Photo Copyright @ "JUM"
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2550
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
20 มีนาคม 2550
 
All Blogs
 
Strawberry Mousse Cake (ภาคไฮโซ)









มาโพสต์ให้นะคะ ไม่ได้โพสต์อะไรก็นานแล้ว แหะ แหะ เรียกว่า "Strawberry Mousse Cake" ภาคไฮโซ แล้วกันค่ะ เพราะมันสวยเหมือนเค้กในตู้ตามห้างที่จุ๋มเคยได้เห็น

จริง ๆ แล้ว ถ้าใครเล่นห้องก้นครัวตั้งแต่สมัยเป็นอาหารการกิน คงจะจำเค้กสวย ๆ ที่คุณ Hippokib เอามาโพสต์ได้ แล้วคุณ Hippokib ก็ไปถามสูตรจากเพื่อนมาแปะให้ จากนั้นมา Mousse Cake ระบาดค่ะ

ขอบคุณคุณ Hippokib ที่นำสูตรมาเผยแพร่ น้องดาวเป็นคนเฉลยการบ้าน น้องแพรทำการบ้านส่งคนแรกกระมัง (ถ้าจำไม่ผิดนะคะ) ไม่แน่ใจ หรือจุ๋มโพสต์ก่อนก็จำไม่ได้แน่นอน นานแล้วคะ

จากนั้นมาทำให้จุ๋มหัดทำมูสเค้กตามแต่จะอยากกินมาเรื่อย ทำ ๆ หยุด ๆ บ้างบางจังหวะเวลา

คัดลอกมาจากใน blog ให้นะคะ จุ๋ม copy ต้นฉบับสูตรไว้ในนั้น

ส่วนผสมทำ sponge cakeแป้งเค้ก 120 กรัม
น้ำตาลทรายป่น 120 กรัม
ไข่ไก่ 4 ฟอง

ตีไข่กับน้ำตาลจนขึ้นฟู ผสมแป้งลงไปจนเข้ากันดี ปาดใส่ถาดอบที่ทาเนยและรองกระดาษไขไว้ โรยด้วยน้ำตาลไอซิ่งให้ทั่ว อบที่ 180 องศา C 10 นาที พักให้เย็น ตัดเป็นวงกลมขนาดเล็กกว่าพิมพ์เล็กน้อย นำชิ้นเค้กที่ได้วางลงในพิมพ์

ส่วนผสม White Chocolate Mousse
white chocolate 120 กรัม
heavy cream 50 ml
whipping cream 200 ml

ต้ม heavy cream 50ml ให้เดือด เทในภาชนะที่ใส่ white chocolate ที่หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ไว้แล้ว คนจนละลายหมด

ตี whipping cream 200ml จนขึ้นฟู เอา chocolate ที่ละลายแล้วผสมลงไป เทใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้ เก็บในตู้เย็น วางแผ่นเค้กที่ตัดไว้ลงไปด้านบนอีกหนึ่งชั้น

ส่วนผสม Blueberry Mousse
Blueberry 120 กรัม
น้ำ 50 ml
น้ำตาลทราย 90 กรัม
gelatin 4 pcs
whipping cream 200 ml

แช่ gelatin ในน้ำเย็นจนนิ่ม blueberry น้ำ น้ำตาลทราย นำขึ้นตั้งไฟจนเดือด พักไว้จนอุ่น ใส่ gelatin ลงไปคนจนละลาย เข้าเครื่องปั่นจนละเอียด

ตี whipping creamจนขึ้นฟู ใส่ส่วนผสมของ blueberry ที่ค่อนข้างเย็นลงไป ผสมจนเข้ากันดี แล้วตักใส่พิมพ์ ปาดหน้าให้เรียบ แช่เย็นไว้จนมัน set ตัว

เคลือบหน้าขนมด้วย jelly ซึ่งจำสูตรไม่ได้ ลองเอาผลไม้อะไรก็ได้มาต้มกับน้ำตาลทราย ปั่นให้ละเอียดแล้วกรองกากออก ใส่ gelatin ลงไปเยอะหน่อย เอาไปเคลือบหน้าขนมแล้วค่อยเอาพิมพ์ออก

