แปลเพลง - Never Enough - Loren Allred - The Greatest Showman OST
คนหนึ่งคนมีค่าขนาดไหนครับ?
 

สิ่งเดียวที่ทำให้ผมรู้ว่ายังมีคนเข้ามาอ่านบล๊อกนี้คือจำนวนเค้าเตอร์ที่นับว่าเปิดอ่านกี่ครั้งครับ (กับคอมเม้นต์ที่นานมากๆถึงจะมีสักครั้ง) ถึงแม้รู้ว่ามีคนอ่านน้อยมากๆ หรือสิ่งที่ทำอยู่มันไม่มีคุณค่ากับผู้อ่านแต่ก็ยังจะทำต่อไป หากต้องการสนับสนุนผลงาน ขอเชิญติดตามได้ที่ Blockdit นะครับ คุยกันหน่อย ทักทายกันบ้างก็ดีครับ  
https://www.blockdit.com/superficiallynot
จะค่อยๆทยอยนำผลงานเดิมขึ้นไปและลงผลงานใหม่สลับกันไปครับ

 
ในชีวิตของเรา เรามีความสัมพันธ์หลายๆรูปแบบกับคนหลายๆกลุ่ม โดยอัตโนมัติ เรากำหนดความสำคัญให้กับแต่ละคนอย่างไม่รู้ตัว บางคนเป็นคนสำคัญกับเรา บางคนเป็นคนที่เรารัก บางคนก็ตรงกันข้าม หลายครั้งหลายสถานการณ์ที่เราพบว่าคนที่สำคัญกับเราไม่ใช่คนที่เรารัก และเราก็มักจะพบว่าคนที่เรารักส่วนมากจะเป็นคนที่สำคัญกับเรา เรายังพบว่า คนที่เรารักและสำคัญกับเราเป็นคนที่มีค่ากับเรา และบางครั้งก็อาจมีกรณีแปลกๆเช่นกันที่เราพบว่า คนที่เราไม่ได้รัก ไม่สำคัญกับเราแต่ดันมีค่ากับเรา 
 
วันนี้เป็นเพลงที่มีผู้อ่านขอมาครับ ขอบคุณมากๆครับที่ขอเพลงนี้มาเพราะเคยอยากแปลเพลงนี้ครับแต่ลืมไปแล้ว ^^' ก็ไม่รู้นี่ครับว่าชื่อเพลงอะไรของใคร พอนำมาฟังถึงได้รู้ว่าหนังเรื่องนี้เราก็เคยดูและอยากจะแปลเพลงนี้เพราะหนังเรื่องนี้นั่นแหล่ะ (ฮา) หนังเรื่องนี้ชื่อ The Greatest Showman ครับ เพลงนี้ชื่อ Never Enough ร้องโดย Loren Allred (นางเคย Audition The Voice USA ผ่านแล้วไปตกรอบ Knock out ปี 2012) ถูกต้องแล้วครับ นักแสดงที่ร้องในหนังเรื่องนี้ลิปซิงค์ครับ
 
