Smiley Som Orange ฉัน หมาแมว และความฝัน Smiley
Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2569
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
 
26 กุมภาพันธ์ 2569
 
All Blogs
 

26​ กุมภาพันธ์​ 2569​ ฉันส่งไวท์ไปถึงฝั่งแล้ว​ ตอนที่​ 2

ฉันส่งไวท์ไปถึงฝั่งแล้ว​ ตอนที่​ 2


ไวท์​ ลูกชายของฉัน
ไวท์​ เกิดประมาณต้นเดือนเมษายน​ ปี​ 2560
ฉันไม่รู้วันเกิดที่แน่ชัดก็เพราะว่า
ในตอนแรก​ แม่แมวกับบรรดาลูก​ ๆ​ ของมัน​
เคยเป็นแมวจรมาก่อน​ และมาอาศัยอยู่ที่บ้าน
ก่อนจะถูกนำมาเลี้ยงบนบ้านด้วยระบบปิด
แม่แมวและลูก​ ๆ​ ถูกเลี้ยงด้วยระบบเปิดมาสักระยะ
ฉันจึงไม่รู้วันเกิดที่แน่ชัดว่าแม่แมว​คลอดลูกวันไหน

ไวท์​ เกิดต้นเดือนเมษายน​ ปี​ 2560
และตายในวันที่​ 4 กุมภาพันธ์​ 2569
วันตายนั้น​ ฉันต้องรู้แน่นอน​ เพราะฉันเลี้ยงด้วยระบบปิด
เลี้ยงอยู่ในบ้าน​ อยู่ในสายตา​มาโดยตลอด
ตั้งแต่อายุประมาณ​ 5-6​ เดือน​ จนถึง​อายุ​ 9​ ปี

แม้ว่า​ ไวท์จะจากฉันไปเกือบเดือนนึงแล้ว
แต่ความคิดถึง​ ความอาลัยอาวรณ์
ความรู้สึกผิด​ การตั้งคำถามกับตัวเอง
และการอยากย้อนเวลา​ ก็ยังคงฝังหัวอยู่ตลอดเวลา
ไม่ได้จางหายไปเลย
แม้จะเดินหน้าต่อ​ พยายามเข้มแข็งขึ้นอีกนิดเพื่อลูกที่ยังเหลือ
แต่ก็ยังไม่สามารถทำใจยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้อยู่ดี

ฉันรู้ว่า​ ไม่มีอะไรจะอยู่กับเราไปได้ตลอด
ไม่วันนี้​ ก็วันหน้า​ เราก็ต้องจากกันอยู่ดี
ฉันรู้ว่าในสักวัน​ แมวต้องจากฉันไปทุกตัว
ฉันเองก็ทำใจพร้อมยอมรับเงื่อนไขนี้มาโดยตลอด
เพียงแต่ว่า​ พอมันไม่เป็นไปตามสิ่งที่มันควรจะเป็น
ฉันจึงยอมรับไม่ได้​ และรู้สึกตัวเองล้มเหลว
มันผิดหวัง​กับตัวเอง​ มันผิดคาดไปจากสิ่งที่คิดเอาไว้

แมว​ มีอายุเฉลี่ย​ 15-20​ ปี
ถ้าเป็นไปตามเงื่อนไขนี้
ถึงแม้การจากกัน​ จะทำให้ฉันเสียใจ
แต่ฉันก็พร้อมที่จะทำใจยอมรับมันได้ง่ายกว่า

