจลลี่ราดหน้าต่อ


ส่วนผสม Rasberry Jelly
น้ำ Rasberry 150 ซีซี
น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ หรือมากน้อยตามชอบ
เจลลาตินผง 3 ช้อนชา





น้ำ Rasberry ได้จากการที่เอา Rasberry ที่ฟรีซไว้มาทิ้งไว้ให้คลายเย็น น้ำแข็งละลาย จะมีน้ำออกมา ก็ตักเอาแต่น้ำออกมาค่ะ


เอาน้ำ Rasberry ใส่ถ้วยทนไฟ กรณีไม่มีไมโครเวฟใช้หม้อแทนนะคะ จุ๋มขี้เกียจไปจุดเตาแก๊สเลยใช้ไมโครเวฟค่ะ แล้วก็ใส่เจลลาตินผงไปในน้ำราสเบอรี่ก่อนเลยคะ ให้เจลลาตินดูดน้ำราสเบอรี่จนอิ่ม ตอนไปตั้งไฟหรือไปใส่ไมโครเวฟจะได้ละลายง่ายขึ้นค่ะ จุ๋มแช่ไว้ 10 นาทีนะคะ





เอาช้อน ๆ คน ๆ ให้เจลลาตินจม ๆ น้ำไปนะคะ





พอครบ 10 นาทีก็ใส่น้ำตาลทรายลงไปค่ะ





คน ๆ ให้เข้ากันแล้วก็เอาไปเวฟคะ ครั้งแรกจุ๋มตั้ง 1 นาที 30 วินาที คอยสังเกตเอาเองนะคะ ว่ามันเดือดหรือยัง เพราะเดือดแล้วระวังจะล้น สูญเสียของหมดค่ะ ถ้าเดือดแล้วเปิดเอาออกมาคน ๆ ดู ๆ ว่าเจลลาตินละลายหมดดีไหม ถ้าไม่หมดก็เวฟต่อโดยเพิ่มเวลาทีละ 30 วินาทีคะ ไม่เช่นนั้นระวังจะล้น





ตั้งทิ้งไว้ให้เย็นคะ ลองสังเกตดูถ้ามีฟองบนผิวน้ำ Rasberry ให้ช้อนทิ้ง ถ้าไม่ช้อนทิ้งแล้วเทใส่ไปบนหน้า Mousse จะได้หน้าที่มีฝ้าคะ





น้ำ Rasberry Jelly เย็นดีแล้วเอา Mousse Cake ที่แช่ไว้ออกมาค่ะ สีสวยมาก แต่ที่จุ๋มซื้อจาก Hobby Cake มากินเค้ากรองเม็ดออกหมดนะคะ จะไม่เห็นเป็นเม็ด ๆ แบบนี้





เทน้ำ Rasberry Jelly ใส่ลงไปเลยคะ แนะนำว่าให้เทต่ำ ๆ ไม่ใช่สูงมาก ๆ ค่อย ๆ เทลงไปค่ะ เพราะบางที Mousse ยังไม่เซ็ทตัวดีมันจะทำให้เป็นหลุมหน่อย ๆ ได้ตรงรอยเท แล้วก็ไปแช่เย็นต่อจน Mousse และ Jelly ด้านบนเซ็ทตัวดีนะคะ


Part II อ่านที่นี่ค่ะ Chocolate & Rasberry Mousse Cake (Part II)



Create Date : 12 มกราคม 2550
Last Update : 12 มกราคม 2550 22:37:14 น. 11 comments
Counter : 13234 Pageviews.

 
ไปดูที่พันธ์ทิพย์มาแล้ว ตามมาดูที่บล๊อกต่อ ดูยังไงก็น่ากิน น่าทำด้วย ขอบคุณที่เอามาลงให้ละเอียดเลยคร้าบ...... มีพาร์ททู ก็จะตามไปดู ไปไหนไปด้วย


โดย: หลั่มหมั่นเหม่ง (หลั่มหมั่นเหม่ง ) วันที่: 12 มกราคม 2550 เวลา:21:44:30 น.  