นิดนึงในการแปลของผมนะครับ คุณจะเห็นว่าผมไม่ได้แปลตรงตัวและมีการเล่นคำในคำเดิมๆแต่เปลี่ยนคำแปลไปเรื่อยๆในความหมายที่ไม่หนีกันมาก คุณอาจจะสงสัยว่าแปลแบบนี้ก็ได้เหรอ? ถ้าแปลไม่ตรงก็อย่าแปลเลย บางคนคิดแบบนี้และคอมเม้นท์มาครับ ที่เป็นเช่นนี้เพราะผมไม่ได้ผูกชีวิตและความรู้สึกของตัวเองไว้กับดิกชันนารีครับ ดิกชันนารีเป็นเพียงไกด์ไลน์ ความรู้สึกที่แท้จริงของคนเราคืออะไร? จริงๆแล้วเราไม่ได้ต้องการภาษานะครับถ้าเราสามารถเข้าใจความรู้สึกของอีกฝ่ายได้โดยไม่ต้องพูด แต่เมื่อเราทำแบบนั้นไม่ได้และเรามีปากและหู ดังนั้นภาษาคือสิ่งประดิษฐ์ชนิดหนึ่งที่ใช้ถ่ายทอดความรู้สึกของตัวตนอันเป็นสัญญานที่เกิดขึ้นภายใต้สมองในชีวิตของคนคนนึงไปยังคนอีกคนนึงเพื่อให้เกิดความเข้าใจให้ได้ "ใกล้เคียง" กับที่เจ้าตัวผู้สื่อสารรู้สึกที่สุด ซึ่งภาษามีข้อจำกัดในเรื่องนี้มากๆ เพราะแม้แต่ภาษาหลักหรือคนพูดภาษาเดียวกันยังไม่สามารถเข้าใจกันได้ 100% เลย จริงๆแล้วผมไม่จำเป็นต้องแปลเพลงเหล่านี้เลยครับ มันเหนื่อยและใช้พลังงานเยอะกว่าการแปลเพลงธรรมดาพอสมควร หลายๆคนหลายๆเวปก็แปลกันอยู่แล้ว และเค้าก็ไม่ได้ทำในแบบที่ผมทำด้วย ผมทำในสิ่งที่ยากกว่า ผมต้องขมวดปรัชญาที่อยู่เบื้องหลังบทเพลงแล้วนำมันมากระตุ้นผู้อ่านให้นำปรัชญานั้นมาเปรียบเทียบและปรับใช้กับชีวิตตัวเอง มีผู้อ่านสิ่งที่ผมเขียนน้อยมาก เพราะว่าตัวหนังสือเยอะไปจึงต้องใช้เวลาอ่านนาน จำนวนผู้ติดตามยิ่งน้อยกว่าเข้าไปอีก คนที่ยอมอ่านไปจนถึงอรรถาธิบายได้นั้นแสดงว่าเพลงนี้มันมีความหมายกับเค้าซึ่งเค้าไม่ต้องการคำแปลแค่เพียงผิวเผิน สิ่งที่ผมทำคือการเชิดชูผลงานของมนุษย์กลุ่มนึงให้มนุษย์กลุ่มนึงได้รับรู้ถึงคุณค่าของมันอย่างที่มันควรจะเป็น อย่างน้อยก็ในความรู้สึกในสัญญานชีวิตของผมที่รู้สึกมันอยู่และอยากแบ่งบันครับ เพลงเหล่านี้สร้างความสั่นสะเทือนเข้ามาภายในตัวผมและทันใดนั้นมันก็มีความหมายกับเราขึ้นมาทันที เพื่อแทนคำขอบคุณในผลงานเหล่านี้ นี่คือสิ่งที่ผมทำครับ ดังนั้นถ้ามองในมุมนี้ก็จะเห็นว่าความหมายในดิกชันนารีนั้นน้อยเกินไปเสียแล้ว แม้แต่ในเพลงบางเพลงเองยังต้องอาศัย metaphor หรือ symbol อย่างอื่นเข้ามาใส่ในเพลงเพื่อส่ง perception ต่อให้เราได้ feel อะไรบางอย่างในแบบที่เค้าต้องการจะสื่อให้เรารู้ได้มากที่สุดครับ อย่างที่ผมเคยบอกไปแล้ว ในแง่ของความรู้สึกแล้ว ผมจะใช้คำทุกคำที่จำเป็นต้องใช้ เพื่อแสดงความหมายของฝ่ายต้นทางที่ต้องการจะสื่อครับ ผมมีสิทธิ์นั้นอย่างเต็มที่ และคุณก็มีสิทธิ์ที่จะเดินจากไปได้ทุกเวลาที่คุณต้องการเช่นกันครับ ดังนั้นผมจึงไม่เคยประหยัดถ้อยคำของการแปลและนี่ไม่ใช่การสอบ การทำเช่นนี้ถ้ามันช่วยให้ผลงานเหล่านี้มีความหมายพิเศษกับคนที่เข้ามารับรู้ มันก็ทำให้ผมมีความสุขครับ และผู้อ่านบางท่านก็คงจะมีความสุขกับความหมายของมันเช่นกัน :) ในมุมกลับกัน หากเพลงบางเพลงเป็นสิ่งที่มีความหมายกับคุณ และคุณเห็นว่าการแปลของผมมันทำลายความหมายนั้นของคุณ บอกผมครับ แนะนำผม ให้ผมได้เรียนรู้ครับ สร้างสรรค์ร่วมกัน ผมไม่ใช่ศัตรูของคุณ นิดนึงแต่ทำไมยาวจัง :D
 