เหมือนที่ฉันสูญเสีย​ ไจแอนท์​(หมา)​ อายุ​ 15​ ปี
และพลอย(แมว)​ อายุ​ 19​ ปี
แม้จะร้องไห้​ เสียใจ​ แต่ก็ไม่รู้สึกว่าฉันผิดหวัง​หรือล้มเหลว
เพราะก็อยู่ด้วยกันมาทุกช่วงอายุแล้ว
เด็ก​ หนุ่มสาว​ วัยกลางคน​ วัยแก่​ วัยชรา
ฉันก็ได้รักและอยู่ดูแลพวกเขามาจนครบทุกวัยแล้ว
พวกเขาก็แก่ชรามาก​ โรยราแล้ว
แม้ไม่อยากปล่อยมือ​ ก็ต้องปล่อย​ เพราะมันสุดทางแล้วจริง​ ๆ
ฉันก็ไม่ใช่คนที่จะมางอแง​ ไม่มีเหตุผล

แต่สำหรับไวท์และจัมโบ้​ 
สิ่งที่เกิดขึ้น​ ฉันปฏิเสธที่จะยอมรับความจริงโดยสิ้นเชิง
แมวอายุเฉลี่ย​ 15-20​ ปี
แต่ฉันสูญเสียจัมโบ้ที่อายุเพียง​ 5 ปี
ถ้าเป็นคนคืออายุประมาณ​ 30​ กลาง​ ๆ​ เขายังหนุ่มมาก
เขาควรที่จะได้มีชีวิตอยู่ต่อไปอีก​ 10 ปีด้วยซ้ำ
ครั้งนั้น​ ปี​ 2565​
เมื่อ​ 4 ปีก่อน​ ฉันก็ใจแหลกสลายไปแล้วนะ
ผิดหวัง​ ล้มเหลวในชีวิตมาก

มาครั้งนี้​ ปี​ 2569
ฉันต้องสูญเสียไวท์ที่อายุ​ 9 ปี​ ไปอีก
ความผิดหวัง​ ล้มเหลว​ กลับมาตอกย้ำซ้ำ​ ๆ
ถึงแม้ไวท์จะอยู่ในวัยกลางคน​ เริ่มจะแก่
ถ้าเป็นคนคืออายุประมาณ​ 50​ ต้น​ ๆ
เขาควรที่จะอยู่ต่อได้อีก​ 5-6​ ปี​ ไม่ใช่เหรอ
ฉันจึงไม่สามารถทำใจยอมรับได้จริง​ ๆ

ทั้งจัมโบ้และไวท์​ ไม่อยู่ในอายุที่ควรจะตาย
5 ปี​ และ​ 9​ ปี​ ไม่สมควรจริง​ ๆ

ตอนนี้​ แมว​ 12​ ตัวที่เหลือของฉัน​ มี​ 3 กลุ่ม

กลุ่มที่​ 1 เพชร​ อายุ​ 16 ปี​ วัยชรา​ ถ้าเป็นคนคืออายุ​ 80
เพชร​ ฉันไม่วิตกกังวลอะไรมากมายนัก
ในเวลานี้​ เขาถือว่าอายุยืนแล้ว​ 
จะตายก็ไม่แปลก​ จะอยู่ต่อก็กำไรชีวิต
อยู่เพื่อเป็นกำลังใจให้ฉันต่อไป
ตอนนี้​ เขาก็โรยราไปมาก​
เพราะเริ่มมีปัญหาเรื่องช่องปาก​ 2 เดือนแล้ว
ถึงแม้เขาจะแก่ชรา​ ไม่น่ารักแล้ว​ 
แต่ในสายตาของฉัน​ เขาก็ยังเป็นลูกแมวตัวน้อย​ ๆ​ เมื่อ​ 16​ ปีก่อน
เพชร​ เป็นแมวที่ดีที่สุด​เท่าที่ฉันเคยมีสัตว์เลี้ยงมา
ฉันไม่สามารถหาแมวดี​ ๆ​ แบบนี้ได้ที่ไหนอีกแล้ว
ตอนนี้​ ฉันก็ดูแลรักษาเขาไปตามอาการ​ ประคับประคองไป
แต่เขายังกินได้ปกติ​ กินอาหารได้เอง​ 
แต่กินน้ำไม่ได้​ คงไม่ถนัด​ ฉันเลยต้องป้อนน้ำเขา
เขายังเดินปกติ​ วิ่งเหยาะ​ ๆ​ ได้​ 
แต่โรยรา​ ผอมลงนิดหน่อย​
ไม่​เล่น​ นอนอย่างเดียว​ ฉี่ขี้ได้เองในกระบะทราย​
สติยังดี​ เรียกชื่อ​ ก็หัน
หูตายังดี​ แต่ติดแค่ว่า​ เขามีปัญหาเรื่องช่องปาก

