กุมภาพันธ์ 2559

 
1
2
3
4
5
6
8
9
10
11
12
13
15
16
17
19
20
21
22
24
25
26
28
29
 
 
All Blog
หันหน้า หาอดีต : หอประวัติศาสตร์คริสตจักรที่หนึ่ง เชียงใหม่
 7th Feb 2016




วันนี้กรมอุตุ ไม่ใช่กรมอุจุ๊ละ เพราะมันหนาวได้เรื่องค่ะ  วานนี้ยังร้อนแทบละลาย วันอาทิตย์ตอนเช้า ๆ กลับมืดครึ้ม ลมแรง อากาศยังกะต่างประเทศ ฟินใช่เล่นเลยค่ะ วันนี้.... ยังไงก็เถอะ ขอบคุณนะที่อากาศดีอย่างนี้

อาทิตย์บ่ายอย่างนี้ ใจจริงอยากเที่ยวมากค่ะ ติดรถเยอะ ไม่ค่อยสะดวกในการออกตัวเที่ยวที่ไหนเลย อยู่บ้านอัพบล๊อกดีกว่าเน๊อะ เพราะอาทิตย์จากนี้จะยุ่งมาก Smiley ตามไลฟ์สไตล์ของมนุษย์เงินเดือน Smiley



ปัจจุบันจะมีไม่ได้หากปราศจากอดีต "หันหน้า หาอดีต" บล๊อกนี้เป็นเรื่องใกล้ตัว จขบ.พอควร ย้อนดูอดีตกันนิด เผื่อจะเข้าใจความเป็นไปในที่ ๆ ตนอยู่ค่ะ


คริสตจักรที่หนึ่ง เชียงใหม่  แห่งสภาคริสตจักรในประเทศไทย | THE FIRST CHURCH OF CHIANG MAI OF THE CHURCH OF CHRIST IN THAILAND
เลขที่ 10 ถนนเจริญราษฎร์ ต.วัดเกต อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50000 Tel. 053-243072  Fax 053-302531 E-Mail : churchcm1@gmail.com
.
.
.


ประวัติคริสตจักรที่หนึ่ง
เชียงใหม่


เมื่อปี ค..1864(..2407) ในรัชสมัยพระเจ้ากาวิโรรสสุริยวงศ์เป็นผู้ครองนครเชียงใหม่ (เป็นเจ้าหลวง) ฝรั่งคนแรกได้มาถึงเชียงใหม่ท่านผู้นั้นคืออาจารย์ดาเนียล แมคกิลวารีการเดินทางของท่าน มาโดยทางเรือตามลำน้ำเจ้าพระยาจากกรุงเทพฯมาขึ้นที่เมืองตากทั้งนี้เพราะเหตุว่าแม่น้ำปิงตอนจังหวัดตากถึงเชียงใหม่เต็มไปด้วยแก่งหินบางตอนน้ำเชี่ยวมากที่จังหวัดตากอาจารย์ต้องใช้ช้างเป็นพาหนะรอนแรมมาถึงเชียงใหม่ใช้เวลาร่วม 50 วัน การมาเชียงใหม่ครั้งแรกของท่านนั้นเพื่อจะมาเข้าเฝ้าเจ้าเมืองเชียงใหม่ ออกจากกรุงเทพฯ ร่วม 3 เดือนเพื่อจะมาพบเจ้ากาวิโรรส ไร้ผล เพราะพระเจ้าเมืองเชียงใหม่ได้สวนทางกันกับอาจารย์ได้ไปราชการที่กรุงเทพฯ ท่านอาจารย์ได้พักผ่อนที่เชียงใหม่ ในขณะนั้นชาวบ้านไม่เคยเห็นฝรั่งมาก่อนต่างก็แตกตื่นมาดูต่างก็ให้สมญาว่า “กุลาขาว” หรือ “กุลาเผือก” ท่านอาจารย์มีความร้อนรนในการที่จะประกาศพระกิตติคุณในเชียงใหม่จุดประสงค์ในการเพื่อจะขอมาเข้าเฝ้าพระเจ้าเมืองเชียงใหม่นั้นก็เพื่อมาขออนุญาตประกาศข่าวดีข่าวประเสริฐให้แก่ชาวเชียงใหม่ หลังจากพักผ่อนจากการเดินทางอันสะบักสะบอมมาจากกรุงเทพฯท่านอาจารย์แมคกิลวารี ก็ได้รับอนุญาตให้ทำการประกาศคริสตศาสนาในนครเชียงใหม่ได้