ถ้าดูจากสูตร Mousse มี 2 ชั้น ต่างเนื้อกัน ครึ่งนึงเป็น Blueberry Mousse อีกครึ่งเป็น White Chocolate Mousse คงให้ตัดกัน เปรี้ยว หวาน ออกมาเป็นสาวสวยหุ่น sexy น่ารักกำลังดี เอ๊ย เค้กรสชาติดีค่ะ

ก็แปลงเป็นทำมูสผลไม้ 2 ชั้น เปลี่ยนผลไม้เป็นสตอเบอรี่สีแดง ๆ เท่านั้นเองคะ




ต้นฉบับสูตรตัวเค้กเป็นบิสกิตสปองค์เค้ก คือเค้กไข่ที่ไม่มีส่วนผสมของไขมัน น้องดาวบอกว่าสปองค์เค้กประเภทนี้เหมาะที่จะใช้เป็นเนื้อเค้กในการทำมูสค่ะ

ต้นฉบับเค้าใช้ไข่ 4 ฟอง แต่จุ๋มทำบ่อยแล้ว 4 ฟองมันเยอะไปค่ะ ได้เนื้อเค้ก 3-4 ชั้น เลยลดสัดส่วนลงมา เพราะสลิ่มมันอ้วนแล้ว ไม่ให้มันกินแล้ว เดี๋ยวจะหนักเท่าแม่มัน เล่นด้วยไม่ไหว

แป้งเค้ก 90 กรัม
น้ำตาลทรายป่น 75 กรัม
ไข่ไก่ 3 ฟอง

ลดน้ำตาลลงมาค่ะ ความเห็นส่วนตัวมันหวานไปค่ะ ต้องลองทำดูเองค่ะ แล้วชิมดูเองคะ




พิมพ์ 8 นิ้ว ปูกระดาษไข ไม่ทาไขมันค่ะ




วอร์มเตาอบ 180 องศาเซลเซียสค่ะ




ร่อนแป้ง 2 ครั้งคะ




เตรียมต้มน้ำร้อนค่ะ ใช้ประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ (น้ำร้อนจัด) เดี๋ยวจะบอกว่าทำไมนะคะ




ตอกไข่ใส่ชามผสมคะ




เริ่มตีไข่ด้วยความเร็วสูง 1 นาที ระหว่างนี้ไปตั้งน้ำร้อนกะว่าสัก 3 ช้อนโต๊ะคะ




ตีไข่ครบ 1 นาที น้ำร้อนเดือดพอดี ให้น้ำเดือดจัด ๆ เลยนะคะ ใส่น้ำร้อนลงไป 3 ช้อนโต๊ะคะ




ใส่น้ำร้อนแล้วตีต่อด้วยความเร็วสูงเหมือนเดิมคะอีก 2 นาที




แล้วค่อย ๆ ทะยอยใส่น้ำตาลทรายป่นทีละ 1 ช้อนโต๊ะลงไปคะ จนกระทั่งน้ำตาลทรายป่นหมด




หลังจากใส่น้ำตาลทรายป่นหมดแล้ว ตีต่อไปเรื่อย ๆ จนได้ไข่ข้นขาวเป็นครีม ฟองละเอียดมาก จะใช้เวลานานเท่าไรนั้นขึ้นกับความสดของไข่และกำลังของเครื่องตีไข่ด้วยค่ะ เครื่องมือถือสปีดแรงสุดกับเครื่องฐานตั้งสปีดแรงสุดมันต่างกันลิบลับ ใช้เวลาไม่เท่ากันค่ะ เลยไม่อยากจะบอกว่ากี่นาที ให้สังเกตเอาเองนะคะ




หลังจากนั้นเทแป้งลงไปคะ ทีเดียวหมดเลยคะ ถ้าตีไข่ได้ที่ ใส่แป้งแล้วไข่จะไม่ยวบตัวลงไปค่ะ ก็มีสิทธิ์จะได้เนื้อเค้กฟูดี ถ้าไข่ยุบตัวมาก เค้กก็จะมีสิทธิ์แฟบ ๆ แบน ๆ