กลุ่มที่​ 2 แม่แมวกับลูก​ ๆ​ ประกอบไปด้วย
ลาแมร์​ ริกะ​ แบ๊ว​ ทองเข้ม​ บุตะ​ ขาว​ จูเนียร์​ ตัวเล็ก
ทั้ง​ 8 ตัวนี้​ อายุไล่เลี่ยกันหมด​ อายุ​ 9-12 ปี
ถ้าเป็นคนคืออยู่ในวัยกลางคน​ วัยแก่​ คืออายุ​ 50-65
ลาแมร์​ คือ​ แม่แมว​ อายุ​ 12
ริกะ​ แบ๊ว​ ทองเข้ม​ 3 ตัวนี้คือครอกแรก​ อายุ​ 10 ปี
บุตะ​ ขาว​ 2 ตัวนี้คือครอกสอง​ อายุ​ 9-10​ ปี
จูเนียร์​ ตัวเล็ก​ 2 ตัวนี้คือครอกสาม​ อายุ​ 9​ ปี

กลุ่มนี้ เป็นกลุ่มที่ฉันวิตกกังวลมากที่สุด
เพราะฉันกลัวพวกมันจะอายุสั้นแบบจัมโบ้กับไวท์
พวกมันเป็นพี่น้องกัน​ มีแม่คนเดียวกัน

แบ่งความระดับกังวลคือ
กังวลไม่มาก​ 25% คือ​ ลาแมร์​ ริกะ​ แบ๊ว​ ทองเข้ม

ลาแมร์​ คือแม่แมว​ ปีนี้​อายุ​ 12
ความจริง​ ฉันก็ไม่รู้อายุลาแมร์ที่แน่ชัด
แต่ก็เดาว่า​ มันไม่น่าจะห่างจากลูกมากนัก
น่าจะอายุ​ 12-13​ ถือว่าอายุของลาแมร์ก็ใช้ได้ในระดับนึง
ยังอยู่ต่อได้อีกหน่อย​ 3-4​ ปี​ ถ้าตามอายุขัย
อย่างน้อย​ มันก็อายุยืนมากกว่าลูกของมันที่ตายไป
และอายุมากกว่าลูก​ ๆ​ ที่ยังมีชีวิตอยู่
ลูก​ ๆ​ ของพวกมันจะมีอายุถึง​ 12-13​ ปีหรือเปล่า​ ยังไม่รู้
แต่ลาแมร์​ คือ​ อายุ​ 12​ นำไปแล้ว
แต่แน่นอนว่า​ ลาแมร์ก็มีปัญหาสุขภาพบ้าง
ฉี่ไม่ออกบ้าง​ บางที
ปากเจ็บ​ บ่อย​ ๆ​ เป็น​ ๆ​ หาย​ ๆ
ฟันหลุดร่วงบ้าง
แต่โดยรวม​ ตอนนี้ก็ยังโอเค​ แข็งแรงใช้ได้
ยังคึกคัก​ กระโดด​ ตามปกติ