 
ว้าว น่ากินจังเลย ว่างๆจะลองเอาสูตรไปทำบ้าง
ขอแอ๊ดบล๊อกคุณแม่สลิ่มหน่อยนะคะแล้วจะติดตามอ่านบล๊อกต่อไปค่ะ


โดย: mariko (GottaBeMary ) วันที่: 12 มกราคม 2550 เวลา:21:50:30 น.  

 
คุณจุ๋มทำอะไรก้อน่าทานไปซะหมด ขยันอีกตังหาก อันนี้น่ากินมากเลยค่ะ


โดย: kokophiz วันที่: 12 มกราคม 2550 เวลา:22:16:29 น.  

 
ลูกศิษย์ตามมาเก็บข้อมูลค่ะ


โดย: ChaoyhinG IP: 203.131.220.50 วันที่: 12 มกราคม 2550 เวลา:22:24:25 น.  

 

สวัสดีค่ะ แวะมาทักทายค่ะ แล้วก็ขอสักชิ้นได้มั้ยค่ะ


โดย: N_BEE810 วันที่: 12 มกราคม 2550 เวลา:23:03:26 น.  

 
ตามมาดูเค้กฝีมือคุณจุ๋มค่ะ
น่าทานอีกแล้วๆ


โดย: ทูน่าค่ะ วันที่: 12 มกราคม 2550 เวลา:23:04:33 น.  

 
ตามไปดูที่พันทิปมาเหมือนกันค่ะ มาดูที่บล็อกก็สนุกได้อัฐรส อีกแบบนึงค่ะ คุณจุ๋มรักษาแชมป์พร้อมสายสะพายไปเรื่อย ๆ นะคะ เจ๊หลีจะคอยโหวตให้อีกค่ะ คราวหน้าขอบคุณสำหรับความขยันที่ทำขนมหร่อยๆ มาให้กินให้ดูกันแบบจุใจ


โดย: กิน ๆ เที่ยว ๆ วันที่: 13 มกราคม 2550 เวลา:7:52:21 น.  

 
คุณจุ๋ม เดี๋ยวนี้แหม่มไม่ได้ใช้หางนมแล้วล่ะ ไม่ได้ทำบ่อย พอซื้อมาเก็บนานๆ มันจะจับตัวกันเป็นก้อน บางทีก็มีกลิ่นหืน เลยใช้นมผงของน้องทัณฑ์แทน ก็รู้สึกว่าเนื้อมันกระด้างนิดหน่อยนะ แต่รสชาติไม่เปลี่ยน

คิดถึงจ้ะ


โดย: tiara วันที่: 23 สิงหาคม 2550 เวลา:15:35:27 น.  

 
ขอโอกาสทำขนมด้ยได้มั้ยอ่ะค่ะ


โดย: Palmmy IP: 124.121.136.75 วันที่: 24 สิงหาคม 2550 เวลา:0:33:05 น.  

 
ซื้อหางนมได้ที่ไหนบ้างค่ะ ร้านอะไรหรือค่ะ


โดย: เวียร์ IP: 202.12.74.6 วันที่: 24 สิงหาคม 2550 เวลา:23:15:10 น.  

 
น่ากินจังเลยค่ะ ต้องขอลองเอาสูตรไปทำตามมั่งแล้วไม่รู้ว่าจะออกมาดีหรือเปล่าเนี่ยี


โดย: เนตรดาว IP: 125.27.174.60 วันที่: 16 พฤศจิกายน 2551 เวลา:15:10:39 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

แม่สลิ่ม
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 976 คน [?]




Always be myself
ปากตรงกับใจ
ไม่สตอเบอแหล
และไม่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านนะจ๊ะ

Emergency contact me 081-804-0952

Going Home : Mark Knopfler
.
.
.
Friends' blogs
[Add แม่สลิ่ม's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.