เหตุผลที่ใส่น้ำร้อนเพื่อพยุงโครงสร้างของไข่ให้แข็งแรงคะ ก็เหมือนที่น้องตรีใช้น้ำอุ่นหล่อชามผสม เหตุผลเดียวกันค่ะ จุ๋มอ่านเจอจากที่ไหนจำไม่ได้แล้วคะ ไม่สามารถบอกที่มาได้ จำไม่ได้แล้วคะ

เค้กประเภทนี้อาศัยการขึ้นฟูของไข่ โดยการตีไข่ให้อากาศเข้าไปในไข่ให้มากที่สุด ไม่ได้ใช้สารเสริมช่วยให้ฟูเลยคะ ถ้าทำไม่ดีก็แฟบแต๊ดแต๋




เทแป้งลงไปแล้ว แล้วแต่เทคนิคของแต่ละคนค่ะ ว่าจะผสมแป้งอย่างไร ให้ไข่ยุบตัวน้อยที่สุด ใช้เวลาสั้นที่สุด

บางคนอาจจะใช้เครื่องตีไข่ตีด้วยสปีดต่ำพอเข้ากัน แล้วผสมต่อด้วยตะกร้อมือ

จุ๋มลองมาหลายวิธีค่ะ จุ๋มใช้ตะกร้อมืออย่างเดียว ตะล่อมจากบนลงล่าง ล่างขึ้นบน ไม่คนเป็นวงกลม เวลาตะล่อมแป้งนั้น จะมีบางส่วนของแป้งขังอยู่ในลูกตะกร้อ เขย่า ๆ มันลงมาซะ แล้วก็ตะล่อมต่อ

สิ่งที่ผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นคือ มีแป้งบางส่วนขังอยู่ตรงก้นชามผสม ตรงกลาง ถ้าพลาด หรือผสมแป้งไม่เข้ากันดีกับไข่ จะทำให้ได้เค้กเป็นเม็ด ๆ ก้นพิมพ์ค่ะ เห็นเป็นเม็ด ๆ เลย แล้วบี้ดูจะเป็นผงแป้งสีขาว ๆ ตรงนี้จุ๋มก็เคยเป็นคะ ไม่ใช่ไม่เคย

ตะกร้อมือมีผลและการผสมมีผลค่ะ ท่านต้องลองผิดลองถูกและหาทางแก้ไขเอาเองนะคะ

ถ้าทำไม่ดี ไข่สูญเสียอากาศออกมาก ใช้เวลานานไป เค้กของท่านก็จะไม่ขึ้นฟูเอาเลย จุ๋มก็เคยค่ะแรก ๆ




เสร็จแล้วเทใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้คะ เคาะก้นพิมพ์เบา ๆ เพื่อไล่ฟองอากาศ




แล้วก็นำเข้าเตาอบคะ ตามสูตรบอก 10 นาที แต่จริง ๆ ขึ้นกับพิมพ์และปริมาณส่วนผสมด้วยนะคะ ถ้าใช้แบบถาดสี่เหลี่ยมใช้เวลาน้อยกว่า

วิธีการเช็คสุกเค้กประเภทนี้ใช้นิ้วสัมผัสหน้าเค้กเบา ๆ ถ้าเค้กสุกแล้วหน้าเค้กจะเด้งคืนสู่นิ้วไม่ทิ้งรอยบุ๋มคะ




ปล่อยเค้กให้เย็นที่อุณหภูมิห้องคะ เมื่อเค้กเย็นแล้วแซะเค้กออกมา




ก้นเค้กค่ะ

ถ้าผสมไม่ดี แป้งไม่เข้ากันกับไข่ทั้งหมด ก้นเค้กจะไม่เนียนแบบนี้นะคะ เห็นเป็นเม็ด ๆ เลย




พอเค้กเย็นแล้วก็ slice เป็น layer นะคะ แต่ละชั้นไม่ควรเกิน 1 เซนติเมตร เค้กจะออกมาสวยค่ะ




ทำยังไงสตอเบอรี่ไปอยู่ด้านข้างแบบนั้นได้ เราต้องแปะมันก่อนค่ะ ถ้าทำแบบนี้จำเป็นต้องมีพิมพ์ที่ใช้ทำมูสเค้กโดยตรง