ริกะ​ แบ๊ว​ ทองเข้ม​ ครอกแรก​ อายุ​ 10 ปี
น่าจะเกิดช่วงพฤษภาคม​ 2559
มาอยู่กับฉันตอนเดือนกรกฎาคม​ 2559​ อายุ​ 2-3​ เดือน
กลุ่มนี้​ ห่วงแค่​ 25% เพราะเป็นครอกแรก
สภาพแม่แมวน่าจะไม่ทรุดโทรมมากในตอนตั้งท้อง
ครอกนี้​ มี​ 4 ตัว​ ริกะ​ แบ๊ว​ ทองอ่อน​ ทองเข้ม
แต่ทองอ่อนตายไปแล้ว​ ตั้งแต่ยังเด็ก
ฉันไม่รู้สาเหตุที่แน่ชัด​ เพราะมันกลับไปบ้านเจ้าของเดิมของมัน
และอยู่ต่อจนอายุ​ 6-7​ เดือน​ แล้วก็ตาย​ น่าจะป่วยตาย
สำหรับครอกแรก​ ริกะ​ แบ๊ว​ ทองเข้ม​ ห่วงแค่​ 25%
เพราะรู้ว่าพ่อของพวกมันไม่น่าใช่พี่น้องกับแม่แมว
เพราะริกะ​และแบ๊ว​ มีสีดำ
ทั้งริกะ​ แบ๊ว​ ทองเข้ม​ ก็มีรูปร่างหน้าตาเป็นแมวไทยแท้
เป็นการผสมพันธุ์ของพ่อและแม่ที่ไม่ใช่พี่น้องกันแน่นอน
เพราะงั้นก็ไม่น่าอายุสั้น​ ปีนี้อายุ​ 10 ปี
ถ้าตามอายุขัย​ ก็น่าจะอยู่ต่อได้อีก​ 5-6​ ปี
แต่แน่นอนว่า​ ริกะ​ แบ๊ว​ ทองเข้ม​ ก็มีปัญหาสุขภาพบ้าง
ริกะ​ แบ๊ว​ ฟันหลุดร่วง​ ขนร่วงบาง​ ค่อนข้างผอม​
ริกะ​ ทองเข้ม​ บางครั้งก็ฉี่ไม่ออก​ เป็น​ ๆ​ หาย​ ๆ
แต่โดยรวมตอนนี้​ ก็ยังโอเคอยู่​ คึกคัก​ ร่าเริง​ ปกติ
​​​​
กังวลในระดับต่อมา​ คือ​ บุตะ​ ขาว
ความกังวล​ 75% 
บุตะ​ ขาว​ คือครอกสอง
ครอกนี้มี​ 3 ตัว​ บุตะ​ ขาว​ จ้อย
จ้อย​ พิการแต่กำเนิด​ ไม่มีเท้าหน้าทั้งสองข้าง
จ้อยตายไปตอนอายุ​ 1 ปีกว่า​ น่าจะเป็นโรคไตแต่กำเนิด
ครอกนี้​ เกิดจากพ่อและแม่เป็นพี่น้องกัน​ คือ​ เลือดชิด
จึงมีลูกที่พิการออกมาและตายก่อนวัยอันควร

ฉันกังวลกับบุตะและขาว​ 75% 
เพราะเกิดมาจากเลือดชิด​ พ่อแม่คือพี่น้องกัน
เพราะงั้น​ ลูกแมวที่มาจากเลือดชิด​ อายุจะไม่ค่อยยืน
บุตะกับขาว​ ตอนนี้อายุ​ 9​ ปี​ ท้ายปีคือ​อายุ 10 ปี
เกิดช่วงเดือนพฤศจิกายน​ ปี​ 2559

ด้วยความที่มาจากเลือดชิด​ โครงสร้างรูปร่างจึงแปลกไปกว่าแมวทั่วไป
บุตะ​ หน้าใหญ่​ ตัวใหญ่มาก​
และเหมือนตาดำจะโตเกินเหตุ​ เมื่ออยู่ในบ้าน
แต่เมื่อออกไปเดินเล่น​ เจอแสง​ จะหลับตาสนิท​ ตาไม่สู้แสง
ชอบฉี่สเปรย์​ ร้องหง่าวตอนดึก​ ทั้งที่ทำหมันมาหลายปีแล้ว
ขาว​ ตัวใหญ่​ ภาวะอ้วนเกิน​ หายใจสั้น​ ๆ​ ไม่เต็มอิ่ม
มีอ้าปากบ้าง​นิดหน่อย ถ้ารู้สึกร้อน​ ๆ
โดยรวมตอนนี้​ ก็ยังร่าเริง​ คึกคัก​ ปกติดีทั้งบุตะและขาว
แต่ก็ไม่วางใจอะไรมาก​ เพราะมาจากเลือดชิด
เป็นไปได้หมด​ จะอายุสั้นหรืออายุยืนก็ได้
ถ้าสั้น​ ก็อยู่ได้อีก​ 1-3 ปี
ถ้ายืนยาว​ ก็อยู่ได้อีก​ 5-6 ปี

และกังวลขั้นสูงสุด​ 99%
คือครอกสาม​ จูเนียร์​ ตัวเล็ก
ครอกนี้เป็นครอกสุดท้าย​ จากนั้น​ แม่แมวทำหมันทันที
ยิ่งเกิดจากแม่แมวที่ผ่านการท้องมาบ่อยครั้งเท่าไหร่
ยิ่งไม่เป็นผลดีกับลูกแมวครอกหลัง​ ๆ
เพราะร่างกายแม่แมวค่อนข้างทรุดโทรม
และเช่นกัน​ ครอกนี้​ เกิดจากเลือดชิด​ พ่อแม่เป็นพี่น้องกัน

ครอกนี้มีทั้งหมด​ 4 ตัว​ คือ​ ไวท์​ จูเนียร์​ จัมโบ้​ ตัวเล็ก
ตายไป​ 2 ยังมีชีวิตอยู่อีก​ 2
ตายไปคือ​ จัมโบ้​ ตายตอนอายุ​ 5 ปี​ หัวใจวาย​ เคยเป็นนิ่ว
ไวท์​ ตายตอนอายุ​ 9​ ปี​ เป็นนิ่ว​ ไตวาย​ และอาจจะเป็นเอดส์

ฉันเดาว่า​ แม่แมวกับลูก​ ๆ​ อาจจะเป็นเอดส์
ด้วยความที่เคยเป็นแมวจร​
และตอนเด็กก็เลี้ยงนอกบ้าน​ ระบบเปิด
อาจจะโดนแมวตัวผู้ตัวอื่นมากัดก็ได้​ จึงอาจจะเป็นเอดส์ได้

ครอกสามนี้​ เติบโต​ พ้นช่วงวัยเด็กมาแล้วทุกตัว
พ้นช่วงวัยที่อาจจะตาย​ได้ ก็คือ​ แรกเกิดถึง​ 1 ปี
เติบโตมาจนวัยหนุ่ม​ จัมโบ้​ ก็มาตายปุบปับ​ ตอน​ 5 ปี
และต่อมา​ ไวท์ก็มาตายตอนอายุ​ 9​ ปี
เพราะร่างกายเข้าสู่ช่วงวัยกลางคน
ร่างกายที่เคยทนได้ในวัยเด็ก​ วัยหนุ่ม
พอเข้าสู่วัยกลางคน​ เลยเริ่มทนไม่ไหว​ ระบบพัง

ในครอกนี้​ ฉันจึงเฝ้าระวังขั้นสูงสุด
สำหรับอีก 2 ตัวที่เหลือ​ จูเนียร์กับตัวเล็ก
จูเนียร์​ มีหน้าตา​ โครงสร้างรูปร่างแปลก
ขาหน้าใหญ่มาก​ ทำให้เดินแปลก​ หายใจแรง​ ๆ
และชอบอ้าปากค้างนาน​ ๆ​ อ้าปากกว้างเกินเหตุ
และเริ่มมีอาการฉี่ไม่ออกบ้างแล้ว​ พอไวท์ตาย
สงสัยอาจจะเครียด​ ไม่มีใครให้ทะเลาะด้วย
ตัวเล็ก​ มักจะฉี่ก้อนเล็ก​ ฉี่ไม่ออกบ้าง​ เป็น​ ๆ​ หาย​ ๆ
และเขาก็มีโครงสร้างที่ค่อนข้างใหญ่กว่าตัวเมียทั่วไป