 
Never Enough

 
I'm trying to hold my breath. Let it stay this way. Can't let this moment end.
You set off a dream in me. Getting louder now can you hear it echoing?
Take my hand. Will you share this with me? 
'Cause darling without you...
All the shine of a thousand spotlights 
All the stars we steal from the night sky
Will never be enough
Never be enough
Towers of gold are still too little
These hands could hold the world but it'll
Never be enough
Never be enough
For me
Never, never
Never, never
Never, for me
For me
Never enough
Never enough
Never enough
For me
For me
For me
All the shine of a thousand spotlights
All the stars we steal from the night sky
Will never be enough
Never be enough
Towers of gold are still too little
These hands could hold the world but it'll
Never be enough
Never be enough
For me
Never, never
Never, never
Never, for me
For me
Never enough
Never, never
Never enough
Never, never
Never enough
For me
For me
For me
For me
 
 
ไม่เคยพอ
 
ชั้นต้องแอบกลั้นหายใจเอาไว้ ปล่อยให้มันเป็นแบบนี้ต่อไปก่อน ไม่อยากให้ช่วงเวลานี้จบลงเลย
เธอตั้งความฝันในตัวชั้น ตอนนี้มันกำลังดังชัดขึ้นๆ เธอได้ยินเสียงสะท้อนของมันมั้ย?
กุมมือชั้นไว้สิ เธอจะร่วมรับรู้ความรู้สึกนี้กับชั้นมั้ย? 
เพราะหากปราศจากเธอแล้ว...ที่รัก...
ถึงแม้ชั้นจะโดดเด่นมากขนาดไหน
ต่อให้เรามีชื่อเสียงเหนือผู้คนมากมายเพียงใด
มันก็คงไม่พอหรอก
มันคงไม่มีความหมาย
แม้จะมีเงินทองมากองสูงเท่าตึกใหญ่โตมโหฬารขนาดไหนก็ดูจะน้อยไป
ต่อให้สองมือนี้กุมทั้งโลกไว้ได้ มันก็ไม่อาจ...
จะเติมเต็มชั้นได้หรอก
ไม่มีทางพอได้หรอก
สำหรับชั้นแล้ว
ไม่มีทาง...
ไม่มีทาง...
ไม่มีทาง... สำหรับชั้นแล้ว
เพื่อชั้นแล้ว
ไม่มีทางพอได้หรอก
เติมเต็มชั้นไม่ได้หรอก
หากปราศจากเธอแล้ว
สำหรับชั้น
สำหรับชั้นแล้ว
กับชั้นแล้ว
ถึงแม้ชั้นจะโดดเด่นมากขนาดไหน
ต่อให้เรามีชื่อเสียงเหนือผู้คนมากมายเพียงใด ก็แล้วไง
มันก็คงไม่พอหรอก
มันคงไม่มีความหมายอะไร
แม้จะมีเงินทองมากองสูงเท่าตึกใหญ่โตมากมายขนาดไหน มันก็ยังดูจะน้อยเกินไป
ต่อให้สองมือนี้กุมทั้งโลกไว้ได้ มันก็ไม่อาจ...
จะเติมเต็มชั้นได้หรอก
ไม่มีทางพอได้หรอก
สำหรับชั้นแล้ว
ไม่มีทาง...
ไม่มีทาง...
ไม่มีทาง... สำหรับชั้นแล้ว
เพื่อชั้นแล้ว
ไม่มีทางพอได้หรอก
เติมเต็มชั้นไม่ได้หรอก
หากปราศจากเธอแล้ว
สำหรับชั้น
สำหรับชั้นแล้ว
กับชั้นแล้ว
...
มันเทียบกับเธอไม่ได้
 
 
 