ปีค..1867(..2410) อาจารย์แมคกิลวารีพร้อมด้วยครอบครัวกับอาจารย์โยนาธาน วิลสัน และครอบครัวของท่าน ได้อพยพมาอยู่นครเชียงใหม่มาถึงเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ค..1868 (..2411) ที่พักของครอบครัวทั้งสองคือ ศาลากลางเมืองคนเชียงใหม่สมัยนั้นพากันเรียกว่า “ศาลาย่าแสงคำมา” ณ ที่ศาลาที่ๆ พักนั่นเองใครๆ ถึงว่ามีสิ่งแปลกที่น่าจะมาดู คือมี “กุลาเผือก” มาพักอยู่คนจึงแตกตื่นกันมาดูด้วยความอยากรู้อยากเห็นบ้างก็เห็นช้อนส้อมเป็นของแปลกกินข้าวต้องใช้ส้อม ช้อนแทนมือ “หีบเสียง” หรือ “บอกซอ” เป็นหีบที่มีเสียงเพลงต่างก็พากันหอบลูกจูงหลานมาดู มาฟัง นั่นคือโอกาสที่อาจารย์ได้สังสรรค์คนพื้นเมืองต่างก็รู้สึกคุ้นๆ กับ “กุลาเผือก” อาจารย์และครอบครัวให้ความเป็นกันเองกับทุกคนที่มาหา จุดของการสนทนาก็คืออาจารย์และครอบครัวได้หว่านพืชบอกข่าวประเสริฐให้กับทุกคนมีชายคนหนึ่งรูปร่างสูง ขาว ได้วนเวียนมาหาท่านอาจารย์อยู่เสมอ เขาผู้นั้นคือ “หนานอินต๊ะ” ต้นตระกูลอินทะพันธ์ หนาน (ทิด) มีความสนใจเรื่องแปลกๆ ที่อาจารย์เล่าให้ฟังเช่นอาจารย์บอกเขาว่าในวันนั้นจะมืดอยู่ชั่วขณะหนึ่งการณ์นี้จะเกิดในวันนั้นแน่หนานไม่เชื่อ (เพราะรู้เหมือนกันว่าทางเมืองเหนือเรียกกันว่าจันทรคราสตือเดือน)แหละไม่มีใครรู้กำหนด แต่ถึงวันนั้นปรากฎว่าเกิด “สุริยุปราคา” จริงๆ นี้คือเหตุที่ทำให้ “หนานอินต๊ะ” มีความเลื่อมใสในอาจารย์ได้เริ่มเรียนคริสตศาสนา




วันที่ 19 เมษายน ค..1868 อาจารย์แมคกิลวารีได้ประกาศตั้งคริสตจักรในเชียงใหม่เป็นคริสตจักรแรกในภาคเหนือสมาชิกของคริสตจักรมี 2 ครอบครัว คือครอบครัวของท่านอาจารย์ทั้งสองนั้นเอง

วันที่ 3 มกราคม 1869 (..2412)หนานอินต๊ะ ได้รับบัพติสมาเป็นคริสเตียนคนแรก หลังจากนั้น 7 ปี นางจันทร์ ภรรยากับบุตรของหนานอินต๊ะได้เข้าเป็นคริสเตียนเมื่อ 3กันยายน ค..1876 พระเจ้ากาวิโรรสสุริยวงศ์มีความเอื้อเฟื้อต่อครอบครัวของอาจารย์ทั้งสองเป็นอย่างมากได้อนุญาตให้หาเลือกซื้อที่ดินได้ตามความพอใจท่านอาจารย์จึงมาซื้อที่ดินริมฝั่งแม่น้ำปิงด้านตะวันออกคือที่ดินที่ตั้งโบสถ์ขณะนี้

วันที่ 2 พฤษภาคม ค..1869 “น้อยสุริยะ”รับศีลบัพติสมาเป็นคริสเตียนคนที่สอง คนนี้เป็นคนบ้านนอกดูเหมือนจะเป็นหมอยาหรือหมอเวทมนต์คาถาได้ยินคำเล่าลือถึง “กุลาเผือก” ก็แวะไปดูและได้คุยกันบ้างเพียงเล็กน้อยก็เลยไปที่อื่นเสียแต่ยังติดใจอยู่ เวลาบ่ายก็กลับมาหาอาจารย์ (กุลาเผือก)คราวนี้ได้สนทนากันเป็นเวลานานเป็นที่ถูกอกถูกใจกันมากจนเย็นลงจึงกลับบ้านแต่ก่อนจะกลับนั้นอาจารย์มีคำขอว่าในวันอาทิตย์หน้าเวลาเช้าขอเชิญมาคุยอีกจะได้หรือไม่น้อยสุริยะก็รับคำและสัญญาว่าจะเข้ามาหาอีกในอาทิตย์หน้าเขาได้มาและได้ยินคำเทศนาของอาจารย์มีความสนใจมากจนคืนนั้นปรากฎว่าเขานอนค้างกับอาจารย์ที่ศาลาแห่งนั้นเมื่อกลับบ้านก็เล่าให้ภรรยาและบุตรฟังนางคำมูลกับบุตรของน้อยสุริยะได้รับศีลตามสามีเมื่อ 2 มกราคมค..1876

เมื่อ 27 มิถุนายน ค..1869 แสนยาวิชัยได้รับศีลเป็นคริสเตียนเป็นคนที่ 3 (คนนี้ปรากฎว่ารับศีลแล้วย้ายไปอยู่ต่างจังหวัดเรื่องราวของคนผู้นี้เป็นที่เงียบหายไป) คริสเตียนคนที่ 4มีชื่อว่าหนานไชยเพื่อนสนิทกับน้อยสุริยะเขาผู้นี้เป็นครูสอนภาษาพื้นเมืองเชียงใหม่ให้กับอาจารย์วิลสัน เขารับศีลเมื่อ 1สิงหาคม ค..1868