ครอกนี้จะมีรูปร่างที่แปลกทั้งหมด​ ไม่ใช่แมวไทยเลย
ไวท์​ หน้าบาน​ ตัวตัน​ ๆ​ สั้น​ ๆ
จูเนียร์​ หน้าอูม​ ๆ​ ฟันยื่น​ ๆ​ ขาหน้าใหญ่มาก​ อกใหญ่
จัมโบ้​ ตัวใหญ่มาก​ หน้าใหญ่มาก​ ขนหนาฟู
ตัวเล็ก​ หน้าและตัวใหญ่กว่าตัวเมียทั่วไป​ ขนหนาฟู

ตายก่อนวัยไป​ 2 ตัว
โอกาสที่อีก​ 2 ตัวที่เหลือ​ จะอายุยืน​ แทบจะไม่มี
ตามอายุขัยแมวทั่วไป​ ก็จะอยู่ต่ออีก​ 5-6​ ปี
แต่โอกาสนั้น​ แทบจะไม่มี
เต็มที่น่าจะอยู่ได้อีก​ถึงอายุ​ 12-13​ ปี
ก็อีก​ 3-4​ ปี​ 
ฉันไม่สามารถคาดหวังอะไรกับจูเนียร์และตัวเล็กได้เลย
เพราะไวท์กับจัมโบ้​ ได้อายุสั้นไปซะแล้ว
เหมือนถูกกำหนดมาจากพันธุกรรมตั้งแต่อยู่ในท้อง
ฉันเสียใจ​ เสียใจมาก

เพราะฉะนั้น​ แม่แมวกับลูก​ ๆ​ 
ฉันไม่สามารถคาดเดาอะไรได้เลยจริง​ ๆ
ถ้าอายุยืน​ ก็จะอยู่ต่ออีก​ 5-6​ ปี
ถ้าอายุสั้น​ ก็​ 1-3 ปี​ นับจากนี้
ฉันเสียใจ​ เสียใจมากจริง​ ๆ
ไม่รู้ต้องผิดหวังซ้ำซากอีกมั้ย
หรือจะจบอย่างสมบูรณ์แบบ​ คาดเดาไม่ได้เลย
ฉันจึงเป็นห่วงกลุ่มนี้มากที่สุด​ ในเวลานี้


กลุ่มสุดท้ายคืออ้อนกับลูกทั้งสอง​ นาดีน​ เฟลิกซ์
อายุ​ 3-5​ ปี​ ถ้าคือคนก็อายุ​ 20​ ปลาย​ ๆ​ ถึง​ 30​ กลาง​ ๆ
อยู่ในวัยหนุ่มสาว​ ฉันจึงแทบไม่วิตกกังวลอะไร
ถ้าตามอายุขัย​ คือ​ อยู่ได้อีกนานเป็น​ 10 กว่าปี
ตอนนี้​ พวกมันคึกคัก​มาก​ วิ่งเล่น​ พลังงานล้น
ไม่มีอะไรต้องกังวลในตอนนี้
อ้อน​ เป็นไส้เลื่อนสะดือแต่กำเนิด​ แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไร
นาดีน​ เฟลิกซ์​ แข็งแรงดี​ ซนทุกวัน

สรุป​

1.เพชร​ วัยชรา​ ฉันไม่ค่อยกังวล
แก่แล้ว​ อยู่ก็ได้​ ตายก็ไม่แปลก
เพชร​ มีชีวิตอยู่ทุกวันนี้​ เหมือนเป็นกำลังใจให้ฉัน
ฉันเห็นเพชร​ แล้วมีพลังบวก​ มีกำลังใจ
เราเลี้ยงแมวอายุยืน​ ฉันไม่ล้มเหลว​
ฉันประสบความสำเร็จ
เห็นเพชร​ ฉันจึงมีกำลังใจที่จะมีชีวิตอยู่ต่อ

2.ลาแมร์​ ริกะ​ แบ๊ว​ ทองเข้ม​ บุตะ​ ขาว​ จูเนียร์​ ตัวเล็ก
วัยกลางคน​ วัยแก่​ ฉันกังวลขั้นสูงสุด
หันไปมองทีไร​ มีแต่ความเครียด​ หดหู่ใจ
วิตกเกินเหตุ​ กลัวพวกมันตายไว
แล้วทั้ง​ 8​ ตัว​ ก็อายุไล่เลี่ยกัน​ แก่พอกัน​ ทำใจไม่ได้
จะทำใจได้มากกว่า​ ถ้าตายในวัยชรา
ฉันเห็นพวกมัน​ เหมือนได้เรียนรู้ชีวิต
คำว่าชีวิต​ ก็ไม่มีอะไรแน่นอนอยู่แล้ว
อายุและสุขภาพ​ของแต่ละคน​ ก็แตกต่างกันไป
คนเราเอง​ ยังมีตายไว​ ตายช้า
นับประสาอะไรกับชีวิตแมว
ฉันเอง​ จะอยู่ถึงวัยกลางคน​ วัยแก่​ แบบพวกมันหรือเปล่า
จะอยู่ถึง​ 50-60​ หรือเปล่า
ขนาดตอนนี้​ 38-39​ ฉันยังเหนื่อย​ ทรุดโทรม
เห็นทั้ง​ 8 ตัวนี้​ ฉันรู้สึกว่าเราทำปัจจุบันให้ดีที่สุดก็พอ
ผลลัพธ์มันยากจะคาดเดา​ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด

3.อ้อน​ นาดีน​ เฟลิกซ์
วัยหนุ่มสาว​ ฉันแทบไม่มีความกังวล
พวกมันสดใส​ ร่าเริง​ แข็งแรง​ เอเนอจี้ล้น
ฉันเห็นพวกมัน​ ก็ทำให้ฉันมีพลัง​ มีไฟ
เหมือนจะมีเรี่ยวแรงเพิ่มขึ้น
มีพลังจะลุกมาทำสิ่งต่าง​ ๆ​ ได้


วันนี้ขอจบการเขียนไว้เท่านี้
อาจเขียนผิดไปบ้าง​ เพราะเยอะและปวดตา

"รักลูกไวท์เสมอ" 
รักลูกโบ้ด้วยนะครับ

ลูกโบ้และลูกไวท์
ทำให้แม่ได้หันกลับมาใจดีกับพี่น้องของพวกหนูที่เหลือ

ขอบคุณนะครับ
ที่ทำให้แม่ได้เห็นคุณค่าของวันเวลามากขึ้น

แม่รักไวท์​ แม่รักจัมโบ้
แม่รักลูกที่สุดในโลก
แม่อยากกอด​ อยากหอมลูกเหมือนเดิม
แม่เสียใจ​
ลูกรู้ใช่มั้ย​ ว่าแม่รักลูกมากนะครับ
ลูก​ ๆ​ มีความสุขที่ได้อยู่กับแม่ใช่มั้ยครับ
​​​​​




​​​​
​​
​​​​​​
​​




 

Create Date : 26 กุมภาพันธ์ 2569
0 comments
Last Update : 26 กุมภาพันธ์ 2569 22:12:35 น.
Counter : 204 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณนายแว่นขยันเที่ยว

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


somsu4
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]




はじめまして、私はソムオレンジです。
สวัสดีค่ะ ชื่อ ส้ม ออเรนท์ ค่ะ ^^
Friends' blogs
[Add somsu4's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.