อรรถาธิบาย
 
เพลงนี้ถูกแต่งขึ้นมาเพื่อใช้ในหนังเรื่องนี้โดยเฉพาะครับ ดังนั้นในเนื้อเพลงจึงอาศัยความเข้าใจจากเนื้อเรื่องของหนังในผู้ชมที่กำลังดูหนังมาจนถึงตอนที่เพลงนี้ถูกเล่นขึ้นมาในฉากนี้โดยเฉพาะ ดังนั้นการตัดภาพในแต่ละช็อตของหนังที่เพลงนี้กำลังเล่นอยู่จึงมีความสัมพันธ์กับทั้งเนื้อเรื่องและเนื้อเพลงด้วยครับ (เช่น you set off a dream in me นางก็มองไปทางพระเอก พระเอกเห็นนางมองมาตอนพูดประโยคนี้ก็มีสีหน้าดีใจและระบายลมออกมาจากปากพร้อมกัน ในขณะที่ภรรยาของพระเอกก็เหมือนจะสังเกตได้อะไรบางอย่างและเหมือนจะตกใจและดูออกในท่อน never enough หรือ take my hand ก็จะเป็นภาพที่สองคนกำลังจะแอบจับมือกัน) ความหมายแฝงของความรู้สึกที่ตัวละครส่งให้กันมันใช่หมดครับ เพลงนี้ใช้ศัพท์ง่ายตลอดทั้งเพลง แต่ความหมายของคำที่ใช้ร้องซ้ำๆว่า never enough, never be enough มันเป็นความหมายในทางลบว่ายังไงๆก็ไม่พอ ดังนั้นตอนจบผมจึงต้องปิดด้วยคำที่ไม่ตรงกับในดิกชันนารีอีกแล้ว ^^' เพื่อเน้นสิ่งที่เค้าเฉลยไว้ตั้งแต่ต้นเพลงครับ
 
ลืมบอกอารมณ์เพลงครับ เพลงนี้คือการอุทานดีใจที่สมหวังครับ เป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆครู่เดียวในชีวิตตอนที่รู้ว่าตัวเองสมหวังและอุทานรำพึงรำพันออกมาเป็นเพลงนี้ครับ
 
I'm trying to hold my breath การ "trying" จะเกิดขึ้นเมื่อเรากลั้นหายใจครับ หากคุณลองทำดูคุณจะพบว่าคุณต้องพยายามมาก สิ่งที่จะทำให้สถานการณ์นี้เกิดขึ้นมาได้คือการตกใจครับ คนเราตกใจกับแค่สองเรื่อง เรื่องแย่ กับ เรื่องดี ในที่นี้คือเรื่องดีครับ (you set off a dream in me) ตกใจแล้วโดยอัตโนมัติเราหอบเอาอากาศคำหนึ่งเข้าไปทางปากแล้วกลั้นมันเอาไว้ สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาก็คือ คล้ายๆว่าโลกจะหยุดไปชั่วขณะครับ ตัวตนของเราชัดขึ้น โลกภายนอกลดความสำคัญลง อยู่กับตัวเองล้วนๆ รู้สึกดีจัง เธอตั้งความหวังในตัวชั้น (you set off a dream in me) อยากรู้สึกดีแบบนี้ต่อไปนานๆจัง (let it stay this way) ไม่อยากให้ช่วงเวลานี้จบลงเลย (can't let thie moment end) set off ตรงนี้เป็นกิริยาครับ แปลว่า start แต่ก็สามารถแปลว่า ปิด หรือ ยุติได้เช่นกัน (set ... off) พอดูเนื้อเพลงทั้งเพลงเราก็จะรู้เองว่ามันจะแปลว่าอะไรครับ
 
Getting louder now สิ่งนี้เกิดขึ้นในความรู้สึกของเค้าครับ มันขยายความรู็สึกของตัวเองออกไป ความดีใจ ความสมหวัง มันรู้สึกดี มันกำลังขยายตัว เหมือนมันกำลังสะท้อนเอคโค่ออกไปเรื่อยๆเลยเธอได้ยินมั้ย? (can you hear it echoing?) ทำยังไงเธอถึงจะได้ยินนะ จับมือชั้นสิ กุมมือชั้นไว้ อยากรู้มั้ยว่าชั้นรู้สึกยังไง? อยากรับรู้มันเหมือนกับที่ชั้นกำลังรู้สึกอยู่มั้ย? (Take my hand. Will you share this with me?) อยากให้เธอรู้จังเลยว่าถ้าไม่มีเธอแล้ว ต่อให้อะไรๆที่สำคัญๆกับชั้นมันก็ไม่มีความหมาย ('cause darling, without you...)
 