โศกนาฎกรรมสำหรับชาวคริสเตียนได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกและอาจจะเป็นครั้งสุดท้ายคือว่าเมื่อ14 กันยายน ค..1869 น้อยสุริยะกับหนานไชยถูกประหารชีวิตที่ป่าหนามเล็บแมวทั้งนี้เพราะพญาสามล้านเทพสิน มีศักดิ์เป็นพญาเค้าสนามของพระเจ้ากาวิโรรสพระเจ้าเชียงใหม่ พญาสามล้านเป็นผู้มีอำนาจได้เรียกตัวหนานทั้งสองมาไต่ถามปากคำว่าเขาทั้งสองเป็นศิษย์ของพระเยซูใช่หรือไม่ เพราะความเชื่อและได้เดินตามพระบาทของพระองค์พระองค์เป็นทางนั้นแห่งความจริงและชีวิตทั้งสองคนจึงต้องอาญาและถูกประหารชีวิต การประกาศศาสนาจึงหยุดชะงักชั่วคราวบรรดาลูกจ้างคนงานต่างพากันกลัวอาญาของพญาเค้าสนาม พากันแตกตื่น หนีกันไปหมดหนานอินต๊ะได้หนีไปซ่อนตัวอยู่ชั่วคราวเมื่อเหตุการณ์นั้นสงบลงก็กลับมาและเขาก็ได้สถาปนาเป็นผู้ปกครองคนแรกของคริสตจักรในเชียงใหม่หนานอินต๊ะเป็นคริสเตียนอยู่ 13 ปีถึงแก่กรรมเมื่อเดือนสิงหาคม ค..1882







ผู้ปกครองคนที่
2คือหนานศรีวิชัยต้นตระกูล “วิชัย” ท่านผู้นี้ได้รับบัพติสมาปีค..1877 รับตำแหน่งเป็นผู้ปกครองหลังจากรับบัพติสมา 3 ปีคือเมื่อปี ค..1880

ศิษยาภิบาลคนแรกของคริสตจักรในเชียงใหม่คือ“หนานนันตา” ท่านผู้นี้มาเรียนรู้ในเรื่องพระเจ้ากับอาจารย์ทั้งสองแต่ในขณะที่เหตุการณ์ประหารชีวิตคริสเตียนทั้งสองหนานนันตากลัวอาชญาของพระเค้าสนาม ได้หนีภัยไปอยู่นอกอาณาเขตไทยคือไปอยู่กับพวกกะเหรี่ยง (ยางแดง) ท่านไปอยู่ที่นั่นเป็นเวลา12 ปี เหตุการณ์นั้นได้สงบลงแล้วท่านได้กลับมาหาอาจารย์ได้เล่าเรียนเรื่องพระเจ้าอีกมีความเชื่ออย่างแน่นแฟ้น จนได้รับตำแหน่งเป็นผู้ปกครองคริสตจักรมีความปราดเปรื่องในพระคัมภีร์ที่สุด ได้รับสถาปนาเป็น ศิษยาภิบาล นับเป็นศิษยาภิบาลคนแรกในสมัยนั้นใครต่อใครเรียกท่านว่า “ครูนันตา” (เสียดายที่ท่านไม่มี บุตรชายสืบตระกูล เราจึงไม่ทราบอะไรต่อมา)

อาจารย์วิลสันนอกจากท่านจะเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านคริสตศาสนา ประกาศพระกิตติคุณขององค์สมเด็จพระมหาเยซูคริสต์เจ้าท่านเป็นมิชชันนารีมาเพื่อประกาศ อาจารย์วิลสันเรียกได้ว่าท่านเป็นสถาปนิก ผู้หนึ่งและท่านยังมีพรสวรรค์ในการร้องเพลง เล่นดนตรี (หีบเพลง)ท่านได้ประพันธ์เพลงไว้หลายบท ต่อมาท่านได้ย้ายจากจังหวัดเชียงใหม่ไปจังหวัดลำปางที่ลำปางท่านได้ตั้งคริสตจักรที่ลำปาง (ชาวคริสเตียน นครลำปางรู้จักกันดี) ท่านได้ถึงแก่กรรมที่จังหวัดลำปาง ศพของท่านถูกฝังไว้ที่นั่น


อาจารย์แมคกิลวารี

(ลืมบอกไปว่าคนในสมัยนั้นเรียกท่านว่าพ่อครูหลวง) นับตั้งแต่ท่านมาอยู่เชียงใหม่ ท่านให้ความเป็นกันเองทุกคน จะเป็นเจ้านายหรือคนบ้านนอก บ้านนา ท่านสังคมกับคนไม่เลือกหน้าท่านจึงเป็นบุคคลที่มีคนรู้จักมาก อาจารย์แมคกิลวารีไม่ได้เรียนมาในทางแพทย์อาจารย์ก็มีความรู้ทางแพทย์อยู่บ้าง จนในสมัยนั้นฝรั่งที่ขึ้นมาใครต่อใครจึงมักเรียกว่า “พ่อเลี้ยง”หรือหมอเชียงใหม่ในสมัยนั้นยังไม่รู้ในเรื่องการแพทย์สมัยใหม่เจ็บป่วยก็ต้องมีการไล่ผี เลี้ยงผี หมอในสมัยนั้นก็คือหมอผีหรือหมอเวทมนต์ผู้ที่ป่วยส่วนมาก ก็มีการเจ็บไข้เป็นส่วนมาก อาจารย์แมคกิลวารีมียาควินินซึ่งขณะนั้นเรียกได้ว่าเป็นยาขนานเดียวที่รักษาไข้อย่างชะงักอาจารย์เป็นผู้นำมาเผยแพร่ แต่ไม่มีใครยอมรับเอาไปกินเมื่อเกิดมีอาการขนาดเพ้อเขายังพากันคิดว่าผีเข้า หมอผีถูกเรียกมาขับไล่จะรับเอายาควินินมากินก็ยังกลัว “กุลาเผือก” หลอกเอาไปให้ยักษ์กิน โรคห่า อีกอย่างหนึ่งซึ่งระบาดมากคือ ฝีดาษ เมื่อเป็นก็ไม่มีทางรักษาเป็นขนาดต้องรอความตาย ใช้ใบตองกล้วย รองนอน หากโชคดีรอดตายก็เสียโฉมอาจารย์ก็มีหนองฝีปลูกให้ไม่มีใครรับเอายาไปกิน ไม่มีใครเชื่อยอมให้ปลูกฝีแต่ในที่สุดผู้รับเอายาควินินไปกินบำบัดไข้คนแรกคือ แสนยาวิชัย (หนานศรีวิชัย) บิดาของอาจารย์ ศรีโหม้ วิชัย ต่อมาจึงเป็นที่แพร่หลายไปการปลูกฝีครั้งแรกมีเด็กที่กล้าเข้ามาหาอาจารย์ขอให้อาจารย์ปลูกให้เด็ก 3 คน คนหนึ่งในจำนวนนั้นคืออาจารย์ศรีโหม้ วิชัย ขณะนั้นมีอายุได้ 7 ขวบนี่แหละคือผลที่มากับการประกาศข่าวอันประเสริฐ

โบสถ์คริสตจักรหลังแรกก็คือบ้านของอาจารย์แมคกิลวารี เป็นบ้านพักชั่วคราวซึ่งหลังคามุงด้วยหญ้าคาบ้านพักของอาจารย์ได้สร้างถาวรขึ้นแล้วอาจารย์ได้สร้างโรงเรียนหญิงใกล้กันกับบ้านพักของท่าน(คือโรงเรียนพระราชชายา) ต่อมาเป็นโรงเรียนดาราสาขา(ขณะนี้ย้ายเข้ารวมอยู่ในโรงเรียนดาราวิทยาลัยแล้ว) การนมัสการพระเจ้าก็ได้ย้ายจากบ้านพักของอาจารย์ที่โรงเรียนหญิงก็คงนับได้ว่าที่นี่เป็นโบสถ์หลังที่สอง การนมัสการ ณ สถานที่นี้คงดำเนินไปได้นานพอสมควร

ในปี ค..1889 (..2432) มีครอบครัวคริสเตียนครอบครัวหนึ่งในสหรัฐอเมริกาได้ยกมรดกที่ได้รับจำนวนหนึ่งให้เพื่อใช้ในการสร้างโบสถ์คริสตจักรที่หนึ่งเชียงใหม่ ด้วยเหตุผลว่าในขณะนั้นคริสตจักรมี คริสตสมาชิกมาก โบสถ์ถาวรยังไม่มีต้องอาศัยอาคารเรียนหญิงเป็นที่นมัสการ ห้องประชุมก็คับแคบไม่พอที่จะบรรจุสมาชิกการก่อสร้างโบสถ์หลังใหม่ (โบสถ์เชิงสะพานที่เพิ่งย้ายมา)การสร้างได้ใช้ไม้เป็นส่วนใหญ่ โรงเลื่อยจักรหมอชิคเป็นผู้ส่งไม้ (หมอชิคได้มาเป็นมิชชันนารีแต่ภายหลังลาออกไปตั้งโรงเลื่อยชาวพื้นเมืองมักจะพากันเรียกฝรั่งหรือมิชชันนารีว่าหมอโรงเลื่อยจักรนั้นปัจจุบันคือคุ้มวงตะวัน) เพื่อใช้ในการก่อสร้าง รวมราคาก่อสร้าง 7,000 เหรียญดอลล่าร์เทียบกับเงินบาทในสมัยนี้ได้แต่ในสมัยนั้นประมาณเป็นเงิน 15,000 บาทคริสตสมาชิกในขณะนั้นรวมทั้งลูกเล็กเด็กแดงมีประมาณ 500 คนได้ร่วมกันบริจาคประมาณ 1,800 บาท

โบสถ์เสร็จกระทำพิธีฉลองในวันที่9 สิงหาคม ค..1891 คริสตสมาชิกในเชียงใหม่-ลำพูนและจังหวัดใกล้เคียงมารวมกันที่โรงเรียนหญิงประมาณ 500 คนพากันเดินขบวนอย่างมีระเบียบตรงมายังโบสถ์ใหม่ซึ่งอยู่ตรงข้ามถนนเจริญเมืองในการนมัสการพิเศษมอบพระวิหารของพระเจ้านั้นผู้เทศนาคืออาจารย์แมคกิลวารี ท่านได้ใช้พระธรรมเอสเคลบทที่ 47 ข้อ 1-5 เป็นหัวข้อเทศนาหมอดอดด์เป็นผู้อธิษฐานมอบถวายโบสถ์ให้แก่องค์พระผู้เป็นเจ้า ท่านอาจารย์คอลินส์ได้ประกอบพิธีศีลบัพติสมาแก่สมาชิกใหม่รวม 5 ท่านศิษยาภิบาลนันตา (ครูนันตา)ประกอบพิธีศีลระลึกนับจากวันนั้นเป็นต้นมาโบสถ์อันถาวรของคริสตจักรที่หนึ่ง เชียงใหม่ได้เริ่มต้นสืบต่อมาด้วยอายุอันยาวนาน ที่ดินของโบสถ์เจ้าหลวงในสมัยนั้นเป็นผู้ยกให้ (แต่ปรากฎว่าหลังท่านอาจารย์แมคกิลวารีต้องให้เงินแก่ผู้อาศัยอยู่เดิมเป็นการตอบแทนในอันที่จะไปหาที่อยู่ใหม่)

นับแต่อาจารยแมคกิลวารีและอาจารย์วิลสันได้ประกาศตั้งคริสตจักรที่หนึ่ง เชียงใหม่ เมื่อ19 เมษายน ค..1868 (..2411) จนถึงบัดนี้มีอายุครบ 100 ปี บริเวณของโบสถ์และตัวอาคารของโบสถ์ปัจจุบันได้เป็น โรงเรียนเชียงใหม่คริสเตียนไปแล้วและนับจากวันฉลองโบสถ์หลังนั้น 9 สิงหาคม ค..1891 (..2434) จนถึงบัดนี้ 77 ปี เปรียบกับคนอายุ 77 ปี ก็นับว่าแก่ชราลงมากเช่นกันกับตัวอาคารของโบสถ์มีความชำรุดทรุดโทรมอย่างเห็นได้ชัดคณะธรรมกิจของคริสตจักรและบรรดาสมาชิกจึงมีความเห็นว่าต้องสร้างตัวอาคารโบสถ์ใหม่ขึ้นแทน




เหตุผลในการที่จะสร้างนั้น ถ้าประมาณแล้วก็เป็นดังนี้คือ โบสถ์ผุผังลงมากเสาโบสถ์ชำรุดน่ากลัวอันตราย ประการที่ 2 โบสถ์ที่สร้างมา 77ปีแล้วที่ว่าโอ่โถงในสมัยนั้นขณะนี้คับแคบลงสมาชิกของคริสตจักรเพิ่มมากขึ้น ต้องแบ่งการนมัสการเป็นสองรอบอนึ่งถ้าหากว่ามีนักเรียนจากสองโรงเรียน คือปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัยกับโรงเรียนดาราวิทยาลัยมาร่วมนมัสการเหมือนสมัยก่อนแล้วโบสถ์จะยิ่งไม่พอบรรจุนี่แหละคือ เหตุผลอันใหญ่ยิ่งที่จะต้องสร้างโบสถ์ใหม่

เหตุผลในการย้ายที่ตั้งของโบสถ์ในสมัยเริ่มแรกตามที่กล่าวมานั่นก็คือว่าโบสถ์หลังใหม่ต้องมีเนื้อที่กว้างกว่าบริเวณของโบสถ์ก็ต้องกว้างเช่นกัน อีกอย่างก็คือว่าในบริเวณเดียวกันนี้สมควรจะมีสถาบันต่างๆเกี่ยวกับคริสตสถาน เป็นต้นว่าที่ทำการของคณะสตรีคริสเตียน อนุชนกองประกาศเผยแพร่กองบรรณศาสตร์สถานฝึกอาชีพ คลังสมุดคริสเตียน และกำลังอยู่ในชั้นดำริอยู่คือสถานที่สำหรับคนชรา (แหละอีกประการหนึ่งก็คือเดิมที่ทางราชการจะขยายถนนเชียงใหม่-ลำพูน การขยายถนนนั้นต้องลึกล้ำเข้ามายังที่ดินของโบสถ์ก็ยิ่งจะทำให้อาณาเขตของโบสถ์คับแคบลงไปคณะกรรมการจึงต้องหาที่ใหม่ที่จะต้องใช้แทนโบสถ์เก่าของเราซึ่งก็ได้สร้างโบสถ์ใหม่ของเราปัจจุบันนี้สำหรับการขยายถนนของทางเทศบาลก็ได้ขยายจริง แต่ได้เปลี่ยนนโยบายใหม่แทนคือ ขยายไปทางลำน้ำปิงเสีย)

ทางคริสตจักรที่หนึ่งเชียงใหม่ ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นเรียกว่า “กรรมการสร้างโบสถ์”ในที่สุด แบบแปลนโบสถ์ซึ่งอาจารย์เทเลอร์ พอทเตอร์สถาปนิกของสภาคริสตจักรได้เป็นผู้ออกแบบแปลนโบสถ์ที่เราใช้นมัสการนี้ชนะการประกวดในสหรัฐอเมริกาได้รับรางวัลที่ 1 เป็นผลให้อาจารย์ผู้ออกแบบได้รับเชิญให้ไปสอนยังมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกาการก่อสร้างได้เริ่มและเสร็จลงด้วยเงิน 1,200,000.- บาท ครอบครัวของพ่อเลี้ยงจันทร์ตา อินทราวุธได้สร้างศาลาสำหรับการศึกษาเรียนพระวจนะของพระเจ้าในวันอาทิตย์และทำกิจกรรมต่างๆและครอบครัวสิงหเนตรได้สร้างหอระฆังและไม้กางเขนเพื่อเป็นสัญลักษณ์ถึง พระเยซูคริสต์ผู้เป็นขึ้นมาจากความตายและสัญญาณเรียกคนให้มานมัสการพระองค์ในวัน    (ที่มา : https://sites.google.com/site/church1chiangmai/khaw-prachasamphanth/bthkhwam)








โมเสสเด็กโบสถ์




เป็นความหวังเล็ก ๆ ของจขบ.เหมือนกัน อยู่จนแก่เฒ่า และศรัทธาจนแก่เฒ่า  ^^
.
.
.






อประวัติศาสตร์คริสตจักรที่หนึ่ง เชียงใหม่

หอประวัติศาสตร์คริสตจักรที่หนึ่งเชียงใหม่ ตั้งอยู่ใน คริสตจักรที่หนึ่งเชียงใหม่ ด้านหลัง ชั้นล่างของโบสถ์
แม้จะมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก แต่ก็บันทึกเรื่องราว ประวัติความเป็นมาของคริสตศาสนาที่เติบโตนับจากอดีต สู่ปัจจุบันได้ครบถ้วนค่ะ หลักฐานสำคัญหลายชิ้นอันที่นี่ เชื่อมโยงสัมพันธ์กับหลายหน่วยงาน อย่าง รร.ปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย รร.ดาราฯ  รพ.แมคคอมิค เป็นต้น ฯ





ภาพเก่า หาดูยากค่ะ เชียงใหม่ และลำน้ำปิงในสมัยเก่า ๆ น่ารัก เงียบ สงบ



















หันหน้า หาอดีต






















.
.
.



ขอบคุณที่มิชชั่นนารีรุ่นต่อรุ่นที่ดั้นด้นมาสยาม  นำเอาศาสนา วิทยาการ และความเจริญมาสู่ล้านนา จขบ.รู้ว่า ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะทำโดยปราศจากใจรักสุดใจ  การมาของพวกเขาทำให้เกิดโรงเรียนดี ๆ อย่าง รร.ปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย  รร.ดาราวิทยาลัย  รร.เชียงใหม่คริสเตียน และ รพ.แมคคอมิค - รพ.แมคเคน



































.
.
.









และซึ่งผูกพันไว้...
ไม่มีคำว่าบังเอิญในชีวิตคริสเตียน ที่ ๆ อยู่ หรือ ไป เป็นที่ ๆ ได้รับการเลือก และเตรียมไว้ให้เรา


.
.
.














Photo blog ค่ะ - ขอบคุณที่แวะมา ^^








Create Date : 07 กุมภาพันธ์ 2559
Last Update : 8 มีนาคม 2559 19:36:09 น.
Counter : 1045 Pageviews.

27 comments
  
สุขสันต์วันตรุษจีนครับ

คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ mariabamboo เรียบร้อยแล้วนะคะ
โดย: **mp5** วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:16:13:28 น.
  
โหวต Photo Blog ครับ

พี่ก๋าผ่านบ่อยมาก
เพราะสมัยก่อนบ้านอยู่แถววัดท่าสะต๋อยครับ
แต่ไม่เคยได้เข้าไปเลย

ประวัติการก่อสร้างน่าสนใจมากครับ



ปล. ตอนนี้อากาศก็ดูว่าเย็นลงนะครับ
พรุ่งนี้น่าจะเย็นต่อเนื่องอีกวันครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:18:21:13 น.
  
พี่ชอบภาพปิด ประโยคปิดค่ะ ... ไม่มีคำว่า "บังเอิญ" ในชีวิต ... ที่ ๆ อยู่ หรือ ไป เป็นที่ ๆ ได้รับการเลือก และเตรียมไว้ให้เรา


บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
toor36 Cartoon Blog ดู Blog
mariabamboo Photo Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


*** ภูห้วยอีสัน ก่อนหน้าวันที่พี่จะไป ลมแรง ไม่มีหมอกหนา ๆ แบบนี้ โชคดีมากค่ะ ที่เจอ คุ้มค่ากับการตื่นตี 4 เลยค่ะ
โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:19:12:48 น.
  
ไม่เคยไปที่นี่เลยค่ะ

จขบ.เป็นคริสเตียนเหรอคะ?

เพิ่งรู้ว่าคริสเตียนเชื่อเรื่องนี้..ไม่มีเรื่องบังเอิญ คล้ายศาสนาพุทธเลยนะคะ

เพลงเพราะมากๆ เลยค่ะ


วันนี้โหวตเต็มแล้ว แปะใจให้อย่างเดียวก่อนนะคะ เดี๋ยววันอื่นมาโหวตให้ค่ะ


คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ mariabamboo เรียบร้อยแล้วนะคะ

คุณเหลือ อีก 1 ดวง สำหรับวันนี้ค่ะ
โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:19:17:58 น.
  
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
mariabamboo Photo Blog ดู Blog

----------------------------------------

ภาพแรกสีฟ้าสวยได้ใจเลยค่ะ
บล็อกนี้เป็นเรื่องใกล้ตัว ... ความสุขอยู่ใกล้ตัวแค่เอื้อมนี่เองนะคะ
อยู่ที่เราจะค้นพบหรือไม่นั่นเอง อิอิ
โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:20:27:20 น.
  
ฝากหัวใจแปะไว้ด้วยค่ะ


คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ mariabamboo เรียบร้อยแล้วนะคะ

คุณเหลือ อีก 9 ดวง สำหรับวันนี้ค่ะ
โดย: pantawan วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:20:36:49 น.
  
เป็นสถานที่ที่น่าสนใจมากค่ะ


บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
mariabamboo Photo Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: pantawan วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:20:38:00 น.
  
คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ mariabamboo เรียบร้อยแล้วนะคะ

ปัจจุบันจะมีไม่ได้หากปราศจากอดีต "หันหน้า หาอดีต" ชอบคำนี้มากๆ ครับ ผมเป็นคนนึงที่ชอบเรื่องราวของประวัติศาสตร์ หรือเรื่องราวในอดีต เพราะมันเป็นเหมือนพื้นฐานหรือรากเหง้าของปัจจุบันคับ

วันนี้โหวตหมด ขอแปะหัวใจไว้ก่อนคับผม
โดย: NaiKonDin วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:20:59:08 น.
  

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
mambymam Music Blog ดู Blog
เนินน้ำ Food Blog ดู Blog
กาปอมซ่า Diarist ดู Blog
เหมือนพระจันทร์ Literature Blog ดู Blog
mariabamboo Photo Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น

สวัสดีวันตรุษจีนค่ะคุณแม่โม พี่กิ่งตามมาชมภาพหอประวัติศาสตร์เชียงใหม่ค่ะคุณแม่โมขยันอัพบล็อกจริงๆ
ภาพสวยมากค่ะพี่กิ่งโหวตให้เลยค่ะ

วันนี้ใจหมดแล้วค่ะไว้มาแปะให้ใหม่นะคะ

สุขสันต์วันตรุษจีนค่ะ

โดย: กิ่งฟ้า วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:21:55:47 น.
  
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
mariabamboo Photo Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
................
สุขสันต์วันตรุษจีนค่ะ
โดย: Opey วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:0:41:56 น.
  
ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดใช้ค่ะ
เมื่อกลางวันมาอ่านไปรอบแล้ว
รอมาอีกทีตอนดึก ๆ พร้อมโควต้าโหวตค่ะ
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
mariabamboo Travel Blog ดู Blog
โดย: เนินน้ำ วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:0:43:37 น.
  
thx u crab
โดย: Kavanich96 วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:1:47:10 น.
  
สวัสดียามเช้าครับแม่โม

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:6:41:16 น.
  
ตามไปเที่ยวด้วยคนนะคราบ
โดย: ทนายอ้วน วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:10:40:04 น.
  
คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ mariabamboo เรียบร้อยแล้วนะคะ

------------------------------

ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดใช้
แต๊ะเอียด้วยบล็อกใหม่และหัวใจค่า อิอิ

เอ่อ แม่โมขา แปะหัวใจให้เราผิดคนหรือเปล่าคะ แฮ่ ๆ
เห็นแปะว่า "คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ กิ่งฟ้า เรียบร้อยแล้วนะคะ"
โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:11:13:06 น.
  
มาแปะหัวใจให้เช่นกันครับ

ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตนะครับ

หมิงหมิงก็ใกล้สอบแล้ว
พี่ก๋าก็ติวข้อสอบให้บ้างแบบไม่เข้มข้นครับ 555

เอาเนื้อหาวิชามาเล่นถามตอบกันครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:13:43:32 น.
  
แวะมาเยี่ยมครับ
ไปเชียงใหม่ทีไรไม่ค่อยได้เที่ยวในเมือง
เลาะออกด้านนอกเสมอ...ที่จริงนอกจากวัดแล้ว เชียงใหม่ยังมีอะไรเยอะแยะเลยนะครับ
โดย: wicsir วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:13:44:14 น.
  
mariabamboo Photo Blog ดู Blog


มาโหวตค่าา
โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:15:08:49 น.
  
ส่งรัก ส่งยิ้มค่ะ แม่โม


คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ mariabamboo เรียบร้อยแล้วนะคะ



โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:16:01:03 น.
  
สวัสดียามเช้าครับแม่โม

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:6:25:17 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับแม่โม

พรุ่งนี้หมิงหิมงหยุด
ให้มาดามพาไปเที่ยวครับ
พี่ก๋ายังทำงาน 555

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:14:17:00 น.
  
มาขอบคุณสำหรับโหวตค่าา

แปะใจบอกรักด้วยนะคะ

คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ mariabamboo เรียบร้อยแล้วนะคะ

คุณเหลือ อีก 0 ดวง สำหรับวันนี้ค่ะ



เราเองก็ได้ไปกินร้านนี้เพราะคุณก๋าแนะนำค่ะ ไม่งั้นก็ไม่รู้จักเหมือนกันค่ะแม่โม
โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:14:21:55 น.
  
คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ mariabamboo เรียบร้อยแล้วนะคะ

------------------------------

ขอบคุณสำหรับโหวตค่า แปะใจให้ด้วยนะคะ
โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:18:09:17 น.
  
สวัสดียามค่ำคืนคับผม วันนี้แวะกลับมาโหวตให้คับผม

ขอบคุณคับที่แวะไปเยี่ยมที่บล็อกสองรอบเลย

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
mariabamboo Photo Blog ดู Blog
โดย: NaiKonDin วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:22:44:20 น.
  
คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ mariabamboo เรียบร้อยแล้วนะคะ

คุณเหลือ อีก 7 ดวง สำหรับวันนี้ค่ะ

สวัสดีค่ะคุณแม่โมพี่กิ่งตามมาแปะใจให้ค่ะบ้านพี่กิ่งก็กลับมาหนาวอีกแล้วค่ะเดี๋ยวหนาวเดี๋ยวร้อนร่างกายจะรับไม่ไหวแล้วค่ะ

หลับฝันดีนะคะ



โดย: กิ่งฟ้า วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:0:55:43 น.
  
สวัสดียามเช้าครับแม่โม

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:7:05:22 น.
  
ผมเคยผ่าน แต่ไม่เคยเข้าไปเยี่ยมชม ไม่นึกว่าจะมีประวัติศาสตร์ที่ให้ความรู้น่าสนใจขนาดนี้

แปะใจให้ครับ
โดย: แมวเซาผู้น่าสงสาร วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:10:39:06 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

BlogGang Popular Award#13



mariabamboo
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 50 คน [?]



This blog has begun on 15th Mar '10
Gypsyaiko : I'm just the ordinary one
demo, Moses wa watashi no Extraodinary one desune.

"แม่โมเป็นผู้หญิงธรรมดา
คลั่งทุกเรื่องของญี่ปุ่นมาก
ชอบการเดินทาง ท่องเที่ยว และธรรมชาติ
จำได้ว่า ..ไดอารี่.. เป็นงานถนัดแต่ไหนแต่ไรมา
ชอบขีดเขียน บันทึกอะไรต่อมิอะไร
ไม่แปลกที่ตอนนี้จะมีบล๊อคเพื่อบันทึกเรื่องลูก
และเรื่องท่องเที่ยวเอาไว้"

"ลูก" จขบ.เลี้ยงให้เขาเป็นคนธรรมดา
ไม่ได้คาดหวังให้เป็นคนเก่ง หรือคนเหนือคน
ดังนั้น เราจึงเลี่ยงการเลี้ยงลูกอย่าง super kid

"เที่ยว" จขบ.เป็นคนชอบเที่ยว
แต่ก็ไม่ได้เที่ยวเป็นอาชีพ
ดังนั้น ข้อมูลที่แบ่งปันจึงเป็นข้อมูลที่ได้รับจากประสบการณ์ตรงอาจมีผิดพลาดบ้าง




#Gypasyaiko #Takeaiko #วิถีบล๊อกเกอร์



2013 : ชมเชยรีวิว"บ้านหมอนอุ่น"ของไปไหนดี
2015 : รางวัล "รีวิวเที่ยวไปทั่ว กลัวไม่ได้เที่ยว"
2015 :
2016 :






สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์
พ.ศ.2537 ไม่อนุญาติให้คัดลอกรูปภาพ
หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดในบล็อคไปใช้
ในการเผยแพร่ หากต้องการนำไปใช้ต้อง
ได้รับอนุญาตอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร
จากเจ้าของบล๊อค และอ้างอิงแหล่งที่มา
ของเนื้อหา รูปภาพ หากผู้ใดละเมิด
จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายที่กำหนดไว้สูงสุด



MY VIP Friends