พิมพ์ที่ใช้ทำมูสเค้กโดยตรงมี 2 ชนิดคือ
1. พิมพ์แบบขยายข้างได้
2. พิมพ์แบบขยายข้างไม่ได้ แบบนี้ราคาจะถูกกว่าคะ

เตรียมสตอเบอรี่ลูกสวย ๆ เอาไว้




สตอเบอรี่ก็ล้างให้สะอาด ตัดขั้วมันทิ้ง ผ่าตามยาวของลูกด้านกว้าง (อธิบายถูกไหมนี่) จะผ่าได้กี่ชิ้นก็แล้วแต่ความหนาของลูกสตอเบอรี่

จะผ่าให้หนาแค่ไหนนั้น ถ้าถามจุ๋ม จุ๋มคงจะแนะนำว่า เวลาแปะสตอเบอรี่กับพิมพ์ด้านในของเค้กแล้ว เมื่อวางเค้กลงไปให้มีช่องว่างระหว่างสตอเบอรี่กับเค้กค่ะ ไม่ใช่เค้กติดกับสตอเบอรี่เลย

ถามว่าทำไมถึงคิดแบบนี้ เพราะว่าถ้ามันไม่มีช่องว่างมูสจะไหลลงไปไม่ได้ค่ะ ข้างล่างจะโหว่ได้ แล้วมันจะไม่สวย

ไม่รู้นึกภาพออกไหมนะคะ ต้องรอดูภาพถัดไปประกอบ




วิธีการเตรียมก็คือ เอาพิมพ์วาง กรุพลาสติกพันรอบเค้กด้านในพิมพ์ เอาสตอเบอรี่ที่ฝานแล้ววางชิดรอบพิมพ์ด้านใน แล้ววางเค้กลงไป หรือจะวางเค้กก่อนแล้ววางสตอเบอรี่ก็ตามสะดวกค่ะ




ส่วนผสมสตอเบอรี่มูส

สตอเบอรี่ 240 กรัม
น้ำ 100 กรัม
น้ำตาลทราย 180 กรัม
เจลลาตินแผ่นสั้น 6 แผ่น
วิปปิ้งครีม 400 ซีซี

ปรับปรุงจากต้นฉบับเพิ่มปริมาณเจลลาตินค่ะ ของเดิมมันน้อยไป มูสไม่ค่อยเซ็ทตัวค่ะ เพราะจุ๋มทำบ่อยแล้วเลยรู้




ตัวมูสทำ 2 เท่าจากสูตรนะคะ เพราะตามสูตรเค้ามูสลูกผสม อันนี้มูสผลไม้เดี่ยว ๆ ชนิดเดียวกันค่ะ

สตอเบอรี่ล้างให้สะอาด ตัดขั้วทิ้ง หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ใส่หม้อค่ะ




เจลลาตินหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ แช่น้ำไว้ให้นิ่ม น้ำไม่ต้องมากค่ะ

จริง ๆ แล้วจะไม่แช่ในถ้วยต่างหากแบบนี้ก็ได้ เพราะระยะหลังที่จุ๋มทำ จุ๋มเอาเจลลาตินที่ตัดชิ้นย่อม ๆ ใส่หม้อก่อน เทน้ำตามสัดส่วนลงไป รอเจลลาตินนิ่มแล้วเทสตอเบอรี่และน้ำตาลลงไปค่ะ ทำแบบนี้ไม่ต้องช้อนเจลลาตินออกจากน้ำเลยค่ะ




แต่ภาพนี้เป็นของชุดก่อน ก็เอาน้ำตาลทรายเทตามลงไปค่ะ




เจลลาตินที่นิ่มแล้ว




น้ำเปล่า




เอาไปตั้งไฟค่ะ คน ๆ ให้น้ำตาลทรายและเจลลาตินละลายให้หมด ที่สำคัญคือต้องให้เจลลาตินละลายให้หมดนะคะ แล้วปิดเตาค่ะ




ทิ้งไว้ให้อุ่น ๆ นะคะ




อุ่นแล้วก็เอาไปใส่โถปั่นน้ำปั่น ๆ ให้ละเอียดเลยคะ




เตรียมวิปปิ้งครีมค่ะ ถ้าอากาศร้อนแนะนำให้เทวิปปิ้งครีมใส่กะละมังก่อน เอาหัวตีใส่ลงไปเลย ด้านล่างหล่อด้วยน้ำแข็ง ให้วิปปิ้งครีมเย็น ๆ ค่ะ จะได้ตีได้ขึ้นฟูง่าย ๆ




ก็แช่ให้ชามมันเย็น หัวตีมันเย็น ๆ แล้วก็ตีวิปปิ้งครีมให้เป็นวิปครีมฟู ๆ ค่ะ ตาม step

วิปปิ้งครีมเหลว ๆ ===> วิปปิ้งครีมเป็นฟอง ===> วิปปิ้งครีมเริ่มข้น ===> วิปปิ้งครีมข้นมาก ===> วิปครีมฟู ๆ

จุ๋มตีแค่นี้นะคะ เกินจากนี้ไปจะเป็น วิปครีมตั้งยอดอ่อน ===> วิปครีมตั้งยอดแข็ง ===> วิปครีมแยกตัว




ได้วิปครีมฟู ๆ แล้วก็เทสตอเบอรี่ที่ปั่นไว้ลงไปเลยคะ




แล้วก็ผสมด้วยไม้พายด้วยความเบามือให้มูสเข้ากันดีนะคะ




แล้วก็เทมูสใส่ลงไปในพิมพ์ที่เตรียมไว้ค่ะ เล็งจากข้างพิมพ์ก็ได้ว่าประมาณ 1 เซนต้องแค่ไหน จุ๋มใช้วิธีนี้ตลอดค่ะ แล้วก็ใช้สันไพ่หรือบัตรหรือการ์ดอะไรก็ได้ปาดให้เรียบค่ะ

ถ้าอยากให้สวยระวังด้านข้างค่ะ ใช้ช้อนคันเล็ก ๆ พยายามตักมูสใส่ลงไป อย่าให้มีช่องโหว่ เดี๋ยวไม่สวยค่ะ




แล้วก็วางเค้กชั้นที่สองลงไปค่ะ




แล้วก็เทมูสส่วนที่เหลือลงไปค่ะ ปาดให้เรียบเหมือนเดิม ระวังด้านข้างโหว่เหมือนเดิมค่ะ

บางทีทำแล้วจะเหลือมูสเล็กน้อย ใส่หมดมันเยอะไปค่ะ เดี๋ยวล้นพิมพ์ ที่เหลือก็ไปใส่ถ้วยเล็ก ๆ นะคะ

แล้วก็เอาไปแช่เย็นคะให้มูสเซ็ทตัว ประมาณ 6 ชั่วโมง แต่จุ๋มชอบทำตอนกลางคืนแล้วก็แช่ข้ามคืนค่ะ




ตอนเช้ามาทำเจลลี่ราดด้านบนคะ

ภาพนี้เป็นภาพชุดก่อน จุ๋มว่าสัดส่วนนี้มันได้เจลลี่ด้านบนบางไป

ถ้าอยากให้หนา ๆ แบบภาพเปิดกระทู้ที่แล้วต้องใช้ตามนี้นะคะ

สตอเบอรี่ 200 กรัม
น้ำเปล่า 250 ซีซี
น้ำตาลทราย 5 ช้อนโต๊ะ (ลดเพิ่มตามใจชอบ)
เจลลาตินผง 5 ช้อนชา ค่ะ




สตอเบอรี่ล้างน้ำ ตัดขั้วทิ้ง หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ค่ะ




สตอเบอรี่กับน้ำใส่หม้อตั้งไฟค่ะ




ตั้งไฟให้เดือด ให้สตอเบอรี่มันนิ่มและออกสีแดง ๆ ออกมานะคะ ความเปรี้ยวก็จะได้ออกมาด้วย




แล้วก็ยี ๆ ให้สตอเบอรี่มันเละ ๆ ค่ะ




แล้วก็กรองเอาแต่น้ำมันมาค่ะ กาก ๆ ทิ้งไป อันนี้เป็นการทำครั้งเดิม

แต่วันนี้หลังจากขั้นตอนนี้จุ๋มเอาไปปั่นก่อนคะแล้วค่อยมากรอง เนื้อเจลลี่ที่ได้ต่างกันนะคะ ต้องลองเองว่าจะชอบแบบไหน




แล้วก็เทน้ำสตอเบอรี่ที่กรองได้ใส่หม้อ ใส่น้ำตาลทรายลงไป ค่อย ๆ ใส่แล้วชิมเอาก็ได้ค่ะ




ใส่เจลลาตินผงลงไป รอให้เจลลาตินมันดูดน้ำให้อิ่มตัวก่อนค่ะ




แล้วก็เอาไปตั้งไฟให้เจลลาตินและน้ำตาลทรายละลายให้หมดนะคะ




แล้วก็รอมันเย็น ช้อนฟองทิ้ง ไม่ง้านหน้าเจลลี่มีฝ้าค่ะ ลองไปดูกระทู้ราสเบอรี่ชอคโกแลตมูสเค้กก็ได้ค่ะ ในนั้นอธิบายละเอียดแล้ว

พอเจลลี่เย็นแล้วก็ไปราดหน้าเค้กได้เลย แล้วแช่เย็นต่อให้เจลลี่เซ็ทตัว เสร็จแล้วคะ




ก็จะได้มูสเค้ก แล้วก็เอามาแต่งหน้าตามใจชอบ ภาพนี้เป็นภาพชุดเก่า ตอนนั้นช้อนฟองทิ้งไม่หมด หน้าเจลลี่มีฝ้านิด ๆ นะคะ ถ้าสังเกตจะเห็น


Create Date : 20 มีนาคม 2550
Last Update : 23 เมษายน 2550 4:00:42 น. 18 comments
Counter : 15026 Pageviews.

 
น่ากินมาก ๆ ขอซัก 2 ชิ้นนะค่ะกลัวไม่อิ่ม


โดย: kukafatdog IP: 210.246.75.180 วันที่: 20 มีนาคม 2550 เวลา:19:07:34 น.  

 
โหหหหหหหหหหหหหหห

อลังการงานสร้างมากๆๆๆๆค่ะพี่จุ๋ม สุดยอดไปเลยค่ะ



โดย: angielicious (angielicious ) วันที่: 21 มีนาคม 2550 เวลา:3:05:55 น.  

 
ว้าวววว ไฮโซจริงๆค่ะ น่ากินสุดๆ ค่ะ


โดย: bogydog วันที่: 21 มีนาคม 2550 เวลา:10:23:28 น.  

 
ไฮโซอลังการมากค่ะ รอชิมนะคะพี่จุ๋ม


โดย: noonuit วันที่: 21 มีนาคม 2550 เวลา:16:02:50 น.  

 
สวยงาม ไฮโซสุด ๆ เลยค่ะจุ๋ม...
น่ากินมากทีเดียว


โดย: Amber n the Gang วันที่: 22 มีนาคม 2550 เวลา:4:23:21 น.  

 
อลังมากค่า

เมื่อไหร่หนูจะทำได้แบบนี้มั่งน๊า


โดย: ladystrawberry วันที่: 22 มีนาคม 2550 เวลา:12:10:43 น.  

 
อิจฉาคนทำเค้กสวยยย

หงิงๆๆๆๆ

น่ากินมากๆค่าพี่จุ๋ม !


โดย: puppadoowab วันที่: 25 มีนาคม 2550 เวลา:16:30:11 น.  

 
อยาก กิน เลดี้ ฟิงเกอร์ แบบ นิ่มๆ อย่าง ลิตเติ้ลโอม เบเกอรรี่ อ่ะ ค่ะ

พี่จุ๋มทำ เป็น มั้ย คะ ใกล้ เคียง ก้อ ยัง ดี

**********************************

ได้ ยินว่า พี่ อยู่ ชล เหรอ พี่อยู่แถวไหน อ่ะ หนูอยู่ อ่างศิลา ค่ะ


โดย: ก้อยสวย อิอิ IP: 124.120.95.52 วันที่: 6 เมษายน 2550 เวลา:19:03:14 น.  

 
หวัดดี ค่ะ พี่ จุ๋ม ก้อย แวะมาบอกว่า มี บลอค เป็นของตัวเอง แล้วนะคะ
เพิ่งทำเสร็จน่ะค่ะ ลองดูหุหุ

ไว้จะมาส่งการบ้านพี่ ฝากเนื้อฝากตัวด้วย เด๊อ ค่า




โดย: ก้อยสวย อิอิ (Socute..Stuff ) วันที่: 14 เมษายน 2550 เวลา:15:44:13 น.  

 
อยากินเค้กจางเลยค่า................ทำได้น่ากินมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก


โดย: เด็กน้อยน่ารักค่ะ IP: 222.123.169.132 วันที่: 25 กันยายน 2550 เวลา:9:24:49 น.  

 
ชอบมากเลยคะ ทุกเมนูของคุณจุ๋ม ลองทำทานเองบ้างบางเมนู โพส เรื่อยๆเลยนะคะ ชอบทำกับข้าวคะ
ขอบคุณคุณจุ๋มจริงๆเลยนะคะ ที่แบ่งปัน สูตรวิธีทำ


โดย: amm IP: 58.8.38.167 วันที่: 25 กันยายน 2550 เวลา:21:16:49 น.  

 
อลังการงานสร้างมากเลยคะๆๆ อยากทำเองบ้าง

เดวจาเอาวิธีนี้ไปลองฝึกทำนะคะ

ขอบคุณคะ ^^"


โดย: Pa,m IP: 117.47.138.83 วันที่: 4 ธันวาคม 2550 เวลา:14:06:36 น.  

 
น่าทานมากเลยค่ะ อยากลองทำดูบ้างแต่ไม่รู้จะออกมาเหมือนในรูปรึปล่าว อิอิ


โดย: minnie IP: 61.19.71.84 วันที่: 11 มกราคม 2551 เวลา:10:27:23 น.  

 
ไฮโซสมชื่อเลยค่ะคุณพี่ขา


โดย: TIK IP: 124.121.95.130 วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:23:14:56 น.  

 
แอบมาดู แอบดูในห้องก้นครัวด้วยอะค่ะ แหะๆๆ

จะฝึกทำแล้วไว้จะเอาการบ้านมาส่งบ้างนะคะ


โดย: ออยค้าบบ IP: 58.8.150.36 วันที่: 28 มิถุนายน 2551 เวลา:3:04:56 น.  

 
หวัดดีคับ
ผมมีโอกาศ ได้เค้ามาดูในบล็อกของคุณ และเห็นเค้กหน้าตาน่าทานมากๆ
จึงอยากจะติดต่อมาจะจำหน่ายที่ร้าน เป็นค็อกเทล หรือ เคนาเป้ ไม่ทราบว่าจะได้รึป่าวคับ
อย่างไงก็ติดต่อมาทาง e-mill นี้นะคับ
pr_sovente@hotmail.com
ขอบคุณมากคับ..โบว์ลิ่ง


โดย: โบว์ลิ่ง IP: 202.149.24.129 วันที่: 16 สิงหาคม 2551 เวลา:0:36:03 น.  

 
Thanks for the great article. I hope to be back to read it again. Please write to me so I like this article. I feel much better and more knowledgeable. Thank you.
PN51D550 Review Samsung PN51D550 Review Bike For Sale Cyber Monday 2012 Cyber Monday Sale Ipad Cyber Monday 32 Inch TV Price Dewalt 18 Volt Battery Scopes BSA Scopes BSA


โดย: couples (AIRRO01 ) วันที่: 10 พฤศจิกายน 2554 เวลา:4:32:01 น.  

 
Thanks for the great article. I hope to be back to read it again. Please write to me so I like this article. I feel much better and more knowledgeable. Thank you.
Samsung Smart TV 2011 30 Inch Lcd Tv Smart Tv 42 inch lcd smart tv 50 inch lcd and led samsung smart tvs for 2011 deals on smart tvs


โดย: couples (AIRRO01 ) วันที่: 21 พฤศจิกายน 2554 เวลา:19:45:27 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

แม่สลิ่ม
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 974 คน [?]




Always be myself
ปากตรงกับใจ
ไม่สตอเบอแหล
และไม่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านนะจ๊ะ

Emergency contact me 081-804-0952

Going Home : Mark Knopfler
.
.
.
Friends' blogs
[Add แม่สลิ่ม's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.