เพราะถึงแม้จะมีสปอตไลท์เป็นพันดวงส่องฉายลงมาที่ชั้น (all the shine of a thousand spotlights) ตรงนี้เป็นสัญลักษณ์ครับ (symbol) เราต้องแปลสัญลักษณ์อีกทีนึง ในหนังก็เป็นเรื่องของการขึ้นเวทีแสดงอยู่แล้ว การตกอยู่ภายใต้แสงสปอตไลท์แค่ดวงเดียวนั้นยังทำให้เราโดดเด่นมาก หากเปลี่ยนเป็นพันดวงมันจะโดดเด่นถึงระดับไหน? ต่อให้เราขโมยดวงดาวมาจากทั้งฟากฟ้า (all the stars we steal from the night sky) ดวงดาวก็คือดารา คนมีชื่อเสียง star ทุกดวงมารวมอยู่ที่เรา นั่นจะทำให้เรามีชื่อเสียงในระดับไหน? บอกเลยว่ามันก็ยังไม่พอหรอก (never be enough) มันเทียบไม่ได้กับเธอหรอก ('cause darling, without you...)
 
Towers of gold are still too little คือเอาทองมาเรียงต่อกันให้สูงเท่าตึกๆๆๆ (มี s) ก็เป็นสัญลักษณ์คือคือมีเงินทองมากองเป็นภูเขา มันก็ยังน้อยเกินไป (still too little) แม้แต่สองมือนี้ที่ต่อให้สามารถกุมโลกได้ทั้งใบ (These hands could hold the world) เพราะทั้งโดดเด่นและมีชื่อเสียงมีทรัพย์สินเงินทองมากมายขนาดนั้น แต่มันก็ยังไม่พอ
 
Never be enough, never be enough for me, never enough, never enough for me. ตรงนี้พอแปลเป็นไทยผมเล่นคำเพื่อเปรียบเทียบความรู้สึกให้ครับ มันคงไม่พอหรอก มันไม่มีความหมาย มันเติมเต็มชั้นไม่ได้หรอก มันไม่มีทางพอหรอก ...หากปราศจากเธอ สุดท้ายทุกอย่างที่ระบุมาทั้งหมด ชือเสียงความโดดเด่น เงินทอง ต่อให้โลกทั้งใบ มันเทียบไม่ได้ไม่มีประโยชน์เลยถ้าไม่มีเธอ มันเป็น metaphor ทั้งเพลงและมอบคุณค่าของทุกสิ่งทุกอย่างมาลงที่เธอครับ เพราะมันทำให้ชี้ความหมายลงไปได้ว่า ถ้ามีเธอมันก็ enough ครับ
 
 
วีดีโอเวอร์ชั่นที่คุณเห็นอยู่ข้างบนเป็นการตัดมาจากในหนังครับ คนที่ร้องเพลงในหนังคือ Rebecca Ferguson เล่นเป็นเจนนี่ลินด์ในเรื่อง แต่คนที่ร้องเพลงนี้จริงๆ เสียงเพลงทีคุณได้ยินในวีดีโอนั้นเป็นเสียงของ Loren Allred ครับ เธอร้องแบคอัพให้กับรีเบคก้าในเรื่องนี้ อย่างที่บอกไว้ข้างบนครับ เธอเคยตกรอบ The Voice USA 2012 ทีมอดัม แต่ได้เห็นเธอร้องเพลงของหนังเรื่องนี้รู้สึกดีใจกับเธอมากๆเลยครับ ข้างล่างนี้คือ live performance show ของเธอครับ พลังของเพลงทำได้ในระดับเดียวกับในหนังเลย ของเค้าดีจริงๆ
 
 
 
 
 
คำถามข้างบนไม่ได้ตั้งใจให้เราหาคำตอบในเชิงตรรกะครับว่าเราควรมีหลักเกณฑ์ในการให้ค่าของคนอย่างไร เพลงนี้คือตัวอย่างของคนที่รู้คุณค่าของคนบางคนและเปรียบเทียบคุณค่านั้นกับความรู้สึกของตัวเอง ดังนั้นจุดหมายที่แท้จริงของคำถามนี้คือเพื่อสร้างการตระหนักรู้ให้กับเราเพื่อให้เราสามารถตอบได้ทันทีว่า ใครคือคนนั้นครับ? คนที่มีค่ามากที่สุดสำหรับเรา
 
 
 
โคฟเวอร์ที่ให้พลังในระดับเดียวกันจาก The Voice มองโกเลีย
 
 
 
Enjoy thinking krub :)
 
 
 
แถม Cover คลีนๆให้อีกหนึ่งครับ :)
 
 
 
 
 
<< เพลงที่แล้ว : When We Were Young : Adele Truth To Power - OneRepblic : เพลงถัดไป >>



Create Date : 17 สิงหาคม 2561
Last Update : 29 มกราคม 2563 15:54:28 น.
Counter : 23662 Pageviews.

9 comments
  
ขอบคุณที่เจอบล็อคนี้แปลเพลง never enough เพราะตอนนี้กำลังซ้อมนักเรียนร้องเพลงนี้ เพื่อแข่งขัน แล้วแบบไม่รู้จะหาเว็บดีๆที่แปลเพลงนี้ พแดีกับที่เจอ แล้วแบบ ขอบคุณจริงๆ
โดย: Katie IP: 14.207.138.198 วันที่: 17 กันยายน 2561 เวลา:20:59:45 น.
  
ชอบความรู้สึกตอนอ่านคำแปลนี้มากค่ะ ทำให้้ราอินกับสัญลักษณ์ทางภาษาที่มันซ่อนอยู่ข้างใน
ขอบคุณสำหรับสิ่งดีดีที่แชร์มานะคะ ตอนนี้ฟังเพลงนี้วนหลายรอบมาก
โดย: น้าย IP: 182.232.166.10 วันที่: 3 มกราคม 2562 เวลา:21:41:21 น.
  
ส่วนตัวชอบเพลงนี้มากเป็นพิเศษ ถึงแม้จะไม่เข้าใจความหมายทั้งหมด
เมื่อได้อ่านคำแปล ของคุณแล้ว ร้องไห้เลยค่ะ ดิฉันอ่านข้อความของคุณ ตั้งแต่บรรทัดแรก จนบรรทัดสุดท้ายของอรรถาธิบาย มีความสุขมากค่ะ และเข้าใจว่า ผู้แปล มีความสามารถเข้าถึงเนื้อหาของเพลงจริงๆ ไม่ใช่สักแต่แปลไปเรื่อยๆ เท่านั้น หายากนะคะ คนที่มีจิตวิญญาณขนาดนี้ เป็นนักเขียนที่ดีมากจริงๆ ค่ะ เป็นกำลังใจให้ทุกผลงานนะคะ และขอสมัครเป็น Fan page ด้วยค่ะ
โดย: Ja IP: 101.51.77.115 วันที่: 19 มีนาคม 2562 เวลา:15:47:44 น.
  
ขอบคุณมากๆครับ ^_^
โดย: Karz วันที่: 9 เมษายน 2562 เวลา:22:46:05 น.
  
ติดตามได้อีกช่องทางที่ https://truemeaning.maggang.com นะครับ :)
โดย: Karz วันที่: 18 เมษายน 2562 เวลา:10:34:04 น.
  
ขอบคุณมากนะครับ รู้สึกถึงคุณค่าและชีวิตที่มีความหมาย ผ่านผลงานที่อ่าน
โดย: Dark IP: 184.22.217.116 วันที่: 1 พฤษภาคม 2562 เวลา:11:10:13 น.
  
ผ่านมาอ่านบทความ ชอบความคิด ชอบการเขียน มีแฟนเพจ หรือบทความอื่นๆให้ติดตามเพิ่มไหมครับ
โดย: คนผ่านทาง แต่ไม่ใช่ทางผ่าน IP: 223.24.170.30 วันที่: 31 พฤษภาคม 2562 เวลา:22:16:16 น.
  
ติดตามได้ที่ Blockdit ครับ มีแอพในมือถือด้วยครับ คล้ายๆเฟสบุ๊ค

https://www.blockdit.com/superficiallynot

ขอบคุณที่สนับสนุนครับ :)
โดย: Karz วันที่: 29 มกราคม 2563 เวลา:15:52:32 น.
  
เพิ่งได้มีโอกาสดูภาพยนต์เรื่องนี้ ชอบเพลงนี้มาก อยากทราบความหมายของเพลงที่ได้ฟัง มันดูทั้งเศร้าและมีความสุข พอได้อ่านที่คุณแปล คุณแปลได้ละมุนมาก ยิ่งชอบเข้าไปใหญ่ ฟังเป็น100รอบเลย ขอบคุณมากๆค่ะ
โดย: นางสาวมันแกว IP: 1.46.234.3 วันที่: 8 สิงหาคม 2563 เวลา:3:26:06 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#16



Karz
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 126 คน [?]





สงวนลิขสิทธิ์
สิงหาคม 2561

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog